ReadyPlanet.com


รวบรวมประสบการณ์การฝึกมโนมยิทธิ ที่บ้านสวนพีระมิด


 ใครมีประสบการณ์อะไรในการฝึกมโนมยิทธิ ที่บ้านสวนพีระมิด เชิญบอกเล่าเป็นธรรมทานให้แกญาติธรรมทุกท่านได้ในกระทู้นี้เลยครับ

ไม่ว่าจะเป็นการสื่อโดยเบื้องบน การท่องไปในจักรวาล หรือการฝึกกสิณต่างๆ

เชิญเลยครับ...



ผู้ตั้งกระทู้ คุณสิทธิ์(สุรสิทธิ์ ศรประสิทธิ์) (surasit2010-at-gmail-dot-com) กระทู้ตั้งโดยสมาชิก โพสต์และแสดงความเห็นเฉพาะสมาชิกเท่านั้น :: วันที่ลงประกาศ 2011-05-01 22:17:37


<< ก่อนหน้า 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 [13] 14 15 16 ถัดไป >>

ความคิดเห็นที่ 1201 (1612812)

 

สวัสดีครับลูกบ้านสวนพีระมิด ทุกท่าน 

 

บรรยากาศที่บ้านสวนพีระมิดครั้งนี้นะครับ  ก้มีภารกิจหลักของเราก็คือการสร้างพระสมด็จองค์ปฐม ตอนนี้ก็ผ่านไปกว่า  60% แล้ว  ส่วนอีกภารกิจหลักก็คือการทำแปลงเกษตร  และปลูกพืชผักสวนครัว

 

บรรยากาศเสาร์อาทิตย์นี้นะครับ  ก็เป็นบรรยากาศของการสร้างสมเด็จองค์ปฐม คือเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา  มีการก่ออิฐและฉาบปูน บริเวณท่อนขาของพระองค์   ซึ่งก็เสร็จไปเกินครึ่งครับ เหลือตกแต่งอีกนิดหน่อย

บรรยากาศการสมาทานศีล5 ขอบคุณ ขอขมา  สิ่งศักดิ์สิทธ์

      คุณพี่แมว  สมาทานศีล

1 .  เคยพยายามฆ่าตัวตายเมื่ออายุ 14 ปี   คิดว่าตนเองนั้นเป็นภาระ  ผิดหวัง   ตอนนี้เป็นเนื้องอกในมดลูก

2.   ขโมยเงินคุณย่า  หยิบหนังสือเกินราคา คือจ่ายเล่มเดียวแต่หยิบหนังสือไปหลายเล่ม  โกงภาษีของบริษัท ทำเอกสารเท็จ 

3. โกหกบ่อยครั้ง  เพื่อตัดความรำคาญ

4. ดื่มสุราของมึนเมา  สังสรรค์กับเพื่อน

พี่อร ลูกคุณศรี

ขอบคุณที่ใช้รหัสอ.อุบลช่วยด้วยได้  เนื่องจากตัวเองนั้นหูอื้อหลังจากการเล่นน้ำที่บ้านสวนฯ  ตอนนอนมดยังเข้าหูอีก  ทำให้เจ็บปวดมาก  เลยใช้รหัสอ.อุบลช่วยด้วย  แล้วหายแต่ยังไม่หมด   เลยขอรหัสอ.อุบลช่วยด้วย ให้สามารถรู้สาเหตุของการเจ็บหู   ตอนนอนเลยฝันว่าท่านบอกว่าถ้าอยากรู้  ต้องออกมาในวันเสาร์ ( ออกมาสารภาพ )  เสาร์ที่แล้วคิวเต็ม เลยออกมาเสาร์นี้  ปรากฏว่าเป็นเพราะไม่เชื่อฟังอ.อุบล  และพ่อแม่  ตอนที่อ.อุบลบอกว่าอย่าสาดน้ำกันแรงๆ  สาดใส่หน้าใส่หู  พี่อรก็ไม่ได้ฟัง  ทำให้เกิดอาการหูอื้อ

คุณพี่ตุ้ย สมาทานศีล

 

1.      เคยฆ่าสัตว์ต่างๆ  ทำแท้ง  และทำร้ายจิตใจพ่อแม่  ชิงสุกก่อนห่าม แล้วพ่อแม่มารู้ทีหลัง 

 

2.      ขโมยเงินพ่อแม่  เอาไปเที่ยว  เลี้ยงเพื่อนฝูง  ผิดหนี้สงฆืเอาของพระกลับบ้านโดยพระที่มอบ            ให้นั้นเป็นญาติ  แต่ไม่ได้ผ่านมติสงฆ์

 

3.      ชิงสุกก่อนห่าม  มีกิ๊ก และได้เสียกัน  ผลทำให้ลูกดื้อ

 

4.      โกหก กะล่อน ปลิ้นปล้อน  ตอแหล  ทุกอย่างเลย  และยังเคยโยนความผิดให้ลูก  ว่าลูกขโมย           เงินไป  นินทาคนนู้นคนนี้ 

5.      ดื่มเหล้า  เบียร์  ของมึนเมา  ทำตู้สล็อต  ขายหวย  พนันบอล  เปิดบ้านให้เช่า ทำบ่อน  ผล                 ทำให้แม่เป็นมะเร็งตับ  และถุงลมโป่งพอง

   คุณป้าติ่ม

ออกมาขอบพระคุณสิ่งศักดิ์สิทธ์  เรื่องเท้าที่เป็นแผลเรื้อรัง 30 กว่าปี  โดยอาการนั้นมีเม็ดใสๆ ขึ้น เกิดอาการคัน  ตอนนี้หายเป็นปรกติแล้ว  สาเหตุท่านอาจารย์ว่า เป็นเพราะใช้เท้าเดินไปทำสิ่งที่ผิด สิ่งที่ไม่ดี  พร้อมออกมาขอขมาที่แอบชอบพี่สิทธ์  และจีบไปแล้ว  แต่พี่สิทธ์ไม่เล่นด้วย

   คุณป้าเทิง

 

ออกมาขอมาที่เชื่อคำพูดท่านอาจารย์อุบลบ้าง ไม่เชื่อบ้าง  และยังเคยทำผิดเปิดวาวน้ำทิ้งไว้โดยรู้เท่าไม่ถึงการ  ทำโดยไม่รู้ตัว  ตอนกลางคืนได้ยินเสียงน้ำ  แต่ก็ไม่ได้ฉุกคิดอะไร  ทำให้เสียน้ำโดยใช่เหตุ 

 

สมาทานศีล

 

1. ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต  มี เป็ด 4 ไก่ หมา 1 เลี้ยงปลาสลิดขาย 

 

2.  สมัยเด็กนั้นเคยขโมยข้าวสารตายายไปขายเอาเงิน  แถมยังเคยขโมยตังครู

 

4 . นินทา  พูดสวนพูดแทรก  

5.  ดื่มสุรา  เหล้าเบียร์กับเพื่อนหลายครั้ง  เกือบทุกวัน  โดยโทรชวนเพื่อนมาดื่มกันที่บ้าน  เล่นไพ่              ป็อกเด๊ง

 คุณพี่อร  อุ่นศรี 

 

ขอขมาเรื่องที่เห็นของในวิหารตั้งดูรก  ทำให้เอาไปเก็บที่อื่น  อันที่จริงมีเจตนาดี  แต่กลับบไปบ้าน  ปรากฏว่าทำอาหารอยู่แล้วน้ำมันเกิดระเบิดใส่แขน  ทำให้พอง   อ.อุบลเมตตาบอกว่าของพวกนั้นเป็นของที่เตรียมไว้เมื่อเกิดภัยพิบัติ  คือจะให้เราทุกคนเข้ามาหลบภัยในนี้  เลยต้องมีอาหารการกิน ขนมนมเนย  และสิ่งของจำเป็นต่างๆ  ซึ่งกรที่พี่อรออกมาครั้งนี้ถือว่าเป็นเรื่องดี  เพราะว่าเราอาจจะลืมสิ่งเหล่านี้ไปบ้างแล้ว  เพราะประมาทไม่สนใจ  ไม่ได้ตรวจเช็ค 

อาจารย์ยังเมตตาบอกอีกว่า  คนที่จะได้ไปอยู่ในยุคใหม่นั้นต้องเป็นผู้ที่ผู้อื่นพึ่งได้  ไม่ใช่คอยพึ่งแต่ผู้อื่น  และจะต้องเป็นผู้ที่รักษาศีล 5 และเป็นพระอริยเจ้าเท่านั้น 

  พี่พจน์  แฟนพี่ก๊อต 

 

ขอขมาองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  พระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  และท่านอ.อุบลเรื่องที่จิตคิดแว๊บ  คิดสิ่งไม่ดีกับท่านอาจารย์   อย่างนู้นอย่างนี้บ้าง  โดยเฉพาะคิดไม่ดีในส่วนของเรื่องเกี่ยวกับเพศ นั่นก้เป็นเพราะผิดศีล ข้อสามมากที่สุด  จิตคิดแต่เรื่องนี้  อาจารย์ท่านเลยเมตตาบอกว่าคนที่จะทำอย่างนี้ได้ก็ต้องเป็นผู้ที่ผิดศีลมาแล้วทุกข้อ  ข้อไหนทำมากจิตก็จะคิดมากเรื่องข้อนั้น  รูปแบบนั้นๆ 

และมาขอบพระคุณท่านอ.อุบลที่ตั้งแต่รู้จักบ้านสวนพีระมิด  และได้มาที่นี่  ก็เหมือนได้เริ่มต้นชีวิตใหม่  เหมือนมีแสงสว่างมานำทาง  ชีวิตเริ่มเห็นแสงสว่าง 

พี่เบลล์ 

ขอขมาต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  และท่านอ.อุบล  โดยมีจิตคิดแว๊บขึ้นมา  ส่วนตัวเองนั้น  ส่วนใหญ่ก็ผิดศีลด้านมโนกรรมมาก ( ความคิด )  โดยเฉพาะข้อสาม  การแก้ไขไม่ให้จิตคิดไม่ดีอย่างนี้  อ.อุบลเมตตาบอกว่า  ต้องอุทิศบุญให้แก่พระเทวทัตและพระเจ้าอชาติศัตรูและยังต้องขอขมาต่อพระพุทธองค์  และทุกๆ ท่าน  

พี่ญาญ่า 

ออกมาเพื่อพี่ชายของเธอที่เสียไปโดยเฉพาะ  และต้องการให้ชีวิตพี่ชายของเธอเป็นธรรมทนาแก่ทุกๆท่าน  โดยเมื่อก่อนนั้นพี่ชายของเธอติดยาเสพติด  เลิกไม่ได้   เมื่ออยากยาก็จะอะลาวาด  ทำร้ายผู้อื่น  โดยเฉพาะตัวเธอ   หลังจากบำบัด  พี่ของเธอก็กลับมาทำตัวดีขึ้น  แต่  ว่าไปติด  เหล้าและบุหรี่แทน  เมื่อเวลาร่วงเลย  อาการของพี่เธอก็เริ่มที่จะหนักขึ้น  เริ่มไอบ่อยครั้ง   ทำให้สุกท้ายนั้นพี่ของเธอก็เสียชีวิตเพราะเส้นเลือดในสมองแตก 

คุณป้ากอบแก้ว

ขอขมาเรื่องที่เคยเถียงงท่านอ.อุบลถึงสาเหตุที่ท่านเมตตาบอกว่าทำไมตนเองถึงเป็นโรคนอนไม่หลับ  เพราะว่าใช้เด็กให้ทำงานเกินเวลา  ทั้งที่ใจจริงนั้นเขาอาจจะอยากกลับไปพักผ่อนที่บ้าน  แต่ก็ใช้เค้าทำงานต่อ  เพราะว่าต้องเร่งทำงานให้เสร็จตามกำหนด  พร้อมทั้งยังสารภาพเรื่องที่เสียภาษีไม่เต็มอัตรา  แต่ปัจจุบันนี้เสียเต็มอัตราแล้ว  อ.อุบลยังเมตตาบอกอีกว่าถ้าคนไทยทั้งดลกนั้นเสียภาษีกันต็มอัตราทุกคน  ประเทศไทยจะเจริญก้าวหน้ามากกว่านี้  และทำไมอเมริกาถึงรุ่งเรือง  ก็เพราะว่าคนของเขาสียภาษีกันเต็มๆ ทุกคน  แถมยังให้ ทิปกัน  หมือกับเป็นการใส่บาตรวิรทะโยด้วย  วันรุ่งขึ้นผมยังได้ยินมาแว่วๆ  จากคุณกอบแก้วว่าเมื่อคืนนั้นนอนหลับ  ยินดีด้วยนะครับ ที่สามารถเลิกกินยานอนหลับได้  และยินดีที่ได้หลับเต็มอิ่มด้วยนะครับ     

เข้าสู่บรรยากาศการปิดขุมนรก 

ก่อนปิด ท่านอาจารย์ให้พวกเราได้เห็นตัวอย่างของคนที่เกิดอุบัติเหตุพราะเนื่องจากเมา  หรือยุ่งเกี่ยวกัยของมึนเมา ทั้งหลาย   โดยตัวอย่างที่เด่นชัดที่สุดก็คือ กรณีของพี่ท๊อป  ซึ่งสมัยอยู่มหาลัยนั้นได้ไปเที่ยวกลางคืนกับเพื่อน และยังมีการดื่มกันอีก  พอเมาได้ที่ก็พากันกลับ  ระหว่างทางนั้นเกิดอุบัติเหตูรถตกคลอง  ทำให้มีผู้บาดเจ็บสองรายคือพี่ท๊อปและเพื่อนอีกหนึ่งคน  โดยพี่ท๊อปนั้นมีอการหนักสุด  โดยเกิดอาการลมรั่วออกจากคอหอย  หมอทำการสแกนแล้วแต่ก็ไม่สามารถมองเห็นแผลได้  ทำให้หมอกลุ้มใจเป็นอย่างมาก  พร้อมทั้งอาการหนักถึงขนาดคุณหมอโทรมาบอกท่านอ.อุบลว่าต้องทำใจ  เพราะพี่ท๊อปจะตายในคืนนั้น   อาจจะไม่รอดถึงตอนเช้า  แต่ก็รอดถึงตอนเช้า  กรณีนี้ท่านอาจารย์เมตตาบอกเลยว่าเป็นจุดเรื่อมต้นของการเปิดบ้านสวนฯ เพราะว่าพระพุทธองคืต้องการให้ท่านอ.อุบลช่วยปลดหนี้กรรม  และช่วยเหลือคนอื่น  เหมือนกับที่ช่วยพี่ท๊อป  บ้านสวนฯถือกำเนิดเกิดขึ้น  

เข้าสู่พิธี 

 

ศีลข้อนี้ผมจำได้ค่อนข้างแม่นว่าเคยทำอะไรๆ มาบ้าง  ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะมีจำนวนไม่มาก  จึงสามารถจำได้แม่น  ก็มีการดื่มกับเพื่อนไม่กี่ครั้ง  พร้อมทั้งยังเคยลองสูบบุหรี่  แต่ไม่รู้ว่าสูบไปเพื่ออะไร  ดีนะเนี่ยที่ไม่ติด  แล้วก็ยังคยเล่นไพ่  แบบมั่ว  ดีนะเนี่ยที่เล่นไม่เป็นอีกเช่นเคย  

 

พอเริ่มพิธีนั้นตัวเองก็คล้อยตามท่านอาจารยืทุกอย่าง  รวมถึงพยายามนึกถึงสิ่งที่ตนเองเคยกระทำผิดข้อนี้มา ทุกอย่างเท่าที่จะจำได้  ครั้งแรกที่ท่านอาจารย์สาธุนั้นยังไม่ค่อยรู้สึกอะไร   แต่ครั้งที่สองนั้นรู้สึกเต็มที่  ขนลุกสุดๆและก็รู้สึกโล่งมากครับ ที่เราได้ปิดขุมนี้     ดีนะครับ ที่ท่านอาจารย์เมตตากล่าวนำ  และยังให้โอกาสรอบสองทำให้ผมได้นึกอะไรที่ลืมๆไปได้มากขึ้น 

ครั้งนี้อาจจะเขียนยาวไปหน่อยนะครับ  เพราะว่าครั้งนี้จดทุกเม็ด    ผ้ามีข้อผิดพลาดประการใดก็ขอโทษด้วยนะครับ    

 

 

 

 

      

  

 

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ณภัทร ภิรมย์รักษ์ (natzfullstep-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-05-28 23:31:18


ความคิดเห็นที่ 1202 (1612818)

 

สวัสดีครับ
ขอนำธรรมทานเมื่อคืนวันเสาร์
ที่ 26 .. 55 มาเล่าให้ทุกท่านฟัง
ดังนี้ครับ
 
ท่านอาจารย์อุบล
ศาสดา (ครู) ที่ใคร ๆ ไม่อาจทักท้วงได้
 
ทำไมคนส่วนใหญ่ที่คิดไม่ดี
คิดปรามาสท่านอาจารย์อุบล
ถึงต้องพบกับความทุกข์ ทรมาน ทั้งกายและใจ
 
ก็เพราะท่านอาจารย์ เป็นครู
ที่นำพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์
อันเปรียบเสมือนตัวแทนของพระศาสดา
มาชี้ทางออก บอกทางเดินที่ถูกต้อง
ให้แก่เราทุกคน เพื่อนำชีวิตไปสู่ความสุข
และเป็นแผนชี้นำเราทุกคนไปสู่พระนิพพาน
 
พระพุทธองค์ทรงเป็นศาสดาที่ใคร ๆ
ทักท้วงไม่ได้ ฉันใด
ท่านอาจารย์ซึ่งเป็นผู้เผยแพร่
พระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์
จึงเสมือน ศาสดาที่ใครไม่อาจทักท้วงได้ฉันนั้น
ทุกคนที่ปรามาสท่านอาจารย์
ก็เปรียบเสมือนปรามาสพระพุทธองค์ด้วย
ซึ่งเป็นกรรมหนัก ไม่ควรปล่อยให้เกิดขึ้นบ่อย
 
ตัวอย่างเช่น
คุณพจน์ และน้องเบลล์
ที่มาขอขมาท่านอาจารย์ เพราะไม่มีความสุข
ต้องทุกข์ทรมานกับจิตทีคิดแว่บ คิดไม่ดี
กับท่านอาจารย์เสมอ
 
นอกจากจิตคิดไม่ดีกับท่านอาจารย์แล้ว
คุณพจน์เคยคิดว่า
คนที่ออกมาสารภาพบาป มาสมาทานศีล
เป็นนักแสดงที่ เตี๊ยม กันมากับท่านอาจารย์
คราวนี้ก็เลยถูกจัดให้เป็นนักแสดงเอง
 
พอเขียนถึงตรงนี้ ก็คิดขึ้นมาได้ว่า
ผมเองก็เคยคิดแบบเดียวกันมาก่อน
ก็เลยต้องเป็นนักแสดงจำเป็นแบบคุณพจน์
ซึ่งตอนที่ออกมาสมาทานศีล
ก็โดนท่านจัดหนัก เรื่องเขียนบรรยายเยิ่นเย้อ
ชอบบรรยายแบบคำพูดที่สวยงาม ใช้ราชาศัพท์
แต่ขาดความศรัทธาอย่างจริงใจ
ต้องรีบปรับปรุงแก้ไขอย่างเร่งด่วน
 
กรณีของน้องเบลล์ ร้ายแรงกว่านั้น
น้องเบลล์นอกจากมีจิตคิดแว่บ
คิดไม่ดีกับท่านอาจารย์เสมอ ๆ แล้ว
ยังมักมีคำหยาบเวลาคิดหรือเห็นท่านเสมอ
(คล้ายกับกรณีป้าติ๋มคนงาม)
นอกจากนี้ก็มักจะเห็นอวัยวะเพศชาย
เวลาที่นึกถึงพระพุทธองค์
 
ซึ่งเกิดจากกรรมที่หมกมุ่นเรื่องเพศเสมอ
แม้จะยังไม่เคยทำจริง แต่ก็เป็นมโนกรรม
ที่เกิดขึ้นตลอด กรรมจึงส่งผลดังกล่าว
 
การที่มีจิตคิดไม่ดีต่อพระพุทธองค์
เห็นภาพที่ไม่ควร เวลาที่นึกถึงพระองค์ท่าน
มันทรมานใจมากครับ
 
ผมเองก็เคยเห็นภาพมือบ้าง เท้าบ้าง
กวาดหน้าพระพุทธรูป หรือ แม้แต่หลวงพ่อ
 
เพราะเคยเป็นสาวกของพระเทวทัตมาก่อน
เพราะพระพุทธเจ้าทรงตรัสอะไร ฟังแต่ไม่ทำ
พระเทวทัต พูดอะไรกลับเชื่อและทำ
จิตหมกมุ่นอยู่กับกามกิเลส อบายมุข
ทั้งที่รู้ว่า ศีล คือ อะไร แต่ไม่รักษาศีล
ทำสมาธิไม่ได้ จนท่านอาจารย์ให้ขอขมา
องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และขอลาออกจาก
การเป็นสาวกของพระเทวทัต
และหมั่นขอพระบารมีนำบุญให้ไปถึง
พระเทวทัต เพื่อให้อนุญาตให้ลาออก
จึงหายจากอาการดังกล่าวครับ
 
คุณสมบัติพิเศษของคนที่มีปัญหาแบบนี้
คือ ผิดศีลแทบทุกข้อ
ส่วนใหญ่ จะไม่ได้ศรัทธาหรือเชื่อฟัง
คำสอนของท่านอาจารย์ 100%
และมักใช้รหัสอ.อุบลช่วยด้วยไม่ได้ผล
เวลาที่มาขอบำบัดอาการเจ็บป่วย
ก็อาจหาย หรือ หายไม่หมด
 
ตัวอย่างเช่น คุณกอบแก้ว
ที่เปิดร้านประกอบและขายดอกไม้สำเร็จรูป
ออกเงินกู้นอกระบบ
และเคยใช้แรงงานคนงานดึก ๆ ดื่น ๆ
โดยคิดเสมอว่าให้โอทีแล้ว คนงานคงพอใจ
จนกรรมรวมตัว เป็นเหตุให้
 
นอนไม่หลับ มานานหลายปีแล้ว
ไปหาหมอ กินยานอนหลับที่หมอให้ก็ไม่หาย
และมีผลข้างเคียงคือ เกิดอาการขี้หลงขี้ลืม
 
คุณกอบแก้วพยายามไปถามคนงาน
ว่าจริงหรือไม่ ซึ่งเป็นการไม่เชื่อฟังท่าน
คุณกอบแก้วออกมาขอขมาท่าน
โดยต้องการหายจากการนอนไม่หลับ
แต่ไม่ได้ดับที่เหตุ ดังนั้นจึงไม่หายขาด
อาจนอนหลับบ้าง ไม่หลับบ้าง
ขึ้นอยู่กับการยอมรับความผิดว่า
ยอมรับความผิดของตนได้มากน้อยแค่ไหน
 
การปรามาสในหลวง
ก็มีผลเช่นเดียวกับปรามาสพระพุทธองค์เช่นกัน
พระองค์ทรงเป็นเนื้อนาบุญที่บริสุทธิ์ของโลก
คนที่ปรามาสท่าน ชีวิตก็จะพบแต่ความทุกข์
ไม่มีความเจริญในชีวิตทั้งตนเองและครอบครัว
 
คุณพจน์เคยปรามาสในหลวงท่าน
ว่าไม่ทรงห้ามคนเสื้อเหลืองเสื้อแดงทะเลาะกัน    
ท่านอาจารย์ได้ให้ข้อคิดว่า
ท่านทรงประชวรอยู่ จะห้ามไหวได้อย่างไร
และตอนที่ขัดแย้งกัน ทะเลาะกัน
ก็ไม่มีใครไปปรึกษาพระองค์ท่าน
 
ท่านอาจารย์เคยสอนว่า
คนเรามักหาผลประโยชน์จากพระองค์ท่าน
อยากได้ยศได้ตำแหน่ง
แต่เวลาพระองค์ท่านลำบาก
กลับไม่มีใครมาช่วยพระองค์ท่าน
 
เดี๋ยวนี้ ผมสังเกตว่า
เวลาที่ได้ยินเพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงชาติ
ยังไม่ค่อยมีใครยืนตรงแสดงความเคารพ
ไม่แสดงถึงความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ กันเลย
 
แต่เวลา เลดี้กาก้า ใส่ชุดว่ายน้ำสวมชฎา
อันเป็นเครื่องสูงของไทยเล่นคอนเสิร์ต
กลับสามารถยืนดูได้เป็นชั่วโมง
ปรบมือแสดงความชื่นชมกันมากมาย
 
นี่มันเกิดอะไรขึ้นในเมืองไทย
ขออภัยที่นอกเรื่องไปหน่อยนะครับ

สัปดาห์หน้าเป็นการปิดนรกขุมที่ 6
เกี่ยวกับการผิดศีลข้อ 3
การเที่ยวกลางคืน และอบายมุขต่าง ๆ
ท่านใดที่มีคุณสมบัติจะไปทัวร์นรกขุมนี้
เช่นเดียวกับผม ไม่ควรพลาด
 
ท่านอาจารย์เมตตาเตือนว่า
ท่านที่ต้องการปิดนรกจะต้องมาใช้แรงกาย
ทำบุญตั้งแต่ช่วงกลางวัน เพื่อให้มีบุญที่เพียงพอ
ให้กับเจ้ากรรมนายเวรที่เค้ามารอรับ
การปิดนรกจึงจะได้ผล อย่าลืมกันนะครับ
 
ผมขอกราบขอบพระคุณ
ท่านอาจารย์และครอบครัว
และเทวดาประจำตัวท่านอาจารย์
และครอบครัวเป็นอย่างสูง
ที่กรุณาให้โอกาสผมได้มาทำบุญที่บ้านสวนฯ
มีโอกาสปรับปรุงตัว แก้กรรม
และกรุณาปิดนรกขุมต่างๆ ให้กับผม
ซึ่งขุมที่ 5 นี้ ผมรับสัมผัสได้ด้วยอาการขนลุกครับ
 
ขออนุโมทนาบุญกับ
ธรรมทานของทุกท่านครับ
ผู้แสดงความคิดเห็น โฆษิต ควรหาเวช (kosit-dot-koanhavej-at-nectec-dot-or-dot-th) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-05-29 03:00:28


ความคิดเห็นที่ 1203 (1612829)
image

มาต่อธรรมทาน

คืนวันเสาร์ที่ 26 พ.ค.นะคะ

ท่านที่ 4 ป้าติ๋ม
"แอบมีใจให้หนุ่มบ้านสวน"


คืนนี้ป้าติ๋มมาสารภาพรักพี่สิทธิ์
แบบไม่บอกใคร

แค่ออกทีวีไปทั่วโลกแค่นั้น
แว่บแรกป้าติ๋มบอกมีคิดชู้สาว
แต่ดูไปดูมา เหมือนลูกชายคนโต
ป้าติ๋มจึงขอกอดเพื่อลาจากกัน

เป็นครั้งสุดท้าย อิๆ
ขออโหสิกรรมซึ่งกันและกัน
ทำเอาพี่สิทธิเขินจน

หน้าแดงทีเดียว
เรื่องราวจบแบบ happy ending

 

ท่านที่ 5 ป้าเทิง
"ป้าเทิงคนใหม่สวยและสาวขึ้น"

ป้าเทิงเดี๋ยวนี้มาบ้านสวน

เกือบทุกสัปดาห์
ป้าแกรักและศรัทธาอาจารย์มาก
จากเมื่อก่อนมีเชื่อมั่งไม่เชื่อมั่ง
โดนทดสอบมาเยอะ
นับถือป้าเทิงตรงที่มาครั้งแรก
ก็ถูกจัดหนักเลยทีเดียว
แต่ป้าก็มีกำลังใจที่เข้มแข็ง
ปรับปรุงแก้ไขตัวเอง
ยืนหยัดจนมาถึงวันนี้
ซึ่งมีอีกหลายท่าน

ที่หากโดนอย่างป้าเทิง
คงโกรธและตัดขาด

จากบ้านสวนไปเลยก็มี
เดี๋ยวนี้ป้าเทิงสวยขึ้น ผอมลง
ไม่โทรม และก็ดูสาวขึ้นด้วย
เป็นผลมาจากการหมั่นมาสร้างบุญ
และเปลี่ยนแปลงตัวเอง
หยุดเหล้า หยุดการพนัน
ในทันทีที่มาบ้านสวน
จนคนรอบข้างประหลาดใจ
อย่างนี้จะไม่ให้เห็น
ความเปลี่ยนแปลงได้อย่างไรคะ


ท่านที่ 6 พี่อร อุ่นศรี
"หวังดีแต่ลืมถาม"

พี่อรมาทำความสะอาดในวิหาร
เห็นไฟแชคยิงแก๊สวางอยู่
จึงคิดเอาเองว่าของแบบนี้
ไม่น่าจะมาอยู่ในวิหารได้
คงมีใครหยิบมาแล้วลืมเก็บก็เป็นได้
จึงคิดจะเอาไปเก็บให้ในครัว
แต่หารู้ไม่ว่าท่าน อ.อุบล
เป็นผู้ให้นำมาไว้ในวิหาร
เพราะหากเกิดภัยพิบัติขึ้นมา
เราจะออกไปไหนไม่ได้
ติดอยู่ตรงไหนก็ต้องอยู่ตรงนั้น
เรื่องนี้พี่อรถือว่าได้ทำความดี
แต่อาจจะลืมถามไปว่า
ทำไมถึงมาวางตรงนี้
หากถามสักนิดก็จะไม่เกิด

ปัญหาดังกล่าวขึ้นค่ะ


ท่านที่ 7 คุณพจน์
"หนูไม่อยากคิดปรามาส"

ขอขมาที่ตัวเองมีจิตแว่บ
เวลานึกถึงท่าน อ.อุบล
มักมีอวัยวะเพศขึ้นมา
ซึ่งสร้างความเจ็บปวด

ให้คุณพจน์มาก
และก็หึงหวงสามีแบบไม่มีเหตุผล
ไม่อยากให้เขาทำผิด
แต่ตัวเองทำผิดได้
ผลที่คิดแบบนี้ทำให้คุณพจน์
กินไม่ได้ นอนไม่หลับ
เป็นทุกข์มากเหลือเกิน
ถ้าเราดับเหตุได้

ชีวิตเราก็จะเป็นสุขขึ้นค่ะ


ท่านที่ 8  น้องเบลล์
"หลับตาลงก็เห็นแต่..."


น้องเบลมีจิตคิดปรามาส
ทุกครั้งที่ทำสมาธิ
ก็จะมีภาพอวัยเพศชาย-หญิง
ขึ้นมาทุกครั้ง
ประกอบกับตัวเอง
มีจิตหมกมุ่นกับเรื่องกาม
คิดหยาบคาย
เห็นดีเห็นงามกับพวกชั่ว
ไปกด like ให้เขา
ดังนั้นในทุกครั้งที่สร้างบุญ
อย่าลืมอุทิศบุญให้พระเทวทัต
และพระเจ้าอชาตศัตรูด้วยนะคะ


ท่านที่ 9 คุณญาญ่า
"วิญญาณพี่ชายฝากสมาทานศีล"

ออกมาสมาทานศีลข้อ 5
ที่รับสื่อจากพี่ชายที่เสียชีวิตไปแล้ว
เมื่อครั้งมีชีวิตได้ติดยาบ้า
บำบัดจนหายก็กลับมากินเหล้าอีก
ผลกรรมทำให้ตัวเองต้องเสียชีวิต
เกี่ยวกับเส้นเลือดในสมองแตก
ชีวิตที่ทำผิดศีลข้อ 5มา
เป็นจริงดังที่พระพุทธองค์สอนสั่งไว้
วิญญาณพี่ชายคุณญา
จึงขอเอาชีวิตที่ผ่านมาของตน
เป็นธรรมทานแก่ผู้ที่ยัง
ใช้ชีวิตผิดๆ ได้เปลี่ยนตัวเอง
เสียแต่วันนี้เถอะค่ะ


ท่านที่ 10 คุณกอบแก้ว
"สำนึกแบบไม่เต็มร้อย"


คุณกอบกุลมีปัญหานอนไม่หลับ
เหตุเพราะได้ให้ลูกจ้างทำโอ
โดยที่เขาไม่เต็มใจ
และปล่อยเงินกู้ ผลจึงเป็นเช่นนี้
ซึ่งคุณกอบกุลมาสารภาพ
โดยบอกว่าสำนึก
แต่คำพูดยังคลุมเครือ
ยังรักษาภาพลักษณ์ของตัวเอง
อย่างนี้โอกาสนอนหลับๆ ตื่นๆ
คงจะยังอยู่ต่อไปนะคะ
หากเราจะสำนึกในกรรมที่ทำมา
ต้องยอมรับโดยสดุดี
ไม่มีห่วงภาพลักษณ์อีกต่อไป
เชื่อว่าเจ้ากรรมนายเวร
ท่านคงรับรู้ได้ และอยู่ที่เค้าแล้ว
ว่าจะยอมรับคำอโหสิกรรม

ของเราหรือเปล่า
เราไม่มีสิทธิต่อรองใดๆ เลยค่ะ

ขอนำธรรมทานทั้งหมด
ไว้เป็นตัวอย่างในการดำเนินชีวิต
ตามรอยองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
หากทำได้ชีวิตของพวกเราคงไม่ต้อง
กลับมาทุกข์ มาเวียนว่ายตายเกิด
กันอย่างนี้อีกแล้วนะคะ
เพราะเวลาย้อนกลับไป

แก้ไขอะไรไม่ได้
หากตอนนี้ยังมีเวลา
ทำวันนี้ให้ดีที่สุดเถอะนะคะ
ขอบคุณค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ตุ้ย ศิริพร โฉมจันทร์ (kondee25121-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-05-29 09:20:58


ความคิดเห็นที่ 1204 (1612847)

            สัปดาห์นี้ งานสร้างองค์พระ มีความก้าวหน้ามาก ซึ่งสัปดาห์นี้พวกเราช่วยกันก่ออิฐซึ่งเป็นโครงสร้างบริเวณช่วงขาทั้งสองข้างของพระองค์ท่านลงมาเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ ต่อไปก็จะเป็นงานโครงสร้างช่วงแขนทั้งสองข้างของพระองค์ท่านครับ พอเห็นองค์พระท่านเริ่มสมบูรณ์ขึ้นมาเรื่อยๆพวกเราก็ยิ่งรู้สึกคึกคักกันมากขึ้น และปลื้มใจเป็นที่สุด ชีวิตนี้จะหาที่ไหนได้ที่จะได้มีโอกาสสร้างพระด้วยมือของพวกเราเอง เริ่มต้องแต่ขุดฐาน ยังมาถึงปัจจุบันนี้ ผมก็ขออนุโมทนาบุญกับอ.อุบล ครอบครัว และญาติธรรมทุกท่านๆด้วยครับ สาธุ

        สัปดาห์นี้ก็มีสีสันไปอีกแบบ คือท่านอาจารย์บอกว่าต่อไปชาวต่างชาติจะมาบ้านสวนฯมากขึ้น อีกทั้งเพื่อเป็นสากล เพื่อช่วยเผยแพร่ธรรมทาน ดังนั้นพวกเราลูกบ้านสวนฯก็ควรจะฝึกพูดภาษาอังกฤษไว้บ้างจะได้สื่อสารกับเขาได้ สัปดาห์นี้เราก็เรยพูดภาษาอังกฤษกันในเวลาทำงาน นำทีมโดย อ.ธนา เป็นทีชเชอร์ของเรา ส่วนตัวผมรู้สึกสนุกและเห็นพี่ๆน้องๆคึกคักและพยายามพูดกันให้ได้ เช่นพี่แหมม่แกจะดูมีความพยายามมาก จะพูดตลอดเวลา เช่น ”  I want อิ อีกคนนึงไม่กันก็คือพี่เหมี่ยว แกก็จะพูดอยู่สองคำ Yes กับ OK ขนาดป้าสมจิตร ซึ่งมักจะเป็นเป้าหมายของพี่ธนา ที่โดนแซวเป็นประจำ แกยังพยายามตอบโต้พูดเป็นภาษาอังกฤษกับเขาเรยครับ พยายามกันต่อไปน่ะครับ พี่ๆป้าๆ  อีกคนนึงลีลาไม่เบาก็คือ ตาโป๊ก ลูกชายลุงบุญ นี่ภาษาปะกิด ก็ได้อยู่ แอบรู้มาว่าแต่ก่อนเคยเป็นไกด์พาฝรั่งท่องเที่ยวอยู่ที่ภูเก็ตครับ....ส่วนผมเองก็ สเน็ก ฟิชๆ ไปเรื่อย...แฮะๆตามฟอร์ม
        ช่วงนี้งานเกษตรภายใต้การนำทีมโดยรัฐมนตรีเกษตรบ้านสวนฯ[อ.พันธ์+ณี] ได้มือดีขาประจำจากพระนครมาช่วย ที่เห็นก็มี พี่โฆษิต ดร.จุ๋ม+จิ๋ม เนี่ยขาประจำ ช่วงนี้หน้าฝนหญ้าขึ้นเยอะเรย พี่น้องครับใครว่างช่วยกันเลมหญ้าที นานๆจะได้กินที แหม่ช่วงนี้หากินอยาก ฮะฮ่า เห็นได้ข่าวว่าตอนนี้ ปลูกมันกันอยู่ ไม่รู้ถึงไหนกันแล้ว.....จารย์พันนนน มาเมาว์ให้ฟังที ถึงไหนกันแล้ววววว 
     เอ่อ...ลืมแจ้งข่าวบุญ มีเจ้าของสนามกอล์ฟ โทษทีครับจำชื่อไม่ได้ แกมาทำบุญถวายรถกระบะเล็ก ให้บ้านสวนฯครับ เห็นว่ากำลัง เลือกรถกอล์ฟอยู่ครับ จะนำมาถวายเช่นกัน ก็ขออนุโมทนาบุญด้วยครับ
    ส่วนการปิดขุมนรกขุม5 นี้ ผมเองก็เคยทำผิดศีลข้อ5 นี้มาเหมือนกันครับ เผลอๆผิดแบบตัวพ่อเรยครับ ทั้งกินเหล้า สูบบุหรี่ เล่นการพนัน  เล่นบอล ทอยเส้น ทั้งสนับสนุน+ส่งเสริมและยินดีด้วยอีก แต่ก่อนมีลูกน้องเยอะครับ เรยพาเลี้ยงเหล้าบ่อย แต่ตอนนี้ไม่ทำแล้วครับ เลิกหมดดด ตั้งแต่มาบ้านสวนฯแหละครับ ระหว่างท่านอาจารย์พาอุทิศบุญ ก็มีอาการปิติ ขนลุก และรู้สึกเย็นไปทั้งตัว คิดว่าขุม5นี้เราปิดได้ล่ะ
     ขอกราบขอบพระคุณอ.อุบลและครอบครัว เทวดาผู้รักษาตัวท่านอาจารย์ทุกๆพระองค์ ที่ได้เมตตาให้โอกาสลูก ในการปิดนรกขุม5นี้ครับ กราบ กราบ กราบ
   สิงห์ป้อม
ผู้แสดงความคิดเห็น กฤษณะ สิงห์ป้อม ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-05-29 10:14:56


ความคิดเห็นที่ 1205 (1612849)

วันเสาร์ที่ 26 พ.ค.55  วันนี้ได้ก่ออิฐสร้างส่วนหน้าขาของพระปฐมบรมธรรมบิดาต่อค่ะ

การใช้คำภาวนาว่า "อาจารย์อุบลช่วยด้วย" ทำให้จิตสงบ และเป็นสุขได้ คำภาวนาเป็นเพียงอุบายที่ท่านให้ใช้เพื่อทำให้จิตสงบ ซึ่งจิตก็จะต้องเข้าถึงฌาณ

ฌาณที่ 1 คือการตัดนิวรณ์ ต่าง ๆ ได้

ฌาณที่ 2 มีอาการปิติ ตัวโยกโคลง ร้องไห้ เป็นอาการที่เกิดขึ้นเอง ควบคุมไม่ได้

ฌาณที่ 3 มีอารมณ์เป็นสุข

ฌาณที่ 4 ตัดสุข มีแต่อุเบกขา ไม่มีความอยากอะไรทั้งสิ้น สงบ ไม่ฟุ้งซ่าน อารมณ์ว่าง ถ้าตายตอนนั้นจะเลือกที่ไปได้แล้วแต่ว่าปรารถนาอะไร สวรรค์ พรหม นิพพาน

พระอริยเจ้าที่พระพุทธองค์ยอมรับ มี 4 ระดับด้วยกัน

1.พระโสดาบัน คือ รักษาศีล 5 บริสุทธิ์ คิดว่าชีวิตนี้เราต้องตาย ยอมรับนับถือพระพุทธเจ้า ต้องการนิพพาน

2.พระสกิทาคามี คือเหมือนพระโสดาบัน แต่มีกำลังใจที่เข้มแข็งกว่า

3.พระอนาคามี  เหมือนทั้ง 2 ข้อ แต่ไม่เสพกาม

4.พระอรหันต์  มีนิพพานเป็นที่ไป

การบวชเป็นพระ ต้องปลดเปลื้องทุกข์ให้ชาวบ้านได้ แต่พระที่เอาเงินชาวบ้านมาใช้ เอาพระเหลืองมาหากิน เรียกว่า สมมุติสงฆ์  หรือนักบวช

การสมาทานศีล ขอบคุณและขอขมา

คุณแมว

1. เคยฆ่าตัวตาย เนื่องจายคิดว่าตัวเองอยู่ไปก็เป็ภาระให้กับคนอื่น และผิดหวังจากการเรียน ฆ่าสัตว์มาทำเป็นอาหาร เตะหมา แท้งลูก (ลูกตายในท้อง)

    การฆ่าตัวตาย จะต้องตกนรกขุมที่ 1  เนื่องจากยังไม่หมดอายุขัย และระหว่างนั้นก็จะเป็นวิญญาณเรร่อน และจะถูกนำไปทำคุณไสย์

2.ขโมยเงินย่า จ่ายเงินซื้อหนังสือน้อยกว่าราคาหนังสือที่เอาไป เนื่องจากต้องการจะแกล้งคนขายที่พูดจาไม่ดี ตอนทำงานก็ทำเอกสารเท็จ ตบแต่งบัญชีให้เจ้านาย เพื่อให้เสียภาษีน้อยลง ทำให้คุณแมวมีอาการคันที่มือ แพ้น้ำยาล้างจาน การโกงภาษีถือว่าเป็นการโกงชาติ โกงแผ่นดิน

ถ้าใครโดนไล่ออกจากงาน เพราะไม่ทำงานที่ผิดศีล พระพุทธองค์บอกว่าจะได้งานที่ดีกว่าเก่า

3.ชอบแหย่ ชอบแซว แต่ไม่ได้จริงจัง

4.โกหกเป็นอาจิณ เพื่อตัดความรำคาญ

5.ดื่มสุราบ่อยมาก ชอบสังสรรค์กับเพื่อน

คุณแมวเป็นเนื้องอกในมดลูก เนื่องจากกรรมจากการฆ่าตัวตาย เจ้าชู้ชอบหว่านเสน่ห์ ที่แท้งลูก

น้องอร มาขอบคุณที่ใช้รหัสอาจารย์อุบลช่วยด้วยแล้วหายจากอาการหูอื้อ เนื่องจากเล่นน้ำสงกรานต์ และสาดน้ำใส่คนอื่นด้วยความรุนแรง สาดเข้าหน้า เข้าหู เข้าตา ซึ่งอาจารย์ก็เตือนแล้ว แต่ไม่เชื่อฟัง และเกิดจากกรรมรวมตัวไม่เชื่อฟังคุณพ่อคุณแม่ด้วย

น้องตุ้ย มาสมาทานศีล

1.เคยฆ่าสัตว์เล็กสัตว์น้อย ทำแท้ง ทำร้ายจิตใจพ่อแม่ โดยการชิงสุก่อนห่าม 

2.ขโมยเงินแม่ไปเที่ยว ไปเลี้ยงผู้ชาย ผิดหนี้สงฆ์ เคยไปทำฉลากสอยดาวทุกปี เวลามีของเหลือ พระก็จะให้กลับมาบ้าน เพราะรู้จักกัน เป็นระยะเวลา 10 ปี ทำให้น้องตุ้ยไม่มีสภาพคล่องทางการเงิน

3.ชิงสุกก่อนห่าม มีกิ๊กประมาณ 10 คน เพื่อหวังจะหลอกเงินเขา แต่ก็ได้แค่เที่ยว กินแค่นั้นเอง บางทีก็โดนเขาหลอกซะเอง

4.โกหกแม่ เอาเงินไปกินไปเที่ยว ทำใบเสร็จค่าเทอมปลอมหลอกแม่ ขโมยเงินน้าไปแล้วโยนความผิดให้ลูก นินทาเจ้านาย เพื่อนร่วมงาน เม้าท์ลูกค้า

5.ดื่มเหล้า ขายเหล้า เปิดตู้ม้า ขายหวย รับแทงบอล

ป้าเทิง ขอขมาที่จิตแว่บ เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง และมาขอสมาทานศีล

1.ฆ่าสัตว์ ไก่ เป็ด ตีหมาตาย เลี้ยงปลาสลิด

2.เคยลักทรัพย์ตอนเด็ก ๆ

3.ไม่มี

4.พูดจาโกหก สอดแทรก

5.ดื่มเหล้ามากมาย ชวนเพื่อนมาดื่มเป็นประจำ

น้องพจน์  พรหมภัสสร ขอขมาจิตแว่บเวลาอาบน้ำ ก็คิดว่าแกว่งเท้าไปโดนหน้าอาจารย์ จิตแว่บว่าอาจารย์มีอาชีพเป็นโสเภณี

คนที่คิดไม่ดีกับอ.อุบล โดยมากจะมีปัญหาชีวิต หรือไม่ก็ผิดศีลมาทุกข้อ ทำไมคิดไม่ดีกับอ.อุบลแล้วมีผลทำให้น้องพจน์เครียด เสียใจ เหมือนตายทั้งเป็น

1.ศาสดาแบบที่ 1 คือศาสดาที่ไม่บรรลุธรรม แต่ไปสั่งสอนศิษย์ ศิษย์ก็ไม่เชื่อฟัง เปรียบเหมือนบุรุษที่เข้าไปหาสตรีที่ถอยหนี

2.ศาสดาแบบที่ 2 คือศาสดาที่ไม่บรรลุธรรม ไปสั่งสอนศิษย์ แต่ศิษย์บรรลุธรรม เปรียบเหมือน ชาวนาที่ละเลยนาของตัวเอง แต่ไปทำนาของผู้อื่น

3.ศาสดาแบบที่ 3 คือ ศาสดาที่บรรลุธรรม ไปสั่งสอนศิษย์แต่ไม่มีใครพ้นทุกข์เลย

4. ศาสดาแบบที่ 4  คือศาสดาที่บรรลุธรรม ไปสั่งสอนศิษย์ ศิษย์ก็บรรลุธรรม พระพุทธองค์กล่าวไว้ว่าเป็นศาสดา(ครู)ที่ใคร ๆ ทักท้วงไม่ได้

