ReadyPlanet.com


รวบรวมประสบการณ์การฝึกมโนมยิทธิ ที่บ้านสวนพีระมิด


 ใครมีประสบการณ์อะไรในการฝึกมโนมยิทธิ ที่บ้านสวนพีระมิด เชิญบอกเล่าเป็นธรรมทานให้แกญาติธรรมทุกท่านได้ในกระทู้นี้เลยครับ

ไม่ว่าจะเป็นการสื่อโดยเบื้องบน การท่องไปในจักรวาล หรือการฝึกกสิณต่างๆ

เชิญเลยครับ...



ผู้ตั้งกระทู้ คุณสิทธิ์(สุรสิทธิ์ ศรประสิทธิ์) (surasit2010-at-gmail-dot-com) กระทู้ตั้งโดยสมาชิก โพสต์และแสดงความเห็นเฉพาะสมาชิกเท่านั้น :: วันที่ลงประกาศ 2011-05-01 22:17:37


<< ก่อนหน้า 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 [15] 16 ถัดไป >>

ความคิดเห็นที่ 1401 (1620827)

ต่อค่ะ

2.คุณทรงชิน ปิยะธรรมวุฒิ(คุณอาท)น้องคุณโชค มาขอขมาเรื่องรับปากกับท่านอาจารย์แล้วไม่ทำ

คุณอาทกับแม่ เคยมาบ้านสวนฯ แล้วไม่ขออนุญาต ทำให้รายได้จาการขายพวงมาลัยจาก 6,000 บาทต่อวัน ลดเหลือ 3,000บาท จนเหลือเงิน 300 บาท เพื่อไว้ซื้อของมาขายใหม่

จึงมาขออนุญาตให้ถูกต้อง รายได้กลับเพิ่มเป็นหมื่นบาทต่อวัน มาเลาให้ท่านอาจารย์ฟัง ท่านอาจารย์จึงบอกให้ไปเล่าเป็นธรรมทานให้คนอื่นฟัง เรื่องผิดกฎบ้านสวนฯ  แต่ปรากฏว่าคนที่จะเล่าธรรมทานนั้นมีเยอะ จึงเกรงใจท่านอาจารย์ ไม่เล่ากลับไปก่อน ต่อมามีอาการปวดหัว ไปหาหมอถึง 5 หมอ ก็ไม่ดีขึ้น อยู่มาวันหนึ่งปวดหัวมาก นอนหลับอยู่ก็ปรากฏภาพที่รับปากกับท่านอาจารย์ แล้วไม่พูด จึงจุดธูปกลางแจ้ง ขอขมาท่านอาจารย์ อาการปวดหัวก็หายไป แต่ก็ไม่ได้ไปบ้านสวนฯ ทั้งที่แม่ก็ชวนไปบ้านสวนฯ แต่บอกแม่อย่าพูดถึงเรื่องมาบ้านสวนฯ กลัว อ.อุบล

ต่อมาก็มีอาการ ปวดคาง ปวดแก้ม ปวดหัว เป็นไซนัสอักเสบ จึงไปจุดธูปขอขมาท่านอาจารย์ แล้วอาการก็ดีขึ้น จึงมาหาท่านอาจารย์ในวันนี้ เพื่อขอขมาท่านอาจารย์ อาการก็ดีขึ้นมาก ส่วนที่เหลือก็ได้ขอขมาแม่ ก็หายไปในที่สุด

3.คุณบุญศิริ รัตนพฤกษ์สกุล เจ้าของโรงแรมพัทยาเบย์ มาสารภาพผิดเรื่องการทำแท้งเพิ่มเติม

คุณบุญศิริ ได้นำรถกอล์ฟใหม่มาเปลี่ยนให้ท่านอาจารย์ และนำช่างมาช่วยงานก่อสร้าง โดยวันนี้มาทำประตูเหล็กเพื่อสมารถติดมุ้งลวดที่อาคาร 3 ชั้นให้ท่านอาจารย์ ขออนุโมทนาด้วยค่ะ

คุณบุญศิริมาสารภาพผิดเพิ่มเติม จากครั้งที่แล้วที่ คุณบุณศิริได้เคยสารภาพกับท่านอาจารย์ว่าเป็นพยาบาลที่เมืองนอก สหรัฐนั้น เคยเป็นผู้ช่วยคุณหมอทำแท้ง โดยบอกว่าเดือนละ 20 แท้ง ทำให้อาการเวียนหัว ที่เป็นมานานไม่หายไป ซึ่งจริงๆแล้วประมาณ 60-80 แท้ง ท่านอาจารย์ให้คุณบุญศิริ มาแจ้งผลอีกครั้งในอาทิตย์หน้า

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เพชรดา วรรณรักษ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-22 21:27:22


ความคิดเห็นที่ 1402 (1620829)

 ธรรมทาน วันที่ 21 ก.ค. 2555

 

ธรรมทานจากท่านอาจารย์

                            -     โรคมือ เท้า  ปาก เปื่อย เป็นแค่ตัวอย่างของโรคต่างๆ ที่กำลังจะเดินพาเหรดกันมาเร็วๆนี้ โดยโรคเหล่านี้เกิดจากกรรมที่ได้ทำไว้

                 เช่น ใช้มือ ขโมยของ ใช้มือทำร้ายคน สัตว์ ฆ่าสัตว์ เขียนข้อความเท็จ เขียนบัญชีเท็จ เขียนข้อความหยาบคาย อีกทั้งยังเกิดจากการที่นิ่งดูดายโดยไม่ใช้อวัยวะนั้นให้เกิดประโยชน์ เช่น เห็นอะไรเกะกะแล้วไม่เก็บ หรือเห็นขยะแล้วไม่เก็บไปทิ้ง  เรียกได้ว่า มีไว้แล้วไม่ใช่ ก็อย่ามีเลย T_____T

                - ส่วนปากนั้น มีไว้ใ้ช้พูดในสิ่งที่ดี ใช้สร้างธรรมทาน ทำความดี ถ้าหากนำไปใช้ในสิ่งที่ผิด เช่น ใช้ด่า พูดคำหยาบ หรือนินทาคนอื่น

 ก็อาจจะเกิดโรคเหล่านี้ขึ้นได้ โดยโรคเหล่านี้เกิดจากการนำอวัยวะต่างๆไปทำผิดศีล ซึ่งทางป้องกันก็คือ ต้องรักษาศีล 5 ไม่ได้ทำเพื่อใคร แต่ทำเพื่อตัวเอง !

                - ห้ามดูดายความทุกข์ของผู้อื่น เพราะหากคิดว่าไม่ใช่เรื่องของตน เมื่อเราเกิดปัญหาขึ้น คนอื่นก็จะคิดว่าไม่ใช่เรื่องของเขา และเขาจะไม่ช่วยเหลือเรา ดังนั้น จะต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกัน อะไรที่พอจะช่วยได้ก็ให้ช่วย ไม่ใช่คิดว่า เรื่องตัวเองไม่ใช่ อยู่เฉยๆดีกว่า คิดแบบนี้ผิด จะต้องได้รับผลกรรมมากมาย อย่างเช่นตัวอย่างก็คือ เด็กมหาลัยสุวรรณภูมิ ที่เพื่อนไปทำแท้งแล้วไม่ห้าม นิ่งเฉย ทำให้ปวดหัว ถ้าเราไม่อยากปวดหัว หรือมีเคราะห์กรรม ก็ต้องไม่นิ่งดูดาบเมื่อผู้อื่นกระทำผิด ต้องตักเตือน และแนะนำเขาไปในทางที่ถูกที่ควร

                     - อย่าห่างบุญ เพราะหลายคนที่มาบ้านสวนเจริญรุ่งเรืองเพราะบุญที่มาสร้างไว้ หากห่างบุญ จะทำให้กลับไปลำบากและมีอุปสรรคเหมือนเก่า ดังนั้นจึงควรหมั่นสร้างบุญไว้เสมอ ห้ามห่างบุญ โดยเปรียบ บุญเหมือนน้ำ ชีวิตเหมือนเรือ และบาปกรรมเหมือนตอไม้  เราต้องหมั่นสร้างบุย คือเติมน้ำไปเรื่อยๆ หากวันใดเราเลิกเติมน้ำ เมื่อน้ำแห้ง เรือก็จะชนตอ คือจะชนกับอุปสรรคต่างๆนานา ดังนั้นเมื่อรู้อย่างนี้แล้ว เราต้องหมั่นเติมน้ำเยอะๆจะได้ไม่มีอุปสรรคในชีวิต ชีวิตจะได้ราบรื่น สงบสุข ร่มเย็น 

 ธรรมทานจาก  คุณ ณัฐนัน ทวีโชคเดชานนท์ (คุณโชค)

                                      มาขอบคุณ เรื่อง รหัส อาจารย์อุบลช่วยด้วย  ซึ่งเขาตัดสินใจเรียกในนาทีสุดท้ายของชีวิต.....

              เริ่มจากที่คุณโชคมีอาการฉี่ไม่ออก ฉี่ขัด โดยเขาได้มาสารภาพว่า เมื่อตอนเด็ก ตั้งแต่อายุ 6-7 ขวบ ได้เริ่มเรียนวิชาจากคุณตา นั้นก็คือคุณไสย์ ทำเสน่ย์ ยาแฝด  และได้ใช้วิชาในการผิดศีลข้อ 3 โดยทำให้ผู้หญิงรัก ซึ่งจากเหตุนั้น ทำให้เขามาฉี่ไม่ออก ถึงขนาดว่า ตัวจะระเบิด ถึง 8 ชม. ซึ่งเขาทุกข์ทรมานมาก และด้วยเหตุนี้ทำให้เขาคิดถึงบาปกรรมที่ทำไว้ตอนอายยุยังน้อย ก็คือการทำเสน่ย์ ยาแฝด นั่นเอง โดยตอนที่เขาตัวจะระเบิดเพราะฉี่ไม่ออกเขาเรียกครูบาอาจารย์ต่างๆมากมาย แต่ไม่มีอาการดีขึ้น เมื่อวินาทีสุดท้ายของชีวิตมาถึง เส้นบางๆระหว่างความเป็นและความตาย เขาจึงตัดสินใจเรียกอาจารย์อุบลช่วยด้วย  ซึ่งหลังจากที่เขาเรียก ทำให้อาการเขาดีขึ้น จนมีแรงขับรถไปโรงพยาบาลได้ โดยวันที่เขามาเล่า เขาจะมีถุงฉี่ห้อยอยู่ตรงบิเวณขาด้วย ซึ่งหากสังเกตุจะมีสีแดงของเลือดปนอยู่ในน้ำปัสวะของเขาด้วย และครอบครัวของเขาเคยทำผิดกฎสวรรค์บ้านสวนก็คือ เคยมาบ้านสวนแบบผิดกฎ ทำให้ยอดขายตกลงอย่างมาก และวันที่ได้มาเล่าธรรมทานนี้ก็พาหลานมาเพิ่มอีกคนซึ่งไม่ได้แจ้งล่วงหน้าไว้ ทำให้คุณโชคมีอาการเจ็บและ ทรมานร่างกายขณะที่ขับรถมา  อีกทั้งยังมี คุณ ทรงชิน ที่ผิดสัจจะกับอาจารย์ ทำให้ปวดหัว และเจ็บหัวและมาบ้านสวนโดยไม่ได้ขออนุญาติ เมื่อกลับไปทำให้เป็นไซนัส เมื่อคุณโชค และคุณ ทรงชินเล่าจบแล้วขอขมาท่านอาจารย์ ทุกคนก็หายจากอาการที่เป็นอยู่ คือคุณทรงชิน หายปวดหัว     และคุณโชคก็หายจากอาการเจ็บบริเวณกลางตัว

 สรุปก็คือ  สิ่งสักศิทธิ์มีแผนในการดึงคนเข้ามาหาธรรมะโดยให้ปรามาส และ ใช้ รหัส อาจารย์อุบลช่วยด้วยนั่นเอง !

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น พัฒนพงศ์ ปรับโตวิดโจโย ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-22 21:32:15


ความคิดเห็นที่ 1403 (1620836)

                                                                                  2.

ต่อค่ะ

จากนั้นเป็นช่วงที่ท่านอาจารย์เปิดให้ถามคำถามได้ ซึ่งมีคำถามดังนี้

1.โรคมือ เท้า ปากซึ่งจะไม่เกิดเฉพาะเด็ก แต่เริ่มจะเป็นกับผู้ใหญ่ด้วยแล้ว นั้นหมายความว่าอย่างไร

โรคมือ เท้า ปากนั้น เบื้องบนส่งสัญญาณเล็กๆ น้อยๆ เริ่มแล้ว และจะมีโรคต่างๆกำลังทยอยกันมา โรคแปลกทั้งนั้น รวมทั้งอหิวาตกโรค

โรคมือ เท้า ปาก เป็นโรคกรรม

มือ เกิดจากการลักทรัพย์ ทำร้าย ตบตีคนอื่น เขียนข้อความเท็จ หยาบคาย ทำบัญชีเท็จ  สิ่งที่ควรทำแล้วไม่ทำ(นิ่งเฉยเสีย)

เท้า เกิดจาก เดินไปในสถานที่ไม่ดี ใช้เท้าแทนมือ

ปาก เกิดจาก พูดจาโกหก หลอกลวง ชอบกิน ตะกละ ละเมิดผู้อื่นไปในทางอกุศลกรรม

2.เวลาจะเขียนธรรมทานในแวปไซด์ แล้วไม่สามารถเขียนได้ ไม่รู้จะเขียนอะไร จะมีวิธแก้อย่างไร

ที่เขียนไม่ได้เพราะเจ้ากรรมนายเวรบังคับกระแสจิตไว้ ทำให้ไม่สามารถเขียนได้ มีทางแก้โดยให้เขียนเรื่องของตัวเอง อย่างน้อย 99 ตอน จึงจะสามารถรอด ตอนเกิดภัยพิบัติ

ให้เขียนทั้งใน เฟสบุ๊ค และแวบไซด์บ้านสวนฯ และเมื่อมีผู้ทำร้ายในหลวง ดูหมิ่น ล่วงเกินในหลวง แล้วเราทำเฉยเสีย ไม่สนใจที่จะปกป้องสถาบัน สิ่งศักดิ์สิทธ์ก็จะไม่ชอบเรา เมื่อมีภัยเกิดขึ้นกับเรา ก็จะไม่มีสิ่งศักด์สิทธ์มาช่วยเรา

 

3.คำสอนของท่านอาจารย์อุบลเป็นลัทธิใหม่หรือไม่

ไม่ใช่ลัทธิใหม่ แต่เป็นสถานที่เผยแพร่คำสอนของพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง ท่านอาจารย์เมตตาช่วยให้เรามีจิตสำนึกรู้กรรมที่เราทำมา เมื่อเราสำนึกผลกรรมที่ทำมาแล้ว ถ้าเจ้ากรรมนายเวรให้อภัยก็จะหลุดจากกรรมนั้น

ลัทธิคือความเห็นหรือทัศนะเกี่ยวกับโลก

ลัทธิตามพระไตรปิฏกนั้นมี 6 ลัทธิคือ

1.ลัทธิที่ทำแล้วไม่เชื่อว่าทำ คิดว่าบุญบาปไม่มี

2.ลัทธิไม่มีเหตุไม่มีปัจจัย สัตว์ทั้งหลายบริสุทธ์ได้เอง ไม่มีเหตุ ไม่มีปัจจัย

3.ลัทธิมีความเห็นว่าไม่มีผล คิดว่าการทำบุญ ทำทานไม่มีผล ตายแล้วสูญ

4.ลัทธิทความเห็นว่าสิ่งทั้งหลายเที่ยง เพราะเกรงจะเกิดการยึดติด โง่เขลา จึงปฏิเสธ

5.ลัทธิถือการทรมานตาย ไปสู่ทางพ้นทุกข์

6.ลัทธิ(จดไม่ทันค่ะ)

4.ศาสนาพุทธ องค์เทพสฟริงซ์ และพีระมิด เกียวข้องกันอย่างไร

ทั้ง3 อย่างไม่มีความขัดแย้งกัน แต่ต้องวิเคราะห์ด้วยตัวเราเอง

สิ่งใดที่ไม่ผิดศีล ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ก็ให้เราใช้ปัญญาในการพิจารณา

5.พีระมิดเป็นของอียิปต์ แล้วทำไมเอาพีระมิดมาใช้ในศาสนาพุทธ

ท่านอาจารย์ไม่เคยไปอียิปต์ ท่านอาจารย์สร้างเองในประเทศไทย ไม่ได้เอาของอียิปต์มา แม้ประเทศอื่นๆก็ยังสร้างพีระมิดเช่นกัน เพราะพีระมิดเป็นของสาธารณะ ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง เปรียบเช่นพระอาทิตย์ก็เป็นของสาธารณะ

แม้แต่ดวงดาวทุกดวงดาว ที่องค์การนาซ่าถ่ายภาพมาได้ ก็เห็นรูปพีระมิดในทุกดวงดาวเช่นกัน

ดังนั้นพีระมิดสามารถเป็นเจ้าของร่วมกันได้ และท่านอาจารย์ก็ค้นพบว่า พีระมิดเป็นเครื่องขยาย

สุดท้าย

พระพุทธเจ้ายอมรับความเป็นพระกับบุคคล 4 เหล่าคือ

1.พระโสดาบัน มีศีล 5 บริสุทธิ์ มุ่งนิพพาน

2.พระสกิทาคามี มีจิตบริสุทธ์

3.พระอนาคามี มีจิตบริสุทธ์ แต่เข้มข้นกว่า

4.พระอรหันต์ ทรงอธิปัญญา(ปัญญาล้ำเลิศ)

พระอื่นนอกจากนี้ ถือเป็นสมมุติสงฆ์ หรือเปรตที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องขอชาวบ้าน

พระทั้ง 4 เหล่านี้ จะเป็นผู้หญิงก็ได้ ผู้ชายก็ได้ หรือเด็กก็ได้

คนที่อยู่ในขั้นบำเพ็ญเพื่อนิพพาน เรียก พระโสดาปฏิมรรค

เราทำบาปก็จะอยู่ส่วนบาป จะนำบุญมาลบล้างบาปไม่ได้

บาป เบรียบเหมือน ตอไม้

บุญ เปรียบเหมือน น้ำ

ตัวเรา เปรียบเหมือน เรือ

ถ้าน้ำน้อยตอไม้ก็จะผุดขึ้นมา ทำให้เรือไม่สามารถแล่นผ่านไปได้

ดังนั้นเราต้องเติมน้ำเยอะๆ เติมน้ำบ่อยๆ เพื่อให้ท่วมตอ เรือก็จะสามารถแล่นผ่านไปได้

ลูกขออารธนาพระบารมีของพระพุทธองค์ ขอเบิกบุญทาน ศีล ภาวนา ที่ลูกทำมาตั้งอดีตชาติ จนถึงปัจจุบันชาติ และบุญที่สร้างในบ้านสวนฯทั้งหมด ขออุทิศบุญทั้งหมด แด่เทวดาประจำกายของท่าน อ.อุบล  เทวดาประจำกายของท่าน อ.มงคล เทวดาประจำกายของคุณท๊อป และเทวดาประจำกายของลูกบ้านสวนฯทุกท่าน สาธุ ค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เพชรดา วรรณรักษ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-22 22:31:49


ความคิดเห็นที่ 1404 (1620841)

 

 เชิญชวนเพื่อนๆพี่ๆน้องๆชาวบ้านสวน

 

  ร่วมกันร่วมพลัง

 

1. สมาทานศีลที่เฟสบุ๊คบ้านสวน

 http://www.facebook.com/Baansuanpyramid

2. แชร์ประสบการณ์ที่ได้รับจากบ้านสวน ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญ, หรือแม้แต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับบ้านสวน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อบ้านสวน, องค์พีระมิด, แหวนองค์สฟิงซ์และอื่นๆคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น เจิดหทัย สุวรรณากาศ (หนึ่ง) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-22 23:10:27


ความคิดเห็นที่ 1405 (1620847)

 อนุโมทนาบุญกับคุณเจี๊ยบ เพชรดา และน้องเบสด้วยคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น เจิดหทัย สุวรรณากาศ (หนึ่ง) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-23 00:20:39


ความคิดเห็นที่ 1406 (1620856)

 

4.ศาสนาพุทธ องค์เทพสฟริงซ์

และพีระมิด เกียวข้องกันอย่างไร

 

ทั้ง3 อย่างไม่มีความขัดแย้งกัน

แต่ต้องวิเคราะห์ด้วยตัวเราเอง

สิ่งใดที่ไม่ผิดศีล

ไม่เบียดเบียนผู้อื่น

ก็ให้เราใช้ปัญญาในการพิจารณา

 

อนุโมทนากับธรรมทาน

จากพี่เจี๊ยบ เพชรดา

แล น้องเบส ด้วยนะคะ

 

ได้อ่านแล้วก็ได้คำตอบหลายๆอย่าง

โดยเฉพาะคำอธิบายที่ลงตัวที่สุด

เกี่ยวกับเรื่อง พุทธศาสนา

พีระมิดและองค์เทพสฟิงซ์

มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร

 

เพราะเมื่อวานได้เข้าไปเฟซบุ๊คบ้านสวนฯ

ได้มี"เด็กขี้ฉงฉัย"

เค้าตั้งประเด็นถามไว้

เราก็คิดๆอยู่ว่า จะไปอธิบายยังไง

ให้เค้าเข้าใจ และไม่เกิดความคิด

ที่จะปรามาสอีก

ตอนนี้พอจะได้ไอเดียแล้วค่ะ

 

ได้อ่านเรื่องราวของคุณโชค

ได้ข้อคิดทั้งเรื่อง การที่ผู้ใหญ่

มาสอนความรู้หรือปลูกฝังความคิด

ในสิ่งที่ผิดจากทำนองคลองธรรม

เป็นกรรมทำให้ลูกหลานเดินทางผิด

ไปอย่างร้ายแรง

และไปสร้างกรรมสร้างเวรกับผู้อื่นอีก

 

รวมทั้งได้รับรู้ถึงอานุภาพ

ของรหัส"อ.อุบลช่วยด้วย"

ที่ช่วยสลายเนื้องอกได้แบบเห็นๆ

โดยมีคำวินิจฉัยจากคุณหมอ

และผลการรักษา เป็นหลักฐาน

ยืนยันได้อย่างชัดเจน...

......................................

ขอบคุณการแจ้งข่าว

ให้ลูกบ้านสวนฯไปรวมพลัง

ในเฟซบุ๊คบ้านสวนฯ

จาก คุณหนึ่ง ด้วยนะคะ

 

ฉะนั้น หาเวลาไปรวมพลัง

และ ทดแทนบุญคุณเบื้องบน

และท่านอาจารย์กันเยอะๆนะคะ

 

สาธุ อนุโมทนาค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ชนิดา เชิงสะอาด/CHANIDA ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-23 04:12:54


ความคิดเห็นที่ 1407 (1620862)

พอดีไปอ่านเจอ ข้อความที่อธิบายถึง

พลังพีระมิด ในแง่มุมที่น่าสนใจมากๆค่ะ

ก็เลยนำมาฝากทุกๆท่าน

..............................................................

 

***ปิรามิดคืออะไร?***

 



ปิรามิด คือ วัตถุที่มีรูปทรงสามเหลี่ยม
ปิรามิด อีกความหมายหนึ่งที่ไม่มีใครกล้ากล้าแปล คือ ปิดจนมิด ทำไมจึงพูดเช่นนั้น?

มนุษย์เราหรือโลกเรา มีพื้นฐานประกอบไปด้วย 2 สิ่ง คือ สสาร กับ พลังงาน หรือ รูปกับนาม
ใจกลางของปิรามิด คือ ความว่าง เราเรียก "อนัตตา" ไม่ใช่ตัวตน........ยอดของปิรามิด ชี้ขึ้นไปบนฟ้า เราเรียก "สูญตา"

 



ทำไม เราเรียก ปิรามิด ว่า ปิดจนมิด เพราะรูปทรงเลขาคณิต เมื่อสิ่งสองสิ่งรวมตัวกันเป็นหนึ่ง ทำให้แยกไม่ออกว่า สิ่งนี้คือรูปหรือนาม สสารหรือพลังงาน จุดที่สมดุลกันของสสารและพลังงาน คือ ความว่าง เพราะทั้งสองส่วน ล้วนอาศัยความว่างอยู่ ความว่างเป็นจุดที่เล็กที่สุด คือ ยอดของปิรามิด........

 


ความว่าง คือ สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ ไม่มีขอบเขต เพราะเล็กจนมองไม่เห็น มนุษย์จึงไม่รู้จัก เพราะใหญ่จนปราศจากขอบเขต มนุษย์จึงไม่สามารถเห็นสัณฐานและรูปทรง......

 



ความว่าง ไม่มีรูปร่าง........
ความว่าง ไม่มีสัณฐาน........
แต่ในความว่าง มีแก้วสารพัดนึก ที่มนุษย์มองไม่เห็น นั่นคือ "จิต"

 



"จิต" มีรูปร่าง คล้ายดังปิรามิด ที่หมุนรอบตัวเองเร็วจนมนุษย์ไม่สามารถมองเห็นรูปร่างได้ จนเกิดประกายไฟแห่งแสงสว่าง........



"จิต" เดินทางเร็วกว่า"แสง" เพราะแสงเกิดจากไฟ หนึ่งวินาที ไฟเกด-ดับ นับครั้งไม่ถ้วน.......
สภาพของจิต มีองค์สาม คือ เกิดขึ้น-ตั้งอยู่-และดับไป.......
อาการของจิต มีการคิดรู้-หยั่งรู้-และสัมผัสรับรู้......
จิต จึงเป็นต้นกำเนิดของปิรามิด!!!........

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ชนิดา เชิงสะอาด/CHANIDA ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-23 05:47:45


ความคิดเห็นที่ 1408 (1620863)

 

"จิต" มีรูปร่าง คล้ายดังปิรามิด

ที่หมุนรอบตัวเอง

เร็วจนมนุษย์ไม่สามารถมองเห็นรูปร่างได้

จนเกิดประกายไฟแห่งแสงสว่าง........



"จิต" เดินทางเร็วกว่า"แสง"

เพราะแสงเกิดจากไฟ

หนึ่งวินาที ไฟเกิด-ดับ นับครั้งไม่ถ้วน.......

สภาพของจิต มีองค์สาม

คือ เกิดขึ้น-ตั้งอยู่-และดับไป.......

อาการของจิต มีการคิดรู้-หยั่งรู้-และสัมผัสรับรู้......

จิต

จึงเป็นต้นกำเนิดของปิรามิด!!!.

 

ขอบคุณที่มาของข้อมูลจาก

http://www.buddhapoem.com/index.php?lay=boardshow&ac=webboard_show&Category=buddhapoemcom&thispage=1&No=196846

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ชนิดา เชิงสะอาด/CHANIDA ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-23 05:56:15


ความคิดเห็นที่ 1409 (1620865)

 อนุโมทนากับธรรมทานจากพี่เจี๊ยบและน้องเบสด้วยค่ะ

ที่มาส่งต่อธรรมทานใ้ชาวเกาะได้ัรับทราบ

แต่จะว่าไปแล้วเด็กขี้สงสัยพวกนี้

บางคนเค้าก็คงอยากรู้้จริงๆ

แต่ส่วนมากก็สงสัยเพราะต้องการต่อความยาว สาวความยืด

สงสัยเพื่อมาจับผิดอีก

ได้แต่หวังว่าซักวันพวกเคาจะเปลี่ยนความคิดนะคะ

มาช่วยกันรวมพลังกอบกู้ชาติ

ตามลิ้งค์ที่คุณหนึ่งแปะไว้เลยค่ะ


อนุโมทนากับข้อมูลเพิ่มเติมจากพี่ชนิดาด้วยค่ะ

และอนุโมทนากับคุณบุญศิริด้วยค่าา

ผู้แสดงความคิดเห็น นันทนา แหกาวี ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-23 07:18:40


ความคิดเห็นที่ 1410 (1620878)

 ใครที่สงสัย


ว่าตนเอง มีชื่ออยู่โลกันต์

ก็ลองมาคุยกัน ในกระทู้นี้ก่อน

 

ใครที่คิดอยากร่วม

ปิดขุมโลกันต์ ก็มาแสดงตัว

ในกระทู้นี้ก่อนเท่านั้น

นะจ๊ะ จะบอกให้

*****************
หนูเองขอร่วมปิดขุมนรกนี้ด้วยค่ะ
เพราะที่ผ่านมาทำกรรมหนักมามาก
และทำบ่อยครั้ง รู้ว่าชั่วแต่ก็ทำอีก
ทั้งพูดทำให้แม่เจ็บช้ำน้ำใจ
เคยคิดอยากให้แม่ตายๆ ไปซะ
ได้ไม่ต้องทรมานคนที่ยังอยู่

พูดแสดงความอวดรู้ อวดดีกับแม่ทุกอย่าง
ใจดำไม่เคยถามไถ่แม่สักครั้ง
ว่าไม่สบายเป็นยังไง กินไรหรือยัง
เถียงคำไม่ตกฟาก ตัวเองดีที่สุด
คนอื่นดีสู้เราไม่ได้
กับคนอื่นพูดดีกับเขา
แต่กับแม่ตะคอก ตวาด 
เอาชนะข้างๆ คูๆ

และยังผิดหนี้สงฆ์ยาวนาน
ไปช่วยงานวัด แต่ก็อยากได้ของพระ
พูด ใช้ เล่เหลี่ยมให้ได้มาซึ่งของสงฆ์
ไปค้างคืนที่วัด ก็อยากนอนสบาย
อยากนอนห้องแอร์ซึ่งห้องแอร์
พระท่านใช้จำวัดอยู่ประจำ
พอพวกเราไป ท่านก็ต้องเสียสละ
มานอนข้างนอก 
ส่วนเราได้ไปนอนในห้องแอร์แทน

ทั้งเคยคิดปรามาส ตำหนิติเตียน
พระ ชี ผู้ทรงศีล มีบุญมาก
ว่าของจริงหรือเปล่า 
สงสัยในเงินที่ทำบุญ
ว่าจะได้บุญหรือเปล่าหนอ
คิดเสียดายเวลาทำบุญไป
เคยคิดรำคาญเวลาฟังพระสวด
พูดคุยเวลาฟังธรรม สวดมนต์
มากมายหลายเรื่องราวค่ะ
ที่พูดวันนี้ก็ไม่หมด 
ซึ่งในแต่ละเรื่องราวนั้นทำบ่อย 
มากกว่า 2-3 ครั้งแน่นอน
โลกันต์คงเป็นที่ ที่ตุ้ยต้องไปแน่
ผู้แสดงความคิดเห็น ตุ้ย ศิริพร โฉมจันทร์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-23 09:24:17


ความคิดเห็นที่ 1411 (1620891)

วันเสาร์ที่ 21-07-55 


ได้ร่วมสร้างกิจกรรมแรงกายด้วยการช่วยกันดายหญ้าข้างรั้ว ทำรั้วไม้แบบชั่วคราว

และเรียงกระเบื้องหลังคาไว้ตามแนวรั้ว ช่วยกันขนย้ายข้าวของที่โรงทานเก่า

มาไว้ที่ด้านล่างของอาคาร 3 ชั้น  รู้สึกว่าวันนี้ได้ใช้แรงกายสร้างบุญอย่างเต็มที่

ถึงเวลาสนทนาธรรมช่วงกลางคืน ท่านอาจารย์เปิดให้ถามคำถามที่สงสัยได้

เริ่มจากพี่ไอซ์ได้ถามถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมือเท้าปากที่กำลังระบาดอยู่ในตอนนี้

ซึ่งเป็นออเดิร์ฟที่เบื้องบนจัดมาให้ ยังมีพาเพรดโรคระบาดอีกชุดใหญ่ที่กำลังจะมา 

เช่น อหิวาตกโรคที่กำลังจะกลับมา และโรคอุบัติใหม่ "อินเทอร์โรไวรัส"

ที่มา: http://manager.co.th/Qol/ViewNews.aspx?NewsID=9550000089905
 
หากเรายังใช้มือ เท้า ปาก และสมอง ละเมิดสิทธิ์ผู้อื่น ผิดศีล ลักทรัพย์ 

ทำร้ายผู้อื่น ฆ่าคน ฆ่าสัตว์ ตบตี เขียนข้อความเท็จ เขียนเอกสารเท็จ 

คิดไม่ดี นิ่งดูดายเมื่อเห็นคนอื่นทำผิด เวลาเดือดร้อนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็จะไม่ช่วย

เพราะเราไม่เคยช่วยใคร เมื่อดูดายในทุกข์ของคนอื่น ทุกข์นั้นก็จะย้อนหาเรา

และถ้าคิดกรรมไม่ออก โรคที่เป็นก็จะยังไม่หาย 

เหมือนก้อยที่ใช้ปากไปในทางที่ไม่ดี ทั้งโกหก ปลิ้นปล้น กระล่อน ตอแหล นินทา 

ใส่ร้ายคนอื่นแต่เอาความดีเข้าตัว ตะกละตะกลาม 

ผลที่เกิดก็คือรูปปากไม่สวย เพราะฟันล่างยื่นออกมา 

ฟันเก ฟันผุ หาหมอรักษาก็กลับมาเป็นอีก

ส่วนฟันที่ยื่นก็ไม่สามารถดัดได้ตามปกติ ต้องผ่าตัดขากรามทีข้างละ 

ข้างนึงค่ารักษาประมาณ 60,000 - 120,000 บาท (ต้องผ่าตัดทั้ง 2 ข้าง)

แถมยังเสี่ยงมาก เพราะต้องผ่าเข้าไปถึงกระดูกที่มีเส้นประสาทใหญ่ 

ท่านอาจารย์ได้เมตตาบอกว่าถ้าค้นหาสาเหตุเจอ และทำได้เมื่อไหร่ 

ปากจะดีขึ้น และไม่ต้องไปผ่าตัดด้วย ถึงไปผ่าก็จะกลับมาเป็นอีก

ลูกขอกราบขอบพระคุณในความเมตตาของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย, อาจารย์อุบล

ที่ทำให้ลูกได้รู้ถึงสาเหตุของโรคภัยที่เกิดขึ้นกับตัวเอง และพยายามที่จะดับเหตุนั้นค่ะ
 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ก้อย วินิตา สุทธิวรา ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-23 11:54:42


ความคิดเห็นที่ 1412 (1620897)

ธรรมทานวันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ.2555

โรคมือ เท้า ปาก และ โรคไข้สมองอักเสบ นี่แค่ เริ่มต้น

     ในช่วงแรกของคืนนี้ ท่านอาจารย์อุบลได้พูดถึง เรื่องโรค มือ เท้า ปาก ที่ก่อนหน้านี้ กระทรวงสาธารณสุข ออกมาแถลงว่าจะเกิดเฉพาะ เด็ก จนถึง ปัจจุบัน ผู้ใหญ่ ก็สามารถเป็นได้

     ในทางวิทยาศาสตร์ อาจจะเป็นเพราะเชื้อโรค แต่ ในทางพุทธศาสนา สาเหตุของโรคต่างๆ ล้วนเกิดมาจากการที่เราผิดศีล โรค มือ เท้า ปาก ก็คือ นำอวัยวะนั้นๆ ไปใช้ในทางที่ผิดศีล อย่างที่พวกเราเข้าใจ

     แต่ตอนนี้ แค่ ไม่ทำบาป ก็ไม่เพียงพอแล้ว เราต้องอวัยวะไปใช้ทำำในสิ่งที่ถูก ไม่เพิกเฉย เหมือนธรรมทานของ เด็ก นร.ที่สถาบันราชภัฏราชมงคลอยุธยา ที่ แม้เราไม่ได้ทำเอง แต่ เรานิ่งเฉย ก็เหมือนเห็นดีเห็นงามไปกับเขาด้วย ดังนั้นควรจะใช้ อวัยวะต่างๆไปเพื่อส่วนรวมให้มากที่สุด

     เพราะ เมื่อเรานิ่งเฉย เมื่อเห็นคนทำผิด สิ่งศักดิ์สิทธิ์เอง ก็จะนิ่งเฉย เมื่อเราเกิดเคราะห์กรรมเช่นกัน เพราะเราไม่เคยทำเพื่อใครเลย แล้วใครจะมาทำเื่พื่อเรา

     และโรคมือ เท้า ปาก และโรคไข้สมองอักเสบ ก็เป็นแค่ สัญญาณเตือนให้คนรักษาศีล 5 ถ้ายังไม่เปลี่ยน โรคต่างๆ จะยกขบวนกันมาหาเราอย่างตั้งตัวไม่ติดเลย

     บางโรคไม่มีแม้ยารักษา อีกทั้งโรคอหิวาฯ สายพันธุใหม่ ในตอนนี้ ให้ทุกคนรักษาศีลให้บริสุทธิ์ ยิ่งใช้ร่วมกับรหัสอ.อุบลช่วยด้วย และ จี้สฟิ้งค์ เราจะสามารถช่วยคนได้อีกมากครับ เมื่อวันอาทิตย์ เห็น พี่ๆน้องๆ ซื้อ จี้สฟิงค์เพิ่ม เพราะล๊อตเก่าได้หมดไปแล้ว

บุญเหมือนน้ำ ตอคือกรรม

     ท่านอาจารย์ได้เตือน พี่อรที่ห่างบุญจนธุรกิจเริ่มกลับมาแย่ลง อีกครั้งนึง เพราะ ช่วงที่อรขาขึ้นนั้น เป็นเพราะบุญดันขึ้นมา พอห่างบุญ บุญก็หมด อุปสรรคก็เริ่มผุดขึ้นมาเหมือนตอ เราที่นั่งเรือไปกว่าจะถึงฝั่ง พอมาเจอตอ เรือก็ติดๆ ขัด ดังนั้นเราต้องหมั่นเติมบุญอยู่เสมอ บางครั้งก็เป็นบททดสอบว่า พอธุรกิจการงานดีแล้ว จะลืมบุญไหม

ธรรมทานจากคุณโชคและครอบครัว

ฟางเส้นสุดท้าย...รหัสอ.อุบลช่วยด้วย

     ครอบครัวคุณโชคได้รู้จักบ้านสวนมาจากการติดตามรายการคุยไปแจกไป แต่เนื่องจากคุณโชคไม่ได้ศรัทธา แต่ก็ไม่ได้ลบหลู่

     คุณโชคเองได้เล่าว่าตนเองได้เรียนวิชาไสยศาสตร์ มาจากคุณตา มาตั้งแต่ เด็กๆ ซึ่งที่คุณโชคเรียนจะออกแนวทำเสน่ห์ มองผู้หญิง แค่ 3 วัน เป็นอันเสร็จคุณโชคทุกราย (ไม่รู้ว่าเคยแอบใช้ กับท่านอาจารย์อุบล หรือเปล่า ท่านบอกว่าให้ลองดู ไม่รู้ว่า 3 วัน 3 ปี หรืออีกกี่ชาติจะสำเร็จหรือเปล่า) ซึ่งคุณโชคเองยังเป็นผู้ที่ฝึกสมาธิสายหลวงปู่มั่น ที่สืบทอดกันมา จนคิดว่า สมาธิ ที่ตนได้เรียนมานั้น ไปเพิ่มอาุนุภาพให้กับไสยศาสตร์ที่ตนได้เรียนมา

     แต่ก็เอาไปใช้ในทางผิดศีลข้อ 3 มีแฟนอยู่ 3 คนในปัจจุบัน แต่ที่ทำผิดมาก่อนหน้านั้น ร่วม 20-30 คน ในทางพุทธ ผู้ที่มีศีล จึงเป็นผู้ที่มีสมาธิ

     แต่ที่คุณโชคบอกว่าตัวเองฝีกสมาธิมานั้น แต่นำไปใช้ในทางผิดศีลนั้น บางที คุณโชคอาจจะเข้าใจเรื่องสมาธิผิดก็ได้

     มีอยู่ครั้งหนึ่งที่คุณโชคได้ไปปิดทองแล้วก็อฐิษฐานว่าขอให้ องคชาติแข็งแรง ทำคนในห้องงง กันมากเพราะไม่มีใครเคยอฐิษฐานแบบนี้

     ในปัจจุบันคุณโชคมีปัญหาเป็นต่อมลูกหมากอักเสบ ฉี่ไม่ออก ไปโรงพยาบาลหมอ ก็วินิจฉัยว่าอาจจะเป็นเนื้องอก เพราะมีอาการฉี่ไม่ออก เหมือนมีเนื้องอกไปสกัดทางออกของปัสสาวะ คุณโชคเองหมกมุ่นทางกาม และผิดศีลข้อ 3 จนมาถึงปัจจุบัน คุณโชค อายุ 40 ปี

     เพราะบางทีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ใ้ห้โอกาสกลับใจ แต่เมื่อยังทำผิดศีลอยู่ก็ถึงเวลารับผลของกรรม ตอนที่คุณโชครู้ว่าอาจจะมีเนื้องอก ก็ได้ขอสิ่งศักดิ์ครูบาอาจารย์ที่คุณโชคนับถือหลายๆท่านแต่ก็ไม่ได้ผลเลย

     จนมาถึงฟางเส้นสุดท้าย รหัส อ.อุบลช่วยด้วย จากที่ไม่ศรัทธา พอหมดทางเลือกแล้ว อะไรที่พอยึดเกาะได้ก็ต้องเอาไว้ก่อน คุณโชคจึงลองใช้ดู ปรากฎว่าจากที่ไม่มีแรงก็มีแรงมากขึ้น น้ำปัสสาวะก็ออกมาเป็นเลือด จนกระทั่ง เป็นน้ำปัสสาวะใสๆ อาการดีขึ้น ส่วนคุณโชคเองจึงได้เริ่มศรัทธาขึ้นมาแล้ว

     จนถึงวันที่ต้อง ขึ้นขาหยั่งสวนรูปัสสาวะ ต่อหน้า พยาบาล 6-7 คน คุณโชคเอง บอกว่า อายมากๆ จากที่เคยดูคนอื่นแก้ผ้า ตอนนี้ ต้องมาแก้ผ้าให้คนอื่นดู

     ฟางเส้นสุดท้าย คือ รหัส อ.อุบลช่วยด้วย นี่ก็เป็นแผนของเบื้องบนที่ปล่อยให้ คนปรามาส เอาไว้ถึงวันนั้นจริงๆ แล้ว แม้ไม่ศรัทธา จนไม่เหลือที่พึ่งแล้วนั่นแหละ จะเป็นสิ่งที่ช่วยชีวิตเขาเหล่านั้น 

ผิดกฎสวรรค์บ้านสวนฯ แล้วเป็นยังไง

     หลังจากที่คุณโชคตัดสินใจมาบ้านสวน และได้ลงชื่อไว้ 5 คน แต่ มา 6 คน คุณโชคเองก็เกิดอาการฉี่ไม่ออกอีกครั้งหนึ่ง จึงเป็นอุทาหรณ์ เลยว่า เมื่อคุณทำผิดกฎฯ รหัสก็ใช้ไม่ได้ผล

