ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกลุ่มเว็บบอร์ด > กระดานสนทนาบ้านสวนพีระมิด ขอเชิญเพื่อนๆสมาชิกทุกท่านร่วมการสนทนาตั้งกระทู้ ถาม-ตอบ ได้ที่นี่ > เรื่องจริง ที่ไม่เคยเป็นข่าว

เรื่องจริง ที่ไม่เคยเป็นข่าว


ในโลกนี้

ยังมีเรื่องราวอีกมากมาย

ที่สังคมทั่วไปไม่มีโอกาสรับรู้

เพราะเรื่องราว ที่พบเห็น ที่เกิดขึ้นนั้น

ไม่ได้เป็นข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ

 

ทำให้หลายคน

ไม่เคยรู้มาก่อนเลย แต่เรื่องราวและเหตุการณ์นั้น

มีอยู่จริงๆ แต่รับรู้กันได้เฉพาะสังคมกลุ่มเล็กๆเท่านั้น

 

ถึงเวลาแล้ว

ที่เราต้องมาช่วยกัน

บอกเล่า ให้เพื่อนร่วมทุกข์

เกิดแก่เจ็บตายด้วยกัน ได้รับรู้กันบ้าง

 

เรื่องที่จะเล่านำร่อง

ในกระทู้นี้ เป็นเรื่อง

งูยักษ์ ในประเทศไทย

ตัวใหญ่ขนาดกินควายได้ ความยาวกว่า 20 เมตร

 

ส่วนเรื่องอื่นๆ

ใครมีประสบการณ์

ก็นำมาเล่าสู่กันฟังได้นะ

ไม่ต้องกังวลว่า

ใครจะเชื่อไม่เชื่อ

 

เพราะ

ไม่มีใครได้ หรือเสีย

นี่เป็นเรื่องแบ่งปันกัน

 

เช่นเรื่อง

บางคนได้พบเจอ

ผี  เปรต กระสือ กระหัง

ต้องคุณไสย์

หรือ

เห็นเหตุการณ์

อันน่าสงสัย ก็มาเขียน

บอกเล่ากันได้

นะจ๊ะ

 

เพราะ

อีกไม่นานพวกเรา

จะต้องพบเจอกับเหตุการณ์

เหล่านี้ ด้วยตัวเอง

แน่นอนจ้า



ผู้ตั้งกระทู้ อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ กระทู้ตั้งโดยสมาชิก โพสต์และแสดงความเห็นเฉพาะสมาชิกเท่านั้น :: วันที่ลงประกาศ 2012-09-16 22:51:40


[1] 2 ถัดไป >>

ความเห็นที่ 1 (1629679)

เรื่องที่ท่านจะได้อ่าน

ต่อไปนี้

ท่านจะอ่านให้เป็นนิทานก็ได้

จะอ่านให้เป็นเรื่องจริงก็ได้ ตามอัธยาศัยจ้า

 

เรื่องแรกนี้

อยากเล่ามาเป็นอาทิตย์แล้ว

ได้แต่เล่าที่บ้านสวน

แต่ไม่ได้เล่าทางเวปไซด์

 

แล้วก็ไม่มีใคร

นำมาเขียนต่อในเวปด้วย

ก็เลยต้องเขียนเอง

 

เมื่อสัปดาห์

ก่อนงานบวงสรวง

ได้คุยกับลุงเบิ้ม บุญตา

เรื่องการกินอยู่

เราพูดกันเรื่องอาหารช่วงเกิด

ภัยพิบัติ

 

ว่า

จะต้องกินอาหาร

ประเภทไหนกันบ้าง

จะหาอะไรได้จากไหน

 

แล้วได้พูดถึง

ดร.จุ๋ม + ดร.จิ๋ม ว่า

ทั้งสองคนนี้ มาบ้านสวน

มาเอาบุญ และ มาศึกษาจริงๆ

 

เจอคำถาม ดร.จุ๋ม + ดร.จิ๋ม

ไม่กี่คำถาม รู้เลยว่า

ทำไม ทั้ง2คน ทุ่มเท ตั้งใจมาจริงๆ

 

คำถามแรก ที่อึ้ง

 

อ.คะ

หลังภัยพิบัติ อ.จะใช้อะไร

แทนสบู่ แทนผงซักฟอก

แทนยาสีฟันคะ

 

พอตอบไป

ทั้งสองท่าน ก็ OK.

 

ก็เล่าให้ลุงเบิ้ม

กับคุณบุญตาฟัง

 

แล้วก็มาพูดถึงเรื่อง

ต้นกล้วย นี่มีประโยชน์มากนะ

ลำต้นเขา ให้น้ำดื่มได้

ถ้าขาดน้ำจริงๆ

ใบตอง ใช้หุงข้าว แทนหม้อ

แทนภาชนะได้

 

หยวก กินได้

ทั้งดิบ ทั้งสุก เรียกว่า

ต่อชีวิตได้ ว่างั้นเถอะ กรณีที่

ไม่มีเชื้อเพลิง ก็กินหยวกกันเลย

สะอาดด้วย มีพลังงานชีวิตด้วย

 

ส่วนปลี

ก็รู้กันอยู่แล้ว กินได้

ทั้งดิบ ทั้งสุก

 

ส่วนผลกล้วย

ยิ่งกล้วยใหญ่เลย

กินได้ทั้งดิบ ทั้งสุก

 

ถ้าสุก

ไม่ต้องใช้เชื้อเพลิง

 

แต่ถ้าดิบ

อาหารเวียตนามเขากินกัน

แต่ อาหารไทย

ต้องเอาไปผ่านการปรุง

เช่นกล้วยฉาบ กล้วยต้ม

 

แต่

อาฟริกัน

เขากินกล้วยดิบ

เป็นอาหารหลักในชีวิตประจำวัน

 

ที่ไปเห็นมานะ

นี่ไปเดินตลาดในเมืองหลวง

เขาเลยนะ เขาต้มกล้วยดิบ

กลิ่นตลบอบอวล

เราก็ถามเขาว่า นี่อะไร

เขาบอก กรีน แบนาน่า

 

ต้มทำไม

 

ทำอาหาร

 

ทำยังไง

 

เขาบอกพอสุกแล้ว

เขาปอกแล้วใส่มะเขือเทศ

ต้มต่อแล้วก็ทาน

 

เราก็นึก

โห จะรสยังไงเนี่ย

 

แต่ถ้านึกถึงประโยชน์นะ

มีแน่นอน ทั้งกล้วย ทั้งมะเขือเทศ

 

ส่วนบางประเทศ

อย่างกาน่า เขาก็ใช้กล้วยดิบ

ทำเป็นแป้งก่อน แล้วก็เอาไปทำ

เป็นแผ่นเหมือนขนมปัง

เขาเรียกว่า

ฟู ฟู่

เขาทานเป็นอาหารหลัก

 

คงสงสัยว่า

เขาไม่ทานข้าวกันหรือไง

 

ทาน

แต่ได้ทานเฉพาะ

คนฐานะดีจริงๆเท่านั้น

 

ส่วนคนทั่วไป

(หรือแม้แต่คนฐานะดี)

เขาก็ทานกันอย่างนี้

 

ย้อนมาถึงลุงเบิ้ม

กับหนูบุญตา ที่คุยกันวันนั้น

ว่า

บ้านสวน มีพืชที่ใช้เป็นอาหาร

ยามวิกฤติได้ สำหรับคนที่

อยู่ง่ายกินง่ายเท่านั้นนะ

 

พวกเรื่องมาก

อยู่ยาก กินยาก หมดสิทธิ์

 

ลุงเบิ้มบอก

ผมกินง่าย เพราะเคยอยู่ป่า

เคยอยู่ถ้ำ อยู่ในรู มาแล้ว

ขุดรูอยู่มา 2 ปีเต็ม

 

อันนี้

เอาไว้เล่าทีหลังนะ

เรื่องนี้ คนไทย ก็คง ไม่ค่อยรู้

ว่าประเทศไทยเรา

มีคนขุดรู อยู่แต่ในรู ถึง 2 ปีก็มี

 

เอาเป็นว่า

จะเล่าเรื่องงูตัวใหญ่

ขนาดกินควายได้

แวะนั่นนี่อยู่นั่นแหละ

ไม่ถึงงูซ๊ากกะที

เฮ้อ อ.อุบล เอ้ย

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-16 23:09:33


ความเห็นที่ 2 (1629681)

สมัยหนุ่มๆ

ลุงเบิ้มไปทำงานสร้างทาง

ลุงเบิ้มเรียนมาด้านวิศวะกรรม ม.ธรรมศาสตร์

แต่เรียนแค่ ปี 3 หนีเข้าป่าก่อน

เพราะเหตุการณ์ทางการเมือง

 

แวะอีกแล้ว

เมื่อไหร่จะเจองูยักษ์ล่ะ

 

รวบรัดไป

ตอนลุงเบิ้มไปทำงานสร้างทาง

ในป่าดงดิบ แห่งหนึ่ง

 

ลุงเบิ้ม

ไปทำบ้านพัก

บนต้นไม้ใหญ่ เรียกว่า

ต้องหาที่ปลอดภัยจากสัตว์ป่า

ที่มีหลากหลาย ทุกชนิด

ทั้งเสือ ช้าง งู สารพัดสัตว์

(เสือ สิงห์ กระทิง แรด)

 

บ้านพักบนต้นไม้ใหญ่

ที่ลุงเบิ้มสร้างไว้พักนี้

อยู่ใกล้ธารน้ำ ซึ่งพวกสัตว์ป่า

จะมากินน้ำที่ลำธารแห่งนี้

 

ลุงเบิ้ม

จะมองดูสัตว์ป่า

เป็นประจำ ตอนกลางคืน

 

ลุงมองเห็นเหรอ

 

เดือนหงายครับ เห็นชัดเจน

 

สัตว์พวกไหนบ้าง

ที่มากินน้ำ

 

มีทุกอย่างเลย

 

แต่ที่เห็นแล้ว

อัศจรรย์ใจที่สุดคือ

งู

 

ทำไมล่ะ งู มีเยอะไป

 

มันเป็นงูยักษ์ครับอาจารย์

ผมเห็นมันกินควายครับ

มันกินควายได้ทั้งตัว เลยครับ

 