ท่านอ.อุบลก็อยู่ในแบบที่ 4 เพราะได้นำธรรมมะที่งดงามของพระพุทธองค์มาสั่งสอนโดยไม่ได้บิดเบือนจากพระไตรปิฎก จึงเป็นศาสดาที่ใคร ๆ ทักท้วงไม่ได้

ฯลฯ

กิจกรรมปิดขุมนรกขุมที่ 5 

หนูได้ผิดศีล คือได้ดื่มเหล้า เบียร์ สปาย (แต่ไม่มากนักเพราะไม่ชอบ) ดื่มตามเพื่อน และเคยขายเหล้า เบียร์ให้พี่สาว เคยซื้อเหล้าให้น้อง ให้แฟนกิน

พิธีปิดนรก ได้น้อมจิตตามท่านอ.อุบล และนึกถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เราเคยทำและขออโหสิกรรมต่าง ๆ เมื่อเสร็จพิธีรู้สึกร่างกายโล่งขึ้นเยอะ มีแสงสว่างเต็มไปหมด

ขอกราบขอบพระคุณท่านอ.อุบล และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่รักษาท่านอ.อุบลและครอบครัวที่ได้ให้โอกาสลูกปิดนรกขุมที่ 5 นี้ด้วยค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น วีรดา อยู่นวล (mamlak-w-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-05-29 10:34:44


ความคิดเห็นที่ 1206 (1612888)

โมทนาบุญกับน้องป้อมที่นำข่าวมาบอกลูกบ้านสวนให้ฝึกภาษาอังกฤษแค่ เยส โน    โอ  เค  

ก็โอแล้วนะน้องป้อม

*********************************************************

โมทนาบุญกับน้องต้น   และทุกท่านค่ะสาธุๆๆ  (  สำนวนโวหารไม่เบาเลยนะน้อง  )

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ๛0™`ตฅ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-05-29 13:54:17


ความคิดเห็นที่ 1207 (1612889)

การปิด บัญชีนรกขุม5 เริ่มจากการสวดมนต์ เสร็จ น้องก๊อต มีคําถามที่เป็นประโยชย์ ว่าด้วยเรื่อง การทําสมาธิโดยใช้ รหัส อ. อ ุบลช่วยด้วย และนึกถึง หน้าท่าน อ. อุบล นั้นเป็นอย่างไร ท่าน อ. จึงเมตตาบอกว่า อันนี้ต้องตามผลดูกันเอง เพราะการภาวนา ต้องใช้สติ จะใช้คํา ใหนก็ได้ พุทโธ นะมะ พะธะ หรือ สัมมาอะระหัง ใครเคยใช้ อ.อุบลช่วยด้วย ภาวนา แล้วมีผลอย่างไร ออกมาเล่าหน่อย ก็มีหลายคน รวมทั้ง อรด้วย  ผลคือ ทําให้จิต ทรงตัวอยู่ได้นานมาก กว่าปกติ ทําให้มีความสุข  และอีกคําถามหนึ่งคือ จะปฏิบัติ ตนอย่างไรเพื่อให้เป็น พระอริยะ ท่าน อ. เมตตาบอกว่า การปฏิบัติของพระอริยะนั้น คือ 1.ต้องเป็นพระโสดาบัน คือมีความเคารพ พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ มีศีล5 ที่บริสุทธิ์ นึกถึง ความตายเป็นอารมณ์ มีนิพพาน เป็นที่หมาย 2.พระสกิทาคามี กําลังใจเข้มข้นกว่า มีจิตสงบ  ไม่ดิ้นรนเรื่องกามตัณหา ไม่สร้างกรรมชั่วเด็ดขาด 3.พระอนาคามี กําลังใจเข้มข้นขึ้นอีก ไม่หลงตัวตน ตัดเรื่องกามออกได้ ต้องการเกิดเป็นชาติสุดท้าย 4.พระอรหันต์  มีชีวิตอยู่ เพื่อเลี้ยงขันห้าร์เท่านั้น หมดสิ้นจากกิเลสตัณหา อุปปาทาน ความโลภ โกธร หลง ได้บริสุทธิ์หมดจด  ไม่ว่าจะเป็น สมมุติสงฆ์ นักบวช หรือชาวบ้านธรรมดา ถ้าปฏิบัติตามคุณสมบัติ ทั้งหมดนี้ได้ ถือว่าเป็นพระอริยเจ้า  กราบขอบพระคุณท่าน อ. อุบล ที่เมตตาสังสอน

ขอเล่าเรื่อง ตนเองขอขมาสิ่งศักสิทธิ์ เรื่องที่คิดหวังดี แต่ไม่ถามก่อน หยิบปืนยิงแก็สไปเก็บที่สต็อก ในองค์พีระมิด ซึ่งสิ่งของทั้งหมด ท่าน อ.เมตตาให้นํามาไว้เพื่อเตรียมพร้อม หากเกิดภัยพิบัติ ท่าน อ.เมตตา บอกอีกว่าการออกมาขอขมา เป็นการกระตุ้นเตือน ให้ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม อยู่เสมอ ถ้าแกนโลกพลิกจริงๆ จะมืดสนิท 7 ราตรี เท่ากับ 56 วัน ในระหว่า่งนั้นจะเกิดฝนพายุ ห่า่ใหญ่มากวาดชําระล้าง ทุกสิ่งทุกอย่าง   พอถึงตอนพิธีปิด นรกขุม5 ท่าน อ. เมตตา ให้น้อมจิตตาม คิดถึงบาปที่ตนเองทํา ดว้ยการผิดศีล ข้อ5 เคยกินเหล้า เบีย ไวร์ กาแฟ เคยซื้อเหล้าให้ผู้อื่นกิน โดยเฉพาะ แม่ตัวเอง ผลกรรม คือ เป็นโรคปวดหัว ขี้หลงลืม ความจําสั่น และมีภาพหนึ่งขึ้นมาเห็นชัดเจน คือได้นําเหล้าบรั่นดี ตั้งไหว้ ถวายให้กับ เสด็จพ่อ ร.5 ในวันที่ 23 ต.ค. มาหลายครั้ง ทําให้รู้สึกสํานึกผิด กราบขอขมาขอโทษต่อ พระองค์ท่าน ด้วยความไม่รุ้ และโง่เขลา กราบขอบพระคุณ พระพุทธองค์ หลวงพ่อฦาษีลิงดํา เสด็จพ่อท้าวเวสสุวรรณ สิ่งศักสิทธิ์ทุกพระองค์ กราบขอบพระคุณท่าน อ.อุบล ทุกพระองค์เมตตาเสด็จลงมาเป็นประทานปิดนรกขุม5 ให้กับลูกหลาน จากนี้ไปลูกขอรักษาศีล5ให้บริสุทธิ์ เพื่อแทนคุณที่พระองค์เมตตาเจ้าค่ะ สาธุ กราบ กราบ กราบ 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อร อุ่นศรี (aon_aunsri-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-05-29 14:05:35


ความคิดเห็นที่ 1208 (1612908)

กิจกรรมภาคกลางคืนมีผู้ถามว่า

ถ้าใช้คำภาวนา อ.อุบลช่วยด้วย ได้ไหม อย่างไร

คนที่เคยใช้แล้วบอกว่า ทำให้สงบ นิ่งเร็วขึ้น อยู่ในสมาธิได้นานชึ้น

ต่อด้วย การสมาทานศีล ขอบคุณ ขอขมา

1.วัยรุ่นคิดเเยะ

คุณแมว สารภาพว่าทำผิดมามากมาย

 กินยาฆ่าตัวตาย ทำแท้ง

 โกงเงินอาซิ้มร้านขายหนังสือที่ตัวไม่ชอบ

 ทำเอกสารเท็จเพื่อเลี่ยงภาษีให้บริษัท

  หว่านคำหวานทางอินเตอร์เน็ทคู่ใจ

  โกหก เพื่อตัดรำคาญ

  ตั้งวงดื่มประจำ และฯลฯ

ผลกรรมจากการผิดศีล 5 ข้อ พอกรรมรวมตัวกันทำให้

มีเนื้องอกในมดลูก

มือเป็นแผลเลือดออกซิบๆ

โดนหลอก และไม่ค่อยมีคนเชื่อถือในคำพูด-

------------------------------

คุณแมวนอกจากจะทำอาหารหน้าตาดีๆ รสอร่อย

แล้วยังช่วยรีดผ้าให้ท่านอาจารย์ ทำให้แผลที่มือดีขึ้นเยอะเลย

นอกจากนี้ย้งช่วยแบ่งเบาภาระท่านอีกตั้งหลายอย่าง

----------------

คนไทยเลี่ยงภาษีกันจัง

อันนี้เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้คนเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง ไตวาย หัวใจ ความดัน มะเร็ง ฯลฯ

ได้รับความเจ็บปวด ทรมานร่างกาย

หมดสิ้นเงินทองค่ารักษามากมาย บางรายแทบสิ้นเนื้อประดาตัว

หมดมากกว่าเงินภาษีที่โกงชาติซะอีกแน่ะ

ถ้าไม่โกง หรือเลี่ยงภาษี

ก็จะไม่เจ็บป่วยทรมานด้วยโรคร้ายหร้อก

เปลี่ยนมาช่วยชาติเหอะ มีศักดิ์ศรีกว่าเยอะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ภิญญลักษณ์ เลิศอัครศักดิ์ (pin_akaras-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-05-29 15:49:40


ความคิดเห็นที่ 1209 (1612914)

2.น้องออน คนสวย

หู้อื้อมาหลายวันหลังจากเล่นน้ำสงกรานต์กับชาวบ้านสวนฯ

พอหายอื้อก็โดนตัว แมลงกัดซ้ำอีก

เจ็บหูและหูลั่น ไม่หาย

ใช้รหัส อ.อุบลช่วยด้วย ทำให้หายเจ็บ หายลั่น

 แล้วยังขอให้ได้รู้ว่า เกิดจากสาเหตุไร

คืนนั้นเลยฝันว่าได้คุยกับท่านอาจารย์

และท่านบอกว่าให้มาคุนกันในวันเสาร์

เสาร์ที่ผ่านมาท่านก็เลยเมตตา ไขข้อกังขาว่า

เพราะเราสาดน้ำไปเข้าหูคนอื่น เราก็เลยโดนมั่งไง

พอหายอื้อแล้ว เบื้องบนท่านก็เลยสั่งสอนต่ออีกนิด

ให้แมลงเข้าไปกัดด้วย จะได้จดจำเป็นบทเรียนอย่างดี

----------------------

การทำให้คนอื่นได้รับความทุกช์ จะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม

เราเองย่อมได้รับผลจากการกระทำนั้น เช่นกัน ไม่ช้าก็เร็ว

การพิจารณาศีล 5 บ่อยๆช่วย ไม่ให้เราเบียดเบียนคนอื่น

ผู้แสดงความคิดเห็น ภิญญลักษณ์ เลิศอัครศักดิ์ (pin_akaras-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-05-29 16:11:42


ความคิดเห็นที่ 1210 (1612917)

3.น้องตุ้ย ครีเอทีฟสาวอารมณ์ดี

สารภาพหมดใจ เพราะอดีตทำไม่ดีมาสุดๆ

 รักแมว แต้ต้องทำร้ายเค้าทางอ้อม

 ทำร้ายจิตใจพ่อแม่หลายอย่าง

 จิ๊กเงินพ่อแม่ ปรนเปรอผู้ชาย

 ชิงสุกก่อนห่าม

 โกหกแล้วโยนความผิดให้ลูก

  เล่นหวย เขียนหวย เป็นเจ้าของตู้ม้า ตู้พนัน ครบเครื่องเรื่องการพนัน 

   ตอนนี้เลิกหมดแล้ว

ผลกรรม

ต้องเลิกร้างกับสามี ลูกชายดื้อมากๆ พูดหยาบ แม่ป่วยด้วยโรคร้าย เรื้อรัง ขาดสภาพคล่องทางการเงิน ฯลฯ

---------------------

น้องตุ้ย อารมณ์ดี มุ่งมั่นมาสร้างบุญที่บ้านสวนอย่างต่อเนื่อง

ทำงานได้ทุกรูปแบบ ไม่มีเกี่ยงงอน

จับมีด จอบ ควงตะหลิว ผสมปูน ทำมาหมด

ที่สำคัญ สร้างนักแสดงดังๆ มาหลายคนแล้วด้วย

โมทนาบุญกับน้องตุ้ยด้วยค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ภิญญลักษณ์ เลิศอัครศักดิ์ (pin_akaras-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-05-29 16:30:07


ความคิดเห็นที่ 1211 (1612968)

 ดิฉัน  นส. กัญญาภัค  สีกอง ( ส้ม ) ได้ไปร่วมทำบุญด้วยแรงกาย และ ร่วมปิดบัญชีนรกขุมที่ 5 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มาร่วมปิดบัญชีขุมนรก ที่รู้สึกประหลาดใจคือตอนที่ก่อนจะสวดมนต์ พอคุณพี่ธนา บอกลำดับการสวดมนต์ มีบทคาถาบูชาท่านท้าวเวสสุวรรณ ซึ่งเป็นบทที่เพิ่งหัดท่องก่อนไปปิดขุมนรกครั้งนี้ไม่กี่วันแบบตั้งใจว่าต้องท่องให้ได้ ก็คิดแปลกใจเพราะเปิดดูเว็ปไซด์มาตั้งหลายเดือนไม่เคยคิดจะท่อง

ขอสมาทานศีลข้อ 5 ที่เคยทำผิดศีลมา คือ 1. เคยหัดกินเบียร์ตั้งแต่อายุได้ 17 - 18 ปี  นั่งกินกับพ่อแม่ด้วย ไม่เคยคิดว่าผิด เพราะ พ่อกับแม่ก็กิน และก็กินมาเรื่อยๆ แต่ไม่ถึงกับเมา แค่มึนๆก็เลิกกิน จนได้มาเลิกตอนอายุได้ 24 - 25 ปี ไม่รู้ว่าทำไมว่าถึงอยากเลิก แต่ก่อนเลิกก็ตั้งใจกินจนเมาเพื่อให้รู้ว่าเมาแล้วเป็นยังไง นับจากนั้นไม่เคยกินเบียร์อีก  จนมาได้กินเหล้า    เชี่ยงชุนและเหล้าขาวผสมกับยา ตอนคลอดลูกทั้ง 2 คน เพราะคิดว่าจำเป็นต้องกิน

2.เคยขายเหล้าแดง , เหล้าขาว , เชี่ยงชุน , เบียร, , บุหรี่ , สปาย , ยาเส้น 

3.เคยซื้อเหล้า เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์  บุหรี่ ใ้ห้กับญาติ  พี่น้อง  ลูกค้า

ผลของการผิดศีล    ทำให้เป็นคนขี้ลืม 

สัมผัสที่รู้สึกตอนทำพิธีปิดบัญชีขุมนรก ไม่แน่ใจว่าใช่หรือไม่นะค่ะ  คือเหมือนเกิดแสงวาบสีขาว แล้วรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ค่อยออก กระอักกระอ่วนในท้องเหมือนจะอาเจียน

ขอกราบขอบพระคุณองค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า , สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ ณ บ้านสวนพีระมิด , เสด็จพ่อท่านท้าวเวสสุวรรณ และท่านอ.อุบลที่กรุณาลูกในการปิดบัญชีขุมนรกขุมที่ 5 เจ้าค่ะ  กราบ...กราบ...กราบ 

ผู้แสดงความคิดเห็น กัญญาภัค สีกอง (kanyapark-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-05-29 21:25:46


ความคิดเห็นที่ 1212 (1612975)

 ขออนุโมทนากับธรรมทานจากทุกท่าน

ที่ได้มาเล่าบรรยากาศ  เหตุการณ์

และความคืบหน้าในงานบุญสร้างพระ  ทำให้ผู้ไม่มีโอกาสไปร่วมปิดขุมนรก

อย่างเรา ๆ  อ่านจนเพลินเลย  พร้อมกับคิดตาม  อย่างนี้เราก็ทำ

อย่างนั้นเราก็ทำ  บางอย่างเราลืมไปแล้ว  แต่ได้มาอ่านจากธรรมทาน

ทำให้เราคิดได้มากขึ้น สาธุ  สาธุ  สาธุ

     สำหรับตัวเองทำผิดศีลข้อ  5  คือ  เคยกินยาจีนที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์  กินเหล้าครั้งหนึ่ง (ลองดู) 

ตอนเด็กช่วยที่บ้านขายเหล้า  เบียร์  บุหรี่ ให้เงินผู้อื่นไปซื้อเหล้า  เวลามีงานเลี้ยงจะดูแลเรื่องอาหารและเครื่องดื่ม

จัดหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาบริการ  และบางครั้งแอบผสมเหล้าในน้ำหวานให้ผู้อื่นทาน (แกล้งคนอื่น) 

แต่ตอนนี้เลิกหมดทุกอย่างแล้ว  และขอรักษาความดีนี้ให้ดีตลอดไป

    กราบขอบพระคุณเทวดาประจำตัวท่านอาจารย์อุบล    อาจารย์อุบลและครอบครัว

และญาติธรรมทุกท่าน  ที่ช่วยให้ผู้ด้อยโอกาส  ได้มีโอกาสได้น้อมจิตน้อมใจ  ขอขมาต่อพระพุทธองค์

และเจ้ากรรมนายเวร  กราบ  กราบ  กราบ

ผู้แสดงความคิดเห็น ฉวีวรรณ นภาพรรณราย (ตาล) (cha2508-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-05-29 21:59:34


ความคิดเห็นที่ 1213 (1612981)

 ขออนุโมทนากับธรรมทานของทุกๆท่านนะครับ

การปิดนรกขุมที่5 ซึ่งเกี่ยวกับการดื่มของมึนเมาทำให้เสีย และขาดสติ โดยส่วนตัวเคยดื่มเหล้า และของมึนเมา เคยยุยงส่งเสริมให้คนอื่นดื่มเหล้า และของมึนเมา และยังเคยเห็นดีเห็นงามเมื่อผู้อื่นดื่มเหล้าและของมึนเมา เรียกได้ว่าผิดเต็มๆเลยครับ 

โดยขณะที่ท่านอาจารย์นำปิดขุมนรก มีอาการปิติคืออาการขนลุก โดยเบสมีความรู้สึกดีใจมากที่ได้ปิดนรกทั้ง 5 ขุม ซึ่งตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะไม่กลับไปทำสิ่งที่ผิดอีกเป็นอันขาด 

ผู้แสดงความคิดเห็น พัฒนพงศ์ ปรับโตวิดโจโย (sarinalich-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-05-29 22:40:36


ความคิดเห็นที่ 1214 (1612982)

 ขออนุโมทนากับทุกคนที่มาเล่นเหตุการคืนนั้นให้อีกรอบ

ในเหตุการคืนนั้นที่ทำพิธี ปิดขุมนรกขุมที่ 5

ตอนที่อ.อบลทำพิธี ระหว่างทำพิธี มือของผมเหมือนโดนอะไรบางอย่างบังคับอยู่

โดนบังคับให้เหมือนจะยกมือขึ้นระหว่างประนมมือ ควบคุมมือตัวเองไม่ได้

จนกระทั่งจบพิธีก็ยังเอามือลงไม่ได้เลย มือจะค้างอยู่เอาวงไม่ได้เลย

จนจบพิธีไปซักพักถึงจะเอามือลงได้

แล้วก็ได้รู้ปิติ คือขนลุก กับ ร้องไห้

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อาชวินท์ ภิรมย์รักษ์ (achawin-dot-piromrak-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-05-29 22:44:56


ความคิดเห็นที่ 1215 (1613016)

อนุโมทนากับธรรมทาน

จากทุุกๆท่านด้วยนะคะ

 

โดยเฉพาะ น้องณัฐ เราก็คิดๆอยู่ว่า

อาทิตย์นี้ น้องณััฐเขียนได้ยาว

และเนื้อหาก็ละเอียดขึ้นเยอะเลย

 

และแล้วก็มาเฉลยช่วงท้าย ว่าอาทิตย์นี้

น้องเค้าเตรียมพร้อมอย่างดี

แล้วก็จดทุกเม็ด นี่เอง อิอิ

...........................

ส่วนน้องใหม่ในการร่วมบุญ

ปิดขุมนรกอย่างคุณส้ม กัญญาภัค

ก็ยังสัมผัสอาการได้ชัดๆเลยทีเดียว

..........................

เพิ่งรู้จากสิงห์ป้อม

ว่าเด็กอินเตอร์ลูกบ้านสวนฯ

ชวนกัน สปีค อิงลิช ด้วยเนอะ

น่ารักดีออก

.............................

ท่านที่ 10 คุณกอบกุล
"สำนึกแบบไม่เต็มร้อย"

 

เอ่อ คุณหนูตุ้ย

เท่าที่อ่านธรรมทานจากท่านอื่นๆ

ชนิดาว่า น่าจะเป็น

คุณ กรอบแก้ว หรือ กอบแก้ว

มากกว่าป่ะ

 

อ๊ะๆ ให้อภัย ชื่อผิด

แต่เรื่องราว"ถูกต้อง"ก็โอ..แล้ว

 

แต่จริงๆ ชนิดาไม่แน่ใจนะคะว่า

"คนที่มีอาการนอนไม่หลับ"

ที่ทุกๆคนเขียนถึงนี้

ใช่คนเดียวกันกับ

คุณ กรองแก้ว เมธาธนสกุล รึเปล่านะคะ

 

เพราะเห็นคุณ กรองแก้ว

เคยเข้ามาเขียนรายงาน

เกี่ยวกับความคืบหน้า

อาการป่วยของคุณภาคิณอยู่บ้าง

.....................................................

 

แล้วก็อนุโมทนากับทุกๆบุญ

กับทุกท่านด้วยนะคะ สาธุ สาธุ สาธุ

ผู้แสดงความคิดเห็น ชนิดา เชิงสะอาด/CHANIDA ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-05-30 06:27:19


ความคิดเห็นที่ 1216 (1613026)

4.ป้าติ๋ม เท้าเปื่อยหาย

 กล่าวขอบคุณที่แผลเปื่อยที่เท้าเรื้อรังมา 36 ปี รักษายังไงก็ไม่หายซักที ตอนนี้หายเป็นปกติหลังจากมาสร้างบุญที่บ้านสวน 9 คืน 10 วัน โมทนาบุญกับป้าตื๋มค่ะ

นอกจากนี้ป้าติ๋มยังขออโหสิกรรมกับหนุ่มหล่อ ผิวเข้ม - คุณสิทธิ์

ที่ป้าติ๋มเคยปลื้มเกินหน้าเกินตา

จากนี้ไปป้าติ๋มจะเลิกเด็ดขาด

จะรักษาศีล 5 ไม่ให้ด่างพร้อย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อที่ 3

โมทนาสาธุในความตั้งใจดีของป้าติ๋มค๋ะ

----------

5.ป้าเทิง ฟิตแอนด์เฟิร์มขึ้นมาอย่างชัดเจน

ฝ้าที่ลอยเด่นมาแต่ไกลตอนนี้จางหายไปเกือบหมด

หน้าตาผุดผ่องขึ้นตั้งเยอะ

ป้าเทิงขอขมาที่จิตแว่บบ และไม่ค่อยเชื่อมั่นนัก

ตอนนี้เป็นที่รักและรักและศรัทธาท่านอาจารย์มากที่สุดคนนึง

ป้าเทิงเล่าว่าก่อนรู้จักบ้านสวนฯ

จะมีพรรคพวกชวนตั้งวงเหล้าเกือบทุกวัน

กระเช้าของขวัญที่มีเหล้าใส่มาป้าก็ตีตราจองไว้ก่อนคนอื่น

ตอนนี้ป้าเทิงเลิกหมด ตั้งใจรักษาศีล 5 ให้ได้บริสุทธิ์

และบอกพลพรรคที่ร่วมวงด้วยว่า เลิกแล้วค่ะ

โมทนาสาธุกับป้าเทิงค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ภิญญลักษณ์ เลิศอัครศักดิ์ (pin_akaras-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-05-30 08:53:04


ความคิดเห็นที่ 1217 (1613036)

น้องตุ้ย อารมณ์ดี มุ่งมั่นมาสร้างบุญที่บ้านสวนอย่างต่อเนื่อง

ทำงานได้ทุกรูปแบบ ไม่มีเกี่ยงงอน

จับมีด จอบ ควงตะหลิว ผสมปูน ทำมาหมด

ที่สำคัญ สร้างนักแสดงดังๆ มาหลายคนแล้วด้วย

โมทนาบุญกับน้องตุ้ยด้วยค่ะ
 
ผู้แสดงความคิดเห็น ภิญญลักษณ์ เลิศอัครศักดิ์ 

**************

 

โฮ้ อ่านคห. พี่ศรีแล้วคันศีรษะ
ขึ้นมาตงิดๆ ค่ะ
เพราะรู้ตัวเองเลยค่ะว่า
ยังไม่ดีได้ขนาดนั้น
บางทีตุ้ยก็มีอารมณ์ขี้เกียจ
เกี่ยงงอนเหมือนกัน
และหลังจากได้สมาทานศีลวันนั้น
มองเห็นความชั่วตัวเอง
ขึ้นมาเยอะแยะมากมาย
แล้วยิ่งคิดว่านี่ทำไม
ความชั่วเรามันเยอะขนาดนี้

ส่วนเรื่องนักแสดง
มีหลายท่านที่เป็นคนลงมือทำจริงค่ะ
ตุ้ยแค่เป็นส่วนร่วมหนึ่งเท่านั้นเอง
และเชื่อว่าลูกบ้านสวนอีกหลายๆคน
หากมีโอกาสก็สามารถ
ทำได้อย่างที่ตุ้ยทำค่ะ
เพียงแค่ว่าแต่ละท่านนั้น
ยังอาจเคอะๆ เขินๆ
หรือขอเป็นผู้สังเกตการณ์ก่อนดีกว่า

แต่อย่างไรก็ต้องขอขอบคุณพี่ศรี
มา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ  แหะๆ

------------------------------

ท่านที่ 10 คุณกอบกุล
"สำนึกแบบไม่เต็มร้อย"


เอ่อ คุณหนูตุ้ย

เท่าที่อ่านธรรมทานจากท่านอื่นๆ

ชนิดาว่า น่าจะเป็น

คุณ กรอบแก้ว หรือ กอบแก้ว

มากกว่าป่ะ
ผู้แสดงความคิดเห็น ชนิดา เชิงสะอาด

****************

ก่อนอื่นต้องขอบคุณพี่ชนิดามากๆ ค่ะ
ดูซิ เขียนไปตั้งหลายวันแล้ว
แถมตอนตรวจก็ว่าไม่มีตรงไหนผิดแล้วนา
แต่ก็ผิดจนได้
ที่ถูกต้องคือ คุณกอบแก้วค่ะ
คุณกอบแก้วเป็นพี่สาว
ของคุณกรองแก้วค่ะ
ก่อนอื่นต้องขออภัยคุณกอบแก้ว
มา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ ที่เปลี่ยนชื่อให้ใหม่ แหะๆ
และต้องขอบคุณพี่ชนิดาอีกครั้งค่ะ
ทีช่วยกู้หน้าเอาไว้ได้อิๆ
ตอนนี้แก้ไขให้ถูกต้องแล้วค่ะ
ขอบคุณค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ตุ้ย ศิริพร โฉมจันทร์ (kondee25121-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-05-30 10:00:01


ความคิดเห็นที่ 1218 (1613051)

ตุ้ยแค่เป็นส่วนร่วมหนึ่งเท่านั้นเอง
และเชื่อว่าลูกบ้านสวนอีกหลายๆคน
หากมีโอกาสก็สามารถ
ทำได้อย่างที่ตุ้ยทำค่ะ

----------------------

น้องตุ้ยเนี่ยยถ่อมตัวจริ๊งๆ

เหมาะสมกับชาวศิวิไรซ์เลย

ผู้แสดงความคิดเห็น ภิญญลักษณ์ เลิศอัครศักดิ์ (pin_akaras-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-05-30 11:29:52


ความคิดเห็นที่ 1219 (1613110)

6.คุณอร อุ่นศรี กระตุ้นการเตรียมความพร้อม

สัปดาห์ที่แล้วคุณอรไปทำความสะอาดบนวิหาร

เห็นมีขนม นมเนย และอุปกรณ์บางอย่าง

จึงทยอยนำออกไปเพื่อเก็บให้เข้าที่เข้าทาง

เผอิญเจอสิงห์ป้อมซะก่อน สอบถามได้ความว่า

ท่านอาจารย์สำรองไว้ เตรียมความพร้อมรับภัยพิบัติ

ทำให้อีกหลายๆคน ฉุกคิดถึงความพร้อมของตัวเองบ้างแล้วแหละ

ผู้แสดงความคิดเห็น ภิญญลักษณ์ เลิศอัครศักดิ์ (pin_akaras-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-05-30 14:10:35


ความคิดเห็นที่ 1220 (1613116)

7.น้องพจน์+น้องก็อต

น้องพจน์จิตแว่บบ คิดไม่ดีกับท่านอาจารย์

จึงมาขอขมาและขอดับเหตุ

ท่านอาจารย์เมตตาบอกว่า

เพราะไม่เคารพเชื่อฟังพระพุทธเจ้า

จึงทำผิดศีลครบ 5 ข้อ

น้องทั้งสองเคยขายเหล้า บุหรี่ ตอนนี้ เลิก

กำลังหาทางเลิกขายยาฆ่าแมลงอีกด้วย

และเคยใช้รหัส อ.อุบลช่วยด้วย

ช่วยเรียกลูกค้า ทำให้รายได้ต่อวันเพิ่มขึ้นมากมาย

ผู้แสดงความคิดเห็น ภิญญลักษณ์ เลิศอัครศักดิ์ (pin_akaras-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-05-30 15:05:42


ความคิดเห็นที่ 1221 (1613119)

8.น้องเบลล์ จิตตก

คิดหมกมุ่นแต่เรื่องเพศ

พอทำสมาธิทีไรก็จะมีอวัยวะเพศลอยเด่นขึ้นมา

ต้องขอขมาพระพุทธเจ้า และสิ่งศักดิ์ทุกๆพระองค์

พร้อมถวายบุญแก่พระเทวทัตด้วย

---------------------------

9. น้องญาญ่า ทำแทนพี่ชาย

เอาชีวิตพี่ชายมาเป็นธรรมทาน

พี่ชายติดยาบ้า ถึงขั้นทำร้ายผู้คน

แต่พอเลิกยาได้ดูเหมือนชีวิตน่าจะดีขึ้น

กลับไปติดเหล้าอีกจนงอมแงม

หลายโรคร้ายรุมเร้า ทรมานปวดหัวแทบระเบิด

ในที่สุดต้องจบชีวิตลงด้วยเส้นเลือดสมองแตก

ผู้แสดงความคิดเห็น ภิญญลักษณ์ เลิศอัครศักดิ์ (pin_akaras-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-05-30 15:24:45


ความคิดเห็นที่ 1222 (1613121)

10. พี่กอบแก้ว

เป็นโรคนอนไม่หลับ ต้องกินยานอนหลับก่อนทุกคืน

ท่านอาจารย์เมตตาบอกถึง 2 สาเหตุ

ตอนนี้พี่เค้ายอมรับเรื่องออกเงินกู้

แต่ยังไม่ยอมรับเรื่องการให้เด็กคนงานทำงานกลางค่ำกลางคืน

สำหรับบางคนการได้รับเงินค่าล่วงเวลาทำให้มีเงินใช้จ่ายมากขึ้น

แต่กับบางคนที่เหนื่อยล้ามากแล้ว และต้องการพักผ่อน

แต่ยังต้องฝืนทน เบิกตา ทำหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ

อันนี้แหละที่ทำให้พี่กอบแก้วหลับตาไม่ลง......

โอ้โห ตาต่อตา ฟันต่อฟัน กฏแห่งกรรมยุติธรรมที่สุด

ผู้แสดงความคิดเห็น ภิญญลักษณ์ เลิศอัครศักดิ์ (pin_akaras-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-05-30 15:38:22


ความคิดเห็นที่ 1223 (1613125)

ที่นี้มาถึงนาทีปิดขุมนรกที่ 5

พอนึกไปนึกมาเราก็มีไม่น้อยนะ

เคยริอ่านสูบบุหรี่ กินเหล้า เบียร์ ไวน์

ตอนเด็กๆก็เคยเล่น ไพ่ น้ำเต้า ปู ปลา ฯลฯ

การพนันเกือบทุกชนิดที่สมัยนั้นเค้าเล่นกัน

ทั้งเป็นคนเล่นและเป็นเจ้ามือเองด้วย

ซื้อล็อตเตอรี เล่นหวย ซ้ำยังเขียนหวยอีกต่างหาก

ระหว่างพิธีไม่ได้รับสัมผัสใดๆที่ชัดเจนนัก

พยายามน้อมจิตตามท่านอาจารย์

ที่พาเราออกจากขุมนรกนี้

กราบขอบพระคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกพระองค์ ท่านอาจารย์และครอบครัวที่เมตตาลูกหลานค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ภิญญลักษณ์ เลิศอัครศักดิ์ (pin_akaras-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-05-30 15:53:08


ความคิดเห็นที่ 1224 (1613164)

ธรรมทานโดนใจ ค่ำคืน 26 มิย. 55 วันปิดนรกขุม 5
คำสารภาพบาปของผู้มีมโนกรรมทางลบ
ป้าติ๋ม เคยทำผิดศีลข้อ 3 มามาก ทำให้มีจิตอกุศล คิดถึงของต่ำเวลากราบพระ วันนี้ก็เจอคุณพจน์อีกราย ร้องไห้และเป็นทุกข์มาก เพราะจิตคิดอกุศลต่อท่านอาจารย์ ห้ามไม่ได้ ขอเป็นกำลังใจให้ คุณทั้งสอง เข้ามาสร้างบุญให้มากขึ้น และฟังธรรมเพื่อปรับปรุงขัดเกลาจิตใจ สักวันคงพ้นจากความทุกข์ทางมโนกรรมได้ แต่บุญจากธรรมทานของคุณทั้งสองน่าจะส่งผลดีให้คุณทั้งสองได้มาก

คำสมาทานศีลของคุณตุ้ย Director ด้านการแสดงแห่งบ้านสวนพีรามิด
น้องเขาเคยขโมยเงินพ่อแม่ญาติผู้ใหญ่ จึงทำให้มีกรรมฐานะการเงินฝืดเคือง และเคยมีกิ๊กเป็น 10 คน ทำให้มีผลให้ลูกดื้อด้วย แต่น้องเขาเป็นคนอัธยาศัยดี ก็ไม่น่าแปลกใจว่าหากิ๊กได้เยอะ แต่รักษาศีลได้จะดีกว่านะน้องตุ้ย น้องตุ้ยกะก้อย เขามีพรสวรรค์ในการจัดการแสดง ไอเดียบรรเจิดจริงๆ

คำขอขมาของคุณอร อุ่นศรีที่ย้ายที่จุดเตาแก๊สจากวิหาร ไปเก็บที่ครัว เพราะไม่ทราบว่า ท่านอาจารย์ได้เตรียมพร้อมรับไฟดับ ถ้ามืดสนิทจะได้มีที่จุดไฟ นอกจากนั้นท่านยังเล่าว่า ท่านเตรียมนมกล่อง น้ำกล่อง ให้พวกที่อาจติดอยู่ในวิหารตอนไฟดับให้มีของกิน เหตุการณ์มาขอขมาของคุณอร จึงเป็นสัญญานเตือนให้หันมาระวังภัยพิบัติกันมากขึ้น

คุณพี่กอบแก้ว คณะของคุณภาคิน นอนไม่หลับมา 30 ปี ท่านอาจารย์เมตตาเปิดให้ทราบว่า คุณพี่เธอใช้งานลูกจ้างมากไปเกินเวลาดึกดื่นไม่ได้หลับนอน จึงเป็นกรรมส่งผลให้นอนไม่หลับ แต่คุณเขาไม่ค่อยจะยอมรับว่าทำจริง อจ.ก็เตือนว่าไม่สำนึกผิดก็อาจไม่หาย กรรมเป็นเรื่องละเอียดอ่อนจริงๆ

สุดท้ายนี้ว่าด้วยการผิดศีลข้อ สุราเมรยะ จุ๋มกะจิ๋ม กล้าหาญที่จะยกมือว่าไม่เคยกินเหล้า คุณยายเป็นผู้ปลูกฝังมาตลอดว่า เป็นบาป ขนาดอยู่เมืองนอกมานาน ยังไม่เคยเกรงใจฝรั่งเลยว่าต้องทานรักษาน้ำใจใคร คนอิสลาม คนพุทธ พอบอกพวกฝรั่งว่าศาสนาไม่ให้ทาน เขาก็ดีไม่มาตอแยอะไร อย่างไรก็ตามเคยสนับสนุน ซื้อเหล้า ไวน์ไปฝากคนอื่น ตามที่เขาสั่ง
ส่วนสัมผัสที่ได้ตอนท่านอจ. ปิดขุมนี้ให้ คือแสงสว่างอันเย็นๆ ไม่มีความร้อนใดๆ

กราบขอบพระคุณในความเมตตาของท่านอาจารย์ ครอบครัว และเทวดาที่รักษาตัวท่านทั้ง 3 ด้วย
จุ๋ม

ผู้แสดงความคิดเห็น ธารีรัตน์ กะลัมพะเหติ (tmtkl-at-mahidol-dot-ac-dot-th) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-05-30 20:16:45


ความคิดเห็นที่ 1225 (1613184)

 

ปิดนรกขุม 5

วันเสาร์ที่ผ่านมาพวกเราได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างองค์พระปฐมกันต่อ บรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนานและอิ่มเอมบุญกันถ้วนหน้า โดยคุณครูธนาได้เริ่มสอนพวกเรา ฟุต ฟิต ฟอ ไฟ ภาษาประกิต กันอย่างสนุก ทำงานกันเพลินจนจะเลยเวลาทานข้าวกลางวัน จนลุงบุญแซวเห็นใจคนกินข้าว 6 โมงเช้าบ้าง(ลุงบุญหิวแล้ว) ช่วงบ่ายเราสร้างองค์พระกันต่อ บรรยากาศเป็นไปอย่างเพลิดเพลินเช่นเดิมโดยมีพี่สิงห์ป้อม ขับกล่อมบทเพลงอันไพเราะ ดวลกับเพลงหวานวันวานของพี่ธนา เสร็จจากสร้างองค์พระ พวกเราก็ได้ไปขุดตอกันต่อ สนุกมากครับ ผม น้องณัฐ น้องวิน เราตั้งทีมล้มตอกัน เราช่วยพี่ๆล้มตอลงได้ 5 ตอแน่ะ หากท่านใดยังช้าอยู่ตออาจหมดก่อนไม่รู้ด้วยนะครับ

ถึงช่วงเวลาสำคัญท่าน อ.อุบล ได้เมตตาปิดนรกขุม 5  ซึ่งในศีลข้อ 5 ที่ผมระลึกได้เคยดื่มเหล้า เบียร์ ไวน์ เคยส่งเสริมให้ผู้อื่นดื่ม เคยให้เงินคนอื่นซื้อเหล้า เคยขายเหล้าและบุหรี่ ซึ่งตอนนี้เลิกดื่ม เลิกขาย อย่างเด็ดขาดแล้วครับ ช่วงที่ท่าน อ.อุบล ได้นำปิดนรกขุม 5 สิ่งที่ผมสัมผัสได้มีอาการปิติ ขนลุกซู่ ตัวโยก และเบาสบายมากครับ

กราบแทบพระบาทขอบพระคุณองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ หลวงปู่ปาน หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ท้าวมหาราชทั้ง4 พระอินทร์พระพรหม พระยม พระกาฬ นายนิรยบาล เทวดาที่รักษาท่าน อ.อุบลทุกพระองค์

กราบขอบพระคุณท่าน อ.อุบล ท่าน อ.มงคล คุณท็อป ที่ท่านเมตตาเปิดบ้านซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวให้ผมได้มาสร้างบุญครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ชวนินทร์ กฤตธกร (ก็อต) (*็ทmJdY-at-TH|bลณ) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-05-30 22:16:51


ความคิดเห็นที่ 1226 (1613238)

อนุโมทนากับธรรมทานเพิ่มเติม

จากคุณก็อต คุณพี่จุ๋ม

คุณพี่ศรี ภิญญาลักษณ์

และ คำแก้ไข จากคุณตุ้ย ด้วยนะค๊า

สาธุ

ผู้แสดงความคิดเห็น ชนิดา เชิงสะอาด/CHANIDA ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-05-31 07:04:00


ความคิดเห็นที่ 1227 (1613374)

บรรยากาศงานพิธีปิดขุมนรกที่ 5

ขอเก็บตกบางตอน ขออนุญาตินำเรื่องราวคุณพจน์

มาเป็นธรรมทานนะครับ

คุณพจน์ ออกมาขอขมาท่านอ. อุบล

พอเริ่มพูดคุณพจน์ก็ได้ร้องไห้ออกมา

เหมือนกับว่าภายในใจคุณพจน์

มีความทุกข์อย่างแสนสาหัส

ถึงกับต้องร้องไห้ออกมาตลอดเวลา

ที่คุยกับอ.อุบล

มาดูสิว่าทำไมคุณพจน์ต้องมี

ความทุกข์ขนาดนี้ 

 แค่คิดไม่ดีกับท่านอ.อุบล

...............................................

พอคุยสักพักท่านอ.อุบล ก็ถามคนที่นั่งฟังว่า

1. ทำไมคนอีกหลายๆคนต้องมา

คิดไม่ดีกับท่านอ.อุบล ?...

2. คิดแล้วทำไมต้องทุกข์ขนาดนี้ ?..

3. คิดไม่ดีกับคนอื่นก็เคย

แต่ทำไมไม่ทุกข์ขนาดนี้ ?...

ทุกคนก็ตอบๆๆๆๆ  หลายเหตุผล

ท่านอ.อุบลได้เมตตาอธิบายให้ฟังว่า

1. ทำไมต้องคิดไม่ดีกับอ.อุบล ?

  เพราะว่าคนๆนั้นต้องมีภูมิหลังที่ไม่ดี

มีความทุกข์มาอย่างแสนสาหัส

 หรือเคยทำผิดศิลมาทุกข้อ 

จิตไม่ปกติ  ศีลแปลว่าปกติ

คนที่ผิดศีลคือคนที่ไม่ปกติ

2. คิดแล้วทำไมต้องทุกข์ขนาดนี้ ?... 

ท่านอ.อุบลสอนว่า....

   พระพุทธเจ้าแบ่งศาสดาออกเป็น 4 ประเภท

1. ศาสดาที่ไม่บรรลุธรรม ไปสั่งสอนศิษย์ ๆ

ก็ไม่เชือฟัง ไม่ปฎิบัติตาม

2. ศาสดาที่ไม่บรรลุธรรม ไปสั่งสอนศิษย์

แต่ศิษย์ดันเชื่อฟัง

เปรียบเหมือนชาวนาที่ไม่ดูแลนาของตัวเอง

   แต่ไปดูแลนาของคนอื่น

3. ศาสดาที่บรรลุธรรม  ไปสั่งสอนศิษย์

แต่ศิษย์ไม่เชื่อฟัง ไม่ปฎิบัติตาม

ท่านบอกว่า ศิษย์ที่ไม่เชื่อฟัง ไม่สมควรที่จะอาศัยอยู่

   ร่วมกับอาจารย์

4. ศาสดาที่บรรลุธรรม  ไปสั่งสอนศิษย์ 

ศิษย์เชื่อฟัง  นำคำสั่งสอน

ไปปฎิบัติตามจนพ้นจากความทุกข์

ตรงตามพระไตรปิฎก

ที่ท่านอ.อุบล ไห้คุณ พี่อมร

เปิดพระไตรปิฎกอ่านตอน

...ศาสดาที่พวกเราทักท้วงไม่ได้...

แล้วศาสดาองค์ใดที่พวกเราทักท้วงไม่ได้

ศาสดาประเภทที่ 1 ,2, 3 สามารถทักท้วงได้

เพราะทั้งศาสดาและศิษย์ ไม่สมบูรญ์

ทั้ง 2 ฝ่าย

ศาสดาประเภทที่ 4 ทักท้วงไม่ได้

ใครทักท้วงถือว่าผิด มีโทษ

เพราะว่าสมบูรณ์ทั้งศาสดาและศิษย์

ศิษย์นำคำสั่งสอนไปปฎิบัติจนพ้นจากความทุกข์

แล้วทำไมใครที่ทักท้วงอ.อุบล จึงมีโทษ ?..

มาดูกันว่าอ.อุบลเป็นศาสดาประเภทใด

อ.อุบลบรรลุธรรมไหม ? ทุกคนตอบ

...บรรลุ...

สั่งสอนศิษย์ ๆเชื่อฟังไหม ?

...เชื่อฟัง...

ปฎิบัติตามไหม ?

...ปฎิบัติตาม...

พ้นทุกข์ไหม ?

...พ้นทุกข์...

รู้แล้วใช่ไหมครับว่าอ.อุบลเป็นศาสดาประเภทไหน

.................................................................

ศาสดาในพระไตรปิฎกคือพระพุทธเจ้า

แต่อ.อุบลก็ปฎิเสธว่าท่านไม่ไช่ศาสดา

แต่นำธรรมะของพระพุทธเจ้ามาสั่งสอน

ถือว่าท่านคือตัวแทนพระพุทธเจ้า

.............................

ในวันนี้ คุณ พจน์ ถือว่าเป็นตัวละครอีกตัวหนึ่ง

ที่ต้องออกมาแสดง เพราะว่าเคยคิดสงสัยว่า

คนที่ออกมาตอบอ.อุบล เล่นละครหรือเปล่า?

เตี๊ยมกันมาไหม ?

แล้ววันนี้คุณพจน์กลับต้องมาแสดงเอง

....ทุกข์จริง ร้องไห้จริง....

........................................................

ขอสาธุกับธรรมทานของคุณพจน์

ที่ทำให้ผมรู้ว่า

มโนกรรม

แค่คิดก็ผิดมหันต์

ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเห็น

แต่ผลของกรรมตามติดคุณทุกวินาที

และพร้อมสนองตลอดเวลา

สาธุ สาธุ สาธุ

..................................................