     คุณแม่ของคุณโชคเอง(คุณแต๋ว) เคยมาบ้านสวนแล้ว 2 ครั้ง แต่ก็มาแบบผิดกฎ ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น คิดแต่ตัวเองมีทุกข์ แต่เมื่อมาแบบผิดๆ ก็ต้องได้รับผลกรรม

     หลังจากที่มาแบบผิดกฎแล้ว รายได้จากการขายพวงมาลัยก็ลดลง จาก6,000 - 3,000 - จนเหลือแค่ พอซื้อของร้อยดอกไม้คือ 300 บาทเท่านั้น และจากป้าแต๋วที่ิผิดกฎแล้วก็ส่งผลเป็นลูกโซ่ไปถึง คุณโชคด้วย ซึ่งเป็นที่ปรึกษาที่ต่างประเทศและเปิดบริษัททำธุรกิจเกี่ยวกับทอง มีเงินหมุนเวียน หลักล้าน แต่ ตอนนี้ มีเงินในบัญชี แ่ค่ 2,000 เอง การงานก็ติดขัด

     มาดูๆแล้วผลจากการผิดกฏบ้านสวนส่งผลรุนแีรง และเป็นกรรมที่ไปรวมตัวกับที่คุณโชคผิดศีลข้อ 3 ด้วย ซึ่งการผิดศีลข้อ 3 มันก็ต้องไปพ่วงกับศีลข้อ 4 อีกเพราะ เวลาจะจีบใครก็ต้องผิดศีล ข้อ มุสาอีก

รับปากแล้วไม่ทำ ส่งผลร้ายแรง

     คราวนี้มาถึง คุณอาร์ท เองก็เคยผิดสัจจะกับท่านอาจารย์อุบลว่า เคยจะออกมาให้ธรรมทานเรื่องการมาบ้านสวนแบบผิดกฎ แต่คุูณอารท์เห็นว่าคนเยอะเกรงใจ เลยไม่ทำตามสัจจะ

      ผลที่ได้รับก็คือ มีอาการ ตาอักเสบ ไซนัสอักเสบ กล้าเนื้ออักเสบ ไปโรงพยาบาลก็ได้แค่ยาแก้แพ้ กับ ยาพารามาแค่นั้น รายได้ก็ตกต่ำ

     คุณแต๋วเองก็เคยบอกกับลูกทั้ง 2 ว่าอยากมาบ้านสวน แต่ คุณอาร์ทบอกว่า ไม่เอากลัว แค่พูดแบบนี้ก็ส่งผลจนสุขภาพย่ำแย่ รายได้ตกต่ำ จนสำนึกได้จึงจุดธูป 16 ดอก ขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และท่านอาจารย์อุบล รายได้ก็เริ่มดีขึ้น จนสุดท้ายตัดสินใจมาบ้านสวนกันทั้งครอบครัว ซึ่งการมาในคราวนี้ก็ผิดกฎซ้ำซากอีก

เมตตา-มารยาท

    หลังจากที่คุณโชคและครอบครัวตัดสินใจมาบ้านสวนในอาทิตย์ที่แล้ว แต่แจ้งไว้ในเครื่องฝากเสียง แค่ 1 วัน ซึ่งถือว่าผิดกฎแต่ตัวเองคิดว่า ตนเองมีทุกข์ บ้านสวนฯน่าจะมีเมตตา กับคนทุกข์ ซึ่งพี่อัญ-พี่แมวก็ได้บอกว่าผิดกฎ ไม่อนุญาติให้อยู่ร่วมบุญ อนุญาติให้แค่ขึ้นไปไหว้พระ จริงๆถ้าทุกคนคิดแบบนี้ คนคงล้นทะลักบ้านสวน เพราะ เนื้อที่ในบ้านสวนมีจำกัด ที่นอนมีจำกัด อีกอย่างที่นี่เป็นบ้านสวนตัวของท่านอาจารย์อุบล

     คุณโชคก็เกิดความน้อยใจว่า คนมีทุกข์มาทำไมไม่ช่วย แต่ในความจริงแล้ว ลองคิดกลับกันว่า เป็นบ้านคุณอยู่ดีดี คนคิดจะมาก็มา เจ้าบ้านอาจจะไม่สะดวกรับแขก หรือต้องการอความเป็นส่วนตัว

     ท่านอาจารย์อุบลก็ได้บอกว่าถ้าคุณโชคถ้าดันทุรังเข้ามาอาจจะถึงแก่ชีวิต ส่วนพี่แมว พี่อัญก็ต้องรับเคราะห์ไปด้วย ซึ่งไม่เป็นผลดีกับใครเลย เพียงเพราะความอยากของตัวเองฝ่ายอาจจะส่งผลเสียทั้งตัวเอง และผู้อื่น

     การที่มาแบบนี้ เหมือนกับการคิดถึงแต่ตนเองไม่สนใจ แต่ก็จะไปขอความช่วยเหลือจากเขา แต่เรากลับละเมิดเขาแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ เป็น มารยาท เป็นพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันในสังคม การเอาใจเขามาใส่ใจเรา ไม่ควรเห็นแต่ความสุขของตัวเอง

     หลังจากที่ครอบครัวคุณโชคออกมาข้อขมา แก้ที่ตันเหตุอาการต่างๆ ก็ หายไปถึง 99 เปอร์เซนต์ เหลือไว้ 1 เปอร์เซนต์ เอาไว้คิดเป็นการบ้านว่ายังไม่ขอขมาใคร

ถึงทำเพราะหน้าที่ แต่ผลกรรมก็ส่งผล

     คุณบุญศิริ อดีตพยาบาล ออกมาสารภาพบาปเพิ่มเติม จากที่เคยจำ จำนวนเด็กที่ทำแท้งผิดว่าประมาณ 20 คน ที่เคยได้มีส่วนร่วมในการทำแท้ง เพราะหน้าที่ เพราะเด็กที่จะมาทำแท้งนั้นมีอายุราวๆ 12 ปี ซึ่งถ้าปล่อยให้เด็กทารกคลอดออกมาอาจจะเกิดปัญหาสังคม แต่ก็เป็นกรรม คุณบุญศิริ เคยออกมาแจ้งว่า ราว 20 คน แต่ มานั่งนึกย้อน จำนวนก็ หลักเกือบๆร้อย ผลกรรมจากการทำแท้งนั้น คือ ปวดส่วนต่างๆของร่างกาย มีปัญหาชีวิต ควมคุมอารมณ์โกรธ ไม่ได้

คำถาม-คำตอบ

1.ธรรมทานในเวปไซต์ ทำไมไม่ค่อยมีคนเขียน

-เกิดจากเจ้ากรรมนายเวรปิดกั้น เพราะ บุญธรรมทานเป็นบุญที่ทำให้ รวยก็รวยเร็ว หายป่วยเร็ว ช่วยให้หลุดกรรมเร็ว ท่านอาจารย์ก็พยายามกระตุ้นให้พวกเราเขียนกัน โดยให้เขียนกัน 99 ตอนเป็นอย่างน้อย หากไม่รู้ว่าจะเขียนอะไรก็ เขียนเรื่องของตัวเอง เขียนเรื่องที่ได้พบเจอ เขียนสิ่งทีไ่ด้มาเจอในบ้านสวน เขียนแสดงความเห็นต่างๆ ในเวป

2.ปิรามิดของอียิปต์ ทำไม ท่านอาจารย์ถึงไปนำมาใช้กับศาสนาพุทธ

- เพราะ ปิรามิดเป็นเครื่องขยายบุญ และบาป และเป็นเครื่องย่นย่อเวลา ทำบุญ-บาปไม่ต้องรอชาติหน้า เห็นกันชาตินี้เดี๋ยวนี้ ด้วยพลังปิราิมิด ซึ่งในหลายๆดวงดาว หลายๆประเทศก็มี ทำไมคนชอบคิดว่าไปเอามาจากอียิปต์ เหมือน ดวงอาทิตย์ ไม่ว่าใครก็มีสิทธิ์ใช้ได้

     ทำไม เราต้องปฎิเสธความสุข โดยเอา ศาสนา เชื้อชาติ มาปิดกั้น ถ้าคนที่คิดแบบนี้ ทำไม คนไทยไม่ใส่โจงกระเบน ผ้าสไบ ไม่ใส่เสื้อผ้าประเทศอื่นทำไม รถยนต์ ก็ไปใช้ ของต่างประเทศทำไม ทำไมไม่ใช้เกวียน สิ่งของที่คนไทยคิดเอง

3.ทำไมคนชอบคิดว่า บ้านสวนพีระมิดเป็นลัทธิ

- พวกคนที่คิดว่าบ้านสวนพีระมิดเป็นลัทธิ จริงๆแล้วรู้ความหมายของคำว่าลัทธิไหม ซึ่งในพระไตรปิฎกๆ ได้กล่าวถึง ลัทธิต่าง และแบ่งออกเป็น 6 ประเภท

1.ความเห็นว่า "ทำก็ไม่ชื่อว่าทำ" เช่นคนทำบุญ ทำบาปก็ไม่ชื่อว่าทำบุญทำำบาป บุญไม่มี บาป ไม่มี ความดี ความชั่วไม่มี

2.ความเห็นว่า "ไม่มีเหตุ ไม่มีปัจจัย" สัตว์ทั้งหลายจะได้ดีได้ชั่ว ได้สุขหรือได้ทุกข์ก็ได้ทุกข์เองไม่ใช่ได้ดีเพราะทำเหตุดีหรือได้ชั่วเพราะทำเหตุชั่ว สัตว์ทังหลายเที่ยวเวียนว่ายตายเกิดแล้วก็บริสุทธิ์ได้เอง

3.ความเห็นว่า "ไม่มีผล" คือการทำบุญทำทานไม่มีผล การบูชาไม่มีผล การบูชาไม่มีผล

4.ความเห็นว่า "เที่ยง" สิ่งทั้งหลายทั้งปวง เที่ยงยั่งยืนอยู่อย่างนั้นเช่น โลกเที่ยง จิตเที่ยง สัตว์ทั้งหลายเคยเกิดเป็นอย่างไรก็เกิดเป็นอย่างนั้นตอดกาลตลอดสมัย ดิน น้ำ ลม ไฟ เป็นของเที่ยง

5.ความเห็นว่า "ไม่แน่นอน" ซัดส่ายไหลลื่น เพราะเหตุหลายอย่างเช่น

5.1 เพราะเกรงว่าจะพูดปด จึงปฎิเสธว่าอย่างนี้ไม่ใช่

5.2 เพราะเกรงจะเป็นการยึดถือ จึงปฏิเสธ

5.3 เพราะเกรงว่าจะถูกซักถาม จึงปฏิเสธ

5.4 เพราะโง่เขลาจึงปฏิเสธไม่ยอมรับและไม่ยืนยันอะไรทั้งหมด เจ้าลัทธินี้เป็นอาจารย์เดิมของ พระโมคคัลลานะและ พระสารีบุตร

6.ลัทธิืั้ที่ถือการทรมานกายเป็นทางไปสู่ความพ้นทุกข์ มีความเป็นอยู่อย่างเข้มงวด กวดขันต่อร่างกาย เช่นอดข้าว อดน้ำ ตาแดด ตากลมไม่นุ่งผ้า เช่นพวก นิครนถ์ เจ้ลัทธินี้ คือศาสดา องค์ที่ 24 ของศาสนาเซนนั่นเอง

     ปัจจุบัน ลัทธิทั้ง 6 มีอยู่เพียงลัทธิเดียว นั่นคือ ลัทธิืัที่ 6 เป็นที่รู้จักกันใน ศาสนาเซน มีผู้นับถือในอินเดีย เป็นล้านคน อยู่ในฐานะเป็นศาสนาหนึ่งของอินเดีย แต่แพร่ออกจากอินเดียไม่ได้ เพราะเคร่งครัดเกินไป นักบวชจะขึ้นรถลงเรือก็ไม่ได้

     ซึ่งในบ้านสวนไม่ได้อยู่ในข่าย ลัทธิ แต่อย่างใด บ้านสวนพีระมิด นำธรรมมะที่ พระพุทธองค์ทรงค้นพบ มาเผยแผ่ โดยนำ พีระมิดเป็นเครื่องพิสูจน์กฏของกรรม และ ขยายบุญ ขยายบาป สังเกตุว่าทำไม ทำบุญที่อื่น ผลบุญ-บาป จึงไม่แรงเท่าที่นี่ และเห็นผลเร็วแบบนี้

ขอกราบขอบพระคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกๆพระองค์ที่รักษาท่านอาจารย์อุบลและครอบครัว ขอผลบุญนี้ แก่ท่านอาจารย์อุบลและครอบครัว เทวดาที่รักษาท่านอาจารย์อุบล

ขอนุโมทนากับธรรมทานจาก พี่เจี๊ยบ น้องเบส พี่ตุ้ย พี่ชนิดา คุณก้อย และทุกๆท่านด้วยครับ 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น วีร์พสุตม์ ลิ้มสกุลภักดี (เอิ้น) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-23 12:52:56


ความคิดเห็นที่ 1413 (1620935)

ธรรมทานวันเสาร์ที่ 21 ก.ค. 55

โรคมือ เท้า ปาก นี่แค่การเริ่มต้นเท่านั้นเองค่ะ ส่วนของจริงกำลังจะทยอยกันมาชนิดที่เรียกว่าไม่ทันตั้งตัวกันเลยทีเดียว โรคบางอย่างไม่เคยเห็นมาก่อนและไม่ต้องคิดหาทางรักษา เพราะเป็นโรคกรรม เป็นได้ทุกเพศทุกวัย จะเกิดกับคนที่ใช้มือ เท้า ปาก รวมทั้งสมองไปในทางที่ไม่ดี และคนที่มีอวัยวะแล้วไม่ใช้ให้เกิดประโยชน์ด้วย เช่น

มือ ใช้ลักทรัพย์ ทำร้ายคนอื่น ฆ่า เขียนข้อความไม่ดี เป็นเท็จ หยาบคาย และสำหรับคนที่มีมือและไม่ยอมใช้มือให้เป็นประโยชน์หรือไม่ยอมเขียนธรรมทานก็จะเจอโรคนี้เช่นกันค่ะ

เท้า เดินไปในสถานที่ไม่ดี ใช้เท้าแทนมือ

ปาก คนปากไม่สวย เกิดมาจากการที่ชอบพูดโกหก กะล่อน ปลิ้นปล่อน ตอแหล ชอบใช้วาจาที่ไม่เป็นประโยชน์ ตะกละ ชอบกิน กินที่ไม่สมควรกิน

สมอง คิดผิดศีล ละเมิดผู้อื่น คิดอกุศล

ถ้าเป็นแล้ว ไม่สำนึกก็ไม่มีทางหาย และอหิวาตกโรคก็กำลังจะมา ตอนนี้คนดี ดีเฉยๆไม่ได้แล้ว จะต้องลุกขึ้นมาทำความดีด้วย เห็นอะไรที่ไม่ถูกต้องก็ต้องลุกขึ้นมาช่วยกันทำให้ถูกต้อง ยิ่งเกี่ยวกับชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ถ้าเฉยไม่ทำอะไร ก็จะถูกภัยพิบัติเก็บกวาดไปด้วยแน่นอน

จี้องค์เทพสฟิงซ์ ต้องใช้ควบคู่กับการทำความดีถึงจะได้ผลดียิ่งขึ้น แต่ถ้าทำผิดศีลทำชั่ว ท่านก็จะไม่ช่วย ใช้ไม่ได้ผลค่ะ

ท่านอาจารย์เมตตาบอกว่าใครอยากรอดได้อยู่ในยุคชาววิไล รอดพ้นภัยพิบัติ ปลอดภัยจากโรคระบาด ให้เขียนธรรมทาน ซึ่งเป็นบุญใหญ่ เขียนให้ได้ 99 ตอนเป็นอย่างน้อย ถ้าไม่รู้จะเขียนอะไร ก็ให้เขียนเรื่องของตัวเอง

ธรรมทานจากคุณโชค

คุณโชคเล่าว่า ตั้งแต่เด็กได้เรียนวิชาอาคมด้านไสยศาสตร์เกี่ยวกับการทำเสน่ห์ยาแฝด จิตใจก็หมกหมุ่นเกี่ยวกับการทำผิดศีลข้อ 3 มาตั้งแต่เด็กอายุประมาณ 6-7 ขวบจนตอนนี้อายุได้ 40 ปี ได้ใช้วิชาที่เรียนมากับผู้หญิงที่ตนเองชอบ ได้ละเมิดผู้หญิงทางกาย 5 คน ทางวาจา 20-30 คน ทางมโนกรรมนี่เยอะมาก ทำผิดศีลข้อ 3 และข้อ 4 รวมกัน พอคุณโชคมีอาการป่วยเป็นต่อมลูกหมากอักเสบ ฉี่ไม่ออก ก็เริ่มรู้ว่าเป็นเพราะทำผิดศีล เริ่มมีอาการมาตั้งแต่ มกราคม 55 เป็นหนักสุดเมื่อประมาณ 5 ก.ค.ตั้งแต่ 4 ทุ่ม ทรมานมาก เรียกให้ครูบาอาจารย์ของคุณโชคช่วย ก็ไม่หาย จนฟางเส้นสุดท้าย จึงนึกถึงท่านอาจารย์อุบล เพราะเป็นความหวังสุดท้ายจึงได้ใช้ รหัส อ.อุบล ช่วยด้วย ทั้งที่ไม่ได้ศรัทธา  แต่อาการกลับดีขึ้น มีเรี่ยวแรงขึ้น จากที่ไม่เคยศรัทธา ไม่เคยเชื่อ และคิดว่าเส้นทางเดินคนละทางกันจึงไม่ได้สนใจ แต่กลับเรียกให้ท่านช่วย และได้ผล จึงทำให้คุณโชค เชื่อและศรัทธาท่านอาจารย์เต็ม100%และอยากที่จะมาหาท่านอาจารย์เพื่อมาขอบคุณและมาขอขมาที่เคยปรามาสท่าน และอยากมากราบท่านด้วยใจจริง นี่เป็นแผนของเบื้องบนที่ให้คนที่ปรามาส ไม่เชื่อ ไม่ศรัทธาจะต้องรับรู้ด้วยตนเองเพื่อช่วยให้ได้เข้าสู่ธรรมค่ะ

ซึ่งตัวพจน์เองก็เป็นหนึ่งตัวอย่างที่เคยมีจิตคิดปรามาสท่านอาจารย์อุบล เสด็จพ่อท่านท้าวเวสสุวรรณ พระพุทธองค์ พระเจ้าอยู่หัว ทำให้ได้รับความทุกข์ใจเป็นอย่างมาก มีอาการกินไม่ได้ นอนผวา ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะทำอะไร หดหู่ใจ มีอาการเหมือนคนที่ตายทั้งเป็น แต่ก็ยังโชคดีที่ตัวเองยังสำนึกได้ และยังได้มีโอกาสมาขอขมาท่านอาจารย์อุบล เสด็จพ่อท่านท้าวเวสสุวรณ พระพุทธองค์ พระเจ้าอยู่หัว ทำให้สบายใจขึ้น อาการทุกอย่างดีขึ้น ได้มีโอกาสกลับตัวกลับใจเปลี่ยนแปลงตนเองให้ดีขึ้นทั้งทางความคิด การกระทำและคำพูด ได้เข้าสู่ธรรม ได้รับรู้ด้วยตัวเองค่ะ

ท่านอาจารย์ได้เมตตาเปรียบเทียบเรื่องของกรรมไว้ว่า กรรมเหมือนตอ เปรียบบุญเหมือนน้ำ และชีวิตเราเหมือนเรือ ตอกรรมไม่มีทางหายไปไหน เรายกเลิกกรรมไม่ได้แต่เราหนีกรรมได้โดยเราต้องคอยเติมบุญโดยการทำความดีในทุกทาง ทำเพิ่มขึ้นให้ต่อเนื่อง แต่ถ้าเมื่อใดเราไม่ทำความดีไม่เติมบุญ น้ำซึ่งคือบุญก็จะลดลงเรื่อยๆ จนตอเริ่มผุด เรือหรือชีวิตของเราก็จะเคลื่อนต่อไปไม่ได้ หรือมีแต่อุปสรรคขัดขวางตลอดค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น พรหมภัสสร กฤตธกร (พจน์) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-23 15:43:02


ความคิดเห็นที่ 1414 (1620955)

 


และวันเสาร์ที่ 21 ก.ค.55 นี้
ตัวเองได้มีโอกาสเข้าร่วมบุญด้วย

เริ่มด้วยท่าน อ.อุบลได้พูดเรื่อง
โรค มือ เท้า ปาก ที่กำลังระบาดอยู่ขณะนี้
เนื่องด้วยมนุษย์ใช้มือ เท้า ปากในทางที่ผิด
รวมทั้งอวัยวะอื่นๆด้วย ทั้งตา หู คอ ฯลฯ
และไม่มีวัคซีนใดรักษาได้
และจะมีโรคระบาดพาเหรดกันมาอีกแน่นอน
เหตุที่เด็กๆ เป็นก่อนก็เพราะเมื่อเด็กเป็นแล้ว
คนที่ทุกข์ใจก็คือพ่อแม่ ผู้เลี้ยงดู นับเป็นมรดกกรรมด้วย

พระพุทธองค์ทรงมีพระบัญชาให้พวกเรา
เขียนธรรมทาน เรื่องราวของตัวเอง
ให้ได้อย่างต่ำ 99 ตอน ยิ่งมากยิ่งดี
แล้วจะพบทางสว่า หลุดพ้นกรรม 
ไปเขียนกันทั้งใน เฟสบุ๊คและเว็บบ้านสวน

สัปดาห์นี้ ได้มีครอบครัวของป้าแต๋ว และลูกๆ
ได้มาขอขมา ขอบคุณ เล่าเรื่องราวการละเมิดกฎบ้านสวน
ของครอบครัวตัวเองมาเป็นธรรมทานดังนี้ค่ะ


"ครอบครัวป้าแต๋ว ผู้ละเมิดกฎบ้านสวน"
 
คุณโชค ป่วยเป็นต่อมลูกหมากอักเสบ
ไปไหนก็ต้องหิ้วถุงฉี่ของตัวเองไปด้วย
คุณโชคเริ่มอาการป่วยด้วยการฉีขัดก่อน
และมาฉี่เป็นเลือด ตัวเหม็น
วันที่แย่ที่สุดคือเมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา
และได้ใช้รหัส อ.อุบลช่วยด้วย จน
สามารถขับรถกลับกรุงเทพฯได้ ทำให้มีแรงขึ้น

อาการที่เป็น คุณหมอให้แอดมิด แต่คุณโชคปฏิเสธ  
และระหว่างนั้นก็ได้ใช้ รหัส อ.อุบลช่วยด้วยตลอด
และในระหว่างเวลาผ่านไป 2-3 วันนั้น
ฉี่ของคุณโชคเริ่มสีใสขึ้น จนคุณหมอบอกว่า
อาการนี้ไม่ใช่เนื้องอก น่าจะเป็นแค่เพียง
ต่อมลูกหมากอักเสบเท่านั้น

และคุณโชคก็ได้เล่าถึงกรรมของตัวเองในสมัย 6 ขวบว่า
ได้เรียนวิชาคุณไสย เสน่ห์ยาแฝดกับคุณตา และเริ่ม
ลองวิชาใช้กับสาวๆ ตั้งแต่นั้นมา จนกระทั่ง ม.5
ได้มีอะไรกับผู้หญิงจริงๆ นำวิชามาใช้ในทางที่ผิด
เพียงแค่มองตาผู้หญิงก็คล้อยตามอย่างง่ายดาย

จนกระทั่งวันที่ตัวเองเจ็บหนัก
จึงได้รู้สึกสำนึกในบาปกรรมที่ทำมาทั้งหมด
ช่วงที่พยาบาล สวนสายเข้าท่อปัสสาวะนั้น เจ็บปวดมาก
จนอุจจาระพรั่งพรู ด้วยความเจ็บปวด
และเหมือนตัวจะระเบิดเป็นเสี่ยงๆ 
ด้วยคุณไสย์นั้นจะออกจากตัว
เมื่อคิดได้ จึงตั้งใจมาเล่าเรื่องราวของตนเป็นธรรมทาน
และขอบคุณที่ใช้รหัสอ.อุบลได้ผลค่ะ

ส่วนป้าแต๋ว คุณแม่ของครอบครัว
ได้มาขอขมาที่มาบ้านสวนโดยไม่ขออนุญาต
ไม่ทำตามกฎ
จนมาถึงลูกชายอีกคน คือคุณทรงชิน
มาขอขมาที่ตนเองนั้น รับปากว่า
จะมาเล่าเรื่องราวตัวเองเป็นธรรมทาน
แต่ก็เสียสัจจะ ด้วยเห็นว่าคิวเยอะแล้ว เกรงใจอาจารย์
เหตุนี้ทำให้ตัวเองกลับไปบ้านได้ไม่เท่าไร 
ก็ปวดหัวทั้งซีก ทั้งกรามอักเสบ ไซนัสอักเสบ
ในหูมีเสียงก๊อกแก๊ก
 
ทำในจิตก็บอกว่า เราไปผิดสัจจะกับท่านอ.อุบล
ทำให้คุณทรงชินต้องรีบมาจุดธูปขอขมาก่อน
จุดธูป 16 ดอก เพราะคุณทรงชินคิดว่า
ควันธูปจะลอยไปถึงท่าน อ.อุบล
และจุด 16 ดอกหมายถึงเทพชั้นสูงสุด
และต้องหันหน้าไปทางนครนายกด้วยจึงจะขลัง
ถ้าหันหน้าไปทางฉะเชิงเทรา จะเป็นหลวงพ่อโสธรแทน
ถึงตรงนี้ทุกคนหัวเราะกันขำกลิ้ง
ท่านอ.อุบลก็บอกว่าไม่จำเป็นต้องจุดธูป 
เพราะจิตถึงกันอยู่แล้ว เวลาใช้รหัส
แค่คิดในใจก็เกิดผลแล้ว

หลังพูดสารภาพ อาการดีขึ้น
แต่ยังมีอาการก๊อกแก๊กในหูอยู่บ้าง
ท่านอ.อุบล บอกว่าเป็นเพราะแม่บอกให้มาบ้านสวน
ตัวเองก็ดุแม่ และห้ามแม่ว่า อย่าพูด ผมกลัวมาก
ต้องขอขมาแม่ เมื่อขอขมาแล้ว
อาการดีขึ้นจนเกือบเป็นปกติค่ะ


คุณบุญศิริ อดีตพยาบาลที่อเมริกา
ได้ออกมาสารภาพเพิ่มเติมจากครั้งก่อนที่แจ้งไว้ว่า
ได้มีส่วนร่วมรักษาคนไข้ทำแท้ง ประมาณ 20 คน
ไปนั่งคำนวนยอดจริงได้เป็นประมาณ 60 คน
ซึ่งยอดคลาดเคลื่อนจากของเดิมมาก
จึงต้องรีบมาชี้แจง สารภาพเพิ่มเติมค่ะ
เหตุนี้ทำให้ที่ผ่านมา คุณบุญศิริ มักมีอาการเวียนหัว
รักษาเท่าไรก็ไม่หาย การงานการเงินบางครั้งก็มีอุปสรรค
หลังสารภาพแล้ว อาการเวียนหัวก็ดีขึ้นค่ะ

ขอขอบคุณธรรมทานของทุกท่านค่ะ
และธรรมทานของท่าน อ.อุบลที่นำมาสอนสั่งพวกเราค่ะ
เดี๋ยวจะมาทยอยเล่าเรื่อยๆ ค่ะ
ผู้แสดงความคิดเห็น ตุ้ย ศิริพร โฉมจันทร์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-23 18:07:19


ความคิดเห็นที่ 1415 (1620967)

ขออนุโมทนาบุญกับพี่เจี๊ยบ น้องเอิ้น น้องเบส น้องตุ้ย และน้องพจน์ ที่มาเล่าบรรยากาศธรรมทานคืนวันเสาร์ที่ 21 ก.ค.

แต่ละคนเก็บรายละเอียดได้ครบถ้วยดีมาก จะเหลืออะไรมาเหลาได้มั๊ยเนี่ย

เริ่มจากคุณโชค

เป็นคนที่เรียนทางไสยศาสตร์ ทำเสน่ห์มาจากคุณตาตั้งแต่ 6 ขวบ  ชีวิตส่วนใหญ่วนเวียน หมกมุ่นเกี่ยวกับกามารมณ์  ผิดศีลข้อ 3 แม้ปัจจุบันก็มีแฟนพร้อมกันถึง 3 คน

คุณโชคบอกว่าไม่ได้ยุ่งเรื่องไสยศาสตร์นานแล้ว เพราะมามุ่งฝึกสมาธิกับครูบาอาจารย์หลายท่าน  จนได้รับความนับถือจากทางลาวมาก

เมื่อถึงเวลาต้องรับผลกรรมการผิดศีลข้อ 3 มีปัญหาเริ่มจากฉี่ขัดๆ จนฉี่ไม่ออก  ซึ่งอาการนี้จะทรมานสุดๆ เหมือนตัวจะระเบิด  ถ้าใครนึกไม่ออก ทรมานขนาดไหน โดยเฉพาะผู้หญิงที่ชอบอั้นฉี่ แล้วกระเพาะปัสสาวะอักเสบ จะฉี่ไม่ออก  ออกแบบกะปลิดกะปรอย ปวดแสบ นั่งอยู่ไม่สุข อันนี้อาการน้องๆของคุณโชค  ณ วินาที ที่คิดว่าตัวจะระเบิด  คิดว่าตายแน่ ได้นึกถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ครูบาอาจารย์ที่เคารพทุกท่าน อาการยังไม่ดีขึ้น ที่สุดนึกถึง รหัส อ.อุบลช่วยด้วย พอเรียกเสร็จอาการดีขึ้น พอขับรถมาโรงพยาบาลได้ และยอมให้ใส่สายสวนปัสสาวะ ซึ่งระบายเป็นปัสสาวะ เลือด และเหมือนชิ้นเนื้อออกมา  ระหว่างอยู่โรงพยาบาลใช้รหัส อ.อุบลช่วยด้วยตลอด  สังเกตเห็นว่าถุงปัสสาวะตัวเอง เริ่มใส เหมือนมีเศษชิ้นเนื้อออกมา  คิดว่า รหัสอ.อุบลช่วยด้วย ช่วยให้หายแน่  เนื้องอกที่หมอบอกว่าต้องผ่าตัดรักษา น่าจะหลุดออกมา  จึงตัดสินใจไม่ยอมผ่า  ใส้สายสวนคาไว้ 2 ครั้งหมอก็เอาออก  อาการดีขึ้นมากเริ่มฉี่ได้

 

แต่ก็มีเหตุ  แม่และน้องชายคือ คุณอาร์ท ลงชื่อขออนุญาติมาบ้านสวนฯ วันที่ 21-22 ก.ค.นี้ทั้งหมด 5 คน  พอดีแม่คุณโชค เป็นห่วงหลายชายอายุประมาณ 12-13 ซึ่งไม่ค่อยถูกกับแม่ตัวเอง  แกเลยคิดจะเอาหลานมาด้วย โทรถามคุณโชคว่าจะต้องขออนุญาติอีกมั๊ย  คุณโชคบอกไม่เป็นไรหรอก

ปรากฎว่าเกิดปัสสาวะไม่ออกอีก ต้องกลับไปใส่สายสวนอีก แล้ว วันที่ 14 ก.ค. ได้มาบ้านสวนฯ เลยโดยโทรขออนุญาติแบบฝากข้อความไว้วันที่ 13 ซึ่งถือว่าไม่ครบ 3 วัน  มาถึงมาเจอน้องอัญ  ซึ่งพอน้องอัญทราบว่ามาไม่ถูกกฎบ้านสวนฯ ก็พยายามอธิบายให้ทั้งคุณโชค คุณอาร์ท ฟัง แต่ดูทั้งสองคนพยายามหาเหตุผล อ้างโน่นนี่ ตลอด จนสุดท้ายน้องอัญให้รอปรึกษาพี่แมว  ก็เห็นตรงกันกับน้องอัญว่าให้กลับไปก่อนไปขออนุญาติให้ถูกต้อง

ทางคุณโชคยอมรับว่า พวกเค้าจิตตก ผิดหวัง และรู้สึกเหมือนว่า ไม่มีเมตตาต่อเค้า ซึ่งป่วยอยู่ แถมมีหลักฐานโทนโท่ เป็นสายสวนกับถุงใส่ปัสสาวะ

พวกเค้าจึงยอมกลับไป และมาอีกครั้งวันนี้ 21 ก.ค. จึงได้รับเมตตาออกมาเล่าธรรมทาน  ถ้าวันนั้น น้องอัญ พี่แมว ยอมให้เข้ามาได้ ทั้งครอบครัวนี้คงไม่มีโอกาสได้ออกมาเล่าธรรมทานครั้งนี้จนอาการดีขึ้น   และทั้งพี่แมว และน้องอัญก็คงต้องได้รับผลการกระทำครั้งนี้ด้วย   เพราะกฎบ้านสวนฯ คือกฎจากสวรรค์ ไม่ใช้ท่านอ.อุบลกำหนดขึ้นเอง   เสด็จพ่อท้าวเวสสุวรรณต้องการที่จะอบรมวินัย  และมารยาทที่ดีและถูกต้องให้กับพวกเรา    บ้านสวนฯเป็นบ้านส่วนตัวท่านอาจารย์  ไม่ใช้ที่สาธารณะ ใครจะเข้ามาต้องแจ้งเจ้าของบ้านก่อน ว่าท่านสะดวกมั๊ย ท่านมีธุระอะไรหรือเปล่า   คิดง่ายๆเวลาอ้อยอยู่บ้าน  ถ้าจู่ๆใครจะมาหาอ้อยที่บ้าน โดยไม่โทรมาบอก หรือขออนุญาติก่อน  อ้อยคงไม่พอใจ  เพราะตอนนั้นอ้อยอาจ แต่งตัวไม่เรียบร้อย บ้านก็สกปรกอยู่ ถ้วยชามไม่ได้ล้าง  ธรรมชาติไม่มีใครอยากให้แขกมาเห็นสภาพอย่างนี้หรอก

ที่สำคัญ  ต่อให้คุณป่วยจะเป็นจะตายมา  แล้วจะมาใช้อภิสิทธิ์ว่าชั้นป่วยหนัก  ต้องรีบช่วยชั้นนะ  ถ้าไม่ช่วยถือว่าคุณไม่มีเมตตา  คุณเป็นครูบาอาจารย์นะ   แต่ขอโทษนะคุณโชค  ตอนที่คุณไปทำชั่วมาทั้งชีวิต  คุณก็ไม่ได้มาบอก หรือ มาหาท่านนี่ พอได้รับเคราะห์กรรมอยากหาย  ก็ไม่สนอะไรทั้งนั้นจะเอาประโยชน์ตัวเองเป็นหลัก  ไม่ดูประโยชน์ท่านเลย    

นี่แหละตัวอย่างมนุษย์กิเลสหนา ปัญญาทราม คุ้นเคยแต่จะเป็นผู้รับ  เอาประโยชน์ตัวเองเป็นหลัก  ไม่รู้จักใจเย็น ไม่รู้จักเป็นผู้ให้ที่ดี  เริ่มจาก เป็นผู้ให้แก่ตัวเองก็ได้  ก็คือ ให้สิ่งที่ดีกับตัวเองเพื่อเพิ่มต้นทุนบุญ ให้ตัวเอง  โดยทำทุกบุญที่ ท่านอ.อุบล สั่งสอน  ต้นทุนบุญตัวเองไม่มี แล้วใครจะช่วยได้ 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อ้อย (ปาริชาต ชมภู) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-23 22:12:56


ความคิดเห็นที่ 1416 (1620970)

 อนุโมทนากับธรรมทานของคุณอ้อย และทุกท่าน

คุณโชคนี่่ แกโชกโชน สมชื่อแกจริงๆ แกเลยได้รับบทเรียน กฎแห่งกรรมสั่งสอนอบรม เพราะ พ่อแม่แก ก็สอนแกไม่ได้ แกเป็นคนสอนพ่อ สอนแม่ด้วย เรียกว่า แกควบคุมทุกคน ให้อยู่ใต้อำนาจแกหมด อันนี้แกก็เล่าเอง น้องแกก็บอก แถมแกบอกว่า มีแต่คนใหญ่ คนโต ระดับนายพล ระดับสูงสุดของประเทศลาว ก็ต้องกราบไหว้แก ดังนั้น แกจึงบ้าอำนาจ นี่ไง อ.อุบล จึงไม่นิยมให้ใครกราบ เพราะหลวงพ่อฤาษีท่านบอก ถ้าชั่ว แล้วให้คนกราบนะ นรกเลย เพราะทำตัวไม่สมควรแก่การกราบไหว้ แล้วมีคนกราบ นะ ซวยจริงๆนะ จะบอกให้ แล้วเรื่องหลงตัวเองอีกอย่างนะ ไม่มีคนยก ยกตัวเองเนี่ย นรกอีกเหมือนกัน คุณโชคแกก็เอาชีวิตแก มาสอนพวกเรา ไม่ให้อย่างแก ไม่ให้คิดอย่างแก  ถ้าขืนใครไปทำตามแกเข้า ก็ต้องเป็นอย่างแกนั่นแหล  แกยังกลับลำทัน ตอนใกล้หมดลมหายใจ เรียกว่า มานึกถึง อ.อุบล เอาตอนสุดท้ายของชีวิต คือจะขาดใจแล้ว

อันที่จริง มีสิ่งที่แกยังไม่กล้ารับ ไม่กล้าเล่าอีกเยอะ งานเลี้ยงยังไม่เลิกรา หรอกนะ นี่แค่เริ่มต้น แกเล่นคุณไสย์ มาจนเข้ากระแสเลือด มีหรือ แกจะไม่เอามาลองที่บ้านสวนพีระมิด  จนได้รางวัลชีวิต มีถุงฉี่เป็นของตัวเอง พกพาไปโชว์ทุกที่อยู่นี่ไง  

จำได้ไหม อ.อุบล เคยบอกว่า ใครที่คิดลามก กับ อ.อุบล จะต้องเจออะไรบ้าง 1.ยาวพาดคอได้ ไปไหน ก็ต้องโชว์  2.กุด  3.ใช้การไม่ได้

พวกเราลองพิจารณาดูสิ ตาโชค แกเข้าข่ายข้อไหน แต่กรรมของแก ทำมาตั้งแต่ หกขวบนะ แต่กรมมันยังไม่แสดง มันสะสมอยู่ แต่กรรมเริ่มมารวมตัว ตอนแกมาจ้อง อ.อุบล ด้วยวิชาไสยศาสตร์ มนต์ดำ ของเขมร ของแก เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ที่แกต้องการพบ อ.อุบล เป็นส่วนตัว แต่ อ.อุบล บอกให้ทำตามกฎ กติกา มาให้เหมือนคนอื่น แต่ แกไม่ชอบอะไรที่เหมือนใคร แกก็เลยใช้วิชาเดิม คือ จ้อง จ้อง จ้อง จนตาแทบหลุดจากเบ้า แกเคยใช้กับผู้หญิง มาแล้ว สำเร็จในเวลาไม่เกิน 3 วันสักคน แกก็เลยเอาวิชานี้มาใช้กับ อ.อุบล แล้ววิชาของแก ก็ส่งผล อย่างที่พวกเราเห็นนัั่นแหละ อันนี้แกไม่กล้าเล่า ไม่กล้าสารภาพ แต่เสด็จพ่อฯ ให้ อ.อุบล เห็นภาพขึ้นมาขณะแกเล่า ซึ่ง อ.อุบล จำแกไม่ได้แล้ว เพราะมัน 2 ปีมาแล้ว ตั้งแต่ศาลาไม้ไผ่ แต่ท่านให้ภาพอีตาโชค กลับมาให้ อ.อุบล เห็น ทั้งที่ตอนนั้นกับตอนนี้ รูปร่างหน้าาตาแกเปลี่ยนไปมาก แทบไม่มีเค้าเลย

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-23 22:42:05


ความคิดเห็นที่ 1417 (1620972)

 ขออนุญาตขยายตัวอักษรค่ะ

อนุโมทนากับธรรมทานของคุณอ้อย และทุกท่าน

คุณโชคนี่่ แกโชกโชน สมชื่อแกจริงๆ แกเลยได้รับบทเรียน  กฎแห่งกรรมสั่งสอนอบรม เพราะ พ่อแม่แก ก็สอนแกไม่ได้ แกเป็นคนสอนพ่อ สอนแม่ด้วย เรียกว่า แกควบคุมทุกคน ให้อยู่ใต้อำนาจแกหมด อันนี้แกก็เล่าเอง น้องแกก็บอก แถมแกบอกว่า   มีแต่คนใหญ่ คนโต ระดับนายพล ระดับสูงสุดของประเทศลาว ก็ต้องกราบไหว้แก ดังนั้น แกจึงบ้าอำนาจ นี่ไง อ.อุบล จึงไม่นิยมให้ใครกราบ เพราะหลวงพ่อฤาษีท่านบอก ถ้าชั่ว แล้วให้คนกราบนะ นรกเลย เพราะทำตัวไม่สมควรแก่การกราบไหว้ แล้วมีคนกราบ นะ ซวยจริงๆนะ จะบอกให้ แล้วเรื่องหลงตัวเองอีกอย่างนะ ไม่มีคนยก ยกตัวเองเนี่ย นรกอีกเหมือนกัน คุณโชคแกก็เอาชีวิตแก มาสอนพวกเรา ไม่ให้อย่างแก ไม่ให้คิดอย่างแก  ถ้าขืนใครไปทำตามแกเข้า ก็ต้องเป็นอย่างแกนั่นแหล  แกยังกลับลำทัน ตอนใกล้หมดลมหายใจ เรียกว่า มานึกถึง อ.อุบล เอาตอนสุดท้ายของชีวิต คือจะขาดใจแล้ว

อันที่จริง มีสิ่งที่แกยังไม่กล้ารับ ไม่กล้าเล่าอีกเยอะ งานเลี้ยงยังไม่เลิกรา หรอกนะ นี่แค่เริ่มต้น แกเล่นคุณไสย์ มาจนเข้ากระแสเลือด มีหรือ แกจะไม่เอามาลองที่บ้านสวนพีระมิด  จนได้รางวัลชีวิต มีถุงฉี่เป็นของตัวเอง พกพาไปโชว์ทุกที่อยู่นี่ไง  

จำได้ไหม อ.อุบล เคยบอกว่า ใครที่คิดลามก กับ อ.อุบล จะต้องเจออะไรบ้าง    1.ยาวพาดคอได้ ไปไหน ก็ต้องโชว์  2.กุด  3.ใช้การไม่ได้