มันจะมารอที่ข้างบ่อ

ประจำเลยครับ

 

พอพวกสัตว์มากินน้ำ

มันก็กิน มันกินควายตัวใหญ่ๆ

 

โอ้โหลุงเบิ้ม

ถ้ามันกินควายได้นี่

ตัวมันจะขนาดไหนล่ะลุง

 

ขนาดใหญ่กว่าคนครับอาจารย์

มันใหญ่มาก ผมไม่เคยเห็น

มาก่อนเลยครับ

 

แล้วตัวมันยาวขนาดไหนลุง

 

ขนาดมุมตึกข้างหนึ่ง

ไปอีกข้างหนึ่งเห็นจะได้ครับ

(เกิน 20 เมตร แน่นอน)

 

โอ้โห

แล้วลุงว่ามันเห็นลุงไหม

 

เห็นครับ

 

ลุงเบิ้มรู้ได้ไง

 

ผมเห็นมันมองขึ้นมาครับ

ผมเห็นตามันแดงก่ำเลยครับ

มันมองขึ้นมา เหมือนมันรู้ว่า

พวกเราอยู่ข้างบนนี้

 

ลุงอยู่กันกี่คน

 

5 คนครับ บางครั้ง 6 คนครับ

 

(ถ้ามันไม่มีอะไรกินนะ

มันคงหมายใจไว้แล้วว่า อือม์

5-6 คนนี้ ก็พอแก้ขัดได้เหมือนกัน)

 

แล้วลุงคิดว่า

ถ้ามันจะกินพวกลุง

มันจะขึ้นไปได้ไหมจ๊ะ

 

สบายมากครับอาจารย์

แค่มันยกตัวสุดตัว

มันก็ขึ้นได้ครับ

 

อ้าว

บ้านบนต้นไม้

ไม่สูงเหรอลุง

 

สูงครับ แต่ผมมั่นใจว่า

มันขึ้นได้ ถ้ามันจะขึ้น

ผมก็แปลกใจ ว่าทำไม มันไม่ขึ้น

 

ผมเคยเห็นมันยกคอ

สูงมากครับ  มันตัวใหญ่มาก

จนผมไม่รู้จะเปรียบกับอะไร

 

เกิดมา

ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยครับ

โอ้ย มันใหญ่ ขนาดกินควาย

ตัวใหญ่ๆ แล้วลากไปได้นะครับอาจาย์

 

โอ้โห

ลากควายไปอีก

 

ครับ

เวลามันลากไปนะครับ

ต้นไม้ใหญ่ที่ผมอยู่ สะเทือนเลยครับ

อย่างกะแผ่นดินไหวน่ะครับ

 

แล้วลุงไม่กลัวเหรอ

 

แรกๆก็กลัวครับ

แต่ตอนหลังก็ชินครับ

ก็ไม่เห็นมันทำเรา ได้แต่มอง

 

ลุงเห็นตามันในความมืดเลยเหรอ

 

ครับ

เดือนหงายสว่างมากครับ

ไม่มืดครับ มองเห็นชัดครับอาจารย์

 

อันที่จริง

ที่มันไม่ทำอะไรลุงเบิ้ม

มีหลายสาเหตุ

 

ถ้าอธิบายแบบง่ายๆ

คือ

มันมีอาหารที่กินได้ง่ายกว่า

อยู่ข้างล่าง ไม่ต้องออกแรงยกตัว

 

ก็คือ

ควาย ซึ่งเชื่องช้า กว่าสัตว์อื่น

 

ถ้าไม่มีอะไรกินจริงๆ

รับรอง ลุงเบิ้ม ไม่ได้มาบ้านสวนหรอก

 

แล้วเหตุผล

เหนือกว่า ทางโลก ก็มี

ทำไม มันไม่กินลุงเบิ้ม กับพวก

 

แล้วงูตัวใหญ่ขนาดนี้

ทำไม ไม่เคยเป็นข่าวเลย

 

ทั้งที่

มีคนพบเห็น

 

ถามลุงเบิ้มว่า

มีคนที่เขาเคยเห็นก่อนลุงไหม

 

มีครับเขาเป็นพราน

เขาก็พักอยู่กับผม แต่เขาไม่พูด

 

แม้แต่พวกผม

เขาก็ไม่พูดให้ฟัง จนพวกเรา

มาเจอ มาเห็นเอง

 

อันนี้

มีนัยยะแน่นอน

 

เอาไว้ค่อยมาคุยต่อวันหลังนะ

ถ้าสนใจ ใครรู้

 

ถ้าไม่สนใจก็แล้วไป

 

เอาไว้เห็นกันเองดีกว่า

เพราะเขาต้องออกมาจากป่านี้

แน่นอน เขามารออยู่

นานแล้ว

อิ อิ

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-16 23:31:49


ความเห็นที่ 3 (1629692)

อยากฟังค่ะอาจารย์  ท่าทางตื่นเต้นดี  ไม่เคยได้ยินแบบนี้ เมื่อไหร่อาจารย์จะเล่าคะหนูอยากฟังอีก 

ผู้แสดงความคิดเห็น กุหลาบ รักสนิท ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-17 06:01:33


ความเห็นที่ 4 (1629693)

อ่านเรื่องของลุงเบิ้มที่อาจารย์เขียนแล้ว

ก็นึกถึงภาพจากหนังเรื่อง อนาคอนด้า

งูยักษ์จากป่าในแถบอเมริกาใต้ นะคะ

นึกถึงทีไรก็น่าสยองยิ่งนัก

 

 

และที่สำคัญ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า

ในป่าเมืองไทยก็มีงูยักษ์

ขนาดมหึมาอาศัยอยู่ด้วย 

 

คิดๆดูแล้ว อาจจะเป็น พญานาค ก็ได้นะคะ

เพราะที่ผ่านมาในเืมืองไทย

ไม่เคยเป็นข่าว เรื่องงูยักษ์เลย

แสดงว่า อาจจะอยู่ในมิติที่ต่างกัน

แต่ก็อาจจะเห็นได้

เป็น บางคน หรือ บางเวลาเท่านั้น

 

แต่คิดไปคิดมา ถ้าเป็น พญานาค จริง

ท่านก็ไม่น่าจะต้องมา กินควาย (รึเปล่า)

อันนี้ไม่แน่ใจ เดาอย่างเดียวเลยค่ะ


ปีนี้เป็นปีมะโรง ปีของงูใหญ่ซะด้วย

แล้วอาจารย์ก็บอกอีกว่า

งูยักษ์เหล่านี้ เขามารออยู่นานแล้ว



อยากรู้จังว่า พวกเขามารอใคร

และ ทำอะไรคะอาจารย์

 

หึ หึ แค่คิดก็"หนังตื่น"แย้ว

ปรกติ แค่เห็นงูเล็กๆ

ก็แทบจะก้าวขาไม่ออกอยู่แล้ว  

ผู้แสดงความคิดเห็น ชนิดา เชิงสะอาด/CHANIDA ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-17 06:08:52


ความเห็นที่ 5 (1629695)

ฟังแล้วตื่นเต้นมากเลยครับอาจารย์ เพราะเบสคิดว่ามันน่าจะมีแต่ในหนังที่มีงูยักษ์มาไล่กินคนเท่านั้น

แต่พอมาฟังลุงเบิ้มเล่า ขนาดกินควายได้ทั้งตัวและทีละหลายๆตัว เรื่องกินคนเนี่ยสบายเลยครับ

ไม่อยากจะคิดภาพเลยครับ ว่าถ้าเกิดวันหนึ่งพวกเขาออกจากป่าแล้วเข้าสู่เมือง สภาพจะเป็นอย่างไร คิดแล้วสยอง

เบสขอปูเสื่อรอฟังครับ อยากรู้จริงๆเลยว่างูยักษ์พวกนี้เขามารอใครกัน แล้วเขาจะมาทำอะไรกันครับ

แต่ที่แน่ๆถ้าเขาจะเข้าเมือง เบสคิดว่าเขาคงต้องมาหาอะไรกินในเมืองด้วยแน่ๆเลย บรื๊อออออ ~  

ผู้แสดงความคิดเห็น พัฒนพงศ์ ปรับโตวิดโจโย ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-17 06:57:50


ความเห็นที่ 6 (1629705)

ฟังเรื่องงูยักษ์ ที่ลุงเบิ้มเล่าเขียนโดยท่านอ.อุบลแล้วไม่เคยเห็นและฟังมาก่อนเลยถ้ามีอย่างนั้นจริงๆถ้าเขาอดอาหารแล้วก็.............ไม่อยากจะนึกถึงเลยถ้าเราอยู่ในเหตุการณ์นั้น...  อยากฟังต่อค่ะ หรือเป็นพญางู

(ถ้าไปบ้านสวนวันไหนอยากให้ท่านอ.อุบลเขกกระบานจะได้ไม่สะเพร่า  หรือหายโง่  สักที โง่ดักดานจัง   )

ผู้แสดงความคิดเห็น บุญภิบาล คงเขียว ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-17 09:40:52


ความเห็นที่ 7 (1629727)

ขออนุญาตรอฟังต่อค่ะ

หนูอยากรู้ว่างูยักษ์จะมารอใคร

และคนที่จะเป็นอาหารงูยักษ์ไปทำกรรมอะไรมาถึงได้มาเป็นอาหารงูยักษ์ค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น มยุรฉัตร สุดจิตต์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-17 13:10:09


ความเห็นที่ 8 (1629780)

ขออนุญาตรอฟังด้วยคนค่ะ เพราะชอบดูหนังแนวงูยักษ์มาก พวกอนาคอนด้า พญานาค และสิ่งลี้ลับต่างๆ เคยได้ยินคนแก่คนเฒ่าเล่าให้ฟังว่า งูใหญ่เหล่านี่เขาจะไม่ล่าเหยื่อ แต่รอให้เหยื่อมาหาเอง เขาแค่นอนรออย่างเดียวก็มีเหยื่อมาให้กินเอง น่ากลัวจังเลยค่ะ

แถม....ท่านอาจารย์บอก ว่าเขามารอนานแล้ว มารอรับผู้ใดหนอ มาดี หรือมาร้าย อาสามารบ มาปราบ หรืออาสามาเขมือบค๊ะ ท่านอาจารย์ขา...