ผิด ถูก ประการใด ขอขมา

 

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อดิศักดิ์ โพธิสาร (di2211-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-05-31 19:43:14


ความคิดเห็นที่ 1228 (1613378)

คำสารบาป ศีล ข้อ 5 สุรา

ผมก็เคยดื่มสุราตั้งแต่เรียน ม. 3

ด้วยความที่คิดว่า การดื่มเหล้าเท่

มีเพื่อนฝูงเยอะ เป็นที่รู้จักของเพื่อนๆ

แต่ผลเสียของการดื่มเหล้ามีมากมาย เช่น

1. เสียทรัพย์  เห็นชัดสุด เสียเงินซื้อเหล้า

2. เสียสุขภาพ เหนื่อยง่าย  เกิดอุบัติเหตุหัวแตก

3. เสียสุขภาพจิต บางทีเวลาเมาก็ทะเลาะกับเพื่อนบ้าง 

เวลาพ่อแม่ว่าก็โกรธ

4. เสียชื่อ พอเมาได้ที่ ความคิดชั่วๆ มันก็โผล่มา

พอไปทำชั่ว คนอื่นรู้ก็ทำให้เสียชื่อ อายเขา

5. เสียศีล  อีกหลายข้อ พอเมา ไม่มีสติ

ก็ไปเที่ยวผู้หญิง (ผิดศีลข้อ 3)

ไม่มีกับแกล้มก็ไปขโมยไก่  (ผิดศีลข้อ 2 )

   พอได้ไก่มาก็ฆ่าทำกับแกล้ม (ผิดศีลข้อ 1 )

พอตอนเช้าเจ้าของมาไก่มาถามว่าเห็นไก่เขาไหม

ก็โกหกว่าไม่เห็น

   (ผิดศีลข้อ 4 ) ครบทั้ง 5 ข้อ

ตอนที่อ.อุบล นำอุทิศบุญ รู้สึกโล่งๆ เบาๆ สบายๆ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อดิศักดิ์ โพธิสาร (di2211-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-05-31 20:13:51


ความคิดเห็นที่ 1229 (1613442)

 ตัวหนุ่ยเองก็เคยแว็บปรามาสพระรัตนตรัยและท่านอาจารย์ก็คงเป็นเพราะเราเคยผิดศีล 5 มาก่อนและคงเคยเป็นสาวกพระเทวทัต ทั้งๆที่ใจไม่เคยคิดอย่างนั้นเลย ก็รู้สึกหงุดหงิดว่าตัวเองว่าเลวจริงหนอ (ขอกราบขอขมาพระรัตนตรัยและท่านอาจารย์อุบลเป็นที่สุดค่ะ) เมื่อได้อ่านธรรมทานของทุกท่านแล้ว ก็ขอโมทนากับทุกท่านที่ทำให้รู้สึกสบายใจขึ้นและจะคอยมองจิตที่แว็ปนอกลู่นอกทางคิดไม่ดีต่างๆ คอยดู การก่อตัวของมัน การแสดงของมัน และการจบของมัน การหลอกล่อของอกุศลกรรมที่เกิดขึ้น

  และขอขอบคุณดร.จุ๋ม ดร.จิ๋มที่ให้ธรรมทานในเรื่องการเฝ้ามองกิเลสและการไม่ทำร้ายตัวเองให้หลงกลในบ่วงกิเลสนั้น ทำให้หนุ่ยรูวิธีแก้ปัญหาได้    ขอขอบพระคุณค่ะ

  สุดท้ายข้าพเจ้าก็ขอลาออกจากการเป็นสาวกของพระเทวทัตและพระเจ้าอชาติศรัตรูตลอดไปและจะเชื่อฟังคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ทุกประการ

ผู้แสดงความคิดเห็น พัชรพร พัชรินทร์ศักดิ์ (nuisilver-at-thaimail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-01 07:43:32


ความคิดเห็นที่ 1230 (1613512)

สัปดาห์ปิดนรกขุม 5    บรรยากาศเรียกว่าอบอุ่นมากอย่าง    ยิ่งขุมลึกเท่าไหร่รู้สึกว่า   พี่น้องบ้านสวนเรา ก็มารวมตัวกันโดยมิได้นัดหมายมากมาย   ก็ขออนุโมทนาบุญและขอบคุณธรรมทานจากผู้ที่ขอขมา ขอบคุณ สมาทานศีล ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นพี่แมว น้องอร พี่ตุ้ย ป้าติ๋ม ป้าเทิง พี่อร น้องพจน์ น้องเบลล์และป้ากองแก้ว สำหรับตัวเอง ขุม 5 นี้ก็เรียกได้ว่าตีตั๋วจอง เหมือนกัน เพราะ ก็เคย ดื่มทั้งเหล้า เบียร์ บุหรี่  เครื่องดองของเมา ลองยาเสพติดเกือบทุกชนิด  โดยไม่เคยมีคิดว่า แค่ลองครั้งสองครั้ง  ก็จะเป็นบาป อย่างแรงติดตัวไปจนตาย  และทำให้ชีวิตก็ต้องตกต่ำ ทุกข์ใจ  เศร้าใจ ไม่มีปัญญา หาทางออก  เคยปวดหัวไมเกรน ตอนนั้นคิดว่า เพราะเครียดกับงาน ที่ไหนได้เป็นเพราะผิดศีลข้อ 5 นี่เอง ตอนนี้หายเป็นปกติแล้วค่ะ  พูดถึงเรื่องเมา ก็ เคยถามตัวเองตอนที่กิน ว่าทำไม ต้องกินแล้วกินเพื่ออะไร  ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แก่ใจ ว่ามันไม่มีประโยชน์เอาเสียเลย เสียทั้งเวลา เสียทั้งเงิน เสียสุขภาพ (ความสวย) แต่ก็ยังกิน ปัจจุบันนี้เลิกแล้วค่ะ อาทิตย์นี้รู้สึกว่าจะรับสัมผัสได้มากเป็นพิเศษ ก็คงเพราะผิดมากเป็นพิเศษ   ถึงช่วงที่ท่าน อ.เมตตา นำปิดขุมนรกขุม 5 พอ น้อมจิต ขอขมากับทุกสิ่ง ทุกอย่าง และกับทุกคน ที่เราเคย ทำผิด ศีลข้อ 5 มา ทั้งด้วยกาย วาจา และใจ  รู้สึก เย็นวาบทั่วทั้งตัว เห็นเหมือนโคนเห็ดใหญ่ ๆ สีคล้ำ ๆ ถูกถอนออกจากศรีษะ นึกถึงแล้วยังสยอง ขนลุก น้ำตาไหล   จากนั้นก็รู้สึก โล่ง และ เบาสบายตัวเป็นอย่างมาก

ขอกราบขอบพระคุณ เทวดารักษาท่าน อ.อุบล สิ่งศักดิ์บ้านสวนพีระมิด ทุกพระองค์ ท่าน อ.อุบล ท่าน อ.มงคล และคุณท้อปค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อัญ - อนัญญา สุขถาวร (ananya-an-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-01 14:07:37


ความคิดเห็นที่ 1231 (1613544)

ขอเล่าบรรยากาศตอนปิดขุม 5

ดังนี้นะคะ

ที่ผ่านมาตัวเองผิดศีลห้ามา

คือเคยดื่มเหล้า เบียร์ไวน์ 

ลองสูบบุหรี่เพราะคิดว่าเท่ห์

แถมยังมาำจำหน่าย เหล้า เบียร์บุหรี่ด้วย

จึงส่งผลให้ทุกวันนี้แม่ป่วยเป็นตับแข็ง

ปอดมีจุดคล้ายถุงลมโป่งพอง

 

ชัดไหมคะ ทั้งๆ ที่แม่ก็เคยกินเหล้า

แบบสังสรรค์แค่ตอนสมัยสาวๆ

บุหรี่ในชีวิตก็ไม่เคยสูบ

ทุกวันนี้ต้องได้รับทุกขเวทนา

ทางร่างกายอย่างแสนสาหัส

เข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น

ตัวเองถึงแม้ไม่ได้เป็นอะไร

แต่ก็ทุกข์ใจทุกครั้งที่แม่เจ็บป่วย

ผลกรรมได้รับในชาตินี้เลยค่ะ

และขณะที่ปิดขุม 

่ตัวเองก็ได้รับสัมผัสคือ

ขนลุก หลายรอบมาก และ ตัวสั่นค่ะ

กราบสิ่งศักดิ์สิทธิทุกพระองค์

ครอบครัวท่าน อ.อุบล

ที่เมตตาให้ลูกสำนึกกรรม

และได้มาสร้างบุญที่บ้านสวนค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ตุ้ย ศิริพร โฉมจันทร์ (kondee25121-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-01 17:49:19


ความคิดเห็นที่ 1232 (1613644)

ขออนุโมทนากับธรรมทานของทุก ๆท่านนะค่ะ

ขอเล่าบรรยากาศกิจกรรมการปิดขุมนรกที่ 5   ในคืนวันเสาร์ที่วันที่ 26 / 05 / 2555 มีอาการมือสั่นและแสบที่คอตั้งแต่ก่อนท่านอาจารย์จะนำพาปิดขุมที่ 5 ค่ะ  เพราะขุมนี้รู้สึกจะเป็นขุมที่ตัวเองเคยกระทำผิดมาหนักมาก ดื่มเหล้า + เที่ยวกลางคืน ติดต่อหลายปีค่ะ ติดหนักชอบดื่มชอบเที่ยวก็ตั้งแต่สมัยเรียนมหาลัยจนกระทั่งทำงานค่ะ

ผิดศีลข้อ 5 ดื่มของมึนเมา

-                   เมื่อสมัยเรียนและทำงานชอบเที่ยวกลางคืน ชอบกินเหล้า  กินเบียร์ และเครื่องดื่มของ  มึนเมาที่มีแอลกอฮอล์ และคาเฟอีน ทุกชนิด เป็นประจำ

-                   เคยชักชวนให้สามีและผู้อื่นทำผิดศีลข้อ 5

-                   เคยทดลองยาเสพติดประเภทยาบ้า 1 ครั้ง

-                   เคยทั้งซื้อและสูบบุหรี่พร้อมทั้งชักชวนให้ผู้อื่นสูบด้วย

-                   แต่ตอนนี้พยายามจะลดและเลิกให้ได้ในที่สุดเพื่อตั้งใจที่จะรักษาศีล 5 ให้ดีที่สุดค่ะ

ผลของการผิดศีล   ทำให้เสียทรัพย์  ทำให้ขาดสติควบคุมตัวเองไม่ได้อยู่เป็นประจำ ทำให้ปวดหัวข้างเดียว และเป็นคนขี้ลืม

ผลการสัมผัสที่ได้รับจากการปิดนรกขุมที่ 5   วันที่ 26 / 05 / 2555

-                   สัมผัสได้ถึงอาการปวดแขนและข้อมือ

-                   สัมผัสได้ถึงอาการมือสั่น  ใจเต้นสั่นเร็ว

-                   สัมผัสได้ถึงอาการเจ็บแสบที่ภายในลำคอ

ลูกกราบขอบพระคุณในความเมตตาของท่านอาจารย์อุบล  ลูกขอบารมีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เบิกบุญทานศีล ภาวนา และบุญทุกบุญที่ทำในบ้านสวนพีระมิด ถวายแก่เทวดาผู้รักษาท่านอาจารย์อุบล

รวมทั้งขอส่งบุญไปยังเจ้ากรรมนายเวร ที่ลูกเคยเบียดเบียน และเคยกระทำกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผิดศีลข้อ 5 ด้วยค่ะและลูกขอสำนึกในความผิดที่ผ่านมาพร้อมทั้งตั้งใจว่าจะรักษาศีลและไม่ขอทำผิด อีกแล้วค่ะ 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เพ็ญประภา จันทร (eqhandsome-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-02 23:23:10


ความคิดเห็นที่ 1233 (1613664)

    เด็กอภิญญาที่ไปแสดงฤิทธิ์ที่วัดท่าซุง เวลานี้บางคนก็ใช้ฤิทธิ์ไม่ได้เพราะมีความโลภบางคนก็ทิ้งวิชาไม่ทบทวนวิชาเพราะติดทางโลกบางคนทิ้งวิชาเพราะไม่อยากรู้ไม่อยากเห็นเกินกว่าคนธรรมดาแต่ไม่แน่ใจว่าเด็ก (ไม่เด็กแล้วอายุไม่ต่ำกว่า25ปี)อภิญญารุ่นแสดงฤิทธิ์ที่วัดท่าซุงไม่แน่ใจว่าวิชาจะหายหมดทุกคนหรือเปล่าเพราะไม่ได้พบกันประมาณเกือบ20ปี  ที่พิมพิ์ให้อ่านเพื่อเป็นธรรมทานสิ่งที่ครูบาอาจารย์ให้มาถ้าไม่ทบทวนฝึกฝนไม่รู้ค่าท่านก็เก็บวิชาท่านคืนได้   ผู้พิมพิ์ก็เป็นประเภทกิเลสอย่างหนา (ตราช้าง)ไม่ได้อะไรสักอย่างจนเดี่ยวนื้ ส.ว เรียกพี่แล้วก็ยังไปไหนไม่ได้เลย 555  ความเลวฝังลึก

ผู้แสดงความคิดเห็น ธันยนันท์ กิตยานพลักษณ์ (tyk246-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-03 11:06:14


ความคิดเห็นที่ 1234 (1613695)

บรรยากาศ วันที่ 2 มิ.ย 2555

พอมาถึงบ้านสวนฯทุกคนรีบลงทะเบียน

เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดพร้อมลุย

แล้วแยกย้ายกันออกไปกอบโกยบุญ

บางคนไปสร้างพระ  งานเกษตร เก็บกวาด

ทำความสะอาดห้องนำ

ผมเองได้รับหน้าที่ให้ขุดร่องระบายนำ

รอบๆแปลงผัก เพื่อป้องกันนำท่วม

แปลงผักในฤดูฝนที่กำลังมาถึง

การขุดร่องระบายนำในวันนี้

ได้มีกำลังเสริมจาก

ทีมงานล่าตอ

นำโดย คุณก็อต คุณเก่ง

สองแรงแข็งขัน ทำให้ขุดร่องระบายนำ

เป็นไปอย่างรวดเร็ว

.................................

ช่วงนี้ ทีมงานเกษตร ต้องการบุคคลากร

ที่เป็นนักวิจัย มาทำการทดลองปุ๋ยนำ

ที่อ.พัน หมักไว้ ซึ่งยังขาดคนที่จะมา

ช่วยกันทดลองปุ๋ยนำอย่างเป็นระบบ

ก็ขอเชิญชวน ใครที่คิดว่าตัวเอง

สวย หล่อ  รักเด็ก 

รีบเข้ามาสมัครนะครับ

...................................................

ช่วงบ่ายขบวนคาราวาน บ้านสวนฯ

ก็มุ่งหน้าสู่ อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี

เพื่อไปกราบสักการะศพ

หลวงพ่อ เสงี่ยม โอภาสี

ซึ่งทุกคนดูมีความสุข เพราะทุกคนรู้

หลวงพ่อท่านไปนิพพานแล้ว

และมองไปทางไหนก็เจอแต่ลูกบ้านสวนฯ

ความรู้สึกแรกที่ได้กราบศพหลวงพ่อ

รู้สึกเย็นทั้งตัว จนขนลุก ซึ่งหลายๆคน

ก็รู้สึกได้เช่นกัน

ก่อนกลับทางวัดได้จัดอาหารไว้สำหรับ

คณะบ้านสวนฯต่างหาก ซึ่งเป็นเมนูที่อร่อยที่สุด

นั่นคือ ข้าว ไข่เจียว

พอมาถึงโรงทาน ทุกคนจัดแจงช่วยตัวเอง

หาจาน ช้อน ซ่อม ทำเองทุกอย่าง

กินอิ่มแล้วก็ช่วยกันล้างจานอีก

มีบางคนไปช่วยแม่ครัวเจียวไข่ด้วย

แถมได้สูตรการเจียวให้อร่อย

ใครอยากรู้สูตรไปถามคุณก็อตเอง

การเดินทางกลับ ออกจากวัดมา

ประมาณ 3 ทุ่มครึ่ง ถึงบ้านสวนฯ

ประมาณ 5 ทุ่มกว่าๆ

พอมาถึงทุกคนรีบไปรวมตัว

เพื่อที่จะทำพิธีปิดขุมนรกที่ 6

............................................

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อดิศักดิ์ โพธิสาร (di2211-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-03 20:47:11


ความคิดเห็นที่ 1235 (1613704)

ขุมนรกที่ 6

 ดื่มสุรา เที่ยวกลางคืน เล่นการพนัน ติดละคร

ก่อนปิดขุมนรกท่านอ.อุบลได้เกริ่นนำ

ถึงการปิดขุมนรก 1-5 ว่าบางคนก็ปิดได้

บางคนก็ปิดไม่ได้ มีสาเหตุมาจาก

- ปิดแล้วไปทำกรรมใหม่

- บุญที่มีไม่เพียงพอ

และผลจากการทำผิดศีลข้อต่างๆ

1. ฆ่าสัตว์ ทำให้เป็นโรคต่างๆ ไม่สบาย

2. ลักทรัพย์ ทำให้ปัญหาเรื่องการเงิน

3.ประพฤติในกาม ทำให้ลูกดื้อ

บริวารลูกน้องไม่เชื่อฟัง

4.โกหก ทำให้พูดก็ไม่มีใครเชื่อฟัง

5.สุรา ทำให้สมองเสื่อมขี้หลงขี้ลืม

ศีล 5 ข้อนี้สำคัญมาก ถ้าใครรักษาได้

ก็ใด้เป็นพระโสดาบัน กรรมที่ทำมา

ไม่สามารถส่งผลได้

นรกขุม 6 เป็นนรกที่เขาลงโทษด้วยการ

ย่างสด

1 วัน 1 คืน ในนรกขุม 6

เท่ากับ

148,212 ล้านปีมนุษย์

กรรมที่ทำให้ตกนรกขุม 6 เกิดจาก

ดื่มนำเมา เที่ยวกลางคืน เล่นการพนัน

ดูละคร คบคนชั่วเป็นมิตร

อาจารย์ได้แนะนำให้ทุกคนที่มาบ้านสวนฯ

ให้รีบทำบุญใว้เยอะๆ เพราะว่าถ้าเรามีบุญ

มากพอเหลือจากการปิดขุมนรก

ก็จะทำให้มีโชคลาภ มีเงินทอง

และสาเหตุที่ทำให้เราเก็บเงินไม่อยู่

เกิดจาก ทำให้ห้องนำสกปรก

ตอนที่อ.อุบลอัญเชิญไฟนรกขึ้นมา

ผมรู้สึก แสบ ร้อนที่มือข้างขวา

อ.อุบลให้นึกถึงกรรมต่างๆที่เราเคยทำมา

และให้ตั้งใจว่าจะไม่กลับไปทำผิดอีก

อาการ แสบ ร้อน ต่างๆ ก็หายไป

............................................................

มีต่อครับ

 

 

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อดิศักดิ์ โพธิสาร (di2211-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-03 22:31:46


ความคิดเห็นที่ 1236 (1613718)

อนุโมทนากับคุณอดิศักดิ์ด้วยค่ะ

ที่เข้ามาเหลาบรรยากาศบุญๆที่บ้านสวนฯ

และที่งานสวดพระอภิธรรมศพ

ท่านหลวงพ่อ เสงี่ยม

 

รวมถึงบรรยากาศการปิดขุมนรกขุมที่6 

ขุมที่อยู่ในระดับท็อปฮิตของคนยุคใหม่

ที่หลงผิดคิดว่า การดื่ม

การเที่ยวกลางคืนนั้น

คือ การผ่อนคลายความเครียด

ที่ไหนได้ เครียดยิ่งกว่าเดิมอีก...เนอะ

ถ้า"มีต่อ" ตอนต่อไป ชนิดาก็รออ่านต่อเช่นกันค่ะ อิอิ

.................................

คุณ ธันยนันท์ มาเปิดประเด็นเรื่อง

เด็กอภิญญา ในคลิป

คือ ชนิดาก็แอบคิดเหมือนกันนะคะว่า เ

ด็กอภิญญาในวันนั้น หรือผู้ใหญ่ในวันนี้

พวกเค้ายังใช้ความสามารถพิเศษ

ที่เค้าเคยมี เคยได้กันอยู่รึเปล่า

 

สุดท้ายก็ได้คำตอบ พร้อมกับบทสรุปที่ว่า

ไม่ว่าเราจะมีอำนาจพิเศษ

มีอภิญญา แต่ก็ไม่ได้เป็นเครื่อง

การันตี ว่า เราจะบรรลุในธรรม

 

เพราะตราบใดที่เราไม่ได้ฝึกไป

พร้อมกับการศึกษาธรรม

จนเกิดปัญญา"รู้แจ้ง เห็นจริง" ในทุกๆสิ่ง

ก็ถือว่า ยังไม่พ้นนรกอยู่ดี ....

.....................................

อนุโมทนากับคุณตุ้ย ด้วยนะคะ

ผลกรรมจากการผิดศีลข้อห้า

ในฐานะของผู้ขาย

ที่ส่งเสริมให้ผู้อื่นดื่มสุรา

และสูบบุหรี่เป็นประจำนั้น

ส่งผลอย่างไรต่อชีวิตและสุขภาพ 

เพราะมาแบบชัดๆตรงๆเลย

ถึงแม้จะไม่ได้เป็นคนดื่ม

หรือเสพด้วยตัวเองก็ตาม

 

จากการบอกเล่าเรื่องนี้เป็นธรรมทาน

ขอผลบุญส่งผลให้คุณแม่ของคุณตุ้ย

หายจากทุกโรคโดยเร็วด้วยนะคะ

สาธุ สาธุ สาธุ

.....................................

อนุโมทนากับทุกๆธรรมทาน

จากทุกๆท่านด้วยค่ะ สาธุ สาธุ สาธุ

ผู้แสดงความคิดเห็น ชนิดา เชิงสะอาด/CHANIDA ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-04 02:57:59


ความคิดเห็นที่ 1237 (1613759)

เสาร์ที่26พ.ค.

 

เบญไปถึงบ้านสวนราวๆ 9 โมงครึ่ง

 

ไปถึง

 

เขากำลังเตรียมตัวไปด้านหลังกัน4-5คน

 

รถจอดอยู่หน้าโรงทาน

 

ไปถึงไม่ต้องทำอะไรกันล่ะ

 

หยิบหมวก เตรียมถุงมือ

 

น้องพจน์พยักหน้ายิกๆ อยู่บนรถ

 

พี่เบญขึ้นมาๆ

 

เราเชื่อคนง่ายด้วย

 

ก็เลยขึ้นไป

 

พี่ณเดชย์แกขึ้นมาด้วย

 

แกบอกว่า

 

ที่เบญเขียนแซวแกลงเว็บนั้นเด็กๆ

 

ไม่ระคายผิวแก

 

ว่าแล้วแกก็ร้องเพลง

 

เพลงอะไรบ้างเบญจำไม่ได้

 

เกิดไม่ทัน

 

.........................................................

 

ไปถึงด้านหลังก็เตรียมผสมปูนรอญาติธรรม

 

ที่ทยอยกันมาเรื่อยๆ

 

พี่ณเดชย์แกสอนน้องลูกอ.อภิชัยผสมปูน

 

กระบะนั้นช่วยกันอยู่ 2 คน

 

แกบอกน้องว่า

 

คนที่ทำอย่างนี้ได้ต้องหน้าตาดีนะ

 

ซึ่ง

 

นายทำอย่างเราไม่ได้หรอก

 

และ

 

นายไม่ต้องพยายาม

 

เพราะ

 

นายจะเป็นทุกข์

 

เฮ้อ....

 

....................................................

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เบ็ญจมาศ ประดิษฐ์ผล (kiradung-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-04 11:18:10


ความคิดเห็นที่ 1238 (1613760)

สายๆ หน่อย

 

ญาติธรรมทยอยกันมามากขึ้น จึงได้เริ่มงานกัน

 

เบญปีนขึ้นไปด้านบนเพื่อส่งปูนกับอิฐ

 

ศัพท์ที่เราใช้เรียกว่าผู้หญิงชั้นสูง

 

ฮา...

 

พี่ณเดชน์แกอยู่ด้านบนขึ้นไปอีก

 

กำลังก่ออิฐ

 

แกสอนภาษาอังกฤษด้วย

 

เป็น เดอะ ทิชเชอร์

 

วันนั้นเสนอคำว่า

 

b-r-i-c-k

 

บริค

 

แปลว่า

 

อิฐ

 

กับ

 

เอ็มตี้ บ๊อกซ์

 

กระป๋องเปล่า

 

ทั้งวัน

 

ได้ศัพท์มาแค่นี้

 

แต่ข้างบนนั้นวิศวะ+ช่างก็หลายคนอยู่

 

ก็สปีกอิงลิชกันทั้งวัน

 

เบญก็ฟังเพลินๆ

 

มีวิดวะคนนึง

 

ที่อายุมากกว่าเพื่อนหน่อยอะคะ

 

ข้างล่างเขาส่งน้ำขึ้นไป

 

แกมัวบริคๆ b-r-i-c-k แปลว่าอิฐอยู่นั่นแหละ

 

อด

 

ไม่ได้กินกะเขา

 

พอเขาเอาแก้วลงมา

 

แกเรียก

 

เบญๆ

 

วัน มอร์ พลีส

 

เราก็เอาละ

 

ภาษาปะกิดลามมาถึงเราละ

 

เห็นหน้าตาเราโง่หน่อยไม่ได้เชียว

 

ตั้งแต่เช้าแล้ว

 

หาว่าเรา

 

เซโรงัง

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เบ็ญจมาศ ประดิษฐ์ผล (kiradung-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-04 11:28:27


ความคิดเห็นที่ 1239 (1613761)

วันนั้นเราพยายามใช้ภาษาอังกฤษกันทั้งวัน

 

ตอนที่ทำงานอยู่ที่องค์พระ

 

ทั้งด้านล่าง ด้านบน

 

เป็นที่สนุกสนาน

 

เบญก็แปลกใจ

 

ทำไมวันนี้พูดแต่ภาษาปะกิดกัน

 

ใจคอจะพูดกันทั้งวันใช่มั้ยเนี่ย

 

คือสัปดาห์ก่อนไม่ค่อยได้เข้าเวปอ่านกระทู้เลย

 

จึงไม่เห็นกระทู้สะเน็กๆ ฟิชๆ ของพี่ณเดชน์

 

ลุงบุญแกฟังอยู่นานแล้ว

 

แกบอกว่า

 

ฝรั่งมันมาบ้านเรา

 

มันต้องพูดภาษาเราสิ

 

มีเสียงช่ายๆ

 

ตอบรับ

 

แกไม่ยอมพูด

 

แต่ทว่า

 

ตอนเย็นวันอาทิตย์

 

มีเฮ

 

แกบอกว่า

 

แกจะเซแทงกิ้ว

 

ก็ต่อเมื่อพวกเรา

 

ช่วยแกก่ออิฐจนถึง 5โมงเย็น

 

ถ้าอยากฟังแกเซแทงกิ้ว

 

ต้องรอ 5 โมงเย็นล่ะก้า....

 

..................................................................

 

ตอนเที่ยงๆ คุณเอื้อม (เพ็ญประภา)มาถึง

 

เอาต้นผักแพรวมาร่วมบุญด้วย 13 ต้น

 

เธอจำได้ว่า

 

เมื่อราวๆ สองสัปดาห์ก่อน

 

เราช่วยกันปลูกต้นแก้วกับต้นโมก

 

ท่านอาจารย์ถามหาผักแพรว

 

ปรากฏว่าหาย

 

ไม่ขุดก็ถางออกแน่ๆ

 

ท่านบอกว่าไม่เป็นไร

 

คุณเอื้อมจำได้

 

จึงนำมาให้

 

โมทนาบุญด้วยจ้า

 

....................................................

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เบ็ญจมาศ ประดิษฐ์ผล (kiradung-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-04 11:33:20


ความคิดเห็นที่ 1240 (1613762)

ตอนกลางวันมีก๋วยเตี๋ยวเป็ด

 

กับน้ำแข็งไส

 

ญาติธรรมนำมาร่วมบุญ

 

มาฮาตรงน้ำแข็งไสนี่แหละ

 

เครื่องปั่นน้ำแข็งไส

 

ไม่อยู่กับที่

 

หมุนทีขยับที

 

ต้องใช้คนยึด

 

ปั่นคนนึง

 

ยึดคนนึง

 

นั่งกับพื้น

 

พี่แขกเป็นคนปั่น

 

อาจารย์พันธ์จับ

 

(มีมือฝรั่งยันด้วย)

 

กว่าจะได้..เหงื่อท่วมไปตามๆกัน

 

น่าสนุกดีแฮะ

 

เบญเอามั่ง

 

บอกอาจารย์พันธ์ไปทานข้าวเถอะ

 

ว่าแล้วหนูจับ

 

พี่แขกปั่น

 

เครื่องนี้มันก็ไม่อยู่นิ่ง

 

ขยับอยู่นั่นแหละ

 

ขำก็ขำ

 

สักพักพี่แขกเริ่มเหนื่อย

 

ปาดเหงื่อ

 

พอเหอะ

 

ฮา....

 

 

พี่สิทธิ์มา

 

ออกแรงหนุกหนานอยู่พักหนึ่ง

 

แล้วพอ

 

เพราะเหงื่อชุ่ม

 

พี่แมวเดินมา

 

ถามหาน้ำแข็งไส

 

เลยบอกพี่แมว

 

ปั่นเอง

 

ก๊าก....

 

(ที่จริงมีน้ำแข็งปั่นแล้วในกระติก

แต่แกล้งพี่แมว)

 

สักพัก

 

ดร.ทั้งสอง  ท่านมา

 

คนนึงลงมือปั่น

 

อีกคนเดินมาถาม

 

สนุกมั้ย?

 

ฮา.......

 

รสชาติของชีวิต

 

.............................................................

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เบ็ญจมาศ ประดิษฐ์ผล (kiradung-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-04 11:54:33


ความคิดเห็นที่ 1241 (1613763)

ตอนค่ำก่อนการสมาทานศีล

 

เบญกับคุณเอื้อมนั่งทานอาหารเย็นอยู่

 

อ.อภิชัย พี่ณเดชน์ นั่งร่วมโต๊ะด้วย

 

พี่ณเดชน์แกบอกเบญเป็นพรีเซนเตอร์เซโรงัง

 

แกถาม

 

เข้าใจมั้ย

 

เซโรงัง

 

อืมม...

 

จ้ะ

 

เด็กๆ จ้ะ

 

...................................................

 

พอถึงเวลาสมาทานศีล

 

เราจัดเก้าอี้ราวๆ 80 ตัว

 

ท่านอาจารย์ได้เมตตาแสดงธรรมว่า

 

-คนที่ตายก่อนอายุขัย ต้องเป็นวิญญาณเร่ร่อน และถูกคนนำวิญญาณไปใช้ เช่นพวกที่ชอบเล่นคุณไสย

 

-การทำดี ต่อให้ใครบังคับก็ทำไม่ได้ ถ้าทำเองจะทำได้

 

-พระที่พระพุทธเจ้ายอมรับได้แก่ พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์เท่านั้น นอกนั้นเรียกว่าสมมติสงฆ์

 

-ถ้าใครถูกเจ้านายไล่ออกเพราะไม่ยอมทำความชั่ว พระพุทธเจ้าท่านบอกว่าจะได้งานใหม่ที่ดีกว่าเดิม

 

-ฌาน 2 ฝึกที่ไหนก็ได้

 

-ฌาน 3 คือการตัดปิติ เหลือแต่สุข

 

-ฌาน 4  คือการตัดสุข เหลืออุเบกขา คือเฉย ไม่ทุกข์ ไม่กังวล ไม่อยากอะไรเลย ไม่อยากไปนิพพาน จิตสงบ

 

-การไม่อยาก ก็จะไม่ผิดหวังอะไรเลย สามารถไปนิพพานได้

 

-ภัยพิบัติในปีนี้จะมาแบบไม่ทันตั้งตัว หนาวและมืด 3 คืนเป็นอย่างน้อย หรือ 49 วัน บวกกับ เวลาเก็บกวาดศพลงทะเลอีก 7 วัน โดยให้ฝนห่าใหญ่กวาดต้อน

 

-ให้เราเตรียมอุปกรณ์ข้าวของเอาไว้ให้พร้อมเสมอในทุกๆ ที่ เช่นที่ทำงาน เพราะเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เบ็ญจมาศ ประดิษฐ์ผล (kiradung-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-04 12:00:23


ความคิดเห็นที่ 1242 (1613766)

หลังจากนั้นอาจารย์ให้พวกเราน้อมจิต

 

กราบพระพุทธองค์

 

เบญก็ขนลุก

 

น้ำตาไหลออกมาเอง

 

นึกถึงความชั่วที่เคยทำมา

 

ศีลข้อห้านี้

 

เคยดื่มเหล้าขาวตอนเป็นเด็ก

 

เห็นผู้ใหญ่ดื่มเลยเอาบ้าง

 

แค่จิบๆ เมื่อพบว่ามันไม่อร่อย

 

ก็พยายามจิบอีก

 

อยากให้มันอร่อย

 

 อย่างที่ผู้ใหญ่นิยมกัน

 

ทดลองจิบไปหลายครั้ง

 

บุหรี่ก็ทดลองสูบ

 

เมื่อพบว่ามันไม่อร่อยเลยเลิก

 

ต่อมาเบียร์ทดลองดื่มอีก

 

อยากให้มันอร่อย รวมกันทีละหน่อย

 

ได้หลายแก้วอยู่เหมือนกัน

 

ที่เป็นชิ้นเป็นอันคือสปาย

 

ดื่มคนเดียว 1 ขวด

 

นอกจากนี้สารจำพวกคาเฟอีน

 

เช่นโค้ก เป๊บซี่ ชา กาแฟ

 

เครื่องดื่มชูกำลังก็มีดื่มบ้าง

 

แต่ระยะหลังมาเพิ่งสังเกตพบว่า

 

ร่างกายของตัวเองนั้น

 

ต่อต้านคาเฟอีนทุกประเภท

 

แม้โกปิโก้เม็ดเดียวก็กินไม่ได้

 

เพราะมีอาการบีบหัวใจ

 

ใจสั่น กระวนกระวาย หงุดหงิด

 

อารมณ์เสีย ทุกข์ทรมาน

 

อันที่จริงเป็นมาตั้งแต่เด็กแล้ว

 

 แต่ไม่ได้สังเกตเอง

 

ด้วยความโง่

 

ตอนนั้นมักคิดว่า

 

เราโชคร้ายกว่าคนอื่น

 

อยากกินกาแฟ

 

เห็นแล้วน้ำลายสอ

 

อยากกินชา ชาเย็น ชาเขียว

 

หน่อยเดียว

 

ก็กินไม่ได้

 

ทั้งๆ ที่คนอื่นบอกว่าเราน่ะโชคดี

 

ที่ไม่ติดของพวกนี้

 

ไม่ใช่ไม่ติด

 

อยากกินแต่มันกินไม่ได้

 

ทรมาน

 

กว่าฤทธิ์คาเฟอีนจะหมด

 

ถ้าอยากกินต้องแลก

 

ชาเขียวขวดเดียว

 

ทนไปเถิดทั้งวัน

 

พอเขาบอกอย่างนั้นก็คิดไม่ได้

ยังคิดว่าตัวเองโชคร้ายอยู่นั่นเอง

 

นี่คือความโง่ของคน

 

..........................................................

 

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เบ็ญจมาศ ประดิษฐ์ผล (kiradung-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-04 12:08:51


ความคิดเห็นที่ 1243 (1613769)

นอกจากนี้ยังเคยซื้อเหล้าเบียร์ไปแก้บน

 

ซื้อให้ผู้ใหญ่

 

เคยทานข้าวหมาก

 

นอกจากนี้หากในอดีตชาติเคยติดสิ่งเสพติด

 

ติดการพนันขันต่อ

 

เคยยุยงส่งเสริม ชักชวน

 

เคยขายหรือจัดหาเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

 

กับคาเฟอีนและสารเสพติดให้ผู้อื่น

 

เคยบังคับขู่เข็ญ มอมเมา หรือให้สตางค์ผู้อื่นไปซื้อ

 

แอลกอฮอล์ คาเฟอีน บุหรี่

 

และสารเสพติดทุกประเภท

 

เคยมีมโนกรรมอยากให้ผู้อื่นทำผิดศีลข้อ 5

 

เคยวางเฉยเมื่อเห็นผู้อื่นทำผิดศีล

 

ทั้งหมดนี้รวมทุกชาติทุกภพ

 

ข้าพเจ้าขออโหสิกรรมต่อเจ้ากรรมนายเวรทุกท่าน

 

ที่ข้าพเจ้าเคยล่วงเกิน

 

นอกจากนี้หากยังมีวิญญาณและเศษวิญญาณ

 

ที่ข้าพเจ้าไม่ได้กล่าวถึง

 

ขอทุกท่านร่วมโมทนาบุญด้วยทุกดวงจิต

 

คืนนั้นเบญร้องไห้ตลอดรายการ

 

ตั้งแต่น้อมจิตกราบพระพุทธองค์

 

พอกล่าวอุทิศบุญ

 

ก็ได้กลิ่นธูปหอมๆ

 

ลอยวนอยู่ข้างหน้า

 

รู้สึกมีคนยืนอยู่ข้างหลังด้วยค่ะ

 

กลิ่นธูปลอยมาตลอด

 

บางครั้งจ่อตรงจมูกเลย

 

คืนนี้มีอาการปวดแขนข้างซ้าย

 

เนื่องจากส่งกระป๋องปูนทั้งวัน

 

เจ็บตามข้อนิ้วต่างๆ ร้าวทั้งฝ่ามือ

 

เสร็จพิธีนอนตอนกลางคืน

 

นอนไม่หลับเลย

 

เพราะปวดมาก

 

ฝันอยู่ตลอดคืนว่ากำลังส่งกระป๋องปูน

 

มือเป็นระวิง

 

เท้าก็หาที่เหยียบอยู่บนนั่งร้าน

 

มีเท้ากระตุกเป็นพักๆ

 

เพราะในความฝันมันหาที่เหยียบแล้วพลาด

 

จะหล่นบ่อยๆ

 

รุ่งเช้าราวๆ 8 โมงยังเจ็บอยู่

 

แต่พอสายๆ หายเป็นปลิดทิ้งเลยค่ะ

 

..............................................................

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เบ็ญจมาศ ประดิษฐ์ผล (kiradung-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-04 12:16:26


ความคิดเห็นที่ 1244 (1613770)

วันอาทิตย์ที่ 27 พ.ค.

 

ตอนสายญาติธรรมทยอยกลับไปมากพอสมควร

 

เหลืออยู่ราวๆ 30 คน

 

พี่แมวทำยำไข่ดาวกับผัดผักอร่อยที่ซู้ด

 

แป๊บเดียวหมดถาด

 

ต้องเจียวไข่เพิ่ม

 

งานทางด้านหลังต้องผูกนั่งร้านเพิ่ม

 

เบญไปช่วยส่งไม้ขันชะเนาะ ช่วยจับไม้ไปตามเรื่อง

 

แป๊บเดียวเดินกลับมาเข้าครัว

 

แล้วเอาวุ้นมะพร้าวใส่กระติกเดินเร่ไปด้านหลัง

 

ญาติธรรมนำมาร่วมบุญ

 

ไม่หมดสักที เกรงจะเสีย

 

เจอะชาวสวนผัก

 

ขายคุณศักดิ์ได้ถ้วยเดียว

 

ฝนมาลิ่วๆ

 

ยังเดินไปไม่ถึงด้านหลัง

 

ฝนเทโครมลงมาจั้กๆ

 

กลับดีกว่าเรา

 

ไม่ขายมันและ

 

เคยมีประสบการณ์ฝนเทจั้กๆ

 

หมวกกับสะแลนเอาไม่อยู่

 

คว้ากระสอบคลุมหัวจ้ำอ้าวๆ

 

สักพัก

 

เห็นพี่โฆษิตถือร่มมา

 

นี่! น้ำใจงามไหมเล่าพี่น้องค้า

 

เอาร่มให้ยืม

 

พาไปแหล่งกบดาน

 

ใต้ต้นมะม่วง

 

มีคุณศักดิ์ ดร.จุ๋ม ดร.จิ๋ม ยืนหลบฝนอยู่

 

และแล้ววุ้นมะพร้าวก็ขายออกจนได้

 

จกกันกลางฝน

 

ใต้ต้นมะม่วงนั่นแหละค้า

 

พอฝนเริ่มซา

 

พี่โฆษิตบอก

 

เบญกลับไปได้แล้ว

 

เดี๋ยวพวกพี่ใช้งานนะ

 

ฮา.....

 

..........................................................

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เบ็ญจมาศ ประดิษฐ์ผล (kiradung-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-04 12:25:05


ความคิดเห็นที่ 1245 (1613781)

ตอนบ่ายเริ่มก่อบริเวณบั้นพระองค์

 

เหลือแรงงานอยู่ราวๆ 20 คน

 

ที่แปลงผักมีอีกนิดหน่อย

 

ทุกคนออกแรงกันมากขึ้นเพราะคนน้อย

 

พักหลังๆ เริ่มตาลอยกันแล้ว

 

เราใช้คนให้เป็นประโยชน์

 

แม้แต่เด็กเราก็ไม่ละเว้น

 

น้องต้นกล้าเลยรับบทหนัก ส่งอิฐ ขนอิฐ

 

หิ้วปูน

 

อะไรๆ ก็ต้นกล้า

 

ใกล้สี่โมงเริ่มพากันทยอยกลับบ้างบางส่วน

 

พี่ณเดชน์แกปีนลงมาบ้าง

 

จะกลับเหมียนกัน

 

พี่อัญเลยให้ผสมปูนก่อนไป 1 กระบะ

 

พี่อัญสุดยอด

 

ฮ่าๆ

 

พอแกผสมเสร็จ

 

แกโบกมือลา

 

รักทุกคนนะค๊าบ

 

พอแกคล้อยหลัง

 

เราตั้งข้อสันนิษฐานกันว่า

 

แกจะรีบไปไหนของแก

 

มีเสียงบอกไปกินไอติม

 

ไปช้าเดี๋ยวร้านปิด

 

อ้อ...

 

ปายกินไอติม

 

ทุกคนรับรู้

 

เสียงช่างเสริฐสงสัย

 

ไอติมอะไร  มันอร่อยมากเลยเหรอ

 

ช่าย...มันเป็นคำถาม

 

ที่น่าจะอยู่ในใจของพวกเราที่เหลือตอนนั้น

 

 

และ

 

ตอน...นี้?

 

..........................................................

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เบ็ญจมาศ ประดิษฐ์ผล (kiradung-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-04 14:56:02


ความคิดเห็นที่ 1246 (1613782)

วันศุกร์ที่ 1 มิ.ย.

 

เบญไปถึงบ้านสวนตอนเที่ยง

 

ทานข้าวแล้วไปช่วยพี่แขก น้องแหวน และพี่ไอซ์ตัดหญ้า

 

หน้าบ้านสวน

 

เจ้าของที่ฝั่งตรงข้ามเขามายืนเท้าเอวดูว่า

 

เราเอาหญ้าไปทิ้งฝั่งเขาไหม

 

พี่โป๊กเดินมาดูบอกเราว่าอย่าให้เลยหลักกิโล

 

โอเชจัดให้

 

แดดร้อนเปรี้ยงจนเราแทบละลาย

 

หมดแรง

 

ทั้งที่ไม่ได้ออกแรงอะไรมากนัก

 

พี่ไอซ์เป็นมือตัด

 

ใช้เครื่องตัดหญ้า

 

แว้นๆ

 

ตั้งแต่หน้าบ้านเรื่อยมาจนถึงบ่อน้ำพีระมิด

 

เราตามเก็บหญ้า

 

เบญแอบไปกินหวานเย็น

 

หอบแฮ่กๆ

 

ไม่รู้เหนื่อยอะไร

 

ไม่ได้ออกแรงมาก

 

แต่หมดแรง

 

ร้อนอบไปหมด

 

เป็นกันทุกคนยกเว้นพี่ไอซ์

 

เธอบอกว่าพี่มีพลังเจ็ดช้างสาร

 

ตกเย็น

 

หุงข้าว (อันนี้มั่วเอา)

 

ทำกับข้าวด้วย (นี่ก็มั่วอีก)

 

มิให้เสียชื่อศิษย์แอบจำจากครูอัง(คณา)

 

ทำเสร็จมืดพอดี

 

เสียงฝนมาอ้าวๆ

 

แล้วก็เทโครม

 

แบบไม่ลืมหูลืมตา

 

น้ำท่วมหน้าครัวถึงข้อเท้า

 

กำลังล้างกระทะ

 

ไฟดับพรึ่บ

 

มืดตื้ดตื๋อ

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เบ็ญจมาศ ประดิษฐ์ผล (kiradung-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-04 15:13:21


ความคิดเห็นที่ 1247 (1613808)

...มาต่อครับ...

บรรยากาศ วันที่ 2 มิ. ย 2555

ป้าปุ๊ มาบ้านสวนฯเป็นครั้งแรก

และอาสาออกมาเล่าถึงความรู้สึกตอน

ปิดขุมนรก ป้าปุ๊มีอาการเจ็บแขนตอนที่

สัมผัสไฟนรก เนื่องจากเคยเป็น

เด็กล้างไพ่ เคยแจกไพ่

อ.อุบลได้พูดเสริมว่า อาการแสบ ร้อน

คือ ไฟนรกที่คอยมาเตือนเป็นระยะ ๆ

แต่ถ้าเมื่อไรที่จิตคิดว่า จะไม่มาทำบุญ

อีกแล้ว อาการแสบ ร้อน ก็จะไม่หายไป

คือจะร้อนอยู่ตลอดเวลา

ทำไมป้าปุ๊ต้องมาเป็นเด็กทำไพ่

นี่คือ มรดกกรรม เพราะแม่เป็นคนสั่งให้

ป้าปุ๊ทำไพ่

โดยที่ป้าปุ๊ไม่เต็มใจที่จะทำ

อาการเจ็บเท้าเกิดจากเวลา

แม่ปวดเมื่อยก็จะเหยียบให้แม่และ

เกิดจากเคยตีเด็กนักเรียนโดยป้าปุ๊

จะเลือกตีเด็กที่ฝ่าเท้า

เพราะตีแล้วไม่มีร่องรอย

เคยเหยียบเหรียญ

พอป้าปุ๊ได้ขอขมา อาการก็หายหมดเลย

อ.อุบลได้กรุณาเบิกดวงวิญญาณ

แม่ป้าปุ๊ ไห้ป้าปุ๊ได้ขมาแม่

พอป้าปุ๊ขอขมาเสร็จ

แต่ผู้คุมวิญญาณไม่ยอมกลับ

อ.อุบลเลยอุทิศให้

และมีผู้ที่ได้มโนยิทธิ เช่น คุณธนา

 คุณครองขวัญ และอีกคนจำชื่อไม่ได้

ได้ออกมายืนยันว่า

เห็นคนนุ่งผ้าแดง2 คน พอได้รับบุญ

จากอ.อุบล ก็ลอยขึ้นสวรรค์

ซึ่งการปิดขุมนรกแต่ละขุม

ก็จะมีคนได้รับเชิญเอาเรื่องของตัวเอง

มาเป็นธรรมทาน

ป้าปุ๊เองก็ได้รับเชิญเช่นกัน

ได้เอาเรื่องราวของตัวเองเป็น

ธรรมทานในพิธีปิดขุมนรกที่ 6

เล่นการพนัน ดื่มน้ำเมา เที่ยวกลางคืน

ติดละคร คบคนชั่วเป็นมิตร

..................................................