พวกเราลองพิจารณาดูสิ ตาโชค แกเข้าข่ายข้อไหน แต่กรรมของแก ทำมาตั้งแต่ หกขวบนะ แต่กรรมมันยังไม่แสดง มันสะสมอยู่ แต่กรรมเริ่มมารวมตัว ตอนแกมาจ้อง อ.อุบล ด้วยวิชาไสยศาสตร์ มนต์ดำ ของเขมร ของแก เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ที่แกต้องการพบ อ.อุบล เป็นส่วนตัว แต่ อ.อุบล บอกให้ทำตามกฎ กติกา มาให้เหมือนคนอื่น แต่ แกไม่ชอบอะไรที่เหมือนใคร    แกก็เลยใช้วิชาเดิม คือ จ้อง จ้อง จ้อง จนตาแทบหลุดจากเบ้า แกเคยใช้กับผู้หญิง มาแล้ว สำเร็จในเวลาไม่เกิน 3 วันสักคน แกก็เลยเอาวิชานี้มาใช้กับ อ.อุบล แล้ววิชาของแก ก็ส่งผล อย่างที่พวกเราเห็นนัั่นแหละ อันนี้แกไม่กล้าเล่า ไม่กล้าสารภาพ แต่เสด็จพ่อฯ ให้ อ.อุบล เห็นภาพขึ้นมาขณะแกเล่า ซึ่ง อ.อุบล จำแกไม่ได้แล้ว เพราะมัน 2 ปีมาแล้ว ตั้งแต่ศาลาไม้ไผ่ แต่ท่านให้ภาพอีตาโชค กลับมาให้ อ.อุบล เห็น ทั้งที่ตอนนั้นกับตอนนี้ รูปร่างหน้าตาแกเปลี่ยนไปมาก แทบไม่มีเค้าเลย

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อัญ - อนัญญา สุขถาวร ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-23 23:19:28


ความคิดเห็นที่ 1418 (1620973)

            สัปดาห์นี้  อาจารย์อุบลได้มีการหยิบยกเรื่องโรค ปาก มือ เท้า เปื่อย ที่กำลังระบาด นับวันจะรุนแรงขึ้นไปเรื่อย ๆ ยังไม่สามารถหาตัวยา และวัคซีน ป้องกันรักษาได้ อีกทั้งโรคระบาดกลายเป็นสายพันธ์ใหม่ ได้กระจายไปที่ต่าง ๆ ยังไม่สามารถควบคุมได้ จึงต้องมีการย้ำเตือน เรื่อง ความสะอาด สุขอนามัย และการศึกษาข้อควรปฏิบัติต่างๆ ที่ติดไว้ให้อ่าน

อาจารย์อุบล ได้เมตตาบอกสาเหตุของโรค คือ เป็นโรคกรรม ที่เกิดจาก การใช้ปาก มือ เท้า สมอง ในทางไม่ดี เป็นอกุศลกรรม คือใช้ปากในการพูดคำหยาบ พูดโกหก ส่อเสียด ตอแหล สาปแช่ง   มือ ใช้ประกอบกรรมลักทรัพย์ เขียนข้อความเท็จ เขียนเอกสารปลอมแปลงทุจริต ใช้เท้าไปในทางที่ไม่ดี

และการมีปาก มีมือ มีเท้า แต่ไม่ไปทำความดีเพิกเฉยละเลยไม่สนใจทำในสิ่งที่ควรทำ ก็ต้องเป็นโรคนี้เหมือนกัน ยกตัวอย่าง จากนักศึกษา ม.เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี มีเพื่อนมาพูดเรื่องทำแท้ง แล้วไม่ได้ห้ามหรือแนะนำไม่ให้ทำ ตัวเองต้องมีอาการปวดหัวรักษาไม่หาย  อ.อุบล ต้องพิสูจน์ อาการปวดหัว มาจากเหตุนี้หรือไม่  นักศึกษาได้สารภาพถึงการละเลยไม่ได้ห้ามเพื่อนทำแท้ง  แล้วอาการที่ปวดหัว ก็หายในทันที

แม้ว่าเราจะทำความดี หรือรักษาความดี นั้นยังไม่เพียงพอ เราต้องกล้าที่จะบอก หรือห้าม แนะนำคนเมื่อเราเห็นว่าเขากำลังจะกระทำความชั่ว ไม่ให้กระทำความชั่วด้วย

การมาบ้านสวนฯ ของครอบครัวของป้าแต๋ว  เคยมาเมื่อวันเสาร์ที่ 14 กค. ซึ่งผิดกฎระเบียบ ต้องการขออนุญาตก่อน 3-7 วัน ครอบครับป้าแต๋วต้องกลับบ้านเพื่อเครารพกฎ แต่วันนั้นคุณโชคมีอาการป่วยต้องการบำบัด เหมือนกับว่าจะขอความเห็นใจในทุกข์ที่ตนเองมีศรัทธาบากบั่นมา

จึงทำให้เห็นว่า คุณณัฐนัย ได้แสดงความเห็นแก่ตัวออกมา เอาความอยากของตนเองเป็นหลัก อยากให้คนอื่นเมตตา เห็นใจ  แต่คุณอัญได้บอกเราทุกคนต้องเคารพกติกา และได้เดินทางกลับมาอีกครั้งในวันนี้

โดยคุณณัฐนัย ได้ออกมาเล่าเรื่องราว การมาบ้านสวน ฯ การมีศรัทธา อ.อุบล   คุณณัฐนัย เป็นนักปฏิบัติธรรม ใฝ่เรียนวิชาอาคม มนต์ดำมาตั้งแต่อายุ 7-8 ขวบ ได้รับการถ่ายทอดจากคุณตา เป็นไสยเวทย์ วิชามนต์ดำทำเสน่ห์ ให้สาวรักสาวหลง ต้องลองวิชาที่เรียนมาตั้งแต่เด็ก ต้องผิดศีลข้อสาม มาเป็นเวลานานแม้ว่าช่วง อายุ 7-15 ปี จะประกอบกรรมไม่สำเร็จทางกายผู้อื่นแต่ทำให้ตนเองหมกมุ่นแต่เรื่องกามารมณ์  จนขึ้น ม.5 จึงสามารถใช้วิชาอาคมแล้วทำให้ได้ฟันหญิง

ปัจจุบันมีภรรยาสามคน ยังผิดศีลข้อสาม  ด้วยความที่คุณณัฐนัยเป็นผู้ที่มีความมั่นใจในตนเองสูง มักใช้เหตุผลในเชิงวิทยาศาสตร์ ต้องพิสูจน์ได้ทุกเรื่อง  คุณณัฐนัย จะใช้เหตุผลต่าง ๆ ในการบงการชีวิตทุกคนในครอบครัว เนื่องจากว่า คุณณัฐนัย ถือตนเองเป็นผู้ปฏิบัติธรรม รู้ธรรมเรียนรู้ธรรม มีครูบาอาจารย์ดีๆ ครูบาอาจารย์กล่าวขานยอมรับในความสามารถด้านเวทย์มนต์ดีมาก มีชื่อเสียง ในประเทศลาว มีข้าราชการชั้นสูงของประเทศลาว ให้ความเคารพนับถืออย่างกว้างขวาง

คุณณัฐนัยเป็นโรคต่อมลูกหมากอักเสบ อาการหนักร่างกายแทบระเบิด เนื่องจากไม่สามารถปัสสาวะได้ ต้องสอดสายยางนำของเสียออกจากร่างกาย ทำให้ปวด ทรมานมากปางตาย และเคยใช้รหัสอาจารย์อุบลช่วยด้วย แล้วได้ผล ทั้งที่ คุณณัฐนัย ไม่เคยเชื่อและบอกพ่อแม่พี่น้องเสมอว่าควรใช้เหตุและผล ในการมาบ้านสวนพีระมิด

มาวันนี้ ความเจ็บปวดกินยาไม่ทุเลา ขอบารมีครูบาอาจารย์ใด ๆ ที่ไหนๆ ก็ช่วยไม่ได้ ไม่ทำให้หายคลายจากความเจ็บปวดได้ รับทั้งทุกข์ทั้งอายที่ต้องแก้ผ้า ให้พยาบาลสวนท่อปัสสาวะ ความทุกข์ทรมาน เจ็บปวดร่างแทบระเบิด คืบคานจะถึงความตาย

จึงตัดสินใจละความยึดมั่นถือมั่นตัวตนที่เป็นบาปทั้งหลายขอเททิ้งไป เสมือนแก้วน้ำเปล่า  พร้อมรับสิ่งใหม่  ขอใช้รหัส อาจารย์อุบลช่วยด้วย  คุณณัฐนัย มีอาการดีขึ้นอย่างประหลาดใจ จากที่หมอวินิจฉัยว่าต้องผ่าตัด  อาการดีขึ้นไม่ต้องผ่าตัด  และเชื่อมั่นว่า อาจารย์อุบลเท่านั้นที่ทำให้หายได้  

หลังจากที่ คุณณัฐนัยได้เล่าและสารภาพบาป ก็ทำให้อาการที่กำลังปวดเกิดหาย ทันที สีหน้าปิติยินดีกับปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้น

จึงได้มาขอบคุณอาจารย์อุบล คุณณัฐนัยขอเปลี่ยนจิต ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ขอมาสร้างบุญที่บ้านสวนพีระมิด เดือนละครั้ง

มีต่อ...

ผู้แสดงความคิดเห็น เด็กชายอมร (อมร ศิริมาศกูล) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-23 23:29:02


ความคิดเห็นที่ 1419 (1620975)

 ขอกราบขอบพระคุณธรรมทานจาก ท่าน อ.อุบล และ ขออนุโมทนาธรรมทาน ที่ละเอียดทุกซอกทุกมุมจาก ทุก ๆ ท่านค่ะ

 วันที่ 14 ก.ค. ได้มาบ้านสวนฯ เลยโดยโทรขออนุญาติแบบฝากข้อความไว้วันที่ 13 ซึ่งถือว่าไม่ครบ 3 วัน  มาถึงมาเจอน้องอัญ  ซึ่งพอน้องอัญทราบว่ามาไม่ถูกกฎบ้านสวนฯ ก็พยายามอธิบายให้ทั้งคุณโชค คุณอาร์ท ฟัง แต่ดูทั้งสองคนพยายามหาเหตุผล อ้างโน่นนี่ ตลอด จนสุดท้ายน้องอัญให้รอปรึกษาพี่แมว  ก็เห็นตรงกันกับน้องอัญว่าให้กลับไปก่อนไปขออนุญาติให้ถูกต้อง

*********

ต้องขอขอบคุณพี่อ้อยค่ะ ที่ชี้แจงกรณีของคุณโชค คุณอาร์ท และครอบครัว  ที่มาเมื่อวันเสาร์ที่ 14 กค. อัญเห็นพี่เค้ามาจอดรถอยู่ที่หน้าประตูแต่ไม่เข้ามา รู้สึกแปลกใจ  จึงได้เดินไปสอบถาม  แต่พอเห็นคุณอาร์ทและป้าแต๋วก็จำได้  (ว่ามาแบบผิดกฎหลายครั้ง) จึงได้ถามเรื่องขออนุญาต พอรู้ว่าพี่เค้ามาแบบผิดกฎอีก  จึงไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่คุณอาร์ทก็พยายามที่อธิบายเหตุผลต่าง ๆ นานา และบอกว่าคุณโชค เพิ่งออกมาจากโรงพยาบาล แล้วตรงมาที่บ้านสวนเลย 

ขอยอมรับเลยนะคะว่า เห็นแล้วก็สงสารและไม่กล้าตัดสินใจบอกให้เค้ากลับในทันที   จึงได้บอกให้เข้ามาลงทะเบียน และนั่งรอที่โรงทานก่อน จากนั้นจึงได้ไปตามพี่แมวมา    ซึ่งพอพี่แมวมาก็บอกว่า  ควรกลับไปก่อนดีกว่า แล้วโทร. แจ้งขออนุญาติให้ถูกต้องล่วงหน้า 3-7 วัน 

นับว่าเป็นกรณีศึกษา สำหรับตัวอัญเองจริง ๆ ค่ะ  ก็อย่างบอกว่าไม่กล้าตัดสินใจให้เด็ดเดี่ยวในตอนแรก  (ต้องรอพี่แมว) ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่ว่า กฎเกณฑ์ทุกอย่างของบ้านสวนเป็นกฏสวรรค์   ก็ต้องขอขอบคุณพี่แมว และ ครอบครัว คุณโชค , คุณอาร์ท ที่ทำให้อัญแยกแยะได้ชัดเจน ระหว่าง  คำว่าเมตตา กับ มารยาท  หากมีรายต่อ ๆ ไป ที่มาแบบผิดกฎบ้านสวนอีกไม่ว่ากรณีใด ๆ   ก็ต้องขอบอก "เซกู๊ดบาย"    เพื่อความปลอดภัยในชีวิต ของทุก ๆ คนเองจ้า 

ผู้แสดงความคิดเห็น อัญ - อนัญญา สุขถาวร ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-24 00:03:27


ความคิดเห็นที่ 1420 (1620978)

ใครที่สงสัย

ว่าตนเอง มีชื่ออยู่โลกันต์

ก็ลองมาคุยกัน ในกระทู้นี้ก่อน

-*-*-*-*-*-*-

ผมคงไม่พ้นนรกขุมนี้แน่นอนครับ

เพราะสัปดาห์ที่แล้ว

ตอนแรกรู้สึกร้อนบริเวณหน้าอก

พอท่านอาจารย์อธิษฐาน

ให้สัมผัสโลกันต์ก็รู้สึกเย็น ๆ

เป็นระยะ ๆ ครับ

ผมขอเล่าในรายละเอียด

ความชั่วของการผิดศีลข้อที่ 3

ซึ่งไม่ได้เล่าหมดในวันที่ปิดขุมที่ 8

ดังนี้ครับ

 

 

 

 

ผมทำผิดศีลมาทุกข้อครับ
แต่ศีลข้อกาเม ผมจะผิดมากเป็นพิเศษ
ชอบดูภาพโป๊ หนัง X หรืออ่านเรื่อง XX
มีเพศสัมพันธ์ทั้งชายและหญิง
มามากกว่า 500 คน
(จำไม่ได้แน่นอนครับ)
ซึ่งมีทั้งชายและหญิง
แต่เกือบทั้งหมดเป็นผู้ชาย
 
เนื่องจากมีชีวิตเป็นแบบนี้
จึงไม่คิดแต่งงาน
และใช้ชีวิตแบบรักสนุก ทั้งซื้อบริการ
เที่ยวกลางคืน หาคู่นอนตามเน็ต  
เที่ยวซาวน่า
ผ่านการเป็นโรคทางเพศสัมพันธ์มาบ้าง
แต่ก็รักษาแล้ว จึงไปเที่ยว
ซึ่งส่วนใหญ่จะป้องกัน
แต่ก็มีบ้างที่ไม่ได้ป้องกัน 
เพราะรู้จักกันแล้ว
 
เมื่อตอนเริ่มเที่ยวใหม่ ๆ
ผมเคยเจอคนในที่เที่ยวกี่คน
หลายปีต่อมาเจอกันอีก
ในที่เที่ยวเหมือนเดิม
แสดงว่า ยังไม่มีคู่เป็นตัวเป็นตน
ยังรักสนุก
แต่ก็มีหลายคนที่มีแล้ว
แต่ก็โกหกกันว่า
อยู่ในฟิตเนสบ้าง
หรือกำลังเดินทางอยู่บ้าง
ทั้งที่ยังอยู่ในซาวน่า
 
กลางค่ำกลางคืน
แทนที่จะหลับเหมือนคนอื่น
ก็มาเดินหาคู่นอนกันในที่เที่ยวแบบนี้
ทั้งเสียทรัพย์
เสียสุขภาพทั้งกายและจิต
และก็หาความจริงใจแทบไม่เจอ
ในสังคมแบบนี้
 
ผมก็เลยเบื่อ และเลิกไปครับ
ต่อมาก็มาหาแฟนทางเน็ต
แต่ก็ได้แค่มีเพศสัมพันธ์เท่านั้น
เพราะเป็นกรรมที่เราเอง
ก็เห็นคนอื่นเป็นของเล่นมาก่อน
ไม่รักใคร ไม่จริงใจ
กับคนอื่นมาก่อน
ก็ต้องรับกรรมแบบนี้
 
กรรมที่ได้รับจากการผิดศีลข้อที่ 3
ก็เป็นไปตามที่
พระพุทธองค์ทรงสอนไว้
นั่นคือ
น้องก็ดื้อรั้นกับเรา
เพื่อนร่วมงานก็มักมีปัญหาเถียงกัน
พูดอะไรก็ไม่ค่อยมีคนฟัง
 
ถึงผมจะมาทำบุญที่บ้านสวนฯบ่อย
แต่ก็ไม่มีความสุขอย่างเต็มอิ่ม
เนื่องจากปิดบังไม่ได้สารภาพในเรื่องนี้
และยังนับถือน้องเอิ้น
ที่สารภาพในเรื่องนี้
ซึ่งผมต้องขอขอบคุณน้องเค้า
อีกครั้งในที่นี้ที่นำพา
ในทางที่ดีมาตลอดจนถึงบ้านสวนฯ
และเป็นคนที่ดีที่สุดในชีวิต
ที่เคยเจอมาครับ
แต่เราก็คงมีกรรมผูกพัน
ให้ต้องมีปัญหากันมาหลายชาติ
หวังดีต่อกันแต่คุยกันก็ไม่ยอมกัน
 
ขอเล่าต่อนะครับ
 
แล้วกรรมก็มารวมตัว
และด้วยพระเมตตาของเสด็จพ่อ
ท่านท้าวเวสสุวรรณ
ที่จัดให้ผมได้ออกมาสารภาพบาปนี้
(โดยไม่ทันตั้งตัวมาก่อน)
 
หลังเท้าขวาของผมก็บาดเจ็บ
เป็นแผลจากโดนมีดดายหญ้าปักตัวเอง
แผลลึกบริเวณตรงใกล้เส้นเอ็น
และใช้รหัส อ.อุบลช่วยด้วยก็ไม่หาย
เพราะใช้ขาเดินไปยังที่ไม่ดี ทำสิ่งที่ไม่ดี
ตามที่ท่านอ.อุบล ได้เมตตาบอก
 
เสด็จพ่อท้าวเวสสุวรรณจึงจัดบาดแผลนี้ให้
เพื่อให้เล่าเป็นธรรมทาน
และจะได้มีโอกาสปลดกรรมในเรื่องนี้
 
ผมจึงขอนำชีวิตของตนเอง
มาเป็นธรรมทานแก่ทุกท่านในที่นี้
และขอยืนยันกับท่านผู้อ่าน
ที่อาจมีชีวิตแบบนี้ว่า
อย่าใช้ชีวิตแบบผมเลย
การมีชีวิตแบบนี้ หาความสุขยากอยู่แล้ว
อย่าเพิ่มบาปกรรมให้กับตัวเองอีกเลย
และที่สำคัญ คือ ทำผิดบ่อย ๆ
เราก็มีเจ้ากรรมนายเวรเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
ตายไปก็ตกอเวจีมหานรกนับล้าน ๆ ปี
ไม่คุ้มกับที่ทำความดีมาทั้งชีวิต
ไม่คุ้มกับได้มีโอกาสเกิดมาเป็นคน
ได้มีโอกาสพบพระพุทธศาสนา
ได้พบพระมหากษัตริย์ผู้ทรงธรรมครับ
 
 
จะมีคู่ก็ขอให้รักและจริงใจ และไม่ทำผิดศีล
จะคบกันก็ขอให้ผู้ปกครองทั้งสองฝ่ายรับรู้
และรู้จักคำว่า พอ ครับ
 
ตั้งแต่ผมเปลี่ยนแปลงกรรมตัวเอง
เลิกเที่ยว เลิกทำผิดศีลข้อ 3 แล้ว
ชีวิตผมกับน้อง ๆ ก็ดีขึ้น
ไม่ทะเลาะ หรือมีปากเสียงบ่อยดังเดิม
 
และหลังจากที่ผมสารภาพบาปแล้ว
แผลก็หายเร็วขึ้น หน้าก็ขาวขึ้น
อย่างน่าแปลกใจ
 
 (แต่อาทิตย์ที่ผ่านมา
โดนแดดดำใหม่แล้วครับ)
 
ผมขอกราบขอบพระคุณ
ท่านอาจารย์ทั้งสองและคุณท๊อป
กราบขอบพระคุณเทวดารักษาตัว
ท่านอาจารย์และครอบครัว
ที่เมตตาและให้โอกาสผม
ได้ลดกรรมของตัวเอง
และยอมรับตามที่ท่านอาจารย์
บอกว่า เสด็จพ่อบอกว่าผม
ตอแหลในการพูดวันนั้น
ต้องกราบขอขมาด้วยครับ
 
ผมขออนุโมทนาบุญ
กับธรรมทานของทุกท่านด้วยครับ
ผู้แสดงความคิดเห็น โฆษิต ควรหาเวช ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-24 00:45:21


ความคิดเห็นที่ 1421 (1620987)

แต่ กรรมเริ่มมารวมตัว

ตอนแกมาจ้อง อ.อุบล

ด้วยวิชาไสยศาสตร์ มนต์ดำ

ของเขมร ของแก

 

เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ที่แกต้องการพบ

อ.อุบล เป็นส่วนตัว

แต่ อ.อุบล บอกให้ทำตามกฎ กติกา

มาให้เหมือนคนอื่น

แต่ แกไม่ชอบอะไรที่เหมือนใคร  

 แกก็เลยใช้วิชาเดิม คือ จ้อง จ้อง จ้อง

จนตาแทบหลุดจากเบ้า

แกเคยใช้กับผู้หญิง มาแล้ว

สำเร็จในเวลาไม่เกิน 3 วันสักคน

 

แกก็เลยเอาวิชานี้มาใช้กับ อ.อุบล

แล้ววิชาของแก ก็ส่งผล

อย่างที่พวกเราเห็นนัั่นแหละ

อันนี้แกไม่กล้าเล่า ไม่กล้าสารภาพ

แต่เสด็จพ่อฯ ให้ อ.อุบล

เห็นภาพขึ้นมาขณะแกเล่า

เขียนโดย อ.อุบล

................................................................

กราบอนุโมทนาค่ะอาจารย์

ที่เมตตามาให้ความกระจ่างเพิ่มขึ้น

ในเรื่อง กรรมที่ซับซ้อนของคุณโชค

 

ที่แท้สาเหตุหลักๆที่กรรมรวมตัว

ก็เพราะว่า มาจ้อง ท่านอ.อุบล นี่เอง

แต่เมื่อคุณไสย์ ถูกส่งมาเจอจิตใสๆ

ของท่านอาจารย์เข้าไปเต็มๆแบบนี้

คนที่ส่งมา ก็ต้องเจอย้อนศร

กลับเข้าตัวเต็มๆ...

จนแทบจะเอาชีวิตไม่รอด

...............................................

อนุโมทนากับธรรมทานชีวิต

ของคนรักสนุก แบบละเอียดยิ่่งๆขึ้น

จากคุณ โฆษิต ด้วยนะคะ

 

แบบว่า ตอนนี้บารมีล้นแล้ว

ก็เลยสารภาพได้อย่างหมดเปลือก

ยินดีด้วยอีกครั้งนะคะ

ที่จะได้หลุดกรรมซักที

...........................................

อนุโมทนากับธรรมทาน

จากน้องเอิ้น คุณตุ้ย คุณพจน์

หนูก้อย คุณอ้อย หนูอัญ

และพี่อมร ด้วยค่ะ 

สาธุ


 

ผู้แสดงความคิดเห็น ชนิดา เชิงสะอาด/CHANIDA ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-24 04:09:55


ความคิดเห็นที่ 1422 (1621000)

 กราบอนุโมทนากับอ.แม่ด้วยค่ะ

อ่านเรื่องคุณโชคแล้วรู้สึกได้ถึงความทรมานของเค้าจริงๆค่ะ

เพราะกรรมที่ได้รับก็ค่อนข้างตรงตัว

เคยใช้อวัยวะส่วนไหนทำผิดศีล

อวัยวะส่วนนั้นก็ต้องมารับกรรม

การที่คุณโชคได้ทำกรรมไว้กับอ.แม่

แล้วได้ผลกรรมอย่างแสนสาหัส

บางทีก็เหมือนความโชคดีที่แฝงอยู่ในความโชคร้ายเลยนะคะ

เพราะหากคุณโชคไม่เล่นคุณไสยกับอ.แม่

ก็คงยังไม่ได้รับผลกรรมอย่างแสนสาหัส

และก็คงจะใช้คุณไสยมนต์ดำไปเรื่อยๆ

เพราะกรรมยังส่งผลไม่ถึงที่สุด

จนอาจทำให้เค้าคิดเหิมเกริมกับสิ่งที่ทำอยู่

เพราะหากคุณโชคมาเล่นคุณไสยกับคนธรรมดาอย่างเรา

ก็คงไม่ได้รัับกรรมหนักแบบนี้

เพราะเราคงไม่มีความดีพอที่จะปกป้องตัวเอง

อย่างอ.แม่เป็นแน่แท้

กราบอนุโมทนากับอ.แม่ด้วยค่ะ

สาธุ สาธุ

*****************

อนุโมทนากับคุณโฆษิตด้วยค่ะ

ปีนี้เป็นปีที่เปิดในสิ่งที่ปิด

ใช้ชีวิตของเราเป็นธรรมทาน

เพื่อหนีทุกข์ หนีบาปที่กำลังตามเรามาติดๆ

แล้วชีวิตของเราจะได้มีความสุขและใกล้นิพพานยิ่งๆขึ้นไป

******************

อนุโมทนากับธรรมทานจากทุกๆท่านด้วยนะคะ

สาธุ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น นันทนา แหกาวี ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-24 07:36:47


ความคิดเห็นที่ 1423 (1621028)

  จำได้ไหม อ.อุบล เคยบอกว่า ใครที่คิดลามก กับ อ.อุบล จะต้องเจออะไรบ้าง    1.ยาวพาดคอได้ ไปไหน ก็ต้องโชว์  2.กุด  3.ใช้การไม่ได้

***

     คิดว่า น่าจะเข้าข่าย ข้อ 3.ใช้การไม่ได้ครับ ผมคิดว่าการที่คุณโชค เรียนวิชาอาคมมานั้น คงต้องมีการอยากลองของแน่นอน ว่าวิชาที่ตัวเอง เรียนมานั้น เจ๋งไหม

     ยิ่งช่วงเมื่อ 2 ปีก่อน ที่มาบ้านสวนแล้วมอง ท่านอาจารย์อุบล ผมคิดว่าเข้าต้องมาลองใช้วิชากับท่านอาจารย์ แน่นอนครับ เพราะ ความไม่ได้ศรัทธาอยู่แล้ว

     อีกอย่างความมั่นใจว่าตัวเองก็อันดับ 1 ในประเทศลาว อาจจะมองท่านอาจารย์เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาๆ พระก็ไม่ใช่ ชีก็ไม่ใช่

     จำได้ว่าตอนที่คุณโชคออกมาสารภาพบาปนั้น เขาบอกว่าจะไม่ยอมกราบใครเลยนอกจากครูบาอาจารย์

     สุดท้ายก็ต้องมายอมสยบ ท่านอาจารย์ก็ยังเมตตาสอนว่า คนที่จะเป็นพระ ไม่จำเป็นต้องนุ่งเหลือง ห่มขาว การเป็นพระเป็นที่จิต ขนาดนางวิสาขายังเป็นพระโสดาบันตั้งแต่อายุ 7 ขวบ

     เป็นธรรมทาน ที่มีประโยชน์ว่าเราไม่ควรจะละเมิดผู้ใดเลยเพราะสิ่งภายนอกไม่ได้เป็นตัววัดความเป็นพระเลย ยิ่งทำร้ายผู้ที่มีบารมี มีภูมิธรรม ยิ่งส่งผลเข้าตัวอย่างหนัก

     ถึงคุณโชค จะได้รับธรรมมะ ฝึกสมาธิ และมีวิชาอาคมก็ไม่อาจจะช่วยให้คุณโชค พ้นทุกข์ได้เลย เพราะ เป็นสมาธิ ที่ไม่มีศีลกำกับ เหมือนพระเทวทัต ขนาดท่านได้โลกีย์อภิญญา แต่ไปละเมิิด คิดร้าย ต่อพระพุทธเจ้า สุดท้ายก็ต้องลงอเวจี

     ที่ท่านอาจารย์ย้ำเตือนเสมอ ในเรื่องของศีล สำคัญมากๆครับเพราะเป็นสิ่งที่จะช่วยให้เราพ้นอบายภูมิได้

     ยังเป็นห่วงว่า เหล่าคนที่ชอบเล่นคุณไสยต่างๆที่คิด มาทำร้ายท่านอาจารย์ จะโดนอย่างคุณโชคหรืออาจจะมากกว่านั้นก็ได้ 

ผู้แสดงความคิดเห็น วีร์พสุตม์ ลิ้มสกุลภักดี (เอิ้น) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-24 11:05:44


ความคิดเห็นที่ 1424 (1621032)

 ขออนุโมทนาบุญกับธรรมทานของทุกๆท่านด้วยครับ

         พูดถึงเรื่องของคุณโชค ที่มาบ้านสวนฯเนี่ยะ ในขณะที่ฟังอยู่นั้น ผมรู้สึกสนใจเรื่องของแกมาก ไม่ว่าจะเป็น..ปฎิปทาในการทำบุญของแก ...ดูสิ..อธิฐานบารมี...ของแกเต็มที่เรยน่ะ  ไปทำบุญปิดทองลูกนิมิต แกก็อธิฐานว่า ขอให้องคชาติของข้าพเจ้า..แข็ง-แรง.....น้านนไง..ฮะฮ่า ฟังไปก็ฮาไป นี่ๆ..คนเรานี่...เรื่องความอยาก ไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆ  ขอได้สารพัดอย่าง 
        เรื่องเล่นคุณไสย์เพื่อบริโภคกามในตน เนี่ยสิ!!ที่ผมสนใจ ไม่ใช่ไรหรอกครับ คือตอนวัยรุ่น ผมก็เอากะเค้าเหมือนกัน เคยใช้คาถาจีบหญิงมาก่อน พอดีแบบว่า ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นน่ะครับ พ่อสอนมา ที่รู้มาคือเป็นของเขมรน่ะครับ แกให้ท่อง 5 คำ  " เอ-หิ-xx-xx-xx " แล้วกลืนน้ำลาย เสกใส่บุหรี่ น้ำ อาหาร อะไรประมาณเนี๊ยะ แล้วเดี๋ยว สาวรักสาวหลง ของคุณโชคเนี่ย แกบอกว่าไม่เกิน 3 วัน ได้เรื่อง แต่ของผมเนี่ย คืนนั้น..รู้เรื่อง ได้เสีย [แสดงว่าผมเลวกว่า..555]  ใช้มาเยอะเหมือนกัน เนี่ยของคุณโชค เค้าว่าผู้หญิงที่เค้าทำน่ะ หลักสิบ ... เนี่ย ยังโดนสายยางเสียบจู๋ บวกเนื้องอกเป็นของแถม ...ทุกข์กาย-ใจ เกือบเอาชีวิตไม่รอด มานั่งนึก..อ้าว แล้วเราล่ะ ล่อซะ ~ 500 จะรอดไหม๊เนี่ย อ.อุบล ช่วยด้วยยยย ลูกสำนึกผิดแล้วก๊าบบบ ลูกเลิกทำแล้วก๊าบบ...
ผู้แสดงความคิดเห็น กฤษณะ สิงห์ป้อม ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-24 11:27:58


ความคิดเห็นที่ 1425 (1621066)

    อ่านเรื่องคุณโชคแล้ว

ได้มุมมองอีกหลายอย่าง

- เรื่องกฏบ้านสวน  คิดว่าไม่น่าจะมีใคร

ทำผิดเรื่องนี้อีกแล้ว  แต่ก็ยังมีอยู่

ด้วยความอยาก  ตัวเดียวแท้ ๆ  ที่ทำให้ครอบครัว

คุณโชค  ยังคิดเข้าบ้านสวน  โดยผอดกฏอีก

-  การเรียนธรรม  หรือ ฝึกปฏิบัติธรรม

จนเป็นที่ยอมรับนับถือจากคนอื่น  

แต่ถ้าตัวเราเองไม่มีศีลกำกับ

หลงตัวเองที่มีคนมากราบไหว้

สุดท้ายก็ไปไม่รอด  นั่นคือ  ศีลเป็นพื้นฐาน

ของการปฏิบัติทั้งหมด  ถ้าเรามีพื้นฐานไม่ดี

แล้วกระโดดไปสุดยอดเลย มันก็อยู่ได้ไม่นาน

- คำอธิษฐาน  ของคุณโชค  แกสุดยอดคนจริง ๆ

ทำให้เรารู้ว่า คน ๆ นั้น พื้นฐานจิตใจเขาเป็นอย่างไร

-  และคุณโชคเขากล้ามาก  ที่มาใช้วิชาของแก

กับท่าน อ. อุบล ผลจึงออกมาแบบสาหัสมาก

ซึ่งผลกรรมที่แกได้รับ  อาจจะเป็นทั้ง

ข้อ 1 . คือ  ยาวพาดคอได้  คือ ต้องใส่สายสวน

ปัสสาวะทั้งชีวิต และ

ข้อ  3.  ใช้การไม่ได้

    กราบขอบพระคุณท่าน อ. อุบล

ที่ได้นำเรื่องของคุณโชคมาเป็นธรรมทาน

+++++++++

     และโมทนากับคุณโฆษิตด้วยนะคะ

ด้วยผลบุญที่คุณทำ  จึงทำให้คุณ

ได้หลุดจากทุกข์  ที่มีอยู่

+++++++++

     สิงห์ป้อม  ก็มีวิชาดีกับเขาด้วยหรือค่ะ

ที่ผ่านมา  นึกว่าใช้ความสามารถล้วน ๆ

ที่แท้ก็มีของดี  เป็นตัวช่วยนี่เอง

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ฉวีวรรณ นภาพรรณราย (ตาล) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-24 14:27:01


ความคิดเห็นที่ 1426 (1621079)

สิงห์ป้อม นะ คุณตาล

พอคุณโชคเริ่มเล่าว่า แกอธิษฐาน

ตอนปิดทอง

ขอให้ จู๋แก แข็ง-แรง

เท่านั้นแหละ

 

สิงห์ป้อมนะ

ถึงกับ เปลี่ยนที่นั่งเลยหละ

จากข้างหลัง

มาแถวหน้าๆ เลย

 

แต่เสียใจ

แถวหน้าเต็ม ต้องอยู่แถว 2

แต่บังเอิญ กล้องจับไว้ได้

 

วันอาทิตย์ที่ 39 ก.ค.55 นี้

พวกเราคอยดูให้ดีนะ ว่าอาการสิงห์ป้อม

ออกนอกหน้าขนาดไหน

5555

 

ผีรู้ ดูผีออก

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-24 15:40:27


ความคิดเห็นที่ 1427 (1621085)

ส่วนน้องคุณโชคนี่

แกมาเล่า เอา ฮา ล้วนๆเลย

 

แกบอก

ตอนแกผิดกฏสวรรค์บ้านสวนพีระมิด

แล้วแกเจ็บหนักนะ

แกจุดธูป 16 ดอก

ขอขมา อ.อุบล เลยหละ

 

เท่านั้นยังไม่พอนะ

แกบอกต้องหันหน้ามาทาง

นครนายกด้วยนะ

 

แกบอกต้องหันให้ถูกทาง

 

ถ้าหันไปแปดริ้ว

นั่นหลวงพ่อโสธร

 

ถ้าหันทางนครนายก

อ.อุบล

 

อ.บอกว่า

อ.ยังไม่ตายซะหน่อย

คุณเล่นธูป 16 ดอกเลยหรือ

นี่ชุดใหญ่นะ

 

ครับ

ผมเอาชุดใหญ่

บูชาเทพสูงสุดเลยครับ

 

แล้วคุณคิดว่า อ.อุบล เป็นใคร

ถึงต้องใช้ธูป

 

คิดว่า

เป็นพระอริยบุคคลชั้นสูง

 

ว่าเข้าไปนั่น

 

นี่คุณกำลังจะทำให้

อ.อุบล คันแล้วนะ จะบอกให้

ก็ขี้กลากรับประทานไงล่ะ

 

แกบอก

แกกลัว อ.อุบล มาก

ขนาดที่ว่า แม่แก ชวนมาบ้านสวน

แกก็ว่าแม่แกว่า

แม่อย่าพูดถึงบ้านสวนได้ไหม

แม่อย่าพูดถึง อ.อุบล ผมกลัว กลัวมาก

 

ทุกตารางนิ้ว ของบ้านสวนนี่

ผิดนิดเดียวก็ไม่ได้เลย

ผมกลัวแม่อย่าพูด

 

หลังจากนั้น

แกก็โดนจัดหนัก

เหมือนมีอะไรมาแทงปากแก

ตั้งแต่คางหน้า ถึงกรามหลัง

 

เจ็บหู เจ็บปวดต้นคอ

หัวซีกขวา ปวดร้าว หูมีเสียงดัง

ปึง ปึง ปึง ตลอด

 

กรรมดังกรุบ กรับ ก๊อก แก๊ก

ตลอดเวลา

หาหมอก็ไม่หาย

 

หมอบอกว่า

โอ้ยหลังน้ำท่วมก็งี้แหละ

ผมก็เป็น แล้วแกก็ทำท่าหมอให้ดู

เล่นเอาพวกเรา ฮา กระจาย

ทั้งที่งานนี้ มันเรื่องเศร้านะ

 

แต่แกเล่าเรื่องเศร้า

ได้ ฮา มาก เลยอ่ะ

 

ตอนแกขอขมาแม่แก

แม่แกบอกว่า ให้พูดน้อยๆ ทำงานเยอะๆ

แทนที่จะบอกให้ลูกหาย หรือแม่อภัยแล้ว

 

ส่วนอาการของแก

ดีขึ้นชนิดอัศจรรย์ แต่ยังไม่ ร้อย

 

5555555

จะร้อยได้ไง ในเมื่อแกยังไม่ได้

ขอขมา คุณแมว กับ หนูอัญเลย

 

อันนี้

เราไม่บอก แกคิดไม่ออกเอง

 

เอาไว้เตือนใจ

 

ก็แกมาก้าวร้าว

กับหนูอัญ เมื่อเสาร์ก่อน

ที่แกออกจากโรงพยาบาลมา

หิ้วถุงฉี่ มา อ้างว่า

แกมีทุกข์มา ที่บ้านสวน ขาดเมตตา

ไม่ยอมให้แกพบ อ.อุบล

 

แกบอกว่า

ครอบครัวแกจิตตก

น้อยใจ ว่า บ้านสวน ไม่มีความเมตตา

 

555555555

 

บ้านสวนไม่มีเมตตา

ยังจะเพียรมาอีกเน๊าะ

แกก็ไม่ยักกะไปหา สถานที่

หรือบุคคลที่เมตตากว่าบ้านสวน

กว่า อ.อุบล เน๊าะ

แปล๊ก แปลก

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-24 15:52:40


ความคิดเห็นที่ 1428 (1621088)

แค่นึกก็ขำแล้วครับ น้องชายคุณโชค เพราะลีลา ท่าทางการพูดของเขาแบบตรงๆ จริงใจดี ภาษาก็ง่ายๆตรงไปตรงมา

ทำให้เวลาแกพูดมันน่าติดตาม ยิ่งพอแกเล่าเทคนิคการจุดธูปอย่างที่ท่านอาจารย์เขียนยิ่งขำก๊ากเลย โอ้โห คิดไปด้ายย มีแบบนี้ด้วยเหรอ

หากจุดธูป อย่างน้อยก็มีกลิ่นลอยไปต้องถึงแน่นอน คิดเอาอธิษฐานเอาอาจไม่ถึง ป๊าดดด หลักสูตรไหนเนี่ย

พอไม่สบายไปหาหมอ หมอบอกว่าแก่แล้ว แกก็ไม่พอใจ บอกว่าหมอพูดหยาบคายกับผมได้ไง ผมเพิ่ง40ขวบเอง 55555

บ้านนี้ฮามากครับ แต่ก็อย่างว่าแหละครับ ต้องยกตำแหน่งครอบครัวแหกกฏบ้านสวนฯจนเจอดี ประจำปี 2555 แล้วล่ะก๊าบบ

ผู้แสดงความคิดเห็น ธนา อรุณภิญโญพล ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-24 16:10:52


ความคิดเห็นที่ 1429 (1621110)

พ่อใหญ่ธนาเอ้ย

วันอาทิตย์นี้ พวกเราจะได้ชม

ครอบครัว ฮา กันทั่วประเทศ ละคราวนี้

 

ตอน

ผลของกรรมรวมตัว

เล่นคุณไสย์+หมกมุ่นในกาม

+

ละเมิดกฎสวรรค์ บ้านสวนพีระมิด

 

รับประกัน ความ

ฮา

ทั้งที่เนื้อเรื่องเศร้าทุกคน

เจ็บจริง ป่วยจริง จนจริง ทุกคน

 

คิดดูทั้งบ้าน

มีเงินติดตัว 300 บาท

นี่หรือ คนทำธุรกิจ ค้าทองคำ

นับพันล้าน แต่ซมซาน

 

หมดลาย

ไม่เหลือฟอร์มนักเลง

 

ไม่เหลือมาด

อ.ดังหมายเลข 1 ของลาวเลย

 

ไม่เหลือ ความซ่า

ความยิ่งใหญ่ ที่เป็นผู้บงการ

ชีวิตคนทั้งบ้าน และ เหล่านายพลเลย

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-24 17:46:55


ความคิดเห็นที่ 1430 (1621112)

กรามน้องตาโชค

แกดัง กุบ กับ ก๊อป แก๊ป

แกทำท่า ทำทาง

ได้เนียนมาก

 

วันอาทิตย์ที่ผ่านมา

15 ก.ค.55

เรื่องของพ่อโจ ก็ผิดสัจจะ

กับบ้านสวน ป่วยหาหมอก็ไม่หาย

เปลี่ยน 7 หมอ

 

ส่วนน้องคุณโชค

แกก็บอกว่า แกเปลี่ยนหมอ

ตั้ง 5-6 คน ก็ไม่หาย

 

แกก็เลยต้องหันมา

เล่น ธูป 16 ดอก หันหน้ามาหา

อ.อุบล นครนายกเลยหละ

 แกบอก ควันธูป มันลอยมาจาก

หลักสี่ ดอนเมือง

ถึงนครนายกแน่นอน

 

แกบอก แกฝากแม่พระพรายมา

น๊านแน่ เอากะแกซิ

แกรู้จักแม่พระพรายซะด้วยนะ

แต่จำชื่อแกไม่ได้แล้ว

 