เสียวสันหลังวาบๆ เพราะเคยฆ่างูเล็กงูน้อยตอนเป็นเด็กอ่ะค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น อ๋อย เพ็ญศิริ บุตรมนต์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-17 20:13:03


ความเห็นที่ 9 (1629781)

ฟังเรื่องควายที่ลุงเบิ้มเล่าเขียนโดยท่านอ.อุบลแล้วไม่เคยเห็นและฟังมาก่อนเลยถ้ามีอย่างนั้นจริงๆถ้าเขาอดอาหารแล้วก็.............ไม่อยากจะนึกถึงเลยถ้าเราอยู่ในเหตุการณ์นั้น...  อยากฟังต่อค่ะ หรือเป็นพญาควาย

ผู้แสดงความคิดเห็น บุญภิบาล คงเขียว ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-17 09:40:52

 

 

เอ

อ.อุบล

เล่าเรื่องงูยักษ์

อยู่ดี ดี ทำไม กลายเป็น

พญาควาย

ไปด้าย นะ คุณบุญภิบาล คงเขียว

 

หรือว่า

อ.อุบล เล่าสื่อสาร ไม่ได้เรื่องนะเนี่ย

ต้องขออภัยด้วยอย่างมาก

ที่ทำให้เรื่อง

 "งู" กลายเป็นเรื่อง "ควาย"

ไปเสี่ยนี่ 555

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-17 20:19:10


ความเห็นที่ 10 (1629782)
image

    ขอรอฟังด้วยคนครับ เมื่อกี้ ลองเซิจ ข้อมูล เห็นงูแบบที่ลุงเบิ้มเห็นนั้นมีอยู่จริง ๆ ครับ แต่ตัวในภาพนี้เคยพบในป่าประเทศจีนครับ

งูยักษ์ที่พบในจีนในอดีต

งูที่พบในป่าในประเทศจีน เป็นหนึ่งในสอง งูโบอาร์ขนาดใหญ่ที่สุด ที่พบโดยคนงานล้างป่าเพื่อทำถนนใหม่ คาดว่างูอาจตายจากการโดนรถจักรขนาดใหญ่ แต่ตัวอื่นๆ และยังได้พบตัวอื่นๆ อีกแต่ได้หายไปหลังจากนั้น 

ความยาวของงูวัดความยาวได้ 55ft (16.7 เมตร ) น้ำหนัก 300 กก. อายุโดยประมาณ 140 ปี ลำตัวใหญ่กว่าคนซะอีก 

ผู้แสดงความคิดเห็น วีร์พสุตม์ ลิ้มสกุลภักดี (เอิ้น) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-17 20:29:38


ความเห็นที่ 11 (1629784)

วันนี้

จันทร์ 17 ก.ย.55

นั่งรถไปกัน 5 คน มีลุงเบิ้ม

คุณแมว คุณท้อป อ.มงคล อ.อุบล

 

ก็อยากจะรู้เรื่อง

งูยักษ์

จากลุงเบิ้มเพิ่มเติมอีก

ก็เลยถามลุงเบิ้มว่า ลุงเวลางูมันยกตัว

มันสูงขนาดไหน ลุงก็ชี้เสาไฟฟ้าแรงสูง

ต้นแบบสูงที่สุด น่าจะไม่น้อยกว่า

20 เมตรนะ

(ใครมีความรู้เรื่องเสาไฟฟ้าที่สูงที่สุด

ก็ช่วยมาบอกด้วยนะจ๊ะ)

 

บังเอิญขับรถแล้ว

ผ่านเสาไฟฟ้าที่สูงที่สุดพอดี

 

แกบอกต้นยางที่สูงที่สุด

งูตัวนี้ ยกหัวขึ้นตั้งชันถึง

 

มันยกหัวทำไมลุง

 

ไม่ทราบครับ

แต่มันเหมือนมันมองหาอะไรสักอย่าง

 

มองหาเหยื่อหรือเปล่าลุง

 

อาจจะใช่ครับ

 

ลุงเคยเห็นมันกินคนไหม

 

ผมไม่เห็นกับตา

แต่พรานบอกว่ามันเคยกินคน

 

แล้วทำไมพรานเขาไม่พูด

 

เขาบอก

เป็นจรรยาบรรณของพราน

เขารู้ว่างูนี้ ไม่ใช่งูธรรมดา

แต่เป็นเจ้าป่า

ถ้าใครไปพูดเล่าให้ใครฟังแล้ว

จะเข้าป่าไม่ได้ จะถูกกิน

เขาบอกพราน เคยถูกงูกินเพราะว่า

ไปเล่าให้คนเมืองฟัง

ตั้งแต่นั้นมา พรานก็เงียบกันหมด

 

แล้วมันกินควาย

วันละกี่ตัว ที่ลุงเคยเห็น

 

ครั้งละ 4 ตัว ที่ผมเห็น

มันเลือกกินเฉพาะตัวใหญ่ๆ

 

เวลามันจะกินมันทำไงลุง

 

มันจะดักซุ่ม

ตัวมันอยู่ในป่า แต่หัวมัน

จะดักรออยู่ที่น้ำตก

รอเวลาสัตว์หิวน้ำ พอมามันก็งับเลย

 

ปากมันใหญ่ขนาดงับควาย

ตัวใหญ่ๆได้เลยเหรอลุง

 

ครับ

มันคาบ ควายก็ดิ้น

พอควายดิ้น มันก็เอาฟาดพื้น

จนตาย แล้วมันก็กลืน

 

ตอนมันงับ

ควายตัวอื่น หรือ สัตว์อื่น

ไม่ตกใจหนีหรือลุง

 

ตกใจครับ ก็วิ่งหนีกัน

แต่ สักพัก มันหิวน้ำมันก็มาอีก

แล้วงูมันก็กินอีก กินจนอิ่ม

ที่ผมเห็นมันกินคืนเดียว 4 ตัว

 

อันนี้

ไม่มีใครรับประกันได้ว่า

4 ตัวนี้ จะสูงสุดแล้ว

 

ลุงควายตัวหนึ่ง

หนักถึง 500 ก.ก.ไหม

 

เกินครับ

เพราะมันเลือกตัวใหญ่ๆ

แค่ขาควาย 1 ข้าง ก็เท่าคน 1 คน

แล้วครับ

 

ถ้างั้น

ควาย 1 ตัว

ก็อาจเทียบได้กับคน

เกิน 10 คนสิลุง

 

ถ้าหนัก 1000 ก.ก.

ก็เท่ากับคนเกือบ 20 คน

แล้วแต่คนตัวเล็กตัวใหญ่นะ

 

ถ้าคนหนึ่ง

หนัก 50 ก.ก.

ก็เท่ากับ 20 คน / ควาย 1 ตัว

คิดกันเอาเอง

 

กำลังจะประเมินว่า

ถ้าควาย 4 ตัว นี่นะ

เท่ากับคน 80-100 คนเลยนะ

 

มิน่ามันไม่กินลุงเบิ้ม

 

ครับ

ผมว่ามันเลือกสัตว์

ที่ตัวใหญ่ๆ เท่านั้นครับ

ไม่งั้น มันไม่อิ่มครับ

 

แล้วนอกจากควาย

ลุงเคยเห็นมันกินอย่างอื่นไหมลุง

 

กินครับ

เก้ง กวาง ม้า หมูป่า

มันกินหมดครับ ถ้ามันหิว

พรานเขาบอก

มันกินคนมามากแล้ว

 

เราก็มาคิดนะ

ถ้าคนตัวเล็กๆ น้ำหนัก

ไม่ถึง 50 ก.ก.นะ

หรือเด็กนะ

มันกินได้เป็นร้อยๆคนเลย

 

ลุงเบิ้ม

สันนิษฐานว่า

ที่มันไม่กินลุงเบิ้มเพราะว่า

มันมีสัตว์อื่นที่ตัวใหญ่กว่า

และ

กินง่ายกว่า

แต่มันก็มองลุงเบิ้มทุกครั้ง

ที่มันมาดักกินสัตว์

ตามันแดงก่ำ

มันยกตัวสูงเท่าเสาไฟฟ้า

มันมองหา อะไรสักอย่าง

 

หลังจากมันอิ่มแล้ว

มันจะเลื้อยเร็วมาก แล้วพื้นดิน

พื้นป่า ต้นไม้สะเทือน

เหมือนแผ่นดินไหว

 

มันลากควายในท้อง 4 ตัวเนี่ยนะลุง

เลื้อยเร็วได้

 

ครับ

ตอนมา มันเลื้อยช้าๆ

มาแบบเงียบๆ ซุ่มรอจังหวะ

 

แต่พออิ่ม

จะเลื้อยเร็วมากครับ

 

แล้วลุงรู้ไหมว่า

มันไปอยู่ไหน เลื้อยไปทางไหน

 

พรานบอกว่า

มันไปอยู่ในถ้ำครับ

พอหิวมันก็จะออกมาใหม่ครับ

 

กี่วันมันถึงจะหิว

ถ้ากินควาย 4 ตัว

 

ก็เกือบเดือนครับ

 

บางทีก็ครึ่งเดือนครับ

(ถ้ากินน้อยกว่า 4 ตัว)

 

เคยได้ยินมาว่า

มันจะขย้อนกระดูกออกทีหลัง

ลุงเบิ้มเคยเห็นไหม

เวลามันคายกระดูกออกมา

 

--------

มีใครมีเรื่องหนุกหนาน

ตื่นเต้น ก็มาเล่าสู่กันฟังบ้างนะ

 

อย่างคุณกุหลาบ

มีเรื่อง กระสือ กระหัง

ที่เคยเจอมาเอง เยอะแยะ

ปอปด้วย

มาเล่าซะดีดี นะจ๊ะ

 

แล้วคนอื่นๆด้วยจ้า

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-17 20:43:55


ความเห็นที่ 12 (1629799)

ความยาวของงูวัดความยาวได้ 55ft (16.7 เมตร ) น้ำหนัก 300 กก. อายุโดยประมาณ 140 ปี ลำตัวใหญ่กว่าคนซะอีก 

ผู้แสดงความคิดเห็น วีร์พสุตม์ ลิ้มสกุลภักดี (เอิ้น) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-17 20:29:38

 