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อดิศักดิ์ โพธิสาร (di2211-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-04 19:10:40


ความคิดเห็นที่ 1248 (1613817)

ธรรมทานวันที่ 2-3 มิ.ย.55

วันเสาร์ที่ 2 มิ.ย.55

วันนี้พิเศษ ช่วงค่ำไม่มีการสมาทานศีล แต่ท่าน อ.อุบลพาพวกเราไปงานศพหลวงพ่อเสงี่ยม ที่ลพบุรี

งานศพหลวงพ่อเต็มไปด้วยศิษยานุศิษย์ ของหลวงพ่อเต็มศาลา แม้กระทั่งลูกบ้านสวนฯเราก็ไปร่วมงานเกือบร้อยคนแล้วค่ะ

โดยพวกเราขับตามกันไป โดยรถท่านอ.อุบลขับรถนำขบวน ส่วนรถ ดร.จุ๋มและดร.จิ๋ม ซึ่งเจี๊ยบอาศัยไปด้วยเป็นคันที่ 2 ต่อจากรถท่านอาจารย์ ปรากฏว่า ดร.จิ๋มต้องใช้สัญญาเดิมขับรถให้ทันรถท่านอาจารย์ โดยการขับซิ่ง ทั้งยังฝ่าไฟแดงอีก เป็นที่ระทึกแก่คนที่นั่งไปด้วย เหมือนดูหนังแอ็คชั่นเลยค่ะ

เมื่อเจี๊ยบเข้าไปกราบศพหลวงพ่อ ก็รับรู้ได้ถึงบารมีหลวงพ่อเสงี่ยม รู้สึกขนลุกและมีพลังห้อมล้อมเต็มไปหมด หน้าแปลกใจนะค่ะ ที่โฆษกของวัดไม่ได้มางานศพในวันนี้ ผู้ที่ทำหน้าที่โฆษกแทนเลยตกเป็นของคุณธนา และคุณสิทธ์ ซึ่งได้เชิญท่านอาจารย์แสดงธรรม เรื่องตายอย่างไรตายให้เป็น เจี๊ยบสังเกตเห็นพระที่นั่งอยู่ด้านหน้า นั่งฟังท่านอาจารย์อย่างตั้งใจ

แทนที่พระจะเทศน์ให้ฆราวาสฟัง กลับเป็นฆราวาสเทศน์ให้พระฟัง โลกยุคใหม่กำลังเริ่มเปลี่ยนแปลงแล้ว

จากนั้นก่อนกลับเราก็ทานข้าวไข่เจียว สุดอร่อยจากฝีมือแม่ครัวของผู้มาช่วยงานบุญหลวงพ่อ ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ

เรากลับมาถึงบ้านสวนฯ และเริ่มปิดนรกขุม 6 ซึ่งเป็นขุมที่ทำผิดเรื่อง เล่นการพนัน หวย  เที่ยวกลางคืน ดูการละเล่น ละคร คบคนชั่วเป็นมิตร ซึ่งเจี๊ยบเคยทำมาหมดแล้ว

ตอนปิดขุมท่านอาจารย์ได้เมตตานำไฟนรกขึ้นมาให้ทุกคนได้สัมผัส ซึ่งเจี๊ยบสัมผัสได้มีความรู้สึกร้อนแผ่นหลัง และเมื่อปิดขุมนรกแล้วก็รู้สึกโล่งค่ะ

จากนั้นท่านอาจารย์ได้ถามถึงคนที่สัมผัสไฟนรกได้

คุณปุ๊สมาชิกใหม่จากราชบุรี ซึ่งออกมาด้วยการร้อนที่แขน ซึ่งคุณปุ๊สารภาพว่า เมื่อก่อนเคยทำหน้าที่ล้างไพ่ในบ่อน(สลับไพ่และเข้าสำรับ) เป็นความผิดขุม 6 ที่ พระเทวทัตและพระเจ้าอภิชาตศัตรูได้ส่งมาสำหรับความผิดของขุมนี้ สำหรับอาทิตย์นี้ เมื่อคุณปุ๊สารภาพแล้ว อาการปวดแขนก็หายไป 60 เปอร์เซ็นต์ จากนั้นคุณปุ๊ก็บอกเรื่องปวดเท้า ได้สารภาพเรื่องที่เคยทำผิดกับแม่ เวลาแม่ใช้ให้เหยียบให้ก็แกล้งเหยียบแรงๆ เคยทำไม่ดีกับแม่ ซึ่งท่านอาจารย์ได้ขออนุญาตเสด็จปู่ท้าวเวสสุวรรณ ให้ผู้คุมนำวิญญาณของแม่ของคุณปุ๊ มาให้คุณปุ๊ขอโทษ อาการปวดหายไปอีก 20  % ส่วนอีก 20 % ที่เหลือนั้นคุณปุ๊สารภาพว่าเคยเหยียบเหรียญบาท จากนั้นก็หายไปจนหมดสิ้น จากนั้นท่านอาจารย์ก็อุทิศบุญของท่านอาจารย์ให้ผู้คุม ผู้คุมก็ได้เปลียนภพชาติลอยขึ้นข้างบนไป


ผู้แสดงความคิดเห็น เพชรดา วรรณรักษ์ (fareastinn-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-04 19:37:13


ความคิดเห็นที่ 1249 (1613820)

 

สวัสดีครับ
ขอนำธรรมทานเมื่อวันเสาร์ที่ 2 มิ.ย. 55
มาเล่าให้ทุกท่านฟัง ดังนี้ครับ
 
 
ท่านอาจารย์แจ้งพวกเราว่า
เสด็จพ่อท่านท้าวเวสสุวรรณบอกว่า
การปิดนรกทั้ง 5 ขุม ที่ผ่านมา
มีหลายคนปิดนรกไม่สำเร็จ
 
เพราะปิดแล้วก็กลับไปทำกรรมใหม่กันอีก
ตบยุง ฉีดยาฆ่าแมลง เป็นต้น
 
ซึ่งเป็นการทำปาปโดยเจตนา ศีลขาดทันที
ท่านใดที่อยู่ในข่ายนี้ ก็ขอให้สำนึกกรรม
ลด ละ เลิก รีบเปลี่ยนกรรมในทันทีนะครับ
 
อีกเรื่องหนึ่ง ที่น่ากลัวมากสำหรับผม คือ
คิดว่ามาร่วมพิธีแล้ว ก็สามารถปิดนรกได้สำเร็จ
 
ซึ่งที่จริง ไม่ใช่  เพราะอะไรหรือครับ
ก็เพราะ เราทุกคนเกิดมาหลายต่อหลายชาติ
ทำบาปทำกรรมมามากมายนับไม่ถ้วน
จึงมีเจ้ากรรมนายเวรเกาะติด DNA เรามากมาย
 
ติดตามมาเพื่อแก้แค้นให้สาสม ไม่รับบุญใด ๆ
ติดตามเพื่อรอรับบุญใหญ่ เพื่อไปสู่ภพภูมิที่สูงขึ้น
 
ความทุกข์ อุปสรรคและความเจ็บป่วย
ที่เกิดขึ้นกับเราและครอบครัวนั้น ส่วนใหญ่
ล้วนเป็นการกระทำของเจ้ากรรมนายเวรทั้งสิ้น
เพื่อให้เราจำเค้าได้ ระลึกและสำนึกบาปได้
 
ท่านอาจารย์บอกว่า
เวลาที่เรานั่งอยู่ เค้าก็นั่งจ้องหน้าเรา
แม้แต่เวลาที่เราทำอะไรกับแฟน เค้าก็นั่งดูเรา
 
ฟังแล้วก็หลอนจริง ๆ
 
เวลาที่เราเข้าพิธีปิดขุมนรก
เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายจะมารอรับบุญจากเรา
เปรียบเสมือนเค้ามารออาหารจากเรา
 
(แม้แต่เจ้ากรรมนายเวรที่ปกติไม่รับบุญใด ๆ
แต่ก็แพ้แก่บุญบ้านสวนฯ ที่เป็นมหาบุญทั้งสิ้น)
 
ดังนั้น หากใครตั้งใจมาเข้าพิธีอย่างเดียว
ใครที่มาบ้านสวนบ่าย หรือ มาแล้วทำงานไม่เต็มที่
ยังเกียจคร้าน  คิดไปเองว่า
เข้าพิธีแล้วก็ปิดนรกสำเร็จ
 
ขอยืนยันว่าเป็นความคิดที่ผิด
 
เพราะจะไม่มีบุญ หรือ มีอาหารไม่เพียงพอ
กับจำนวนเจ้ากรรมนายเวรที่มารอรับ
แล้วใครจะให้อภัย ยิ่งทำให้เค้ามารอเก้อแบบนี้
 
และยิ่งหากกลับไปละเมิดศีลทั้งห้าข้ออีก
ก็คงตกนรกขุมที่ใหญ่และลึกลงไปโดยไม่รู้ตัว
 
ท่านอาจาย์บอกว่าปาปและอกุศลใด ๆ
ก็ไม่สามารถดึงพระโสดาบันให้ลงนรกได้
 
ดังนั้น เราทุกคนควรรักษาศีล 5 โดยเคร่งครัด
ไม่ทำผิดแม้ทางความคิด (แค่คิดเล่น ๆ ก็ไม่ได้)
หมั่นนึกถึงความตายไว้เสมอ เพื่อเป็นหรือรักษา
ความเป็นพระโสดาบันกันนะครับ
 
ขออนุโมทนาบุญกับธรรมทาน
ของทุกท่านครับ สาธุ สาธุ สาธุ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น โฆษิต ควรหาเวช (kosit-dot-koanhavej-at-nectec-dot-or-dot-th) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-04 19:53:30


ความคิดเห็นที่ 1250 (1613823)

ต่อค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 4 มิ.ย.55

พวกเราไปช่วยกันถางหญ้าต้นถั่ว ต้นมัน 5 นาที ที่แปลงที่จะปลูกข้าว ส่วนลุงบุญและอาจารย์อภิชัยกำลังเริ่มที่จะต่อพระกรของพระองค์ท่านแล้ว ส่วนขาเป็นรูปร่างเสร็จแล้ว ใกล้จะครบแล้วนะค่ะ ใครพลาด 3-4 อาทิตย์อาจจะไม่ทันสร้างบุญแล้วนะค่ะ

วันนี้คุณบุญศิริ และคุณธีระ เจ้าของโรงแรมพัทยาเบย์ นำรถกอล์ฟมือสองมาถวายท่านอาจารย์ ก็ขออนุโมทนาบุญด้วยนะค่ะ และยังกระซิบท่านอาจารย์อีกนะค่ะ ว่าถ้ามีเงินจะถอยรถกอล์ฟป้ายแดงมาถวายท่านอาจารย์ จะได้สะดวกในการไปดูงานด้านหลัง

วันนี้พวกเราก็ไปร่วมงานศพหลวงพ่อเสงี่ยมกันอีก แต่วันนี้เราไปกันประมาณ 30 คน ท่านอาจารย์ได้แนะนำให้รู้จัก ส.ส.นครนายก ซึ่งท่านได้รับปากท่านอาจารย์ว่า จะพาคณะของท่าน(ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะเป็น ส.ส.หรือเปล่า เพราะได้ยินไม่ชัดค่ะ) ประมาณ 30 คน มาเยี่ยมชมบ้านสวนฯ เราจะได้มีโอกาสต้อนรับอาคันตุกะอีกแล้วนะค่ะ

กลับมาบ้านสวนฯตอน 5 ทุ่มครึ่ง เราก็มาเวียนเทียนแบบบ้านสวนฯ ก่อนที่ท่านอาจารย์จะมา คุณธนาได้แจ้งกฏบ้านสวนใหม่ให้ทราบทั่วกันคะ

1.ถ้ามีใครเข้ามาบ้านสวนฯแล้ว มาถามว่าคนนั้น คนนี้หายไปไหน ทำไมไม่มา ถ้าได้ยินแม้จะไม่ถามกับตัวเราเอง ให้บอกเขาว่า เดี๋ยวจะถามอาจารย์อุบลให้ และเราต้องถามอาจารย์จริงๆด้วย เพราะไม่งั้นจะผิดศีลข้อ 4  

2.แบบฟอร์มการขอเข้าบ้านสวนฯให้เขียนเพิ่มเติม คือจังหวัดที่มา และชื่อบริษัทที่เราทำงาน ถ้าไม่มีงานทำหรือช่วยทางบ้าน ก็ต้องระบุด้วย

3.คนที่จะมาขอบคุณ ขอขมา ร่วมปิดนรก จะต้องมาบ้านสวนฯก่อน 11.00 น. และต้องมาร่วมบุญอย่างเต็มที่ ไม่ต้องมารอให้ใครบอกว่าต้องทำอะไรบ้าง หรือไม่ทราบว่าจะทำอะไร (คำพูดนี้ไม่ต้องเข้าบ้านสวนฯอีก) จะได้สะสมบุญอุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรในตอนกลางคืนได้ หรือปิดนรกได้

4.คนที่ต้องการค้างที่บ้านสวนฯเกิน 3วัน จะต้องแจ้งวัตถุประสงค์ในการมาให้คณะกรรมการของบ้านสวนฯทราบและได้รับอนุมัติก่อน ขั้นต้นนี้ให้แจ้งที่คุณธนาหรือคุณแมว

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เพชรดา วรรณรักษ์ (fareastinn-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-04 20:09:10


ความคิดเห็นที่ 1251 (1613827)

 

ตาปนรก
นรกแห่งความร้อน-นรกย่างสด
 
ก่อนที่จะปิดนรกขุมที่ 6
เรามาทบทวนนรกขุมที่ 1-5 กัน
สักนิดนะครับ
 
 
1.              สัญชีวนรก (นรกแห่งการเกิดอีกหน)
 
นรกขุมนี้มีผนังทำจากเหล็กร้อนกั้นรอบด้าน
มองไปไม่เห็นขอบ มีอาณาเขตไพศาลยิ่งนัก
และทั่วบริเวณมีไฟลุกโชนหาที่ว่างเว้นมิได้เลย
 
ในไฟนรกนี้ปรากฏอาวุธต่าง ๆ เช่น หอก ดาบ มีด
สัตว์ในขุมนี้จะวิ่งพล่านอยู่บนไฟนรกดังกล่าว
เมื่อวิ่งแล้วก็กระทบกับอาวุธเหล่านั้น
ได้รับบาดเจ็บเป็นนักหนา เมื่อถึงแก่ชีวิตก็ดี หรือ
อวัยวะขาดไปก็ดี ร่างกายจะกลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง
 เพื่อให้รับโทษในขุมนี้จนกว่าจะสิ้นโทษ
 
สัตว์นรกนี้ต้องรับโทษเป็นเวลาห้าร้อยปีนรก
หรือสี่พันห้าร้อยล้าน (
4,500,000,000) ปีมนุษย์
 
2. กาฬสุตนรก (นรกด้ายดำ)
 
มีลักษณะเพิ่มเติมจากนรกขุมที่แล้ว คือ
สัตว์ในขุมนี้จะถูกตีเส้นบนเนื้อตัวโดยนายนิรยบาล
 
ด้วยการนำเส้นเหล็กเผาไฟมานาบเป็นลายบนตัว
และจะถูกผ่า เลื่อย หรือตัดตามเส้นนั้น
สัตว์นรกนี้ต้องรับโทษเป็นเวลาหนึ่งพันปีนรก
หรือสามหมื่นหกพันล้าน (
36,000,000,000) ปีมนุษย์
 
3. สังฆาตนรก (นรกตีกระทบ)
 
มีลักษณะเพิ่มเติมจากนรกขุมที่แล้ว คือ
นรกนี้จะห้อมล้อมไปด้วยภูเขาเหล็กลูกมหึมา
มีไฟลุกท่วมกลิ้งเข้ากระทบกระแทกสัตว์นรก
จนเหลวเป็นวุ้นเลือด
 
ผู้วิ่งหนีมิเข้าไปในระหว่างเขานี้
จะถูกนายนิรยบาลไล่แทงไล่ฟันเป็นต้น
เมื่อตายแล้วก็กลับเป็นปรกติ
เพื่อรับโทษอีกครั้งเหมือนในขุมก่อน ๆ
สัตว์นรกนี้ต้องรับโทษเป็นเวลาสองพันปีนรก
หรือสองแสนเก้าหมื่นล้าน
(290,000,000,000) ปีมนุษย์

4. โรรุวนรก (นรกแห่งเสียงหวีดร้อง)  
 
มีลักษณะเพิ่มเติมจากนรกขุมที่แล้ว คือ
ใจกลางขุมมีเหล่าดอกบัวกลีบเป็นเหล็ก
มีไฟลุกโชน สัตว์นรกจะถูกกรรมดลใจ
ให้ดำผุดลงไปในดอกบัวเหล่านี้
 
กลีบบัวก็จะงับอวัยวะต่าง ๆ เช่น
ศีรษะ แขน และขา งับแล้วก็ไม่ปล่อย
ไฟจากบัวก็จะเผาผลาญสัตว์นั้น
 
สัตว์นรกนี้ต้องรับโทษเป็นเวลาสี่พันปีนรก
หรือ เก้าแสนสามหมื่นหกพันล้าน
(936,000,000,000) ปีมนุษย์
 
5. มหาโรรุวนรก
 
(นรกแห่งเสียงหวีดร้องอย่างหนัก)
 
มีลักษณะเพิ่มเติมจากนรกขุมที่แล้ว คือ
เหล่าบัวมิได้มีแต่ในกลางขุม
แต่ขึ้นอยู่ทั่วไป และกลีบบัวนั้นเป็นกรด
ช่องว่างที่บัวมิได้งอก
จะมีอาวุธลุกเป็นไฟ เช่น แหลน หลาว หอก
งอกขึ้นมาแทน บัวจะไม่งับสัตว์นรกไว้แน่น
เพื่อให้ดิ้นไปถูกอาวุธที่งอกขึ้น
 
เมื่อดิ้นไปมาจนตกลงสู่พื้นแล้ว
จะมีสุนัขเข้ามากัดทึ้งจนเหลือแต่กระดูก
และกลับมาสมบูรณ์เพื่อรับโทษใหม่
จนกว่าจะหมดโทษเหมือนนรกขุมที่แล้วมา
 
สัตว์นรกนี้ต้องรับโทษเป็นเวลาแปดพันปีนรก
หรือคิดเป็นปีมนุษย์ก็คือ เจ็ดหมื่นสามพันล้าน
เจ็ดแสนสองหมื่นแปดพันล้านล้าน
(73,000,728,000,000,000) ปี
 
6. ตาปนรก (นรกย่างสด)
นรกนี้มีไฟลุกท่วม ในไฟมีอาวุธ เช่น
หอก แหลน หลาว เป็นต้น คอยพุ่งเข้าทิ่มแทง
ขึ้นตั้งไว้ย่างไฟ เมื่อเนื้อหนังกรอบร่างหลุดร่วงลงมา
ก็จะถูกสุนัขขนาดใหญ่เท่าช้างวิ่งเข้ามากัดทึ้ง
จนเหลือแต่กระดูก
 
สัตว์ใดหนีได้ก็จะถูกนายนิรยาล
จับทิ่มหอกแล้วตั้งขึ้นย่างอีกครั้ง และเมื่อตายแล้ว
ก็จะฟื้นกลับมาเพื่อรับโทษใหม่จนกว่าจะหมดโทษ
 
สัตว์นรกนี้ต้องรับโทษเป็นเวลา
หนึ่งหมื่นหกพันปีนรก หรือสองพันเก้าร้อยสี่สิบเจ็ด
ล้านสามแสนเก้าหมื่นสองพันล้านล้านปีมนุษย์ (2,947,392,000,000,000)
 
 
ท่านใดที่ต้องการมีชีวิตอมตะ
ก็เลือกมาเกิดที่นรกทั้ง 6 ขุมนี้ได้นะครับ
มีกติกาง่าย ๆ โดยการผิดศีลทุกข้อ
มีอบายมุขเป็นกิจวัตรประจำวัน
ชอบเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น ชอบของฟรี
ตีตั๋วตรง ไม่ต้องทำวีซ่าได้เลยครับ 
 
ผู้แสดงความคิดเห็น โฆษิต ควรหาเวช (kosit-dot-koanhavej-at-nectec-dot-or-dot-th) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-04 20:39:59


ความคิดเห็นที่ 1252 (1613839)

ต่อค่ะ

เมื่อท่านอาจารย์เข้ามา คุณธนาได้เรียนถามท่านอาจารย์เรื่องการเวียนเทียน ว่าเราต้องมีดอกไม้ธูปเทียน และต้องเวียนรอบโบสถ์ไหนของบ้านสวนฯ

ท่านอาจารย์ได้บอกถึงความหมายของแต่ละสิ่ง บอกว่า ที่บ้านสวนฯไม่ต้องมีดอกไม้ธูปทียนเพราะ

ดอกไม้เหี่ยวแล้วก็ต้องทิ้งไป เปรียบเช่น เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป

ธูป ใช้เพื่อพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

เทียน ให้แสงสว่าง เปรียบเช่นพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า

เราเวียนเทียนที่วัด โดยเราไม่รู้ความหมายของแต่ละสิ่ง เวียนที่โบสถ์ 3 รอบ เป็นอุบายทำจิตให้สงบ จิตเบิกบาน ไม่รู้ว่าจะมีใครทราบสักกี่คน เดินไปยั้งงั้นเอง แถมยังนึกสนุกเอาธูปจี้หลังคนอื่นเสียอีก และก็ไม่รู้ว่าเหยียบมด สัตว์เล็กสัตว์น้อยไปกี่ตัว แทนที่จะได้บุญ กลับได้บาปไปอีก

ของบ้านสวนฯจะใช้ ทาน ศีล ภาวนา แทนโดย

1.ละเว้นความชั่วทุกชนิด

2.ทำความดีทุกชนิด

3.ทำจิตให้บริสุทธ์

ท่านอาจารย์ได้ถามถึงคนไหนที่เข้ามาบ้านสวนฯแล้วชีวิตดีขึ้นทุกด้าน ก็ยกมือกันสลอน ท่านอาจารย์ขอป็นตัวอย่าง 2 คน ให้ออกไป

1.คุณอมร ได้ออกไปเล่าเรื่องชีวิตก่อนรู้จักบ้านสวนฯ

-สุขภาพไม่ดี ตื่นขึ้นมาเส้นจะยึด ปวด ไม่อยากทำงาน

-รายได้เฉลี่ยก่อนนั้น 5000-7000 บาทต่อวัน

-ไม่มีความสำเร็จในทางธรรม

และคุณอมรรู้ตัวว่าตัวเองจะหมดอายุ เดือน ม.ค.54 เพราะ เมื่อปี 2548 ได้ไปนอนที่วัดแห่งหนึ่ง ช่วงกึ่งหลับกึ่งตื่น เห็นผู้ชายนุ่งผ้าแดง 2 คน มาหาคุณอมร และบอกว่ามาเอาชีวิตเจ้า คุณอมรบอกว่างั้นขอไปกราบพระก่อน ผู้ชายนุ่งผ้าแดงก็เลยไปเลย

ท่านอาจารย์อธิบาย ที่เขาไม่เอาคุณอมรไป เพราะคุณอมรจะกราบพระหมายถึงจิตเกาะเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า จะไม่ได้ไปลงนรก คนนุ่งผ้าแดงก็เลยไปเลย

หลังจากนั้นผ่านไปอีก 1 ปี ก็ฝันอีกว่า ผู้ชายนุ่งกางเกงแดงก็มาอีก ถามว่าลืมหรือยัง สัญญาของเรา แล้วก็มาฝันอีกว่า ให้เวลา 2 ปีครึ่ง แล้วจะเอาชีวิต ซึ่งคุณอมรนับดูแล้ว ก็รู้ว่าจะสิ้นอายุ ม.ค.54 คุณอมรได้รู้จักและมาที่บ้านสวนฯ ช่วงปีใหม่ 54 และได้ถามท่านอาจารย์ถึงเรื่องนี้ ท่านอาจารย์ได้ภามว่าจะมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร คุณอมรตอบว่าอยู่เพื่อสร้างบุญที่บ้านสวนฯ เพื่อดำรงไว้ซึ่ง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งเบื้องบนก็ต่ออายุให้

หลังจากนั้นคุณอมรชีวิตก็ดีขึ้น รายได้ก็มากขึ้น ซึ่งเป็นการทดสอบจากเบื้องบนว่าจะรักษาสัญญาหรือไม่

เมื่อรายได้เข้ามามาก ก็ไม่อยากจะมาบ้านสวนฯ ก็ถูกลงโทษโดยลูกชายถูกตีหัว ต่อมาตัวเองก็เป็นไข้ สูงมาก แทบขาดใจตาย ความเป็นความตาย มันเหมือนเป็นเส้นใยบางๆที่พร้อมจะขาดทุกเมื่อ ซึ่งเป็นผลมาจากไม่รักษาสัญญา ชักชวนคนมาบ้านสวนฯ คบคนชั่วเห็นมิตร และท่านอาจารย์ได้มาช่วยเหลือด้วยการจับตัว หายนะลูก อาการทั้งหมดก็เย็นลงทันที

2.น้องอัญ หญิงเหล็กอีกคนหนึ่งของบ้านสวนฯ

ก่อนมาจิตใจไม่ค่อยมั่นคง เครียด ชอบเก็บมาคิดหมด มีความทุกข์

-การงานถือว่าดี แต่เก็บเงินไม่อยู่

ครอบครัวแต่งงานแล้ว แต่สามีเจ้าชู้

หลังมาหาอาจารย์ เริ่มคิดเป็น เริ่มหาสาเหตุเป็น ไม่ทุกข์ ไม่เครียด และยกตัวอย่างว่า ไปเซลล์ขายของ เจอพ่อค้าขนมขายในราคาถูก ก็ถามว่าทำไมถึงถูก หมดอายุหรือเปล่า เขาตอบว่าซื้อของจากพระเพื่อไปทำบุญต่อ ก็บอกเขาผิดหนี้สงฆ์

ซึ่งการทำบุญกับพระ โดยซื้อของพระที่ทำเป็นธุรกิจไปทำบุญถือว่า บาป ส่วนพระเองก็บาป

ท่านอาจารยได้อธิบายว่า พระพุทธเจ้าไม่ได้หวังว่าธรรมะจะเผยแพร่จากพระสงฆ์ แต่หวังจะเผยแพร่จากฆราวาสที่เป็นอริยะเจ้า

สูตรของการมีความสุข คือ ช่างมัน

เราไม่ต้องเปลี่ยนคนรอบด้าน แต่ให้เปลี่ยนที่ตัวเราเอง

3.คุณบุญศิริ และคุณธีระ ซี่งนำรถกะบะมือสองมาให้เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว อาทิตย์นี้นำรถกอล์ฟมาให้อีก ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ

คุณบุญศิริ ได้บอกว่า เมื่อก่อนตอนอยู่ที่เมืองนอก เคยเป็นพยาบาลที่ต่างประเทศ เคยมีส่วนช่วยในการทำแท้ง ประมาณ 10ปี ประมาณ 3 ปีครึ่ง มานี้เริ่มมีกรรมเกิดขึ้น น้ำในหูไม่เท่ากัน ปวดแขน แต่ทนได้ เลยยังไม่ได้มาให้อาจารย์อุบลรักษา

ผู้แสดงความคิดเห็น เพชรดา วรรณรักษ์ (fareastinn-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-04 21:10:34


ความคิดเห็นที่ 1253 (1613848)

 

ปิดนรกขุมที่ 6 ตาปนรก
นรกแห่งความร้อน-นรกย่างสด

 

ท่านอาจารย์ได้บอกคุณสมบัติของคน
ที่ต้องการไปอยู่นรกขุมนี้ ได้แก่
 
การติดอบายมุขต่าง ๆ เช่น ติดละคร เล่นการพนัน
เที่ยวกลางคืน ดื่มน้ำเมา ดูบอล/เล่นพนันบอล
และคบคนชั่วเป็นมิตร
 
ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้ มักผิดกันหลายข้อ
ไม่ผิดแค่ข้อใดข้อหนึ่งครับ
 
เช่น การพนัน ดื่มน้ำเมาและเที่ยวกลางคืน
มักจะผิดพร้อมกัน รวมทั้งคบคนชั่วเป็นมิตรด้วย
 
ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้ ก่อนมาบ้านสวน
ผมก็มีครบถ้วน ผมต้องขอกราบขอบพระคุณ
ท่านอาจารย์ทั้งสองและคุณท๊อป
ที่ให้โอกาสคนชั่ว อย่างผมมาทำความดี
ไปละลายความชั่วที่บ้านสวนฯ
จนตอนนี้เข้าข้างตัวเองไปว่า
คงหลุดจากขุมนี้ไปขุมเล็ก/ขุมบริวารแล้วครับ
 
ดูละคร ดูซีรีย์เกาหลี ไปนรกขุมนี้หรือไม่
ท่านอาจารย์บอกว่า ไม่จำเป็นหากเราไม่ติด
 
เช่น ไม่ได้ดูแล้ว กินข้าวไม่ลง นอนไม่หลับ
หรือดูแล้วก็ลุ้นว่าเมื่อไรนางเอกจะตบตัวอิจฉาสักที
หรือก็อินว่าตัวเองเป็นตัวละคร ถ้าเป็นชั้นล่ะก็ ฮึ่ม….
 
ดูละครให้ย้อนดูตัว
ดูหนัง ฟังเพลง ก็ให้คิดเสมอว่า
ทั้งหนัง ทั้งเพลง มันก็มีวันจบ
ไม่มีเรื่องใดที่ไม่มีวันจบ ก็เหมือนกับชีวิตของเรา
ไม่วันใดวันหนึ่งชีวิตของเราก็ต้องจบ
ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า
 
ถ้าคิดแบบนี้ได้ ก็ดูไปนะครับ
แต่อย่าดูจนถึงเช้า ไม่หลับไม่นอน
จนไปทำงานสาย หรือ ขาดเรียน
 
กรี๊ดพระเอกนางเอก ก็ผิดนะครับ
 
ตัวอย่างเช่น แม่ยกลิเก ซึ่งตามไปดูไปคล้อง
พวงมาลัยที่ทำด้วยแบงค์หลากสีให้พระเอกลิเก
 
นักเรียนนักศึกษาที่เสียค่าตั๋วแพง ๆ
เพื่อไปดูคอนเสิร์ตของดาราที่ชื่นชอบ เป็นต้น
 
ยกเว้นตามกรี๊ดคนน่าตาดี อย่างคุณธนา
ผมว่าไม่ผิดนะครับ พี่สมจิต ตามกรี๊ดได้เต็มที่
 
การปิดนรกขุมที่ 6 ครั้งนี้

 

ท่านอาจารย์ได้อัญเชิญไฟนรกขึ้น
มาให้สัมผัส
 
ซึ่งผมก็เกิดอาการร้อนในท้องจนถึงลำคอ
เมื่อท่านอาจารย์ให้น้อมใจตามที่ท่านบอก
จนเสร็จพิธี อาการที่เป็นก็หายไปครับ
 
ผมอธิษฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์และท่านอาจารย์
ว่าหากปิดนรกขุมนี้สำเร็จก็ขอให้สัมผัสได้
ก็เกิดอาการเย็นตามร่างกายและขนลุกครับ
 
ขออนุโมทนาบุญทุกท่าน
ขอบคุณพี่เจี๊ยบอีกครั้งที่ให้ผม
ติดรถกลับบ้านเมื่อเช้านี้ครับ
ผู้แสดงความคิดเห็น โฆษิต ควรหาเวช (kosit-dot-koanhavej-at-nectec-dot-or-dot-th) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-04 21:28:42


ความคิดเห็นที่ 1254 (1613871)

ขออนุโมทนากับ คุณเบ๊ญ พี่อดิศักดิ์ พี่เจี๊ยบ และ พี่โฆษิต ที่มาเล่าธรรมทานด้วยครับ

ธรรมทานคืนวันเสาร์

วันนี้ พวกเราได้ไปงานศำหลวงปู่เสงี่ยม โอภาสี หลังจากนั้นก็ กลับมาบ้านสวนฯ เพื่อ ปิดบัญชีนรก ขุม 6 กันครับ

สำหรับขุมนี้ คือ คนที่ละเมิด อบายมุข 6 คือ

1.ดื่มสุราของมีนเมา

2.ดูการละเล่น

3.ติดการพนัน

4.ดูการละเล่น

5.คบคนชั่วเป็นมิตร

6.เกียจคร้านการงาน

ระยะเวลา - 16,000 ปีนรก 1 วันนรก = 184,212 ล้านปีมนุษย์

การลงโทษ - ย่างสด เหมือนๆ บาร์บีคิว

     ดูแล้วท่าทางจะเป็นระยะเวลาที่นานมากๆ จริงๆ แล้วผมเองก็ทำมาครบทุกๆ ข้อเลย หลังจากนั้น ท่านอาจารย์ก็ได้อัญเชิญไฟนรก มาให้พวกเราได้สัมผัส ซึ่งตัวผมเองจะรู้สึกร้อนที่ ด้านหลังศรีษะ และแผ่นหลัง หลังจากปิดบัญชีขุม 6 อาการก็หายไปครับ 

     หลังจากนั้น คุณปุ๊ผู้ที่ได้มาครั้งแรก หลังจากเธอมีอาการก็ได้ออกมาสารภาพบาปว่า เมื่อตอนเด็กๆ ที่้บ้านเธอ เปิดบ่อนไ่พ่ ตัวเธอเอง ก็ต้องเป็นคนล้างไพ่ ไม่ใช่ ใช้น้ำยาล้างนะครับ แต่เป็นภาษาที่ทุกๆคนที่เล่นจะรู้กัน บ้านยายผมก็เป็นบ่อน เหมือนกันครับ บางครั้ง คนที่เล่นก็ให้เธอ ถือไพ่แทนบ้าง เพราะเหตุนี้ทำให้คุณปุ๊ มีผลการเรียนในวัยเด็กของเธอออกมาไม่ค่อยดี ประมาณ 50.00 เพราะต้องคอยมาดูแลกิจการหลังจากที่เธอย้ายมาเรียนวิทยาลัยครู ก็เลิกข้องเกี่ยวกับ บ่อนการพนัน แต่ผลกรรมก็ยังเดินหน้าต่อไป จนถึงวันนี้ วันที่ได้มีโอกาสมารู้จักบ้านสวน ผ่านทางรายการคุยไปแจกไป ซึ่งเธอเองก็ติดตามมาโดยตลอด ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นฝีมือ ของพระเทวทัต และเจ้าอชาตศัครู

     ซึ่งความทุกข์ของคุณปุ๊ ที่เป็นอยู่ก็คือ มีอาการปวดที่เท้า หลังจากมารู้กรรมว่าเกิดจากการ ตีเด็ก ที่เท้า เพราะ ไม่กล้าตีส่วนอื่น เพราะกลัวผู้ปกครองเด็กจะรู้ และรู้วิธีนี้มาจากเพื่อนครูด้วยกัน แต่"การทำบาปไม่ว่าจะทำในที่ลับ หรือที่แจ้ง มันก็ต้องได้ัรับผลอยู่ดี" ตัวเราเองและเจ้ากรรมนายเวรของเรา ย่อมจะรู้ได้ดีที่สุด เพราะเขาจะตามเราอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่เรามองไม่เห็นเท่านั้นเองหลังจากอุทิศ ขอขมาเด็กๆ ด้วยสำนึก อาการหายไป 60 เปอร์เซนต์

     อีก 20 เปอร์เซนต์ คือ เมื่อวัยเด็ก คุณแม่คุณปุ๊ใช้ให้คุณปุ๊เหยียบ แต่ คุณปุ๊ ไปเหยียบแรงทำให้คุณแม่ของเธอเจ็บ เลยเป็นกรรม รวมทั้ง กรรมเหยียบเหรียญซึ่งมีมีพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงอยู่ และ กรรมอื่น คือ เหยียบสัตว์เล็กสัตว์น้อย หลังจากนั้น คุณปุ๊ เธออยากขอขมาคุณแม่ที่เคย ทำไม่ดีกับท่านไว้ ซึ่ง คุณแม่ก็ได้ถูกนำตัวขึ้นมาเมื่อตอนที่คุณแม่คุณปุ๊ป่วย แต่ยังห่วงกิจการบ่อน ทำให้คุณปุ๊พูดจาไม่ดีกับแม่ ซึ่งหลังจากที่เธอขอขมา อุทิศบุญ คุณแม่และผู้คุมก็ได้ขึ้นสู่สวรรค์

คำถามจาก ดร.จุ๋ม

- เรายังดูละครได้ไหมคะ

     ดูได้แต่เี่ราต้องดูอย่างคนมีปัญญา ไม่ใช่ดู แล้วติด ดูแล้วได้ข้อคิดว่า ในละครก็เหมือนชีวิตจริง คนดี คนไม่ดีเป็นอย่างไร นางเอกยุคเก่ามักจะโง่ คนเลยชอบคิดว่าคนดี ต้องเป็นคนโง่ ซึ่งจริงๆ แล้วไม่จำเป็นเลย อย่างน้อยก็ทำให้เราคิดได้ว่า อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็น 

คำถามจากน้องก๊อต

- เราจะมีวิธีอย่างไร ไม่ให้จิตเราไหลลงต่ำ

     ธรรมชาติของจิตมักจะไหลลงต่ำเสมอ หากจิตใจเราเหมือนแก้วน้ำใบนึง ในขณะจิตหนึ่ง จิตรับรู้ได้อารมณ์เดียว วันๆนึง เราใส่อะไรลงไปบ้าง น้ำในแก้วปล่อยทิ้งไว้เฉยๆ น้ำก็แห้ง

     เราใส่อะไรลงไปในแก้วน้ำของเราบ้างในวันๆนึง ไม่ว่าจะเป็น ความโลภ ความโกรธ ความหลง ดังนั้น เราจึงควรเลือกใส่แต่สิ่งดีดีลงไปอย่าง คำภาวนา พุทโุธ รหัสอาจารย์อุบลช่วยด้วยก็ได้ หรือ คิดแต่สิ่งดีดี เมื่อเราคิดแต่สิ่งที่ดีดีๆ จิตวิญญาณดีดี ก็จะมาเกาะที่เรา แต่เมื่อเราึิึิคิดไม่ดี จิตวิญญาณไม่ดีก็จะมาเกาะกับเรา พระพุทธเจ้า จึงสอนให้เี่รา ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตให้ร่าเริงผ่องใส ทำแค่นี้ ชีวิตก็มีความสุขแล้ว และ คาถา ที่ืำืทำให้เรามีความสุขได้ เมื่อเรามีความทุกข์ คือ "ช่างมัน"

คำถามจากพี่ตุ๊ย

- รูปในหลวง จำพวกปฏิทินเมื่อเราไม่ใช้แล้ว จะนำไปเผาได้ไหม

     ไม่ควรเป็นอย่างยิ่ง ให้เราลองมานึกถคงตัวเรา ก็เรามานั่งเผารูปตัวเอง เราจะทำไหม ทุกคนต่างตอบว่าไม่ เมื่อเราเคารพบูชา และทำกับท่านอย่างไร เราก็จะได้รับอย่างนั้น และเราก็จะยิ่งมีกินมีใช้ เพราะธนบัตรก็เป็นรูปท่าน เก็บของอย่างอื่นเก็บแต่ทำไมเราจะเก็บรูปท่านไว้ไม่ได้ จึงทำให้ ฐานะฝืดเคือง

คำถามจากคุณปุ๊

- พระสงฆ์นำผ้าไตรมาขายเพื่อให้เราทำบุญต่อได้ไหม

     ถ้าเราอยากจะทำบุญผ้าไตร หรือ บุญ สังฆทาน วิหารทาน ธรรมทาน มีเงิน 1 บาท ก็ทำได้ เพียงแค่เราอฐิษฐาน เหมือนที่เราอฐิษฐานใส่บาตรวิระทะโย "ขอเงินนี้สร้างสังฆทาน วิหารทาน ธรรมทาน" 


ธรรมทานคืนวันอาทิตย์

     ผลกรรมจากการมีส่วนรู้เห็นในการทำแท้ง

     วันนี้พวกเราได้ร่วมอนุโมทนา กับคุณบุญศิริ หลังจากที่ได้นำรถกระบะ มาทำบุญกับบ้านสวนแล้ว วันนี้ ได้นำรถที่ใช้ขี่ในสนามกอล์ฟ มาร่วมบุญ อีก และ คุณบุญศิริ ก็ได้ออกมา เล่าถึงอาการป่วยของเธอ คือ น้ำในหูไม่เท่ากัน อาการตัวบวม และ มีปัญหาที่ข้อมือ และเธอได้เล่าว่า เมื่อครั้งเป็น พยาบาลอยู่ที่อเมริกาได้เป็นผู้ช่วยหมอทำแท้งเด็ก ที่ไม่พร้อมที่จะมีครอบครั     ซึ่งนี่เองก็เป็น จุดเริ่มต้นของกรรมที่เธอต้องประสบ ในตอนนี้ ซึ่งหลังจากที่อุทิศบุญแล้ว เราต้องมาคอยคิดตามผลกัน ว่าอาการน้ำในหูของเธอ จะหายไหม เพราะ วันนี้เธอเพิ่งทานยา ทำให้ไม่สามารถ ตรวจสอบได้ว่า อาการดีขึื้นหรือเปล่าต้องรอดูผลกันต่อไป

มาบ้านสวนแล้วชีิวิตดีขึ้นอย่างไร

ชีวิตที่เกิดใหม่ 

      เรื่องนี้เป็นเรื่องจากพี่อมร พี่อมรได้เล่าว่า เมื่อก่อนมีปัญหาสุขภาพ คือ เส้นยึดเมื่อตื่นนอนตอนเช้า ก่อนจะทำงานจะต้อง ทำการบริหารก่อน จนเมื่อมีนิมิต ว่ามีผู้ชายนุ่งผ้าแดง มาบอกว่าจะมาเอาชีวิต ซึ่งก็หมายถึงหมดอายุขัย ซึ่งจะแบ่งย่อยดังนี้ ในกรณีที่มีผู้มารับ

- คนนุ่งผ้าแดงมารับ ไปสำนักพยายม ไปหาลุงพุฒิ

- มีเทวดามารับ ไปสวรรค์

- มีเทวดา และ พรหมมารับ ไปพรหมโลก

- มีเทวดา พรหม พระอรหันต์ และพระพุทธเจ้ามารับ ไปนิพพานซึ่งพี่อมรได้นิมิต หลังจากที่ได้รู้จักบ้านสวนแล้ว เมื่อตอนที่ได้นิมิตครั้งแรกนั้น เมื่อตอนที่คนนุ่งผ้าแดงมารับนั้น พี่อมรได้บอกเขา 2 คนไปว่า ก่อนไปขอกราบพระก่อน เมื่อ 2คนนั้นได้ยินแล้วก็เดินจากไป นี่เป็นธรรมทานที่น่าสนใจมาก เพราะ บ่งบอกถึงเมื่อเรากำลังจะตาย หากนึกถึงพระพุทธเจ้าก่อน อย่างต่ำที่สุดเราก็ได้เกิดเป็นมนุษย์ หรือไม่อาจจะขึ้นสวรรค์ไปเลยก็ได้เพราะ พระพุทธเคยกล่าวไว้ว่า บุคคลที่นึกถึงท่านแล้ว ได้ไปสวรรค์นั้นไม่ได้มีแค่เป็นล้านๆ แต่มีเป็น โกฏิๆ (สิบล้าน)

     หลังจากนั้นได้ไม่นาน ก็ได้เห็นผู้ชายนุ่งผ้าแดงมาอีก ยิ่งตอกย้ำว่า ตนเอง คงหมดอายุขัยแล้วจริงๆ ก็ได้มาเรียนถาม ท่านอาจารย์อุบล ในเรื่องนี้ำ และท่านก็ถามต่อว่า ถ้าจะให้มีอายุต่อ จะอยู่เพื่อ อะไร ซึ่งพี่อมรก็ได้ตอบว่า อยู่เพื่อ สร้างความดี เพื่อ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ดังนั้น พี่อมรจึงได้ต่ออายุโดยเสด็จพ่อท้าวเวสสุวรรณและท่านอาจารย์อุบลเป็นผู้ต่ออายุให้ แต่หลังจากนั้นที่เริ่มมึความคิดว่า จะหยุดมาบ้านสวนสักพัก เพื่อ หางาน หาเงิน รวมกับกรรมรวมตัวที่ ยังมีการติดต่อกับคนที่ออกไปจากบ้านสวนแล้วเขาโทรมาหาเรื่องมาบ้านสวน ตัวเองได้ตอบกลับไปว่า ไม่ค่อยได้มาบ้านสวนแล้ว เพื่อเป็นการรักษาน้ำใจอีกฝ่าย จึงได้รับความเมตตาจากเสด็จพ่อท้าวเวสสุวรรณ ให้ได้ลองเกือบตายจริงๆ ในวันนั้น น่าจะเป็นค่าย 10 ก่อนปิดงาน ที่มีการเลือก พี่จุ๋ม พี่จิ๋ม เป็นประธานค่าย ในขณะที่พี่อมร นอนตัวร้อนอยู่นั้นก็ได้ มีแสง สาดมาที่ตัว มาทราบภายหลังว่าเป็นแสงฉัพพรรณรังษี และท่านอาจารย์อุบลก็ขึ้นมาดูอาการ และมาแตะตัวพี่อมร อาการตัวร้อน ก็หายไป สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เตือนว่าเมื่อเราให้สัจจะกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว เราก็ควรจะรักษาเอาไว้ การที่จะมาบ้านสวนว่ายากแล้ว การรักษาตนให้ได้อยู่ต่อนั้นยากยิ่งกว่า

ธรรมมะโคลนนิ่ง 

     เรื่องนี้เป็นสิ่งที่พี่อัญได้รับแม้จะไม่ได้มาทางรูปธรรมอย่างทรัพย์สินเงิน หรือสุขภาพ ให้เห็น แต่เป็นเรื่องของสภาพจิตใจที่เข้มแข็ง กล้าที่จะปฏิเสธ กับสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ครอบครัวพี่อัญมีสามีเจ้าชู้ ซึ่งพี่อัญมองว่าเป็นเรื่องปรกติ แต่จริงๆ แล้วไม่ปรกติ 

    เรื่องมีอยู่ว่า มีเพื่อนพี่อัญได้มาชวนไปซื้อของถูก มาทราบภายหลังว่าเป็นของที่พระสงฆ์ เอามาขายเอง ซึ่งพี่อัญก็ทราบว่าเป็นหนี้สงฆ์ จึงบอกเพื่อนไป ว่าไม่ถูก แต่เพื่อนก็บอกว่าตนเองก็จะซื้อไปทำบุญต่อ ทีนี่ ก็ยิ่งเป็นการขยายบาป มากขึ้น คนซื้อก็บาป คนขายก็บาป คนที่ใข้ของก็บาป

     พี่อัญก็เหมือน เป็นบุคคลที่ได้รับธรรมมะจากบ้านสวนแล้ว นำไปใช้โดยการบอกเพื่อนเพื่อไม่ให้มีคนต้องบาป เพิ่มขึ้น และพี่อัญเอง เมื่อเพื่อนได้รับคำเตือนแล้ว ก็ฟัง เพราะพี่อัญ รักษาศีล 5 เมื่อ ศีล ข้อ 4 เราบริสุทธิ์ คำพูด ของเราจะมีพลัง เหมือนพูดจากใจ สู่ใจ ซึ่งเีราหลายๆคนต้องเอาเป็นตัวอย่าง ต้องกล้าที่จะ บอกว่าสิ่งไหนผิด สิ่งไหนถูก ไม่ต้องกลัวคนว่า ทำความดีไม่ต้องเกรงใจใคร

     เมื่อใดก็ตามที่เรามีความทุกข์ บางทีเราคิดว่าเกิดจากคนรอบข้าง จริงๆแล้ว เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลง คนอื่นได้ แต่เราสามารถแก้ไข ที่ใจ เราเองได้ ใครจะด่า ใครจะว่า ก็ ช่างมัน แล้วชีวิตจะมีความสุข จริงๆ แล้วมันก็เหมือนเป็น การปล่อยวาง เพราะถ้าเรา ยิ่งยึด เราก็ยิ่งทุกข์

     ถ้าเราิเพิกเฉยก็เหมือนกับ ขาดเมตตา ปล่อยให้เขา ลงนรก เพราะเราก็เหมือนได้ทำหน้าที่ จริง คือนำสิ่งที่ถูกค้องไปขยายต่อเพื่อให้สังคมไทย ได้รู้กฏของกรรม จะได้ไม่ทำบาปกันอีกครับ

มาเวียนเทียนสวรรค์-นิพพานกันเถอะ

     เมื่อก่อนเราเวียนเทียนอาจจะใช้ ธูป เทียน ดอกไม้ ซึ่ง เราเวียนๆกันก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความหมายคืออะไร บางคนเวียนเทียนแ่ต่ก็คุยกัน แกล้งกัน ก็เป็นบาป แต่ ว่าการเวียนเทียนหากเรามีจิตเป็นสมาธิจดจ่อ ก็ถือว่า เรามีจิตเป็นสมาธิ ชั่วขณะหนึ่ง ระลึกถึงคุณ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

     สิ่งที่เราควรทำอยู่เสมอๆ คือ ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตให้ร่าเริงผ่องใส ถือเป็นการ ปฏิบัติบูชา ดีกว่า อามิสบูชา

การเวียนเทียน คราวนี้ ท่านอาจารย์อุบลก็ได้อัญเชิญสวรรค์-นิพพานมาให้พวกเราได้สัมผัสกัน หลังจากที่ปิดไฟ ท่านอาจารย์ก็ให้ทุกๆคน ภาวนา นะมะ พะธะ ถ้าใครชำนาญก็จะ ธะพะ มะนะ ความรู้สึกส่วนตัวรู้สึกอารมณ์มันโล่ง มีความสุข 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น วีร์พสุตม์ ลิ้มสกุลภักดี (เอิ้น) (weepasuth-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-04 23:17:16


ความคิดเห็นที่ 1255 (1613878)

ศุกร์ที่ 1 มิ.ย. (ต่อค่ะ)

 

เมื่อไฟดับ

 

เบญอยู่ในครัวกับป้าเทิงสองคน

 

ป้าเทิงทำกับข้าวให้ท่านอาจารย์เสร็จพอดี

 

ท่านไปงานศพหลวงพ่อเสงี่ยม

 

ป้าเทิงคิดว่ากลับมาท่านจะหิวจึงทำเผื่อเอาไว้

 

เสร็จปุ๊บไฟดับปั๊บ

 

ป้าเทิงไปเอาไฟฉายจากโต๊ะลงทะเบียน

 

น้องเบสโผล่มา

 

เพิ่งมาก่อนฝนตกแบบฉิวเฉียด

 

ไปหยิบไฟฉายอันจิ๋วมาแบ่งกันจากโต๊ะลงทะเบียนเช่นกัน

 

ทุกอย่างฉุกละหุกมากทั้งลมและฝนบวกกับความมืด

 

เรารองน้ำและไปยกสปอร์ตไลท์โซล่าเซลล์

 

มาจากตรงธรรมจักรสองดวงอย่างทุลักทุเล

 

มือนึงกางร่ม อีกมือหิ้วสปอร์ตไลท์

 

ฝนสาดประดังเข้ามาจนโรงทานเลอะและลื่น

 

โชคดีที่พวกเอกสารต่างๆ มีพลาสติกคลุมไว้หมดแล้ว

 

ในความสลัว

 

เรานั่งทานข้าวกัน

 

คนอื่นๆ เช่นพี่ไอซ์ พี่แขก คุณรัตน์ติพงษ์

 

บางคนกำลังอาบน้ำอยู่  บางคนติดอยู่ในที่พัก

 

 

 

น้องเบสถาม

 

พี่เบญยังมีอารมณ์กินข้าวอีกเรอะ

 

ไมอะ...ทำทุกอย่างเป็นปกติดิ

 

ว่าแล้วน้องเบสก็ไปคดข้าวมา

 

หิวเหมือนกัน

 

ทำทุกอย่างเป็นปกตินิ

 

ลากโต๊ะหลบฝนนิดหน่อย

 

ฝนยังเทลงมาแบบไม่ลืมหูลืมตา

 

 

คิดไปถึงความผิดพลาดของตัวเอง

 

เราไม่มีความพร้อมเลย

 

ไฟฉายเราก็ไม่พก

 

เราแค่รู้ว่าไฟฉายที่นี่วางอยู่บนโต๊ะลงทะเบียน

 

แต่สำหรับเรา

 

เราไม่มี

 

นี่แค่การซ้อม

 

ถ้าของจริงเราจะวุ่นวายแค่ไหน

 

..........................................................