ใครจำได้ช่วยมาบอกที

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-24 17:53:08


ความคิดเห็นที่ 1431 (1621113)

มีใครจำได้ไหม

เสด็จพ่อท้าวเวสสุวรรณ เคยตรัสว่า

คนที่ละเมิด บ้านสวนพีระมิด

พระพุทธองค์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระเจ้าอยู่หัว

ต่อให้ไปรักษาทั่วโลก ก็ไม่หาย

เปลี่ยนหมอ ไปเถอะ ถ้ามีปัญญา

 

ใครจำได้บ้างจ๊ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-24 17:57:54


ความคิดเห็นที่ 1432 (1621122)

 แต่จำชื่อแกไม่ได้แล้ว

 

ใครจำได้ช่วยมาบอกที

***

เรียนตอบท่านอาจารย์ครับ เขาชื่อ

คุณทรงชิน ปิยะธรรมวุฒิ(คุณอาร์ท)

ครับ

***

 

มีใครจำได้ไหม

เสด็จพ่อท้าวเวสสุวรรณ เคยตรัสว่า

คนที่ละเมิด บ้านสวนพีระมิด

พระพุทธองค์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระเจ้าอยู่หัว

ต่อให้ไปรักษาทั่วโลก ก็ไม่หาย

เปลี่ยนหมอ ไปเถอะ ถ้ามีปัญญา

 

ใครจำได้บ้างจ๊ะ

***

     จำได้ครับ อย่างคุณโชค นี่ก็เป็น เคสตัวอย่างเลยครับ คิดว่า อาทิตย์นี้ ถ้าคนที่มีพฤติกรรมแบบคุณโชคได้ดู ถ้ามีปัญญามากพอ อาจจะคิดกลับตัว (ไม่รู้ว่ายังทันอยู่หรือเปล่า) ยิ่งตอนนี้ท่านอาจารย์ ไม่รับการขอขมาด้วย ต้องเช่ารายการทีวี หรือ คอลัมน์ หนังสือพิมพ์ เท่านั้น โทษใครไม่ได้จริงๆ ครับ เพราะสร้างกรรมกันไว้เอง  

 

ผู้แสดงความคิดเห็น วีร์พสุตม์ ลิ้มสกุลภักดี (เอิ้น) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-24 18:41:15


ความคิดเห็นที่ 1433 (1621125)

ขอบคุณ น้องเอิ้น

ที่แท้ ก็ชื่อ อ๊าร์ต หรือจ๊ะ

 

พี่ชื่อโชค

น้องชื่อ อาร์ต

 

แต่นามสกุล คนละนามสกุลกันนะ

พี่น้องคู่นี้น่ะ

 

พ่อโชคนี่

เค้าคงแสวงหาโชค

สุดฤทธิ์สุดเดชเลยหละ

 

เปลี่ยนทั้งชื่อ

ทั้งนามสกุล ชื่อจริง ชื่อเล่น

เปลี่ยนหมด

 

แต่ไม่ยอมเปลี่ยน

พฤติกรรม ดังนั้น แกก็เลย

ต้องได้รับบทเรียนสอนใจ

ว่า

จะเปลี่ยนอะไรก็เปลี่ยนได้

 

ต่อให้เปลี่ยนชื่อ

เปลี่ยนนามสกุล ชื่อเล่น

เปลี่ยนบ้าน เปลี่ยนเมีย

เปลี่ยนไปอยู่ประเทศไหน

 

แต่รับประกัน

กรรม

ไม่เคยเปลี่ยน และไม่เคย

ให้ผลผิดตัวเลย

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-24 19:41:55


ความคิดเห็นที่ 1434 (1621145)

 

โรค มือ เท้า ปาก
ท่านอาจารย์อุบลเล่าว่า โรคมือ เท้า ปาก ที่กำลังระบาดอยู่นี้เป็นเพียงออเดิฟเท่านั้น ยังมีที่ร้ายแรงกว่านี้อีก ตอนแรกก็บอกว่าเป็นเฉพาะเด็ก ๆ แต่ในที่สุดผู้ใหญ่ก็จะเป็นด้วย มาจากไวรัสที่เรียกว่า enterovirus มีผลทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงได้ด้วย โรคนี้เกิดจากกรรม ที่ผิดศีลไว้ เช่น มือไปลักขโมย ไปฆ่าสัตว์ เท้าเดินไปทำความชั่ว ในที่สุดเป็นที่สมอง เชื้อนี้ไปทำลายก้านสมอง ทำให้อ่อนแรงเหมือนโปลิโอ ก็เกิดจากคิดชั่ว ทำชั่ว เป็นต้น ต่อไปจะมีโรคระบาดอื่น ๆ อีกด้วย เช่น โรคอหิวาต์ เป็นต้น
เขียน facebook 99 ตอน เพื่อหลุดกรรม
                ในกรณีที่ลูกบ้านสวน ต้องการหลุดกรรม ก็ให้ขยันเข้า facebook bannsuanpyramid และไปเขียนเรื่องราวตนเองให้ได้ 99 ตอน ก็จะหลุดพ้นกรรมได้ พร้อมต้องสำนึกบาปกรรมที่ทำมาด้วย
 ธรรมทานจากครอบครัวป้าแต๋ว
                ป้าแต๋วมีลูกชื่อคุณโชค หรือ คุณณัฐดนัย ได้รับเคราะห์กรรมเกิดโรค เป็นเนื้อร้าย น่าจะหนักเป็นมะเร็ง แต่พอทุกข์ถึงที่สุด ก็เกิดนึกถึงคำของแม่ คือ ป้าแต๋ว ซึ่งเชื่อมั่นและศรัทธาบ้านสวน ดังนั้นคุณโชคก็ลองใช้รหัสอาจารย์อุบลช่วยด้วยดู ทำให้เนื้อร้ายกลายเป็นแค่ก้อนเนื้ออักเสบ นั่นคือเป็นต่อมลูกหมากอักเสบ และค่อย ๆ ดีขึ้นในที่สุด พอเป็นหนักขึ้นแล้ว คุณอาทซึ่งเป็นน้องคุณโชค บอกว่า ศรัทธา อ.อุบลแก่กล้า โดยจุดธูป 16 ดอก และภาวนาขออาจารย์อุบลช่วยด้วย ขณะที่เล่าธรรมทานอยู่หน้าห้อง อาจารย์อุบลก็ให้สังเกตอาการ ซึ่งคุณโชคก็บอกว่าดีขึ้นเรื่อยๆ
                คุณโชค ได้นึกถึงกรรมที่ตนกระทำ และเล่าว่า สมัยเด็ก คุณตาสอนให้ทำเสน่ห์ยาแฝก และทำให้ผู้หญิงหลง และมีความสัมพันธ์ทางเพศ หลอกผู้หญิงไว้ถึง 5 คน ผลกรรมอันนี้ทำให้เขา ฉี่ ไม่ออก จนหมอต้องสวนปัสสาวะ ต้องขึ้นขาหยั่งให้หมอและพยาบาลตรวจ เขาอายจับใจ แต่ก็ต้องทน เพราะผลกรรมที่ทำไว้
 
กฎระเบียบบ้านสวน มีคุณ หรือโทษกับคุณโชคอย่างไร
                คุณโชค ได้เล่าให้ฟัง และพูดขอความเห็นใจว่า อาทิตย์ที่แล้วก็มาบ้านสวนฯ แล้วครั้งหนึ่ง มาขอพบท่านอาจารย์อุบล มาพบลูกบ้านสวน คือ คุณอัญ ที่ไม่ยอมให้เข้ามา เพราะทำไม่ถูกกฎระเบียบ และอาจจะก่อผลร้ายกับตัวเขาเอง แต่คุณโชคหาเหตุผลมาอ้างว่า เราน่าจะมีกฎของความเมตตาไม่ใช่หรือ ทำไมไม่ช่วยมนุษย์ที่กำลังทุกข์ยาก ท่านอาจารย์อุบลบอกว่า คุณอัญทำถูกแล้ว ทำแบบนี้เป็นการช่วยคุณโชค เพราะกฎนี้เป็นกฎสวรรค์ ถ้าทำผิดอาจได้รับโทษ ตั้งแต่วันนั้น อาจไม่มีโอกาสหาย แต่คุณอัญได้ช่วยไว้ไม่ให้เข้าบ้านสวน แต่ไปทำตามกฎก่อน โดยโทรฯขออนุญาตคุณแมว แล้วจึงมาเข้าบ้านสวนในอาทิตย์ถัดไป ก็พบว่าในที่สุดก็อาการดีขึ้น และใกล้จะหายแล้ว
ขออนุโมทนาบุญในธรรมทานของคุณโชค และกราบขอบพระคุณในความเมตตาจากท่านอาจารย์อุบล อาจารย์มงคล และคุณท๊อป ที่มีต่อลูกหลาน บ้านสวนพิรามิดด้วย
 
ชัชวลี
ผู้แสดงความคิดเห็น ชัชวลี กะลัมพะเหติ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-24 22:06:28


ความคิดเห็นที่ 1435 (1621147)

 

คำถามคุณธนา  เกี่ยวกับคำว่าลัทธิ
 
คุณธนาได้ถามท่านอาจารย์อุบลว่า ทำไมคนใน web ได้พูดกล่าวร้ายว่า บ้านสวนพิรามิด เป็นเพียงลัทธิ ไม่ใช่ ศาสนา ไม่ควรมาเชื่อ งมงายกับบ้านสวน ท่านอาจารย์ก็เลยอธิบายคำว่าลัทธิให้ฟังจากพระไตรปิฎก เผอิญหนังสือพระไตรปิฎกอยู่อีกบ้านนึงไปเอาไม่ได้ ก็เลยหาใน net มาให้อ่านกันเห็นว่าคล้ายคลึงกับที่ท่านอาจารย์กล่าวกัน
            เมื่อได้อ่านแล้ว ท่านจะเห็นว่า บ้านสวนพิรามิด คือสถานที่ในการเผยแพร่ศาสนาพุทธอย่างแท้จริง มิได้เป็นเพียง ลัทธิ ตามคำกล่าวอ้างของผู้ไม่รู้ ที่มาโจมตีพวกเราอยู่ ลองอ่านกันดูค่ะ
ความแตกต่างระหว่าง ลัทธิ กับ ศาสนา
        1. ลัทธิ อาจไม่มีคำสั่งสอนเกี่ยวกับศีลธรรมจรรยาเหมือนอย่างศาสนาก็ได้ เช่น ปรัชญาวิตเกนสไตน์ หรือลัทธิความเชื่อของเผ่าต่าง ๆ ในสังคมบรุพกาล ที่เน้นแต่การทำพิธีกรรมบูชาเทพเจ้า ภูตผีปีศาจ แต่ไม่มีหลักคำสอนทางศีลธรรมจรรยา
        2. ลัทธิ มีคำสอนเรื่องจุดมุ่งหมายสูงสุดของชีวิตที่แตกต่างจากศาสนา กล่าวคือจุดมุ่งหมายสูงสุดของชีวิตมนุษย์ที่ศาสนากำหนด คือ ความสุขในทางธรรม ความสงบสุขทางจิตใจและมุ่งแก้ปัญหาที่เป็นลักษณะปัญหาสากลของมนุษย์ เช่น ความทุกข์ ความผิดหวัง และพฤติกรรมความดี ความชั่ว เป็นต้น
        แต่จุดมุ่งหมายของลัทธิ จะเน้นความสุขทางโลก มุ่งแก้ปัญหาของมนุษย์และสังคมและมีความเหมาะสมเฉพาะสังคมบางท้องถิ่นและเฉพาะสมัยเท่านั้น เช่น ลัทธิเต๋า ลัทธิขงจื้อ เป็นต้น
        3. ลัทธิอาจมีพิธีกรรมหรือไม่ก็ได้ แต่ศาสนาต้องมีพิธีกรรม
        4. คำสอนของลัทธิ เกิดจากความคิดและทัศนะส่วนตัวของเจ้าลัทธิเอง แต่สำหรับศาสนา คำสอนเกิดจากพระบัญชาของพระเจ้า โดยมีโองการผ่านทางศาสดา ศาสดามิได้คิดขึ้นเอง (ยกเว้น พุทธศาสนา ถือว่าคำสอนเป็นสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติ พระพุทธเจ้าทรงเป็นผู้ค้นพบและนำมาเผยแพร่ เนื่องด้วยเป็นศาสนาที่ไม่มีพระเจ้า)
     5. คำสอนของลัทธิไม่มีลักษณะความศักดิ์สิทธิ์ แต่ศาสนามีความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพสักการะบูชาของศาสนิกชนผู้นับถือ ไม่พอใจเมื่อถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม
        6. ลัทธิไม่มีสถาบันที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดคำสอนและไม่มีคัมภีร์ที่รวบรวมคำสอนไว้เป็นหมวดหมู่ แต่ศาสนามีนักบวชทำหน้าที่เผยแพร่คำสอนของศาสดาและมีคัมภีร์รวบรวมเป็นลายลักษณ์อักษรลัทธิอาจมีหนังสือที่เจ้าของลัทธิแต่งขั้น แต่มิใช่คัมภีร์ เช่น ลัทธิเศรษฐกิจ ลัทธิการเมืองและลัทธิปรัชญา เป็นต้น
 
ผู้แสดงความคิดเห็น ชัชวลี กะลัมพะเหติ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-24 22:24:41


ความคิดเห็นที่ 1436 (1621161)

ธรรมะโดนใจ ค่ำคืนวันเสาร์ที่  21 กค 55
ขออนุโมทนากับธรรมทานของลูกบ้านสวนทุกท่าน อ่านธรรมทานของน้องๆหลายคน ละเอียดกว่าฟังเอง เนื่องจากตอนฟังง่วงนอน เพราะทำงานร้อนเหนื่อยมาตอนกลางวัน พวกคุณได้บุญกันเต็มๆแน่นอน เริ่มจากป้าจุ๋มไปอ่าน เข้าใจและจำได้มากขึ้น

ค่ำคืนนี้ คุณโชคและครอบครัวได้แจ้งเกิดแล้วในบ้านสวน แม้คุณโชคจะผิดศีลกาเมมามาก  ยังโชคดีที่มีคุณแม่เป็นกัลยาณมิตรชักชวนให้คุณรู้จักบ้านสวน และตอนตัวใกล้ระเบิดจากการอุดตันของนิ่วหรือเนื้องอกก็ตามในท่อปัสสาวะ คุณยังได้พี่งรหัส อาจารย์อุบลช่วยด้วยให้คุณรอดตายมาได้ บาปกรรมทางกามารมณ์ที่ส่งผล ให้มีโรคร้ายเจ็บปวดอวัยวะเพศ ฉี่ไม่ออกทรมาน น่าจะเป็นตัวอย่างให้ผู้หมกมุนทางกามารมณ์ได้หวาดกลัวบาปกรรมกันมากขึ้น เห็นคุณโชคเขาอาสาจะมาร่วมทำกิจกรรมบุญกับบ้านสวน ต้องติดตามกันต่อไปในเส้นทางบุญของเขา ว่าเขาจะเปลี่ยนตัวเองได้จริงหรือไม่

สำหรับคุณบุญศิริ เศรษฐินีผู้ใจบุญของเรา ท่านอาจารย์เมตตาให้มาสารภาพบาปอีกที เพราะครั้งที่แล้ว มาสารภาพว่าเป็นพยาบาลช่วยทำแท้ง เด็กใจแตกใน อเมริกา รู้สึกว่าจำนวนมากกว่าที่สารภาพครั้งที่แล้ว กรรมของคนมีส่วนร่วมการทำแท้ง ก็จะมีอุปสรรคในการงาน และเป็นคนโกรธง่าย

สำหรับกิจกรรมบุญอาทิตย์นี้ เข้มข้นเหมือนเดิม มีการขนอิฐเพื่อจัดระเบียบรั้วให้สวยงาม ย้ายของในโรงทานไป โรงอาหารด้่านหลัง ช่วงการย้ายตู้เย็นใหญ่ ก็ได้อาศัยปัญญาฉลาดๆของ อ.อภิชัย ในการยกขึ้นรถเข็น เข็นอ้อมไกลๆ เพราะพื้นที่ในการเคลื่อนที่แคบมาก นี่้ถ้าไม่ใช้รถเราจะหนักกันมากเลย ขอบคุณปัญญาของอาจารย์จริงๆ

งานเกษตร เราใช้ปุ๋ย EC=10 รดต้นกล้าข้าวที่โตขึ้น แปลงผัก และไปที่แปลงหลังบ้านอาจารย์ ทำให้กลิ่นเข้าในบ้านท่าน ต้องกราบขอขมาท่านอาจารย์และครอบครัวด้วยค่ะ คราวหน้าต้องใช้ฟางที่หมักไว้ดีกว่ากลิ่นน้อยลง สุดท้ายได้มีโอกาสร่วมปลูกเผือกอีกแปลงใหญ่ ช่วงภัยพิบัติบ้านสวนมีอาหารเหลือเฟือ อีกเช่นเดิม

จบแล้ว และขออนุโมทนาบุญกับผู้ทำกิจกรรมและผู้ติดตามทุกท่าน
จุ๋ม

ผู้แสดงความคิดเห็น ธารีรัตน์ กะลัมพะเหติ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-24 23:25:40


ความคิดเห็นที่ 1437 (1621232)

          อนุโมทนาบุญกับธรรมทานจากทุกๆท่านครับ

     ช่วงนี้รู้สึกว่า พี่จุ๋ม-พี่จิ๋ม เขียนธรรมทานได้เยอะน่ะครับแล้วก็ละเอียดมากด้วย ขออนุโมทนาบุญด้วยครับ

     พูดถึงเรื่องปรามาส ขอแวะที่คุณโชคอีกสักนิดนึงน่ะครับ

      คุณโชค 2 ปีก่อนเคยมาบ้านสวนฯ มาเห็นกระบวนการ พิธีการของบ้านสวนฯ แกรู้สึกว่า " อะไรเนี่ยะ ทำไรกันเนี่ยะ " พูดง่ายๆก็คือ ไม่ศัทธา แต่ปรามาสหรือเปล่านั้น แกบอกว่า..ไม่ถึงกะปรามาส แต่บอกว่า...ไม่ใช่แนวของแก แล้วเป็นไง พอปัสสาวะไม่ออก บวมไปทั้งตัว เหมือนจะระเบิด ประมาณว่า กูตายแน่ คราวนี้ จุดธูปบอกให้หลวงปู่ ครูบาอาจารย์ให้ท่านช่วย ก็ไม่หาย สุดท้าย ก็หันมาใช้ ที่พึ่งสุดท้าย รหัสอ.อุบลช่วยด้วย ..แล้วเป็นไง มีเรี่ยวมีแรงขึ้นมาทันที แถมเนื้องอกก็ไม่ต้องฝ่าด้วย นั่นล่ะออกแนวลังเลสงสัย
    ผมขอเล่าเรื่องลังเลสงสัยบ้างสักหน่อยครับ พอดีช่วงนี้ มีผู้ที่มีจิตใจต่ำทราม ชอบปรามาส ชาติ ศาสนา พระมหากษัติย์ ผู้ทรงศีลทรงธรรม....เรื่องนี้ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับแม่ผมเอง สดๆร้อน เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมานี่เองครับ คือเรื่องนี้ยังไม่ถึงกับปรามาส แต่เป็นการลังเลสงสัย และไม่สำนึกบุญคุณ ไม่กตัญญูต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งบ้านสวนฯ
    เรื่องมีอยู่ว่า แม่ผมมาบ้านสวนพีระมิด ในสัปดาห์ที่ 7-8 และ14-15 ก.ค ที่ผ่านมา ก่อนมามีอาการเจ็บปวดทางกาย คือ ปวดแขน เป็นมาประมาณ7-8 เดือน แล้วก็ปวดสะโพก อันนี้เป็นมานานแล้วครับ ที่สุดก็คือ อาการดังกล่าวดีขึ้น 90-95% พอกลับบ้าน แกก็อยากเผยแพร่รหัส อ.อุบลช่วยด้วย เพื่อแบ่งบันความสุขแก่ผู้อื่นบ้าง แกก็เริ่มจากบุคคลใกล้ตัวก่อน ก็ญาติๆกันเนี่ยะล่ะครับ พอไปเล่าให้เค้าฟัง ปรากฎว่าเค้าไม่เชื่อ จะเป็นไปได้ไง แค่พูดเนี่ยะน่ะ จะหายได้ เป็นไปไม่ได้ !!!  แล้วที่แม่ไปหายเจ็บปวด เนี่ยะ ก็เพราะได้ออกกำลังกาย ได้ออกแรง ถึงได้หาย ญาติเค้าพูดว่าอย่างนั้น ซึ่งแม่ไม่ได้พูดโต้ตอบอะไร พอหลังจากนั้น แม่ผมมานั่งทบทวน ครุ่นคิด ว่า..เอ้ ที่เราหาย เนี่ย..มันเพราะว่าเราออกกำลังกายจริงๆรึเปล่า คิดอยู่เป็นวันๆ ลังเลสงสัยไปหมด  หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นรู้ม่ะ แกมีอาการหนักๆที่บ่า อยู่ๆก็หนักขึ้นมาซะงั้น ต้องกินยาเรยน่ะครับ ก็เบาไป เสร็จแล้วก็หนักที่บ่า อีกข้างนึง ทีนี้หนักจริงๆ แบบว่ามันหนักผิดปกติแล้ว ทีนี้..แม่เริ่มคิดได้ หรือว่าจะเป็น เพราะลังเลสงสัยบ้านสวนฯ คราวนี้แม่ไม่กินยา แกอยากพิสูจน์ ..แล้วแกก็ ยกมือพนมที่หน้าหิ้งพระ ที่มีรูปเสด็จพ่อท้าวเวสสุวรรณ บอกท่านว่า ถ้าอาการหนักที่บ่านี้ เป็นเพราะการที่ลูกมีความลังเล สงสัย ในตัวอ.อุบลและบ้านสวนฯ ลูกขอขมาเจ้าค่ะ ที่คิดแบบนั้น พออธิฐานเสร็จ บ่าที่เคยหนัก ก็ค่อยๆเบาขึ้น เบาขึ้น จนหายเป็นปรกติ ...แม่เล่าให้ฟัง คราวนี้เชื่อแล้ว ว่าสิ่งศักดิ์บ้านสวนฯมีจริง ท้าวเวสสุวรรณ มีจริง
    ส่วนในมุมของผมนั้น ผมกลับมองว่า นอกจาก ลังเล สงสัย แล้ว ...เรื่องการไม่กตัญญู รู้คุณท่าน ก็เป็นอีกประเด็นนึง พอตัวเองได้รับความสุขแล้ว แทนที่จะสำนึกบุญคุณ กลับคิดว่าเป็นเพราะออกกำลังกายแล้วหาย  แหม่ คิดไปได้ แม่ใครเนี่ยะ
   เรา..ลูกบ้านสวนฯทุกท่าน  รวมถึงตัวผมด้วย เราได้รับความสุข มีชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งทางกาย การงาน การเงิน และเรื่องอื่นๆแล้ว ลองถามตัวเองดูน่ะครับ ว่าเราได้แสดงความกตัญญู ต่อผู้มีพระคุณแห่งบ้านสวนพีระมิด..นี้ แล้วหรือยัง
ผู้แสดงความคิดเห็น กฤษณะ สิงห์ป้อม ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-25 11:21:35


ความคิดเห็นที่ 1438 (1621257)

 จะเปลี่ยนอะไรก็เปลี่ยนได้

 

ต่อให้เปลี่ยนชื่อ

เปลี่ยนนามสกุล ชื่อเล่น

เปลี่ยนบ้าน เปลี่ยนเมีย

เปลี่ยนไปอยู่ประเทศไหน

 

แต่รับประกัน

กรรม

ไม่เคยเปลี่ยน และไม่เคย

ให้ผลผิดตัวเลย

***

     เห็นด้วยครับ ว่าการที่จะให้ชีวิตเปลี่ยนจริงๆ ต้องเปลี่ยนการเปลี่ยนกรรม ของตนเอง ถ้าเปลี่ยนสิ่งอื่นๆ แล้วยังมี พฤติกรรมเหมือนเดิม ก็ "เหมือนเปลี่ยนจาน แต่อาหารก็แบบเดิม รสเดิม"(เกี่ยวกันได้ไง)

     แบบนี้จัดว่าเข้าข่ายงมงายของแท้เลยนะครับ แต่สำหรับบ้านสวนฯ ไม่ใช่เพราะ สิ่งที่ท่านอาจารย์นำธรรมมะมาถ่ายทอดก็ไม่ได้มีการบิดเบือนแต่อย่างใด แต่เป็นธรรมมะ ที่ตรง ให้เห็นตัวอย่างจริงๆ ชีวิตจริงๆ คนที่เห็นก็เห็นจริงๆ และจะได้ไม่ทำตามอีก จะว่าไป ผมเองก็เปลี่ยนมาหลายชื่อนะครับ 55+ เคยงมงายเหมือนกัน

ขออนุโมทนากับธรรมทานกับพี่จิ๋ม พี่ป้อม และทุกๆท่านด้วยครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น วีร์พสุตม์ ลิ้มสกุลภักดี (เอิ้น) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-25 13:01:23


ความคิดเห็นที่ 1439 (1621269)

ธรรมทานขจากคุณโชค ในเรื่องศีลข้อ3(กามตัณหา) อวิชาคุณไสย

การฝึกวิชาไสยดําในเรื่องของ เสน่ยาแฟก ทําให้ผู้หญิงหลง รัก อยากได้ใครก็ใช้วิชาอาคมที่ตนเองรํ่าเรียนมานี้ จัดการกับเป้าหมายที่ตัวเองต้องการ ไม่เกิน3วัน เสร็จทุกราย แต่ผลที่ได้รับสาหัส สากรรฉ์ ฉี่ไม่ออก มีแต่เหลือดหยดติ๊งๆ ตัวแทบจะระเบิด  แต่ที่มาคิดกับท่าน อาจารย์ อุบลด้วยนี้ซิ(น่ากลัวสุดๆ)เลยได้ถุงฉี่กับเนื้องอกเป็นของแถม เรื่องไสยดํา หรือมนต์ดํา อร ก็เคยโดนเหมือนกัน จากอาการที่เป็น คือมีลูกค้าคนหนึ่งเค้ามาจาก เนปาล แรกๆก็ค้าขายสินค้ากันตามปกติ พอนานเข้าก็เริ่มสนิทและเป็นกันเอง เราก็ไม่รู้เค้าคิดอะไร เวลาเค้านั้งไกล้ๆแล้วจะได้กลิ่นแปลกๆ หลังจากนั้นใจเราจะคิดถึงแต่ผู้ชายคนนี้ หน้าเค้าจะลอยอยู่ตรงหน้าเราตลอดเวลา อยากเห็นเค้า อยากอยู่ใกล้ เวลาทําสมาธิจิตจะไม่สงบ ทําไม่ได้ เป็นยังงี้อยู่หลายวัน ชักเริ่มสงสัยตัวเองว่าเป็นอะไร ทําไมถึงเป็นได้ขนาดนี้  จึงตัดสินใจ โทรถาม พี่สาวที่สนิทกันที่สุดคนนี้ ซึ่งแกจะเป็นร่างทรงที่ทํางานเพื่อพระพุทธศาสนา  พระมหากรัษต์ และชาติไทยมาโดยตลอด แกบอกว่า อร โดนของ โดนคุณไสย ต้องทํานํ้ามนต์ อาบตอนตะวันตกดิน  ตอนสวดทํานั้ามนต์ จะสวดเป็นภาษาเจ้าของที่ทํามนต์ดํานี้ อาบอยู่7วันอาการทุกอย่างจึงหายสนิท หลังจากนั้นมาก็ไม่เคยเห็นหน้าลูกค้าคนนี้อีกเลย

การขอพรไหว้พระ ต่อสิ่งศักสิทธิ์ ของคุณโชค

ถึงขนาดขอให้ องคชาตใหญ่ขึ้น ซึ่งผิดทํานองครองธรรม อันนี้เป็นตัวอย่างธรรมทานที่มีประโยชน์มาก เพราะเมื่อก่อนตัวเองก็ขอเหมือนกัน  แต่จะขอพรในเรื่องของ การทํามาหากิน สุขภาพ ร่างกายที่เจ็บป่วยอยู่ ขอเรื่องการงาน การเงิน การค้าอาชีพ แต่คนเราทุกวันนี้ ยิ่งสามี ด้วยแล้ว ความที่หลงผิดเวลาเข้าวัดทําบุญ ก็จะ ขอให้รวย ขอให้ถูกหวย ขอนั้น ขอนี้ ซึ่งทุกอย่างที่ขอก็คือความอยากล้วนๆ อยากได้ อยากมี อยากเป็น เพื่่อสนองกิเลสตัณหาของตัวเอง ก็จะไม่พ้นเรื่อง กิน กาม เกรียติ 3 อย่างนี้มักจะอยู่คู่กันจนแยกไม่ออก ทุกวันนี้ธรรมะ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถูกบิดเบือนไปอย่างเห็นได้ชัด ท่านอาจารย์ อุบล บ้านสวนพีระมิด ท่านจึงน้อมนําคําสั่งสอนของพระพุทธองค์มาเผยแพร่ ในทางตรง ถูกต้อง และสามารถพิสูทรได้จริง  สัมผัสได้จริง รู้ดี รู้ชั่วได้จริง ด้วยตัวของเราเองทุกคน

การผิดสัจจะ ผิดกฏสวรรค์บ้านสวนพีระมิด แล้วชีวิตจะเป็นอยย่างไร

คุณอาร์ต ออกมาให้ธรรมทานเรื่องผิดสัจจะต่อท่าน อาจารย์ อุบล ที่จะออกมาเล่าเรื่องของตนเองเพื่อเป็นธรรมทาน แล้วก็ไม่ได้ทําตามที่พูดไว้ ทําให้ร้อนหูปวดกราม มีเสียงดังก๊อกแก๊ก หายใจไม่สะดวก ไปหาหมอก็ตรวจไม่เจอโรค พอแกเล่าเป็นธรรมทาน อาการต่างๆก็ดีขึ้นตามลําดับ จนหายหมด และก็การเข้ามาบ้านสวนโดยไม่ขอ อนุญาติผิดกฏสวรรค์ ทําให้การค้าขายยอดตกลงมาก จากเคยขายพวงมาลัย ดอกใม้สดได้วันละ หกพัน จนเหลือเงินติดตัวแค่ สามร้อย

บุญไม่ทํา กรรมไม่แก้ ชีวิตนี้ลําบากแน่ หมั่นเติมบุญ สร้างบุญอยู่เสมอ

ตอเหมือนกรรมชั่ว  บุญความดีเหมือนนํ้า  ชีวิตคนเราเหมือนเรือ  ท่านอาจารย์ เมตตาให้ธรรมทาน ได้อย่างชัดเจน ตรงใจมากเลยค่ะ ชีวิตคนเราจะดําเนินไปได้ ราบรื่น ไม่มีอุปสรรค ทําการสิ่งใดประสพความสําเร็จได้ ก็เพราะกําลังบุญ เหมือนเรือที่แล่นอยู่ในนํ้า หากนั้าน้อย ก็เจอตอ เรือก็แล่นไปไม่ได้ เหมือนกับชีวต อร พอห่างบุญ ทุกอย่างก็สะดุดหมด ขายไม่ดี หาเงินไม่ได้ ผลกระทบเป็นลูกโซ่เลย ถ้าเราไม่ได้ คนอื่นที่รอเราอยู่ มากมาย ก็ไม่ได้เช่นกันเพราะเป็นเรือใหญ่ 

ผู้แสดงความคิดเห็น อร อุ่นศรี ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-25 14:03:21


ความคิดเห็นที่ 1440 (1621271)

ขอบคุณ พ่อหนุ่ม สิเหน่แรง

สิงห์ป้อม

ที่มาส่งข่าว คราว แต่จะว่าไป แม่ใครนะ

ฉลาดเหมือนลูกเลย อ้าว เป็นงั้นไป

 

----------

ฝากการบ้าน ด้วยนะ

พ่อสิงห์ป้อม

 

คอยดูอาการญาติ

ที่แม่ ไปบอกรหัส ด้วยนะจ๊ะ

ว่าเป็นไงกันมั่ง

อิ อิ อิ

 

ขำไว้รอ ล่วงหน้า อ่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-25 14:09:16


ความคิดเห็นที่ 1441 (1621277)

อนุโมทนากับธรรมทานจากญาติธรรมทุกท่าน

ทุกๆธรรมทานทำให้มองเห็นแง่มุมต่างๆมากมายจริงๆค่ะ

โรคมือเท้าปาก และอีกหลายๆโรคที่จ่อคิวกันมา

เกิดจากการล่วงละเมิด และเบียดเบียนผู้อื่น

ใช้อวัยวะทำสิ่งที่ไม่ดี ไม่เหมาะสม

นอกจากนี้ยังไม่ใช้อวัวะให้เกิดประโยชน?

เพิกเฉยซะงั้น ไม่เคยช่วยเหลือคนอื่น ดูดายต่อส่วนรวม

หรือที่เรียกว่าไม่มี จิตอาสา จิตสาธารณะ นั่นเอง 

ถึงตอนที่เราได้รับเคราะห์กรรมบ้าง

อย่าว่าแต่คนเลยย แม้แต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านก็ไม่ช่วยเช่นกัน

ผู้แสดงความคิดเห็น ภิญญลักษณ์ เลิศอัครศักดิ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-25 14:26:59


ความคิดเห็นที่ 1442 (1621286)

 

ครอบครัวป้าแต๋ว

ครอบครัวนี้ได้ฉายาว่า จอมผิดกฎ

ครั้งล่าสุดก็ยังผิดอีกจนได้

ทำให้คุณโชคที่มีอาการดีขึ้นมาระดับนึงแล้ว

กลับทรุดหนักลงไปอีก

เค้าทั้งเจ็บปวดทรมานขณะที่ขับรถเดินทางเพื่อมาบ้านสวนฯให้ได้

ฟางเส้นสุดท้าย ที่ได้ยึดเหนี่ยว

เพื่อให้ได้มาสารภาพ กราบขอขมา

ขอความเจริญ ศิริมงคลแก่ตนเอง

อวิชชา มนต์ดำ ที่คุณตาถ่ายทอดมาให้

ทำให้เค้าหมกมุ่นในกามารมณ์

นำวิชาไปใช้กับผู้หญิงมากมาย

เคยมาบ้านสวนฯ 2 ปีที่แล้ว

น่าจะมาลองวิชานี้ด้วยซ้ำ

ทำให้เค้าเฉียดตาย ทั้งอับอายทั้งหมอและพยาบาล

ที่ช่วยให้ร่างกาย สังขารพ้นทุกข์ทรมาน

วันนั้นที่บ้านสวนฯ เค้ายอมเทน้ำอออกหมดแก้ว

พร้อมรับคำสอนที่ถ่ายทอดผ่านท่านอาจารย์อุบล

อนุโมทนาที่คุณกลับลำได้ทัน

ไม่งั้น ....

ผู้แสดงความคิดเห็น ภิญญลักษณ์ เลิศอัครศักดิ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-25 15:13:11


ความคิดเห็นที่ 1443 (1621292)

คุณอาท ลูกชายอีกคนของป้าแต๋ว

ฉายา ธูป 16 ดอก

คุณอาท เคยมาบ้านสวนฯ

แต่ผิดสัจจะ ไม่ออกแสดงธรรมทาน

อ้างคิวยาว เกรงใจท่านอาจารย์

พอกลับไปได้ของแถมแบบไม่อยากได้

เป็นไซนัส ปวดเนื้อปวดตัว ฯลฯ

รักษาไม่หายสักที

ค้าขายก็ไม่ได้ดีเหมือนก่อน

เคยจุดธูปขอขมาอาการดีขึ้น

จนมาวันนั้นี่แหละที่ได้โอกาสมาบ้านสวนฯ

ธรรมทานจากครอบครัวนี้ย้ำเตือนถึง สัจจะ กฎระเบียบบ้านสวนฯ มารยาทที่พึงมีในสังคม

กินง่าย อยู่ง่าย แต่อย่ามักง่าย

วลีนี้เคยอ่านเจอนานมากแล้ว เอาไว้เตือนใจตัวเองค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ภิญญลักษณ์ เลิศอัครศักดิ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-25 15:42:26


ความคิดเห็นที่ 1444 (1621296)

ธรรมทานจากคุณบุญศิริ พัทยาเบย์

ทำให้ตระหนักถึงความละเอียดของจำนวนดวงจิตวิญญาณที่มารอรับบุญ

หากให้ตัวเลขน้อยกว่าที่เป็นจริง

อีกหลายจิตวิญญาณที่เหลือยังคงมารอรับบุญอยู่ดี

ดังนั้นอาการต่างๆก็เลยไม่หายขาดซะที

ธรรมทานเป็นทานที่ให้บุญใหญ่

ท่านอาจารย์แนะนำให้เขียนให้ได้ 99 ตอน

อาจจะเริ่มจากเขียนเรื่องตัวเองก่อนก็ได้

ใน facebook และ website บ้านสวนฯ

คนที่ไม่เขียนเป็นเพราะเจ้ากรรมนายเวรไม่ยอมปล่อย

อีกอย่างที่ท่านอาจารย์ย้ำคือ อย่าห่างบุญ

ให้เร่งทำบุญ เหมือนการเพิ่มน้ำลงไป

ให้เรือ ซึ่งก็คือ ตัวเรา เพื่อหนีให้พ้นตอบาปกรรมที่อยู่ในน้ำนั่นแหละ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ภิญญลักษณ์ เลิศอัครศักดิ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-25 15:58:43


ความคิดเห็นที่ 1445 (1621435)

ใครที่สงสัย

ว่าตนเอง มีชื่ออยู่โลกันต์

ก็ลองมาคุยกัน ในกระทู้นี้ก่อน

ใครที่คิดอยากร่วม

ปิดขุมโลกันต์ ก็มาแสดงตัว

ในกระทู้นี้ก่อนเท่านั้น

นะจ๊ะ จะบอกให้

......................