อย่างรูป

และ

ข้อมูลที่น้องเอิ้นมาลงนี่นะ

คล้ายๆกับเรื่องของลุงเบิ้มเลยหละ

 

เพราะ

ลุงเบิ้มก็เจอตอนไปทำงาน

ตัดถนนผ่านป่าดงดิบเหมือนกัน

คือ

ไปรุกรานเขา

ทำถนนต้องใช้รถขุด

แบ๊คโฮล อย่างในรูปนี้แหละ

 

แต่

งูยักษ์ของลุงเบิ้ม

น่าจะตัวใหญ่กว่านี้ และ

ตัวยาวกว่านี้ แต่ใหญ่กว่าคนแน่ๆ

 

ดูรูปนี้

ก็ไม่เบาเลยนะ

น้องๆ ที่ลุงเบิ้มเจอเลยหละ

 

แสดงว่า

งูยักษ์ประเทศไทย

ใหญ่กว่า ประเทศจีน 555

 

แต่น่าเสียดาย

ลุงเบิ้มไม่มีรูปถ่ายงูยักษ์

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-17 21:57:19


ความเห็นที่ 13 (1629810)

ตอนที่ อ.อุบล ซื้อที่ดิน

บ้านสวนฯใหม่ๆ

 

ก็จ้างรถไถ

มาดันต้นไม้ ต้นหญ้าทุกปี

เพราะพอฤดูฝนที หญ้าจะรกมาก

ต้องใช้รถไถผลาญหน้าดัน

 

มีครั้งหนึ่ง

รถไถก็ดันมาตรงใต้ต้นมะม่วง

หน้าอาคารเอนกประสงค์

ที่เราทานอาหารกันทุกวันนี้

 

ปรากฎว่า

เจองูเหลือมตัวใหญ่

เท่าโคนขาคน

 

คนขับรถจอดรถแล้วลงมา

บอก อ.อุบล ว่า

ผมขับรถทับงูเหลือมตายครับ

 

ก็เลยวิ่งไปดู

 

เขานอนขดเป็นวงกลม

ตัวมันเมี่ยมเลย

ตอนนั้นให้ อ.มงคล ถ่ายรูปไว้ด้วย

 

ปรากฎว่า

ดูแล้วรถไม่ได้ทับเขานี่นา

ความรู้สึก อ.อุบล ว่าเขาไม่ตาย

แต่คนขับรถ

เขาบอกว่า งูตายแล้ว

เขาขับรถทับ

 

อ.อุบล

ก็เลยพูดว่า คิดว่าเขาไม่ตายนะ

 

พอดีพี่เล็ก

ข้างบ้าน ที่ติดกันนั่นแหละ

 

แกบอกว่า

เดี๋ยวไปเอาเชือกกล้วยมาเร็ว

 

เอามาทำไมพี่เล็ก

 

มันจะหมดแรงเลื้อยไม่ได้

จะได้ฆ่ามันได้

 

ไม่เอานะพี่เล็ก

อย่าเอามานะ อย่าฆ่าเขานะ

 

ไม่ได้หรอก

เดี๋ยวมันกินหมากินไก่

ต้องรีบฆ่า

 

ว่าแล้วแกก็วิ่งไปเอาเชือกกล้วย

 

ไอ้เราก็โอ้ย

ทำไงดีน้อ ที่จะไม่ให้งู ถูกฆ่า

 

เพราะงูที่คนแถวนี้เห็นนะ

มักไม่รอด ถูกฆ่าหมด

ตอนสร้างบ้านหลังที่ อ.อุบล อยู่ทุกวันนี้

สร้างมาตั้งแต่ปี 37แล้ว

เป็นกระต๊อปเก็บเครื่องมือ

 

ตอนนั้นจ้างลุงใหญ่

มาสร้าง กับลูกๆแก ชื่อตาหยัด

 

ตาหยัดนี่แกชอบกินงู

เป็นที่สุด แกบอกว่า รับรองว่า

ถ้างูเจอแก จะหนีสุดชีวิต

แต่หนีไม่รอด

 

ทำไม

 

ก็แกฆ่ากินหมด

 

ว่าแล้ว

ก็มีงูสิงห์ตัวยาว

วากว่า เลื้อยมาพอดี

 

ตาหยัดอยู่บนหลังคา

เห็นงูเลื้อยอยู่ข้างล่าง

ตายูร ที่อยู่บ้านใกล้แปลงผักเรา

ตะโกนว่า งูสิงห์

 

ตาหยัดกระโจนลงจาหลังคา

ปากก็บอกว่า ฆ่ามัน

 

อ.อุบล

ร้องตะโกนว่า อย่า อย่า

อย่าฆ่าเขา ปล่อยเขาไป

 

ไม่มีใครฟังเลย

 

เราตะโกนไม่หยุด

จนเจ็บคอ

 

ปรากฎว่า ตาหยัด ตายูร

สองคน ใช้ไม้แบบ ที่ทำบ้าน

ไล่ตีจนได้ เขาไม่ตายทันทีนะ

เขาขดไป ขดมา เจ็บปวด

 

ตาหยัดไม่ฟังเสียง

จับมัดคอ แขวนต้นมะม่วง

แล้วก็เอามีดกรีดหนังตรงคอ

แล้วถลกลอกหนังออก

 

เขาก็ยังดิ้นไปมา หางกระดิกอยู่เลย

 

แล้วเขาก็แหวกท้อง

เอาใส้ออก เอาเนื้อไปแกงเผ็ดกินกัน

 

เป็นภาพติดตา

นี่ขนาดงูสิงห์วิ่งเร็วนะ

พวกนี้ยังฆ่าเขาได้เลย

 

ดังนั้น

พอมาเจองูเหลือมตัวใหญ่

คนขับบอกตายแล้ว

แต่พอ อ.อุบล พูดว่า น่าจะไม่ตาย

เท่านั้นแหละ พี่เล็กแกบอก

ต้องฆ่าเลยทีเดียว

 

เราก็นึกเสียใจว่า

เราไม่น่าพูดว่าเขายังไม่ตายเลย

เพราะมันทำให้เขามีอันตราย

มีคนจะฆ่าเขาอีกแล้ว

 

นึกถึงงูสิงห์ขึ้นมาเลย

ตาหยัด กับตายูรฆ่า

 

คราวนี้

เราไม่ยอมให้ใครมาฆ่าอีกแล้ว

 

แต่ไม่รู้จะห้ามวิธีไหน

 

ก็เลยใช้วิธีที่คิดว่า

หมดหนทาง ว่างั้นเถอะ

 

เลยหันไปหางู

เข้าไปใกล้เขามากที่สุด

แล้วพูดกับเขาว่า รีบหนีไปเลยนะ

รีบไปให้เร็วที่สุด ไม่งั้นเดี๋ยวเขาฆ่า

ไปสิ จะมาขดอยู่ทำไม

 

แล้วก็หันไปดูว่า

พี่เล็กไปเอาเชือกกล้วย

มาถึงไหนแล้ว

 

แล้วก็หันมามองเขา

ว่าเขาจะหนีทันไหมน้า

พอหันกลับมา เขาหายไปแล้ว

หายไปแบบไร้วี่แวว

 

ทั้งๆที่ระยะเวลา

เพียงแค่เราหันหน้าไปทางบ้านพี่เล็ก

แล้วก็หันกลับมา ไม่เห็นงูแล้ว

 

เรายืนอยู่ห่างเขาแค่

เมตรกว่าๆเท่านั้นเอง

 

ก็เลยพยายามหาว่า

เขาไปทางไหน ก็ไม่เห็นวี่แวว

เพราะตอนนี้หญ้าไม่รกแล้ว

รถดันหมดแล้ว

เดินหาว่า เขาเข้ารูตรงไหน

ก็ไม่มี ดูทุกที่ก็ไม่มี

 

เอ

ทำไมเขาไปเร็วขนาดนี้

แล้วทำไม

เรายืนอยู่กับเขาตั้งนาน

เขาไม่กระดิกเลย

 

พอบอกให้รีบหนี

กลับหายไปเฉยๆ

 

ใครรู้บ้าง

ใครอธิบายได้บ้าง

ว่างูเหลือมใหญ่ตัวนี้ที่บ้านสวน

เขาหายไปไหน

ช่วยบอกที

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-17 22:23:59


ความเห็นที่ 14 (1629812)

หนึ่งเคยฟังยายสอนแต่จำได้คร่าวนะคะ

เวลาที่เราย้ายเข้าบ้านใหม่แล้วเจองู

ถ้าเขาเลื้อยผ่านแล้วหายไป

แสดงว่าเขาเป็นงูเจ้าที่เจ้าทาง เทวดาท่านแปลงกายมา

แสดงตนว่าท่านคุ้มครองอาณาเขตบริเวณนี้อยู่คะ

ให้จุดธูปเทียนบูชาบอกกล่าวท่าน ว่าเราจะเข้ามาอยู่อาศัย

ขอให้ท่านคุ้มครองปกปักรักษา


ส่วนงูเหลือมตัวนี้คืองูเจ้าที่เจ้าทางนะคะ

เขามาเพื่อจะมาแสดงตนว่าเขาให้ทราบนะคะ

และ

คิดว่าถ้าเราไปทำร้ายเขา การที่เราเข้ามาอยู่ก็จะมีแต่เรื่องเดือดร้อนนะคะ

****************************

อาจารย์คะ

งูยักษ์ที่จ้องมองลุงเบิ้มทำไมถึงไม่ทำร้ายลุงเบิ้มกับพรรคพวก

แต่กลับจ้องมอง ไม่น่าจะเป็นการเล็งเพื่อเอาเป็นอาหารนะคะ จะว่างูเขาขี้เกียจยกหัวก็ไม่น่าใช่  

มีเหตุผลอีกไหมคะ...ลุ้นๆๆคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น เจิดหทัย สุวรรณากาศ (หนึ่ง) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-17 22:40:49


ความเห็นที่ 15 (1629832)

 

ใครรู้บ้าง

ใครอธิบายได้บ้าง

ว่างูเหลือมใหญ่ตัวนี้ที่บ้านสวน

เขาหายไปไหน

ช่วยบอกที

......................