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เบ็ญจมาศ ประดิษฐ์ผล (kiradung-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-05 03:02:53


ความคิดเห็นที่ 1256 (1613879)

มีรถคันหนึ่งแล่นเข้ามา

 

น้องเบสกางร่มวิ่งไปเปิดไม้กั้น

 

รถคันนั้นแล่นมาจอดหน้าโรงทาน

 

ฝนสาดโครมๆ ทุกด้านมืดมิด

 

คนในรถยังไม่ยอมลงมา

 

เบญกับเบสคุยกัน

 

รถใครเนี่ย

 

จนเอาร่มไปยืนเทียบ

 

ในรถเปิดไฟจึงพบว่าเป็นคุณครูอังคณา

 

กะเด็กหญิงต้นอ้อ

 

เรารับสองคนลงมาจากรถ

 

ต้นอ้อหิวข้าว ทานข้าวกับซีอิ๊ว

 

พี่อังก้มดูกับข้าว

 

ในความสลัว

 

ดูไม่ค่อยชัดเท่าไร

 

ตอนแกทานข้าว

 

เบญไปอาบน้ำนอนแล้ว

 

เดาว่าแกคงประหลาดใจ

 

นี่มันทำอะไรของมันเนี่ย

 

ฉานเคยสอนแกเรอะ

 

ฮาๆๆ

 

ผัดกะเพราเต้าหู้อ่อน

 

…………………………………………

 

ตอนเดินไปอาบน้ำ

 

ฝนก็ยังไม่ขาดเม็ด

 

ทุกอย่างมันมืดไปหมด

 

มีไฟฉายอันจิ๋วอันเดียว

 

และร่ม

 

การใช้ชีวิตมันลำบากกว่าปกติ

 

ทั้งมืด หนาว เฉอะแฉะ และลื่น

 

ก็เดินท่องไป

 

ทำทุกอย่างเป็นปกติ

 

อย่างคิดว่ามันลำบาก

 

เมื่อคิดได้อย่างนั้นเราก็ยอมรับมันได้

 

ไม่ทุกข์

 

...........................................................

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เบ็ญจมาศ ประดิษฐ์ผล (kiradung-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-05 03:06:33


ความคิดเห็นที่ 1257 (1613880)

เสาร์ที่ 2 มิ.ย.

 

วันนี้งานสร้างพระมีก่อปูนบริเวณเข่าพระองค์ท่าน

 

ทริคของลุงบุญคือให้ดูเข่าตัวเอง

 

เข่าตัวเองเป็นอย่างไร

 

การก่ออิฐ ฉาบปูนก็ว่าไปตามนั้น

 

วันนี้ใช้รอกส่งอิฐส่งปูน

 

พี่ณเดชน์มาถึงตอนเที่ยง

 

เดินมาถึงองค์พระ

 

คนข้างบนมองเห็นถนัด

 

มีเสียงโห่ต้อนรับ

 

บอก

 

มาสายๆ

 

ป๊อบปูล่ามาก

 

แกมาแจ้งให้เลิกงานไปทานข้าว

 

แล้วรีบกลับมาลุยงานต่อ

 

เพื่อไปงานเคารพศพหลวงพ่อเสงี่ยมตอนเย็น

 

ตอนบ่ายน้องมาร์คอยากไปทำงานต่อทางด้านหลัง

 

จึงถามว่าจะไปกันกี่โมง

 

เลยบอกให้ไปถามพี่คนที่หน้าตาหล่อๆใสๆน่ะค่ะ

 

พอไปถึงด้านหลังพวกเด็กๆ มีน้องต้นกล้ากับน้องมาร์ค

 

ชักรอกกระป๋องใส่เกียงขึ้นไปข้างบน

 

น้องณัฐเป็นคนรับ

 

พอกระป๋องอิฐ

 

เราบอกต้องรอพี่เบสเพราะพี่เบสเป็นคนรับอยู่ด้านบน

 

ยังมาไม่ถึง

 

พอน้องเบสเดินมาถึง

 

ได้ยินน้องมาร์คกับน้องต้นกล้าเขาคุยกัน

 

แบบเถียงกัน

 

พวกเขามีคำถาม

 

เลยถามว่าจะถามอะไร

 

น้องมาร์คบุ้ยใบ้ไปทางน้องเบสถามว่า

 

พี่คนนี้...เขาเป็นตุ๊ดรึเปล่า

 

น้องเบสค้อน

 

ตอบว่า

 

นี่...ยังดูไม่ออกอีกรึ

 

 

ก๊ากกก.....

 

.................................................

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เบ็ญจมาศ ประดิษฐ์ผล (kiradung-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-05 03:10:32


ความคิดเห็นที่ 1258 (1613881)

พวกเราเร่งทำเวลา

 

ตอนบ่ายนี้ใช้ปูนราวๆ 4 ลูก

 

เหลือลูกสุดท้าย

 

เราเร่งส่งขึ้นข้างบน

 

น้องเบสเป็นคนรับและจ่ายกระป๋อง

 

โดยเราชักรอกขึ้นไป

 

เราจะส่งตะพึด

 

จนน้องเบสร้องว่าพอแล้ว

 

ทุกครั้งที่บอก

 

น้องออนซึ่งเป็นคนส่ง

 

มักส่ายหน้า

 

ทำหน้ากวนหน่อยๆ

 

บอกว่าไม่

 

จะส่ง

 

เพราะ

 

เรารีบ

 

อิอิ..

 

สี่โมงต้องไปอาบน้ำไปงานศพ

 

ห้าโมงต้องออกจากบ้านสวน

 

พอได้เวลาพี่ณเดชน์บอกให้คนที่จะไปนำรถมาจอดต่อคิว

 

และจัดสรรว่าใครจะไปกับใคร คันไหน

 

เบญกับพี่ส้ม กัญญาภัค

 

ไปกับน้องก็อตกับน้องพจน์เจ้าถิ่น

 

ยังไงๆ สองคนนี้ไม่พาเราสองคนหลงแน่

 

ยกเว้นพาเราเลยกลับไปบ้านตัวเอง

 

ระหว่างที่รอรถอยู่นั้นเห็นพี่อมรเดินมา

 

แบบรีบมากๆ

 

เราเห็นเหงื่อแกโชก

 

จึงถามว่า

 

พี่อมรอาบน้ำยังอะ

 

แกบอกเฮอะ

 

นี่ดูไม่แตกต่างเลยเหรอ

 

ฮา....

 

หนูขอโต๊ด

 

อิอิ

 

ความจริงแกเพิ่งอาบน้ำเสร็จ

 

เดินแบบเหาะมาเลย

 

ที่ชุ่มๆ ไม่ใช่เหงื่อ

 

เพิ่งอาบเสร็จมา

 

เจอปากมอมเข้าให้

 

คงอยากเอารองเท้าขว้างมันนัก

 

ตูเพิ่งอาบเสร็จหาว่าตูยังไม่อาบ

 

……………………………………………….

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เบ็ญจมาศ ประดิษฐ์ผล (kiradung-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-05 03:13:24


ความคิดเห็นที่ 1259 (1613883)

โห..น้องเบญนอนดึก

หรือว่าตื่นเช้า กันแน่เนี่ย..อิอิ

 

อนุโมทนาในธรรมทานจากน้องเบญ

น้องเอิ้น พี่เจี๊ยบ เพชรดา คุณโฆษิต

และ คุณ อดิศักดิ์ ด้วยนะคะ

 

เห็นแต่ละท่านเขียนถึง

ระยะเวลาที่จะต้องถูกลงโทษ

อย่างทรมานแสนสาหัสในนรก

แต่ละขุมแล้ว

คำนวณแทบไม่ถูกเลยทีเดียว

เพราะหลักแสน ล้านปีมนุษย์

 

โอ๊ย แค่ทุกข์ใจทุกข์กาย ไม่กี่ชั่วโมง

ไม่กี่วัน ในตอนที่มีชีวิตอยู่ตอนนี้

ก็ยังรู้สึกว่า"หนักเกินไปแล้ว" เล๊ย

 

คิดไงก็ไม่คุ้มเลยนะคะ

ที่จะปล่อยให้ตัวเองทำชั่ว

แล้วก็ไปรับผลกรรมในนรก

ตราบนานเท่านาน...เช่นนั้น

 

ทั้งๆที่ผ่านมา ชนิดาก็จองไว้แล้ว

แทบทุกขุม แม้กระทั่งขุมที่6

ก็ไม่พ้นเช่นกัน ทำมาหมด

ทั้งเล่นหวย เล่นไพ่ เที่ยวกลางคืน

ทำตัวเป็นมิตรชั่ว

ชวนคนอื่นเที่ยวก็บ๊อยบ่อย

ดื่มแอลกอฮอล์ก็ประจำ

ดูหนัง ละคร คอนเสิร์ต

ละครเวที อีกมากมาย

แถมยังมี"ผีขี้เกียจ"เกาะอยู่

เต็มตัวอีกต่างหาก..

 

 

ตอนนี้ละ..ทุกอย่าง ยกเว้นดูหนัง ดูทีวี

แล้วก็มาย้อนดูตัวเอง

เพราะหนังส่วนใหญ่เดี๋ยวนี้

มีเนื้อเรื่อง สอนใจ ให้ธรรมะก็เยอะ

 

และที่สำคัญ ถือว่าเป็นการ

"พิจารณาทุกข์"ของตัวละคร

ได้ชัดเจนมากๆ

 

ส่วนอีกเรื่องที่ยังละ ไม่ได้ แต่"ลด"เอา

ก็คือ ยังไปสังสรร

กับเพื่อนๆคุณสามีอยู่บ้าง

ตามโอกาส ถ้าเลี่ยงได้ ก็จะเลี่ยง ..

 

ขอบคุณเรื่องราวจากทุกๆท่าน

ที่มาเป็น"นักแสดง"ธรรมทาน

ประจำสัปดาห์นี้ด้วยค่ะ

ทั้งคุณพี่อมร น้องอัญ คุณบุญศิริ

และ คุณปุ๊ มือล้างไพ่

...............................................

เอ่อ ว่าแต่พ่อใหญ่ธนา

จะรีบไปทานไอติม ที่ไหน กับใครอ่ะ

มาแถลงข่าว ด้วยเน้อ..อิอิ 

..........................................

ส่วนเรื่อง รถกอล์ฟ

เห็นท่านอาจารย์อุบล

เคยเกริ่นๆเรื่องจะถอยรถกอล์ฟ

ไว้ขับดูงานในบ้านสวนฯอยู่เลยนะคะ

ว่าแล้วก็อนุโมทนาบุญ

กับคุณ บุญศิริ ด้วยค่ะ

สาธุ สาธุ สาธุ

ผู้แสดงความคิดเห็น ชนิดา เชิงสะอาด/CHANIDA ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-05 03:45:00


ความคิดเห็นที่ 1260 (1613897)

กิจกรรมวันเสาร์ที่ 2 มิถุนายน 2555

ช่วงเช้า ลูกบ้านสวนได้ร่วมกันสร้างสมเด็จพระปฐมบรมธรรมบิดาต่อ

ตอนนี้พระองค์่ท่าน ดูงดงามมาก มองแล้วก็ปลื้มใจ ขออนุโมทนาบุญ

กับทุก ๆ ท่านที่ได้มาร่วมสร้างพระองค์ท่านค่ะุ

ช่วงเย็น ท่านอาจารย์ ได้พาพวกเราไปร่วมงานสวดพระอภิธรรม

หลวงพ่อเสงี่ยม  ใครมีรถก็ร่วมด้วยช่วยกัน พาพี่ ๆ น้อง ๆ ไปด้วยกัน

แบบอบอุ่นสุด ๆ เลย เราได้รับความอนุเคราะห์จากพี่ ดร.จุ๋ม ดร.จิ๋ม

ให้ร่วมคาราวานบุญไปด้วยกัน มีพี่เจี๊ยบ พี่สมจิตร พี่แหม่ม พี่แก้ว

จุดมุ่งหมายของพวกเราคือ ตามรถท่านอาจารย์ไปอย่างไม่ลดละ

(ไปไม่ถูกจ้า) โดยมีพี่สมจิตรเป็นเนวิเกเตอร์ ประจำรถ สายตาพี่สมจิตร

มองระยะไกลได้ชัดเจนมากเลยค่ะ (ใครรู้บ้างเพราะอะไรเอ่ย)

พี่สมจิตร คอยบอกพี่ ดร.จุ๋ม พี่ ดร.จิ๋ม ตลอด  ตอนนี้รถท่านอาจารย์

อยู่ด้านซ้าย  อยู่ด้านขวา  อยู่ถัดจากคันเราไป 4 คัน เราเป็นคันที่ 5

เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา  พี่ ดร.จิ๋ม ก็ซิ่งได้ดังใจ ตามติดรถท่านอาจารย์

ตลอดจนถึงวัดเลยค่ะ ( พี่ดร. จิ๋ม ขับรถเก่งมากค่ะ)

พอถึงวัดพวกเราได้ไปกราบสรีระสังขารหลวงพ่อเสงี่ยม (ถ้าใช้ศัพท์ไม่ถูกต้อง

ก็ขออภัยด้วยค่ะ)  น้อมจิตระลึกถึงท่าน ได้ร่วมทำบุญฟังสวดพระอภิธรรม

ร่วมถวายปัจจัยพระสงฆ์ และได้ร่วมถ่ายรูปร่วมกับท่านอาจารย์

เมื่อถ่ายรูปกันเสร็จ ก็ไปทานอาหารมื้อดึกกับเมนูสุดพิเศษ

ไข่เจียวกรอบ ๆ  กับผัดผักรวมมิตร อร่อยจนลืมอิ่มไปเลย

ขออนุโมทนาบุญกับคณะแม่ครัวที่วัดด้วยค่ะ ที่เป็นธุระเรื่องอาหาร

ให้พวกเรา 

ขากลับ พี่ ดร.จุ๋ม พี่ ดร.จิ๋ม ก็พาคาราวานบุญมาส่งที่บ้านสวน ฯ

โดยสวัสดิภาพ  ขอขอบคุณ พี่ ดร.จุ๋ม พี่ ดร.จิ๋ม มากค่ะ

เมื่อพวกเรากลับถึงบ้านสวนฯ กับครบหมดแล้ว ท่านอาจารย์

ก็นำพวกเราทำการปิดนรกขุม 6 สำหรับผู้ที่เคยทำผิด ชอบดื่มเครื่องดื่ม

ของมึนเมา เที่ยวกลางคืน เล่นการพนันทุกชนิด ฯลฯ

ก่อนทำการปิดนรกขุม 6 ท่านอาจารย์ ไ้ด้เมตตาสอนว่า การที่จะปิดนรกได้

เราต้องสร้างกำลังบุญให้มากพอที่เจ้ากรรมนายเวรของเราจะรับบุญ

ได้ทั่วถึง ถ้ากำลังบุญที่เราสร้างไว้ไม่พอ เหมือนคนที่เขาหิวข้าว

แล้วเราให้อาหารเขานิดเดียว เขาก็ทานไม่อิ่ม ไม่พอ เขาจะไม่เป็นสุข

ไม่ให้อภัยแก่เรา เราก็จะปิดนรกไม่ได้ ฉะนั้น เมื่อมาถึงบ้านสวน ฯ

เราควรตักตวงบุญให้เต็มที่ เพื่อจะได้มีกำลังบุญมากพอที่จะอุทิศบุญ

ให้เจ้ากรรมนายเวรได้

ช่วงทำิพิธี ท่านอาจารย์ ได้เชิญไฟนรกขุม 6 มาให้ลูกหลานได้สัมผัส

แต่เราเองไม่รู้สึกร้อนตามร่างกาย

สำหรับคนที่ทำผิดศีลข้อนี้ จะรู้สึกร้อนตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

ท่านอาจารย์ได้นำกล่าวต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกพระองค์ เพื่อขอปิดนรก

ขุม 6 ให้ลูกหลาน และให้ลูกหลานตั้งใจที่จะไม่ทำผิดศีลข้อนี้อีกต่อไป

ขอขอบพระุคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์บ้านสวน ๆทุกพระองค์ ท่านอาจารย์อุบล

และครอบครัว เป็นอย่างสูงค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น แสงเดือน ปิ่นสุวรรณ (sangduan_k-at-hotmail-dot-co-dot-th) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-05 08:11:13


ความคิดเห็นที่ 1261 (1613901)

โมทนาบุญกับทุกท่านที่ปิดนรกขุมที่ 6 สำเร็จค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ๛0™`ตฅ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-05 09:32:14


ความคิดเห็นที่ 1262 (1613939)

เมื่อวันเสาร์ได้ติดตามท่านอาจารย์และคณะลูกบ้านสวน

ไปร่วมงานหลวงพ่อเสงี่ยมที่วัดใหม่สันติธรรม  จังหวัด

ลพบุรี กับรถดร.จุ๋ม & จิ๋ม ดร.ขับรถเก่งมาก ซิ่งได้ใจ

ทุกคนที่นั่งไปด้วยเลยค่ะ ขอบคุณดร.จุ๋ม & จิ๋มที่เมตตา

ให้ติดรถไปด้วย

กิจกรรมปปิดนรกขุม 6  ท่านอาจารย์ได้เมตตาทบทวน

ถึงการปิดนรกทั้ง 5 ขุม ว่ามีอะไรบ้าง

1. การที่เราไม่ทำบาป เช่นฆ่าสัตว์ด้วยตัวเองแต่ใช้ให้ผู้อื่น

ทำบาปแทนจะบาปมากกว่า เพราะปฏิบัติธรรมแล้ว รู้ดีว่า

อะไรเป็นบุญเป็นบาปแต่ยังใช้คนอื่นทำ

2. ทำให้คนอื่นเสียทรัพย์โดยไม่เต็มใจ ชอบของฟรี หาอุบาย

ครอบครองบริหารทรัพย์สินคนอื่น

3. ละเมิดทำผิดทางคำพูด เกี้ยวพาราสี ผิดลูกผิดสามี ภรรยา

คนอื่น แอบทำปกปิดไม่ให้คนอื่นรู้(ระบาดทั่วบ้านทั่วเมือง)

4. โกหก กะล่อนปลิ้นปล้อน ตอแหล พูดจาไม่อยู่กับล่องกับรอย

ทำให้เป็นคนไม่น่าเชื่อถือ พูดจริงก็ไม่มีใครเชื่อ ชีวิตจะพบเจอ

แต่คนที่โกหกเหมือนกัน วิบากกรรมปิดกั้นขัดขวางทำให้ไม่เชื่อ

คนที่พูดจริง หรือชวนให้ทำความดี

5. ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ทำให้เป็นมะเร็งตับ ขี้หลงขี้ลืม

ศีลข้อ1-5 สำคัญทุกข้อ ผิดข้อใดข้อหนึ่งก็ทำให้ผิดข้ออื่นด้วย

นรกขุม 6 ลงโทษด้วยการย่างสด พวกที่ชอบดื่มน้ำเมา ติดหนัง

ติดละคร เที่ยวกลางคืน ดูการละเล่น คบคนชั่วเป็นมิตร เล่นการ

พนัน แม้แต่เอ่ยปากว่า พนันกันไหมก็ผิดแล้ว เกียจคร้านการทำ

งาน อะไรที่ไม่ดีอย่าดู อย่าอยู่ใกล้เราควรทำความดีทุกวินาที

อาหารของเจ้ากรรมนายเวรคือบุญ พอเราตายปุ๊บสิ่งที่เราไม่เคย

ทำไว้เราไม่มีสิทธิ์กิน 7 วันหลังความตายเรายังต้องกินอยู่ เมื่อมา

ถึงบ้านสวนแล้วให้รีบทำบุญทุกอย่างทั้งปัจจัย สิ่งของ แรงกาย

ทำความดีอยู่เสมอจิตจะขึ้นสูงตลอดเวลาเช่น

ภาวนารหัสอาจารย์อุบลช่วยด้วย จิตจะเชื่อมญาณกับพระพุทธเจ้า

อยู่ตลอดเวเลาสิ่งที่ไม่ดีก็จะถูกขจัดออกไป การดูละครอย่างผู้มี

ปัญญาเป็นกรรมฐาน ไม่คล้อยตามในสิ่งที่ชั่ว ดูแล้วรู้ผิดชอบชั่ว

ดีก็ไม่เป็นไร ตัวจิตเองเคยทำผิดศีลมาครบทุกข้อ ท่านอาจารย์

กล่าวนำปิดนรกขุม 6 และได้อัญเชิญไฟนรกขึ้นมาให้สัมผัสรู้สึก

เจ็บที่บริเวณคอเหมือนคนเป็นหวัด แล้วเจ็บคอ พออุทิศบุญเสร็จ

อาการเจ็บคอก็หายไป แล้วรู้สึกเบาสบาย

กราบขอบพระคุณสมเด็จองค์ปฐมบรมธรรมบิดา

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์

เทวดารักษาท่านอาจารย์อุบลและครอบครัว

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อุบลและครอบครัว

ที่เมตตาปิดนรกขุม 6ให้ลูกหลานค่ะ                                                                                                                                                                 

ผู้แสดงความคิดเห็น สมจิต โพธิ์นิล (shindo_ploy-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-05 12:22:04


ความคิดเห็นที่ 1263 (1613952)

หลังจากที่ได้ไปรว่ม พิธีบําเพ็ญกุศล สรีระสังขาร หลวงปู่เสงี่ยม โอภาโส ภาคกลางคืน ของ การปิดนรก ขุม 6 ต้องใช้กัาลังใจอย่างมาก รวมทั้งขุมอื่นๆ ที่ทํากรรมหนักๆมาด้วย ท่าน อ.เมตตาบอกว่า จะปิดขุมนรกได้ ต้องเข้ามาถึง บ้านสวน แต่เช้า แล้วรีบโกยบุญทันที อย่ารีรอ เก็บบุญให้ได้มากที่สุด จะได้เพียงพอให้เจ้ากรรม นายเวรเพราะแยอะมาก จากการผิดศีลทุกข้อ  ถ้าบุญมีไม่พอ เค้าก็จะไม่ปล่อยเรา จะเกาะเราอยู่เหมือนเดิม พิธีปิดนรกขุม6 ท่าน อ. เมตตา ขอบารมีสิ่งศักสิทธิ์ นําไฟนรกขึ้นมาให้ สัมผัส เริ่มตั้งแต่ ศีลข้อ1 ฆ่าสัตว์ ใช้ หรือ ยืมมือผู้อื่นฆ่า อาการร้อนแผ่นหลังเกิดขึ้นทันที ศีลข้อ2 เคยลักทรัพย์ ผู้อื่น อันนี้สัมผัสได้ทางตรง และกําลังรับผลกรรมอยู่ คือไม่ประสบความสําเร็จทางด้านการเงิน การงาน การค้าอาชีพ อันนี้ชัดมาก ศีลข้อ3 ประพฤติผิด ในกาม มีเพศสัมพันธ์กับผู้อื่นโดยที่ตนเองมีคู่ครองอยู่แล้ว มีอาการเหมือนถูกอะไรทิ่มที่อกจน รู้สึกเจ็บ ศีลข้อ4 เคยโกหกปลิ้น ปล้อน กระล้อน ตอแหล มีอาการร้อนร้อนหลังเพิ่มขึ้น ศีลข้อ5 เคยดื่มสุรา เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอ ทุกชนิด มีอาการปวดหัวมาก จะเห็นได้ชัดว่า นรกมีจริง สัมผ้สได้อยู่กับตัวเราทังหมด อาการทุกอย่างเกิดขึ้น เป็นช็อตๆ ทุกข้อ พออุทิศบุญแล้ว รู้สึกหลุด โล่ง โปร่ง เบา สบายขึ้นอย่างมาก กราบขอบพระคุณ สิ่งศักสิทธิ์ทุกพระองค์ ที่คุ้มครองปกปักรักษา ท่าน อ. อุบล ทั่วมหาจักรวาล กราบขอบพระคุณ ท่าน อ. อุบล และครอบครัว ที่เมตตาฉุดช่วย ปิดนรก ทุกขุม ให้ลูกๆทุกคนได้พ้นทุกข์ สาธุ กราบ กราบ กราบ  

ผู้แสดงความคิดเห็น อร อุ่นศรี (aon_aunsri-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-05 13:58:25


ความคิดเห็นที่ 1264 (1614043)

กิจกรรมปิดนรกขุมที่ 6

 

นรกขุมที่ 6 ว่าด้วยผิดด้วยอบายมุขต่างๆ เช่น เล่นการพนัน ติดการละเล่น ติดละคร คบคนชั่วเป็นมิตร เกียจคร้านการงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่เรียกได้ว่าผิดกันบ่อยมากๆ

 ลงโทษด้วยการย่างสดๆด้วยไฟนรก 

 

 

โดยในช่วงเย็นประมาน 5 โมงเย็นของวันเสาร์ ท่านอาจารย์ได้พาทุกๆคนไปงานศพหลวงพ่อเสงี่ยม โอภาสี ซึ่งเป็นครูบาอาจารย์ที่สอนกรรมฐานให้ท่านอาจารย์ตั้งแต่เด็กๆ โดยท่านเป็นตัวอย่างให้เห็นว่าเราควรเคารพต่อครูบาอาจารย์อย่างไร ท่านทำให้ดูเป็นอย่าง แม้จะไม่พูด แต่เบสคิดว่าทุกๆคนต่างรู้สึกได้ ว่าในทุกๆคร้งที่ท่านพูดถึงหลวงพ่อ ท่านจะให้ความเคารพ และรู้สึกได้ถึงความเคารพและเทิดทูนของท่านอาจารย์ที่มีต่อหลวงพ่อ ทำให้หลายๆคนคงได้เรียนรู้การกตัญญูต่อครูบาอาจารย์ไปในตัวด้วย หลังจากกลับจากงานศพหลวงพ่อก็ เริ่มการปิดนรก ขุมที่ 6 โดยอาจารย์ได้อันเชิญไฟนรกขึ้นมาให้ทุกคนได้สัมผัส และก็มีคุณ ปุ๊ สัมผัสไฟนรกได้ โดยมีอาการแสบร้อน ซึ่งต่อมาเธอก็ได้สารภาพว่าเคยล้างไพ่และเล่นไพ่ตอนเด็กๆ เพราะหาเงินไปเรียน โดยมีอาการเจ็บที่ข้อมือ และเธอก็อยากขอโทษแม้ที่ทำไม่ดีกับแม่ ซึ่งท่านอาจารย์ก็ได้เบิกดวงวิญาณคุณแม่ของคุณปุ๋ขึ้นมาจากนรก ให้คุณปุ๊ขอขมา และคุณปุ๊ก็ได้เอาบุญให้กับแม่ด้วย  ซึ่งท่านอาจารย์ก็ได้ชมเชยว่า ปกติคนจะไม่ค่อยให้บุญ จะอยากให้ตัวเองหายอย่างเดียว และไม่ค่อยคิดถึงคนอื่น ซึ่งสิ่งที่คุณปุ๊ทำแสดงถึงความกตัญญูที่มีต่อแม่มาก ซึ่งนรกขุมนี้เรียกได้ว่า นรกย่างสด เพราะคนที่ลงนรกขุมนี้จะถูกจับย่างสด โดยเวลาที่ต้องชดใช้กรรมนั้นยาวนานมากๆ ซึ่งท่านอาจารย์ได้บอกตัวเลขไว้แต่จำไม่ได้ครับ จำได้แต่ว่า นานมากๆ แล้วท่านอาจารย์ก็นำปิดนรกขุมที่ 6 โดยให้นึกถึงสิ่งที่ทำผิดไป และให้ขอขมา และจะต้องไม่ทำอีก เพราะถ้าทำอีกก็ต้องลงอีก

 

-พระพุทธเจ้าโปรดปฎิบัติบูชา มากกว่าอามิสบูชา

- คาถาความสุข  "  ช่างมัน  "

 

เวียนเทียนสวรรค์ - นรก  

การเวียนเทียนทั่วไปจะเป็นการเดินรอบโบถโดยในมือมี ดอกไม้ ธูป เทียน โดยท่านอาจารย์ให้ปัญญาว่า ดอกไม้ ธูป และเทียนนั้น ใช้แล้ว ก็หมดไป เหี่ยวไป สลายไป ไม่มีอะไรเหลือ ให้คิดว่าก็เหมือนชีวิตเรา สักวันก็ต้องสบายไป ควรจะตักตวงความดี หรือบุญให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยที่บ้านสวน ใช้ ทาน ศีล และ ภาวนาในการเวียนเทียน และก็ไม่ต้องเดินรอบๆโบถด้วย เพราะบางคนไปเวียนเทียนแต่ได้บาปแทน เพราะ เอาธูปไปจิ้มคนที่เดินข้างหน้า หรือเดินเหยียบสัตว์ตัวเล็กๆตาย ซึ่งแทนที่จะเป็นบุญ อาจจะได้บาปกลับไปด้วย  ต่อจากนั้นอาจารย์ได้ถามว่าใครที่มาบ้านสวนแล้วมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด เป็นรูปธรรมบ้าง แล้วก็มีพี่อมร และพี่อัญออกมาแสดงธรรมทานครับ

 

 

         พี่อมร มีรายได้มากขึ้นจากแต่ก่อน และที่จริงก็หมดอายุไขไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 54 และได้ฝันเห็นคนนุ่งผ้าแดงมารับ ซึ่งถ้าเราเห็นคนนุ่งผ้าแดงมารับแปลว่า เราจะต้องไปยมโลก แต่ท่านอาจารย์เป็นผู้ต่ออายุให้โดยถามว่าอยากอยู่ต่อหรือป่าว และถ้าอยากอยู่ต่อ จะอยู่เพื่ออะไร  พี่อมรได้ตอบว่าจะอยู่ต่อ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ โดยเป็นคำตอบที่ดี ท่านอาจารย์จึงขอเมตตาจากสิ่งศักสิทธิ์ช่วยต่ออายุให้ แต่ว่าเมื่อไหร่ที่เอาใจออกห่าง หรือจะไม่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ก็จะต้องตาย โดยมีครั้งหนึ่งพี่อมรเคยเอาใจออกห่าง ทำให้อาการปางตาย

 

 

          พี่อัญ ออกมาบอกว่ามีความสุขทางใจ แม้จะไม่เห็นผลเป็นรูปธรรม แต่สามารถสัมผัสได้ด้วยจิตใจ ซึ่งโดยส่วนตัวเบสคิดว่า การที่เรามีความสุขทางใจนั้นมีค่ามากที่สุด เพราะถ้าใจเป็นสุขแล้ว ไม่ว่าจะทำอะไรมันก็สุข ถึงจะรวยล้นฟ้า หรือเป็นคนธรรมดา ก็มีความสุข โดยบางคนมีเงินล้นฟ้า แต่มีปัญหาด้านต่างๆมากมาย ไม่มีความสุข หาความสงบไม่ได้ ถ้าให้เลือก ทุกๆคนคงเลือกไม่ร่ำรวยอะไรมากมาย แต่มีความสุขใจ ซึ่งเป็นสุขที่ยิ่งใหญ่มาก

 

 

           ต่อมาท่านอาจารย์ก็บอกว่าอยากจะไปเวียนเทียนที่ไหนหรือป่าว หลายๆคนต่างอยากไปสวรรค์กันมาก ท่านจึงได้อันเชิญมาที่บ้านสวนพีระมิด เพราะท่านรู้ว่า ถ้าหากใช้จิตไป บางคนที่ไปไม่ได้ก็ต้องเหี่ยวแห้งรออยู่ข้างล่าง ท่านจึงจัดให้โดยการยกมาที่บ้านสวนเลย ซึ่งจะทำให้สามารถสัมผัสกันได้ทุกคน โดยส่วนตัวแล้ว เบสได้เห็นวิมานลอยมา เป็นสีเหลืองออกทองๆประกายเพชรสวยงามมาก และก็มีความรู้สึกสุขใจมาก เป็นความสุขที่เย็นสบาย แต่ก็มีนิวรณ์เข้ามาขวางอยู่เสมอๆ โดยยอมรับว่า ฟังท่านไปตัวเองก็แอบเผลอหลับบ้างเล็กน้อย เรียกได้ว่ายังสู้กับนิวรณ์ไม่ได้ T____T   

 

 

การตาย ถ้าหากคนนุ่งผ้าแดงมารับไปยมโลก 

             ถ้าหากจะไปสวรรค์จะมีเทวดามารับ

             ถ้าหากจะไปพรมจะมีเทวดาและพรหมมารับ

             และถ้าหากจะไปนิพพานจะมีเทวดา พรหม พระอรหันต์ และพระพุทธเจ้ามารับ

 

    

ผู้แสดงความคิดเห็น พัฒนพงศ์ ปรับโตวิดโจโย (sarinalich-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-05 22:02:41


ความคิดเห็นที่ 1265 (1614047)

ธรรมทานวันเสาร์ที่ 2 มิย. 55

เสาร์นี้มาใกล้เที่ยงตามเคย แวะซื้อของ ดูแลบ้าน เวลาก็ผ่านไปเร็วมาก รีบไปทำงานแปลงผัก รับถ่ายปุ๋ย ให้น้องๆเขามาทานข้าว พอทราบว่าอาจารย์ชวนไปกราบศพ หลวงพ่อเสงี่ยม โอภาสี ก็รีบแวปไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อดำ จิ๋มเขาซิ่งรถตามท่านอาจารย์มงคล ติดๆ เพราะไม่รู้ทาง

เมื่อถึงวัดใหม่สันติธรรม พอได้เห็นองค์จริงนอนสงบอยู่ในโลง ไม่ได้เกิดความเศร้าอะไร แต่สัมผัสถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์รอบๆว่ามีมากมาย และสัมผัสว่าหลวงพ่อพ้นจากทุกข์บนโลก ได้เสวยความเป็นทิพย์ในแดนนิพพานแล้ว เป็นบุญที่ได้ติดตามท่านอาจารย์อุบลมาถึงลพบุรี ท่านอาจารย์อุบลและครอบครัวมีความกตัญญูอันเลิศ ทราบว่าท่านมากันทุกวัน

กลางดึกห้าทุ่มกว่า ท่านอาจารย์ยังมีเมตตามาปิดนรกขุมหก ให้ลูกหลาน โดยเสด็จพ่อท้างเวชสุวรรณ จัดให้คุณครูปุ๊ มาเป็นตัวอย่างคนที่ผิดศีลข้อนี้ (คุยกับเขาเขาเป็นครูสอนคอมพิวเตอร์ แต่ early retire)

นรกขุมนี้ว่าด้วนการติดอบายมุขต่างๆ ซึ่งครูปุ๊ เขาเป็นคนแจกไพ่ในบ่อนของแม่เขา เรื่องที่น่าตื่นเต้นคือ ท่านอาจารย์มีเมตตาแก้ให้คุณปุ๊พ้นจากกรรมปวดขา ที่คุณปุ๊เคยใช้เท้าเหยียบนวดให้แม่เจ็บ โดยให้ผู้คุมชุดแดงพาแม่มาจากนรก ซึ่งคุณธนา น้องขวัญ ที่ได้มโน ยืนยันว่าเห็น เมื่อขอขมาและสำนึกกรรมอื่นๆ คุณปุ๊ก็หายเจ็บปวดได้

สำหรับตนเองเคยทำผิดศีลข้อนี้คือเคยซื้อหวย เคยเล่น slot machine เกียจคร้านการงานบ้าง และที่ชอบมากคือ ดูละครน้ำเน่า แต่ก็พิจารณาบาป บุญ คุณโทษไปด้วย และตอนอาจารย์เมตตาตอบ ท่านก็ไม่ห้ามดูเสียทีเดียว แต่ให้ดูแบบพิจารณา ตนเองยอมรับว่าชอบดู แต่ก็จะพยายามลดลงให้มาก ทั้งนี้ไม่ได้สัมผัสความร้อนใดๆเมื่อไฟนรกขึ้นมา รู้สึกเฉยๆ

จุ๋ม





ผู้แสดงความคิดเห็น ธารีรัตน์ กะลัมพะเหติ (tmtkl-at-mahidol-dot-ac-dot-th) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-05 22:27:19


ความคิดเห็นที่ 1266 (1614053)

 

ตอนที่พี่มหายังเล็กมากท่านยมทูติ

นุ่งผ้าแดงไม่สวมเสื้อมีอาวุธคล้ายหอก

 2 ท่านมารับและบอกท่านว่า น้องๆ ยังเล็กมาก

ขออยู่แค่น้องจบปริญญาและเริ่มปฏิบัติธรรม

จนมาหาท่านอาจารย์อุบลด้วยหน้าตาที่

ซีด+เขียว  และได้มีลมหายใจมีชีวิตอยู่ต่อ

แต่ด้วย

ทำวิบากกรรมไว้เยอะมากความทุกข์มีมาก

ผลของกรรมประสบอยู่ทุกลมหายใจ

ขอบพระคุณท่านอาจารย์และเทวดาทุกพระองค์

ที่ยืดเวลาให้ลูกได้สร้างบุญกับบ้านสวนฯ

กราบ กราบ กราบ

.....................................................