กราบขออนุญาตท่านอาจารย์อุบล

ขอลงชื่อร่วมพิธีปิดขุมนรกโลกันต์ด้วยคะ เพราะมั่นใจว่าต้องมีชื่ออยู่ในขุมนรกโลกันต์แน่นอนเนื่องจากได้ทำกรรมชั่วมามากและทำบ่อยๆโดยเฉพาะกับผู้มีพระคุณเริ่มตั้งแต่พ่อแม่ จะเถียง ไม่เชื่อฟังคำสั่งสอน ตำหนิ ติ ในสิ่งที่พ่อแม่ทำใช้คำพูดที่ก้าวร้าว ไม่ไพเราะ ประชดประชัน ต่อว่า บางครั้งก็รุนแรงทำให้ท่านเสียใจถึงกับร้องไห้ ยามท่านเจ็บป่วยก็ไม่ได้ดูแลเอาใจใส่เท่าที่ควร ไม่ได้ให้กำลังใจ แต่พูดทำนองซ้ำเติมทำให้ทุกข์ใจเพิ่มขึ้นอีก

ปรามาส นินทา วิพากษ์วิจารณ์ ตำหนิ เบื้องสูงเช่นพระบรมวงศานุวงศ์ ในเรื่องส่วนพระองค์ และเคยนำปฏิทินในหลวงทิ้งลงถังขยะ

ก้าวล่วงผู้ทรงศีลโดยการคิดตำหนิ วิพากษ์วิจารณ์ในทางไม่ดีทั้งที่ไม่ทราบข้อมูลที่แท้จริง

ไม่เชื่อฟังคำสั่งสอนของครูบาอาจารย์ ไม่สำนึกในบุญคุณ ไม่ให้ความเคารพทำเหมือนไม่รู้จักและไม่ได้ตอบแทนบุญคุณท่านเลย

บัดนี้ ลูกได้สำนึกในความชั่วที่ได้ทำมาแล้วรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งและขอตั้งใจจะไม่ทำเหตุเลวร้ายเช่นนั้นอีก จะตั้งใจทำความดี สร้างบุญทั้งด้วยแรงกาย ปัจจัย สิ่งของเพื่อให้มากพอที่จะปิดขุมนรกโลกันต์นี้

กราบขอบพระคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกๆพระองค์แห่งบ้านสวนพีระมิด ท่านอาจารย์อุบล และอาจารย์มงคลที่เมตตาให้โอกาสมาสร้างบุญที่บ้านสวนคะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น กัญญานี ถือธรรม ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-26 21:26:09


ความคิดเห็นที่ 1446 (1621844)

 



ขอเล่าธรรมทานวันเสาร์ที่ 28 ก.ค. 55 ดังนี้ค่ะ

เริ่มด้วยการกล่าวขอบคุณก่อนค่ะ
เริ่มด้วย พี่อ้อย ปาริชาติ

มาขอบคุณเรื่องขายเครื่องมือแพทย์ได้เกินเป้า 120%
โดยพี่อ้อยได้อธิษฐานขอให้ได้ค่าคอมมิชชั่น
ผลสรุปก็คือได้ ค่าคอม
และท่าน อ.อุบลได้บอกว่า
ลูกบ้านสวนที่ชีวิต หน้าที่การงาน ดีขึ้น
อย่าหลงตัวเอง ต้องมาบ้านสวนสม่ำเสมอ
อย่าห่างบุญจะเป็นกันทุกคน 
สิ่งที่พี่อ้อยได้รับรับส่วนหนึ่งมาจาก
การมาสร้างบุญสม่ำเสมอ 
เขียนธรรมทานได้ดี สิ่งที่เราดี
พระอินทร์ท่านก็จะช่วยเวลาเรามีเรื่องทุกข์ร้อน

พี่แหม่ม วีรดา มาขอบคุณที่แฟนปวดฟัน
และได้ให้ยืมจี้สฟิงซ์ไปห้อยคอ 
ปรากฎว่าหายทุกโรค ครอบครัวก็ดีขึ้น 
ต้นกล้าก็สอบได้ห้อง 1 

พี่ศร เกศร  มาขอบคุณที่ตั้งแต่รู้จักบ้านสวนมา
ไม่เคยต้องเข้าโรงพยาบาลอีกเลย
ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีความสุขอย่างนี้มาก่อนเลย
เคยไปถือศีล ไปบวชชี โกนหัวมา
แต่ก็ไม่เคยพ้นทุกข์มีความสุขอย่างนี้เลย

พี่ป้อม กฤษณะ  รถเสีย นำไปซ่อม ช่างประเมินราคา
อยู่ที่ 13000 ซึ่งแพงมากแต่ก็ตัดสินใจทำ
ในระหว่างนี้ขอ อ.อุบลช่วยด้วย ขออย่าให้เสียเงินเยอะ
แต่ก็คิดว่าท่านคงไม่ช่วยแล้ว 
สรุปคือ ช่างบอกว่าวันนี้ทำไม่ทัน จึงเอารถกลับ
ไม่ต้องเสียเงินซ่อมซึ่งแพง จนมาได้เจอกับคนรุ้จัก
ซึ่งถูกกว่ามาก 

ต่อไปเป็นการถามคำถาม ซึ่งท่าน อ.อุบล
ได้เปิดโอกาสให้พวกเราถาม
1. คำถามแรก การบูชาจี้สฟิ๊งซ์ไปให้คนที่ยังทำผิดศีล
อยู่จะช่วยหรือไม่ ซึ่งตรงนี้ท่านได้เมตตาตอบว่า
ชีวิตเราจะเป็นไปตามการกระทำของตัวเอง 
จี้ไม่มีผลที่จะทำให้คน ๆนั้นแย่ลงหรือดีขึ้น
เพียงย่นย่อเวลาให้ได้รับผลเร็วขึ้น

คำถามที่ 2  ถ้าหากเรานำผู้คนมาล้อเลียน ใช้ถ้อยคำโกหก หยาบคาย ลามก อนาจาร ผลกรรมที่ได้รับจะเป็นอย่างไรคะ
คำตอบคือ
หากเรากระทำเช่นนั้น ก็หมายถึงเราผิดศีลข้อ 4 เปรียบได้กับแมลงก็ตอมดอกไม้ แมลงวันก็ตอมอุจจาระ
ผลกรรมจะทำให้เราไม่ประสบความสำเร็จทุกด้าน 
ค้าขายก็ไม่ได้ ไม่มีเงินเก็บ พูดปดก็ผิดพอแล้ว
นี่เรายังหยาบคายอีก กรรมยิ่งหนักเท่าตัว ผลกรรมจะทำให้
ไม่มีใครไว้ใจและเชื้อถือเรา และถูกหลอกได้ง่าย
ผู้แสดงความคิดเห็น ตุ้ย ศิริพร โฉมจันทร์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-30 18:05:39


ความคิดเห็นที่ 1447 (1621864)

ธรรมทานวันเสาร์ที่ 27 ก.ค.55

วันนี้มีผู้มาขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดังนี้

1.คุณอ้อย เรื่อง การงาน การเงินฟูเฟื่อง

ตั้งแต่คุณอ้อยมาบ้านสวนฯเป็นเวลา 1 ปี 3 เดือน การงาน การเงินก็ดีขึ้นมาก จากเมื่อก่อนไม่สามารถปิดยอดขายได้ตามเป้า หลังจากมาบ้านสวนฯ สามารถปิดยอด และเกินเป้าได้ทุกครั้ง และครั้งนี้ก็เช่นกัน รหัส อ.อุบลช่วยด้วย ก็สามารถทำให้ได้รับค่าคอมมิชชั่น จากการขายที่ไม่ได้เปิดบิล ซึ่งปรกติบริษัทจะไม่จ่ายค่าคอม

ทั้งนี้ท่านอาจารย์ได้บอกว่า เป็นเพราะคุณอ้้อยมาสร้างบุญอย่างสม่ำเสมอ ธรรมทานก็จะเข้าไปเขียนบ่อยๆ  และเมื่อมีผู้มารุกรานในแวปไซด์ คุณอ้้อยจะเป็นผู้หนึ่งที่จะเข้าไปต่อสู้กับผู้รุกราน เป็นนักรบบ้านสวนฯอีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นความดีที่ต้องใช้กำลังใจเยอะมาก

2.คุณแหม่ม เรื่อง สามีหายป่วยทุกโรค

คุณแหม่มบูชาจี้องค์สฟริงซ์ไป 2 องค์ สำหรับตัวเองและน้องต้นกล้า  พ่อของน้องต้นกล้าปวดฟัน เลยยืมองค์สฟริงซ์ของน้องต้นกล้าใส่ตอนเย็น และหายปวดฟัน หลังจากนั้นก็จะยืมใส่ทุกเย็น แล้วคืนใ้ห้ในตอนเช้า คุณแหม่มก็เลยถามว่าใส่ทุกวันมีอะไรดีขึ้นไหม เขาบอกว่าหายทุกโรค จากเมื่อก่อน คุณแหม่ม หรือบางครั้งก็จะเป็นต้นกล้าจะต้องเหยียบให้ ตอนนี้ไม่ต้องเดือดร้อนเหยียบให้แล้ว คุณแหม่มก็เลยมาบูชาเพิ่มให้แฟนมีจี้องค์สฟริงซ์เป็นของตัวเอง

3.พี่เกสร เรื่อง ดีใจจังไม่ต้องเข้าโรงพยาบาลอีกแล้ว

พี่เกสรเป็นโรคทาลัสซีเมีย มาขอบคุณเรื่อง 1 ปีที่ผ่านมานี้ ไม่ได้เข้าโรงพยาบาล และไม่ได้กินยาอีกเลย

จากที่เมื่อก่อนเป็นคนใจร้อน ตอนนี้ นิ่งมาก และจี้องค์สฟริงซ์ช่วยให้พี่สร นอนหลับสบาย ไม่ฝันร้าย

4.สิงห์ป้อม เรื่อง ซ่อมรถไม่แพง

สิงห์ป้อมเอารถไปเปลียนโช๊คอัพ ที่ศูนย์บอกราคา 13,000 บาท แต่ไปเปลียนโช๊คที่ บีควิก ใช้รหัส อ.อุบลช่วยด้วย ขออย่าโดนช่างโกง และอย่าคิดราคาแพง ช่างแจ้งราคา ราคา13,300 บาทต่อโช๊คอัพคู่หน้า เท่านั้น ก็คิดในใจว่า อ.อุบลไม่ช่วยเลย แต่ก็ตัดสินใจทำ รอช่างอยู่นานเป็นชั่วโมง ช่างมาบอกว่าทำไม่ทัน ค่อยมาทำวันพรุ่งนี้ จึงต้องกลับบ้าน

วันรุ่งขึ้น เขานึกขึ้นได้ว่ามีญาติเป็นช่างซ่อม เลยโทรไปถาม และเอารถไปให้เขาซ่อม ญาติเปลี่ยนโช๊คอัพ คู่หน้าและหลัง ในราคา 8,800 บาท ซึ่งถูกกว่ามาก ท่านช่วยให้สิงห์ป้อมไม่ต้องเสียเงินในราคาที่แพงนั่นเอง 

ช่วงตอบคำถาม

1.ถ้าเราบูชาจี้องค์สฟริงซ์ ไปให้ พ่อ แม่ และญาติพี่น้อง แล้วถ้าพ่อ แม่ ญาติพี่น้องไม่รักษาศีล 5 จี้องค์สฟริงซ์จะช่วยหรือไม่ เพราะจี้องค์สฟริงเป็นรูปสามเหลียมพีระมิด ซึ่งเป็นทั้งเครื่องขยายบุญและบาป

ชีวิตเราเป็นไปตามการกระทำของเราเอง ตามกำลังบุญและกำลังบาปของเราเองไม่ใช่มาจากจี้องค์สฟริงซ์ เพียงแต่ย่นย่อเวลาบุญบาปเร็วขึ้นเท่านั้น

ถ้าคุณทำความดี ก็เห็นผลความดีเร็ว

ถ้าคุณทำความชั่ว ก็เห็นผลความชั่วเร็ว

2.คนที่เขียนในเฟสบุ๊คล้อเลียนบ้านสวนฯ แล้วเขียนคำหยาบคาย เขาจะได้รับผลกรรมอย่างไร

เราจะดูว่าคนนั้น ีหรือไม่ดี ให้เอาศีลไปจัับ

คนหยาบคายผิดศีลข้อ 4 เขาจะไม่เปิดเผยตัวเอง

ผลกรรมที่ได้รับจะทำให้ปากเหม็น ไม่มีใครเชื่อถือ ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตทุกๆด้าน

3.ผู้ที่เอารูปคนอื่นไปตัดต่อ แต่งเติม ลงในเฟสบุ๊คล้อเลียนบ้านสวนฯ เพื่อให้ดูแล้วน่าเกลียด เขาจะได้รับผลกรรมอย่างไร

ให้เอาศีลไปจับ

ตกแต่งเป็นอย่างไร ชีวิตก็จะเป็นอย่างนั้น

4.ศาสนาพุทธ องค์เทพสฟริงซ์ ทำไมถึงมารวมกันได้อย่างไร

ท่านอาจารย์เปรียบให้ฟัง เหมือนพวกเราทุกคนนับถือศาสนาพุทธ แต่เราก็ใช้รถยนต์ที่ขับมาบ้านสวนฯ คนละยี่ห้อ ไม่เหมือนกัน ทำไมศาสนาพุทธเหมือนกัน ทำไมถึงต้องขับรถยนต์ต่างยี่ห้อกัน เช่นเดียวกับองค์เทพสฟริงซ์ ที่ อ.อุบลค้นพบว่า ช่วยให้้้้้้้้ อ.อุบลเข้านิพพานได้ ถ้าสิ่งนั้นเป็นสิ่งดี เสด็จปู่ท้าวเวสสุวรรณและพระพุทธเจ้าท่านไม่ทรงห้าม ก็สามารถทำได้ถ้าสิ่งนั้นเป็นสิ่งดี

จี้องค์เทพสฟริงซ์ เปรียบเหมือน อภิญญาใหญ่ เพราะเราสามารถสารภาพบาปกับจี้องค์เทพสฟริงซ์ได้ แต่เราต้องนึกกรรมออก ซึ่งสามารถแสดงผลเป็นวิทยาศาสตร์ได้

1.จี้องค์เทพสฟริงซ์เป็นสื่อ เหมือนสารภาพบาปต่อหน้าอาจารย์เอง

2.จี้สามารถเชื่อมญาณกับพระพุทธเจ้าได้โดยตรง เพราะตัวเราเองไม่สามารถเชื่อมญาณกับพระพุทธองค์ได้ ต้องมีสื่อกลาง ซึ่งก็คือจี้องค์เทพสฟริงซ์ และท่านอาจารย์ก็เป็นผู้ถูกเลือกให้มาทำหน้าที่ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ทั้งโลก ทำหน้าที่ปลดทุกข์ให้กับทุกคน

องค์เทพสฟริงซ์เป็นหัวหน้าของเทพทุกองค์ในจักรวาล และข้างบนจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่ไมีการแบ่ง

5.ทำไมรูปทรงพีระมิดจึงมีพลัง แต่รูปทรงอื่นไม่มีพลัง

เพราะรูปทรงพีระมิดสามารถดึงพลังจากจักวาลได้

6. คนในสังคมไม่เชื่อพระพุทธเจ้า ไม่เชื่อบาปบุญคุณโทษ ไม่เชื่ออะไรเลย ซึ่งเขาเข้ามาเขียนในเฟสบุคล้อเลียน ว่าไม่เห็นเกิดอาการอะไรเลย ไม่เป็นอะไรเลย

คำพูดที่บอกว่าไม่เป็นอะไรเลยนั้นโกหกแน่นอน เพราะคำพูดของเขาทุกคำโกหก มีแต่คำหยาบคาย  ดังนั้นคำนี้เขาก็ต้องโกหกแน่นอน ถ้าไม่เกิดกับร่างกายของเขา สภาพแวดล้อมของเขา ไม่ว่าการงาน การเงิน เป็นอย่างไร ครอบครัวของเขา พ่อ แม่ญาติพี่น้องเป็นอย่างไร นอกจากไม่ยอมรับความจริงเท่านั้น ทนได้ก็ทนไป

สุดท้ายนี้ลูกกราบขอบพระคุณเทวดาที่รักษาตัวท่าน อ.อุบล ท่าน อ.มงคล และคุณท๊อป รวมทั้งท่าน อ.อุบล ท่าน อ.มงคล และคุณท๊อป ที่ให้ลูกได้มีโอกาสในวันนี้

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เพชรดา วรรณรักษ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-30 21:34:20


ความคิดเห็นที่ 1448 (1621868)

 

28 กค.55
วันเสาร์นี้คนค่อนข้างบางตาไปสักหน่อย อาจเนื่องจากอาทิตย์ที่แล้วมีการปิดขุมอเวจีนรกไป ผู้คนก็รู้ว่าอาทิตย์นี้ยังไม่ปิดขุมโลกันตนรกแน่นอน เพราะต้องรอสะสมบุญก่อน เห็นเพื่อน ๆ บอกว่า อาจารย์ให้สะสมถึง 99 ชม.จึงจะเพียงพอ พวกเราจึงทำบุญกันต่อด้วยความเบิกบาน
เริ่มด้วยคุณอ้อย ปาริชาติ คนสวยประจำบ้านสวน มาขอบคุณ อ.อุบล และท่านท้าวเวสสุวรรณ ที่ได้ช่วยให้สามารถปิดยอดขายไตรมาสได้เร็ว ยังไม่ทันปลายปีเลย ก็ขายได้ทะลุเป้าแล้ว เจ้านายปกติยังไม่ให้ commission กันง่าย ๆ เพราะขายราชการเขายังไม่จ่ายเงินสด เป็นเงินเชื่อก่อน จึงทำให้คนขายมักไม่ได้ ค่า commission แต่คุณอ้อยแปลกใจว่า เจ้านายคนนี้กลับยอมจ่ายค่า commission ให้คุณอ้อยได้ น่าจะเป็นรหัส อาจารย์อุบลช่วยด้วย
                อาจารย์อุบล ได้มาย้ำเตือนเกี่ยวกับคุณสมบัติของจี้องค์สฟิงซ์ที่มีอิทธิฤทธิ์ช่วยให้คนที่ อายไม่กล้าสารภาพบาปกลางที่ประชุม ก็สามารถมาสารภาพกับจี้ และก็หายเช่นกัน   พออาจารย์ถามความเห็นว่าเพราะเหตุใด ก็มีคำตอบที่ถูกใจท่านอาจารย์จากคุณป้อมว่า เพราะองค์สฟิงซ์นี้ สามารถมีสมบัติเชื่อมญาณกับท่านอาจารย์อุบล และสิ่งศักดิ์สิทธิ์บ้านสวน กับผู้ที่เป็นเจ้าของ ถ้าสำนึกผิด แล้วยอมสารภาพต่อหน้าท่าน   ผู้สารภาพก็จะหายจากอาการที่เจ็บปวดนั้น ดังนั้นลูกบ้านสวนถ้ามีองค์สฟิงซ์ และลองให้คนมาสารภาพต่อหน้าจี้ เขาก็จะหายจากทุกข์เช่นกัน ต่อไปยามเกิดภัยพิบัติ ลูกบ้านสวนต้องทำหน้าที่ช่วยคน แบบที่ท่านอาจารย์อุบลทำอยู่
                เมื่อทราบเช่นนั้น จิตของจิ๋มก็คิดถึง แม่ของคนงานที่ ปตท.วังน้อย แม่เขาเข้า โรงพยาบาลมา เป็นปอดบวม แต่ก็หายแล้ว กลับมาบ้านก็เดินไม่ได้นอนแซ่วอยู่ คนงานคนนี้ได้ทำบุญโดยเก็บเหรียญสลึง ไปร่วมเทผสมกับปูนเพื่อสร้างองค์ปฐมด้วย พอแม่เขาไม่สบายเขามาบอก ก็ให้เขายืมปิรามิดจำลองไปวางที่หัวนอนวันนึง แต่เขาบอกว่าแม่สงบลงบ้าง ไม่โวยวาย แต่ก็ยังเจ็บ วันนี้จิ๋มจึงไปเยี่ยมเขา เอาองค์สฟิงซ์ไป ขณะนั่งรถมากับคนงาน เขาบอกว่าแม่เขาไม่ค่อยเชื่อใคร ชอบด่าว่า หลาน และฆ่ากุ้งมาเป็นร้อย ๆ ตัว จิ๋มก็ลองดู ถ้าไม่เชื่อเราก็กลับเท่านั้นเอง แต่พอไปถึงเขาก็ยกมือไหว้เรา เราก็ถามเขาว่าเป็นทุกข์มั๊ย รู้มั๊ยว่าทำบาปอะไร เขาก็บอกเป็นชุดเลยว่าเคยฆ่ากุ้ง ฆ่าปลา เอาเท้าเตะหมา และทำร้ายหลาน หลายๆ เรื่อง เราก็ยกองค์จี้สฟิงซ์ขอให้เขาสารภาพ พอสารภาพเสร็จถามเขาว่าขาเป็นยังไง เขาบอกว่าค่อยยังชั่วขึ้นมาก ขาจากเดิมที่ใครแตะไม่ได้ ก็ดีขึ้น หายเจ็บได้ด้วย  เราก็บอกว่าขอให้ทำบุญไป มาก ๆ ว่างๆ ตอนนอนก็ให้ภาวนา พุทโธ ไป และบอกให้ใช้รหัสอาจารย์อุบลช่วยด้วย เวลาเจ็บมาก ๆ  เขาก็ฟังและลองเรียกดู หลังจากนั้นจิ๋มก็กลับก่อน บอกเขาว่ามีอะไรก็ให้ส่งข่าว ว่าดีขึ้นหรือยัง นับเป็นอีกงานนึงที่ดีใจและภูมิใจที่ได้ช่วยคน
                ขอกราบขอบพระคุณ อ.อุบล และเทวดาที่รักษาตัวท่าน รวมทั้งท่านอาจารย์มงคล และคุณท๊อปที่ได้มีโอกาสย้ำเตือนเรื่องจี้องค์สฟิงค์ที่มีความศักดิ์สิทธิ์สามารถช่วยคนให้หายจากโรคได้ สาธุ อนุโมทนาบุญ
ผู้แสดงความคิดเห็น ชัชวลี กะลัมพะเหติ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-30 21:51:49


ความคิดเห็นที่ 1449 (1621883)

โมทนาบุญกับธรรมทานของทุกๆ ท่านด้วยนะครับ...ขอเป็นชาวเกาะด้วยคนนะครับ เพราะไม่ได้ไปบ้านสวนฯ มาสองอาทิตย์ แทบจะลงแดง...ยังไม่พอ ไม่ได้ช่วยเขียนธรรมทานอีกต่างหาก แล้วอย่างนี้จะให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไหนช่วยล่ะจ้ะ ในเมื่อห่างบุญซะขนาดนี้ หรือแม้บุญอยู่ตรงหน้าจอ ไม่ต้องเอื้อมอีกต่างหาก ก็ยังไม่ทำ...ตัวดำ แล้วยังใจดำอีกแน่ะ

แต่จะว่าไป...หรือไม่มีใครว่าก็ไม่เป็นไร...ใครว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่มีจริง ก็เรื่องของเขา แต่ตัวผมเองไม่มีข้อสงสัยใดๆ เรียกหาท่าน ท่านก็สงเคราะห์เสมอ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เราอาจไม่เห็นเป็นรูปธรรม แต่ก็เห็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงหรือผลที่ได้รับ ยกตัวอย่างตัวผมเองก็แล้วกันนะครับ...บ่นไปเรื่อย ท่านใดไม่อยากอ่าน ก็ข้ามไปได้เลยนะครับ ไม่มีใครว่าอยู่แล้ว

ก็ช่วงสองอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ มีเหตุการณ์หลายๆ อย่างเกิดขึ้นกับตัวผม ซึ่งหนักไปทางด้านการงาน ที่มีปัญหาแก้คนเดียวไม่ตก ต้องพึ่งวิทยายุทธจากหลายสำนัก เพราะลำพังตัวดำๆ ผมหงอกๆ คนเดียวอย่างผมก็คงเอาไม่อยู่ แต่ก็เพราะด้วยบารมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ผมเรียกร้องหาท่านเสมอเมื่อมีเหตุการณ์ที่เรารับไม่ไหวแล้ว และที่สำคัญ รหัส อ.อุบล ช่วยด้วย ที่ช่วยทุกคนได้เสมอในทุกสถานการณ์...

และแล้ว...สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ได้ประทานลูกน้องมาช่วยงานเพิ่ม 1 คนเมื่อเดือนที่แล้ว และมือโปรอีก 1 คนที่จะมาเดือนหน้านี้ เท่านี้ผมก็คงหายเหนื่อยและหายเครียดกับงานทางโลกได้เยอะมากๆ ทีเดียวครับ จะได้ตั้งหน้าตั้งตาสร้างบุญอย่างต่อเนื่อง ไม่ห่างหายไปอีกครับ...

เอ...กระทู้นี้เค้าคุยกันเรื่องประสบการณ์การฝึกมโนมยิทธิ แต่ตาหมอนี่มาบ่นอะไรอยู่แถวนี้น้อ 

ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว...ขอหยิบยกธรรมทานของ ท่าน ว.วชิรเมธี ซึ่งบังเอิญเปิดทีวีดูเมื่อคืน ช่องไหนนั้นก็ไม่ทราบเหมือนกัน เพราะนานทีสองปีหนจะเปิดทีวีดูกับเค้าบ้าง...ท่านบอกว่า คนเราจะฝึกกำลังกาย ก็ต้องออกกำลังกาย คือเคลื่อนไหวร่างกาย แต่ถ้าจะฝึกกำลังใจ มันกลับกัน คือต้องฝึกให้ใจสงบนิ่ง ไม่เคลื่อนไหวไปภายนอกกาย...

ก็มาเจอกับตัวเอง เวลาเจอสถานการณ์คับขับ หรือกดดัน ใจเราก็แทบจะพุ่งออกมานอกกายเลยทีเดียว แทนที่จะบังคับ หรือวางอารมณ์โกรธ ขุ่นมัว หรือให้ใจนิ่งสงบ ก็ปล่อยให้มันไปตามอารมณ์แห่งกิเลสที่พุ่งออกมานั้นด้วย...สุดท้ายการย่อหย่อนในการฝึกสติและอารมณ์ ก็เป็นหนทางไปสู่ทุกข์ ก็ตัวเองนั่นแหละที่จมกับทุกข์...พอดีกว่าครับ เริ่มเลอะเทอะ...

สุดท้ายที่ไม่อาจลืมได้...ขอน้อมกราบขอบพระคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกๆ พระองค์ เทวดาที่ดูแลรักษาท่านอาจารย์อุบล...ที่ช่วยเหลือลูกมาตลอด และบรรดาลให้ลูกได้พบแสงสว่างเสมอในทุกๆ สถานการณ์ครับ...สาธุ สาธุ สาธุ 

ผู้แสดงความคิดเห็น สิทธิ์(สุรสิทธิ์ ศรประสิทธิ์) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-31 00:17:45


ความคิดเห็นที่ 1450 (1621884)

ธรรมทานวันที่ 28 ก.ค.

ขอเล่าเรื่องประสบการณ์ตัวเอง

ปาฎิหาริย์แห่งบุญ

เดือนนี้อ้อยต้องปิดยอดขายให้ได้

จริงๆก็ขายของดีรวมยอดแล้วสามารถปิดได้เกิน 100% แน่

แต่

ยังออกบิลไม่ได้ เพราะต้องรอสัญญาจากลูกค้า

ทั้งๆที่สินค้าก็ใช้ไปแล้ว

ทางแผนกการเงินของบริษัท

ไม่ยอมแน่นอน

กังวลมา 2-3 อาทิตย์

ขอพรท่านท้าวเวสสุวรรณตลอด

ใช้รหัส อ.อุบลช่วยด้วยตลอด

ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่า

เป็นไปไม่ได้

แต่ก็เชื่อมั่นว่าเราต้องได้

ในที่สุด

เจ้านายบอกว่า

เห็นว่าเราทำงานหนัก

ทุ่มเท

เราจะอนุมัติจ่ายเงินคอมมิชชันให้

เป็นพิเศษครั้งแรก

และลับสุดยอด(ลับจริงๆนะ)

โดยยังไม่ได้ออกบิล

อเมซซิ่งม้าก

นี่มันปาฎิหาริย์ชัดๆ

ขนาดว่าเรารู้อยู่แล้วว่า

ไม่มีทาง

แต่อานิสงส์ของบุญ

ทำให้มีทางจนได้

ท่าน อ.อุบลบอกว่า

เป็นผลจากการที่อ้อยมาทำบุญสม่ำเสมอ

และที่สำคัญอ้อย

เขียนธรรมทานตลอด

เขียนตามความรู้สึกจริงๆ

ไม่ต้องปรุงแต่ง

ไม่กลัวคนจะว่าเราโง่ หรือไม่ดี

นี่ขนาดอ้อยไม่ค่อยได้เขียนนะคะ

อานิสงส์ยังขนาดนี้

ใครที่ยังจดๆจ้องๆ

ก็เริ่มเขียนซะ

เขียนที่เราคิด เรารู้สึก

ขนาดท่าน อ.อุบล บารมีท่านเต็มแล้ว

ท่านยังเขียนธรรมทานอยู่ตลอดเวลา

ท่านทำให้พวกเราดูเป็นตัวอย่างแล้ว

ก็น่าจะเดินตามท่าน

ทำทุกอย่างที่ท่านบอก ท่านสอน

ขอบารมีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ลูกขอเบิกบุญบารมีที่สะสมมาตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปัจจุบันรวมกับบุญที่ทำที่บ้านสวนฯลูกขอถวาย

ท่านอ.อุบลและเทวดาที่ดูแลรักษาท่านด้วยเทอญ

ผู้แสดงความคิดเห็น อ้อย (ปาริชาต ชมภู) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-31 00:38:21


ความคิดเห็นที่ 1451 (1621886)

ธรรมทาน 28 ก.ค.(ต่อ)

ช่วงคำถาม

1. สิงห์ป้อม ถามว่า ถ้าเราบูชาจี้องค์เทพสฟริงซ์ให้กับญาติใส่ แต่ญาติอาจไม่ได้รักษาศีล ยังทำผิด หรือไม่ค่อยเชื่อจะทำให้ชีวิตเค้าแย่รึเปล่า  เพราะจี้จะช่วยขยายทั้งความดี ความชั่ว

ตอบ คนเราจะได้รับผลการกระทำของเราเองทั้งดี และชั่ว ชีวิตเราจะเป็นไปตามการกระทำของเราเอง วัตถุมงคลจะไม่มาทำให้เราดีขึ้น หรือ เลวลง แต่พีระมิดจะช่วยขยายความดี ความชั่ว ช่วยย่นย่อให้เราได้รับผลดี ผลชั่วเร็วขึ้นเท่านั้น

2. น้องตุ้ย ถามว่า คนที่เข้ามาเขียนใน Facebook ใช้คำพูดหยาบคาย ลามกจะได้รับผลอะไร

ตอบ ให้เอาศีลเข้าไปจับ  พูดหรือเขียนหยาบคาย ลามก ถือว่าทำผิดศีลข้อ 4 ทำให้ปากเหม็น เวลาพูดไม่มีคนเชื่อถือ ทำมาหากินไม่ขึ้น พวกนี้มักไม่กล้าเปิดเผยตัวเอง  ต่อหน้าคนจะพยายามบอกว่าตัวเองเป็นคนดี แต่ผลกรรมจะแสดงออกเช่นทางผิวพรรณ เป็นฝ้า กระ ผิวพรรณทราม เจ็บป่วย เป็นโรคภัยไข้เจ็บ  ไม่ค่อยมีเพื่อน ถึงมีก็ไม่จริงใจ

3. น้องอัญ ถามว่า มีคนนำรูปท่าน อ.อุบล หรือครูบาอาจารย์ไปตัดต่อเป็นรูปโป๊ รูปไม่สุภาพ แล้วบอกว่าสมัยพระพุทธเจ้ายังไม่มีคอมพิวเตอร์ ยังไม่มีการบัญญัติว่าเรื่องตกแต่งรูปภาพผู้อื่นเป็นบาป เค้าจะบาปกันหรือเปล่า

ตอบ  ถ้าตัดต่อรูปผู้ปฎิบัติดี ปฎิบัติชอบ ครูบาอาจารย์ เป็นรูปโป๊ ก็ผิดศีลข้อ 3 และเป็นบาป เพราะเค้าทำไปโดยที่เจ้าของภาพไม่เต็มใจ ถือว่าละเมิดสิทธิ์คนอื่น  ถ้าอยากรู้ว่าผู้ถูกละเมิดรู้สึกยังไง ให้พวกนี้ลองเอาภาพตัวเอง หรือพ่อแม่ตัวเอง มาตัดต่อเป็นรูปโป๊ดู  แล้วตอบตัวเองซิว่ารู้สึกยังไง ยังจะกด Like กันอีกมั๊ย

ผลกรรมที่จะได้รับคือ เค้าตกแต่งภาพให้เป็นยังไง  ชีวิตเค้าจะเป็นอย่างนั้น ถ้าเอาภาพโป๊มาชีวิตคุณก็จะเป็นอย่างนั้น  อยู่ในวังวนกลกาม จะมีปัญหาเยอะ มีแต่ความผิดหวัง ว่าเหว่ เดียวดาย ไม่มีใครคบ ไม่มีใครจริงใจ เข้ากับใครไม่ได้ (อ่านมาถึงตรงนี้ รู้สึกเจ็บจี๊ดในใจหรือเปล่า รู้สึกอึ้งหรือเปล่าว่า ทำไมรู้ว่าเราเป็นอย่างงี้เนี่ย)

4.คุณบุญเรือน ถามว่าถ้าพาหมาไปฉีดยาคุมจะบาปหรือเปล่า  เพราะราทำด้วยความหวังดี

ตอบ  ก็ให้ดูว่าหมาเค้าชอบรึเปล่า  ในเมื่อเค้าบอกไม่ได้ เราจะรู้ได้ยังไงว่าหมาโอเค รึเปล่า ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิ์ผู้อื่น

5.คุณกอบแก้วถามว่า  สามีเป็นคนพาหมาไปทำหมันโดยที่เราไม่ได้ไปด้วยจะบาปรึเปล่า

ตอบ   ถ้าเราเห็นดีเห็นงามด้วยก็บาป 

ผู้แสดงความคิดเห็น อ้อย (ปาริชาต ชมภู) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-31 01:21:35


ความคิดเห็นที่ 1452 (1621887)

 

คำสอนของท่านอาจารย์อุบล
ประจำคืนวันเสาร์ที่ ๒๘ .. ๕๕
 
๑.     มนุษย์เรามักสร้างความเชื่อต่าง ๆ
    ขึ้นมาปิดกั้นตัวเอง
 
ทั้งที่ต่างใช้ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์
ดวงเดียวกัน  
 
เช่น เชื่อว่า นับถือศาสนาพุทธแล้ว
ไม่สามารถนับถือองค์เทพสฟิงซ์ได้ 
 
 
ซึ่งเป็นการแบ่งแยกศาสนา
ใช้ศาสนาที่แตกต่างกัน
เป็นเครื่องกั้นความดีงาม
 
ถ้าเราคิดพิจารณากันให้ดี   
หากทุกคนในโลกนี้ ละชั่ว
สร้างแต่ความดี
 
ก็ไม่จำเป็นต้องมีศาสนาใด ๆ
เพราะทุกคนล้วนทำแต่สิ่งที่ดี
ไม่เบียดเบียนหรือละเมิดผู้อื่น
 
โลกนี้ก็จะสงบสุข
มีแต่สันติสุขตลอดไป
 
๒.     อาสวะกิเลส คือ กิเลสที่หมักหมมในใจ
 คนเรามีกันทุกคน
 แต่ไม่ค่อยมีใครคิดเอาออกไปจากใจ
 
เปรียบเสมือน คนเราอยากได้ความสุข
แต่กลับไม่ขยันสร้างเหตุแห่งความสุข
 
ไม่รักษาศีล ขยันสร้างแต่ความชั่ว
ที่เป็นเหตุแห่งทุกข์ตลอดเวลา
 
๓.     ชีวิตก็เปรียบเสมือนเรือที่แล่นไปในน้ำ
 
 หากต้องการให้ชีวิตราบรื่น
 เหมือนเรือที่แล่นไปสู่จุดหมาย
 ได้อย่างปลอดภัย
 
 ก็ต้องสร้างน้ำหรือบุญอยู่ตลอดเวลา
 
 เลิกสร้างบาปหรือตอในน้ำ
 ที่เป็นอุปสรรคต่อการแล่นเรือ 
      
        หมั่นสร้างน้ำให้สูงกว่าตอมาก ๆ
        และไม่ต่อความยาวของตอเดิมให้สูงขึ้น
     
๔.     จี้องค์เทพสฟิงซ์ อภิญญาใหญ่ 
    ภัยพิบัติใกล้เข้ามาแล้ว
 
ท่านอาจารย์ได้ถ่ายทอดบารมีของท่าน
ลงในจี้องค์เทพสฟิงซ์ ให้เป็นอภิญญา
 
เพื่อให้ลูกหลานบ้านสวนพีระมิดทุกคน
สามารถใช้จี้สื่อกับท่าน สารภาพบาป
สำนึกกรรมผ่านจี้ โดยไม่ต้องเดินทาง
มาพบท่านได้
 
เพราะท่านไม่สามารถเดินทาง
ไปช่วยเหลือทุกคนได้ทั่วถึงทุกที่
 
จึงต้องการให้พวกเราช่วยกันนำจี้
ไปช่วยเหลือคนอื่นแทนท่าน
 
ขอเพียงให้เราเคารพในคุณพระรัตนตรัย
และพระคุณของท่านและครอบครัว
 
ขอบารมีองค์เทพสฟิงซ์
ช่วยส่งพลังส่งอานุภาพให้
ก็จะสามารถใช้อย่างได้ผล
 
เช่นที่ ได้มีการทดสอบให้เห็น
ที่บ้านสวนฯ โดยให้ผู้ที่เจ็บป่วย
ออกมาสารภาพกับจี้แทนท่านอาจารย์
ก็ปรากฏว่า หากสำนึกกรรมได้หมด
ก็จะหายจากอาการป่วยทันที
 
 
๕. คนเราเมื่อมีจิตสำนึก 
     ก็จะเข้าถึงณานเลย  
 หากเราทุกคนช่วยเผยแพร่ธรรมะบ้านสวนฯ
 เผยแพร่รหัส อาจารย์อุบลช่วยด้วย
 และใช้จี้องค์เทพสฟิงซ์
 ผู้เป็นเจ้านายแห่งเทพในจักรวาล
 
 ช่วยให้คนสำนึกกรรมแบบปูพรม
 ลองคิดดูว่า ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร
 
๖.     ผู้ที่ช่วยปกป้องบ้านสวนฯ อย่างแข็งขัน
ช่วยปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
หรือ ไม่นิ่งดูดายต่อความทุกข์ของผู้อื่น
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านจะไม่ทิ้ง
เวลามีปัญหาใดเกิดขึ้นท่านก็จะสงเคราะห์
 
ซึ่งจะตรงกันข้ามกับผู้ที่ละเลย
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านก็จะละเลยเช่นกัน
 
ให้ฝึกความเป็นผู้นำ อย่าเป็นแต่ผู้ตาม
เช่น กรณีของคุณอ้อย ที่เข้มแข็งและออกหน้า
ในการปกป้องบ้านสวนฯ และให้ธรรมทานเสมอ
ทั้งที่คุณอ้อยตอนที่มาบ้านสวนฯใหม่ ๆ นั้น
ไม่ค่อยชอบออกมาให้ธรรมทานเลย
 
สุดท้ายผมขอกราบขอบพระคุณ
ท่านอาจารย์ทั้งสองและคุณท็อป
และเทวดารักษาท่านอาจารย์และครอบครัว
ให้ผมมีโอกาสปรับปรุงตัว ลดกรรม
และได้มาสร้างบุญที่บ้านของท่านอาจารย์ครับ
ผู้แสดงความคิดเห็น โฆษิต ควรหาเวช ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-31 02:26:24


ความคิดเห็นที่ 1453 (1621892)

อนุโมทนากับธรรมทาน

จากทุกๆท่านด้วยนะคะ

 

ยิ่งได้อ่านธรรมทานที่คุณพี่จิ๋ม

ที่ได้ออกไปปฏิบัติภาระกิจ

เพื่อช่วยคุณแม่ของคนงานที่ปตท.นั้น

 

ยิ่งเห็นถึงหน้าที่ของลูกบ้านสวนฯ

ได้ชัดเจนยิ่งขึ้นนะคะ

 

และที่สำคัญ ก็ได้ทราบว่า

จี้องค์เทพสฟริงซ์สามารถ

ช่วยให้ผู้คนพ้นทุกข์ได้จริง

และ ทันที ที่สารภาพบาป

สาธุ สาธุ ค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ชนิดา เชิงสะอาด/CHANIDA ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-31 05:05:39


ความคิดเห็นที่ 1454 (1621912)

 

 (ต่อ)


คำถามที่ 3 หากเราเอารูปภาพต่างๆ ไปตบแต่ง

ล้อเลียน โดยคิดว่าในสมัยพุทธกาล

ยังไม่มีคอมพิวเตอร์ก็ย่อมไม่ผิด 

และความจริงนั้น พระพุทธเจ้าท่าน

สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้

ซึ่งท่านก้าวล้ำนำหน้ามนุษย์ยุคปัจจุบันไปมาก

วิธีการดูว่าผิดหรือไม่ผิดให้เอาศีลไปจับ

ถ้าเจ้าของภาพ

เขาไม่ยินดีกับการกระทำนี้ ก็ถือว่าบาป

และให้เราลองเอาภาพตัวเองมาล้อเลียนดู

ด้วยถ้อยคำที่ลามกหยาบคาย

ดูซิว่าจะรู้สึกอย่างไรกัน

ผลกรรมก็จะได้รับเหมือนกับที่เราไปทำกับผู้อื่นไว้

เราจะต้องมีความเมตตาให้เขา

ไม่ควรโกรธ เพราะคนที่ทำอย่างนี้ได้

เขาย่อมมีปัญหาครอบครัวมากพอแล้ว

และคงว้าเหว่ เดียวดาย น่าสงสาร

 

คำถามที่ 4 การฉีดยาคุมสัตว์นั้น บาปหรือไม่ 

เราก็ต้องดูว่าเขาเต็มใจให้เราทำหรือไม่


คำถามที่ 5 ทำไมชาวพุทธจึงมีเทพเจ้าหลายองค์ 

และนับถือทั้งองค์เทพสฟิงซ์ พีระมิด ฯลฯ

เพราะมนุษย์มาแบ่งกันเองว่า

เป็นศาสนานั้น ศาสนานี้

เทพ พรหม ข้างบน

ท่านเป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่มีแบ่งแยก

เหมือนเรามีดวงอาทิตย์ดวงเดียวกัน

ใครก็สามารถเอามาใช้ได้ทุกคน

เพราะไม่ได้มีใครห้ามเอาไว้

เป็นของส่วนใครคนใดคนหนึ่ง

การที่เราจะนับถือสิ่งใดก็ตาม

เราไม่ได้ลบหลู่พระพุทธเจ้า

และลูกบ้านสวนทุกคนก็มีหน้าที่เผยแพร่

คำสอนพระพุทธองค์ให้เห็นกฎแห่งกรรม


การสารภาพต่อหน้าองค์จี้สฟิงซ์

เราต้องสำนึกกรรมให้ออก

และสารภาพต่อองค์จี้สฟิงซ์เท่านั้น

ซึ่งเป็นตัวแทนของท่าน อ.อุบล 

เพราะบางครั้งมนุษย์เรา

ไม่สามารถสื่อสารกับพระพุทธเจ้า

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ ถ้าได้ก็ต้อ

เป็นผู้ได้กรรมฐานขั้นสูงสุด

จึงต้องมีสื่อกลาง คือจี้สฟิ่งซ์

และที่ต้องสารภาพกับจี้เท่านั้น

ก็เพราะใบหน้าขององค์จี้สฟิงซ์

คือตัวแทนของท่านอ.อุบล

ซึ่งท่านมีหน้าที่นี้โดยตรง

จึงเกิดผลอานุภาพแบบฉับพลันทันที


คำถามที่ 6 ทำไมรูปอื่นๆ

จึงไม่มีพลังเท่ารูปทรงพีระมิด

เพราะรูปทรงพีระมิดสามารถ

ดึงพลังจากจักรวาลได้ โดย

มีผลการทดลองเป็นวิทยาศาสตร์มากมาย

ทั้งสามารถถนอมให้เนื้อไม่เน่า 

ทำให้มีดคมได้ ฯลฯ



และในวันเสาร์นี้ ตุ้ยเองก็ได้ทำการละเมิดคำสั่ง

ได้เดินลงบันไดตรงแท๊งค์น้ำใกล้บ้านท่านอาจารย์

ทั้งๆ ที่เขียนไว้ว่า ห้ามผ่าน ชัดเจน

แต่ด้วยความักง่ายเอาสะดวก

จึงเดินลงทางนั้น เมื่อลงไปเจอท่าน อ.มงคล

ท่านได้บอกเลยว่า ทำไมลงทางนี้

ตัวเองรู้เลยว่านี่เราทำผิดแล้ว และท่าน อ.อุบล

ก็ได้เมตตาบอกด้วยว่าที่ตรงนี้เขาเขียนว่าห้ามผ่าน

แสดงว่าต้องมีอะไร และผู้ละเมิดก็ต้องเจออะไรบ้าง

และชีวิตเราก็เป็นอย่างนี้อยู่แล้ว ยังจะทำแบบนี้อีก

ตุ้ยเองรู้สึกผิดมาก และละอายใจ

ในความมักง่ายของตัวเอง

ลูกขอกราบท่าน อ.อุบล ท่าน อ.มงคล

และสิ่งศักดิ์สิทธิทุกพระองค์

ที่ลูกทำสิ่งที่ละเมิดคำสั่ง ลูกสำนึกแล้วเจ้าค่ะ

กราบขอขมาเจ้าค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ตุ้ย ศิริพร โฉมจันทร์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-31 09:37:18


ความคิดเห็นที่ 1455 (1621914)

 

๔.     จี้องค์เทพสฟิงซ์ อภิญญาใหญ่ 
    ภัยพิบัติใกล้เข้ามาแล้ว
 
ท่านอาจารย์ได้ถ่ายทอดบารมีของท่าน
ลงในจี้องค์เทพสฟิงซ์ ให้เป็นอภิญญา
 
ความเห็น คุโฆษิต ควรหาเวช
---------------------------------------------------
อันนี้
ต้องขอแก้ไข
ความเข้าใจของคุณโฆษิ
 
ซึ่ง
อภิญญาใหญ่
ไม่ได้มาจาก อ.อุบล ค่ะ
หากแต่
ว่า
 
ในจี้นี้
มีทั้งรูป ธรรมจักร
ซึ่งเป็นอาวุธแห่งพระเมตตา
ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
 
มี
คาถา ปะโตเมตัง
ซึ่งเป็นพระบารมีข้อตกลง
ของพระอินทร์ พระพรหม พยายม
ให้คาถานี้มาช่วยคน
ทีใฝ่บุญ มากกว่า ใฝ่บาป
 