 

อ่านจากบริบทที่ท่านอาจารย์เีขียนแล้ว 

ก็น่าจะเป็นไปได้ว่า งูเหลือมตนนี้

หายตัวได้ค่ะอาจารย์

เพราะแค่ช่วงเสี้ยววินาที

ที่อาจารยหันไปมองข้างบ้าน

แ้ล้วหันกลับมา

งูหายไปได้แบบไร้ร่องรอยแบบนี้

เป็นไปได้ยากมากที่จะเป็น งูธรรมดาๆ

 

เพราะงูเหลือมตัวใหญ่ขนาดนี้

เคลื่อนย้ายทีต้องมีเสียง

และไม่น่าจะรวดเร็ว และไร้ร่องรอย ขนาดนี้..

สงสัยจะเป็น งูเจ้าที่

อย่างที่คุณหนึ่งเขียนมาก็ได้ค่ะ

.............................................

ส่วนเรื่องงูยักษ์ ที่ลุงเบิ้มเห็นในป่า

(อยากรู้จังว่าป่าแถวไหน)

ที่ดูเหมือนมองมาที่ลุงเบิ้ม แต่ไม่กิน

ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่า

โดยธรรมชาติของงูแล้ว

ไม่ได้ใช้"ตา"ในการมองหาเหยื่อ

แต่ใช้ลิ้นวัดความสั่นสะเทือน

และมีเซ็นเซอร์จับความร้อน

 

คือ ถ้ายืนนิ่งๆและห่างพอสมควร

ก็อาจจะไม่โดนจับไปกินก็ได้....

เพราะมองไม่เห็น

 

แต่งูยักษ์ระดับเจ้าป่าแบบนี้

อาจจะมีความเป็นทิพย์ยิ่งกว่า

 

คือแค่รอเวลาออกมาจากถ้ำทีไร

ก็มีเหยื่ออันโอชะและตัวโตๆ

มารอให้กินแบบสบายๆทุกที

 

 

แต่เลื้อยทีพื้นดินสะเทือนอย่างกะแผ่นดินไหว

แสดงว่า ตัวใหญ่และหนักม๊าก

แต่น่าแปลกใจนะคะว่า

ทำไมเลื้อยได้อย่างรวดเร็วจัง....

 

ถ้าคิดโยงเรื่องภัยพิบัติในปีนี้

อาจจะเป็นไปได้ว่า แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น

ในภพภูมิต่างมิติ อย่างพญานาค

หรือ งูใหญ่เหล่านี้

อาจจะรอเวลาออกมาทำหน้าที่

ด้วยการเลื้อยสร้างความสั่นสะเทือน

ให้กับพื้นดินก็ได้นะคะ  

ผู้แสดงความคิดเห็น ชนิดา เชิงสะอาด/CHANIDA ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-18 05:05:37


ความเห็นที่ 16 (1629835)

เมื่อวานตอนเย็นหนูหากระทู้นี้ไม่เจอ กะว่าจะเขียน เมื่อเช้าก็เลยเข้าอีก เหมือนมีอะไรให้หนูเปิดมาหน้านี้ ไม่คิดว่ากระทู้ท่านอาจารย์จะมาอยู่ที่นี่

ขอเล่าเรื่อง " ปอบ "  ใกล้ๆ บ้านของกุหลาบ เป็นบ้านไม้หลังเล็กๆ เก่าๆ ซึ่งภรรยาเจ้าของบ้านมีศักดิ์เป็นญาติกับกุหลาบ  ลุงที่ว่าชื่อ " ชัย " ผิวดำ ตัวล่ำ ดูๆก็น่ากลัว แกเรียนวิชาทำเสน่ห์  ยาแฝด  เห็นเค้าบอกว่าแกเรียนของหมอเขมร กุหลาบเห็นลุงชัยตอนเด็กๆ ก็รู้สึกไม่ชอบ  เพราะแกเห็นเด็กผู้หญิงแล้วชอบจับ ของเด็ก  แต่ตัวกุหลาบเองไม่เคย เพราะเห็นจะไม่เข้าใกล้  กุหลาบเห็นผู้หญิงแปลกหน้า  เข้าออกบ้านลุงชัยบ่อยมาก  เพราะรั้วบ้านติดกัน  ส่วนมากจะมาทำเสน่ห์ให้ผัวรัก  ผัวหลง  และเอาสามีกลับคืนจากเมียน้อยบ้าง  เมียน้อยทำเอาสามีจากเมียหลวงบ้าง  บางคนที่สามีไปติดผู้หญิงแล้วเมียหลวงก็มาทำให้สามีเป็นบ้าก็มี  และแต่ละรายเค้าก็บอกว่าได้ผล  แต่ก็ไม่ทราบว่าเค้าคิดค่าครู  ค่าคายเท่าไหร่  แต่เห็นคนเค้าเล่าว่า  แกกินค่าครูเกิน  เพราะพอมีคนมาหาเยอะสงสัยเกิดความโลภ  แกก็เลยเป็น  "  ปอบ  "  

ที่รู้ว่าแกเป็น "  ปอบ "  ก็เพราะมีคนโดน ปอบเข้า แล้วคนที่ปอบเข้า ออกปากเองว่าชื่ออะไร  เพราะเวลาที่ปอบเข้าเค้าจะพาไปหาพระ  แล้วพระท่านจะถามเอง  ว่าอยู่ไหน  ชื่ออะไร  มันกลัวพระมันก็จะบอกเอง  พอนานวันเข้าปอบมันก็เริ่มเยอะมากขึ้น  เพราะว่ามีหมอธรรมคนหนึ่งท่านมาบ้านกุหลาบ  (  นานแล้วค่ะ )  ท่านบอกว่า  ป้าด บ้านสูโตอันนี่  มันคือหลายแท้  เกาะเต็มฮั่วเลย"  พี่สาวก็เลยถามว่า  อะไรล่ะตา  "  ปอบ  นั่นตัว  ตั้ง  99 โตพู่นน่ะ  แต่มันทำอะไรพวกสูไม่ได้หรอก  เพราะบ้านสูมีของดี " ตอนนั้นก็ไม่ทราบว่าของดีนั้นเป็นอะไร  แต่ที่สำคัญกลัวปอบมากกว่า  เพราะมันเยอะเหลือเกิน แต่ตาบอกว่า  พวกที่เกาะข้างรั้วเป็นบริวารของมัน ไม่เท่าไหร่หรอก  แต่ตัวมันเองนี่ซิ ตาเรียกว่า บักดำใหญ่  น่ากลัวเพราะมันเก่งแล้ว เข้าใครตายลูกเดียว  

พ่อของกุหลาบเองไม่เคยกลัว เลย  ขนาดตอนนั้นพ่อป่วย พ่อก็เห็นมีหมาดำใหญ่มาหาพ่อ  พ่อก็ไม่กลัวเอามีดขว้างใส่  แล้วพูดว่ากูไม่กลัวมึงหรอก  หลังจากนั้นมาก็มีคนโดนปอบเข้าบ่อยมาก เสียชีวิตโดยไม่ทราบสามเหตุก็มี  บางทีควายตาย ตับ  ปอดหายหมดก็มี  และต่อมาก็ไม่ค่อยมีใครอยาพูดกับลุงชัย  เพราะบางทีก็มีคนเค้าเห็นแสงออกจากใต้ถุนบ้านแก  ชาวบ้านก็ต่างพากันหาของใส่ตัว  มีครั้งหนึ่งตอนที่พ่อของกุหลาบนอนรพ.ที่มหาราช กุหลาบก็ไปหาพ่อ  ตอนไปจากบ้านรู้สึกว่าชาที่ขา 1 ข้าง  เค้าบอกว่าถ้าชาที่ขาแสดงว่ามีอะไรเกาะขาเราไปด้วย  เราก็พยายามสลัดมันก็ไม่หายชา  เราก็คิดนะว่า  มันจะตามกูไปหาพ่อแน่ๆ  พอไปถึงรพ. เข้าไปหาพ่อที่ห้อง  พ่อพูดว่า  "  มึงเอาบักชัยมันมานำเฮ็ดหยัง "  เราก็ตกใจ  "  อยู่ไหนละพ่อ "  พ่อบอกว่ามันอยู่ที่ปลายเตียง  แลบลิ้นแผล็บๆอยู่นั้นไง  พ่อมองเห็นมันแต่พ่อไม่กลัว  พ่อพูดว่า  "  มึงบ่ได้กินกูดอก  ได้กินแต่ขี้กูนี่แหละ "  พ่อเป็นคนที่ใจแข็งมาก  แล้ววันนั้นไม่รู้ว่าปอบกลับบ้านยังไง เพราะกุหลาบไม่ได้ชาขาตอนกลับ  สงสัยอยู่ที่รพ.

หลังจากนั้นพี่สาวก็ได้ไปเอาของดีที่ลพบุรีเอาฝังไว้ใต้บันไดบ้านของลุงชัยตอนที่แกไม่อยู่บ้านไปนา  พี่สาวว่า  กลัวเกือบตายตอนที่เอาของไปฝัง  เพราะพระท่านบอกว่า เดี๋ยวมันก็อยู่บ้านไม่ได้เอง  แล้วไม่นานลุงชัยก็พาลูก เมียแกไปอยู่ที่นา ของแก  แต่แกก็เดินมาดูบ้านบ่อยอยู่  เดินเข้าออกหมู่บ้านประจำ  แต่เดี๋ยวนี้รู้สึกว่าฤทธิ์จะซาลงบ้าง  แต่ก็มีคนที่เค้าออกไปหากินตอนกลาง  ก็จะเห็นดวงไฟขนาดใหญ่ ลอยไป ลอยมาแถวๆนาของแก  เมื่อเร็วๆนี้  มีคนเค้าไปรับจ้างทำนาให้ญาติกุหลาบและเค้าไม่เข้าบ้านจะนอนที่กระท่อมนา ตอนกลางคืนมีดวงไฟลอยไปหาเค้า เค้าก็ใช้ไปส่องดู  แค่นั้นแหละ ร้องลั่นเลยวิ่งเข้าบ้านในตอนกลางคืน  มาเล่าให้คนในบ้านฟังว่า  ที่ส่องไฟไปนั้น  มันเป็นหน้าผู้ชาย  หัวหยิก ดำ  มีไส้ห้อยด้วย  คนเค้าก็เลยคิดว่านั่น  คือ " ลุงชัย "  สงสัยจะออกไปหากินตอนกลางคืน   นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า  " ปอบมีจริงค้า และกระสือด้วย  แต่หนูไม่กลัวเพราะหนูมีของดีของท่านอ.อุบล "