ไม่ได้มาร่วมฝึกมโนแต่ขอยืนยันใน

ความเมตตาขององค์ท่านลุงพุฒค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น เกสร ศรประสิทธิ์ (andabatik-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-05 23:27:53


ความคิดเห็นที่ 1267 (1614054)

กราบขอบพระคุณเทวดารักษาท่านอ.อุบลทุกๆพระองค์ ท่านอ.อุบล และทุกๆท่านที่ให้ธรรมทาน ให้ปัญญาค่ะ 

เสาร์ 2 มิ.ย. 55

พิธีปิดนรกขุม 6

ผู้ที่ต้องไปเกิดเป็นสัตว์นรกในขุม 6 คือผู้ที่เกียจคร้านในการทำงาน นิยมการละเล่น เช่น หนัง ละคร เล่นพนัน ไพ่ หวย หุ้น เที่ยวกลางคืน คบคนพาลเป็นมิตร ซึ่งเป็นสิ่งยั่วยุนำไปสู่ความเสื่อม ซึ่งขวัญคิดว่าทำมาหมดและอนุโมทนาบาปด้วย ความขี้เกียจคือเรื่องที่โดดเด่นที่สุด แล้วก็ได้คิดว่าเพื่อนๆ คนใกล้ชิดที่ผ่านมาก็จะติดอบายมุขที่เราชอบเหมือนๆกัน คนชั่วแบบเดียวกันก็ถูกดึงดูดเข้าหากันนั่นเอง พากันลงต่ำ ส่วนคนที่ไม่ติดอบายมุข มีศีลบริสุทธิ์ ก็จะมีแต่เพื่อนที่เป็นกัลยาณมิตร พากันให้เจริญยิ่งๆขึ้นไป

พระเทวทัตและพระเจ้าอชาตศัตรูได้พาคุณปุ๊ ผู้ที่ติดอบายมุข เป็นตัวอย่างของผู้มีรายชื่อของขุม 6 มาให้ธรรมทานแก่พวกเรา ท่านอาจารย์แสดงกฏแห่งกรรมนั่นคือ เมื่อคุณปุ๊เล่าว่าทำอาชีพเกี่ยวกับไพ่ เล่นการพนัน หวย ชีวิตจิตใจเกาะเกี่ยวอบายมุขตลอด เป็นเหตุให้รู้สึกร้อนไฟนรก ปวดมือ และ เหยียบเหรียญไทยที่มีรูปในหลวง ทำโทษเด็กที่โรงเรียนที่เท้า เหยียบนวดหลังให้แม่ด้วยโทสะทำให้แม่เจ็บ และอื่นๆ เป็นเหตุทำให้เจ็บเท้า เมื่อมาดับเหตุเช่นนี้ คุณปุ๊ก็ดีขึ้นจนหายจากอาการเจ็บปวด โดยเฉพาะอาการปวดเท้าที่หายทันทีหลังจากได้ขอขมาแม่ ท่านอาจารย์เมตตาเบิกดวงวิญญาณของแม่คุณปุ๊ที่เป็นสัตว์นรกอยู่ขุม 7 ขึ้นมาให้ขอขมา ซึ่งแม่นั้นมีรัศมีความมืด ตัวดำ ผมดำยาว ดูโทรมน่าสงสาร ที่คอและข้อเท้ามีโซ่ล่าม ผู้คุม 2 ตนขนาบข้างถืออาวุธ และเบื้องหน้าโต๊ะท่านอาจารย์ที่ๆทั้ง 3 ตนอยู่ มีความร้อนของไฟนรกแผ่ออกมารอบๆ นอกจากนี้ท่านอ.อุบลก็ได้อาราธนาบารมีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เบิกบุญของท่านทั้งหมดให้กับผู้คุม เครื่องแต่งกายของทั้ง 2 ตนก็เปลี่ยนเป็นละเอียดสวยงามเหมือนลิเก สีเหมือนแก้ว แสงจากกายสว่างมากเทียบกับตอนแรก โชคดีจริงๆ ขอกราบอนุโมทนาค่ะ บารมีของท่านอาจารย์สูงส่งเหลือเกิน

ในช่วงปิดขุมนรก ท่านอาจารย์ได้ขอบารมีพระพุทธเจ้าให้คนที่มีชื่อในบัญชีขุมนรก 6 นี้ได้สัมผัสไฟนรก ขวัญสัมผัสได้แบบอุ่นๆตั้งแต่ตา ไล่ลงมาค่ะ แล้วก็หายไปหลังจบพิธี อาการสมเหตุสมผลกับกรรมที่ทำมาจริงค่ะ เพราะกรรมเริ่มจากตาที่เห็น ใช้ดูอบายมุข

จากการร่วมพิธีและธรรมทานของท่านอาจารย์ ได้เตือนสติให้เกรงกลัวต่อบาปจากการผิดศีลทั้ง 5 ข้อและการติดอบายมุข ทำให้มีกำลังใจมากขึ้นว่าจะไม่ประมาท เพราะหากไม่ได้เป็นพระอริยเจ้า เราจะต้องไปเกิดเป็นสัตว์นรก ชดใช้กรรมในแต่ละขุมตามที่เราผิดมา สำหรับขุม 6 นี้จะต้องถูกย่างสดด้วยไฟนรก เหมือนกับกุ้งที่ถูกย่างสดบนเตาบาร์บีคิวในเมืองมนุษย์ เมื่อชดใช้กรรมหมดแล้วก็ต้องมาเกิดเป็นเปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน ขึ้นมาตามลำดับ ระยะเวลานั้นยาวนานแทบจะเป็นอินฟินิตี้ และมาเกิดเป็นมนุษย์ใช้เศษกรรม แล้วเราก็ยังมีสัญญาเดิมของความชั่วที่เราชอบทำเมื่อครั้งเป็นมนุษย์ในตอนแรก จิตก็จะชอบเกาะเกี่ยวความชั่วเหล่านั้น ช่วงที่กลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีกครั้งอาจเป็นยุคเสื่อมก็ได้ โอกาสที่จะได้เข้าถึงพระธรรมความหลุดพ้นน้อยมาก ท่านอาจารย์เมตตาบอกว่าใครที่ปิดขุมนรกแล้ว แต่ไปผิดศีลมาเพิ่ม ก็ถูกขึ้นบัญชีขุมนรกนั้นๆใหม่ ถ้าติดหนัง ไม่พิจารณาให้เกิดปัญญา เช่น เอาศีล 5 กรรมบท 10 มาจับ ก็จะมีชื่อในขุม 6

อาทิตย์ 3 มิ.ย. 55

หนูขอกราบขอขมาเทวดารักษาท่านอ.อุบลทุกๆพระองค์และท่านอ.อุบลค่ะที่หนูเอาชนะความง่วงไม่ได้ ไม่ค่อยมีสมาธิ ตอนอาจารย์ให้ธรรมทาน ตอนพี่อมร พี่อัญ คุณเพ็ญศิริออกมาเล่าธรรมทาน และตอนเวียนเทียนบางช่วง

พระพุทธองค์ทุกๆพระองค์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วจักรวาลเสด็จ และท่านอาจารย์นั่งอยู่ จึงเป็นการปรามาสท่าน พี่ธนาก็ได้เตือนไว้ก่อนหน้าแล้ว แล้วครั้งนี้ก็ได้สอนว่าความง่วงซึ่งเป็นหนึ่งในนิวรณ์นั้นทำให้ไม่ก้าวหน้าในทางธรรมจริง เป็นตัวขวางกั้นปัญญา ทำให้บารมีไม่เต็ม 

ก่อนเวียนเทียน

พี่อมร เล่าว่าหลังจากได้มาสร้างบุญที่บ้านสวน พี่อมรได้ต่ออายุทั้งๆที่หมดอายุขัยตั้งแต่มกราคม 54 มีรายได้มากขึ้น เข้าถึงธรรมมากขึ้น ชีวิตมีความสุข

พี่อัญ เมื่อก่อนเป็นคนที่คิดมาก มีเรื่องอะไรกระทบใจก็เก็บมาคิด เดี๋ยวนี้ได้พิจารณาทุกข์มากขึ้นให้เกิดปัญญา มองทุกข์เป็นธรรม ทำให้ปล่อยวางมากขึ้น ช่างมันตามที่หลวงพ่อฤาษีลิงดำบอก และได้ความรู้ว่าการที่พระสงฆ์นำของมาขายเองเป็นหนี้สงฆ์ คนซื้อไปก็ติดหนี้สงฆ์  

"ของสงฆ์" หมายถึงพระพุทธเจ้าเป็นประธาน เป็นของส่วนกลาง ไม่มีใครจะถือสิทธิ์ว่าเป็นของตัวเองได้ ถ้าถือเป็นของส่วนตัวจะตกนรก

(คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ)

คุณบุญศิริ เจ้าของโรงแรมที่พัทยา เคยเป็นพยาบาลช่วยหมอทำแท้ง ทำให้ปวดข้อมือ

เวียนเทียนที่นิพพาน ณ บ้านสวนพีระมิด

ท่านอาจารย์บอกว่าพระพุทธเจ้าไม่โปรดอามิสบูชา การบูชาด้วยธาตุที่ไม่ยั่งยืน แตกสลายได้ ในที่นี้คือดอกไม้ ธูป เทียน การเวียนเทียนในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ทำกันเป็นประเพณี ไม่เข้าใจถึงธรรมที่พระพุทธเจ้าต้องการแสดงอย่างแท้จริงว่าการเวียนเทียนเป็นอุบายให้มีสติ ทำสมาธิ และดอกไม้ ธูป เทียนสำหรับบูชามีไว้เพื่อระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัย และคนยังชอบเวียนเทียนไปคุยไป บางคนเอาธูปเทียนจิ้มหลังคนข้างหน้า หรืออาจเหยียบโดนแมลง สัตว์เล็กๆตาย

การเวียนเทียนแบบบ้านสวน ครั้งนี้ท่านอาจารย์เมตตาอาราธนาบารมีพระพุทธองค์เอานิพพานมาไว้ที่บ้านสวนพีระมิดชั่วคราว ให้เราได้สัมผัสอารมณ์พระนิพพาน ตอนแรกท่านอาจารย์ให้ภาวนา นะมะ พะธะ หรือ ธะพะ มะนะ ขวัญภาวนาแบบหลังแล้วคำภาวนาหายไป ตัวแข็ง ไม่มีลมหายใจ แล้วจิตเงียบ ไม่มีอารมณ์ใด ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย (ไม่ตกใจเพราะก่อนมาบ้านสวนครั้งนี้ บังเอิญได้อ่านคำสอนของสมเด็จองค์ปฐมเกี่ยวกับอาการแบบนี้ กราบขอบพระคุณท่านค่ะ) พอปล่อยให้เป็นแบบนี้ไป ทำให้ได้เข้าใจเป็นรูปธรรมนอกจากการปฏิบัติแบบมโนมยิทธิ (คือไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้มาก่อน ปกติแทบไม่รู้ลมหายใจเข้าออกเลยเพราะไม่ค่อยมีสติ) ว่ากายไม่ใช่ของเราจริงๆ เรามาอาศัยกายเน่าๆนี่ชั่วคราว จิตกับกายไม่ใช่หนึ่งเดียวกันจริง แล้วก็ได้ยินเสียงท่านอาจารย์บอกว่าอย่าให้คำภาวนาหาย ก็เลยภาวนาใหม่ แล้วก็เป็นแบบเดิมอีก ก็กลับมาภาวนาใหม่ ต่อมาท่านอาจารย์ก็ให้เห็นวิมานของเรา ขวัญก็ยืนอยู่ข้างหน้าวิมาน แล้วรู้สึกไม่คุ้นเลยขอบารมีพระขึ้นไปบนวิมาน (กราบขอขมาเทวดารักษาท่านอ.อุบลและท่านอาจารย์ค่ะที่หนูไม่ทำตามท่าน) แต่ความง่วงเข้าแทรกสุดๆแปปนึงก็ตกลงมา คราวนี้ไม่ทำอะไรแล้ว นั่งเฉยๆ ก็ได้ยินเสียงพูดหลายเสียง หลายน้ำเสียง นับไม่ถ้วน ไม่เข้าใจภาษา จิตบอกว่าเป็นมนุษย์ต่างดาวค่ะ 

อยากอยู่เมืองแก้ว แต่ในชีวิตประจำวัน ก็ไม่เพียรปฏิบัติให้น่าได้ไปอยู่เมืองแก้วเลย

กราบขอขมาหากลูกมีข้อผิดพลาดประการใดค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ครองขวัญ วงศ์ดีประสิทธิ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-05 23:49:20


ความคิดเห็นที่ 1268 (1614060)

วันเสาร์ที่2มิ ย55 เดินทางถึงบ้านสวน 11.30น กราบสวัสดีท่านอาจารย์ อุบล อาจารย์มงคล

หลังจากนั้น รีบเข้าครัวช่วยงาน เช็ด ถู ล้าง และเป็นลูกมือทำครัวทุกอย่างค่ะ ตกบ่ายท่านอาจารย์ถามว่าใครจะไปกราบหลวงพ่อเสงี่ยมบ้าง รีบตอบว่าไปค่ะ  ขอบคุณ คุณฉันทนาและน้องหนึ่งนะค่ะที่ให้ภานั่งรถไปกราบสักการะหลวงพ่อ รู้สึกมีความสุขมากค่ะที่ใด้ไปงานส่งหลวงพ่อขึ้นนิพพาน( ท่านนอนหลับสบาย แล้วค่ะ)

หลังจากกลับมาท่านอาจารย์พาพวกเราปิดนรกขุมที่

ซึ่งภาเคยเล่นการพนัน ไพ่ หวย เปิดห้องให้เพื่อนๆมาเล่นที่ห้อง แทงบอล  เที่ยวกลางคืน ดื่มน้ำเมา ดูการละเล่น ดูละคร  ช่วยเพื่อนรับแทงหวย

คบคนชั่วเป็นมิด เกี้ยจคร้านการทำงาน( อู้งาน)

พอท่านอาจารย์อันเชิญไฟนรกมา สิ่งที่สัมผัสใด้คือ ปวดหัว มีเปลวไฟลุกที่ดวงตา 2ดวง ร้อนที่ฝ่ามือเหมือนเอามือไปอังไฟ หนักบ่าทั้งสองข้าง สักพักก็หาย  ตอนนี้ลูกสำนึกแล้วค่ะจะไม่ทำอีก

วันอาทิตย์ที่3 มิ ยใด้ร่วมบุญ สร้างพระ  ทำสวนผัก

และใด้สนทนาธรรมกับน้องขวัญเรื่องฝึกมโนยิทธิ ตอนที่ส่งวิญญานเด็กที่ที่ถูกทำแท้ง พี่รู้สึกว่ามีคนมารัดที่แขนและหัวไหล่อย่างแรงจนหายใจไม่ออก ท่านอาจารย์อุบลบอกว่าถ้าอยากรู้ให้กำหนดจิตถาม และพอตอนเย็นนั่งสมาธิเห็น มี่ภาพทหารชาวอียิป ใส่ชุดเกราะสีทองและสีเงินมายืนหน้ากระกานสองแถวเหมือนทำความเคารพสิ่งใดสิ่งหนึงค่ะ แต่ไม่แน้ใจว่าแบบนี้ว่าเรามโนรืป่าว

ช่างเย็นวันอาทิตย์ใด้ไปร่วมบุญ สวดอภิธรรมส่งหลวงพ่ออีกครั้งหนึ่งค่ะ รู้มีความสุขมากที่ใด้ไปร่วมงานค่ะ ลูกอธิฐานจิตว่าขอตามหลวงพ่อไปในชาตินี้ 

กราบขอบคุณท่านอาจารย์อุบล และครอบครัวที่เมตตาลูกมาตลอด

กราบขอบพระคุณเทวดาที่ปกปักษ์รักษาท่านอาจารย์และครอบครัวทุกๆพระองค์ สาธุค่ะ


 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น รุ่งสุภารัตน์ รุ่งเรือง(ภา) (parungrueang-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-06 00:14:19


ความคิดเห็นที่ 1269 (1614096)

เสาร์ที่ 2 มิ.ย. (ต่อ)

ทริปนี้ไม่มีหงอย

 

ได้เวลารถเคลื่อนตัวออก รถของเรา มีน้องก็อตเป็นคนขับ

 

นับๆ ดูของเราเป็นคันที่ 9 ยังมีข้างหลังตามมาอีกเป็นขบวน

 

ทริปนี้ไม่มีหงอย  ในรถมีกันสี่คน ฮาได้ตลอดการเดินทาง  ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง มีรถพี่ส้ม พี่ตุ้ยตามหลัง ขอเบอร์เจ้าถิ่นกันเหนียวก่อนการเดินทางเป็นที่เรียบโร้ย

 

เจ้าถิ่นนี่ใช่ย่อยจะพาเขาเข้าค่ายทหาร

 

น้องก็อตนี่อย่างฮามาก

 

ตัวเองเลี้ยว

 

แล้วบอกว่านี่ถ้าไม่เลี้ยว ตรงไปก็เข้าค่ายทหารเลย

 

รถที่ตามมาถ้าไม่เกาะติด ไม่สังเกตจริงๆ เจ้าถิ่นอาจพาเข้าค่ายทหารได้ คันพี่ตุ้ยนี่ รู้สึกพี่หมวยขับ ลัดมาพอกลับมาถึงบ้านสวน แกยิ้มๆ บอก พี่เกือบขับเข้าสุสานแน่ะ

 

ก๊ากก...

 

ขาไป พี่ส้มคุยเรื่องอาชีพของแก  ขายเครื่องจักรอุตสาหกรรม  น้องพจน์กับน้องก็อตกำลังมองหาอาชีพใหม่

ทั้งสองขายยาฆ่าแมลง  ปัจจุบันกวาดออกจากร้านหมด

 

แต่....เหลือยาฆ่าหญ้า

 

โอ๊ย..สองคนนี่จะเอาฮาไปถึงไหน

 

พี่ส้มกำลังจะขายกิจการแล้วย้ายมาอยู่นครนายก กำลังมองหาอาชีพใหม่

ส่วนน้องก็อตกับน้องพจน์ก็กำลังเปลี่ยนอาชีพ กำลังมองหากิจการดีๆ

 เลยคิดว่าแลกกันเลยดีมั้ย  สองคนมาขายเครื่องจักร  ส่วนพี่ส้มมาขายยาฆ่าหญ้า...ฮา

 

................................................................................

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เบ็ญจมาศ ประดิษฐ์ผล (kiradung-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-06 08:45:56


ความคิดเห็นที่ 1270 (1614097)

เพราะเราคือลูกบ้านสวน

ไปถึงที่วัด ท่านอาจารย์ไปถึงก่อนแล้ว

บรรยากาศคนเต็มศาลา  ครึ่งหนึ่งเป็นลูกบ้านสวน 

นั่งฝั่งหนึ่ง ใส่เสื้อใหม่ สีขาว เพิ่งถอยมาหมาดๆ กันแทบทุกคน  ที่นิ้วมีแหวนสฟริงส์ นั่งกันเงียบหมด 

 

ตอนพี่ธนา พี่สิทธิ์เป็นพิธีกร เป็นตัวแทนสมาคมคานทองแห่งประเทศไทย  เรานั่งฟังกันเงียบ ยิ่งอาจารย์ท่านออกมาเล่าเรื่องหลวงพ่อเสงี่ยม  พวกเรายิ่งตั้งใจฟังเหมือนกับเรากำลังนั่งในวิหาร ตอนสมาทานศีล  คนที่ไม่ใช่ลูกบ้านสวนคุยกันให้แซด ด้านหลังยังไม่สงบ นึกไปถึงประเทศไทยจำลอง  บรรยากาศบนศาลาไม่ต่างกัน

 

สิ่งที่อาจารย์ท่านพูด ล้วนมีประโยชน์ทั้งสิ้น เช่นกรรมอะไรที่ทำให้หลวงพ่อตาบอด  คอเอียง ก็ยังไม่ฟัง ขณะที่ลูกบ้านสวนตะแคงหูฟัง ใจจดใจจ่อเพราะไม่ค่อยได้ยิน

1. จากเครื่องขยายเสียง

2.เสียงคนคุยกันแซด

 

เราพกกระดาษไปด้วย เตรียมจด ยังจดไม่ได้ ปะติดปะต่อไม่ถูก  ถึงเวลาถวายปัจจัย  ท่านอาจารย์เรียก  ลูกบ้านสวนขอให้ออกมาถวายปัจจัยร่วมกัน  ออกมาทุกคนเลยค่ะ

 

ลุกพรวด  เก้าอี้ว่างเป็นแถบ  ไม่ต้องบอกซ้ำสองซ้ำสาม ทำให้นึกถึงคำของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ว่าท่านถือคำสั่งครูบาอาจารย์เป็นสำคัญ  ขัดไม่ได้เลย

 

ตอนลุก เบญสัมผัสได้ถึงพลังของพวกเราทุกคน ที่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน  ใครจะคุยกันฉันไม่สนใจ  ฉันจะฟังครูบาอาจารย์ของฉัน  เสร็จแล้วถอยกลับมา  อิ่มบุญกันทั่วหน้า

 

(บุญตัวเองไม่เท่าไร  แอบโมทนาบุญอาจารย์...อิอิ...)

 

เสร็จพิธี เขายกอาหารมาให้แขกบนศาลา ของพวกเราน่ะทานข้างล่าง  ตรงครัว พวกเราถ่ายรูปกันก่อน  งานศพแต่ทุกคนยิ้มระรื่น  พี่อมรเป็นคนถ่ายรูป ตอนแรกถ่ายภาพหมู่ก่อน  เสร็จแล้วถอยออกมา อาจารย์แม่กับอาจารย์มงคล คุณท๊อปท่านนั่งตรงกลาง  เราเวียนกันเข้าไปถ่ายรูปคราวละประมาณสิบคน หลายคณะ เพราะมากันร่วมร้อย

 

 

ต่อมาวิดวะหนุ่มหล่อใสเขาเป็นคนถือกล้องบ้าง  กล้องพี่อมรตัวใหญ่   แกถือแล้วเล็ง พร้อมเขย่งปลายเท้า  คือขายาวไม่พออะค่ะ เขย่งแล้วเขย่งอีก

 

พวกเราก็ยิ้มค้างเอาไว้  ไม่มีใครว่างพอที่จะไปหยิบเก้าอี้มาให้แกปีน แกเขย่งแล้วเขย่งอีก ยังหาจังหวะกดชัตเตอร์ไม่ได้  แกก็ขำตัวเอง  หัวเราะไหล่ไหวๆ เราก็ลุ้นกัน...

 

หัวเราะตอนนั้นไม่ได้เดี๋ยวมือแกกดชัดเตอร์แล้วไม่สวย  พอแกถ่ายเสร็จ    ทุกคนที่กลั้นหัวเราะอยู่นานแล้วก็ปล่อยก๊ากออกมา  ฮาครืน...

 

ท้ายแล้ว คนหล่อ +ใส+รักเด็ก (ชาวสวนผักเขาประกาศหาคนทดลองปุ๋ยน้ำอยู่เน้อ  คุณสมบัติเป๊ะเลยเนี่ย) เขาก็ลงไปนั่งข้างท่านอาจารย์ถ่ายรูปเป็นคนสุดท้าย ซ้าย..เขานั่นแหละ เขาบอกเขาหน้าตาดี  ขวาคือตากล้องพี่อมร

 

........................................................................................................

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เบ็ญจมาศ ประดิษฐ์ผล (kiradung-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-06 08:53:19


ความคิดเห็นที่ 1271 (1614099)

อย่าลืมฉัน

 

เสร็จสรรพได้เวลาหม่ำ  ท่านอาจารย์เมตตาเกรงลูกหลานจะอด จึงให้นำไข่มาจากบ้านสวนหลายแผง  พี่ธนาเป็นคนแบกมา  ตอนแรกที่มาถึงเห็นพี่ธนาแกแบกอะไรไม่รู้เดินตามท่านอาจารย์ไปครัว  เราก็มองไม่ชัด  เข้าใจเอาเองว่าเป็นเครื่องถวายอะไรไปโน่น  ที่แท้เป็นอาหารสำหรับพวกเรา  ที่อาจารย์แม่ท่านดูแลใกล้ชิดมาก

 

แม่ครัวเป็นคนเจียวไข่  น้องก็อตเขาไปเป็นลูกมือจนจบรายการ  ทานข้าวเป็นกลุ่มสุดท้าย  เสร็จเดินมาบอกภรรยาได้สูตรเจียวไข่ให้ฟูด้วยล่ะก้า

 

ที่ครัวมีคนล้างจาน  แต่ลูกบ้านสวนล้างเอง  คุณท้อปน่ารักมาก  เห็นถือจานมาสองใบ ไม่ให้ใครล้าง ไม่ถือตัวว่าเป็นลูกอาจารย์อุบล  ถือจานมา ล้างเองเลย

 

ได้เวลากลับ พี่ส้มไปยืนคอยอยู่หน้าศาลา  ยืนคุยกับหนุ่ม หล่อระดับพรีเมี่ยม    แต่....พี่ส้มแกสูง   176  หุ่นขนาดนักบาสเพราะแกจบพละ   มศว  คู่สนทนาตัวเท่านั้นอะค่ะ  อย่างที่เห็นๆ กัน เลยต้องแหงนคอตั้งบ่า

 

เบญไปตามพี่ส้มไปขึ้นรถ  พี่ส้มถามเมื่อกี้ไปอยู่ตรงไหน พี่มองไปตรงครัวไม่เห็น  คนแคระหันมา  บอก  อ๋อ..คนนี้ต้องให้ยิ้มครับ  ยิ้มเห็นฟันถึงจะมองเห็น

 

เบญลากพี่ส้มออกมา  สงสารคนแคระจะเมื่อยคอ เดินมาที่รถกลัวสองคนที่พาเรามา  จะลืมทิ้งเราไว้ที่วัด

 

ตกลงกับรถคันพี่หมวย  ให้น้องก็อตขับนำขบวน  มีรถพี่ศรี เฮียภาคิน  ตามมาอีก  ตอนแรกตามมาสามคัน  จะเปิดไฟกะพริบเป็นสัญญาณ  ขับไปขับมามีตามมาสี่  เป็นรถแท๊กซี่ของพี่นาแม่น้องฟิวจากอ้อมน้อยสมุทรสาคร

 

น้องก็อตเหยียบเต็มที่ 80 ออกจากวัดราวๆ สามทุ่มครึ่ง  ขับไปได้สักพัก รถที่ตามมาหาย

 

หายก็จอดรอ  จนตามมาครบ  พยายามเร่งเต็มที่ เพราะเราแวะปั๊ม  ขบวนรถท่านอาจารย์เลยแซงไปก่อน  หายไปหมดทั้งขบวน  เหลือขบวนผู้นำเจ้าถิ่นนี่แหละแวะปั๊ม  คันพี่ศรีแวะมั่ง แต่เข้าเซเว่น  คันที่เหลือหัวขบวนหายเลยจอดแอบข้างทาง  เสร็จรถเคลื่อนตัวออก  น้องก็อตเหยียบ 80-90 บางทีเผลอเป็น 100 เพราะเกรงว่าจะไปปิดขุม 6 ไม่ทัน  เวลาล่วงเลยมา  เราเริ่มง่วง หันไปข้างหลัง  มืด ถนนเส้นนั้นเจ้าถิ่นใช้ประจำ มีแต่สิบล้อ วันนี้เปลี่ยว มืด เงียบ ไฟข้างทางไม่มี ท้ายขบวนหายอีกแล้ว

 

เราจอดรอ  มีแอบเผลองีบ  เลยแซวกันว่า  นี่ถ้าเราหลับกันหมด  ตื่นขึ้นมาอีกทีเช้า  มัวแต่จอดรอเขา  ตัวเองเผลอหลับหมดทั้งคัน เขาขับผ่านไปแล้วไม่เห็น  ไปปิดนรกกันเรียบร้อย อายเขา โจษขานกันข้ามวันข้ามคืนเลยนะเนี่ย

 

เอาล่ะ  เราไม่หลับ  ดูท้องฟ้า ยูเอฟโอ พระจันทร์ไปตามเรื่อง  สักพักท้ายขบวนตามมา 

 

คราวนึง  หางขบวนหายอีก  น้องก๊อตบอกเดี๋ยวจะไปจอดรอตรงไหนไม่รู้  เราถาม  ฮะ...ตรงไหนนะ  หน้าบ้านสวนเลยเหรอ  ฮากันครืน...

 

เตรียมโดนตื้บได้เลยสี่คนนี้

 

เราพยายามเร่งกันอย่างเต็มที่  ไปให้ทัน  ปิดนรกขุม 6  คนที่ไปถึงก่อนอย่าลืมเรานะ  เหลือขบวนนี้อีก 5 คัน  อย่าปิดโดยไม่มีเรานะจ๊ะ

 

.......................................................................................................... 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เบ็ญจมาศ ประดิษฐ์ผล (kiradung-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-06 09:01:40


ความคิดเห็นที่ 1272 (1614100)

ธรรมะกับขุม6

 

ไปถึงบ้านสวนน่าจะราวๆ 5 ทุ่มครึ่ง

 

ธรรมทานที่ได้ในวันนี้คือ

 

-วิธีฝึกจิตไม่ให้ไหลลงสู่ที่ต่ำ

 

อาจารย์กล่าวถึง ซุปเปอร์อีโก้ คือการสำนึกผิดชอบชั่วดีด้วยตัวเอง อิทและอีโก้ ยังเป็นได้แค่สัตว์ แต่ซุปเปอร์อีโก้สามารถเข้านิพพานได้ง่าย

 

ทุกอย่างเกิดจากทักษะ การฝึกฝน การที่เราภาวนาพุทโธ ก็เพราะว่าเราจะได้เกาะไปกับพระพุทธเจ้าท่านได้ เพราะเป็นชื่อของท่าน นอกจากนี้เราต้องหมั่นเติมน้ำสะอาดคือความดีอยู่เสมอ คิด พูด แต่สิ่งที่ดี คิดถึงพระพุทธเจ้า เอ่ยพระนามของพระองค์เสมอ

 

-ในหลวง  คือสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งมั่นคง การเอาสตางค์ใส่กระเป๋ากางเกงถือเป็นการไม่สมควร

 

-ศีล 5 ข้อ สำคัญทุกข้อ ถ้าผิดข้อใดข้อหนึ่ง จะดึงข้ออื่นผิดหมดเลย

 

-สัญญาณของนรกขุม 6 ที่ลงโทษโดยการย่างสด คือความเร่าร้อนใจ

 

- 7 วันหลังตายแล้ว จะใช้ชีวิตเหมือนกับมีร่างกาย ยังหิวอยู่ ฉะนั้นทำบุญด้วยอาหารอย่างไหน  จะได้กินตอนนั้น

 

-ถ้าเจ้ากรรมนายเวรมีเยอะ  อาหารมีน้อย จะปิดขุมนรกไม่ได้

 

-ครัว  คือรายรับ ห้องน้ำ คือรายจ่าย  การที่เรามีรายจ่ายมากเพราะห้องน้ำเราไม่สะอาด หรือ ทำห้องน้ำที่อื่นสกปรก

 

-ต่อไปนี้อย่าพูดคำว่ามาบ้านสวนแล้ว  ไม่รู้จะทำอะไร  ถ้าใครได้ยินใครพูดอย่างนี้ ให้มาบอกอาจารย์อุบล  จะได้เชิญเก็บข้าวของออกไป

 

.............................................................................................................................

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เบ็ญจมาศ ประดิษฐ์ผล (kiradung-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-06 09:07:40


ความคิดเห็นที่ 1273 (1614102)

วันนี้ขอไฟนรกแบบแรงๆ

เมื่อเริ่มปิดประตูนรกขุมที่ 6 อาจารย์ได้ถามว่าใครยังไม่เคยสัมผัสไฟนรกให้ยกมือขึ้น เบญยกมือ ที่ผ่านมา 5 ขุม ยังไม่รู้สึกอะไร หรืออาจจะรู้สึกแต่ตัวเองไม่รู้ก็ได้  เพราะปัญญาน้อย  อาจารย์ท่านจึงบอกเสด็จตาท่านท้าวเวสสุวรรณว่า  วันนี้ขอไฟแรงๆ หน่อยนะเจ้าคะ....แว้ก...

 

 

เพื่อไม่ให้จิตวอกแวก ท่านให้เราหลับตา  คิดตามที่อาจารย์พูด และระลึกถึงบาปกรรมที่เคยทำมา

 

เบญเคยซื้อหวย ราวๆ4-5 ครั้ง และรู้สึกยินดีที่คนถูกหวยเคยพูดคำว่าพนันกันมั้ย ชอบดูละคร  บางเรื่องก็ติด  วันไหนไม่ได้ดูหงุดหงิด หลังๆ ละครเกาหลีมาแรงติดละครเกาหลีอีก  ดูข้ามวันข้ามคืน ไม่จบไม่เลิก เคยเช่าหนังมาดูทีเดียว 7 เรื่อง สองสามวันดูหมด เคยติดหนังอยู่พักหนึ่ง และยุยงเห็นดีเห็นงามให้คนติดหนังติดละคร

 

เคยเขียนนิยายพิมพ์ขาย จำหน่ายทั่วประเทศ มอมเมาผู้คน ทำสื่อไร้สาระ

 

ตอนเด็กๆ ชอบดูหนังกลางแปลง ดูยี่เก เที่ยวกลางคืนคือดูหนังกลางแปลง ดูลำตัด

 

เคยกินเหล้า เบียร์ แอลกอฮอล์ ชา กาแฟ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน  คบคนชั่วเป็นมิตร ขี้เกียจสันหลังยาว  ตอนเรียนมหาวิทยาลัยเคยโดดเรียน ทำงานแล้วก็ขี้เกียจ มาบ้านสวนมีแอบอู้งาน พักน้านนาน บางทีก็เกี่ยงงาน

 

เคยยินดี  ส่งเสริม ชักชวน ที่คนทำชั่ว ติดอบายมุข ติดการพนัน ติดละคร การละเล่น เกียจคร้านการทำงาน รวมทุกชาติทุกภพ ตั้งแต่ชาติแรกถึงชาติปัจจุบัน

 

นึกเสร็จน้ำตาร่วง  อาการเดิมออก   รู้สึกร้อนที่ฝ่ามือที่พนมอยู่ เรื่อยจากอกลงไปถึงท้อง  ตรงแผ่นหลังเจ็บมาก  ร้อนด้วย  ทั้งเจ็บปวด ทั้งร้อน หายตอนท่านอาจารย์อัญเชิญไฟนรกกลับไป

 

ทีนี้น้ำตาไหลตลอดจนเสร็จพิธี

รู้สึกโล่งขึ้นมากเลยค่ะ

 

ดึกมากแล้วอาจารย์บอกพรุ่งนี้อนุญาตให้ตื่นสายๆ ได้  9 โมงก็ได้  แม่ครัวก็ดึกเหมือนกันจะได้ไม่ต้องรีบเตรียมอาหาร  ตื่น 9 โมง ทานข้าวสักเที่ยงก็ได้ ฮา....

 

พ่อใหญ่ธนาไม่ต้องรีบปลุกนะ

 

ท่านสั่งแบบนี้ทุกทีที่เราสมาทานศีลกันดึก ตีหนึ่งตีสอง  เช้ามา 6 โมง มีเสียงเป่านกหวีดปี๊ดๆ ทุกที  พอออกมาดู  หาคนเป่าไม่เจอ กะขโมยนกหวีดพ่อใหญ่ซะละ 

 

แต่ลูกบ้านสวนตื่นเช้ามาก ตื่นก่อนเสียงนกหวีดซะอีก พักหลังๆ ด้วยสังขารอันเป็นสิ่งไม่เที่ยงแท้แน่นอน  มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่าพ่อใหญ่ธนาชอบนอนแซ่บๆ ตื่น 8 โมง นี่คือเคล็ดลับหน้าใสกิ๊ก ของเขาล่ะก้า.........

 

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เบ็ญจมาศ ประดิษฐ์ผล (kiradung-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-06 09:14:55


ความคิดเห็นที่ 1274 (1614116)

วันเสาร์ที่ 2-3 มิ.ย.55

ไปสร้างพระปฐมบรมบิดาต่อ โดยการก่ออิฐตรงหน้าขา วันอาทิตย์มาดายหญ้าที่ต้นมัน เสร็จแล้วมาช่วยคุณโฆสิตขุดร่องน้ำกัน

วันเสาร์นี้เราได้ไปงานของหลวงพ่อเสงี่ยม โอภาสี โดยพวกเราประมาณ 7 คน มี ดร.จิ๋ม ดร.จุ๋ม พี่เจี๊ยบ พี่จิต ป้าแก้ว น้องไก่ และพี่แหม่ม ขากลับมีต้นกล้ามาด้วย พวกเรานั่งรถมาด้วยความระทึก ตื่นเต้นตลอดเวลา เพราะพี่จิ๋มขับรถตาม อ.มงคล มาด้วยความเร็วประมาณ 100-120 ตาไม่ได้มองเส้นทางเลย มองแต่รถทะเบียน 283 ไม่ให้คลาดสายตา พี่จิ๋มก็จะถามตลอดว่าใช่คันนี้หรือเปล่า พี่จิต ตาวิเศษ(ยาว) จะบอกตลอดใช่แล้วพี่ ในรถมีแต่วัยรุ่นทั้งคัน ซิ่งตามคันหน้า อ.มงคล ซึ่งก็วัยรุ่นกว่าเรา เพราะขับเร็วเหลือเกิน มีอยู่ 2 คัน ที่เป็นวัยรุ่น นอกนั้นตกขบวน ตามวัยรุ่นไม่ทัน

ท่านอ.อุบลได้พาพวกเราไปกราบพระสรีระสังขาร(ไม่รู้ถูกหรือเปล่าได้ยินเขาพูดอย่างนี้) ของหลวงพ่อเสงี่ยม ด้วยความปลาบปลื้มที่ได้มีโอกาสมางานและร่วมส่งท่านขึ้นนิพพาน นับว่าเป็นบุญของลูกที่ได้มีโอกาสมางานนี้

ก่อนกลับได้ร่วมกันถ่ายรูปร่วมกับท่านอ.อุบล อ.มงคล และก็ลงมาทานข้าวไข่เจียวแสนอร่อย และนั่งรถกลับคันเดิมและขับตามวัยรุ่นข้างหน้าเหมือนเดิม แต่ขากลับนี้ไม่ค่อยหวาดเสียวเท่าไหร่ เพราะพี่จุ๋มพี่จิ๋มไปบอก อ.มงคลว่า หนูขับตามไม่ทัน ไม่ได้ดูทางเลยค่ะ ดูแต่รถท่านอาจารย์อย่างเดียว ท่านก็เลยขับช้า เพราะกลัววัยรุ่นอย่างเราขับตามไม่ทัน

การปิดนรกขุมที่ 6  เป็นขุมที่พวกเล่นการพนัน เที่ยวกลางคืน  คบคนชั่วเป็นมิตรดูการละเล่น ติดหนัง ติดละคร ซื้อหวย ซื้อเบอร์ เกียจคร้านการทำงาน (ข้อนี้โดนแหม่มเต็ม ๆ ) และก็ดื่มเหล้าด้วย ซึ่งแหม่มก็ได้ทำมาทั้งนั้น แต่ไม่ค่อยบ่อยนัก แต่ดูละครนี้อาจจะหนักกว่าเพื่อน ท่านอ.อุบลให้นึกถึงเหตุการณ์ที่ได้ทำมาทั้งหมด และพวกเราจะไม่ทำอีก และให้สัมผัสได้ว่ามีอาการขนลุก และระหว่างพิธีมีอาการร้อนที่มือทั้งสองข้าง สงสัยจะเป็นเพราะเล่นไพ่ น้ำเต้าปูปลา แน่ ๆ เลย

นรกขุมนี้เป็นการลงโทษโดยการย่างสดและเผาให้เร่าร้อน อาการของคนที่จะตกนรกขุมนี้จะมีความเร่าร้อนใจ ไม่มีความสุข ทุกข์เพราะกฏของกรรมทำให้ทุกข์

ป้าปุ๊  มีอาการปวดข้อมือและแขน ได้มาสารภาพว่า ตอนเด็กช่วยแม่ทำงานในบ่อนไพ่ เป็นเด็กล้างไพ่ และแจกไพ่ ส่วนแม่เล่นไพ่ ได้ค่าขนมวันละร้อยกว่าบาท เมื่อขอขมาแล้วอาการก็ดีขึ้น และก็มีอาการเจ็บส้นเท้า เพราะตอนเป็นครูสอนเด็กอนุบาล ตีเด็กที่ฝ่าเท้า เพราะไม่มีร่องรอยให้ผู้ปกครองเห็น และก็เคยเหยียบแม่โดยการกระแทกส้นเท้าให้แม่เจ็บ จนแม่ร้องโอ๊ย ท่านอ.อุบลก็เชิญแม่ที่ตกนรกขุมที่ 7 เพราะทำผิดมาครบทุกข้อ ก็เลยไปอยู่ขุมพิเศษ ป้าปุ๊ก็ขอขมาแม่และอุทิศบุญให้แม่ ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดี เมื่อขอขมาทุกอย่างหมดแล้วป้าปุ๊ก็หายเพราะสำนึกผิดได้ ขอโมทนาด้วยค่ะ

ขอกราบขอบพระคุณท่านอ.อุบล และเทวดาที่รักษาท่านอ.อุบล ที่ให้โอกาสลูกได้ปิดนรกขุมนี้ค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น วีรดา อยู่นวล (mamlak-w-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-06 10:18:45


ความคิดเห็นที่ 1275 (1614119)

 ขออนุโมทนากับทุกๆท่านด้วยค่ะ  สาธุ แค่ได้อ่านก็ขนลุกตามแล้ว

 เมื่อวันวิสาขบูชาหนุ่ยได้มีโอกาสไปทำบุญที่วัดแถวบ้าน หลวงพ่อท่านเทศว่าวันนี้เป็นวันที่พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมเรื่องอริยะสัจ 4และมรรค8

เมื่อพิจารณาแล้วการที่เราได้เข้าร่วมสมาทานศีลที่บ้านสวนพิระมีดก็เหมือนเราได้รับคำสอนจากพระพุทธองค์โดยตรง คือ 

1  ทุกข์  คนที่ออกไปสมาทานศีลหรือทุกๆคนก็มีความทุกข์แตกต่างกันไปเช่นเจ็บป่วย  ยากจน  เครียด 

2  สมุทัย สาเหตุที่มีความทุกข์นั้น  ก็มาจากการที่เราผิดศีลทั้ง 5 ข้อ

3  นิโรธ หนทางการดับทุกข์นั้น ก็ต่อเมื่อเราสำนึกในการกระทำที่ผิดศีลนั้นและจะต้องไม่ทำความชั่วใดๆอีก

4 มรรค อาจารย์ให้เราตั้งมั่นปฏิบัติทาน ศีล ภาวนา ให้ยิ่งๆขึ้น และทำใจให้ผ่องใส ไม่ทำชั่ว ทำความดีให้ถึงพร้อม

       นี่เป็นการวิเคราะห์จากคนที่มีปัญญาน้อยนิดค่ะ  ถ้าผิดพลาดประการใดก็ขอโทษด้วยนะค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น พัชรพร พัชรินทร์ศักดิ์ (nuisilver-at-thaimail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-06 10:30:52


ความคิดเห็นที่ 1276 (1614160)

 

ธรรมทาน บ้านสวนพิรามิด วันเวียนเทียน วิสาขบูชา คืนวันที่ 3 มิย. 55
                เริ่มฟังบรรยายธรรมเวลาประมาณ 5 ทุ่มแล้ว หลังจากท่านอาจารย์อุบล พาคณะบ้านสวนพิรามิดไปฟังสวดพระศพ ของพระอาจารย์เสงี่ยม โอภาสี เพื่อส่งเสด็จท่านไปพระนิพพาน
                พอกลับมาท่านอาจารย์ก็ถามว่าใครเคยร่วมพิธีเวียนเทียนวันวิสาขบูชา บ้าง ก็มีคนยกมือกันไม่เยอะนัก ทำให้คนที่เหลือที่ยังไม่เคยเวียนเทียนพากันตื่นเต้นว่า เอ จะเวียนเทียนกันแบบไหนหนอ
                อาจารย์เริ่มด้วยการตั้งคำถามว่า ใครที่เป็นลูกบ้านสวนแล้ว มีชีวิตดีขึ้นบ้าง คุณอมร ได้ขึ้นมาเล่าให้ฟังว่า แต่ก่อนนี้ มีสภาพร่างกายไม่ดี จิตใจไม่ดี รายได้ก็เพียง 5000 – 7000 ต่อเดือน แต่พอเข้ามาร่วมบุญกับบ้านสวนพิรามิด ก็ดีขึ้นมีเงินเป็นหมื่น ๆ เขาเล่าว่า เคยฝันเห็นคนชุดแดง มารับ และมาเตือนว่าจะอยู่ได้อีก 2 ปีครึ่ง เวลาผ่านไปอีก 2 ปี     ก็ฝันอีก จนประมาณ มิย.53 คุณอมรก็ฝันอีก และรู้ตัวเองว่าจะต้องตายในเดือน มค. 54 พอตอนปีใหม่ อาจารย์อุบลก็เมตตาว่า จะต่ออายุให้ โดยอาจารย์ได้ถามคุณอมรว่าถ้ามีชีวิตอยู่จะทำอะไรต่อ คุณอมรก็ตอบว่าจะทำงานที่บ้านสวนพิรามิด และทำประโยชน์เพื่อชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์
                หลังจากนั้นไม่นานคุณอมรก็เริ่มเอาใจออกห่าง มีความคิดเริ่มเอาใจออกห่างจากบ้านสวนฯ ไม่อยากมาทำงานทำบุญที่นี่ แต่อยากไปทำมาหากินเหมือนคนทั่วไปบ้าง นั่นคือ ไม่รักษาคำพูดที่ให้ไว้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์
                ผลกรรมดังกล่าวทำให้ลูกชายของคุณอมร ถูกทำร้าย โดยถูกตีหัว และได้รับบาดเจ็บ
                ส่วนคุณอมรเอง ก็เคยไปชวนคนอื่น เข้าบ้านสวนฯ โดยคนที่ชวนไม่มีสมบัติที่จะเข้าบ้านสวนได้ เคยไปผูกไมตรี กับคนที่มีจิตที่ไม่เป็นมิตรต่อ อ.อุบล และบ้านสวนพิรามิด ผลกรรมทำให้คุณอมร เป็นไข้ตัวร้อน แทบขาดใจตาย ดีที่ อ.อุบลมาช่วยไว้ได้ทัน
                ธรรมทานเหล่านี้ทำให้พวกเราได้ตระหนักไว้ได้ว่า การทำความดีนั้นให้ทำอย่างสม่ำเสมอ ตั้งมั่นในคุณความดีให้ได้ อย่าง่อนแง่น คลอนแคลนเลย มิฉะนั้นท่านจะได้รับผลกรรมตอบแทนอย่างสาสม
ผู้แสดงความคิดเห็น ชัชวลี กะลัมพะเหติ (chatvalee-dot-k-at-pttplc-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-06 12:47:54


ความคิดเห็นที่ 1277 (1614165)

 

ธรรมทานต่อไป
ก็คือคุณอัญ หรือ อ.อุบลเรียกว่า หนูอัญ หญิงแกร่ง แห่งบ้านสวนพิรามิด เพราะแข็งแรงมาก (คล้ายน้องไอซ์) ผู้หญิงตัวเล็ก หน้าตาสวย จะแข็งแรงได้ขนาดนี้ เวลาสร้างองค์พระก็สามารถขึ้นไปปีนป่ายส่งปูนได้ เช่นเดียวกับชาย คุณอัญ เล่าว่า ตัวเองเป็นโรคคิดมาก มีความทุกข์เพราะความคิด แต่พอมาเรียนธรรมะกับอาจารย์อุบลก็รู้จักวิธีคิด ให้ไปสู่แง่ดี คุณอัญเป็นคนพูดตรงไม่อ้อมค้อม และพูดอย่างมีพลัง นำธรรมมะไปใช้ในการพูด จากใจไปสู่ใจ ซึ่งเป็นแบบอย่างที่เราควรเอาอย่าง เพราะส่วนใหญ่เราจะยอมโกหก หรือยอมทำบาป เพียงเพื่อเกรงใจ หรือเอาใจคนอื่น แต่หนูอัญไม่เป็นเช่นนั้น
                อาจารย์อุบลได้ช่วยเสริมว่า ถ้าจะไม่ให้ทุกข์เพราะความคิด ก็ให้เปลี่ยนวิธีคิด เราไม่ควรคิดที่จะเปลี่ยนใคร แต่เราควรเปลี่ยนตัวเราเอง สูตรสำเร็จ ก็คือ ให้ใช้คำว่า ช่างมัน (ตามความเข้าใจของจิ๋มก็คือ ให้ปล่อยวาง อย่าไปยึดไปติดในสิ่งใด ทำใจให้เป็นกลาง เกิดสิ่งใด ขัดใจ กระทบใจ ก็พยายามท่องคำว่า ช่างมัน เอาไว้)
ผู้แสดงความคิดเห็น ชัชวลี กะลัมพะเหติ (chatvalee-dot-k-at-pttplc-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-06 12:53:17


ความคิดเห็นที่ 1278 (1614166)

 

ธรรมทาน วันเวียนเทียน วิสาขะ (ต่อ)
คุณบุญศิริ เจ้าของสนามกอล์ฟ ที่นครปฐม ผู้ที่นำรถกอล์ฟมามอบให้บ้านสวนพิรามิด ไว้ใช้งาน ได้เล่าว่า แต่ก่อนเคยทำงานเป็นพยาบาลที่ LA และเคยช่วยหมอทำแท้งเด็ก เคยช่วยหมอทำแท้งเด็กอาทิ ตย์ละ 40 คน และขณะนี้ ก็มีจิตวิญญาณแค้น 40 ดวงมารออยู่  เพื่อรอรับบุญ
                อาจารย์อุบลได้เล่าว่า ประเทศสหรัฐ ซึ่งเป็นประเทศที่เจริญแล้วนี้ มีคนทำแท้ง และผิดศีลข้อ 3 กันมาก พบว่าโรคที่ชาวสหรัฐเป็นกันมากนั้น อันดับ 1 ได้แก่ โรคหัวใจ อันดับ 2 ได้แก่ โรคมะเร็ง เช่น มะเร็งเต้านม และมะเร็งต่อมลูกหมาก เป็นต้น   กรรมชั่วเหล่านี้ ยังส่งผลให้สหรัฐได้พบกับภัยธรรมชาติอีกด้วย
ผู้แสดงความคิดเห็น ชัชวลี กะลัมพะเหติ (chatvalee-dot-k-at-pttplc-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-06 12:56:14


ความคิดเห็นที่ 1279 (1614176)

 