มีรูปสฟิงซ์
ซึ่งเป็นหัวหน้าเทพทั้งปวง
แต่
ใบหน้า เป็นใบหน้า อ.อุบล
ซึ่งเป็นคนที่พวกรารู้จัก
พูดคุยด้วยได้
มาเป็นสื่อกลาง การเชื่อมญาณ
เท่านั้นเอง
 
และ
มี รหัสสวรรค์
อ.อุบล ช่วยด้วย
 
มีรูปพีระมิด เป็นรูปทรงจี้
ซึ่งดึงดูดพลังดี
ขับพลังไม่ดี ได้อย่างอัศจรรย์
 
 
ขอให้คุณโฆษิต
และท่านผู้อ่าน ทำความเข้าใจ
 
คำว่า
อภิญญาใหญ่
ไม่ใช่ ของ อ.อุบล ค่ะ
 
แต่
เป็นของพระพุทธองค์
ค่ะ
 
(อย่าละเมิดลิขสิทธิ์ อิ อิ)
ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-31 09:42:51


ความคิดเห็นที่ 1456 (1621924)

และในวันเสาร์นี้ ตุ้ยเองก็ได้ทำการละเมิดคำสั่ง

ได้เดินลงบันไดตรงแท๊งค์น้ำใกล้บ้านท่านอาจารย์

ทั้งๆ ที่เขียนไว้ว่า

 ห้ามผ่าน ชัดเจน

แต่ด้วยความักง่ายเอาสะดวก

จึงเดินลงทางนั้น เมื่อลงไปเจอท่าน อ.มงคล

ท่านได้บอกเลยว่า ทำไมลงทางนี้

ตัวเองรู้เลยว่านี่เราทำผิดแล้ว และท่าน อ.อุบล

ก็ได้เมตตาบอกด้วยว่าที่ตรงนี้เขาเขียนว่าห้ามผ่าน

แสดงว่าต้องมีอะไร และผู้ละเมิดก็ต้องเจออะไรบ้าง

และชีวิตเราก็เป็นอย่างนี้อยู่แล้ว ยังจะทำแบบนี้อีก

ตุ้ยเองรู้สึกผิดมาก และละอายใจ

ในความมักง่ายของตัวเอง

ลูกขอกราบท่าน อ.อุบล ท่าน อ.มงคล

และสิ่งศักดิ์สิทธิทุกพระองค์

ที่ลูกทำสิ่งที่ละเมิดคำสั่ง ลูกสำนึกแล้วเจ้าค่ะ

กราบขอขมาเจ้าค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ตุ้ย ศิริพร โฉมจันทร์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-31 09:37:18

 

 

กรณีที่เกิดขึ้น

โดย

คุณตุ้ย ได้ละเมิด ประกาศ

ของบ้านสวนพีระมิด

คำว่า

ห้ามผ่าน

ติดไว้ที่หน้าต่าง ชัดเจน

 

เมื่อก่อนนี้

ไม่มีป้ายติดไว้ ก็ไม่มีคนผ่าน

เพราะ

คนที่เขาไม่ผ่าน เขาก็คงรู้ได้

ด้วยสามัญสำนึกเอง

ว่า

สถานที่ตรงนี้ ไม่ใช่ที่สาธารณะ

แต่เป็นสถานที่ ส่วนตัว ของ อ.อุบล

และ

เส้นทางนี้ อ.อุบล จะเป็นผู้ใช้

แต่เพียงผู้เดียว

หรือ

นอกจากคนในครอบครัว

และบุคคลที่ได้รับอนุญาติจาก

อ.อุบล อย่างเป็นทางการเท่านั้น

จึงจะผ่านได้

 

ซึ่งก็เป็นเช่นนี้มาแรมปี

 

และอยู่มาวันหนึ่ง

อ.อุบล ก็ใช้เส้นทางนี้ มีคนเห็น

ก็มีคนมาใช้บ้าง

หลังจากมีคนหนึ่งใช้

ก็มีอีกหลายคนตามมาเป็นขบวน

 

อ.อุบล

รู้สึกขึ้นมา ณ ตอนนั้นว่า

 

ความชั่ว

หรือ ตัวอย่างไม่ดีนี่มัน

หอมหวาน จริงๆนะ

 

สังเกตมานานแล้ว

ว่า

ถ้ามีใครกล้าทำชั่ว ทำผิดให้เห็น

จะมีคนทำตามทันที

โดยไม่เคยลังเล สงสัย ไม่เคยกลัวบาป

ว่าอันนี้ทำได้หรือไม่ ถามก่อนดีไหม

แต่จะมีคนพร้อมทำตามเลย

เสมือนหนึ่งว่า

ถ้าทำได้ นี่เป็นเรื่องเทห์ พิเศษสุดมาก

 

ยกตัวอย่าง

การปิดขุมนรก เมื่อแรกๆ

ทุกคนจะรู้ว่า การปิดขุม ต้องอยู่

2 วัน กำลังบุญจึงจะปิดได้

 

แต่พอเริ่มมีคนหนึ่ง

ขอกลับกลางคืนหลังปิดขุม

ก็มีคนพากันทำตามอีกมากมาย

 

ซึ่ง อ.อุบล

ได้เห็นน้ำใจ และ คำสอน

พระพุทธองค์ และ ซึ้งใจอย่าง

อัศจรรย์

ว่าพระพุทธองค์ทรงพบมาก่อนแล้ว

ว่า

ธรรมชาติของมนุษย์

เหมือนน้ำ

พร้อมไหลลงสู่ที่ต่ำทุกเมื่อ

 

คราวนี้มาถึง

เรื่องที่ต้องเขียนป้าย

ห้ามผ่าน

 

เพราะเห็นว่า

 

เราได้ทดสอบ

กิเลสในใจคน ที่มาบ้านสวนแล้ว

ว่า

แม้ว่า จะมากันเป็นปี

แต่กิเลสก็ยังไม่เบาบางลง

 

ซึ่งไม่ใช่ทุกคน

แต่

บางคนเท่านั้น

 

สำหรับบางคน

เขาจะพัฒนาจิตใจขึ้น

ทุกขณะ จนเห็นได้ ถึงความเปลี่ยนแปลง

 

เห็นได้ถึง

ความมีมารยาท มีสำนึก

ทั้งต่อหน้า ลับหลัง อ.อุบล

 

ดังนั้น

เมื่อมีบางคน ที่ไม่สามรถ

คิดเองได้

ว่า

อะไรควร อะไรไม่ควร

 

ซึ่งส่วนใหญ่คนกลุ่มนี้

จะมีปัญหาครอบครัว ขาดความรัก

ความอบอุ่น ล้มเหลวในชีวิต

มีอุปสรรคแทบทุกด้าน

จึงไม่มีใครอบรม

ชี้ผิด ชี้ถูก

 

คนเหล่านี้

ตัดสินใจทำอะไรด้วย

จิตใต้สำนึกตัวเอง

คือ

ทำตามความอยากเท่านั้น

แล้วชีวิตก็เจอปัญหาเรื่อยมา

 

อ.อุบล

จึงตัดสินใจ ทำป้าย

ห้ามผ่าน

ไปติดไว้ สำหรับให้ คนที่

มีจิตสำนึก ขึ้นมา มากกว่า มีแต่กิเลส

ได้อ่าน แล้วเกิดความละอาย

ต่อการละเมิด

 

อย่างน้อย

เห็นแล้ว ก็จะมีสิ่งเตือน

จิตใต้สำนึกขึ้นมาเอง

ว่า

ตรงนี้ ห้ามผ่าน

แล้วถ้าเราผ่าน เราคือผู้ละเมิด

ผู้อื่นแน่นอน

 

ใครคือผู้ต้องรับ

ความเสียหาย หรือ เคราะห์กรรม

จากการผ่าน บริเวณป้ายห้ามผ่าน

 

อ.อุบล

มีอะไรเสียหายบ้าง

 

แล้วคนที่ผ่าน

มีสิ่งไดที่ต้องได้รับบ้าง

 

1.การผ่านบริเวณห้ามผ่าน

เสมือนการ เข้าไปในบ้านผู้อื่น

ซึ่งเขา ไม่ได้เชิญเข้า ห้ามเข้า

การที่ยังเข้าไป ทั้งที่เขาห้าม

เท่ากับการปล้น การบุกรุก การละเมิด

ตามกฏหมาย เอาผิด ข้อหา บุกรุก

ทางกฎแห่งกรรม

เมื่อคุณละเมิดผู้อื่น ตัวคุณก็ต้อง

ถูกละเมิดด้วยเช่นกัน

 

ถูกละเมิดทางไหน

 

หลายทาง

ถ้าทางไหน เป็นจุดอ่อน

หรือเป็นกรรมที่เคยก่อไว้

ก็จะถูกละเมิดส่วนนั้นก่อน

 

เช่น

1.บ้าน ถูกโจรเข้าไป ลักขโมย

งัดแงะ ทำให้เสียหาย

2.เมื่อตัวคุณ อยู่ในที่ ที่ไม่ต้องการ

ให้ผู้อื่นเข้าไป อันเป็นส่วนตัว

มีสิ่งที่ไม่ต้องการให้ใครรู้

ก็จะมีคนไปล้วง ไปบุกรุก ไปล่วงเกิน

ไปเผยความลับที่สุด ที่คุณมีแผลอยู่

จะทำให้คุณอาย และ ทุกข์ที่สุดในชีวิต

3.ร่างกายของคุณ

จะมีโรคภัยไข้เจ็บ มาเยือน โดยไม่คาดคิด

เพราะ เจ้ากรรมนายเวร หรือ จิตวิญญาณ

เห็นในสิ่งที่เราทำทุกนาที

จะมีโรคร้ายก่อเกิดขึ้นในร่างกาย

โดยไม่ปรารถนา หรือ ไม่ได้รับเชิญ

อันนี้

เป็นกฎแห่งความยุติธรรม

เมื่อคุณละเมิดผู้อื่น ก็ต้องมีผู้มาละเมิด

ตัวคุณอย่างแน่นอน

 

4.เป็นการแสดงให้เห็นว่า

บุคคลดังกล่าว หรือ คุณตุ้ย

ไม่เคยเชื่อถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่เคยเชื่อว่า

เวรกรรม มีจริง ไม่เคยเชื่อว่า

ปรากฎการณ์บ้านสวนมีจริง

หรือไม่ก็

คุณตุ้ย อาจจะ ขอเอาตัวเอง

เสียสละตัวเอง พิสูจน์ดูก็ได้

 

5.ผู้ละเมิดคำสั่งทุกคน

รวมทั้งคุณตุ้ย ที่จงใจผ่าน

ในที่ ที่มีป้าย เขียนชัดเจน ตัวใหญ่

แถมมีเชือกกั้นไว้ด้วย

ว่า

ห้ามผ่าน

 

แสดงว่า คุณตุ้ย คิดว่า

ข้อห้ามทั้งหลาย ถ้า อ.มงคล

หรือ อ.อุบล ไม่เห็น

ทำได้ ไม่ผิด

 

ความผิด หรือ เคราะห์กรรมทั้งหลาย

เกิดเพราะ อ.อุบล รู้ และ เห็น เท่านั้น

ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนี้

 

ยังแสดงให้เห็นถึง

วิธีคิด อุปนิสัยใจคอ บุคลิคภาพ

ความเชื่อ ความศรัทธา

ความจริงใจ

ความเป็นบุคคลที่ควรแก่การ

ไว้เนื้อเชื่อใจ เชื่อถือได้

มอบหมายภารกิจสำคัญให้ทำได้หรือไม่

มีวุฒิภาวะ หรือไม่

มีภาวะผู้นำหรือไม่

มีภาวะทางปัญญา มารยาท หรือไม่

 

ซึ่งการกระทำอย่างหนึ่ง

ของคน

มันบ่งบอก ถึงอย่างอื่น

อีกมากมาย

โดยไม่ต้องพูด ไม่ต้องอธิบาย

ไม่ต้องไปรู้ ไปเห็น ไปติดตาม ได้เลย

 

ซึ่ง

ก็คงไม่แตกต่างกัน

กับ

พวกแฮ๊กเกอร์ ที่ทำไมถึงชอบ

แฮ๊ก หรือ ละเมิด ผู้อื่น

เขาก็มีวิธีคิด มีนิสัย เหมือนคุณตุ้ย

หรือไม่ก็

คุณตุ้ย ก็มีวิธีคิด มีนิสัย

เหมือนพวก แฮ๊กเกอร์ นั่นแหละ

 

เพราะ

การตัดสินใจทำการ

ละเมิดผู้อื่นได้ขนาดนี้

มันต้องใช้กำลังใจ ด้านบาป

ด้านชั่ว สูงมาก

 

 

 

 

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-31 10:28:37


ความคิดเห็นที่ 1457 (1621938)

   กราบอนุโมทนากับคำสอน

ของท่าน อ. อุบล  ที่นำมาเตือนสติ

เรื่องของมารยาท  อีกครั้ง

โดยมีคุณตุ้ยเป็นตัวอย่างให้เห็น

     และอนุโมทนากับทุกธรรมทาน  ที่ได้นำมาให้

ชาวเกาะทั้งหลายได้รับรู้ด้วยค่ะ

    จี้องค์สฟิ้งซ์ เป็นอภิญญาใหญ่  เข้าใจแล้วค่ะ  กราบขอบพระคุณ

ท่าน อ. อุบล เป็นอย่างสูงค่ะ ที่ได้มาขยายความเพื่อให้เข้าใจได้ถูกต้อง 

ผู้แสดงความคิดเห็น ฉวีวรรณ นภาพรรณราย (ตาล) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-31 12:09:02


ความคิดเห็นที่ 1458 (1621947)

     ขอกราบขอบพระคุณใน คำสอนจากท่านอาจารย์อุบลแ้ละธรรมทานจากทุกๆท่านด้วยครับ

     เรื่อง ป้ายนี้ จริงๆก็เขียนไว้ชัดเจน ว่า ห้ามผ่าน เหมือนกฎหมายทางโลก ที่มีแล้ว ทั้งๆ ที่รู้แต่ก็ยังทำ

เป็นธรรมทานในเรื่อง ความละอายต่อบาป และเกรงกลัวต่อผลของบาปได้ชัดเจนเลยครับ บางทีกฎหมายออาจจะเอาผิดไม่ได้ เพราะ เวลาเราทำผิด เรามักจะแอบทำ ไม่คิดว่าใครจะเห็น จนเมื่อถูกจับได้

     ศีล 5 ก็มีไว้ไม่ให้เราละเมิดผู้อื่น เป็นพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันในสังคมครับ

พอเห็นคนอื่นทำแล้วไม่เห็นเป็นอะไร บางคน

1.เลือกที่จะทำตาม ดึงกันลงต่ำ

2.เฉยๆ ไม่ใช่เรื่องของเรา (เห็นดีเห็นงาม)

ใครมีความละอายและเกรงกลัวต่อบาป คือ

1.ไม่ทำตาม

2.ไม่ทำตามและเตือน ว่าสิ่งนี้ผิดหรือถูก ไม่ปล่อยให้ผ่านไปเพราะ ไม่งั้นก็จะทำผิด ซ้ำๆ

ยังดีครับที่พี่ตุ้ย โชคดีได้พบท่านอาจารย์อุบล จึงได้เมตตาเตือนก่อน เมื่อเราทำผิด ถ้าไม่เจอ อาจจะมีครั้งต่อไป ก็จะทำให้เกิดเคราะห์กรรมมากขึ้นครับ เอาผิดเป็นครู ครับ ไม่มีใครไม่เคยทำผิด แต่เมื่อเรารู้แก้ไขก็จะพัฒนาไปเรื่อยๆ ครับ 

ผู้แสดงความคิดเห็น วีร์พสุตม์ ลิ้มสกุลภักดี (เอิ้น) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-31 12:28:57


ความคิดเห็นที่ 1459 (1621979)

 อ่านธรรมะของท่านอาจารย์แล้วค่ะ

หนูได้มองเห็นกิเลสและความชัว

ของตัวเองชัดเจนขึ้นมากค่ะ

การละเมิดในเขตที่หวงห้ามไม่ว่าที่ไหน

ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่เราไม่ควรทำ

แต่หนูได้ทำสิ่งน่าละอายลงไป

 

หนูขอน้อมรับความผิดนี้ด้วยความเต็มใจค่ะ

กิเลสที่เกาะเกี่ยวอยู่อย่างหนาในใจนี้

วันนี้ได้รับมันแล้วค่ะ ผลคือเมื่อวานนั่งทำงาน

ปวดหัวทั้งวันเลยค่ะ 

และความมักง่ายนี้ หนูจะจดจำและไม่ทำอีกค่ะ

กราบท่าน อาจารย์ที่สุดค่ะ ที่เมตตาเขียนถึงหนู

ให้ธรรมะ ที่มีค่า แบบที่ถ้าหนูไปทำที่อื่น

ก็คงไม่มีใครมาบอก หรือมาสอนหนูแบบนี้

เขาคงโกรธและไม่เสวนากับเราไปเลย

ตอนนี้หนูได้สติ ละอาย และสำนึกจริงๆ แล้วค่ะ

และจะสำรวมการกระทำของตัวเอง

ให้ดีให้ได้ค่ะ 

กราบ กราบ กราบ

ผู้แสดงความคิดเห็น ตุ้ย ศิริพร โฉมจันทร์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-31 14:57:50


ความคิดเห็นที่ 1460 (1621987)

กราบอนุโมทนากับธรรมทานและคำสอนจากท่านอาจารย์ค่ะ

เคยได้ยินเรื่องเล่าของกลุ่มคนไทยไปเที่ยว ตปท.

แต่ละคนดูดี มีตังค์ เหมือนมีชาติตระกูล

บางคราวก็จะไปหยิบโน่นดึงนี่แบบอยากรู้

บางทีรื้อค้น ข้าวของที๋จัดวางในดิสเพลย์

อันไหนกินได้ก็หยิบชิมกันหน้าตาเฉย

แบบว่าฉันไม่ได้อยากซื้อ

เจ้าถิ่นเค้าก็มองแปลกๆ

แต่พี่ไทยไม่สน เล่นกันหนุกหนานเสียงดัง

ทำเหมือนเป็นบ้านตัวเองแล้วก้อเป็นปลื้มกับผลงานที่ทำกันไป

คนพวกนี้คงเจอกันอีกทีที่ขุมลึกๆ

แต่ที่บ้านสวนฯ ท่านอาจารย์ไม่ปล่อยให้เราแหย่เท้าลงไปเด็ดขาด

นับเป็นความเมตตาอย่างยิ่งค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ภิญญลักษณ์ เลิศอัครศักดิ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-31 15:40:02


ความคิดเห็นที่ 1461 (1621988)

ขออนุโมทนากับธรรมทานจากทุกๆท่าน

เสาร-อาทิตย์ที่ผ่านมา

ชาวบ้านสวนฯช่วยกันย้ายโรงครัวมาที่ใหม่แล้ว

บางคนขึ้นไปทาสีวิหารชั้นสอง

หลายคนได้ไปช่วยปลูกเผือกต่อจากอาทิตย์ก่อน

พี่มรก็ไถที่เพิ่ม สงสัยจะปลูกเผือกเพิ่มอีก

คุณมงคล จากเชียงรายมาช่วยตั้งเสาให้เสาวรสได้มีที่เกาะเกี่ยว

ช่วบลับคมให้จอบขยันให้ทำงานดีขึ้นอีกด้วย

ในขณะที่ตันเสาวรสหลายต้นก็ถูกต้นหญ้าเบียดบังจนมองไม่เห็น

ชาวบ้านสวนฯหลายคนจึงต้องรีบปฎิบัติการช่วยชีวิต ด่วนที่สุด

เพราะหลายคนเริ่มจะติดใจรสขาดและความหอมที่คุณแหม่มเอามาให้ชินซะแล้ว

อีกอย่าง ตอนนี้พี่จุ๋ม พี่จื๋ม ทำกับข้าวเก่งแล้วขอบอก

อนุโมทนาบุญกับทุกท่านที่มาร่วมสร้างบุญด้วยค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ภิญญลักษณ์ เลิศอัครศักดิ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-31 16:02:17


ความคิดเห็นที่ 1462 (1621992)

 ขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อุบลที่ได้เมตตาค่ะ                          และขอบคุณ คุณพี่ตุ้ย และขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านค่ะ

หนูเป็นคนหนึ่งที่ได้ลงบันไดเหมือนคุณพี่ตุ้ยเมื่อตอนมาเข้าค่าย 12 ค่ะ

หลังจากทานข้าวเสร็จด้วยความมักง่าย

จะไปบูชาเสื้อพีระมิด และพีระมิด จึงได้เดินลงทางนั้น

และหนูได้รับเคราะห์กรรมแล้วค่ะ

แต่ก็คิดถึงกรรมหรือปาบที่ตัวเองทำไว้ไม่ได้

หนูพึ่งได้รับความกระจ่างเมื่อได้รับความเมตตาจากท่านอาจารย์ และจากคุณพี่ตุ้ยที่ได้เขียนธรรมทานค่ะ ขอกราบขอบพระคุณอีกครั้ง

เคราะห์กรรมที่หนูได้รับค่ะ หลังจากกลับจากค่าย 12

หนูมีเรื่องวุ่นวายตลอด มีเรื่องให้จ่ายเงินตลอด

จะทำอะไรก็ติด ๆ ขัด ๆ ไม่สำเร็จ

และก็ไม่สบายบ่อย (เป็นโรคเวียนหัวน้ำในหูไม่เท่ากัน ปวดท้องโรคกระเพาะอาหาร ) และลูกก็ไม่สบายบ่อย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตั้งแต่มาบ้านสวนไม่เคยป่วยเลยและกลับมาเป็นอีก

หนูขอกราบขอขมาท่านสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บ้านสวนพระมิดทุกพระองค์

ขอกราบขอขมาท่านอาจารย์อุบล ท่านอาจารย์มงคล และคุณท็อปค่ะ

ที่หนูเสียมารยาท เห็นแก่ตัวและมักง่าย ค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น มยุรฉัตร สุดจิตต์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-31 16:11:58


ความคิดเห็นที่ 1463 (1621994)

 

ภาคกลางคืน

พอสวดมนต์เสร็จคุณธนาถิอโอกาสทำความเข้าใจ--อีกครั้ง

การเข้ามาบ้านสวนอย่างถูกต้องตามกฎระเบียบ

ซึ่งคนๆนั้นต้องดูรายการครบ 9 ตอน

และต้องขออนุญาตล่วงหน้าอย่างน้อย 3-7 วัน

และตอนนี้ท่านอาจารย์อนุญาตให้พาญาติ พี่น้อง

มาสร้างบุญที่บ้านสวนฯได้

แต่ผู้ที่พามาจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำและผลของการกระทำเอง

ผู้ที่มาทุกคนจะต้องตระหนักแก่ใจว่า

ท่านอาจารย์อุบลไม่ใช่หมอรักษาโรค

และบ้านสวนฯไม่ใช่สถานพยาบาลรักษาโรค

แต่ท่านทำหน้าที่แสดงกฎแห่งกรรมดังที่พระพุทธองค์ได้สอนไว้

ผู้แสดงความคิดเห็น ภิญญลักษณ์ เลิศอัครศักดิ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-31 16:20:25


ความคิดเห็นที่ 1464 (1622048)

ธรรมะโดนใจ ค่ำคืนวันเสาร์ที่  29 กค 55

วีธีใช้บุญฤทธิ์จากจี้

ค่ำคืนนี้ท่านอาจารย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ได้เมตตาแสดงบุญญฤทธิ์ของ จี้สามเหลี่ยมรูปองค์สฟิงส์ โดยอาจารย์อภิชัย ให้มุมมองว่า โดยทั่วไปเป็นสิ่งที่เหลือเชื่อจริงๆ ที่จี้นี้จะมีฤทธิ์รักษาโรคให้หาย คุ้มภัยต่างๆได้จริง ทั้งนี้อจ.เมตตาสอนวิธีอาราธนาบุญญฤทธิ์ของ จี้มาใช้ให้ได้ผลดังนี้

โดยการสารภาพบาปโดยตรงกับรูปท่าน อจ.อุบลที่อยู่หน้าจี้ ไม่จำเป็นต้องพบตัวจริงของท่านอาจารย์ และเชื่อมั่นศรัทธาในอาจารย์อุบลจริงๆ  คือใช้อธิษฐานใช้รหัสอาจารย์ช่วยให้หายเจ็บป่วย ปกป้องภัยต่างๆ จึงจะได้ผลสำฤทธิ์เต็มร้อย

ดร.จิ๋มมีอาการเจ็บปวดจี๊ดที่เท้า ออกไปเป็นผู้ทดลอง สารภาพบาปโดยไม่มีจี้สฟิงส์ (โดยอจ.อุบลปิดพลังขององค์จี้ที่อ.อภิชัยแขวน) ปรากฎว่าไม่หาย เจ็บเท่าเดิม การทดลองที่ 2 เมืออจ.อุบลเปิดพลังขององค์จี้ แต่จิ๋มไปสารภาพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ๋องค์อื่น เช่น องค์พระปฐม หรือเสด็จพ่อท้าวเวสสุวรรณ ก็ยังไม่ทำให้อาการเจ็บที่เท้าดีขึ้น แต่การทดลองที่ 3 เมื่อสารภาพกับ อจ.อุบล และขอบารมีอจ.อุบลโดยตรงจึงมีอาการดีขึ้นชัดเจน

สรุปได้ว่า ท่านต้องสารภาพบาปกับอจ.อุบลโดยตรง และขอบารมีอจ.อุบล รักษาบำบัด คุ้มครองท่านโดยตรง ไม่ต้องอ้อมไปขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไหนหรอก หน้าที่นี้เป็นของท่านอาจารย์อุบลที่จะรักษาพวกลูกหลานที่ศรัทธาเต็มร้อยกับท่าน

หวังว่าผู้ที่มาอ่านคงทราบวีธีใช้บุญฤทธิ์จากจี้ได้ถูกต้อง
กราบขอบคุณในความเมตตาของอาจารย์อุบล และเทวดาที่รักษาตัวท่านทุกพระองค์
จุ๋ม

ผู้แสดงความคิดเห็น ธารีรัตน์ กะลัมพะเหติ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-07-31 23:15:49


ความคิดเห็นที่ 1465 (1622059)

 วันนี้มีธรรมทานเด็ดๆ จากท่านอาจารย์ตามเคยนะครับ...ผมขอเสนอชื่อเรื่องว่า "ห้ามผ่าน !!!"...เป็นธรรมทานที่ยิ่งใหญ่เช่นเคย จากเรื่องจริง ผ่านทะลุจอ โดยมีน้องตุ้ยเป็นผู้ได้รับความเมตตาจากท่านอาจารย์ของเรา ทำให้เกิดการสำนึกในอีกหลายๆ คนทีเดียวครับ

ท่านอาจารย์กล่าวถึง ความชั่ว มันช่างหอมหวานซะเหลือเกิน...มันง่ายนิดเดียวจริงๆ ครับ ทั้งๆ ที่เห็น ทั้งๆ ที่รู้ ทั้งๆ ที่เค้าห้ามกัน เราก็ไม่ได้สนใจกัน พาให้ติดจนเป็นนิสัยแล้วก็แยกไม่ออกว่าอันไหนสมควรทำ อันไหนสมควรงดเว้น แม้แต่เรื่องเล็กน้อยยังทำไม่ได้ แล้วจะไปรับงานใหญ่ได้ยังไง...อันนี้เตือนตัวผมเองให้สำนึกอยู่บ่อยๆ เหมือนกัน

ธรรมชาติของมนุษย์ เหมือนน้ำ ที่พร้อมไหลลงสู่ที่ต่ำ...ถ้าเราปล่อยจิตให้ไหลไปตามน้ำ ซึ่งพร้อมจะไปสู่ที่ต่ำเสมอ จิตเราก็ลงต่ำไปด้วยเช่นกัน...เราจึงต้องฝึกจิต ยกจิตให้สูงเข้าไว้ อย่างที่ท่านอาจารย์อุบล ได้พยายามนำพาจิตเรา ยกจิตเราให้สูงเหนือกิเลสที่ครอบงำ แม้กระทั่งเหนือสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เรามองข้าม ซึ่งบางทีเราอาจมองข้ามไปจริงๆ...นั่นแหละคือการยกจิตเรา ให้ทวนกระแสน้ำ เพื่อจะได้ไม่ไหลลงสู่ที่ต่ำ ซึ่งต้องใช้กำลังใจที่เข้มแข็งเป็นอย่างมากทีเดียวครับ

ทุกอิริยาบถ ทุกความคิด เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ยากที่จะควบคุมด้วยอารมณ์ใจของเราได้ แต่ก็ไม่ใช่จะทำไม่ได้ซะทีเดียว เราก็ต้องหมั่นพยายามฝึกจิตเราให้อยู่สูงเข้าไว้ ปล่อยวางกิเลสให้มันไหลไปตามกระแสน้ำลงสู่ที่ต่ำ โดยที่เราไม่ไปยึดติดกับมันอีกต่อไป...

ผู้แสดงความคิดเห็น สิทธิ์(สุรสิทธิ์ ศรประสิทธิ์) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-01 00:21:18


ความคิดเห็นที่ 1466 (1622061)

สาธุ .... ค่ะพ่อ มหา

โอ้โห..หายไปไหน..มาจ๊ะ

เห็นด้วยกับการควบคุมอารมณ์

กิเลส ตัณหา อิ อิ ราคะ..ฯลฯ

ที่มีอยู่ในตัวเรา...เพียงแค่จะ

กำจัดอย่างมีสติ ได้อย่างไรนี่ซี่

เป็นโจทย์..ที่ต้องตอบ / แก้ไข

อย่างไร ไม่ให้เป็นเหมือนน้ำ..

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ประวีณา แค้มป์ ( แมว ) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-01 00:32:01


ความคิดเห็นที่ 1467 (1622069)

 พี่มหา ย่องมา ยามดึก เชียวนะ 

หายหน้า หายตาไปซะ หลายปี เชียวนะ เอ๊ะหรือว่า หลายวัน

เห็นพี่มหา เข้ามาเขียน ก็อดนึกถึง ป้ามล คนใกล้บ้านคุณแม่พี่มหาไม่ได้ ที่แกเคยชวนสามีแกมาบ้านสวน

แล้วสามีแก เข้าบ้าน อ.อุบล โดยไม่ได้รับอนุญาต พอกลับไป ป้ามล ผู้เป็นภรรยา เสียชีวิต

โดยหมอหาโรคไม่พบ และ ป้ามล ก็เป็นคนแข็งแรงดี ไม่เคยป่วยเลย

นี่แหละคือเหตุผล ที่ต้องเขียนป้ายติดหน้าต่างชั้น 2 ตรงห้องเก็บของ และติดไว้ที่บันได ก่อนขึ้นไปที่เก็บน้ำชั้น 2 อีกป้ายหนึ่ง

เพราะไม่อยากเห็นใคร เกิดกรณี แบบป้ามลอีก เพราะการเสียชีวิตของป้ามล มันเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิด และ ไม่คาดคิดว่าจะเกิด

อีกอย่างแกไม่ใช่คนเข้าบ้าน อ.เอง แต่สามีแกเป็นคนเข้า แต่ คนต้นเหตุที่มาบ้านสวน คือป้ามล เป็นคนชวนสามีมา เพราะอยากให้สามีหาย

กรรมก็เลยส่งผลแบบไม่ผิดตัวจริง  ดูที่เจตนาในการมา และ ผู้อยู่่เบื้องหลังการมาของสามีแกจริงๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-01 02:07:19


ความคิดเห็นที่ 1468 (1622073)

 

ความเห็นที่ 1467 (1622069)
แจ้งลบความคิดเห็น

 พี่มหา ย่องมา ยามดึก เชียวนะ 

หายหน้า หายตาไปซะ หลายปี เชียวนะ เอ๊ะหรือว่า หลายวัน

เห็นพี่มหา เข้ามาเขียน ก็อดนึกถึง ป้ามล คนใกล้บ้านคุณแม่พี่มหาไม่ได้ ที่แกเคยชวนสามีแกมาบ้านสวน

แล้วสามีแก เข้าบ้าน อ.อุบล โดยไม่ได้รับอนุญาต พอกลับไป ป้ามล ผู้เป็นภรรยา เสียชีวิต

โดยหมอหาโรคไม่พบ และ ป้ามล ก็เป็นคนแข็งแรงดี ไม่เคยป่วยเลย

นี่แหละคือเหตุผล ที่ต้องเขียนป้ายติดหน้าต่างชั้น 2 ตรงห้องเก็บของ และติดไว้ที่บันได ก่อนขึ้นไปที่เก็บน้ำชั้น 2 อีกป้ายหนึ่ง

เพราะไม่อยากเห็นใคร เกิดกรณี แบบป้ามลอีก เพราะการเสียชีวิตของป้ามล มันเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิด และ ไม่คาดคิดว่าจะเกิด

อีกอย่างแกไม่ใช่คนเข้าบ้าน อ.เอง แต่สามีแกเป็นคนเข้า แต่ คนต้นเหตุที่มาบ้านสวน คือป้ามล เป็นคนชวนสามีมา เพราะอยากให้สามีหาย

กรรมก็เลยส่งผลแบบไม่ผิดตัวจริง  ดูที่เจตนาในการมา และ ผู้อยู่่เบื้องหลังการมาของสามีแกจริงๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-01 02:07:19
ผู้แสดงความคิดเห็น เจิดหทัย สุวรรณากาศ (หนึ่ง) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-01 03:58:02


ความคิดเห็นที่ 1469 (1622077)

กราบอนุโมทนาในทุกๆธรรมทาน

จากท่านอาจารย์ด้วยนะคะ

ยิ่งอ่านธรรมทานที่สะท้อน

เรื่องราวของคุณตุ้ยแล้ว

ก็ทำให้มองเห็นสาเหตุได้ลึกและละเอียดยิ่งขึ้น

 

และในขณะเดียวกัน

ก็พอจะสัมผัสความคิด

และความรู้สึกของคุณตุ้ยในขณะนั้น

ได้ชัดยิ่งขึ้นเช่นกัน

 

เพราะคนส่วนใหญ่ที่เผลอทำผิดทำบาปบ่อยๆ

เพราะ มีตัวกิเลสที่แปลงกายใหญ่ยักษ์

จนบังดวงจิตหรือความคิดส่วนดีของเราจนมิด

 

และทำให้เรารู้สึกว่า บาปกรรมนั้น

เป็นเรื่องเล็กน้อย

เพราะเราจะมีวลีเด็ด

สะท้อนจากใจออกมาให้ได้ยินบ่อยว่า

"คงไม่เป็นไรหรอก"

แล้ว...เราก็ทำผิดไปแบบเนียนๆ

 

ฉะนั้น การจะป้องกันไม่ให้น้ำ(หรือจิต)ไหลลงที่ต่ำ

เราก็ต้องหาภาชนะมาใส่น้ำ

ซึ่งก็คือ สติ

แล้วก็ปิดฝาให้มิดชิด ด้วยสมาธิ จนชิน

แล้วก็ยกจิตให้สูงขึ้นด้วย การวิปัสสนา

พิจารณาว่าอะไรควรทำ หรือไม่ควรทำ

 

ฟังดูเหมือนง่ายนะคะ

แต่พอเอาเข้าจริงๆ หลุดกันกระเจิง

 

ฉะนั้น ท่านอาจารย์จึงเน้นและย้ำ

เรื่อง การปฏิบัติตามกฏต่างๆให้ได้

 

เพราะถ้าเราปฏิบัติตามทุกกฏ

ได้อย่างเคร่งครัด ไม่ฝืน ไม่ละเมิด

นั่นแสดงว่า เรามีสติตลอดเวลา

หรือมีภาชนะใส่น้ำที่ไม่รั่ว ไม่ซึมแล้ว...

...............................................

อนุโมทนากับธรรมทาน

และความคิดเห็นจากทุกๆท่านด้วยค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ชนิดา เชิงสะอาด/CHANIDA ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-01 04:54:06


ความคิดเห็นที่ 1470 (1622078)

ไม่ต้องใจอีกต่อไปว่าทำไมโชคไม่เข้าข้าง

กฏของกรรมยุติธรรมเสมอ ไม่ผิดตัวจริง

เพราะขนาดนี้กรรมเค้ายังไปแก้ที่เหตุเพื่อให้ผลดับ

ไม่มีใครทำให้เป็น ตัวเราเลือกเอง

เค้าแสดงให้เห็น แต่ส่วนใหญ่ที่ไม่เห็น

เพราะเรามันมัวเมา มืดบอด

บุญไม่เคยทำ กรรมเลยหนุนส่ง

เหตุนี้เอง ต้องเปลี่ยนปัจจุบันให้มีสติหัดระลึก

อยุ่ตลอดเวลา ว่าเรากำลังทำอะไร คิดอะไร ดีหรือร้าย

ดีก็ให้เจริญ  ร้ายก็ให้ละเสีย

 

เห็นอะไรเค้าทำกันได้

ก็อย่าเพิ่งตาม

ให้พิจารณาใคร่ครวญดีๆ

บ้านสวนสอนให้มีสติ

เราเสียสติกันมานาน

สาธุ

----------

อืมมม

เราก็เสียนะสติอ่ะ

ไม่ยอมเอาอีเมลออก

เดี๋ยวโดนจัดหนัก

อดเป็นสมาชิกยุ่งเลย

ไม่ต้อง งง นะครับพอดีเห็นตัวเองแสดงความเห็นลืมเอาอีเมลออก เลยมาแก้ให้ถูกต้องครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เกียรติศักดิ์ โพธิ์อุ่น ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-01 04:56:55


ความคิดเห็นที่ 1471 (1622080)

  ยกตัวอย่าง

การปิดขุมนรก เมื่อแรกๆ

ทุกคนจะรู้ว่า การปิดขุม ต้องอยู่

2 วัน กำลังบุญจึงจะปิดได้

 

แต่พอเริ่มมีคนหนึ่ง

ขอกลับกลางคืนหลังปิดขุม

ก็มีคนพากันทำตามอีกมากมาย

****************************

กราบขอขมาท่านอาจารย์อุบล, อาจารย์มงคลและคุณท็อป

และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกๆพระองค์ที่บ้านสวนพีระมิด

ที่ลูกได้เสียมารยาทและทำกริยาที่ไม่เหมาะสม

โดยไม่มีจิตสำนึกและขาดสติยั้งคิดไม่ไตร่ตรองให้รอบคอบ

เพราะทุกครั้งที่ปิดขุมตนเองก็จะกลับบ้านทันที ซึ่งทำผิดซ้ำซ้อน 6-7 ครั้งด้วยกัน

แถมทำให้คนอื่นๆที่อาศัยติดรถกลับบ้านต้องทำผิดตามไปด้วย 

ผู้แสดงความคิดเห็น เจิดหทัย สุวรรณากาศ (หนึ่ง) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-01 05:47:13


ความคิดเห็นที่ 1472 (1622094)

 อ่านธรรมทานของทุกท่านแล้ว

ทั้งท่าน อ.อุบล และพี่ๆ น้องๆ ที่ให้ข้อคิดดีๆ
กราบขอบพระคุณธรรมทานของทุกท่านด้วยนะค่ะ
 
จิตใจที่เหมือนน้ำพร้อมจะไหลลงสู่ที่ต่ำเสมอ
และการทำชั่วที่หอมหวาน 
ตัวตุ้ยเองรับรู้เลยค่ะ ว่าเมื่อทำชั่ว
จิตใจมันร้อนรุ่ม ไม่มีความสุข
ผลกรรมที่ได้รับแบบเต็มๆ 
ต้องพยายามใช้สติและวางมันลง
 
เรื่องนี้ได้ข้อคิดให้ตัวเองต้องรู้จักเคารพ
ในสิทธิและสถานที่ของบุคคลอื่น
ไม่ว่าต่อหน้าหรือลับหลัง
อยากมีชีวิตรอดอยู่ยุคศิวิไลซ์
อยากมีงาน มีเงิน มีความสุข
แต่จิตใจยังตกต่ำมืดบอด มักง่าย
เห็นแก่ตัว ยังทำต่อหน้าอย่างลับหลังอย่าง
แล้วยังมีหน้าอยากรอด รู้สึกเหมือนตัวเอง
ทำไมช่างหน้าหนากล้าทำอย่างนี้
และจะเป็นบทเรียนให้เราย้อนดูตัวเอง
ยอมรับในสิ่งที่ทำและแก้ไขอย่างแน่นอนค่ะ
ผู้แสดงความคิดเห็น ตุ้ย ศิริพร โฉมจันทร์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-01 09:30:26


ความคิดเห็นที่ 1473 (1622150)

 การตัดสินใจทำการ

ละเมิดผู้อื่นได้ขนาดนี้

มันต้องใช้กำลังใจ ด้านบาป

ด้านชั่ว สูงมาก

---------------------------------------------------------

กราบขอบพระคุณธรรมทานจากท่านอาจารย์ค่ะ

เคยสงสัยทำไม จะทำดี ถึงไม่ค่อยกล้าลงมือทำทันที

ต้องอ้างโน่นนี่นั่นตลอด กลัวผิด กลัวทำไม่ถูก

เพราะการทำดีก็ต้องใช้กำลังด้านดีสูง และที่สำคัญเราไม่ค่อยทำดี

ไม่เหมือน ทำชั่วทำบาป

ต้องใช้กำลังใจด้านบาป-ชั่วด้วยเหมือนกัน

แต่เราทำบาปจนชิน  จึงสามารถลงมือทำชั่วได้ทันทีโดยไม่กลัว..

ขออนุโมทนาบุญกับธรรมทานของทุก ๆ ท่านค่ะ

ที่ให้อัญได้พิจารณาเห็นความชั่วมากมายในจิตตัวเอง สาธุ


ผู้แสดงความคิดเห็น อัญ - อนัญญา สุขถาวร ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-01 13:43:59


ความคิดเห็นที่ 1474 (1622153)

หลายๆอย่างที่พบเห็นในบ้านสวนฯหรือแม้แต่นอกบ้านสวนฯช่างตรงกับที่ท่านอาจารย์บอกไว้เสมอว่า

เวลาจะทำความชั่ว มักจะไม่ค่อยกลัวอะไร ไม่ค่อยสงสัยอะไร ไม่ต้องถามอะไร รีบทำไปเลย ไม่ว่าจะแอบทำหรือทำซึ่งๆหน้า

เวลาจะทำความดี มักจะสงสัย ถามอยู่นั่นแหละ ทั้งรู้ก็จะถาม หรือรู้แล้วแกล้งโง่ก็มี มีสารพัดแบบ สุดท้ายก็ไม่กล้าทำ เพราะสงสัยกลัวได้ดี แป่ววว...