เหลืออีกเดี๋ยวกุหลาบมาเล่าต่อค่ะ  เพราะเรื่องปอบบ้านกุหลาบเยอะ  

ผู้แสดงความคิดเห็น กุหลาบ รักสนิท ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-18 05:48:18


ความเห็นที่ 17 (1629859)

 ตกลงว่า ถอดหัว มีไส้ห้อย

เหมือนในละครทีวี

ที่เราดู ๆ กันเลยใช่ไหมค่ะ คุณกุหลาบ

เล็กก็เคยได้ยิน เพื่อนเล่าให้ฟัง

ว่าพี่สะใภ้ท้อง แล้วเวลากลางคืนก็มีดวงไฟแว้บ ๆ

ลอยอยู่แถวบ้าน เขาว่าพวกนี้ชอบกินรกเด็ก

อันนี้จริงไหมค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น เยาวลักษณ์ เกิดมีทรัพย์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-18 10:18:48


ความเห็นที่ 18 (1629876)

คุณเยาวลักษณ์คะกุหลาบเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน  แต่ก็เคยได้ยินคนแก่เค้าเล่าเหมือนกัน  แต่มีเรื่องปอบขำๆมาเล่าสู่กันฟัง  กรุณาตั้งใจฟังนะคะ

คือมีป้าคนหนึ่งชื่อ  ป้าพิน  แกเป็นคนที่ผีปอบชอบเข้าประจำ  เค้าบอกว่าถ้าใครเคยโดนก็จะโดนเข้าบ่อยๆ  สงสัยแกเป็นคนที่จิตอ่อน  และจะมีปอบเจ้าประจำที่่ชอบมาเยี่ยมแกประจำชื่อ  " ยายขวัญ " ยายขวัญแกอยู่คนละหมู่บ้านกับกุหลาบ แต่เป็นหมู่บ้านใกล้ๆกันใช้วัดเดียวกัน  แต่ว่านาของแกอยู่หมู่บ้านของกุหลาบ  เวลายายขวัญ แวะพูดหรือด่ากับใครก็ตาม  ตกเย็นเป็นได้เรื่อง ยายขวัญจะต้องไปเข้าคนนั้นทันที  ตอนที่กุหลาบยังไม่มีครอบครัว  เคยไปขโมยมะขามเทศที่นายายขวัญ  ทั้งขึ้น ทั้งมองต้นทาง กลัวยายขวัญมาเห็น และกลัวปอบแกด้วย คนส่วนมากจะไม่อยากคุยกับแก  ยายขวัญ แกมีอาชีพเสริมคือ ขายยาลูกกลอนแก้ปวดขา  ปวดต่างๆ  สงสัยจะเล่นของที่ทำให้ขายดี  ก็เลยกลายเป็นปอบ  มาเล่าเรื่องของป้าพิน  มีวันหนึ่ง แกไปทำนา กับแฟนแก เมื่อหลายที่แล้ว  ขณะทำนาอยู่ดีๆ  ป้าพินก็เกิดอาการเหมือนคนจะร้องไห้  ก้มหน้าก้มตา  แฟนถามก็ไม่ตอบก้มหน้าอยู่นั่นแหละ  นานต่อนานแฟนแกชื่อลุง แหล่ ชักสงสัยเพราะอาการแบบนี้แกเห็นบ่อย  ไม่ใช่อะไรแน่ๆ นอกจากปอบเข้ายายพิน  ลุงแหล่เกิดอาการโมโหให้ปอบ  พูดอย่างไรก็ก้มหน้าไม่สู้หน้าใคร  แกก็เดินไปเอาจักรยาน แล้วบอกให้ป้าพินขึ้นรถ  ซึ่งตอนนั้นไม่ใช่ป้าพิน ซึ่งปอบก็ถามว่า "  มึงจิพากูไปไส" ( ขออนุญาตเขียนคำหยาบนะคะ  เพราะปอบบ้านนอก) ลุงแหล่ก็ตอบว่า  "  ไปไสกะมาโลด จิพาไปเทียว ถ้ามึงบ่ออกกูจัดการมึงแท้ "  " มึงจิเฮ็ดอีหยังกู  กูบ่ย่าน  กูมาหาอีพินซือๆ(เฉยๆ) กูมาเบิ่งมันดำนา  ปอบกับคนก็เถียงกันอยู่นั่นแหละ  ลุงแหล่แกโมโหก็เอาป้าพินซ้อนจักรยานมาตามถนนซึ่งแกก็จะพามาหาหลวงตาที่วัด  ปอบก็นั่งจักรยานมาด้วยไม่ยอมออก มีการบอกลุงแหล่ว่า  "มึงถีบดีๆเดี๋ยวกูซิตก  "  ลุงแหล่แกพูดว่า เดี๋ยวกูเอาเป็นเมียซะน้อ  ปอบก็กลัวนะเพราะแกเป็นผู้หญิง  แต่ก็ไม่ยอมออก  จนลุงแหล่ถีบจักรยานมาถึงหน้าวัดซึ่งก็ไกลพอสมควร  ปอบก็ถามว่า " มึงจิพากูไปไส "  มาไสมึงกะเบิ่งเอาตี้  "  ลุงแหล่แกชักมีอารมณ์กับปอบและแกก็เหนื่อยด้วยปั่นจักรยานมาตั้งไกล  โมโหทั้งปอบทั้งเมีย  ผลปรากฏว่า  ปอบยอมออก  ยังไม่ทันไปพบหลวงพ่อเลย  เพราะปอบกลัวเจอหลวงพ่อ  หลวงพ่อท่านนี้เก่งในเรื่องไล่ปอบ  พอปอบออก ป้าพินได้สติ  ถามลุงแหล่ว่า  " เจ้าพาข่อยมาหยังนี้ "  ลุงแหล่ตอบด้วยความโมโหว่า  " พาเจ้ามาไล่ปอบแม่ใหญ่ขวัญ "  แล้วสองผัวเมียก็พากันขี่จักรยานกลับนาเหมือนเดิม ด้วยอาการกระฟัดกระเฟียด  ไม่ทราบว่าป้าพินถึงนารึเปล่า 

ซึ่งป้าพินจะเป็นคนที่ปอบยายขวัญเข้าบ่อยที่สุด  ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไรยายขวัญถึงได้พิศวาสป้าพินนักหนา เพราะป้าพินก็ผอม ไม่น่าอยากเลย แต่เดี๋ยวนี้ยายขวัญสิ้นฤทธิ์แล้วแกปล่อยวิชานี้ให้ลูกสาวแทน  ส่วนมาก ลูกสาวยายขวัญจะออกไปหากินบ้านอื่นเพราะบ้านแถวใกล้ๆเค้ารู้กิตติศัพท์แล้ว  แต่ถ้าเวลาไปขายของเค้าว่าของตัวเองไม่ดี คนที่พูดต้องเจอเข้าทันที  เวลาไปเข้าบ้านอื่นมาแล้วเค้าจับได้แล้วโดนทำโทษมา  ลูกยายขวัญ  หรือยายขวัญก็ตาม ก็จะมีรอยทำโทษมาเช่นโดนเฆี่ยน หรือโดนตัดผม  ก็จะมาเป็นที่ยายขวัญ หรือลูกยายขวัญทันที  และก็จะไม่กล้าออกบ้านนานพอสมควร

                          จบเรื่องปอบยายขวัญ

และมีอีกเรื่อง  ไม่ทราบจริงหรือเท็จ  เพราะคนรู้จักกันเล่าให้ฟังเมื่อ 2 เดือนที่แล้วว่า ที่หมู่บ้านหนองรกฟ้า ซึ่งเป็นหมู่บ้านในตำบลเดียวกับกุหลาบ  ตอนกลางวันเด็กๆประมาณ ม. 1 ได้พากันไปเล่นที่ ร.ร. บ้านของตัวเอง แล้วเด็กๆเหล่านั้นบอกว่าเห็นกระสือมือแต่หัวอยู่ที่ร.ร แล้วเด็กๆเหล่าก็พากันวิ่งเข้าบ้านมาเล่าให้ชาวบ้านฟัง  เค้าก็พากันออกไปดู  แต่ไม่มีอะไร ( มันจะอยู่ให้คนออกไปดูอยู่รึ) 

เมื่อต้นเดือนพี่หวอยคนในหมู่บ้านเล่าให้ฟังว่า ได้ไปงานศพย่าพี่หวอย ซึ่งหมู่บ้านนี้พี่หวอยบอกว่ามีปอบด้วย ซึ่งย่าพี่หวอยเสียชีวิตเค้าคิดว่าเป็นเพราะปอบเอาไป  เพราะแกเหนือยล้า และพูดแต่ชื่อคนที่เป็นปอบ  วันนั้นป้าหวอยไปงานสวดตอนเย็นและได้สวมแหวนสฟิ้งซ์และเข็มกลัดท่านท้าวเวสสุวรรณไปด้วย  เพราะแกก็กลัวเหมือนกัน  พอพระสวดเสร็จหญิงคนที่ว่าเป็นปอบก็มา  แต่อยู่นอกเต๊นท์ ป้าหวอยก็เลยออกไปเรียกให้มากินข้าวเย็น  มายืนใกล้ๆและเอามือจับเก้าอี้ให้ปอบเห็นแหวน  และคนที่คิดว่าเป็นปอบก็มองมาที่เข็มกลัดท่านท้าวเวสสุวรรณ  แล้วแก้รุกรี้รุกรนและบอกว่าไม่เป็นไรไม่กินหรอกจะกลับแล้ว   แล้วก็รีบออกมาเลย  พวกญาติๆของพี่หวอยรีบวิ่งออกมาเรียกว่า  ไปพูดกับมันทำไม  มึงไม่กลัวเหรอ   พี่หวอยบอกว่า  ไม่กลัวมีของดีอยู่

ขอจบเรื่องปอบๆนะคะ 

ุ 

ผู้แสดงความคิดเห็น กุหลาบ รักสนิท ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-18 12:07:24


ความเห็นที่ 19 (1629927)

อ่านเรื่องปอป

เรื่องกระสือ

จากประสบการณ์ตรง

ของคุณกุหลาบแล้ว เป็นไงกันบ้างจ๊ะ

 

อันที่จริง

หลายคนที่เข้ามาอ่าน

ก็มีเรื่องเยอะ แต่ขี้เกียจเล่า

 

ถ้าขยันเล่า

แบบคุณกุหลาบ

ชีวิต

คงพบปาฎิหาริย์เหมือนครอบครัว

คุณกุหลาบกันมากมาย

อย่างน้องแสตมป์

เป็นต้น

-----------------

ขอเล่าเรื่องงูยักษ์ต่อนะ

 

ได้ถามลุงเบิ้มว่า

ลุงเบิ้ม ตอนที่งูเขายกตัวขึ้น

สูงเท่าเสาไฟแรงสูง

ส่วนที่เหลือที่อยู่ที่พื้นดินอีกยาวไหม

 

อีกเท่าตัวครับ

 

โอ้ย

ถ้างั้นมันไม่ใช่แค่ 20 เมตรแล้วนะลุงเบิ้ม

 

ครับ

ผมกะไม่ถูกเลยครับ

แต่รู้ว่า ตัวมันใหญ่มาก

เวลามันยกหัว ยกตัว

ผมเทียบกับต้นยาง ที่สูงๆนะครับ อ.