ธรรมทานวันปิดขุมนรกขุมที่ 6
ในวันเสาร์ที่ 2 มิ.ย.55

วันนี้หลังจากสร้างบุญ
ด้วยแรงกายกันไปแล้ว
ช่วงเย็นท่านอ.อุบลได้เมตตา
พาพวกเราไปร่วมงานศพ
หลวงพ่อเสงี่ยม ที่ลพบุรี
พวกเราเดินทางโดย
ขับรถตามๆกันไปเป็นขบวน
จนถึงที่หมายร่วมฟังสวด
และช่างบังเอิญจริงๆ
โฆษกของวัดไม่มา
งานนี้พ่อใหญ่ กับพี่มหาจึง
คว้าไมค์มาเป็นพิธีกรเอง
และได้เรียนเชิญท่าน อ.อุบล
มาเล่าธรรมทานเกี่ยวกับหลวงพ่อ
ให้ญาติธรรมบนศาลาได้ฟังกันด้วยค่ะ

ท่าน อ.เล่าว่า รู้ไหมทำไมหลวงพ่อ
จึงตาบอด ทำไมท่านถึงคอเสีย
ที่ท่านตาบอดเพราะเวลาฆ่าศัตรู
ใช้ยิงเข้าที่ตา
เพราะเคยตัดคอข้าศึกมานับไม่ถ้วน
เคยใช้อาวุธทุกชนิดอย่างชำนาญ
เป็นผู้นำประเทศ และอีกหลายๆอย่าง
ธรรมะที่ท่านได้ให้ในค่ำคืนนั้น
มีคุณค่ามาก
ที่พิธีกรของงานไม่มา
สงสัยจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่เลย
ว่าไม๊คะ

หลังฟังสวดเสร็จ
พวกเราถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน
ท่าน อ.บอกว่างานนี้
เป็นงานรื่นเริงไม่ให้เศร้า
เราก็ถ่ายรูปยิ้มแป้นกันทุกคน

หลังจากนั้นเราก็ร่วมรับประทานอาหาร
ที่อร่อยที่สุดในโลก
คือข้าวไข่เจียว
อาหารมังสวิรัตที่วิเศษสุดของพวกเรา
พวกเราช่วยกันเสิร์ฟ 
มีแม่ครัวของทางวัดเป็นคนทอดให้
ทุกท่านขมีขมันทอดให้เราแบบ
จานต่อจาน แม่ครัวทอดไข่จนหน้ามัน
ทานเสร็จลูกบ้านสวนก็ช่วยกัน
เก็บ ล้างจาน ตอนนี้
เห็นสายตาแม่ครัว
เขามองพวกเราแบบ งงๆ 
ประมาณว่า มันจะมาล้างกันทำไมนะ
คนอื่นเขากินกันอิ่มก็ไป
แต่ลูกบ้านสวนเรา กินเอง
เก็บเอง ล้างเอง 
แม่ครัวเลยเบาแรงไปเยอะค่ะ

กลับถึงบ้านสวนประมาณ 4 ทุ่ม
ได้มีการปิดขุมนรกขุมที่ 6 ต่อ
ก่อนปิดท่าน อ.อุบลได้ให้ธรรมะ
นรกขุม 6 นี้ ชื่อว่า ตาปนนรก
เป็นนรกแห่งความเร่าร้อน
ย่างสดสัตว์นรกผู้สร้างกรรมไว้
ด้วยการเล่นการพนัน อบายมุข
ชอบเที่ยวกลางคืน ดูการละเล่น
ขี้เกียจการงาน คบคนชั่วเป็นมิตร ฯลฯ
คนพวกนี้ต้องไปชดใช้นานถึง
16,000 ปีนรก
1 วัน ของนรกนั้น 
นับประมาณมิได้ในเมืองมนุษย์

และอ.อุบลท่านยังเมตตาบอกอีกว่า
ห้องครัว โรงทาน
ถือเป็นตัววัดรายรับของเรา
ห้องน้ำเป็นตัววัดรายจ่าย
หากเรารักษาความสะอาดของทั้งสองจุดนี้
เราจะมีสภาพคล่องทางการเงิน
มีโชคลาภ เงินทองไม่ขาด
ตรงกันข้ามถ้าทำสกปรก
เงินที่ไหนก็ไม่มีเหลือ

และผลจากการปิดนรกขุม 6 นี้
ตุ้ยเองได้รับสัมผัสไฟนรก
ท่าน อ.อุบลอัญเชิญขึ้นมา
และท่านได้ขออัญเชิญให้ไฟนรก
ให้กลับลงไปด้วย
เพราะถ้าไม่อัญเชิญกลับ
พวกเราจะร้อนอยู่อย่างนั้นตลอดไป
สำหรับตัวเอง ตอนนั้น
รู้สึกแสบร้อนบริเวณคอด้านซ้าย
ลามมาหน้า บริเวณขอบๆของหน้า
และปวดบ่าขวาหนักขึ้น
พออัญเชิญไฟนรกกลับ
บ่าก็เบา ดีขึ้นจนหายค่ะ

และผลกรรมของขุม 6นี้
ตุ้ยก็ได้ทำมาแล้วทั้งสิ้น
ทั้งเปิดบ้านให้เช่าบ่อน
แทงบอล ตู้มา ตู้สลอต
ขาย เหล้า เบียร บุหรี่
ชอบเที่ยวกลางคืน
ติดละคร คบคนชั่วเป็นมิตร
เล่นการพนัน

ลูกจึงกราบขอขมา
องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกๆ พระองค์ 
ที่ลูกได้ทำผิดละเมิดศีล
และต้องกราบขอบพระคุณทุกๆ พระองค์
ที่เมตตาลูกเสมอมา 
ให้ได้เห็นลูกได้เห็นกฎของกรรม
สำนึก ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง
กลับมาเป็นคนในวันนี้ค่ะ สาธุ
ผู้แสดงความคิดเห็น ตุ้ย ศิริพร โฉมจันทร์ (kondee25121-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-06 13:18:03


ความคิดเห็นที่ 1280 (1614227)

พิธีปิดขุมนรกในคืนวันเสาร์ที่ผ่านมาครับ  หลังจากที่ลูกบ้านสวนฯได้กลับจากพิธีกราบไหว้พระสรีระของหลวงพ่อเสงี่ยมแล้ว  ก็เริ่มพิธีปิดขุมนรกทันที  ซึ่งครั้งนี้เป็นการปิดขุมที่ 6 ซึ่งเป็นนรกแห่งความเร่าร้อน ย่างสดสัตว์นรก คนที่จะตกนรกขุมนี้นั้นก็มีพวกเกียจคร้านทำการงาน เล่นการพนัน  เที่ยวกลางคืน  คบคนชั่วป็นมิตร  อยู่ในอบายมุข ดื่มสุราของมึนเมา  ดูการละเล่น  ติดละครติดหนังงอมแงม แต่ว่าท่านอาจารย์เมตตาบอกว่า  ถ้าเราดูละครนั้นเพื่อเป็นเครื่องเตือนใจ  เครื่องบ่งบอกถึงความเป็นสังคม  ว่าคนไม่ดีป็นอย่างนี้  อย่างนั้น  ก็ไม่บาป  ไม่ใช่ดูเพราะติด แบบว่าเมื่อไหร่นางร้ายจะไปตบนางเอกเสียที  ไม่ใช่ลุ้นให้ตัวร้าย ตายๆ ไป  อย่างนี้ตกนรกแน่ๆ  

ก่อนการปิดขุมนรก  ก็คนมาแสดงธรรมทาน  และสารภาพบาปให้พวกเราฟังกัน  คือคุรป้าปุ๊  ซึ่งเล่าว่าตอนเด็กๆ นั้นเคยช่วยแม่ทำงานล้างไพ่  แจกไพ่  ตามวงไพ่  ซึ่งก็ไม่อยากทำ  แถมยังเคยนวดหลังให้แม่ แบบเหยียบ  แล้วตั้งใจเหยียบแรงจนแม่เจ็บ  กรรมก็ตามส่งผล  ทำให้ปวดเมื่อยตามร่างกาย  จนต้องขอขมาต่อสิ่งที่ตนทำมา  จึงอาการดีขึ้น   หลังจากนั้นก็เป็นการขอเบิกวิญญาณของคุณแม่มาเพื่อขอขมากรรม  ทั้งยังมีการเบิกบุญให้ผู้ที่คุมวิญญาณขึ้นมา  ซึ่งตอนเบิกบุญนั้น  ผมสัมผัสได้ถึงอาการขนลุก  


เข้าสู่พิธี การปิดขุมนรก  ขุมนี้นั้นผมก็ทำผิดมาเกือบทุกการทำที่ได้เขียนไว้ข้างต้น  คือมีทั้งดื่มสุรา  เคยเล่นการพนันแบบมั่วๆ  ติดละคร  หนัง  เคยลองสูบบุหรี่ ครั้งเดียว  คบคนชั่วเป็นมิตร  ทำสิ่งที่ไม่ดี  เสี่ยงต่อชีวิต  เช่นการยกพวกตีกัน  รุมทำร้ายผู้อื่น     ระหว่างพิธีผมรู้สึกถึงอาการคัดจมูก  หายใจไม่ถนัด  ต้องหายใจทางปาก ทั้งๆที่ยังไม่ได้จาม หรือเจออากาศหนาวจัด  แต่อย่างใด  แบบว่าอยู่ดีดีก็เป็นขึ้นมา   พอเสร็จพิธีก็เริ่มมีอาการดีขึ้นเรื่อยๆๆ  

ต้องขอขอบพระคุณท่านอาจารย์อุบลและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกพระองค์ที่เมตตาลูกหลายบ้านสวนพีระมิด  ให้มีโอกาศได้ปิดขุมนรกกัน  ถึงท่านอาาจรย์จะเมตตาบอกว่าจะปิดไม่ได้ทุกคน  ขึ้นอยู่กับกำลังบุญที่สร้างมา  อ.อุบลเมตตาบอกว่า  สมมุติว่ามีเจ้ากรรมนายเวร 20 คน  แล้วเข้าต้องการบุญจากเรา เปรียบว่าบุญคืออาหาร  ถ้าเรามีขนมปังแค่ก้อนเดียว  20 คนจะกินพอหรือ  แต่ถ้าเรามีขนมปังพอกินทุกคน เผลอมีเหลือเฟือ  เข้าก็อิ่มหนำสำราญ  ถึงจะเป็นการอโหสิกรรม    

ผู้แสดงความคิดเห็น ณภัทร ภิรมย์รักษ์ (natzfullstep-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-06 17:55:42


ความคิดเห็นที่ 1281 (1614244)

ปีนี้  พิธีเวียนเทียน ขึ้นบนนิพพาน ท่านอ. เมตตาขอบารมี อัญเชิญสวรรค์ ลงมาให้ลูกหลานได้สัมผัส อย่างใกล้ชิด หลังจากปิดไฟ แล้ว ท่าน อ.นําพา ฉลับพรรณรังษีบารมีพระพุทธเจ้ามาให้สัมผัส น้อมจิตตาม ความรู้สึก มีความสุขมาก อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สุขจนบอกไม่ถูก เห็นสมเด็จองค์พระปฐม บรมธรรมบิดา พระพุทธเจ้าแยอะมาก นับไม่ได้ และสิ่งศักสิทธิ์หลายพระองค์ พระอินท์ หลวงพ่อฦาษี แม่ศรี น้อมกราบแทบพระบาท ทุกพระองค์ สมเด็จพ่อองค์ปฐม ลูบที่หัวอย่างเมตตา เหลือประมาน เห็นวิมานตังเองสวยงามก่วาทุกครั้ง  กราบพระบาท สิ่งศักสิทธิ์ทุกพระองค์ที่เมตตา อย่างหาที่สุดมิได้  กราบขอบพระคุณท่าน อ. อุบล ที่เมตตา ลูกศิษย์ทุกคน กราบอนุโมทนาสาธุ ในบุญบารมี ท่าน ทุกพระองค์เจ้าค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น อร อุ่นศรี (aon_aunsri-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-06 20:16:02


ความคิดเห็นที่ 1282 (1614270)

ธรรมทานวันอาทิตย์ที่ 3 มิย. 55 ช่วงการเวียนเทียนวันวิสาขบูชา
เริ่มพิธีเมื่อใกล้เที่ยงคืนแล้ว ดังนั้นพวกเราจึงได้เวียนเทียนกันในวันวิสาขบูชาที่ 4 มิย. ท่านอาจารย์ให้เลือกว่าจะเวียนเทียนสวรรค์หรือนรก และท่านอาจารย์จึงให้ทำทั้งคู่

การเวียนเทียนสวรรค์ในความหมายของท่านอาจารย์คือ การรับฟังตัวอย่างของผู้ที่เข้ามาบ้านสวนพีรามิด แล้วมีชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งคุณอมร และคุณอัญ อาสามาให้ธรรมทานพวกเรา คุณอมรเคยชตาขาด หมดอายุ และอาจารย์อุบลเมตตาต่ออายุให้โดยต้องรักษาสัจจะที่จะมาช่วยสนับสนุน ภาระกิจของท่านอาจารย์ เมื่อเขามีกิจการอาชีพที่ร่ำรวยขึ้นก็เคยคิดห่างจากบ้านสวน ไปทำงานส่วนตัว ทำให้ลูกชายมีเคราะห์ ถูกลูกหลงตีหัวแตก ต่อมาจึงได้กลับใจมาช่วยบ้านสวนประจำเหมือนเดิม
ส่วนคุณอัญ หญิงแกร่งของเราเธอมีความสุขมากขึ้น จากการเปลี่ยนตัวเองได้จากคำสอนของท่านอาจารย์ แม้จะมีปัญหากับครอบครัวบ้างแต่ก็พบกับวิธีแก้ปัญหาตามแนวพุทธะ

ส่วนการเวียนเทียนนรก คือการรับฟังผู้มีความทุกข์จากการผิดศีล ไม่ใช่ใครอื่น เศรษฐีผู้ใจบุญ คุณบุญศิริ ผู้บริจาครถกอล์ฟให้ท่านอจารย์ คุณเขาปวดข้อมือมานาน อาจารย์เฉลยว่าเกิดจากอาชีพพยาบาล ไปช่วยเขาทำแท้ง ซึ่งที่อเมริกามีการทำแท้งแยะมากๆ พอคุณเขาสำนึกได้การเจ็บปวดก็บรรเทา

เมื่อถึงเวลาเวียนเทียนสวรรค์ ท่านอาจารย์อัญเชิญ นิพพานลงมาที่บ้านสวน ให้พวกเราสัมผัสกันได้มากๆ ตนเองก็นั่งสมาธิ ตนเองนั่งสมาธิกำหนด นะ มะ พะ ทะ สงบนิ่งๆ หายเงียบเป็นช่วงๆ แต่ก็ไม่ได้สัมผัสหรือเห็นใดๆ ได้ฟังคนอื่นเล่าก็ดีใจกับบุญบารมีของคนนั้นๆ คุณไอซ์ เห็นวิมานของท่านอาจารย์ ส่วนคุณธนาก็เห็นวิมานของตัวเอง
ขออนุโมทนาบุญกับผู้เวียนเทียนสวรรค์ทุกท่าน
จุ๋ม

ผู้แสดงความคิดเห็น ธารีรัตน์ กะลัมพะเหติ (tmtkl-at-mahidol-dot-ac-dot-th) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-06 22:12:44


ความคิดเห็นที่ 1283 (1614300)

ขออนุโมทนากับธรรมทานจากทุกๆท่านด้วยคะ

ปิดบัญชีนรกขุมที่ 6 : ตาปนรก (นรกย่างสด)

นรกขุมนี้เป็นที่อยู่ของคนที่ชอบดื่มน้ำเมา เที่ยวกลางคืน เล่นการพนัน เกียจคร้านการงาน ดูการละเล่น และคบคนชั่วเป็นมิตร ซึ่งตัวข้าพเจ้าเองได้เคยทำมาแล้วครบทุกข้อ ตั้งแต่ดื่มน้ำเมาเช่น พั๊นส์ ข้าวหมาก อาหารหมักดอง เที่ยวกลางคืน เล่นหวย เล่นไพ่ ขี้เกียจทำงาน อู้งาน นิ่งดูดาย ติดละคร(เกาหลี)ต้องติดตามดูตลอดไม่ให้ขาดสักตอน (ดูแล้วไม่ได้ย้อนดูตัวเอง)และคบคนชั่วเป็นมิตรและเป็นมิตรที่ชั่วด้วย ถึงเวลานี้ที่พอหลงเหลืออยู่บ้างก็คือความขี้เกียจในบางครั้ง ผลของกรรมจิตใจมีแต่ความเร่าร้อนไม่สงบสุข

ผู้ที่ให้ธรรมทานในครั้งนี้คือคุณปู๊(อดีตข้าราชการครู) จากจังหวัดราชบุรีเคยเป็นคนทำไพ่(ไพ่ตอง)ตั้งแต่อยู่ป.4 จนถึงม.3 โดยที่ตัวเองไม่อยากทำแต่คุณแม่ให้ทำและนำเงินที่ได้ไปเล่นไพ่ด้วย บางครั้งก็ถือไพ่เล่นแทนคนอื่น ทำให้ผลการเรียนตกต่ำ เคยตีฝ่าเท้าเด็กนักเรียนที่วิ่งซนมีอาการเจ็บป่วยที่เป็นมาหลายปีคือปวดข้อมือ(หมุนไม่ได้) มีอาการปวดตามส่วนต่างๆของร่างกายเมื่อได้ดูรายการแล้วอนุโมทนาหน้าจออาการก็ดีขึ้นแต่อาการที่ไม่หายคือปวดส้นเท้า ซึ่งเป็นมาสิบกว่าปี คุณปู๊สารภาพว่าเคยใช้เท้าเหยียบให้คุณแม่(หายเมื่อย)ด้วยความไม่พอใจเหยียบแรงจนคุณแม่เจ็บ เคยใช้เท้าเหยียบเหรียญสตางค์ เหยี่ยบสัตว์เล็กสัตว์น้อยตาย หันเท้าไปทางพระพุทธรูป และเคยตีฝ่าเท้าเด็กนักเรียนที่วิ่งซน(ถ้าตีที่แขนหรือขาผู้ปกครองจะเห็นรอยที่เกิดจากการตีได้) เมื่อท่านอาจารย์ได้ให้คุณปุ๊ขอขมาผู้ที่เคยล่วงเกินและอุทิศบุญให้ อาการที่เป็นที่ข้อมือและส้นเท้าก็หายเป็นปกติทันที

กราบขอบพระคุณองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกๆพระองค์ ท่านอาจารย์อุบลและครอบครัวที่เมตตาให้ลูกได้มีโอกาสร่วมพิธีปิดบัญชีนรกในครั้งนี้คะ

ผู้แสดงความคิดเห็น กัญญานี ถือธรรม ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-06 23:50:57


ความคิดเห็นที่ 1284 (1614338)

 อนุโมทนากับธรรมทานปิดนรกขุม 6 จากทุกๆท่านด้วยค่ะ

ถึงทุกๆคนจะอยู่ในเหตุการณ์เดียวกัน

แต่เวลาเล่าก็มักจะมีสไตล์ของตนเอง

ช่วยเพิ่มอรรถรสในการอ่าน

อ่านแล้วไม่เบื่อจริงๆค่ะ

ส่วนตัวญเองก็เคยทำผิดมาทุกอย่าง

เกี่ยวกับนรกขุมนี้ค่ะ

ทั้งเล่นไพ่ ซื้อหวย ล๊อตเตอร์รี่ 

เที่ยวกลางคืน ดื่มของมึนเมาแทบจะทุกชนิด

ติดละคร ยุยงส่งเสริมให้ผู้อื่นทำผิด

เยอะแยะมากมาย น่าละอายใจที่ซู้ด

จะไม่ทำอีกแล้วค่ะ 

กลัวความทรมาน

************************

ปล.รูปน่ากลัวจริงๆค่ะพี่ตุ้ย

ช่างสรรหาจริง จริ๊ง อิอิ

ผู้แสดงความคิดเห็น หญิง < นันทนา แหกาวี > ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-07 04:53:36


ความคิดเห็นที่ 1285 (1614369)

ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่ได้ร่วมพิธีปิดนรกขุม 6 ฮ้อยไม่มีโอกาสได้ร่วม เพราะช่วง 1-4 มิถุนายนต้องไปเวียดนามเพื่อร่วมประชุมบริษัท  แล้วตอนนี้ก็มาต่อที่อเมริกา  รู้สึกช่วงนี้ชีพจรจะลงเท้า โดยเฉพาะทริปต่างประเทศ   แต่ก็คิดถึงท่านอ.อุบล และครอบครัว และพี่น้องบ้านสวนฯทุกคนนะคะ

เอาไว้ปิดนรกขุม 8 เจอกันแน่นอน

สำหรับนรกขุม 6 อ้อยก็ทำผิด แบบไม่น้อยหน้าใคร  เล่นการพนันจะเป็น น้ำเต้า หอย ปูปลาสมัยเด็กๆ (ไม่รู้เรียกถูกรึเปล่า  เริ่มแก่แล้ว)

เล่นไพ่เวลาไปประชุมบริษัท  เล่นหวยชอบมาก เพราะมีความหวังว่าจะถูกรางวัลที่ 1 หมดเงินไปเยอะเหมือนกัน คิดว่าถูกเมื่อไหร่จะออกจากงาน  แบบว่าเป็นคนที่ขี้เกียจทำการงานตัวเป็นขน 

โดดงานบ่อย ติดละคร พวกละครน้ำเน่า คิดว่าตัวเองเป็นนางเอก   แต่ช่วงหลังรู้สึกจิตหยาบขึ้นเป็นนางร้ายดีกว่า  ด่ามันดี  ดูซิคะคนอะไร เลวได้ใจจริงๆ  เที่ยวกลางคืน ผับ เธค

สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เพราะคิดว่าเท่ห์ดี  ทานเหล้าทั้งๆที่ขม  กลืนก็ยาก  แต่อยากให้เพื่อนๆชม  และยอมรับ  ไม่รู้วัยรุ่นสมัยนี้คิดอย่างนี้รึเปล่า  เคยลองสูบบุหรี่แต่สำลักควัน จึงไม่แตะอีก  แต่ตอนนี้เลิกหมดแล้วนะคะ  ยกเว้นละครบางเรื่อง ก็ยังดูอยู่ ส่วนใหญ่ใช้อ่านในหนังสือพิมพ์ ไม่แน่ใจว่าบาปรึเปล่าแต่ก็ไม่ถึงขนาดขาดเธอไม่ได้  ดูเวลาว่างๆ  พึ่งกลับเข้าบ้านช่วงพักผ่อน ก่อนไปทำอย่างอื่น

กราบขอบพระคุณท่าน อ.อุบล และครอบครัว และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกพระองค์ที่ดูแลรักษาทาน อ.อุบลที่เมตตาช่วยปิดนรกขุม 6 ให้ลูกหลานค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น อ้อย (ปาริชาต ชมภู) (parichat-dot-chompoo-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-07 09:53:39


ความคิดเห็นที่ 1286 (1614439)

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อุบล อใ

ธรรมทานวันที่ 2 มิ.ย.

ราว 5 ทุ่มเศษ พวกเรากลับถึงบ้าน ( สวนฯ)

ก่อนเริ่มพิธีปิดขุมนรกมีคำถามของหนุ่มหล่อ

ทำไงไม่ให้จิตไหลลลงต่ำ

ท่านอาจารย์เมตตาบอกให้ยึดคำภาวนา

เช่น พุทโธ ให้จิตเกาะที่คำภาวนาตลอด จะได้ไว่อกแว่ก

พร้อมกับให้หมั่นทำความดี

เหมือนการเติมน้ำดีลงไปในน้ำขุ่นๆ

วันนึงน้ำแก้วนั้นก็จะใสได้เอง

ซึ่งก็คือการรักษาศีล+ให้ทานนั่นเอง

อันเป็นการเสริมให้จิตทรงความดีและเข้มแข็งขึ้น

--------

นอกจากนี้ท่านยังพูดถึงการสร้วงบุญ

เจ้ากรรมนายเวรเค้าต้องการบุญ

หากบุญเรายังไม่พอให้พวกเค้า

เค้าก็จะมาเตือนเราด้วยวิธีการต่างๆนานา

ทำให้เราเจ็บปวด ป่วย มีอุบัติเหตุ ฯลฯ

เราจึงต้องทำให้มากพอ และต่อเนื่อง

เมื่อเค้าพอใจก็จะไปจากเรา

และจะกลับมอีกหากหมดบุญ

จึงต้องเป็นเราที่ต้องทำตุนเอาไว้มากๆไม่ให้ขาดสายย

---------

อีกอย่างบุญนี้แหละที่เป็นเสบียงหลังการตาย

7 วันที่ยังไม่มีที่ไป

จิตวิญญาณต้องอาศัยบุญนี้

หากบุญมากพอคงไม่ลำบากนัก

แต่ถ้าไม่พอ .... 

โอยย ไม่กล้าคิดต่อแล้วค่ะ

------

ขุมนรกที่ 6 เร่าร้อน รุ่มร้อนยิ่งกว่าเตา BAR BQ

เป็นขุมที่รวมเหล่านักเที่ยวกลางคืน

เล่นการพนัน ดื่มเหล้า สันหลังยาวขี้เกียจทำงาน

ติดหนังติดละคร งอมแงม ไม่มีใครคบด้วย

ก็เลยต้องคบกันเอง เป็นพวกเดียวกัน

หากไม่อยากมีเพื่อนแบบนี้ก็ต้องไม่ทำตัวแบบนี้

ก็จะไม่เจอคนแบบนี้

ตอนเด็กๆเคยริลองเหล้า เบียร์ บุหรี่

พอปิดเทอมก็ตั้งวงเล่นการพนันทุกชนิด

ที่ร้านค้าเค้าเอามาขาย เล่นไพ่ จับเบอร์

ซื้อลอตโต้ หวย เป็นคนเขียนหวย

ตอนนี้เลิกหมดแล้ว

ระหว่างพิธีน้อมจิตตามท่านอาจารย์

จนจบพิธีการไม่รู่สึกสัมผ้สไรที่ชัดเจน

แต่สบายใจขึ้นเยอะ

ท่านให้ครูปุ๊ที่สัมผัสได้ชัดเจนออกมาเล่าให้ฟัง

ครูปุ๊เพิ่งมาครั้งแรก ตกนรกตั้งแต่เด็กๆเลยย

เพราะตอนเด็กๆครูปุ๊อยู่ในวงไพ่

มีหน้าที่ล้างไพ่ ถือไพ่แทนคนอื่น

เราลองนึกถึงวงไพ่นะ

โห กลื่นบุหรี่ เหล้ายาดอง น้ำมูก น้ำหมาก กระจาย

ถ้อยคำ ภาษาที่เค้าใช้กัน แบบว่า ไม่ผ่านเซ็นเซอร์แน่นอน

ครูปุ๊เลยไม่มีเวลาทำการบ้าน และทบทวนบทเรียน

 (แต่โชคดีที่ผู้ใหญ่เมตตาให้ได้เข้าเรียนต่อจนจบครูมาได้)

นอกจากนี้ครูปุ๊เคยต่อว่าแม่ ทำให้แม่เสียใจ ฯลฯ

ท่านอาจารย์ขออนุญาตนำดวงวิญญาณคุณแม่ขึ้นมาให้ขอขมา

นับเป็นโชคดีหลายชั้นของครูปุ๊ที่ได้รู้จักบ้านสวนฯ

ครูปุ๊เลยเบาตัวขึ้นมาบ้าง

ม่ายงั้น คงต้องไปอีกหลายขุม

กราบขอบพระคุณท่านอ.อุบล อ.มงคล คุณท็อป สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกๆพระองค์ที่เมตตาปิดขุมนรกแก่ลูกหลาน พร้อมธรรมทานที่กระตุกให้ฉุกก่อนตัดสินใจทำไรลงไป

ขอบารมีพระพุทธเจ้า ขอเบิกบุญศีล ทาน ภาวนาที่ได้ทำมาทุกภพชาติจนถึงปัจจุบัน รวมถึงทุกๆบุญที่ได้สร้างที่บ้านสวนฯ ขอถวายแด่พระเทวทัตและพระเจ้าอชาตศรัตรู ที่ได้มาช่วยงานท่านอาจารย์ที่บ้านสวนฯแห่งนี้คะ

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ภิญญลักษณ์ เลิศอัครศักดิ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-07 14:38:13


ความคิดเห็นที่ 1287 (1614532)

ปิดนรกขุม 6

นรกขุม 6 เป็นขุมที่ในอดีตผมใกล้ชิดและสนิทสนมเป็นอย่างดี สมัยเด็กที่บ้านได้เปิดบ่อนไพ่ พอผมอยากได้เงินหรือสิ่งของ พ่อก็จะให้ผมเป็นเด็กแจกไพ่แล้วพ่อก็จะให้เงินไปซื้อของ พอโตขึ้นมาสมัยมัธยมต้นก็เริ่มหัดดื่มเหล้า เที่ยวกลางคืน พอมัธยมปลายก็เริ่มเล่นพนันฟุตบอล พอเริ่มทำงานก็มีครบทุกอย่าง ไม่ว่าจะดื่มเหล้า เที่ยวกลางคืน เล่นการพนัน ไพ่ ไฮโล พนันฟุตบอล หวยบนดิน หวยใต้ดิน เล่นหุ้น คบคนชั่วเป็นมิตร เกียจคร้านการงาน ตั้งแต่มารู้จักบ้านสวน ได้เลิกหมดทุกอย่าง ตั้งใจแน่วแน่ปฏิบัติตามคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สิ่งที่สัมผัสได้หลังจากท่าน อ.อุบล เมตตานำอุทิศบุญให้เจ้ากรรมนายเวร และขอปิดนรกให้ลูกหลานบ้านสวน ก็เกิดอาการขนลุก ตัวสั่น โล่ง เบาสบายขึ้นมาทันที

กราบแทบพระบาทขอบพระคุณองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ หลวงปู่ปาน หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ท้าวมหาราชทั้ง4 พระอินทร์ พระพรหม พระยม พระกาฬ นายนิรยบาล องค์เทพสฟิงค์ ท่านดตาจินิน เทวดาที่รักษาท่าน อ.อุบล ทุกพระองค์

กราบขอบพระคุณท่าน อ.อุบล ท่าน อ.มงคล คุณท็อป ที่ท่านเมตตาเปิดบ้านซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ให้ผมได้ร่วมสร้างบุญและปิดขุมนรกครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ชวนินทร์ กฤตธกร (ก็อต) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-07 21:16:12


ความคิดเห็นที่ 1288 (1614555)

ขออนุโมทนากับธรรมทานจากทุกๆท่านด้วยค่ะ

ปิดบัญชีนรกขุมที่ 6 วันเสาร์ที่ 2 มิ.ย.

คนที่จะลงนรกขุมนี้มีดังนี้ค่ะ คนที่ชอบดื่มน้ำเมา เที่ยวกลางคืน เล่นการพนัน เกียจคร้านการงาน ดูการละเล่น และคบคนชั่วเป็นมิตร ซึ่งลูกเองได้ทำผิดมาแล้วทุกข้อเลยค่ะ มีเคยลองดื่มเหล้า สปาย เคยเที่ยวกลางคืน เล่นการพนัน เล่นไพ่ ไฮโล จับเบอร์ เล่นหุ้น ซื้อหวย ฯลฯ เป็นคนขี้เกียจ ชอบนอนตื่นสาย ไม่ค่อยทำงาน เอาเปรียบสามี ชอบใช้สามีด้วยค่ะ ติดละครพอดูแล้วก็นอนดึกและก็ตื่นสายตามลำดับ พอดูแล้วก็ไปจำในสิ่งที่ไม่ดีแล้วก็นำมาปฏิบัติ และคบคนชั่วเป็นมิตรสุดท้ายก็นำพาตัวเองไปสู่ความเสื่อมค่ะ ซึ่งในขณะที่ท่านอาจารย์ได้อัญเชิญไฟนรกขึ้นมาให้ลูกหลานได้สัมผัสตอนนั้นลูกรู้สึกร้อนแผ่นหลังและปวดศรีษะข้างซ้ายด้วยค่ะ หลังจากนั้นท่านอาจารย์ได้นำพวกเราอุทิศบุญ ลูกรู้สึกมีอาการขนลุกค่ะ

พิธีเวียนเทียนวันอาทิตย์ที่ 3 มิ.ย.

ท่านอาจารย์ได้เมตตาอัญเชิญพระนิพพานลงมาที่บ้านสวนพีระมิดค่ะ ท่านได้ให้พวกเราภาวนา นะมะ พะธะ แล้วย้อนกลับเป็นภาวนาว่า ธะพะ มะนะ ในขณะที่ภาวนา ลูกรู้สึกว่าจิตสงบ และได้สัมผัสเห็นสมเด็จองค์พระปฐมบรมธรรมบิดา ปางพระนิพพาน พระองค์ทรงประทับนั่งมีแสงฉัพพรรณรังษีเปล่งประกายออกมาจากพระองค์ท่านค่ะ

ลูกขอน้อมกราบพระบาทองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกทุกพระองค์ หลวงปู่ปาน หลวงพ่อฤาษีลิงดำ เสด็จพ่อท่านท้าวเวสสุวรรณ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่รักษาท่านอาจารย์อุบลทุกทุกพระองค์ ท่านอาจารย์อุบล และครอบครัวศุภาเดชาภรณ์ที่ได้เมตตาให้ลูกได้มีโอกาสมาปิดบัญชีนรก และร่วมพิธีเวียนเทียนเนื่องด้วยในวันวิสาขบูชาค่ะ ลูกขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ กราบ กราบ กราบ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น พรหมภัสสร กฤตธกร (พจน์) (poj9494-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-07 23:01:30


ความคิดเห็นที่ 1289 (1614564)

 ผมได้ออกไปบอกเล่าเรื่อง

การมีชีวิตที่ดีขึ้นจากการได้มาบ้านสวนพีระมิด

เมื่อกิจกรรมปิดนรกขุมที่ 6

 ผมมาบ้านสวนพีระมิดครั้งแรกราวเดือนมิถุนายน 53 ด้วยเหตุหลังจากดูคลิปรายการคุยไปแจกไป ชอบตื่นเต้นแนวนี้อยู่แล้ว เลยต้องติดตาม เห็นเขาออกมาบอกความชั่วของตัวเอง ซึ่งเป็นต้นเหตุของความทุกข์ เป็นเหตุให้ต้องมาหาอาจารย์อุบล

ผมมีอาการผิดปรกติทางร่างกาย คือ เส้นเอ็นยึด ตื่นนอนตอนเช้ามาต้องออกท่ากายบริหาร จึงจำลุกจากที่นอนได้ ทำให้รู้สึกว่าเราเริ่มผิดปรกติ  ไม่สบายเนื้อตัวเลย เป็นผลของการผิดศีลข้อ 1 ปาณาติบาต เคยรู้เห็นการทำแท้ง แนะนำสถานที่ทำแท้ง ดูคนเขาฆ่าวัว หมู ลงมือฆ่าสัตว์เป็นอาหาร เป็ดไก่ ปลา ปู สัตว์เล็กสัตว์น้อย พวกเป็ดไก่เชือดคอ ปลาก็ทุบ ผ่าท้อง ฆ่าหนู ด้วยการจับที่หัวและดึงหาง ทำอย่างทารุณ  ทำอาชีพเลี้ยงไหม เคยนำตัวไหมไปทิ้งตากแดด เป็นแสน เป็นล้านตัว การฆ่า หรือการรู้เห็นทั้งหมดในตอนนั้น ไม่รู้สึกกลัวบาปเลยแม้แต่น้อย  ทำมาครึ่งค่อนชีวิต  มาคิดได้แล้วกลัวบาป นึกถึงอกเขา อกเรา หากเราถูกฆ่า ถูกล่า อย่างนี้บ้างจะเป็นอย่างไร  จึงเลิกทำฆ่าโดยเด็ดขาด

    ผมไม่มีสภาพคล่องทางการเงิน มีรายได้ไม่พอกับรายจ่าย ทำงานโดยไม่มีวันหยุดพักผ่อน มีรายได้เฉลี่ยวันละ 5,000-7,000 บาท

หลังจากที่มาแล้วทำให้มีสภาพคล่อง แม้ว่าจำทำงานเพียง 4 วันครึ่ง ก็มีรายได้เพิ่ม เป็น 15,000ถึง 20,000 บาท บางช่วงก็ 5,000-7,000 บาท เรามีเวลาพักผ่อน ทำบุญถึงสองวัน ทำให้มีความสุขเพิ่มขึ้น

     ถูกทวงถามเอาชีวิตจาก ชายกางเกงแดง  เมื่อราวปี 2548 ได้ผมฝันกึ่งหลับกึ่งตื่น ว่ามีชายกางเกงแดง  มาหาผม และผมได้ถามว่า... จะไปไหนกัน ชายกางเกงแดง บอกว่า ....จะมาเอาชีวิตเจ้านั่นแหละ ผมอึ้งไปเลย ผมบอกว่า ... ได้ครับพร้อมครับ ขอผมกราบพระรัตนตรัยงามงามก่อนครับ พอกราบเสร็จ ผมจึงชวนชายกางเกงแดง  ว่า.. เราไปกันเถอะ  ชายกางเกงแดง บอกว่า... ไม่เอาแล้ว และก็หายจากไปเลย   ทำให้เกิดความสงสัยกับความฝันว่า จริงหรือไม่ หลังจากนั้นก็มาถามว่าลืมสัญญาหรือยัง   และอีกต่อมา ชายกางเกงแดง  ได้มาหาอีก บอกว่าให้เวลา สองปีครึ่ง เวลาผ่านไปต้องยอมจำนนกับความตายที่จะต้องเกิดขึ้น คงไม่มีใครที่จะทำให้ผมมีชีวิตต่อไปได้อย่างแน่นอน คืนวันที่ 31 ธันวาคม 2553  วันส่งท้ายปีเก่า ท่านอาจารย์อุบล เมตตาให้เตรียมคำถาม จะตอบทุกคำถาม  ผมจะต้องหมดอายุจริงหรือไม่ ท่านตอบว่า... จริง   หากผมต้องการจะมีชีวิตต่อไปผมจะต้องทำอย่างไรครับ  ท่านอาจารย์อุบลบอกว่า... การจะมีชีวิตต่อไปจะอยู่เพื่ออะไร ต้องสามารถสร้างประโยชน์แก่ส่วนรวมได้ จึงจะได้รับการต่ออายุ  ผมขอมีชีวิตอยู่ต่อไป เพื่อสร้างบุญที่บ้านสวนพีระมิด ทำประโยชน์ บำเพ็ญตนเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากระษัตริย์

       เมื่อก่อนเคยคิดหาเหตุผลใช้กับตนเอง เกี่ยวกับการมาสร้างบุญบ้านสวน จะมาเดือนละสามครั้ง เพียงแค่คิดและมีเหตุที่ต้องได้หยุด หนึ่งอาทิตย์ สิ่งที่เกิดขึ้นลูกชายถูกตีหัวแตกเหวอะหวะ เขาบอกว่าตีผิดคน และอีกหลายเหตุการณ์ที่ผมต้องเจ็บป่วยปางตาย เป็นผลของกรรมรวมตัว และไม่มั่นคงเด็ดเดี่ยว สาระแนเรื่องของชาวบ้าน อนุโมทนาบาปกับคนที่คิดไม่ดีกับบ้านสวนพีระมิด

การเจ็บป่วยปางตายครั้งนั้น ผมตัวร้อน ปรอทวัดไข้ได้ 40 องศาc   อ.อุบล ก็เมตตาช่วยเหลืออย่างเป็นอัศจรรย์ สัมผัสพลังของสิ่งศักดิ์สิทธิ์แสงฉัพพรรณรังสี ที่พวยพุ่งออกมาครอบที่ตัวผม ก่อนที่ อ.อุบลจะมาถึงตัวผมไม่ถึงนาที อ.อุบลบอกว่าให้หายนะลูก อ.อุบล ถาม คุณเหมี่ยวว่า ไหนว่าตัวร้อนไม่เห็นตัวร้อนเลย ตัวเย็นแล้วนี่ คุณเหมี่ยวยังยืนยันว่าตะกี้ยังตัวยังร้อนอยู่เลยค่ะ

       หลังจากผมได้สติพิจารณาถึงผลดีของการมาสร้างบุญที่บ้านสวนพีระมิด มีคนจำนวนมากที่อยากมาแล้วไม่ได้มา การสร้างบุญก็เกิดผลดีกับเราโดยตรงและโดยอ้อม โดยฉับพลันทันที และก็พิสูจน์ได้แล้วว่าเราเปลี่ยนแปลงตนเองไปในทางที่ดีขึ้น อย่างชัดเจนทุกด้าน

จึงอายตนเองมากที่เมื่อก่อนคิดได้แค่ว่า ตัวเองได้มาสร้างบุญ แล้วได้บุญ คิดถึงแต่สิ่งที่ตนเองจะได้ 

ทุกวันนี้ ผมตั้งใจมากที่จะต้องขอร่วมสร้างบุญที่นี่ โดยเดินทางกลางคืนวันศุกร์ เพื่องานวันเสาร์-อาทิตย์อย่างเต็มที่ เต็มกำลัง จนกลายเป็นความผูกพันธ์ ความคิดที่จะไม่มานั้นได้หมดไป

ผมคิดเสมอว่า ไม่มาไม่ได้ จะต้องมาให้ได้ และได้เล็งเห็นภารกิจของบ้านสวนพีระมิด และอาจารย์อุบล นั้นทำเพื่อคนส่วนใหญ่ ทำเพื่อคนทั้งโลก วันนี้ และวันอื่น ๆ ผมจะขอทำทุกอย่างเพื่อผู้อื่นและทำเพื่อให้คนอื่นได้บุญตามที่ได้ตั้งสัจจะเอาไว้

เป็นพระมหากรุณาธิคุณ จากท่านท้าวเวสสุวรรณ และท่านอาจารย์อุบล ที่เมตตาสื่อ ต่อชีวิตให้ผมมีลมหายใจต่อไป กราบขอบพระคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเทวดาประจำตัว รักษาอาจารย์อุบล และครอบครัวศุภาเดชาภรณ์ ที่ให้โอกาสผมได้มีส่วนร่วมในการสร้างบุญ

ผู้แสดงความคิดเห็น เด็กชายอมร (อมร ศิริมาศกูล) (amorn_possible-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-07 23:40:30


ความคิดเห็นที่ 1290 (1614696)

เสาร์ที่ 2 มิ.ย.55

ร่วมบุญด้วยสิ่งของ แรงกาย ปัจจัยหยอดตู้หน้าพระประธาน

ช่วยงานครัว ตามด้วยงานร่วมสร้างพระ ได้ขึ้นไปส่งอิฐ ส่งปูน บนที่นั่งร้าน

สนุกและมีความสุขมากที่ได้มีส่วนร่วมกับหมู่คณะ ในช่วงบ่ายทราบข่าวดี

อ.อุบล นำพาคณะลูกบ้่านสวนพีระมิด ไปวัดใหม่สันติธรรม จ.ลพบุรี เพื่อกราบสรีระสังขาร

ในงานสวดอภิธรรม หลวงพ่อเสงี่ยม โอภาสี อาจารย์ คนแรกของ อ.อุบล

การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว ตั้งขบวนติดตามกันไป เบิกบานในบุญทั้งขณะเดินทางไป -กลับ และใน

งานพิธี บุญจัดสรรให้คณะของ อ.อุบล เป็นทีมเจ้าภาพที่มีพิธีกรทดแทน และได้เล่าประวัติ หลวงพ่อ

เสงี่ยมโดย อ.อุบล เป็นผู้บอกเล่าเองเลย และลูกบ้านสวนพีระมิดได้ร่วมบุญ ถวายปัจจัยและได้ถวาย

ปัจจัยไทยธรรม เก็บภาพกับหมู่คณะ อนุโมทนาบุญนะคะ ปลื้มเป็นที่สุดจ้า

ขอบคุณผู้ร่วมเดินทาง น้องส้ม (เนวิเกเตอร์) น้องตุ้ย น้องขวัญ น้องเอิ้น กับอีกคนจำหน้าได้แต่

ลืมชื่อจ้า และขาดไม่ได้เลยผู้นำขบวนวัยรุ่น น้องก็อต และคณะม่ายงั้นไปไม่ถึง -กลับไม่ถูกแน่เลย  : )

เมื่อกลับถึงบ้านสวนพีระมิดก็เข้าสู่กิจกรรมปิดบัญชีนรกขุมที่ 6

นรกขุมนี้ย่างสดเหมือนย่างบนเตาบาร์บีคิวบนเมืองมนุษย์ สำหรับคนทำผิด การพนัน เล่นหวย เที่ยวกลาง

คืน ติดดูการละเล่น หนังละคร  คบคนชั่วเป็นมิตร เกียจคร้านการงาน

อ.อุบลอัญเชิญไฟนรกร้อนแรงให้ลูกบ้านสวนพีระมิดสัมผัส ขณะทำพิธีก็ทำจิตสงบนึกถึงความผิดที่เคย

อยากรู้จึงติดตามเพื่อนพี่เที่ยวกลางคืน เช่น เธค ไนท์คลับ ไม่ได้ไปเองเพราะแพงเสียดายเงิน  เคยซื้อ

หวย ลอตเตอรี่ ชอบดูละครบ้าง เกียจคร้านการงานก็ใช่เลย  นึกขออโหสิกรรมในสิ่งที่ไท่ดีเหล่านั้นและไม่

ทำอีก  สิ่งที่สัมผัสได้ในกิจกรรม รู้สึกสงบ นิ่งค่ะ

อ.อุบล เชิญผู้ทีสัมผัสความร้อนและยังร้อนที่แขน ออกมาคืนนี้คือ คุณครูปุ๊ การมาบ้านสวนครั้งนี้เป็นผลงานของพระเทวทัต เป็นคนหน้าใหม่มาเป็นบุคคลตัวอย่าง ซึ่งเป็นธรรมทานตัวอย่างในกิจกรรมปิดบัญชีขุมที่ 6 พอดี 

อาการคือร้อนที่แขน เจ็บป่้วยมาคือ ข้อมือบวม ข้อเท้าบวม เจ็บฝ่าเท้า คุณครูปุ๊เคยเป็นเด็กล้างไพ่ในวงไพ่ เคยเป็นผู้เล่นการพนัน หันเท้าไปทางพระ เหยียบเหรียญสตังค์ ใช้เท้าเหยียบกระแทกแรงๆด้วยความไม่พอใจแทนการเหยียบเพื่อคลายความปวดเมื่อยของคุณแม่ ใช้มือตีฝ่าเท้าเด็กอนุบาลเพื่อปกปิดร่องรอยไม่ให้ผู้ปกครองเห็น เมื่อสารภาพทีละหัวข้ออาการก็ดีขึ้นทีละอาการ เหลืออาการเล็กน้อย

อ.อุบลได้เชิญคุณแม่ของคุณครูขึ้นมาจากนรกขุมที่ 7 เพราะคุณแม่ทำผิดศีลทุกข้อ+ข้อ 6. ด้วย