กรณีของคุณหนึ่งและทีมงาน ผมเห็นมาระยะหนึ่งแล้วครับ ที่มักทำอะไรแปลกๆแบบนี้เป็นกลุ่มซึ่งก็มีแต่หน้าเดิมๆ แต่แปลกตรงที่ว่า ทุกคนมักมีจุดยืนที่ชัดเจนมากว่าเคารพท่านอาจารย์อุบลมาก

แต่...ก็รักตัวเองมากกว่า รักความพอใจและความสะดวกสบายของตนเองมากกว่า คืออยากมาตอนไหนก็มา อยากกลับก็กลับ วันไหนมีการปิดขุมนรกหรือเหตุการณ์สำคัญๆก็จะมา พอได้ร่วมกิจกรรมจนพอใจหรือไม่รู้ว่าพากันคิดว่าได้เต็มที่แล้วก็กลับหรือเปล่าผมไม่แน่ใจนะครับ แต่สิ่งที่เห็นมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ

เฮ่ออ..แต่ทุกคนก็บอกอย่างมั่นใจว่า จะไปนิพพานและรัก เคารพท่านอาจารย์อุบลมาก ช่วยอธิบายหน่อยนะครับ แปลว่าอะไร ผมสงสัย...

ผู้แสดงความคิดเห็น ธนา อรุณภิญโญพล ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-01 14:08:59


ความคิดเห็นที่ 1475 (1622162)

เฮ่ออ..แต่ทุกคนก็บอกอย่างมั่นใจว่า จะไปนิพพานและรัก เคารพท่านอาจารย์อุบลมาก ช่วยอธิบายหน่อยนะครับ แปลว่าอะไร ผมสงสัย...

---------------------------------

พี่ก็ สง กะ สัย เหมียน กัน น้องเอ้ย

แต่พี่ไม่ต้องการคำตอบจาก คนเหล่านี้

เพราะ คำตอบที่ได้ ก็คงพลิกไป พลิกมา

เป็นเพียงคำพูด ( ลิ้นไม่มีกระดูก )

รัก ศรัทธา เหลือเกิน รัก ๆๆๆๆๆๆๆๆ

ผิดกับการกระทำ

ยิ่งบางคน พร่ำเพ้อ โอ้ย อยากได้รับใช้

อยากได้มีส่วนร่วม นู่น นี่นั่น อยากอยู่ใกล้ชิด

ก็มองและสังเกตมาตลอด...เห็นแล้วว่า

พฤติกรรม และคำพูด ต่างกัน 

และยิ่งกว่านั้นที่ทำให้เห็นแบบ ใส ๆ ก็คือ

จุดมุ่งหวัง ที่พูด ๆๆๆๆๆๆ  ว่า รัก ศรัทธา

และผลพลอยได้ ต่างหาก ที่ต้องบอกว่า

รักๆๆๆๆ ศรัทธา อาจารย์แม่อุบล ยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดแล้ว

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ประวีณา แค้มป์ ( แมว ) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-01 15:07:50


ความคิดเห็นที่ 1476 (1622184)

 การตัดสินใจทำการ

 

ละเมิดผู้อื่นได้ขนาดนี้

มันต้องใช้กำลังใจ ด้านบาป

 

ด้านชั่ว สูงมาก

++++++++++++++++++++++++++++

      มีผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ ตัดต่อรูปภาพผู้อื่น เป็นการล้อเลียนบ้าง เป็นรูปลามก อนาจารบ้าง หรือตามแต่ที่อยากจะทำ ท่านอ.อุบล ได้ตอบไว้ เป็นที่น่าสนใจ ครับ  

       การตัดต่อภาพผู้อื่นไปในทางเสื่อมเสีย โดยที่เจ้าของเขาไม่เต็มใจให้ทำ ให้ถือเป็นการละเมิดผู้อื่น คล้ายกับการทำหมันสัตว์ ซึ่งสัตว์ไม่ได้บอกให้ผู้ใดมาทำหมัน  ผู้ทำหมันต้องรับกรรมไป  หรือไม่ก็ให้ลองเอาภาพของตนเอง หรือภาพของพ่อของแม่ ไปให้ผู้อื่นตัดต่อดู ว่าจะรู้สึกอย่างไร ชอบหรือไม่  ทุกคนสามารถตอบเองได้....

       การตัดต่อภาพดังกล่าว ต้องใช้จินตนาการสูง อยากให้ผู้อื่นเป็นเช่นไร  ภาพลามก จะถูกสร้างไว้ในจิตเสียก่อนแล้ว จึงจะตัดต่อภาพนั้นออกมาได้อย่างนั้น   ตัวเองก็จะเป็นคนลามก หยาบคาย เป็นสันดานและจะต้องถูกล่วงละเมิดทางเพศโดยไม่ต้องสงสัย

ขอยกมาอีกเรื่องครับ ที่ อาจารย์อุบล ยกตัวอย่างได้เปรียบเทียบที่นึกตามได้คือ...

ชีวิตคนเรา เสมือน เรือ ลอยบนผิวน้ำ

น้ำ  เสมือน บุญหรือความดี

ตอไม้ใต้น้ำ  เสมือน  กรรมที่เรากระทำผิดศีล

เรามีชีวิตอยู่ได้ด้วยบุญ ต้องสร้างบุญ ความดีให้มากเพื่อพยุงเรือและไม่ให้ตอผุด  ตอไม้ เป็นเครื่องหมายของกรรม ลักทรัพย์ สองครั้งก็มี สองตอ พูดปด ร้อยครั้ง ก็มีร้อยตอ ฆ่าคน ฆ่าสัตว์กี่ครั้งจำนวนตอก็เท่านั้น ตอเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงไม่ได้ พอตอเยอะ น้ำเลยน้อย เรือเลยค้างตอ  ถึงตอนนี้ แสดงว่า วิบากกรรมไล่ทัน ผมว่าเหมือนกับชีวิตเรากำลังประสบอยู่

กราบขอบพระคุณอาจารย์อุบล ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น เด็กชายอมร (อมร ศิริมาศกูล) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-01 19:01:06


ความคิดเห็นที่ 1477 (1622187)

วิบากกรรมไล่ทัน ผมว่าเหมือนกับชีวิตเรากำลังประสบอยู่

อ้าย..อ้าย..อมร เราต้องหนีกรรมให้ทันนะ

ตอในอดีต..เราไม่สามารถลดจำนวนลงได้

เราจะเร่ง..เติมน้ำ ให้สายธารชีวิตกันนะ

เหมี่ยว .. ร่วมด้วยช่วยกัน

เราจะนำเรือ..ผ่านไปให้ได้เน้อ อ้าย เน้อ 55++

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ประวีณา แค้มป์ ( แมว ) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-01 19:49:27


ความคิดเห็นที่ 1478 (1622189)

ยกตัวอย่าง

การปิดขุมนรก เมื่อแรกๆ

ทุกคนจะรู้ว่า การปิดขุม ต้องอยู่

2 วัน กำลังบุญจึงจะปิดได้

แต่พอเริ่มมีคนหนึ่ง

ขอกลับกลางคืนหลังปิดขุม

ก็มีคนพากันทำตามอีกมากมาย

""""""""""""""""""""

พจน์กับสามีก็เป็นอีกคู่หนึ่งค่ะที่ทำผิดซ้ำซาก เพราะช่วงที่มีการปิดขุมนรก พอทำพิธีปิดขุมเสร็จก็จะกลับบ้านเลย ทำเช่นนี้เกือบทุกขุม และคิดว่าไม่ใช่สิ่งที่ผิดอะไร โดยจะมีข้ออ้างให้กับตัวเองต่างๆนาๆ และไม่เคยคิดที่จะถามใครด้วย จนวันนี้ได้มาอ่านธรรมทานจากท่านอาจารย์อุบล จากพี่ตุ้ย คุณหนึ่ง และท่านอื่นๆ ทำให้ได้ค้นพบความผิดของตัวเองที่มีพฤติกรรมเห็นแก่ตัว เอาแต่ได้ รู้สึกสำนึกในความผิด และอีกเหตุการณ์คือช่วงเข้าค่าย 12 ขณะทานอาหารกลางวันอยู่ หันไปเห็นคุณท็อปออกมาพอดี เลยบอกให้สามีรีบไปบูชาเข็มกลัดเสด็จพ่อท้าวเวสสุวรรณเพราะกลัวจะหมด แล้วจำได้ว่าสามีได้วิ่งลงทางบันไดติดกับที่จอดรถบ้านท่านอาจารย์ ทั้งไปและกลับเลยค่ะ โดยที่ตัวพจน์เองไม่ได้เป็นคนที่เดินผ่านแต่เป็นคนที่รู้เห็นในการกระทำรวมทั้งเห็นชอบด้วยกับการกระทำนั้นก็เทียบเท่ากับว่าพจน์ได้กระทำการนั้นเอง พึ่งมารู้ตัวก็เมื่อได้มาอ่านหลายๆธรรมทานในวันนี้ทำให้ได้เห็นความผิด ความชั่วของตัวเองอีกมาก ลูกรู้สึกสำนึกผิดกับการกระทำทั้งหมดและขอยอมรับผิดทุกประการค่ะ และจะพยายามปรับปรุงตัวและใจของตัวเองให้ได้โดยเร็วค่ะ

ลูกขอกราบขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกๆพระองค์ ขอกราบขอขมาท่านอาจารย์อุบล ท่านอาจารย์มงคลและคุณท็อป ที่ได้กระทำการที่ไม่เหมาะสมไร้ซึ่งมารยาทและจิตใต้สำนึกที่ดี ลูกขอกราบขมาค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น พรหมภัสสร กฤตธกร (พจน์) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-01 19:55:07


ความคิดเห็นที่ 1479 (1622190)

 ธรรมะประจำวันที่ 28 กรกฎาคม 255

- พี่อ้อย มาขอบคุณเรื่อง การเงิน และการงานดีขึ้น จากเดิมขายไม่ถึงตามเป้า  แต่หลังจากมาทำบุญที่บ้านสวน ทำให้ได้ยอดตามเป้า และปิดยอดขายได้ตามกำหนด โดยอาจารย์มักบอกให้พวกเราไม่หลงเงิน เพราะเมื่อมาทำบุญแล้วมีฐานะดีขึ้น ก็อาจจะทำให้พวกเราหลงเงิน และห่างบุญ ซึ่งเมื่อไหร่ที่ห่างบุญ ก็จะกลับไปเป็นอย่างเดิม โดยความดีนั้น ต้องทำเสมอต้น เสมอปลาย และคนที่มีจิตใจดี หวังดีต่อผู้อื่น เมื่อมีปัญหา สิ่งศักสิทธิท่านจะคอยช่วยเหลือ  เช่น พระอินทร์ท่านจะมีแท่นบันลังค์ที่อ่อนนุ่มเสมอ แต่หากเมื่อใดที่คนดีได้รับความทุกข์ แท่นที่นั่งของพระองค์จะแข็งขึ้นมา แล้วพระองค์จะรู้สึกได้แล้วจะใช้ตาที่สาม ตรวจดู และช่วยเหลือมนุษย์ผู้ทำความดี แต่ได้รับความทุกข์คนนั้น

- พี่แหม่ม มาเล่าเรื่องแฟนพี่แหม่มที่ใช้จี้รักษาโรค โดยเค้าจะยืมน้องต้นกล้าใส่ทุกเย็น และเมื่อใส่แล้ว ก็ทำให้เขาหายทุกโรคที่เขาเป็นอยู่ เช่น ปวดตามร่างกาย เป็นต้น

- พี่สร  มาขอบคุณเรื่องที่ไม่ต้องเข้าโรงพยาบาลอีกเลย หลังจากมาทำบุญที่บ้านสวนแล้ว

- พี่ป้อม มาเล่าเรื่องรหัส อ.อุบลช่วยด้วย โดยรถพี่ป้อมเสียแล้วนำไปซ้อม ทำให้ได้ซ้อมในราคาที่ถูกลงจากปกติ

- อาสวะกิเลส คือ กิเลสที่หมักหมมอยู่ในใจ หลายคนรู้วิธีนำมันออก แต่หลายคนไม่รู้วิธี

- ชีวิตของคนจะเป็นไปตามการกระทำของเขาเอง การสวมจี้ ไม่มีผลในชีวิตของเขา แต่จี้จะเป็นตัวย่นย่อเวลา และขยาย ทั้งบุญและบาป เรียกได้ว่า จี้ไม่ได้มาทำให้คนที่ไม่รักษาศีลทุกข์มากขึ้น เพราะเขาทำตัวของเขาเอง แต่อาจมาช่วย่นย่อเวลาในการรับกรรมให้เร็วขึ้น เพื่อให้สำนึกได้ 

- ศีลเป็นตัวจับทุกอย่าง เมื่อทำผิดอะไร อยากรู้ว่าเขาจะไปไหนก็ให้เอาศีลเข้าไปจับ

- การโกรธ คือการปิดกั้นโชคลาถต่างๆ

- เป็นคนที่สมบูรณ์นั้น จะต้องมีทั้งความรู้ และมีความประพฤติที่ดีควบคู่กันไป

- ห้ามทำสิ่งที่ละเมิดผู้อื่น เพราะทำเขาอย่างไร เราก็ต้องได้รับแบบนั้นเช่นกัน

- บาปลบไม่ได้ แต่ให้ทำบุญเพื่อหนีบาป หมั่นสร้างบุญให้บาปตามมาไม่ทัน หากไม่ขยันทำบุญสักวัน เรือ(ตัวเรา) จะชนตอ(บาป) ดังนั้นเราควรเติมน้ำ(บุญ)อย่างสม่ำเสมอ ง่ายๆ และมากขึ้น เพื่อที่ชีวิตเราจะได้ไม่ต้องทุกข์ (เรือจะได้ไม่ชนตอ)

- คุร ดร. มาสารภาพกับจี้แล้วหายแต่ว่าสารภาพกับพระพุทธเจ้าหรือ อ.อภิชัยก็ไม่หาย เพราะว่าจี้นี้มีมาให้คนสารภาพ พระพุทธองค์และเทพต่างๆท่านบอกว่าไม่ใช่หน้าที่ของท่านที่จะทำให้คนหาย ซึ่งไม่ได้แปลว่าจี้ใหญ่กว่าพระพุทธองค์

- พี่อมรมาเล่าเรื่องกระหัง ที่ชาวบ้านเจอกันที่โคราช ซึ่งในข่าวบอกว่าจับได้แล้ว แต่ทุกๆต่างคิดว่าไม่ใช่คน เพราะว่าคนที่ลวนลามผู้หญิงนั้น มีรอยเท้าห่างกันแต่ละก้าวถึง 2 เมตร และยังสามารถเดินผ่านกำแพงได้ แล้วชาวบ้านตั้ง20กว่าคนพยายามช่วยกันจับ แต่ก้ไม่สามารถจับได้ ซึ่งถ้าเป็นคนจริงๆก็ควรจับได้แล้ว แต่ที่ออกข่าวอาจจะเป็นคนที่มาทำผิดซ้อนคดี หาโอกาสใช้กระแสข่าวทำความผิดในลักษณะเดียวกัน

-  อ.อุบลเล่าเรื่องมีคนไปตำหนักทรง ไปรับขัน เมื่อกลับมาบ้านเปลี่ยนเป็นคนละคนจากที่นิสัยดี ก็กลายเป็นคนไม่ดี ด่าว่า พ่อแม่  

 

ผู้แสดงความคิดเห็น พัฒนพงศ์ ปรับโตวิดโจโย ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-01 20:04:20


ความคิดเห็นที่ 1480 (1622218)

กราบขอขมาท่าน อ.อุบลครับ เนื่องด้วยช่วงค่าย12 ช่วงทานอาหารกลางวัน จะบูชาเข็มกลัดเสด็จพ่อท้าวเวสสุวรรณ ด้วยความรีบร้อน ขาดสติ ไม่ยั้งคิด ไม่มีความยับยั้งชั่งใจเห็นคุณท็อปออกมาจากบ้าน  ผมจึงได้เดินขึ้นลงบันไดตรงข้างที่จอดรถท่านอาจารย์ ซึ่งเป็นบันไดที่ท่านอาจารย์ใช้เป็นการส่วนตัว ซึ่งเท่ากับผมได้ละเมิดและไม่เคารพท่านอาจารย์ ผมขอรับผิดทุกประการและขอปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นครับ

และอีกเรื่องคือช่วงที่มีพิธีปิดขุมนรก พอเสร็จพิธีก็กลับบ้านทันทีโดยไม่อยู่สร้างบุญต่อในวันอาทิตย์ พอได้อ่านธรรมทานของท่านอาจารย์  ก็รู้สึกสำนึกผิดว่า ผมเองกระทำการอันไม่สมควร เห็นแก่ตัว เอาแต่ได้ ไม่เคารพท่านอาจารย์ครับ

กราบขมาท่าน อ.อุบล ท่าน อ.มงคล คุณท็อป และเทวดาที่รักษาอ.อุบลทุกพระองค์ครับ


 

ผู้แสดงความคิดเห็น ชวนินทร์ กฤตธกร (ก็อต) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-01 22:06:52


ความคิดเห็นที่ 1481 (1622220)

กราบ อนุโมทนา ธรรมทาน จากท่าน อาจารย์ อุบล ที่เมตตาต่อศิษย์ทุกคน

จากการ ที่น้องตุ้ย ได้ ละเมิด ประกาศ ห้ามผ่าน  ท่านอาจารย์กล่าวถึง ความชั่วมันช่างหอมหวานซะเหลือเกิน  ธรรมชาติของมนุษย์ เหมือนนํ้า พร้อมที่จะใหลลงสู่ที่ตํ่าเสมอ

พี่ มหาจ๋า อร ก็เหมือนกัน เพราะการที่เราชิน กับสิ่งชั่วๆในชีวิตประจําวัน อยู่ตลอดเวลา จนเห็นว่าเป็นเรื่องปกติ (แต่ความจริงไม่ปกติ) จึงทําให้เกิดทุกข์เกิดโทษ อยู่ลํ่าไป การอยากเปลี่ยน ให้เป็นปกติ หรือเปลี่ยนให้ดี มักเริ่มต้นด้วยการคิดว่า แค่นี้คงไม่เป็นไรมั้ง  นี้คือผลกรรมที่ทําจนชิน แก้ได้ยาก พร้อมที่จะลงตํ่าตลอดเวลา หากขาดสติ

ท่านอาจารย์ เมตตาธรรม แก่พวกเรามาก ท่านสอน ให้รู้ลึก รู้ละเอียดมากๆ ในทุกๆเรื่อง ก็ทําความดีไม่ค่อยจะได้ คําสั่งสอนของท่าน ก็ไม่ทําตาม แต่อยากตามท่านไปนิพพาน จะรอดใหม๊เนี๊ยเรา 

ผู้แสดงความคิดเห็น อร อุ่นศรี ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-01 22:14:36


ความคิดเห็นที่ 1482 (1622228)

 

 

 

 

คุณอ้อยกับอเมซิ่งสตอรี่

คุณอ้อยทำงานเป็นเซลล์ขายเครื่องมือแพทย์

มีปัญหาตัวเลขปิดยอดขายไม่ได้ตามเป้ามาต่อเนื่องหลายปี

พอรู้จักบ้านสวนฯและได้มาทำบุญอย่างสม่ำเสมอ

ทำให้ยอดขายทะลุเป้าเกินหน้าเกินตาเพื่อนๆ

การงานการเงินรายได้เพิ่ม ยิ่งกว่าก้าวกระโดด

มาคราวนี้ยิ่งทำให้คุณอ้อยอเมซซิ่งมากถึงมากที่สุด

เพราะคุณอ้อยได้รับค่าคอมมิสชั่นแบบสายฟ้าแลบแปร๊บๆๆ

คุณอ้อยบอกว่าท่านท้าวเวสสุวรรณเมตตาจัดให้ค่ะ

ท่านอาจารย์เลยสำทับว่า เพราะเหตุที่คุณอ้อยมักจะเป็นแถวหน้า

กล้าหาญชาญชัยที่ออกมาต่อกร ต่อสู้กับพวกบ่อนทำลายชาติ ศาสน์ กษัตริย์

อีกทั้งยังเขียนธรรมทานหลายหลากที่อ่านง่ายๆแต่โดนใจสุดๆอีกด้วย

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านเลยเต็มใจช่วยเหลือให้ผ่านพ้นอุปสรรค

และตอนท้ายท่านอาจารย์เมตตาให้ธรรมะ เรื่องขาขึ้น

คนบ้านสวนฯรุ่นแล้วรุ่นเล่าที่ผ่านมาหลายคนติด กับดักขาขึ้น

พองานดีรายได้งาม ก็ย่ามใจ

กอรปกับงานยุ่งเลยมุ่งแค่กอบโกย

ลืมความทุกข์แต่หนหลัง ไม่มีเวลามาต่อบุญ

พอบุญหมดก็เลยหมดกำลังบุญ

กว่าจะรู้ตัว ก็ต้องหมดตัวก่อนในเวลาไม่ช้าไม่นาน

ทีนี้ทรุดหนักกว่าเก่า ทุกข์กว่าเดิมหลายเท่าตัวทีเดียว 

 

ได้ยินแล้วก็อนุโมทนากับคุณอ้อยสุดสวยที่สวยวิ๊งงงได้เช้าจรดเย็นทุกๆวัน

กราบขอบพระคุณกับคำตักเตือนและคำสอนจากท่านอาจารย์ค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ภิญญลักษณ์ เลิศอัครศักดิ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-01 22:41:48


ความคิดเห็นที่ 1483 (1622240)

คุณแหม่ม สามีแอบลองของ

คุณแหม่มเล่าให้ฟังว่าสามีแอบมาขอจี้องค์สฟิงซ์จากลูกชายคนเก่ง น้องต้นกล้า ทุกวันหลังกลับจากโรงเรียน

มารู้อีกว่าคุณสามีหายหายปวดฟันแล้ว

ก็เลยติดใจในอานุภาพของจี้องค์สฟิงซ์

เลยมาขอยืมจากต้นกล้าไปคล้องอีก 

ทำให้หายปวดแข้งขา หายจากทุกอาการที่เคยมี

ตอนนี้คุณแหม่มและต้นกล้าสบายขึ้นหน่อยไม่ต้องออกแรงบีบนวด หรือว่าเหยียบให้คุณชายอีกต่อไปค่ะ นอกจากนี้พี่แกยังเต็มอกเต็มใจมากขึ้นให้แม่ลูกมาบ้านสวนฯตามสบายเลย

พี่เกสร ห่างหมอห่างโรงพยาบาล

พีสรเป็นทาลัสซีเมีย ตอนนี้ไม่ต้องกินยาแล้ว

ร่างกายแข็งแรงกว่าเดิม มีความสุขมาก

ละความโกรธและ ปล่อยวางได้เร็วขึ้น

แต่ก่อนเคยโกนหัวบวชชีแต่ไม่ได้บวชใจ

ทะเลาะกับผู้คนไปทั่วไม่เว้นแม้แต่แม่ชีด้วยกัน

ตอนนี้ก็เลยเป็น นิวเกสร ค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ภิญญลักษณ์ เลิศอัครศักดิ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-01 23:19:35


ความคิดเห็นที่ 1484 (1622259)

ขอบคุณคุณธนาที่เมตตาตักเตือนเป็นกระจกเงาให้คะ

 สำหรับการเดินทางไปบ้านสวนนั้นทางหนึ่ง, พี่วิ, พี่ตุ๊ก ปกติเราจะไม่มีการนัดหมายหรือชักชวนกันแต่อย่างไร เพียงแต่ถ้าพี่ๆทั้งสองเห็นหนึ่งลงชื่อและระบุว่าไม่ค้างคืนก็ขออาศัยรถเดินทางไป-กลับบ้านสวนด้วยเพราะบ้านเราอยู่ใกล้ๆกัน

ส่วนพี่หนุ่ยก็อาศัยรถหนึ่งกลับบ้างเป็นบางครั้งเท่านั้นคะ ในกรณีที่สามีหรือบุคคลที่พี่หนุ่ยติดรถกลับกรุงเทพด้วยไม่ได้มาบ้านสวนในสัปดาห์นั้นๆ ซึ่งๆพี่ๆทั้งสามคนไม่มีใครเป็นทีมงานของหนึ่งแต่อย่างไร

ตัวหนึ่งจึงถือเป็นหัวโจ๊กที่ทำให้ทุกคนทำผิดกฏ ด้วยความโง่เขลาของตนเองโดยอ้างคำเดิมว่า ไม่รู้เพราะไม่เคยใช้ปัญญาไตร่ตรองกับคำพูดของท่านอ.ในเรื่องนี้ อันเป็นผลมาจากความโลภ ความอยากและเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ของตนเอง

พอรู้ว่าจะมีการปิดขุมนรกยอมรับตรงๆว่าโลภหวังผลอยากจะปิดขุมนรกคะ นอกจากนี้หนึ่งก็ยอมรับว่าที่ผ่านมาหนึ่งไม่เคยสำนึกหรือพิจารณาตนเองว่าคนที่อยู่ปิดขุมควรจะอยู่ 2 วัน จึงกระทั่งท่านอ.เมตตาตักเตือนในคห.1456

 

หลังจากจัดงานค่าย 12 สัปดาห์นั้นท่านอ.ก็ได้จัดให้มีธรรมะบำบัด

โดยมีกฏการเข้าออกมาวันเสาร์ก่อน 9 โมงเช้า กลับวันอาทิตย์หลังบ่าย 3 โมง ซึ่งตามเงื่อนไขนี้หนึ่งไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้

หลังสัปดาห์ที่จัดให้มีธรรมะบำบัดก็ด้วยความโง่เพราะไม่ใช้ปัญญาและความโลภอยากจะไปทำบุญแต่ก็กลัวจะทำผิดกฏซ้ำๆซากๆอีก

จึงได้โทรไปรบกวนคุณแมวสอบถามเรื่องกฏระเบียบเวลาและด้วยกฏดังกล่าวยังอยู่ กอปรกับติดปัญหาและธุระส่วนตัวจึงเป็นเหตุให้หนึ่งไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมของบ้านสวนได้ .ตอนนี้มิได้มีเจตนาจะไปบ้านสวนเพียงเพราะต้องการจะปิดขุมนรกเหมือนเช่นช่วงแรกๆ

  (ขอขมากับคุณแมวที่หนึ่งใช้เอาความโลภและความเห็นแก่ตัวนำหน้า ทั้งๆที่รู้ว่าคุณแมวก็คงจะยุ่งๆแต่ก็ไม่ใส่ใจมากไปกว่าความต้องการของตนเอง)

 

ขอขมากับท่านอ.อุบล ท่านอ.มงคลและคุณท็อปอีกครั้งจริงๆคะที่หนึ่งเห็นแก่ตัวเอาตัวเองไปหลัก ทั้งๆที่ท่านอ.ผู้เป็นเจ้าของบ้านสวนก็เมตตา เปิดบ้านต้อนรับแต่พฤติกรรมที่ผ่านมาหนึ่งแสดงให้เห็นถึงความไม่เกรงใจท่าน และเอาความโง่นำหน้าปัญญา และชอบทำตัวไหลลงสู่ที่ต่ำอันเป็นผิดมาจากทำผิดศีล 5 มาอย่างหนัก กราบขอขมาครอบครัวศุภาเดชาภรณ์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่รักษาคุ้มครองท่านอ.อุบลและครอบครัวมาณ.ที่นี้คะ

ผู้แสดงความคิดเห็น เจิดหทัย สุวรรณากาศ (หนึ่ง) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-02 01:39:37


ความคิดเห็นที่ 1485 (1622262)

อ่านข้อความของคุณหนึ่ง

คุณพจน์ และ คุณก็อต แล้ว

ก็อดคิดไม่ได้ค่ะว่า

 

บางที ความอยาก

หรือ ตัวกิเลสในใจเรา

เค้าก็อำพรางตัวได้แนบเนียนจริงๆ

จนตัวเราเอง

ก็แทบจะไม่สังเกตุ

หรือ มองไม่เห็นเหมือนกัน

 

หรือไม่ก็

เราอาจจะชิน กับการ

เอาความสะดวกของเรา

เป็นหลักมาตลอด

 

จนทำให้เรามองข้าม ความถูกต้อง

หรือ สิ่งที่สมควร ไป.... แบบไม่รู้ตัว

 

 

อย่างน้อย ตอนนี้ทุกท่านได้รับรู้

ความผิดของตน แล้วยอมรับผิด

พร้อมกับคิดแก้ไข

ปรับปรุงตัวเองด้วยใจจริง

ทุกคนก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับ "การอภัย" ค่ะ

 

ฉะนั้น เรื่องนี้คงจะสะท้อนให้

หลายๆคน คิดไตร่ตรอง

ชัดๆ ลึกๆ แบบจริงใจอีกทีว่า

ท่านไปร่วมบุญที่บ้านสวนฯเพื่ออะไร

และในขณะเดียวกันก็คิดด้วยว่า

ตัวเราจะไปสร้างประโยชน์ด้านใด

ให้กับบ้านสวนฯได้บ้าง

 

แล้วก็คอยเตือนสติ

และถามตัวเองอยู่เสมอว่า

การมาบ้านสวนฯของเรา

ได้สร้างปัญหาต่อส่วนรวมหรือไม่

ผู้แสดงความคิดเห็น ชนิดา เชิงสะอาด/CHANIDA ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-02 04:57:47


ความคิดเห็นที่ 1486 (1622295)

บางทีเราก็อาจจะทำจนเคยชิน

และติดเป็นนิสัย ทำให้เวลาทำไปทุกๆครั้ง

ขาดการยั้งคิด และตามจิตของตัวเองไม่ทัน

เลยส่งผลใ้ชีวิตของเราไม่ราบรื่น และมีอุปสรรคอยู่บ่อยๆ

แต่พวกเราก็ยังถือว่าโชคดีมากๆเลยนะคะ

ที่อ.แม่และพี่ๆทุกคน

เมตตาคอยเตือน คอยบอกจุดบอดของเรา

ให้เราได้รู้จักตัวเองมากขึ้น

เพราะเราอาจจะรู้จักตัวเองได้ไม่ดีเท่าคนรอบข้าง

ที่ได้อยู่ใกล้ชิดเราก็ได้ค่ะ

เราจะได้ัพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ

เพื่อให้ทันยุคพระศรีอาริย์ที่จะมาถึงในเร็วๆนี้ค่ะ

 อนุโมทนากับทุกๆท่านด้วยนะคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น นันทนา แหกาวี ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-02 12:30:44


ความคิดเห็นที่ 1487 (1622301)

คนสุดท้าย สิงห์ป้อม

มากล่าวขอบคุณที่ใช้รหัสสวรรค์ช่วยซ่อมรถ

ทำให้ไม่ต้องเสียเงินมากเกินความเป็นจริง

สิงห์ป้อมเช็คราคาประเมินค่าซ่อมรถมาหลายที่

ในที่สุดตัดสินใจส่งรถเข้าซ่อม

เวลาผ่านไปชั่วโมงกว่า พนักงานมาแจ้งว่าซ่อมไม่ทัน

สิงห์ป้อมหงุดหงิดเล็กน้อย

วันถัดมาจึงนึกขึ้นได้ว่ามีญาติทำอู่ซ่อมรถด้วยนี่

จึงนัดหมายเอารถไปทำทุกๆรายการที่มีปัญหา

เบ็ดเสร็จสิงห์ป้อมจ่ายค่าซ่อมไปน้อยกว่าที่ศูนย์ซ่อมตีราคาเกือบ 3 เท่าตัวแน่ะ

นี่แหละรหัส อาจารย์อุบลช่วยด้วย ไม่ต้องจ่ายแพงไง

ผู้แสดงความคิดเห็น ภิญญลักษณ์ เลิศอัครศักดิ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-02 13:54:23


ความคิดเห็นที่ 1488 (1622306)

คำถามพี่กอบแก้ว

พี่กอบแก้วมีองค์พีระมิดจำลองหลายรุ่นหลายองค์ที่บ้าน

แล้วยังมีองค์สฟิงส์อีก 9 องค์ด้วย

สังเกตว่าที่บ้านเย็นสบาย ไม่มียุง มด แมลงต่างๆมารบกวนเลย

อยากรู้ว่าเพราะอะไร????

ท่านอาจารย์เช็คกับชาวบ้านสวนฯทุกๆคน

ไม่มีใครเจอปรากฎการณ์อย่างนี้เลย

ก็เลยไม่ได้คำตอบ

ท่านอาจารย์ว่าท่านจะทดลองด้วยตนเองด้วยค่ะ

อีกเรื่องของพี่กอบแก้ว น่าสนใจมากๆ

ที่บ้านมีปัญหาระบบน้ำ และกลิ่นจากท่อระบายรบกวน

พยายามแก้ปัญหาเบื้องต้นเอง แต่ก็ยังไม่ได้

ตัดสินใจโทรไปที่ศูนย์บริการ

เล่าอาการทั้งหมดให้ฟัง

พร้อมกับนัดวันเวลาช่างมาซ่อมด้วย

แต่วันนี้พี่แกบอกว่าปัญหานั้นหายไปหมดแล้ว

ยังไม่ถึงวันนัดกับช่างเลยอ่ะะ

อนุโมทนากับธรรมทานจากพี่กอบแก้วและทุกๆคน

กราบขอบพระคุณธรรมทาน คำสอน คำเตือนจากท่านอาจารย์ค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ภิญญลักษณ์ เลิศอัครศักดิ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-02 14:20:43


ความคิดเห็นที่ 1489 (1622307)

คำถามพี่กอบแก้ว

พี่กอบแก้วมีองค์พีระมิดจำลองหลายรุ่นหลายองค์ที่บ้าน

แล้วยังมีองค์สฟิงส์อีก 9 องค์ด้วย

สังเกตว่าที่บ้านเย็นสบาย ไม่มียุง มด แมลงต่างๆมารบกวนเลย

อยากรู้ว่าเพราะอะไร????

ท่านอาจารย์เช็คกับชาวบ้านสวนฯทุกๆคน

ไม่มีใครเจอปรากฎการณ์อย่างนี้เลย

ก็เลยไม่ได้คำตอบ

ท่านอาจารย์ว่าท่านจะทดลองด้วยตนเองด้วยค่ะ

อีกเรื่องของพี่กอบแก้ว น่าสนใจมากๆ

ที่บ้านมีปัญหาระบบน้ำ และกลิ่นจากท่อระบายรบกวน

พยายามแก้ปัญหาเบื้องต้นเอง แต่ก็ยังไม่ได้

ตัดสินใจโทรไปที่ศูนย์บริการ

เล่าอาการทั้งหมดให้ฟัง

พร้อมกับนัดวันเวลาช่างมาซ่อมด้วย

แต่วันนี้พี่แกบอกว่าปัญหานั้นหายไปหมดแล้ว

ยังไม่ถึงวันนัดกับช่างเลยอ่ะะ

อนุโมทนากับธรรมทานจากพี่กอบแก้วและทุกๆคน

กราบขอบพระคุณธรรมทาน คำสอน คำเตือนจากท่านอาจารย์ค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ภิญญลักษณ์ เลิศอัครศักดิ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-02 14:20:46


ความคิดเห็นที่ 1490 (1622372)

 


ข้อคิดที่ท่าน อ.อุบลให้กับพวกเรานั้น
ตุ้ยเองน้อมรับทุกสิ่งทุกอย่างค่ะ
เพราะท่านนำเรื่องจริงมาพูด
แต่คนอาจจะไม่ชอบฟัง ไม่อยากรับรู้
เพราะคนพูดความจริงมักจะแทงใจดำ
ฟังแล้วเจ็บปวด เสียหน้า
แต่ในความเจ็บปวดนั้น คือความเมตตา
ที่เราไม่เคยได้จากที่ไหน
และไม่มีที่เขาสนใจให้กับเรา
 
ท่านสอนให้เราเป็นคนละเอียดรอบคอบ 
ให้เกียรติผู้อื่นไม่ว่าต่อหน้าหรือลับหลัง
ท่านสอนละเอียดทุกข้อ
แต่คนทุกคนจิตใจสูงต่ำไม่เท่ากัน 
คนดีเขาก็สามารถนำไปปฏิบัติได้
แต่คนที่กิเลสหนา ยังชั่วอย่างเรา
ทำได้เพียงเศษเสี้ยวที่ท่านให้
 
แต่เมื่อออกไปในสังคมอื่น
เรารู้เลยว่าสิ่งที่ท่านพร่ำสอน เคี่ยวเข็ญนั้น
มันนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง
ในความที่ทำผิดในครั้งนี้
ถึงจะทุกข์ แต่ก็ได้รับรู้ถึงความเมตตา
ที่ลูกบ้านสวนไม่เคยทิ้งกัน
มาให้ธรรมทาน ให้เรามีสติ 
 
ขอบคุณทุกๆ ท่านค่ะ ที่ให้ปัญญาและสติ
เหตุการณ์เหล่านี้จะเป็นบทเรียน
ให้เราแก้ไขตัวเราเองค่ะ
ผู้แสดงความคิดเห็น ตุ้ย ศิริพร โฉมจันทร์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-03 09:13:19


ความคิดเห็นที่ 1491 (1622389)

 เฮ่ออ..แต่ทุกคนก็บอกอย่างมั่นใจว่า จะไปนิพพานและรัก เคารพท่านอาจารย์อุบลมาก ช่วยอธิบายหน่อยนะครับ แปลว่าอะไร ผมสงสัย...