มันยกได้สูงเท่าต้นยางครับ

แล้วที่มันยกนี่

แค่ครึ่งลำตัวเองครับ

 

โอ้

พระเจ้า

ถ้าใครเจอเอง

อย่างลุงเบิ้ม นึกภาพดู

กันเอาเองนะ ว่าจะรู้สึกยังไง

ซ้อมความรู้สึกกันไว้

ด้วยนะจ๊ะ

 

เขาให้ลุงเบิ้ม

รอดชีวิตมา เพื่อเป็น

นายไปรษณีย์

นำ สารนี้ มาส่ง ยังคนเมือง

ที่ยังประมาท ยังไม่รู้ ว่าเขามีอยู่จริง

 

แล้วเขาเป็นงูอะไร

ทำไม คนไม่กล้า บอกเล่า

ทำไม คนไทย รู้ได้ไม่กี่คน

แต่ลุงเบิ้มได้รู้ ได้เห็น

ด้วยตาตัวเอง

แล้วก็มีชีวิตรอดมาเล่า

 

เป็นจังหวะที่

ภัยพิบัติกำลังจะมา

เขาต้องการให้รู้ข่าวเกี่ยวกับ

วีรกรรมของเขา

ว่าเขา

มีความสามารถทำอะไรได้บ้าง

 

ถ้าคิดจะหนี

จะหนีไปไหนดี ถึงจะพ้นเขาได้

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-18 18:04:22


ความเห็นที่ 20 (1629949)

กราบขอโทษค่ะท่านอ.อุบล  หนูแก้แล้วแต่เน๊ตมันเล่มค่ะ  แค่แม่เล่าที่บ้านพระราม7  งูเหลือมยาว 7  เมตร กินหมาไป 1  ตัว  ที่เห็นแล้วอีกตัวหนึ่งหายไปไม่ทราบมันกินหรือเปล่าแต่มันนอนนิ่งมันอิ่มมาก   แม่ก็เลยเรียกให้เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ดุสิตมาจับไปในกรุงเทพยังยาวขนาดนี้เลยแล้วในป่าที่ลุงเบิ้มเล่าว่างูยักษ์จะขนาดไหน ( เรื่องหนูเขียนผิดพยาควายค่ะ ที่จริงเป็นพยางูค่ะ)

ผู้แสดงความคิดเห็น บุญภิบาล คงเขียว ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-18 19:54:12


ความเห็นที่ 21 (1629953)

เป็นจังหวะที่

ภัยพิบัติกำลังจะมา

เขาต้องการให้รู้ข่าวเกี่ยวกับ

วีรกรรมของเขา

ว่าเขา

มีความสามารถทำอะไรได้บ้าง

 

ถ้าคิดจะหนี

จะหนีไปไหนดี ถึงจะพ้นเขาได้

 แค่คิด....ก็หนาวไปสุดขั้วหัวใจแล้วค่ะ หากเจอเข้าจริงๆคงอัมพาตรับประทานแน่ๆ ยังไม่เคยเจออะไรที่ช๊อคได้ขนาดนั้น แค่ฝันว่าโดนผีหลอก ยังไปไม่เป็นเลยค่ะ เจอของจริง จะวิ่งออกรึเปล่า ยังไม่รู้  เพราะถ้าเป็นงูนักล่าตัวจริง เขาจะไม่ปล่อยให้เหยื่อรอดได้เลย ตัวใหญ่ยักษ์มหึมาขนาดนั้น ความพิเศษของเขาคงมากตาม คงมิใช่ใหญ่เพื่อไว้ขู่อย่างเดียวแน่

และหากใครยังไม่เคยเผชิญกับความน่าสะพรึงกลัวสุดขีด เหมือนที่ลุงเบิ้มเจอ ก็อาจจะยากที่จะระงับความตระหนกได้ทัน

ภาพงูยักษ์ที่น้องเอิ้นนำมาลง ก็น่ากลัวแล้วนะคะ หนัก 300โล อายุ140ปี งูที่ลุงเบิ้มเห็นยังใหญ่ได้อีกเหรอคะ ยืดตัว ยกตัวได้สูงกว่าต้นยางอี้ก....ป้าด  ยอดต้นยางนี่ แหงนคอตั้งเลยนะคะแถมเขมือบควายตัวใหญ่ๆได้ทีละ 3-4ตัว โอ้โห....งั้นอายุคงหลายร้อยปี และหนักเป็นตัน โอ้ว.......อาจารย์อุบลช่วยด้วย ขอให้อ๋อยมีสติตลอดเวลาด้วยเถิดเจ้าค้า กึ๋ยยยย......

ผู้แสดงความคิดเห็น อ๋อย เพ็ญศิริ บุตรมนต์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-18 20:08:31


ความเห็นที่ 22 (1629958)

กราบขอโทษค่ะท่านอ.อุบล 

หนูแก้แล้วแต่เน๊ตมันเล่มค่ะ 

ผู้แสดงความคิดเห็น บุญภิบาล คงเขียว ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-18 19:54:12

 

 

 

คุณบุญภิบาล

แก้อะไรคะ ลองไปอ่าน

ความเห็นที่ 6 ดูอีกทีนะคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-18 20:27:58


ความเห็นที่ 23 (1630088)

 

อ่านเรื่องเล่าของลุงเบิ้ม

ที่ อ.อุบล เมตตามาถ่ายทอด

บอกตามตรง หนังตื่น

เป็นเรื่องที่ต้องเชื่อ

และ

เตรียมตัวให้พร้อม

หากเราต้องพบเจอจะเป็นงัย

อุ้ย.ย.ย

งูกินควาย..

แล้วควายบ้านสวนฯอย่างเรา

ก็คง จอดไม่ต้องแจวอ่ะค่ะ

snake eating a buffalo cub งูกินควาย

http://www.youtube.com/watch?v=frCE5t2D3BA&feature=fvwrel

 แล้วเหตุหากภัยพิบัติที่ต้องนำ

สัตว์ที่ไม่พึงประสงค์

ทั้ง พี่เข้ น้องงู

ออกมาแสดงตัว

อ้า....

ภาพขนาดย่อ

http://www.youtube.com/watch?v=tkD89SEu6As

ผู้แสดงความคิดเห็น ประวีณา แค้มป์ ( แมว ) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-19 19:12:44


ความเห็นที่ 24 (1630107)

ไหนๆก็ลิ้งค์

ภาพงูกินไอ้เข้ กับกวาง

มาให้ดูแล้ว

ก็อยากรบกวนให้ลิงค์

ภาพงูกินคนไปครึ่งตัวด้วยได้ไหมจ๊ะ

ที่เห็นแต่ก้น กับ ขาโผล่มาน่ะจ้า

 

เป็นภาพที่เขาอยากให้ดูกันไว้

ว่าอีกไม่นาน เขาจะมา

ทวง สัญญา...จ้า

***************************

-มีใครเคยฆ่างูป่าว

-มีใครเคยกินงูป่าว

-มีใครเคยไม่เชื่อว่า งูเป็นบริวาร

พญานาค บริวารท้าวมหาราชป่าว

เขาบอกว่า

เดี๋ยวมาหา ถึงตัวเลย

มายืนยัน อย่างช้า 21 ธ.ค.55

นะจ๊ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-19 21:51:36


ความเห็นที่ 25 (1630110)

      ตัวเล็ก ขอเล่าเรื่องที่ได้ประสบมาบ้างนะครับ เรื่องก็มีอยู่ว่า เมื่อตอนที่ได้บวชทดแทนคุณบิดามารดาที่จังหวัดอุบล ตามที่ปฏิบัติที่ต่างจังหวัดก่อนบวชและหลังลาสิกขาแล้วจะต้องอยู่ปรนิบัติรับใช้ที่วัดในระยะเวลาหนึ่ง

      แต่เหตุการณ์ที่เกิดนั่นก็คือตอนเช้ามืดก่อนจะไปทำวัตรในตอนเช้าคือครึ่งหลับครึ่งตื่น ก็ได้เหมือนกับฝันไปว่าได้มีชายหรือหญิงไม่ทราบเพราะหน้าตาดูไม่ออกลำตัวยาวมากกว่าคนปกติเพราะตัวเล็กนอนที่ชั้นสองของกุฎิ คือยื่นหน้ามาจากหน้าต่าง เหมือนกับว่าเขามาขออะไรบางอย่างกับผม หน้าตาก็เศร้าๆ ด้วยความกลัวก็ตกใจตื่นและร้องขอความช่วยเหลือ จนพระพี่เลี้ยงถามว่าคุณพงษ์เดชเป็นอะไรโดนเข้าแล้วใช่ไหม แต่ก็ไม่ได้อธิบายให้ฟังว่าคืออะไร

      พอมานึกดูและคิดถึงภาพที่วาดตามหนังสือก็คงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกเสียจาก...เปรต...ที่มาขอส่วนบุญที่ตัวเล็กได้บวชในครั้งนั้นทุกวันนี้ยังติดอยู่ในความทรงจำตลอดเวลา และด้วยความที่บวชและไม่ได้ศึกษาอะไรเลย ก็เลยไม่ได้อุทิศบุญให้แก่เขา