มีน้องส้ม และน้องขวัญ สามารถเห็นคุณแม่มีโซ่ล่าม และมีผู้คุมทั้ง 2 ขึ้นมาด้วย คุณครูปุ๊๊ขอขมาและอุทิศบุญให้คุณแม่ไปภพภูมิที่สูงขึ้น  เมื่อขอขมาและอุทิศบุญให้กับคุณแม่อาการทียังเหลืออยู่ก็หายหมดค่ะ ส่วนผู้คุมไม่ยอมกลับ  อ. อุบลอุทิศบุญให้ร่างกาย  การแต่งกาย  สภาพเปลี่ยนเป็นคล้ายลิเก  และไปภพภูมิที่สูงขึ้น มีคุณขวัญ  คุณธนา สัมผัสเห็นแส่งสว่างลอยขึ้นที่สูงแล้วหายไป

อนุโมทนากับทุกบุญค่ะ


 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธรรมรัตน์ หงส์ศิริพงษ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-08 14:14:14


ความคิดเห็นที่ 1291 (1614704)

ปิดนรกขุม 6 (2 มิย.55)

อาทิตย์นี้มีแต่บุญใหญ่ ให้ลูกหลานบ้านสวนได้โกยบุญกันไปเต็ม ๆ ตั้งแต่ การสร้างสมเด็จองค์ปฐมบรมธรรมบิดา ซึ่งรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว ร่วมงานสวดอภิธรรมส่งหลวงพ่อเสงี่ยม กลับสู่แดนนิพพาน  การปิดนรกขุม 6 "ตาปนมหานรก"  การเวียนเทียนแบบบ้านสวนฯ เนื่องวันวิสาขบูชา

ซึ่งในวันเสาร์ที่ผ่านมา หลังจากไปร่วมงานหลวงที่เสงี่ยม พวกเราก็กลับ มาเข้าพิธีปิดนรกขุม 6 (ลงโทษด้วยการย่างสด แบบเตา BBQ ) โดยจะมีสัญญาณ ตั้งแต่เรายังไม่ตาย โดย เราจะเร่าร้อนใจ ทุกข์ใจ ซึ่งกรรมที่ทำให้ตกนรกขุมนี้ คือ ดื่มน้ำเมา เที่ยวกลางคืน ดูการละเล่นติดละคร เล่นการพนัน ซื้อหวย เกียจคร้านทำการงาน คบคนชั่วเป็นมิตร

ลูกบ้านสวนอย่างอัญมีรึจะพลาดนรกขุมนี้  ดื่มน้ำเมา ชัวร์เคยดื่ม เที่ยวกลางคืนเคยเที่ยว ดูการละเล่นติดละคร ซีรีย์เกาหลีของชอบ ซื้อไว้ตั้งหลายเรื่อง ยังไม่ได้ดู จริง ๆ แล้ว การดูละครถ้าดูให้เป็นกรรมฐาน โดยจิตไม่เคลิบเคลิ้มไม่คล้อยตาม ก็ไม่บาป  แต่อัญยังทำไม่ได้ เลิกดูดีก่า การพนันเคยเล่นแบบหนุก ๆ แต่ไม่ชอบ หวยเคยซื้อ แต่ไม่บ่อย ไม่เคยถูกหวยก็เลยเลิกซื้อ เกียจคร้านทำการงาน อันนี้ที่สุดของที่สุด เป็นคนที่ขี้เกียจจริง ๆ เลย นอนตื่นสาย หรือ บางทีก็ตื่นเช้า แต่ก็ไม่ลุกทำการงาน บางทีนอนจนเสียดายเวลาบอกกับตัวเองว่าจะนอนให้ได้อะไรขึ้นมา

คบคนชั่วเป็นมิตร เคยคิดว่า คนเราต้องคบคนให้ได้ทุกประเภท  จะดีหรือชั่วก็อยู่ ที่ตัวเรา  แต่พอเราได้ไปอยู่ ในสังคมของความไม่ดีทั้งหลาย จิตเลวในสันดานเราก็พร้อมไหลลงที่ต่ำทำเรื่องชั่ว ๆ เลว ได้เสมอ เคยลองยาเสพติดเกือบทุกชนิดและมีส่วนรู้เห็นในการซื้อขาย  ก็เพราะคิดแบบเด็ก ๆ ว่า ลองครั้งสองครั้ง ไม่ติดหรอก แต่ไม่เคยรู้ว่า ไม่ติดยาเรื่องเล็ก แต่ต้องติดหนี้กรรมนี่สิเรื่องใหญ่  ทำให้ชีวิตต้องตกต่ำ ทุกข์ทน หาทางออก แก้ปัญหาไม่ได้

ช่วงที่ ท่านอาจารย์ อัญเชิญไฟนรกขึ้นมา อัญรู้สึกร้อนแผ่นหลังอย่างมาก สำนึกผิดในบาปกรรมความเลว ต่าง  ๆ ที่ทำมา ทั้งรู้และ ไม่รู้ ตั้งใจและไม่ตั้งใจ ขอชดใช้กรรมให้หมดในชาตินี้ ขออโหสิกรรม อาการดังกล่าวก็หายไป

อาทิตย์ที่ 3 มิย.เวียนเทียนบนพระนิพพาน

อาทิตย์นี้ได้ออกไปขอบคุณท่านอาจารย์ ที่อัญมีความสุขทุกด้าน มาบ้านสวนครบ 1 ปีแล้ว  แต่ความสุขที่ได้รับนี้ไม่ได้ออกมาเป็นรูปธรรม เช่น มีเงิน 20 ล้าน แบบเฮียเฉา หรือ ปิดยอดได้ 120% ในไตรมาสแรกของปีแบบป้าอ้อยสุดสวย  แต่มันเป็นความสุขทางใจที่ยากจะอธิบาย  สำหรับตัวเองแล้วก็ไม่ต้องการอะไรมากมาย คิดว่าตนเองมีครบทุกอย่างแล้ว บ้านหลังเล็ก ๆ , รถยนต์ 1 คัน กับรายได้และเวลา ที่ทำให้สามารถมาสร้างบุญที่บ้านสวนฯ ได้ทุกอาทิตย์ พอเพียงแล้วค่ะ  กับ ความทุกข์ ความเศร้าใจ ความไม่พอใจ กระทบกระทั้งเรื่องการงาน ทุก ๆ อย่างยังมีอยู่  แต่เมื่อมีเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น  เราสามารถแก้ปัญหา ให้ผ่านพ้นไปได้โดยที่เราไม่เครียด ไม่ทุกข์ ปล่อยวางได้  และที่สำคัญมีเป้าหมายในการใช้ชีวิตที่แน่นอนคือ จะขอช่วยงานท่านอาจารย์ทุกอย่าง ให้เต็มกำลังความสามารถ เพื่อไปนิพพานให้ได้ในชาตินี้ (ฮิฮิ) ตอนออกไปงะพูดไม่ได้มันตื่นเต้นสุด ๆ  

ช่วงเริ่มพิธีเวียนเทียน ท่านอาจารย์ก็เมตตาเป็นที่สุด  รู้วาระจิตว่าลูกหลานหลายคนยังไม่สามารถขึ้นไปบนพระนิพพานได้  ท่านก็อัญเชิญพระนิพพานลงมาที่บ้านสวน อัญจึงได้เห็นวิมานที่เป็นแก้วระยิบระยับหลังใหญ่สวยมาก ๆ แต่ไม่แนใจว่าเป็นวิมานใคร  เห็นฉัพพรรณรังษีที่สว่างจ้าและงดงามเป็นที่สุด ได้กราบ ทุก ๆ พระองค์บนแดนนิพพาน  ปีติ และ มีความสุขใจมากค่ะ

ขอกราบขอบพระคุณในพระเมตตาของสมเด็จองค์ปฐมบรมธรรมบิดา  เทวดาประจำตัวท่านอาจารย์อุบล สิ่งศักดิ์สิทธิ์บ้านสวนพีระมิดทุกพระองค์  ท่าน อ.อุบล ท่าน อ.มงคล และ  คุณท้อป เป็นอย่างสูงค่ะ ที่ทำให้ อัญได้มีชีวิตเหมือนเกิดใหม่ อีกครั้ง กราบขอบพระคุณค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น อัญ - อนัญญา สุขถาวร (ananya-an-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-08 15:40:06


ความคิดเห็นที่ 1292 (1614707)

 อาทิตย์ที่  3 มิ.ย. 55 

ร่วมบุญด้วยแรงกาย  ไปประจำทีก่อสร้างองค์พระ ติดใจได้ขึ้นที่นั่งร้าน เพื่อส่งอิฐ ส่งปูน วันนี้ก็รีบไปจับจองที่เก่า เพราะเดี๋ยว ไม่ทันพี่ๆ น้องๆ เป็นที่ประทับใจ และตื่นเต้น ได้มีส่วนร่วมด้วยตัวเอง สาธุ สาธุ สาธุ

ขณะที่จิตเบิกบาน และปลื้มในบุญใหญ่ ก็ยังมิวายเจ้ากรรม ในมโนนึกซิ ( ยืมน้องตุ้ย )

ดันเห็น คำว่า  ค  _  _  1 พยางค์( คล้าย ควาย แต่มันวิ่ง เร็วไปหน่อย สระ อาเลยตามไม่ทัน น่ะ )

ลอยอยู่กลางอากาศในความคิด  ดิฉันไม่มีเวลารั้งรอที่จะพิจารณาหรอกค่ะ ก็ต่อยมันด้วย อ.อุบลช่วยด้วย

แบบไม่ยั้ง สลับเปลี่ยนกับ สัมมาอะระหัง  อย่างรวดเร็ว เปลี่ยนเป็นคาถา ปะโตเมตัง ก็แล้ว

ต่อไปก็คาถาท่านท้าวเวสสุวรรณ ตามติดด้วยคาถาเงินล้าน  จิตใจก็จดจ่อกับงานอันเป็นมงคลและเป็นบุญใหญ่  ทำทุกอย่างซ้ำๆๆๆสุดแต่ใจจะนึกอะไรออกที่ดีๆๆ ไม่ให้มีช่องว่างแทบไม่หายใจเลย พร้อมกันนั้นก็อธิษฐาน ขอลาออกจากการเป็นสมุนพระเทวทัต โอ๊ย เอาทุกมุข ที่ได้รับประสบการณ์จากลูกบ้านสวนพีระมิด มาแก้ปัญหาเฉพาะหน้า  ในที่สุดจิตก็สงบ สว่าง เย็น คำนั้นก็แหลกรานไปเป็นเสี่ยงๆ ข้าพเจ้าเป็นผู้ชนะ สาธุ อานุภาพที่ใจเกาะเกี่ยวพระพุทธองค์ ขอบคุณสำหรับคำถามของน้องก็อต ที่ว่าทำอย่างไรไม่ให้จิตไหลลงที่ต่ำ จึงเป็นที่มาของคำตอบของอาจารย์อุบล คือมีจิตมุ่งมั่นทำความดี ใจเกาะเกี่ยวพระพุทธเจ้า เอ่ยพระนามท่าน และหมั่นเติมคุณงาม ความดี ทำให้ข้าพเจ้า มีวิธีต่อสู้กับคำเจ้ากรรมนี้ได้ เจ้าค่ะ กราบขอบพระคุณครูบาอาจารย์อย่างสูง กราบ กราบ กราบ สาธุุ

คำเจ้ากรรมนี้มีที่มา ใน 1 ปีที่ผ่านมา ข้าพเจ้า มักใช้คำพูดนี้ เมื่ิอเกิด โทสะ กับลูกวัยรุ่น  ที่ข้าพเจ้ามีอคติกับเขา ด้วยความ หวง ห่วง แต่เขากลับไม่เชื่อฟัง เวลาเขาใช้ภาษาคุยกับเพื่อนทางคอมพิวเตอร์ มักมีคำหยาบ ชอบนุ่งขาสั้น และ ใช้วาจาไม่ดี ก็ต่างมีอคติต่อกัน เวลาเขาไม่เป็นที่พอใจ ก็จะใช้คำนี้ คำเดียว ใส่เขา เพื่อประชด แต่บัดนี้ข้าพเจ้าได้สำนึกในความเลวมากครั้งนี้แล้ว เป็นเพราะเราไม่เข้าใจเขาให้มากกว่านี้  ข้าพเจ้าขอโทษและจะเป็นแม่ที่ดีต่อไป ค่ะ

             วันนี้ อ.อุบล นำคณะลูกบ้านสวน ไปวัดใหม่สันติธรรม แต่ข้าพเจ้ามิได้ไปและได้สนทนาธรรมกับอาจารย์พันธ์ ประจำแปลงเกษตร ได้รับความรู้เรื่องการปลูกพืช

และอาจารย์พันธ์    มีโครงการอาสาสมัครดูแลแปลงผักคนละ 1 แปลงโดยจะถ่ายทอดแบบรู้จริงอย่างละเอียด เชิญสอบถามและจองแปลงผัก กับอาจารย์พันธ์ นะคะ

            เมื่ออาจารย์อุบลและหมู่คณะมาถึงบ้านสวน เนื่องในเวลาเปลี่ยนวันใหม่เป็นวันวิสาขบูชาจึงมีพิธีเวียนเทียนสวรรค์

ก่อนเริ่มท่านได้ขอตัวอย่าง ผู้ที่มาบ้านสวนแล้วชีวิตเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด มีอาสาออกมา 2ท่าน

คนแรกคือคุณอมร ขออนุญาติใช้ธรรมทานที่เจ้าตัวนำมาลงในเวปพอดีค่ะ จากความเห็นที่ 1292

คนที่สองคือคุณอัญ   ปกติช่างคิดมาก มีสามีเจ้าชู้  ปัจจุบันมีอารมณ์มั่นคง ในความดีและธรรมะ  จากความคิดเห็น 1294

คุณบุญศิริ อดีตพยาบาลในต่างประเทศ เคยมีหน้าที่ในการทำแท้งเพราะกฎหมายให้ทำได้โดยไม่ผิด แต่ผิดกฎแห่งกรรม และมีโรคเวียนหัว น้ำในหูไม่เท่ากัน เนื่องจาดเคยใช้่ตะหลิงตักถ่านเคาะหัวแมว เป็นตัวอย่างของผู้รับความทุกข์ 

ท่าสรุปให้เห็นว่าสวรรค์คือความสุข  นรกคือความทุกข์

อ.อุบลได้นำเข้าสู่พิธีเวียนเทียนสวรรค์ โดยใช้ ทาน ศีล ภาวนา แทน   ดอกไม้  ธูป  เทียน  ท่านได้อัญเชิญจุฬามณีลงมาที่บ้านสวนพีระมิด  เพราะถ้าให้ขึ้นไปอาจจะไม่ได้ขึ้นทุกคน  อ.อุบลนำนั่งสมาธิบริกรรมคาถา นะ มะ พะ ทะ หายใจเข้า นะ มะ นับ 1ถึง 9 หายใจออก พะ ทะ หรือใครที่ชำนาญแล้ว ก็จะภาวนา แบบ ย้อนถอยหลังก็ได้ หายใจเข้า ทะ พะ หายใจออก มะ นะ  ข้าพเจ้ากำหนดจิตตามคำบอกของ อ. อุบล หายใจเข้านะ มะ หายใจออก พะ ทะ ทำตามรู้สึกใจขยาย แต่ก็ติดขัดตรงลมหายใจเมื่อภาวนาไปเรื่อย พบแสงสว่างจ้าแป็บนึง ก็เปลี่ยนเป็นความมืดที่พอจะเห็นบางสิ่งลางๆแต่ไม่ชัดเจน แต่ก็ทำตามตลอดทั้งที่ไม่เห็นความชัดเจนนั้น แต่กลางท้องเย็นมากๆ และรับรู้ได้และยินดีที่ได้รับพรจากพระพุทธองค์ เป็นมิติหนึ่งของชีวิตที่ได้รับประสบการณ์ในการเวียนเทียนสวรรค์ที่บ้านสวนพีระมิด กราบ  กราบ กราบ ขออนุโมทนาบุญสาธุกับทุกท่านค่ะ  

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธรรมรัตน์ หงส์ศิริพงษ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-08 16:10:36


ความคิดเห็นที่ 1293 (1614718)

เวียนเทียนปีนี้ท่านอาจารย์ได้ขอบารมีพระพุทธเจ้า

ให้ลูกหลานได้สัมนิพพานที่บ้านสวนขณะ

นั่งภาวนานะมะ พะทะ และน้อมจิตตามรู้สึกมีความ

สุขมาก เบาสบาย เห็นพระพุทธองค์ วิมานของตัวเอง

มีความรู้สึกว่าเห็นผู้หญิงใส่ชุดไทยสไบเฉียงสีเหมือนแก้ว

ปิติมากค่ะ กราบพระบาทขอบพระคุณสมเด็จองค์ปฐม

พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ สิ่งศักดิ์ทุกพระองค์ที่เมตตาให้ลูก

ได้สัมผัสพระนิพพานที่บ้านสวนพีระมิด กราบขอบพระคุณ

ท่านอาจารย์อุบลและครอบครัวค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น สมจิต โพธิ์นิล (shindo_ploy-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-08 18:13:34


ความคิดเห็นที่ 1294 (1614722)

ขออนุโมทนาบุญ

พี่อมร คุณอัญ คุณพจน์

คุณธรรมรัตน์ พี่สมจิต

กับธรรมทานของตัวเอง

แต่ละคนก็ได้เห็น

วิมานพระนิพพาน

สาธุ สาธุ

ผู้แสดงความคิดเห็น อดิศักดิ์ โพธิสาร (di2211-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-08 19:10:49


ความคิดเห็นที่ 1295 (1614724)

ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่ได้ไปเวียนเทียนสวรรค์และปิดบัญชีบาปไปแล้วหลายขุม ขอโมทนาด้วยค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น อ๋อย เพ็ญศิริ บุตรมนต์ (opensirio-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-08 19:41:47


ความคิดเห็นที่ 1296 (1614752)

 

วันปิดนรกขุมหก กับอาการทางกายและทางจิตที่เกิดขึ้นกับจิ๋ม

         ขุม 6 นี้ อาจารย์ได้เล่าว่า จะมีการทำโทษผู้ที่ได้รับกรรมโดยการย่างสด  ขุมนี้ว่าด้วยการกระทำผิด เนื่องจากอบายมุข จิ๋มเองก็เคยซื้อหวย อยู่เหมือนกัน ตามคนใช้ที่บ้าน ก๊กนั้นชอบเล่นหวยเอามาก ๆ พอถึงวันใกล้ ก็พยายามตีเลขกัน เห็นหรือได้ยินอะไรก็เป็นตัวเลขไปหมด   ตนเองก็ชอบดูละคร ฟังเพลง ฟังแล้วก็คิดตาม จิตไหลไปกับอารมณ์หลงไม่รู้จบ ขุมนี้คล้ายกับไม่รุนแรง แต่ก็หลงและตกนรกยาวนาน  นอกจากนี้ยังชอบดูละคร หนัง ทั้งดีและไม่ดี ดูอย่างเมามัน เหมือนกับติด เลยแหละ

         พอท่านอาจารย์เริ่มให้หลับตา และสำรวมจิต ตัวจิ๋มเองก็รู้สึกร้อน และกระวนกระวาย นั่งไม่ติด บิดตัวไปมาตลอด  คนข้างหลังอาจรำคาญเราก็ได้ นอกจากนี้ บริเวณขา ก็จะมีอาการปวดแบบตุบ ๆ พอทนได้ ไม่รุนแรง แต่รำคาญ และกระวนกระวายใจดีแท้ พอนึกได้ก็รีบส่งบุญให้เจ้ากรรมนายเวรที่เราเคยทำร้ายเขาไว้

         ขุม 6 นี้เราคงเคยลงมาบ่อยแน่ ๆ เลย รู้สึกร้อนรน กระวนกระวายยังไงไม่ถูก อย่างไรก็ดี จิ๋มขอบารมีพระพุทธเจ้า และเบิกบุญทั้งหมดที่ได้ทำมาในบ้านสวน และที่ใด ๆก็ตาม ให้แก่ผู้ที่จิ๋มเคยทำกรรมกับเขาไว้

         และขอส่งบุญนี้ให้แก่เทวดาผู้รักษาท่านอาจารย์อุบลด้วย รวมทั้งพระเทวทัตและพระเจ้าอชาตศัตรูด้วยเทอญ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ชัชวลี กะลัมพะเหติ (chatvalee-dot-k-at-pttplc-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-08 21:38:52


ความคิดเห็นที่ 1297 (1614771)

 เมื่อวันเสาร์ที่ 2 มิย. ตั้งใจจะไปร่วมพิธีปิดบัญชีขุมนรก ขุม 6  ไปถึงที่บ้านสวนประมาณ 10.40 น. ลงทะเบียน และ ตั้งใจลงชื่อเพื่อขอขมา เพราะทำผิดกฎของบ้านสวนอีกแล้วค่ะ  เขียนเสร็จก็ไปเปลี่ยนชุดเตรียมตัวทำงาน งานวันนี้มียกถังปูน , อิฐ ส่งขึ้นไปก่อองค์สมเด็จพระปฐมฯ

เวลาประมาณบ่ายโมง ทุกคนยังทำงานกันอย่างขันแข็ง ลืมพักเที่ยงกันเลย เห็นคุณพี่ธนาเดินมา แล้วมาแจ้งว่า วันนี้ท่านอ.อุบลจะไปงานของหลวงพ่อเสงี่ยม โอภาสี ที่ จ. ลพบุรี  มีความรู้สึกยินดีมากค่ะ   มีความคิดตั้งแต่ทราบข่าวแล้วว่าอยากไปกราบหลวงพ่อ เพราะท่านเป็นอาจารย์ของท่านอ.อุบล  แต่เสียดายที่ไม่ได้ขอขมาจะปวดท้องไหมนะถ้าออกจากบ้านสวนฯ ( กังวลอยู่ )   พอทานอาหารเสร็จรีบไปถอยเสื้อบ้านสวนฯสีขาวพอเตรียมไว้ใส่ตอนไปงานหลวงพ่อ    ช่วงบ่ายงานขนถังปูนมีคนเยอะแล้วเลยขอตามพี่ตุ๋ย มาตัดหญ้าที่แปลงเกษตร  ตัดหญ้าไปได้ยังไม่ถึงครึ่งแถว รู้สึกปวดหัวด้านขวาตึงมาถึงต้นคอ     เห็นเพื่อนๆชาวบ้านสวนเดินไปเพื่อเตรียมตัวเดินทางแล้วก็เลยหยุดตัดหญ้า ( ในใจคิดว่าวันนี้ทำงานน้อยจังเลยเรา )  อาบน้ำเสร็จมานั่งรอน้องพจน์กับน้องก๊อต ช่วงรอก็ทานกุ๋ยช่ายที่พี่แหลนนำมาทำบุญ ( สาธุ ) นั่งทานกับน้องเบญ เลยบอกว่าปวดหัว น้องเบญเลยเสนอว่า พี่อุทิศบุญให้เขาหรือยัง  ด้วยความโง่ ถามน้องเบญว่าให้ใคร น้องเบญก็บอกว่าก็ที่เขามาเกาะที่หัวไง ถึงบางอ้อ...  พนมมือตั้งใจอุทิศบุญให้ ประมาณ 3 รอบ ถึงได้หาย    ขอนั่งรถน้องพจน์กับน้องก๊อตไป ออกจากบ้านสวนฯประมาณ สระบุรี   โอ๊ยปวดท้องอีกแล้ว นึกในใจว่าเอาเข้าแล้ว  ไปถึงเข้าในงานไปกราบหลวงพ่อ ท่านเหมือนนอนหลับ ในงานลูกบ้านสวนเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันดีมาก ไม่ว่าท่านอ.อุบลจะให้ลุกไปหรือทำอะไร  ดีใจที่ได้ถ่ายรูปร่วมกันกับทุกคนที่ไป  ขากลับก็นั่งขำกันว่าเราขับไป 80 แบบนี้ จะทันไปปิดบัญชีขุมนรกไหมนี่

ขอเล่าถึงพิธีปิดบัญชีขุมนรก ขุม6 

  กรรมที่ทำ - ดื่มน้ำเมา , แอลกอฮอลล์         

                 - เที่ยวกลางคืน ( เที่ยวแบบบาป )

                 - ดูการละเล่น , ติดหนัง , ติดละคร

                 - เล่นการพนัน หวย , เบอร์ หรือพูดว่าพนันกันไหม

                 - เกียจคร้านการทำงาน

                 - คบคนชั่วเป็นมิตร

ขุม6 ลงโทษด้วยการย่างสด 16,000 ล้านปีนรก ( 148,212 ล้านปีมนุษย์ = 1 วัน และ 1 คืน ในนรก ) คิดไม่ถูกค่ะ เครื่องคิดเลขยัง เออเร่อ... จะเร่าร้อน , แผดเผา

 

ในขณะที่นั่งฟังท่านอ.อุบล มีอาการปวดท้อง แต่พอทนได้  ช่วงที่ท่านอาจารย์ให้นั่งตัวตรงทำใจให้คล้อยตาม ตอนนั้นปั่นป่วนในท้องมาก ลมตีขึ้นมาก เวียนหัวพนมมือแทบไม่อยู่ ไม่สามรถจะบอกได้ว่ารู้สึกร้อนหรือไม่ เหมือนพร้อมจะอาเจียนได้  ท่านอาจารย์ถามว่าใครรู้สึกถึงความร้อนได้บ้างก็ไม่ได้ยกมือ  เพราะอาการแย่มากแล้ว เห็นน้องอรมี วาเป็กซ์ ขอมาดมค่อยดึงสติได้  ตอนที่พี่ปุ๊ก ออกไปเพราะร้อนที่มือที่แขน ( หากจำผิดพลาดต้องขออภัยนะค่ะ ไม่เต็มร้อยจริงๆ ค่ะ ) พี่ปุ๊กบอกว่าเคยช่วยทำไพ่ในบ่อนให้กับแม่ ได้ค่าจ้างประมาณร้อยกว่าบาท พอทราบเหตุอาการก็ดีขึ้น  อาการเจ็บเท้า พี่เขาเล่าว่าแม่เคยใช้ให้เหยียบ แต่พี่เขาไม่อยากทำ เลยแกล้งเหยียบแม่ให้เจ็บ  ท่านอาจารย์ถามว่าอยากเจอแม่ไหม พี่ปุ๊กบอกว่าอยาก ท่านอาจารย์เลยขออนุญาตเบิกตัวแม่ของพี่ปุ๊กขึ้นมาจากนรกขุมที่ 7 อาจารย์ถามว่าใครเห็นบ้าง มาแล้ว มีน้องส้ม, คุณพี่ธนา , น้องขวัญ ( ถ้าจำไม่ผิดนะคะ ) , น้องเยิ่น ที่เห็น บอกว่าเห็นแม่พี่เขาถูกล่ามโซ่ที่คอ มีคนใส่โจงกระเบนสีแดงพามา 2 คน  ท่านอาจารย์ถามพี่ปุ๊กว่าอยากจะบอกอะไรกับแม่ไหม พี่เขาก็บอกขอโทษแม่ ขอให้แม่อภัยกับสิ่งที่เคยทำมาและขอยกบุญที่ทำมาให้กับแม่ ต่อจานี้จำไม่ได้แล้วค่ะ เพราะในสมองคิดอย่างเดียวว่าอยากออกจากห้องนี้แล้ว  ท่านอาจารย์ถามว่าใครมีคำถามอะไรไหม  คิดในใจว่าอย่าถามกันเลยนะ  แต่ก็มีน้องก๊อตถาม  ตอนนี้สมองว่างเปล่า  มาได้ยินอีกตอนพี่จุ๋มถามว่าแล้วยังดูละครได้อีกหรือเปล่า ท่านอาจารย์บอกว่าดูได้แต่ดูแบบมีสติ ดูไว้สอนใจได้ ( คำพูดอาจไม่เหมือนเป๊ะ นะคะ ) และน้องเยิ่นถามว่า เก็บเงินใส่กระเป๋ากางเกงได้ไหมท่านอาจารย์บอกว่าไม่สมควร

พอท่านอาจารย์บอกพอแค่นี้ รีบเก็บเก้าอี้ แล้วเดินออกอย่างเร็ว ตรงไปที่บ้านไม้ไผ่  บอกราตรีสวัสดิ์ แล้วนอนทันที หลับสนิท

ตื่นเช้ามาหายสนิทแทบทุกอาการ เหลือปวดท้องเล็กน้อย   อาบน้ำแต่งตัวเตรียมตัวไปทำบุญให้กับแม่และญาตที่ล่วงลับแล้ว ที่จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเวลาประมาณ 7 โมง สามีจะมารับ    เลยไปขอช่วยงานน้องเบญโดยช่วยเก็บจานชามช้อนเครื่องครัวให้เข้าที่  เดินเก็บกระท้อนที่ตกไปกองรวมที่ใต้ต้น เก็บเศษขยะเล็กๆน้อยๆ คืออยากทำงานให้มากที่สุดเพราะตอนเย็นตั้งใจจะกลับมาร่วมพิธีเวียนเทียน  กลับเข้ามาบ้านสวนฯประมาณ 6 โมงครึ่งเกือบทุ่ม ท่านอาจารย์และลูกบ้านสวนบางส่วนไปงานหลวงพ่อ มีบางส่วนอยู่ที่บ้านสวน

พิธีเวียนเทียนท่านอาจารย์ถามว่าอยากไปเวียนที่ไหน สวรรค์ หรือนรก  หรือ ทั้งสอง  ก็ขอทั้งสอง  ต้องขออภัยนะคะ ช่วงนี้จำอะไรไม่ได้เลยค่ะเหมือนหลับใน คือตาลืมแต่สมองปิด รู้สึกตัวแล้วว่าต้องฝึกอีกเยอะเลย ท่านอาจารย์ท่านอัญเชิญพระจุฬามณี ลงมาให้ได้สัมผัส  ให้ได้เห็นพระพุทธองค์ ให้ได้เห็นวิมาน ขอบอกเลยนะค่ะว่าบุญยังไม่ถึงค่ะ

กราบขอบพระคุณพระพุทธเจ้า , สิ่งศักดิ์สิทธฺ์ที่อยู่ ณ บ้านสวนพีระมิด , เสด็จพ่อท่านท้าวเวสสุวรรณ ,ท่านอ.อุบล , ท่านอ.มงคล และคุณท้อปที่กรุณาปิดบัญชีขุมนรกขุม6 และให้ได้ร่วมพิธีเวียนเทียนเจ้าค่ะ  กราบ..กราบ...กราบ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น กัญญาภัค สีกอง (kanyapark-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-08 23:40:18


ความคิดเห็นที่ 1298 (1614996)

ธรรมทานวันที่ 9-10 มิ.ย.55

วันเสาร์ที่ 9 มิ.ย.55

วันนี้ท่าน อ.อุบลพาพวกเราไปงานศพหลวงพ่อเสงี่ยม ที่ลพบุรี

เริ่มสวดตอน 1 ทุ่ม หลังจากนั้นท่านอาจารย์ได้เมตตาประกาศ ใครที่เจ็บป่วยตรงไหน จะใช้ธรรมะบำบัดรักษาให้ฟรี

โดยท่านอาจารย์ใช้ 3วิธีเช่นเดียวกับที่ บ้านไร่ปลายตะวัน วังน้ำเขียว คือ

1.สารภาพบาป

2.ใช้รหัสอาจารย์อุบลช่วยด้วย

3.กราบท่านอาจารย์อย่างศรัทธา

มีชาวบ้านสนใจประมาณ 10 กว่าคน ก็ได้ไปร่วมบำบัดด้วย โดยใช้วิธีบำบัดรวม

ท่านอาจารย์ได้ไล่อาการเจ็บปวดแต่ละที่ และบอกถึงสาเหตุที่เป็น

ก็ให้คนเจ็บสารภาพมา ถ้าดีขึ้นแต่ยังไม่หาย ก็ให้ใช้รหัสอาจารย์อุบลช่วยด้วย ถ้ายังไม่หายขาด ก็กราบท่านอาจารย์อย่างศรัทธา

มีชาวบ้านหายประมาณ 5-6 คน ส่วนคนอื่นนั้นจิตยังไม่เปิด ไม่ได้สนใจจริงจัง รีบกลับไป บางส่วนก็มาสังเกตการณ์เท่านั้น

ท่านอาจารย์บอกให้ผู้ที่หายให้ไปบอกคนอื่นต่ออีก 9 คน หรือถ้าบอกต่อ 99 คน ก็จะหายขาดจากโรค ว่าท่านอาจารย์จะมาสวดสรีระสังขาร หลวงพ่อเสงี่ยม ที่ลพบุรี อีกครั้งในวันเสาร์ที่ 16 มิ.ย.55 ใครสนใจเชิญรับธรรมมะบำบัด ที่วัดใหม่สันติธรรม ได้ค่ะ

 

เรากลับมาถึงบ้านสวนฯ และเริ่มปิดนรกขุม 7 ชื่อมหาตปนมหานรก ซึ่งเป็นขุมที่ทำผิดศีลที่ 5 ข้อ และเล่นการพนัน หวย ติดเกมส์ เที่ยวกลางคืน ดูการละเล่น ละคร คบคนชั่วเป็นมิตร ซึ่งเจี๊ยบเคยทำมาหมดแล้ว

ก่อนปิดขุมนรก ท่านอาจารย์ได้พูดถึงการเรี่ยไร ซึ่งเมื่อเช้าวันเสาร์นี้ ได้เกิดเหตุการณ์มีพระภิกษุนั่งรถกะบะมา เพื่อมาขอวางถังทำบุญ อาทิตย์หน้าจะมาเก็บถังกับคุณอมร บังเอิญเจี๊ยบเดินไปร่วมเหตุการณ์พอดี ด้วยความโง่เขลา ไม่คิดให้รอบคอบ เกรงใจพระภิกษุรูปนั้น แต่ก็ไม่ได้ให้วางถังกลับให้เงินพระไป 100 บาทเพื่อตัดปัญหา แต่ลุงเบิ้ม 1000 บาท คุณอมร 100 บาท ซึ่งเป็นวิธีที่ผิด แทนที่จะบอกพระว่า คำสอนของพระพุทธเจ้าไม่ให้มีการเรี่ยไร  การกระทำอย่างนี้เป็นสาวกของพระเทวทัติ ตายไปต้องตกนรก ส่วนคนให้ก็ตกนรกเช่นกัน

ลูกกราบขอขมาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ เสด็จปู่ท้าวเวสสุวรรณและท่านอาจารย์อุบล ที่ไม่เชื่อฟังครู ไม่ทำตามที่ท่านอาจารย์สั่งสอน ต่อไปลูกจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง กล้าที่จะบอกจะเตือนในสิ่งที่ผิด

ช่วงปิดขุมนรก ทานอาจารย์ให้นึกถึงบุญที่เรามาสร้างตั้งแต่เช้า และให้นึกถึงกรรมที่เราทำมา จากนั้นได้อัญเชิญไฟนรกขึ้นมาให้ทุกคนได้สัมผัส เจี๊ยบสัมผัสได้ว่าร้อนแผ่นหลัง และหลังจากนั้นท่านอาจารย์ขอความเมตตาจากเสด็จปู่ท้าวเวสสุวรรณปิดขุมนรกนี้ และให้รับสัมผัสได้ ครั้งแรกที่ปิดขุมก็ยังรับสัมผัส ไม่ได้ ยังมีความร้อนแผ่นหลัง เมื่อใช้รหัสอาจารย์อุบลช่วยด้วย ความร้อนก็หายไปหมดทันที กราบขอบพระคุณเสด็จปู่ท้าวเวสสุวรรณ และอาจารย์อุบลค่ะ

ส่วนวันอาทิตย์ที่ 10 มิ.ย.55

พวกเราเร่งกันหุ้มองค์พีระมิดด้วยผ้าลุกไม้ ซึ่งผืนเก่า ได้ขาดไปเยอะแล้ว

เพื่อเตรียมต้อนรับคณะครูบาอริยะชาติ และค่าย12 ใครที่มีฝีมือในการตัดเย็บ ขอเชิญเย็บผ้าลูกไม้ เป็นองค์พีระมิด ร่วมถวายได้ค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น เพชรดา วรรณรักษ์ (fareastinn-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-10 20:55:35


ความคิดเห็นที่ 1299 (1615020)

ธรรมสัญจร..บำบัดรวม

     วันนี้ หลังจากฟังสวด พระอภิธรรม หลวงปู่เสงี่ยม โอภาสี ที่วัดใหม่สันติธรรม ท่านอาจารย์อุบลก็ได้เปิดให้มีกิจกรรม "ธรรมบำบัด" ที่วัดใหม่สันติธรรมกันเลย ซึ่งขณะที่พวกเรากำลังจะจัดโต๊ะ เพื่อทำกิจกรรมนอกสถานที่กันนั้น บางคนก็สงสัย ว่าทำอะไรกัน บางคนก็ไม่ได้สนใจอะไร บางคนก็ได้เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งในการบำบัดรวมนี้ ก็เรียกได้ว่า หลายๆคนก็ชื่นชอบเพราะ เวลาสารภาพบาปท่านอาจารย์ก็จะถาม โดยเริ่มที่ ใครปวดหัว ปวดไหล่ ปวดหลัง ปวดเอว ไล่ลงมาเรื่อยๆ จนสามารถขจัดทุกข์ที่อยู่ในร่างกายให้หมดไป โดยวิธีการก็จะเริ่มเป็น ขั้นตอนดังนี้คือ

ข้อ 1.สารภาำำพบาปออกมาโดยให้ต่างคนต่างพูด ถ้าใครไม่หายให้ขึ้นข้อ 2

ข้อ 2 ใช้รหัสอาจารย์อุบลช่วยด้วย ถ้ายังไม่หายอีกแสดงว่ากรรมเยอะเจ้ากรรมนายเวรต้องการให้แสดงธรรมทานโดยการพูดออกมา ถ้ายังไม่หายอีก สุดท้ายเลยคือ ข้อ 3

ข้อ 3 กราบเท้าท่านอาจารย์อุบลด้วยศรัทธา

     ซึ่งคนที่ไม่ใช่ลูกบ้านสวนที่ได้ร่วมกิจกรรมนี้ อาจจะไม่มากแต่ ก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจคือ หายอย่างอัศจรรย์ อย่างคุณป้าแม่ครัวที่ปวดหลัง เพราะ เส้นประสาททับ มาเป็นเวลาหลายสิบปีกลับหายอย่างอัศจรรย์ ซึ่ง คาดว่าคราวหน้าคงมีผู้คนมาร่วมกิจกรรมธรรมบำบัดกันอย่างล้นหลามแน่นอน นับว่าเป็นพระเมตตาจากพระพุทธองค์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกๆพระองค์ และท่านอาจารย์อุบล เป็นอย่างมาก ที่ได้ช่วยให้ผู้อื่นพ้นทุกข์โดยง่าย

กิจกรรมปิดบัญชีนรก ขุม 7 มหาตาปนะนรก

     หลังจากที่กลับจากวัดใหม่สันติธรรมแล้ว พวกเราก็มาเริ่มกิจกรรม ปิดบัญชีนรก ขุม 7 ที่ บ้านสวนกันต่อ ซึ่งใึีครที่ผิด ศีล 5 รวมทั้ง อบายมุข คือ

1.ดื่มสุราของมึนเมา

2.เที่ยวกลางคืน

3.ดูการละเล่น

4.ติดการพนัน

5.คบคนชั่วเป็นมิตร

- วิธีการดูให้เอาศีล 5 มาจับ

6.เกียจคร้านการงาน

     ซึ่งท่านอาจารย์อุบลก็ได้ถามไล่ ไปถึงอบายมุข แต่ละข้อ มาลงข้อที่ 3 ดูการละเล่น ติดละคร ซึ่งหลายคน รู้สึกจะหักดิบยาก รวมทั้งติดเกมส์ ก็ได้ข้อสรุปที่หลายๆคน พึงพอใจ "การติด" ในที่นี้หมายถึง ติดงอมแงมไม่เล่นไม่ได้ เล่นหามรุ่งหามค่ำ หากแต่ เล่นได้ ดูได้ แต่เราต้องเป็นผู้เล่น ผู้ดู อย่างนักเจริญกรรมฐาน มีสติ เพราะหลายๆคน ในมือถือก็ต้องมีเกมส์อยู่แล้ว เผื่อว่า บางที เล่นเพื่อคลายเครียด ซึ่ง อะไรก็ตามที่ ดู หรือ เล่น แล้ว ติด

     อย่างคนติดการพนันก็คือ ไม่เล่นไม่ได้ ซึ่งสิ่งต่างๆจำพวกนี้ ก็เหมือน"เป็นผี เป็นธาตุมืด" ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยง หรือ เล่นอย่างนักเจริญกรรมฐาน ไม่ให้สิ่งต่างๆเหล่านี้มาคอยดึงเีรา เหมือนที่เขา ว่า ผีำำพนันเข้าสิง

     จะสังเกตุเวลา คนไปบ่อน เล่นไพ่ เล่นการพนัน เล่นหวย เวลาเล่นเสีย ก็อยากเอาคืน เวลาเล่นได้ ก็อยากได้อีก (อันนี้เล่าจากประสบการณ์ตรงครับ) สุดท้ายก็หมดตัว ถ้าเรามีสติ ไม่ปล่อยให้กิเลสมาดึงเราก็คงไม่เสียเงิน

    ช่วงที่ท่านอาจารย์กล่าวนำอัญเชิญไฟนรก คราวนี้ไม่ได้รับสัมผัสไฟนรกครับ 

เราจะปฏิบัติอย่างไรเมื่อเจอสมมุติสงฆ์

     เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในบ้านสวน ซึ่ง มีพี่อมร พี่เจี๊ยบ ลุงเบิ้ม ได้พบพระภิกษุ เข้ามาในบ้านสวน เพื่อเรื่ยรายเงิน ซึ่งแต่ละคนก็ ควักเงินทำบุญกันไป ซึ่งจริงๆ แล้วการเรี่ยรายถือเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่ใ่ช่เพียงแต่ในบ้านสวน แต่พี่ๆ ก็ทำกันไปด้วยการตัดความรำคาญ แต่ไม่ได้บอก สิ่งที่ถูกต้อง แก่ภิกษุ รูปนั้น

     ก็มีคำถามขึ้นมาอีกว่าถ้าเราเจอ พระสงฆ์มาเรี่ยราย เราจะทำอย่างไร?

1.ขอให้ท่านไปเรี่ยรายที่อื่น

2.ให้ทำบุญไป เพราะตัดความรำคาญ

3.บอกแก่ท่านว่า ทำอย่างนี้ไม่ถูก เพราะการเรี่ยราย ถือเป็นการผิดพระวินัย เพราะ พระที่ยังมีความโลภ ถือว่าขาดจากความเป็นพระ ไม่ใช่สาวกของพระพุทธเจ้า

     ที่ถูกต้องควรจะเป็นข้อ 3 เพราะ ข้อ 1 ก็ ถือว่าเราก็ผิดด้วยเพราะ การผิดศีล คือ 1.ลงมือทำเอง 2. ยุยงส่งเสริม 3. ยินดีเมื่อผู้อื่นผิดศีล

คิดไม่ดี เพราะสัญญาเดิม

     หลังจากที่ มีการผิดบัญขีขุมนรกแล้ว ใครที่ยังมีอาการ แล้วยังไม่หาย และใช้วิธี ใช้รหัสอาจารย์อุบลช่วยด้วย,กราบเท้าแล้วยังไม่หาย เพราะ เคยคิดไม่ดีกับท่านอาจารย์อุบล และต้องออกมาขมา และ แสดงธรรมทาน ซึ่งใครก็ตามที่คิดไม่ดีกับท่านอาจารย์อุบล  ล้วนแล้วแต่ ทำตามสัญญาเดิม อย่างคนที่คิดเรื่อง ลามกก็แสดงว่า มาจากขุม 3 และเคยผิดศีล ข้อ กาเม

ขอกราบขอบพระคุณองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกๆพระองค์ ท่านอาจารย์อุบลและครอบครัวครับ ที่ได้มีกิจกรรมเพื่อปลดทุกข์ให้ลูกหลานครับ  

ผู้แสดงความคิดเห็น วีร์พสุตม์ ลิ้มสกุลภักดี (เอิ้น) (weepasuth-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-11 00:31:10


ความคิดเห็นที่ 1300 (1615023)

อนุโมทนากับธรรมทาน

จากพี่เจี๊ยบและน้องเอิ้น ด้วยนะคะ

มารายงานก่อนใครเช่นเคย

 

เห็นรายการ"ธรรมสัญจร"

ที่ท่านอ.อุบลและลูกบ้านสวนฯ

ร่วมกันออกไปแสดง ธรรมะบำบัด

นอกบ้านสวนฯแล้ว

 

น่าภาคภูมิใจมากค่ะ

ทุกคนเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

ท่านแม่ทัพก็ออกรบ

อย่างขยัน และเข้มแข็ง

 

ส่วนลูกทัพ ก็ร่วมใจช่วยเหลือทุกอย่าง

ทุกๆที่ ที่แม่ทัพนำไป..

 

กราบอนุโมทนกับท่านอาจารย์อุบล

ท่านอาจารย์มงคล คุณท็อป

และลูกบ้านสวนฯทุกๆท่านด้วยค่ะ

สาธุ สาธุ สาธุ

.......................

ส่วนเรื่องผีพนัน

ชนิดาก็เคยได้ยินมาเหมือนกัน

เพราะส่วนใหญ่ตามสถานที่

อโคจรจะมีผีพวกนี้เกาะอยู่มากมาย

 

ฉะนั้น ถ้าใครจิตอ่อน จิตตกง่ายอยู่แล้ว

ผีเหล่านี้จะกระโดด

เกาะหลังกลับบ้านมาด้วย

 

ฉะนั้น หลายๆคนจึงกลายเป็นคน

"ติดการพนัน" หรือ ติดเที่ยว ได้ง่ายๆ

หลังจากที่ไปสถานที่เหล่านี้

เพียงครั้งเดียว หรือไม่กี่ครั้ง

 

เพราะคนไปคาสิโนส่วนใหญ่

คงไม่ใช่คนที่สุขภาพจิตแข็งแรง

เท่าไหร่นัก..นะคะ

 

นอกจากมหาเศรษฐี

ที่คิดเข้าไปผ่อนคลาย

ผลาญเงินในบัญชีตัวเองเล่นๆ ในคาสิโน...

 

อิอิ ส่วนผีขี้เกียจเกาะหลังเนี่ย..

เคลียร์กันเอาเองนะคะ

เพราะว่า ชนิดาก็เลี้ยงไว้อยู่ไม่น้อย

อยู่เหมือนกัลล์..เฮ้อ..

ผู้แสดงความคิดเห็น ชนิดา เชิงสะอาด/CHANIDA ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-11 01:06:41



<< ก่อนหน้า 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 [13] 14 15 16 ถัดไป >>


Copyright © 2010 All Rights Reserved.