---------------------------------

พี่ก็ สง กะ สัย เหมียน กัน น้องเอ้ย

แต่พี่ไม่ต้องการคำตอบจาก คนเหล่านี้

เพราะ คำตอบที่ได้ ก็คงพลิกไป พลิกมา

เป็นเพียงคำพูด ( ลิ้นไม่มีกระดูก )

รัก ศรัทธา เหลือเกิน รัก ๆๆๆๆๆๆๆๆ

ผิดกับการกระทำ

 ---------------------------------

ขอขอบคุณและอนุโมทนาบุญทุกบุญ

กับพี่ธนา และ พี่แมว ที่เป็นกำลังหลักที่สำคัญ

ในการช่วยแบ่งเบางาน และ ภาระต่างๆ ที่มากมาย

ของท่าน อ. อุบล

คอยบอกกล่าว ตักเตือน ในคำแนะนำที่ดีเสมอ

จะขอปรับปรุงตัว ทำงาน ทำประโยชน์ให้กับบ้านสวน

มากยิ่งขึ้นไปอีก ให้เต็มกำลังความสามารถ

และพูดให้น้อยลง สาธุค่ะ 

ผู้แสดงความคิดเห็น อัญ - อนัญญา สุขถาวร ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-03 12:04:49


ความคิดเห็นที่ 1492 (1622603)

ธรรมทานวันที่ 4 ส.ค. 55

คืนนี้มีเหตุการณ์ไฟฟ้าดับค่อนข้างนาน ตั้งแต่ประมาณเกือบ 1 ทุ่มช่วงพวกเรากำลังทานข้าวกันอยู่ แต่หาได้เป็นอุปสรรคคต่อการกินของพวกเราไม่ เพราะต่างก็มีความสามารถพิเศษในการงมทานข้าว ไฟฟ้าดับร่วม 3 ชั่วโมง ท่านอาจารย์เลยย้ายสถานที่นั่งฟังสมาธิจากวิหารสมเด็จองค์ปฐม ไปที่โรงทานหลังใหม่แทนค่ะ ท่ามกลางไฟสำรองที่ท่านอาจารย์นำมาวางเพื่อให้แสงสว่างแทนไฟฟ้า

เสาร์นี้ก็มีธรรมทานที่น่าสนใจอีกเช่นกันค่ะ

โดย ดร.อั๋น มาสมาทานศีลกับจี้องค์เทพสฟริงซ์

คุณอนุชิต พันธุรัตน์ หรือ ดอกเตอร์อั๋น จบปริญญาเอก ทำงานสอนอยู่ที่มหาลัยราชภัฏสวนดุสิต ออกมาสมาทานศีล เขาเ็ป็นสมาชิกใหม่ของบ้านสวนฯ เพิ่งมาครั้งแรกต้องการมาให้ชีวิตของเขาเป็นธรรมทาน

ดร.อั๋น เป็นเบาหวานขึ้นที่ตาทั้ง 2 ข้างมาประมาณ 1 ปี ต้องทำเลเซอร์ผ่าตัดตาด้านซ้ายก่อน แล้วจึงจะไปทำด้านขวา เมื่อจะไปผ่าตัดตาด้านขวา ตาด้านซ้ายเกิดแตกมีเลือไหลออกจากตา เลยทำให้ไม่ได้ผ่าตัดตาด้านขวา เป็นผลให้ตาด้านขวาบอด และตาด้านซ้ายแตก และยังมีเชื้อเอช ไอ วี ระดับขั้นสุดท้ายอีกด้วย ตอนนี้ระดับภูิมิคุุ้มกันอยู่ที่ 199 ซึ่งในคนปรกติจะมีภูมิคุ้มกันเกิน 500 ขึ้นไป ตัวเขาจะไม่ค่อยมีแรง ขาชาทั้ง 2 ข้างจะเดินค่อนข้างลำบาก ตาด้านขวาบอด ตาด้านซ้ายก็จะมีระดับการมองเห็นเพียง 40 % มีลักษณะ เป็นหมอกมัวอยู่ในตา

 มาสารภาพบาปที่ทำให้เป็นเอดส์ คือผิดศีลข้อ 3 มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายมาประมาณ 20 คน ติดเอดส์มาจากการร่วมเพศตั้งแต่ประมาณปี 2545 แต่ไม่รู้ตัว ไปหาหมอตอนปี 2550 เพิ่งจะรู้ว่าเป็นเอดส์ ซึ่งก็เป็นระยะรุนแรงแล้ว โดยที่มีแต่พ่อเท่านั้นที่ทราบเรื่องนี้ แต่แม่ไม่ทราบเรื่อง เขาปกปิดแม่ไม่อยากให้แม่ทราบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิด เพราะไม่ควรโกหก และพ่อแม่จะได้ดูแลลูกได้ถูกวิธี ถึงอย่างไรพ่อแม่ก็ไม่ทิ้งลูก

เขาเริ่มมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายตอนอายุ 29 ปี ซึ่งกำลังเรียนปริญญาโทและติดเอดส์ตอนเริ่มเรียนปริญญาเอก ตอนนี้เขาอายุ 42 ปี เอดส์ไม่ได้เป็นเฉพาะผู้ไร้ปริญญา แต่เป็นได้กับทุกชนชั้น ทุกวัย ทุกขั้นความรู้ ถ้าเราผิดศีล

จากการสาภาพบาปถึงตรงนี้ อาการขาชาของเขาดีขึ้น รู้สึกขาเขาเบาขี้น

เขายังมีวีรกรรมอีก คือ

- ชอบดูหนังโป๊ แถมโหลดหนังโป็แจกจ่ายเพื่อนฝูง เริ่มดูหนังโป๊ตั้งแต่อายุ 15 ปี จนถึงปัจจุบัน โดยที่ไม่ทราบว่าเป็นบาป ผิดศีลข้อ 3 ทำใ้ห้เขาตาบอด และที่น่าแปลก ก็คือ ตาของเขาเรื่มบอดเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา มีเลือดตาแตกพร้อมๆกับพี่ชายของเขา เมื่อท่านอาจารย์ถามว่า พี่ชายดูหนังโป๊หรือไม่ เขาบอกพี่ชายนี้แหละเป็นคนเริ่มชวนเขาดูหนังโป๊ และดูด้วยกันมาตลอด ทำให้กรรมรวมตัว มามีเลือดตาแตกพร้อมกัน และพี่ชายก็เป็นต้อหินที่ตาด้วย

เมื่อสารภาพมาถึงตรงนี้ สภาพสายตาของเขาดีขึ้น จากเดิมการมองเห็นอยู่ที่ 40 % เป็น 60 %

-เรื่องตาชอบมองเห็นความไม่ดีของคนอื่น ชอบจับผิดคนอื่น ซึ่งเป็นผลลกรรมที่ทำให้ตาบอดได้

เมื่อสารภาพมาถึงตรงนี้ สายตาของเขาดีขึ้น จาก 60 % เป็น 70 %

-สารภาพเรื่อง อ่านหนังสือธรรมมะ แล้วไปตำหนิ ติเตียน ว่า จริงเหรอ ไม่น่าเชื่อ

 สายตาของเขาก็ดีขึ้น จาก 70 % เป็น 75 %

-ชอบเป็นคนตำหนิคนอื่นด้วยสายตา ทำใ้ห้ดีขึ้น จาก 75% เป็น 80 %

-เรื่อง ชมอาจารย์หน้าตาสวย อาการก็ดีขึ้น จาก 80 % เป็น 85 %

-เขียนคำลามกกับแฟนทางอินเตอร์เน๊ต ซึ่งเรื่องนี้ กลุ่มคนที่เขียนคำลามกในเฟสบุ๊คปลอม ก็จะได้รับผลกรรมนี้เช่นกัน

 สารภาพถึงตอนนี้ สายตาก็ดีขึ้นจาก 85 % เป็น 90 %  ซึ่งเมื่อถึงระดับสายตาที่ 90 % นั้น หมอกที่มีอยู่ในตาของขา ก็จางลงไป

จากนั้น คุณธนาก็ให้ใช้รหัส อ.อุบลช่วยด้วย ก็ดีขึ้น จาก 90% เป็น 95%

ต่อไปคุณธนา ก็ให้กราบท่านอาจารย์ โดยถามความสมัครใจของเขาว่าอยากหายหรือไม่ เขาต้องการกราบ และกราบได้สวยด้วย ซึ่งท่านอาจารย์บอว่าถึอเป็นกราบพระพุทธองค์ทำให้เขาดีขึ้น จาก 95% เป็น 97%

อีกครั้ง คุณธนาก็ให้กราบอีกครั้ง ด้วยท่านอจารย์ได้รับการสื่อสารจากพระพุทธองค์ว่า พระพุทธองค์ต้องการให้กราบท่าน อ.อุบล

และเมื่อ ดร.อั๋นก้มกราบ อาการเขาก็ดีขึ้นเป็น 98 %

และเบรคอยู่ที่ 98 % เพื่อให้เขาได้สร้างบุญเพิ่มก่อน เนื่องจากบุญเขาำไม่พอ

กราบขอบพระคุณเทวดาประจำตัวท่าน อ.อุบล ท่านอ.อุบล และท่าน อ.มงคลด้วยค่ะ

พรุ่งนี้มาเหลาต่อค่ะ วันนี้ไม่ไหวแล้วค่ะ ง่วงมาก 

สายตาของเขามองเห็นชัดขึ้น

ผู้แสดงความคิดเห็น เพชรดา วรรณรักษ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-05 21:06:19


ความคิดเห็นที่ 1493 (1622608)

 อนุโมทนากับธรรมทานของคุณเจี๊ยบค่ะ

สัปดาห์นี้ ดร.อั๋น ได้มาให้ธรรมทาน จากชีวิตจริง ที่เจ้าตัวใช้เวลา และน้ำตาตัดสินใจในการสารภาพบาป เปิดเผยอัตชีวประวัติด้วย น้ำตา

ครึ่งวันที่นอนร้องไห้ อย่างอ่อนแรง ในองค์พีระมิด ด้วยวันแรกที่มาถึง ไปปลูกต้นโมกกับ อ.อุบล ที่ด้านหลัง ไปกันหลายคน แต่ ดร.อั๋น ต้องมีคนจูง เพราะตาขวาบอดสนิท

ตาซ้าย มีม่านหมอกขาวบังการมองเห็น คือเห็นแค่ สี่สิบเปอร์เซ็นต์ ดังที่คุณเจี๊ยบเล่าไป  ระหว่างปลูกต้นโมก สิ่งที่เห็นแล้ว ต้องคิดถึงพระพุทธองค์มากที่สุดก็คือ ผู้ที่เราเห็นผู้หญิงวัยป้า จูง ดร.อั๋น เดิน เพื่อจะไปถางหญ้าริมรั้ว ที่เราแบ่งกันคนละช่อง ป้าหรือน้าไม่ทราบ คือคุณนัฐสินี จูงหลานชาย ดร.อั๋น ไป พร้อมจอบ พาไปยืนให้ตรงช่องเสาปูน เราก็นึกในใจว่า ดร.อั๋น จะมองเห็นต้นหญ้าได้อย่างไร  ขอเล่าย้อนก่อนไป ดร.อั๋นบอก อ.อุบล สวย เหมือนนางวิสาขา ซึ่งตอนนั้นเราก็รู้ว่า ตาแกบอดสนิท หนึ่งข้าง อีกข้างมองไม่ชัด แกก็เลยชมว่า อ.อุบล สวย ยิ่งเห็นคนเดินจูงแก ยิ่งรู้เลยว่า ทำไมแกบอก อ.อุบล สวย แฮ่ๆๆๆ แวะชมความสวยซะหน่อย ก่อนจะเล่าต่อ

ระหว่างทำงานท่ามกลางแดด ก็เห็นว่า ดร.อั๋น พยายามอย่างสุดชีวิต แต่แกคงเหนื่อยมาก เวลานั้น ไม่มีใครรู้ว่าแกเ็นเอดส์ นอกจากตัวแกคนเดียว แต่ อ.อุบล น่ะรู้แล้ว

ไม่ใช่ผู้วิเศษนะ ดร.อั๋นก็ไม่ได้บอก แต่เสด็จพ่อบอก เพื่อให้เป็นวิทยาศาสตร์ ก็เลยบอกคุณแมวไว้ และรู้ว่าคุณแมวเก็บความลับได้ เสด็จพ่อบอกว่า เดี๋ยวให้เจ้าตัวเขาสารภาพก่อน ค่อยให้คุณแมวบอกญาติเขาที่มาด้วย เพราะญาติเขาก็ไม่เคยรู้มาก่อน ดร.อั๋นบอกว่า มีพ่อคนเดียวที่รู้ และนี่คือที่มา ที่ต้องเรียน ดร.ให้จบ ก่อนตาย เพราะว่า

พ่อต้องการประกาศหน้าศพ ว่า ดร.....ลูกแกที่ตาย เป็น ดร. ว่างั้นเถอะ และพ่อสั่งนัก สั่งหนาว่า ห้ามบอกใคร ว่าเป็นเอดส์ ให้เอดส์มันตายไปพร้อมกับแกเลย ว่างั้น พ่อดร.อั๋น รับไม่ได้ ในสิ่งที่เกิดขึ้น พ่อยังทำใจไม่ได้ ว่าลูกซึ่งมีการศึกษาดี พ่อเป็น ผจก.ธนาคารออมสิน จะมีลูกเป็นเอดส์ ซึ่งเป็นระยะสุดท้าย แล้วด้วย  วันนี้ เช้าก็ได้พบ ดร.อั๋น เย็น ก็ได้พบ ได้คยกันเรื่องนี้อีก  ตอนนั้น มีคุณนัฐสินี อยู่ด้วย คุณอมร คุณธนา ลุงเบิ้ม ตุ๊ดตู่ แล้วไม่แน่ใจว่า คุณศรมาทันรึเปล่า ตอนหลังมีคุณแมว คุณเหมี่ยวไปสมทบ  แต่พวกเราคุยกันก่อนแล้ว วันนี้ อ.อุบล เกือเตะ ดร.อั๋น ด้วยเมื่อคืนถามว่า ใครเห็นพระพุทธเจ้าบ้าง แกพึ่งมาบอกบ่ายวันนี้ว่าแกเห็น แต่แกบอกว่า อ.ถามเฉพาะคนนั่ง แต่แกยืน แกเลยไม่กล้าตอบ  ดูสิ ดู ดร.แกพูด

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-05 21:51:03


ความคิดเห็นที่ 1494 (1622610)

ขออนุญาติขยายตัวอักษรของท่านอาจารย์นะครับ

อนุโมทนากับธรรมทานของคุณเจี๊ยบค่ะ

สัปดาห์นี้ ดร.อั๋น

ได้มาให้ธรรมทาน

จากชีวิตจริง

ที่เจ้าตัวใช้เวลา และน้ำตา

ตัดสินใจในการสารภาพบาป

เปิดเผยอัตชีวประวัติด้วย น้ำตา

ครึ่งวันที่นอนร้องไห้

อย่างอ่อนแรง ในองค์พีระมิด

ด้วยวันแรกที่มาถึง

ไปปลูกต้นโมกกับ อ.อุบล

ที่ด้านหลัง ไปกันหลายคน

แต่ ดร.อั๋น ต้องมีคนจูง เพราะตาขวาบอดสนิท

ตาซ้าย มีม่านหมอกขาวบังการมองเห็น

คือเห็นแค่ สี่สิบเปอร์เซ็นต์

ดังที่คุณเจี๊ยบเล่าไป

ระหว่างปลูกต้นโมก

สิ่งที่เห็นแล้ว

ต้องคิดถึง

พระพุทธองค์

มากที่สุดก็คือ

ผู้ที่เราเห็นผู้หญิงวัยป้า

จูง ดร.อั๋น เดิน เพื่อจะไปถางหญ้าริมรั้ว

ที่เราแบ่งกันคนละช่อง

ป้าหรือน้าไม่ทราบ

คือคุณนัฐสินี

จูงหลานชาย ดร.อั๋น ไป พร้อมจอบ

พาไปยืนให้ตรงช่องเสาปูน

เราก็นึกในใจว่า

ดร.อั๋น จะมองเห็นต้นหญ้าได้อย่างไร

ขอเล่าย้อนก่อนไป

ดร.อั๋นบอก อ.อุบล สวย เหมือนนางวิสาขา

ซึ่งตอนนั้นเราก็รู้ว่า

ตาแกบอดสนิท หนึ่งข้าง

อีกข้างมองไม่ชัด

แกก็เลยชมว่า อ.อุบล สวย

ยิ่งเห็นคนเดินจูงแก

ยิ่งรู้เลยว่า

ทำไมแกบอก อ.อุบล สวย

แฮ่ๆๆๆ

แวะชมความสวยซะหน่อย

ก่อนจะเล่าต่อ

ระหว่างทำงานท่ามกลางแดด

ก็เห็นว่า ดร.อั๋น พยายามอย่างสุดชีวิต

แต่แกคงเหนื่อยมาก

เวลานั้น

ไม่มีใครรู้ว่าแกเป็นเอดส์

นอกจากตัวแกคนเดียว

แต่ อ.อุบล น่ะรู้แล้ว

ไม่ใช่ผู้วิเศษนะ

ดร.อั๋นก็ไม่ได้บอก

แต่เสด็จพ่อบอก

เพื่อให้เป็นวิทยาศาสตร์

ก็เลยบอกคุณแมวไว้

และรู้ว่าคุณแมวเก็บความลับได้

เสด็จพ่อบอกว่า

เดี๋ยวให้เจ้าตัวเขาสารภาพก่อน

ค่อยให้คุณแมวบอกญาติเขาที่มาด้วย

เพราะญาติเขาก็ไม่เคยรู้มาก่อน

ดร.อั๋นบอกว่า

มีพ่อคนเดียวที่รู้

และนี่คือที่มา

ที่ต้องเรียน ดร.ให้จบ ก่อนตาย

เพราะว่า

พ่อต้องการประกาศหน้าศพ ว่า

ดร.....ลูกแกที่ตาย

เป็น ดร. ว่างั้นเถอะ

และพ่อสั่งนัก สั่งหนาว่า

ห้ามบอกใคร

ว่าเป็นเอดส์

ให้เอดส์มันตายไปพร้อมกับแกเลย

ว่างั้น พ่อดร.อั๋น รับไม่ได้

ในสิ่งที่เกิดขึ้น

พ่อยังทำใจไม่ได้

ว่าลูกซึ่งมีการศึกษาดี

พ่อเป็น ผจก.ธนาคารออมสิน

จะมีลูกเป็นเอดส์

ซึ่งเป็นระยะสุดท้าย แล้วด้วย

วันนี้ เช้าก็ได้พบ

ดร.อั๋น เย็น ก็ได้พบ

ได้คยกันเรื่องนี้อีก

ตอนนั้น มีคุณนัฐสินี อยู่ด้วย

คุณอมร คุณธนา ลุงเบิ้ม ตุ๊ดตู่

แล้วไม่แน่ใจว่า คุณศรมาทันรึเปล่า

ตอนหลังมีคุณแมว คุณเหมี่ยวไปสมทบ

แต่พวกเราคุยกันก่อนแล้ว

วันนี้ อ.อุบล เกือบเตะ

ดร.อั๋น ด้วยเมื่อคืนถามว่า

ใครเห็นพระพุทธเจ้าบ้าง

แกพึ่งมาบอกบ่ายวันนี้ว่าแกเห็น

แต่แกบอกว่า อ.ถามเฉพาะคนนั่ง

แต่แกยืน แกเลยไม่กล้าตอบ

ดูสิ ดู ดร.แกพูด

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิก

ผู้แสดงความคิดเห็น ธนา อรุณภิญโญพล ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-05 22:05:26


ความคิดเห็นที่ 1495 (1622611)

 เมื่อคืนถามว่า มีใครเห็นพระพุทธเจ้าบ้าง เงียบ.....ไม่มีใครตอบ

เปลี่ยนคำถามใหม่ว่า ใครเห็นพระพุทธเจ้าด้วยจิตบ้าง ยกมือกันทุกคน เห็นในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กับ ดร.อั๋น จากเดิม ไม่มีแรง แม้แต่จะก้าวขา ก็ไม่มีแรง มันเหมือนมีอะไรแทงน่อง แทงหน้าแข้งแก จนปวด กล้ามเนื้อแทบฉี นิ้วเท้าชา เท้าชา ขาสองข้าง หนักเหมือนมีหินถ่วงไว้ แขนก็ปวด หนัก นิ้วล็อก ปวดทั่วทั้งตัว จนแทบขาดใจ ท้องเสียบ่อย สภาาพที่เห็นเมื่อวาน ตอนไปปลูกต้นโมก ก็คิดว่า อนิจจา ชีวิตคนเรา แม้ว่าจะมีความรู้ดี มีการศึกษาสูง มีฐานะทางสังคมดี แต่หาได้มีความสุขไม่ มีแต่ความทุกข์ระทม เอาชีวิตแทบไม่รอด เหลือลมหายใจ รวยริน เล็กน้อยเท่านั้น  ตอนนั้นก็คิดว่า ดูซิว่า คนนี้จะละอัตตาได้ไหม เพราะดูแล้ว ไม่เหมือนคนที่จะให้ความร่วมมือเรื่องการสารภาพบาปเลย เพียงแค่ อยากหายเท่านั้น แม้เสด็จพ่อ จะบอกล่วงหน้า แต่ปัญญาเรา ก็จะคิดตามสิ่งท่ี่เห็น แต่ท่าน คิดตามสิ่งที่เป็นจริง มนุษย์ ไม่เคยรู้อะไรที่เป็นจริงได้ จะใช้แต่ความรู้สึกทางโลก ตามสมอง และปัญญา อันโง่ แต่คิดว่าฉลาด แต่ก็พลาดทุกที่นี่แหละ ตัดสินอะไรต่อมิอะไร แต่เสด็จพ่อท่านบอกไว้ แม้ไม่น่าเชื่อ ก็ต้องเชื่อ จึงต้องบอกคุณแมวไว้ก่อน เพราะมันเหลือเชื่อ  ดร.อั๋น ไปปลูกต้นโมก กับคณะ อ.อุบล ตั้งแต่กลางวันวันศุกร์  ตอนกลางวัน ให้คุณแมวบอกว่า ทานอาหารแล้วจะไปคุยกับคณะพวกเรา เพื่อที่จะพาไปสร้างบุญแดนนิพพาน สร้างภูมิคุ้มกัน เพราะทราบว่า วันนี้ มีคนที่ภูมิคุ้มกันบกพร่องมา แต่ไม่ทราบว่า จะบอกเจ้าตัวและคนอื่นอย่างไร จึงถือเป็นวาระบุญพิเศษ สร้างภูมิคุ้มกันโรค ทั้งโรคติดต่อ โรคระบาดที่มาแล้ว และกำลังจะมา อ.อุบล จะพาไป แล้ววันนี้ก็ทำงานกันแบบ สนุกสนาน เบิกบาน กระทั่ง ดร.อั๋น ก็ยังหน้าตายิ้มแย้ม แม้ว่าร่างกายจะอ่อนล้า  พอตอนเย็น ไปดูว่า พวกเราทานอาหารกันยังไง มีอะไรทานกันมั่ง ปรากฏว่า พวกเราที่ทานอาหารกัน บอกว่า ดร.อั๋น ไปนอนแล้ว โดยไม่ทานอาหาร บอกว่า ไม่ไหวแล้ว เหนื่อยมาก ตลอดเวลานี้ ยังไม่มีใครทราบว่า ดร.อั๋นเป็นโรคร้าย  มีเพียงตัว ดร.อั๋นเองคนเดียว ส่วนน อ.อุบล ทราบจากเสด็จพ่อ ส่วนคุณแมว

ทราบจาก อ.อุบล โดยให้เป็นสักขีพยาน ว่า อ.อุบล ได้ทราบมาเช่นนี้ จะจริงหรือไม่ ต้องให้เจ้าตัวเขาเฉลย ไม่ได้เป็นการปรักปรำ หรือให้ร้าย แต่ต้องให้เป็นวิทยาศานตร์ เพราะ อภิญญา แปลว่า ควารู้ที่ยิ่งกว่าความรู้ธรรมดา พูดอย่างนี้ ก็ไม่ใช่แปลว่า อ.อุบล ได้อภิญญานะ แต่ อภิญญา เป็นวิชาของพระพุทธเจ้า แต่ อ.อุบล ทราบเรื่อง ดร.อั๋นจาก เสด็จพ่อท้าวเวสสุวรรณ อ้าว อย่างนี้ หมายความยังไง ก็หมายความอย่างที่เล่า ท้าวเวสสุวรรณท่านจะอารักขาพระพุทธเจ้า และผู้สาวกของพระพุทธเจ้า ที่เคารพพระพุทธเจ้าด้วยความจริงใจ ไม่บิดเบือนพระธรรม ท้าวเวสสุวรรณจะคอยบอก คอยเตือน คอยช่วย คอยปกปักรักษา คุ้มครอง ดังนั้น ขอยืนยันว่า อภิญญาไม่ใช่ของ อ.อุบล แต่่เป็นนของพระพุทธเจ้า ท้าวเวสสุวรรณ ทรงทราบว่า อ.อุบล ได้มอบกายถวายชีวิตให้พระพุททธเจ้าแล้ว จึงเป็นสมบัติของพระพุทธเจ้า ท่านจึงดูแล คอยช่วยเหลือคอยบอกทุกเรื่องสำหรับคนที่เข้ามาเกี่ยวข้อง แบะจำเป็นต้้องทราบ นี่คือสาเหตุที่ทราบ และต้องมีพยาน ไม่งั้นรู้คนเดียว เห็นคนเดียว แล้วไปพูดทีหลังว่ารู้ก่อนแล้ว มัันคือการสสวมรอย คือการโม้ ไม่ใช่ของจริง ไม่ใช่วิชาพระพุทธเจ้าจริง 

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-05 22:28:55


ความคิดเห็นที่ 1496 (1622614)

 พ่อใหญ่ธนาเอ้ย ยังไม่นอนอีกเหรอจ้า

สงสัยวันนี้จะฉดช่นละซี ได้เห็นพระศรีอาริย์ ที่ประตูทางเข้าบ้าน อ.อุบล แล้ว สมปรารถนา หน้าบานเป็นจานดาวเทียมเลย

พ่อใหญ่อย่าลืมนะ วันสำคัญ ที่พ่อใหญ่รอคอยใกล้เข้ามาแล้ว

คือ

วันพ่อปู่ศรีสุทโธ ปะทะ ดร.อั๋น มโนมยิทธิ

วันนี้ ฟังพ่อใหญ่ ซักฟอกลุงเบิ้ม ตุ๊ดตู่ เรื่องพ่อปู่ศรีสุทโธ แล้ว ทั้งขำ ทั้งทึ่ง

ที่ทึ่ง เพราะ คนที่บ้านลุงเบิ้ม ที่เห็นเสื่อบ้านสวนที่ลุงเบิ้มบูชาไปแล้ว กราบเสื้อ ทั้งที่พับอยู่  และไม่เคยรู้จักบ้านสวน ไม่เคยรู้เรื่อง อ.อุบล คือไม่รู้อะไรเลย บอกแต่ให้ทุกคนกราบเสื้อ แล้วเอาเสื้อนี้ขึ้นหิ้งบูชาก่อน แล้วบอกท้าวเวสสุวรรณมา วันนี้ลุงเบิ้มเพิ่งมาเล่าเพิ่มเติม บอกวันนั้น ไม่กล้าเล่า อีกหลายอย่าง ส่วนแฟนลุงเบิ้มบอก เขายกของทุกอย่างของบ้านสวนขึ้นเหนือหัวทุกครั้งที่เห็นลุงเบิ้มมีสิ่งของเหล่านี้ จะบอกว่า นี่คือสิ่งที่สูงที่สุดแล้ว  เป็นของที่มีฌานองค์พระปฐมทุกอย่าง สูงที่่สุดทุกอย่างแกว่าอย่างนี้ นี่คือสิ่งที่พวกเราทึ่ง ตรงที่แกไม่เคยรู้เรื่องบ้านสวนเลย ไม่เคยระแคะระคาย บ้านไม่มีจานดาวเที่ยม ไม่เคยดู ไม่เคยรู้เรื่อง ไม่เคยได้ยินข่าว แต่แกบอกว่า แกรู้ แกเห็นอย่างนั้น

จนแฟนลุงเบิ้มเปิด ทีวี.ให้แกมาดูรายการ อ.อุบล แกเห็น อ.อุบล แกเรียกแปลกๆ เรียกว่าอะไรนะ พ่อใหญ่ธนา  จำได้แต่ว่า เหมือน อ.อุบล เป็นผู้ชาย มีคำว่า พ่อ แต่จำไม่ได้ว่า อะไรแน่ พ่อใหญ่ จำได้ป่าว ว่าแกเรียก อ.อุบล ว่าอะไร พ่อ ๆ เนี่ยแหละ เลยบอกว่า อาทิตย์หน้า ให้ลุงเบิ้มพาแกมาหน่อย พ่อใหญ่ธนา จะได้หายอยาก ซะที แต่พ่อใหญ่ ต้องรีบมาให้ถึงก่อนแกจะมาถึง ไม่งั้น อดดูช๊อตเด็ด ไม่รู้ด้วยนะพ่อใหญ่  ของดีไม่ได้มีให้ดูบ่อยๆนะจ๊ะ สิบอกไห่

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-05 22:48:55


ความคิดเห็นที่ 1497 (1622618)

 นับจากที่ ดร.อั๋น เข้านอน เมื่อเย็นวันศุกร์แล้ว

ตลอดทั้งวัน วันเสาร์ อ.อุบล ก็ไม่ได้พบเจอ หน้าตา ดร.อั๋นอีกเลย ยังคิดว่า เอ หรือว่ากลับแล้วนะ แต่ก็ยังไม่น่าจะกลับนะ

มาพบหน้าอีกที คืนวันเสาร์ ที่โรงทานใหม่ ตอนที่ไฟดับ เตรียมเข้าสู่กิจกรรมภาคกลางคืน ที่โรงทาน เห็น ดร.อั๋นนั่งหน้า เลยเชียว

หลังจากที่ได้มาคนออกมาเล่า ความอัศจรรย์ของจี้องค์เทพสฟิงซ์ คือ ด.ช.อมร และ ดร.จิ๋ม ต่างก็เล่าเรื่องที่ตนประสบ เมื่อมีคนสัมผัสจี้สฟิงซ์แล้ว สารภาพบาปเอง 

โดยอัตโนมัต ทั้งที่ไม่ได้ซักถาม หรือ บอกวิธีการ แต่ทุกคน ต่างทำเอง (ยิ่งกว่ามาหา อ.อุบล ซะอีก บางคนต้องถาม ต้องซัก ต้องฟอก) แต่สำหรับคนที่สัมผัสจี้นี้ จะพูดเองเลย แล้วอาการป่วย ก็ดีขึ้น บางคนหายเลย บางคนมีอาการต่างๆ เอาไว้ เจ้าตัวเล่าเองละกันนะ 

มาถึง ดร.อั๋น ออกมาสมาทานศีล ถึงได้เล่าว่า วันนี้ ร้องไห้มาครึ่งวัน คิดหนัก ว่าจะสารภาพดีหรือไม่ เพราะ พ่อสั่งไว้ ปรึกษาคุณนัฐสินี ก็ขอบารมีพระให้ ดร.อั๋น คิดตัดสินใจเอง ให้ถูกต้อง ดร.อั๋นจึงต้องตัดสินใจเอง นอกจากพ่อแล้ว ยังงานอีก ที่ทำงานจะไล่ออกไหม เป็น ดร.ในมหาวิทยาลัยดังด้วย มาเป็นเอดส์ เพื่อนฝูง ลูกศิษย์ จะเป็นยังไง รู้สึกยังไง นี่คือ สิ่งที่กดดัน ทำให้ร้องไห้ ตลอดครึ่งวัน ในองค์พีระมิด  อ้อ เราก็นึกว่าหายไปไหน  จนในที่สุด ก็ตัดสินใจว่า ชีวิตหันไปทางไหนก็ตายแน่นอนแล้ว เพราะอาการที่เป็นอยู่นี้ คือระยะสุดท้ายแล้ว ชีวิตเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว ขอให้ชีวิตจริง เรื่องจริงที่เกิดกับตัวเองนี้ มีประโยชน์แก่คนที่ยังมีชีวิตอยู่บ้างดีกว่า จึงตัดสินใจว่า จะบอกเล่าเรื่องชีวิตตนเป็นธรรมทาน อีกใจหนึ่ง ก็มีความหวังมา มากมายว่า จะต้องมาหายที่นี่ ดังนั้น ทำการบ้านมาอย่างดีในเรื่องดูรายการ 9 ตอน จึงแอบหวังว่า ถ้าสารภาพบาปเหมือนคนอื่นเขา อ.อุบล ผู้ที่ ดร.อั๋นบอกว่า  เป็นผู้สร้างปรากฎการณ์เหนือธรรมชาตินี้ อาจทำให้ ดร.อั๋นหายได้ ทั้งหลายทั้งปวงนี้ ไปลบล้างคำสั่งของพ่อ ที่สั่งห้ามเด็ดขาด ห้ามเปิดเผยเรื่องราว ที่เป็นเอดส์ให้ใครฟังทั้งสิ้น ให้มันตายไปพร้อมลูก พ่อจะได้ภูมิใจที่ มีลูกเป็น ดร. และประกาศชื่อลูกว่าเป็น ดร.ในงานศพ

โถ พ่อคงรู้เต็มอกเหมือนกัน ว่ายังไงลูกก็ต้องตายเร็วๆนี้ เพราะ ดร.อั๋น บอกพ่อเพียงคนเดียวเท่านั้น 

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-05 23:32:44


ความคิดเห็นที่ 1498 (1622619)

ขออนุญาตขยายตัวอักษรของท่านอาจารย์นะคะ

เมื่อคืนถามว่า มีใครเห็นพระพุทธเจ้าบ้าง เงียบ.....ไม่มีใครตอบ

เปลี่ยนคำถามใหม่ว่า

ใครเห็นพระพุทธเจ้าด้วยจิตบ้าง

ยกมือกันทุกคน

เห็นในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กับ ดร.อั๋น จากเดิม

ไม่มีแรง แม้แต่จะก้าวขา ก็ไม่มีแรง

มันเหมือนมีอะไรแทงน่อง แทงหน้าแข้งแก

จนปวด กล้ามเนื้อแทบฉีก นิ้วเท้าชา เท้าชา

ขาสองข้าง หนักเหมือนมีหินถ่วงไว้

แขนก็ปวด หนัก นิ้วล็อก ปวดทั่วทั้งตัว

จนแทบขาดใจ ท้องเสียบ่อย

สภาาพที่เห็นเมื่อวาน ตอนไปปลูกต้นโมก

ก็คิดว่า อนิจจา ชีวิตคนเรา

แม้ว่าจะมีความรู้ดี มีการศึกษาสูง มีฐานะทางสังคมดี

แต่หาได้มีความสุขไม่ มีแต่ความทุกข์ระทม

เอาชีวิตแทบไม่รอด เหลือลมหายใจ รวยริน เล็กน้อยเท่านั้น  

ตอนนั้นก็คิดว่า ดูซิว่า คนนี้จะละอัตตาได้ไหม

เพราะดูแล้ว ไม่เหมือนคนที่จะให้ความร่วมมือ

เรื่องการสารภาพบาปเลย

เพียงแค่ อยากหายเท่านั้น

แม้เสด็จพ่อ จะบอกล่วงหน้า

แต่ปัญญาเรา ก็จะคิดตามสิ่งที่เห็น

แต่ท่าน คิดตามสิ่งที่เป็นจริง

มนุษย์ ไม่เคยรู้อะไรที่เป็นจริงได้

จะใช้แต่ความรู้สึกทางโลก ตามสมอง และปัญญา อันโง่

แต่คิดว่าฉลาด แต่ก็พลาดทุกที่นี่แหละ

ตัดสินอะไรต่อมิอะไร

แต่เสด็จพ่อท่านบอกไว้ แม้ไม่น่าเชื่อ ก็ต้องเชื่อ

จึงต้องบอกคุณแมวไว้ก่อน เพราะมันเหลือเชื่อ  

ดร.อั๋น ไปปลูกต้นโมก กับคณะ อ.อุบล

ตั้งแต่กลางวันวันศุกร์  ตอนกลางวัน

ให้คุณแมวบอกว่า ทานอาหารแล้วจะไปคุยกับคณะพวกเรา

เพื่อที่จะพาไปสร้างบุญแดนนิพพาน สร้างภูมิคุ้มกัน

เพราะทราบว่า วันนี้ มีคนที่ภูมิคุ้มกันบกพร่องมา

แต่ไม่ทราบว่า จะบอกเจ้าตัวและคนอื่นอย่างไร

จึงถือเป็นวาระบุญพิเศษ สร้างภูมิคุ้มกันโรค

ทั้งโรคติดต่อ โรคระบาดที่มาแล้ว และกำลังจะมา อ.อุบล

จะพาไป แล้ววันนี้ก็ทำงานกันแบบ สนุกสนาน เบิกบาน

กระทั่ง ดร.อั๋น ก็ยังหน้าตายิ้มแย้ม แม้ว่าร่างกายจะอ่อนล้า  

พอตอนเย็น ไปดูว่า

พวกเราทานอาหารกันยังไง มีอะไรทานกันมั่ง

ปรากฏว่า พวกเราที่ทานอาหารกัน บอกว่า

ดร.อั๋น ไปนอนแล้ว โดยไม่ทานอาหาร บอกว่า

ไม่ไหวแล้ว เหนื่อยมาก

ตลอดเวลานี้ ยังไม่มีใครทราบว่า ดร.อั๋นเป็นโรคร้าย  

มีเพียงตัว ดร.อั๋นเองคนเดียว

ส่วนน อ.อุบล ทราบจากเสด็จพ่อ

ส่วนคุณแมว ทราบจาก อ.อุบล โดยให้เป็นสักขีพยาน ว่า

อ.อุบล ได้ทราบมาเช่นนี้ จะจริงหรือไม่

ต้องให้เจ้าตัวเขาเฉลย ไม่ได้เป็นการปรักปรำ หรือให้ร้าย

แต่ต้องให้เป็นวิทยาศานตร์

เพราะ อภิญญา แปลว่า ควารู้ที่ยิ่งกว่าความรู้ธรรมดา

พูดอย่างนี้ ก็ไม่ใช่แปลว่า อ.อุบล ได้อภิญญานะ

แต่ อภิญญา เป็นวิชาของพระพุทธเจ้า

แต่ อ.อุบล ทราบเรื่อง ดร.อั๋นจาก เสด็จพ่อท้าวเวสสุวรรณ

อ้าว อย่างนี้ หมายความยังไง

ก็หมายความอย่างที่เล่า

ท้าวเวสสุวรรณท่านจะอารักขาพระพุทธเจ้า

และผู้สาวกของพระพุทธเจ้า

ที่เคารพพระพุทธเจ้าด้วยความจริงใจ ไม่บิดเบือนพระธรรม

ท้าวเวสสุวรรณจะคอยบอก คอยเตือน คอยช่วย

คอยปกปักรักษา คุ้มครอง

ดังนั้น ขอยืนยันว่า อภิญญาไม่ใช่ของ อ.อุบล

แต่่เป็นของพระพุทธเจ้า

ท้าวเวสสุวรรณ ทรงทราบว่า อ.อุบล

ได้มอบกายถวายชีวิตให้พระพุททธเจ้าแล้ว

จึงเป็นสมบัติของพระพุทธเจ้า

ท่านจึงดูแล คอยช่วยเหลือคอยบอกทุกเรื่อง

สำหรับคนที่เข้ามาเกี่ยวข้อง และจำเป็นต้้องทราบ

นี่คือสาเหตุที่ทราบ และต้องมีพยาน

ไม่งั้นรู้คนเดียว เห็นคนเดียว

แล้วไปพูดทีหลังว่ารู้ก่อนแล้ว มัันคือการสสวมรอย

คือการโม้ ไม่ใช่ของจริง ไม่ใช่วิชาพระพุทธเจ้าจริง 

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-05 22:28:55

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เบญจรัตน์ สีทองสุก ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-05 23:34:09


ความคิดเห็นที่ 1499 (1622620)

พ่อใหญ่ธนาเอ้ย ยังไม่นอนอีกเหรอจ้า

สงสัยวันนี้จะฉดชื่นละซี ได้เห็นพระศรีอาริย์

ที่ประตูทางเข้าบ้าน อ.อุบล

แล้ว สมปรารถนา หน้าบานเป็นจานดาวเทียมเลย

พ่อใหญ่อย่าลืมนะ วันสำคัญ ที่พ่อใหญ่รอคอยใกล้เข้ามาแล้ว

คือ

วันพ่อปู่ศรีสุทโธ ปะทะ ดร.อั๋น มโนมยิทธิ

วันนี้ ฟังพ่อใหญ่ ซักฟอกลุงเบิ้ม ตุ๊ดตู่

เรื่องพ่อปู่ศรีสุทโธ แล้ว ทั้งขำ ทั้งทึ่ง

ที่ทึ่ง เพราะ คนที่บ้านลุงเบิ้ม

ที่เห็นเสื่อบ้านสวนที่ลุงเบิ้มบูชาไปแล้ว

กราบเสื้อ ทั้งที่พับอยู่  และไม่เคยรู้จักบ้านสวน

ไม่เคยรู้เรื่อง อ.อุบล คือไม่รู้อะไรเลย

บอกแต่ให้ทุกคนกราบเสื้อ แล้วเอาเสื้อนี้ขึ้นหิ้งบูชาก่อน

แล้วบอกท้าวเวสสุวรรณมา

วันนี้ลุงเบิ้มเพิ่งมาเล่าเพิ่มเติม บอกวันนั้น

ไม่กล้าเล่า อีกหลายอย่าง ส่วนแฟนลุงเบิ้มบอก

เขายกของทุกอย่างของบ้านสวนขึ้นเหนือหัวทุกครั้ง

ที่เห็นลุงเบิ้มมีสิ่งของ เหล่านี้

จะบอกว่า นี่คือสิ่งที่สูงที่สุดแล้ว  

เป็นของที่มีฌานองค์พระปฐมทุกอย่าง

สูงที่่สุดทุกอย่างแกว่าอย่างนี้

นี่คือสิ่งที่พวกเราทึ่ง

ตรงที่แกไม่เคยรู้เรื่องบ้านสวนเลย

ไม่เคยระแคะระคาย บ้านไม่มีจานดาวเที่ยม

ไม่เคยดู ไม่เคยรู้เรื่อง ไม่เคยได้ยินข่าว

แต่แกบอกว่า แกรู้ แกเห็นอย่างนั้น

จนแฟนลุงเบิ้มเปิด ทีวี.ให้แกมาดูรายการ อ.อุบล

แกเห็น อ.อุบล แกเรียกแปลกๆ

เรียกว่าอะไรนะ พ่อใหญ่ธนา  

จำได้แต่ว่า เหมือน อ.อุบล

เป็นผู้ชาย มีคำว่า พ่อ แต่จำไม่ได้ว่า อะไรแน่

พ่อใหญ่ จำได้ป่าว ว่าแกเรียก อ.อุบล ว่าอะไร

พ่อ ๆ เนี่ยแหละ

เลยบอกว่า อาทิตย์หน้า ให้ลุงเบิ้มพาแกมาหน่อย

พ่อใหญ่ธนา จะได้หายอยาก ซะที

แต่พ่อใหญ่ ต้องรีบมาให้ถึงก่อนแกจะมาถึง

ไม่งั้น อดดูช๊อตเด็ด ไม่รู้ด้วยนะพ่อใหญ่  

ของดีไม่ได้มีให้ดูบ่อยๆนะจ๊ะ สิบอกไห่

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-05 22:48:55
ผู้แสดงความคิดเห็น เบญจรัตน์ สีทองสุก ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-05 23:37:52


ความคิดเห็นที่ 1500 (1622621)
ความเห็นที่ 1497 (1622618)

 นับจากที่ ดร.อั๋น เข้านอน เมื่อเย็นวันศุกร์แล้ว

ตลอดทั้งวัน วันเสาร์ อ.อุบล ก็ไม่ได้พบเจอ

หน้าตา ดร.อั๋นอีกเลย

ยังคิดว่า เอ หรือว่ากลับแล้วนะ

แต่ก็ยังไม่น่าจะกลับนะ

มาพบหน้าอีกที คืนวันเสาร์ ที่โรงทานใหม่

ตอนที่ไฟดับ เตรียมเข้าสู่กิจกรรมภาคกลางคืน

ที่โรงทาน เห็น ดร.อั๋นนั่งหน้า เลยเชียว

หลังจากที่ได้มาคนออกมาเล่า

ความอัศจรรย์ของจี้องค์เทพสฟิงซ์ คือ ด.ช.อมร และ ดร.จิ๋ม

ต่างก็เล่าเรื่องที่ตนประสบ เมื่อมีคนสัมผัสจี้สฟิงซ์แล้ว

สารภาพบาปเอง โดยอัตโนมัต

ทั้งที่ไม่ได้ซักถาม หรือ บอกวิธีการ

แต่ทุกคน ต่างทำเอง

(ยิ่งกว่ามาหา อ.อุบล ซะอีก

บางคนต้องถาม ต้องซัก ต้องฟอก)

แต่สำหรับคนที่สัมผัสจี้นี้ จะพูดเองเลย

แล้วอาการป่วย ก็ดีขึ้น บางคนหายเลย

บางคนมีอาการต่างๆ เอาไว้ เจ้าตัวเล่าเองละกันนะ 

มาถึง ดร.อั๋น ออกมาสมาทานศีล

ถึงได้เล่าว่า วันนี้ ร้องไห้มาครึ่งวัน คิดหนัก

ว่าจะสารภาพดีหรือไม่ เพราะ พ่อสั่งไว้

ปรึกษาคุณนัฐสินี

ก็ขอบารมีพระให้ ดร.อั๋น คิดตัดสินใจเอง

ให้ถูกต้อง

ดร.อั๋นจึงต้องตัดสินใจเอง

นอกจากพ่อแล้ว ยังงานอีก

ที่ทำงานจะไล่ออกไหม

เป็น ดร.ในมหาวิทยาลัยดังด้วย

มาเป็นเอดส์ เพื่อนฝูง ลูกศิษย์ จะเป็นยังไง

รู้สึกยังไง นี่คือ สิ่งที่กดดัน

ทำให้ร้องไห้ ตลอดครึ่งวัน ในองค์พีระมิด  

อ้อ เราก็นึกว่าหายไปไหน  จนในที่สุด

ก็ตัดสินใจว่า ชีวิตหันไปทางไหนก็ตายแน่นอนแล้ว

เพราะอาการที่เป็นอยู่นี้ คือระยะสุดท้ายแล้ว

ชีวิตเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว

ขอให้ชีวิตจริง เรื่องจริงที่เกิดกับตัวเองนี้

มีประโยชน์แก่คนที่ยังมีชีวิตอยู่บ้างดีกว่า

จึงตัดสินใจว่า จะบอกเล่าเรื่องชีวิตตนเป็นธรรมทาน

อีกใจหนึ่ง ก็มีความหวังมา มากมายว่า

จะต้องมาหายที่นี่ ดังนั้น

ทำการบ้านมาอย่างดีในเรื่องดูรายการ 9 ตอน

จึงแอบหวังว่า ถ้าสารภาพบาปเหมือนคนอื่นเขา อ.อุบล

ผู้ที่ ดร.อั๋นบอกว่า  

เป็นผู้สร้างปรากฎการณ์เหนือธรรมชาตินี้

อาจทำให้ ดร.อั๋นหายได้

ทั้งหลายทั้งปวงนี้

ไปลบล้างคำสั่งของพ่อ

ที่สั่งห้ามเด็ดขาด ห้ามเปิดเผยเรื่องราว

ที่เป็นเอดส์ให้ใครฟังทั้งสิ้น

ให้มันตายไปพร้อมลูก

พ่อจะได้ภูมิใจที่ มีลูกเป็น ดร.

และประกาศชื่อลูกว่าเป็น ดร.ในงานศพ

โถ พ่อคงรู้เต็มอกเหมือนกัน

ว่ายังไงลูกก็ต้องตายเร็วๆนี้

เพราะ ดร.อั๋น บอกพ่อเพียงคนเดียวเท่านั้น 

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-05 23:32:44
ผู้แสดงความคิดเห็น เบญจรัตน์ สีทองสุก ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-08-05 23:42:21



<< ก่อนหน้า 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 [15] 16 ถัดไป >>


Copyright © 2010 All Rights Reserved.