       จวบจนได้มาบ้านสวนพีระมิด ท่านอาจารย์อุบลก็ได้สอนการอุทิศบุญและทุกครั้งที่มีการอุทิศบุญก็จะนึกถึงเปรตท่านนั้นตลอด ยังคิดว่าถ้าตอนนั้นสภาพจิตเราดีๆก็คงได้คุยกับเปรตท่านนั้นว่าต้องการอะไรมีอะไรให้ช่วย นี่แหละนะที่เข้ากับสุภาษิตที่ว่าบวชเปลืองผ้าเหลืองลาบวชแล้วเปลืองผ้าลายจริงๆ

        นี่ก็คงบ่งบอกว่าพวกเราชาวพุทธทั้งหลายยังขาดความเข้าในหลักการปฏิบัติของพระพุทธศาสนาอีกเยอะ ตัวเล็กขอขอบคุณที่ได้เจอบ้านสวนพีระมิด ได้รู้หลักศาสนาบ้างที่ท่านอาจารย์อุบลได้สั่งสอนมา ขอขอบคุณจริงๆครับ สาธุๆๆ

           

ผู้แสดงความคิดเห็น พงษ์เดช ชาวไทย(ตัวเล็ก) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-19 22:24:25


ความเห็นที่ 26 (1630114)
image

 

 

 

 

http://www.youtube.com/watch?v=ypq5LdGGEyM

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น สิงห์เงิน อุดมศิริ (ตาโต๊ะ) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-19 23:00:46


ความเห็นที่ 27 (1630118)

ไหนๆก็ลิ้งค์

ภาพงูกินไอ้เข้ กับกวาง

มาให้ดูแล้ว

ก็อยากรบกวนให้ลิงค์

ภาพงูกินคนไปครึ่งตัวด้วยได้ไหมจ๊ะ

ที่เห็นแต่ก้น กับ ขาโผล่มาน่ะจ้า

 

เป็นภาพที่เขาอยากให้ดูกันไว้

ว่าอีกไม่นาน เขาจะมา

ทวง สัญญา...จ้า

***************************

ไม่ใช่ินิยาย…. ไม่ใช่ละคร…..

ที่พวกเราจะได้เห็นนี้ มันคือความจริง
งูกินคน

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ประวีณา แค้มป์ ( แมว ) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-19 23:23:51


ความเห็นที่ 28 (1630124)

ขวัญไม่แน่ใจว่าเคยเจอปอป/กระสือ/เปรต รึป่าวค่ะ แต่จำได้ว่าเคยเห็น, ได้ยินเสียงผีโดยที่ตัวเองไม่ต้องการจะรับรู้ค่ะ

ตอนเย็นวันหนึ่ง(หลายปีมาแล้ว) ง่วงนอนมาก ก็เลยเข้าห้องนอน ไปนอนเล่นๆหลับตาที่ปลายเตียง แล้วหลับไป ซักพักเหมือนโดนปลุกให้ตื่น แล้วขยับตัวและลืมตาไม่ได้ นอนในท่าตะแคงซ้ายหน้าเข้าหาหัวเตียง ที่ตกใจสุดๆคือ รู้สึกเหมือนมีผียืนข้างหลังเรา และมีเสียงพูดกรอกหู เป็นภาษาที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน พูดนานพอสมควร เสียงชัดมาก ขนลุกทั้งตัว พอขยับตัวได้ รีบออกจากห้องเลย แต่ปัจจุบันก็ยังนอนให้ห้องนี้อยู่ค่ะ

แล้วก็ เคยไปปฏิบัติธรรมที่ยุวพุทธิกสมาคม นานมาแล้ว จำได้ว่าขี้เกียจเลยตื่นสาย ตื่นมาเห็นร่างผู้ชายดำๆ 3 คน(ไม่แน่ใจจำนวน) ยืนมองที่ขอบเตียงค่ะ

*************************

ตอนเด็ก ขวัญเคยเจองู จ้องหน้ากันหลายวินาที งูยาวหลายเมตร ลำตัวสีน้ำตาลแซมเหลือง

ตอนนั้นยืนใกล้บริเวณหญ้ารก เขาเลื้อยออกมาแล้วก็หยุดห่างจากขวัญประมาณ 1 เมตร มองหน้ากันซักพัก  เราก็กรี๊ด เขาก็ตกใจเลื้อยกลับไป 

*************************

-มีใครเคยฆ่างูป่าว

-มีใครเคยกินงูป่าว

-มีใครเคยไม่เชื่อว่า งูเป็นบริวาร

พญานาค บริวารท้าวมหาราชป่าว

หนูเคยมีส่วนรู้เห็นในการฆ่า, เพิกเฉยเมื่อทราบว่าคนอื่นกำลังจะฆ่าหรือเอางูมาทำอาหาร, ไม่แน่ใจว่าเคยกินงูรึป่าว, เชื่อว่างูเป็นบริวารพญานาค บริวารท่านท้าวมหาราชค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ครองขวัญ วงศ์ดีประสิทธิ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-20 01:16:07


ความเห็นที่ 29 (1630131)

อ่านเรื่อง งูยักษ์ ที่ถ่ายทอด

ผ่านการบอกเล่าจากลุงเบิ้มแล้ว

มั่นใจค่ะว่า มิใช่

งูใหญ่ยักษ์ระดับธรรมดาๆ แน่ๆค่ะ

 

เพราะความยาวกว่า 40 เมตร

และกินควายยักษ์ได้ทีละ 4ตัว(เป็นอย่างน้อย)

 

แค่น้ำหนักควายในท้อง ก็ร่วม 2 ตันแล้ว

แล้วตัวท่าน งูยักษ์ เอง

จะหนักกี่พันกิโล..หนอ..

ฉะนั้น จะกินคน นั้น

มันคงจะเป็นเรื่อง สบายๆ แน่ๆ

 

ยิ่งอ่าน ยิ่งหนังตื่น จริงๆค่ะ

ถ้าชนิดาเป็นลุงเบิ้ม

คงช็อคตัวแข็งไปแล้ว...

 

แค่ชนิดาเห็นงูเล็กๆ

ที่สถานปฏิบัติธรรมในสวีเดน เมื่อสองปีที่แล้ว

ยังใจหล่นตุ๊บเลย

พอเราหยุดให้เค้าไปก่อน เค้าก็หยุดด้วยอีก

เราก็ไม่กล้าเดิน กลัวเค้าจะเลื้อยตามมาฉก

แต่ซักพักเค้าก็เลื้อยไปตามทางของเค้า

แบบว่า ทางใคร ทางมัน

แต่ใจเรานั้น สะเทือนไปแล้ว...

...........................

อ่านเรื่องผีกระสือ ผีปอบ

จากแม่หมอกุหลาบแล้ว

 

ยิ่งเป็นการคอนเฟิร์มชัดๆอีกทีว่า

สิ่งเหล่านี้ เค้ามีอยู่จริง

แถมอยู่ร่วมกับคน

ในสังคมเดียวกันซะด้วยเนอะ

 

แต่แอบ"ฮา" ที่ปอบยายขวัญยอมออก

เพราะกลัวโดนจับเป็นเมีย

สงสัย หนุ่มๆทั้งหลายต้องจำมุขนี้ไว้ใช้

เพื่อไล่ปอบ แล้วมั้งคะเนีย...

.............................

ดูแล้วหลายๆท่าน ก็มีประสบการณ์ขนหัวลุก

ให้ได้มาเหลา กันทั้งนั้นเลยนะคะ

 

แต่เท่าที่จำได้ชนิดา

ยังไม่เคยเจออะไรแบบจะๆนะ

แล้วก็ยังไม่อยากเจอด้วย

 

ขนาดนั่งสมาธิ

บางทีมีอะไรมาวูบๆวาบๆข้างหน้า

ก็กลัวจนหัวหด

ต้องรีบขอบารมีเสด็จพ่อท่านท้าวเวสสุวรรณ

ให้ช่วยเมตตาคุ้มครองและ"กันๆ"ไว้ก่อน

แบบว่า ยังไม่พร้อม เจอ...อย่างแรง..ค่ะ

 

 

สรุปว่า กลัวทุกอย่าง ทั้งผี ทั้งงู

เฮ้อ...จะไหวไหมเนี่ย ...

 

และชนิดาเอง ก็เคยมีส่วนทำให้"งูเขียว"

ถูกฆ่ามาแล้วเหมือนกัน

ผู้แสดงความคิดเห็น ชนิดา เชิงสะอาด/CHANIDA ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-20 05:45:13


ความเห็นที่ 30 (1630144)

กราบสวัสดี ท่าน อ.อุบล ท่าน อ.มงคลที่เคารพรักและศรัทธายิ่งค่ะ

    เรื่องตีงูตาย หลายปีผ่านมาแล้ว ลูกมาซื้อบ้านอยู่นนท์ข้างบ้านติดสวนและตัวเองก็ชอบปลูกต้นไม้ มันร่มรื่น ก็มีสัตว์ทั้งนก ตะขาบ กิ้งกือ แมงป่อง งูดิน งูเขียวชอบมานอนขดบนต้นไม้  ตอนมาอยู่ใหม่ๆกลัวเพราะเรามีลูกๆ กลัวจะโดนกัด ก็จัดการเรียบตีมันตาย               มีเหตุการณ์หนึ่งมาเตือนแล้วยังไม่รู้ตัวลูกได้ตีงูเขียวตาย แต่ไงอีกสัปดาห์พวกเราเจอ        ลูกงูเขียวตัวเท่าดินสอทีละตัว สองตัว รอบบ้าน แม้กระทั่งมันพันที่แฮนด์จักรยาน นับรวมได้ 13 ตัว ตีมันบ้าง โยนไปสวนบ้าง  ไปถามยายแถวบ้านกลัวบาป ยายบอกไม่เป็นไรมันมีพิษแต่ลูกก็ไปใส่บาตรให้งู และบอกพระว่าตีงูตายเลยมาใส่บาตรให้มัน ท่านก็หัวเราะ บอกไม่เป็นไรแต่เมื่อราว 4 ปีผ่านมาลูกเลิกฆ่างูโดยเด็ดขาด เพราะเจอกับตัวเอง  ลูกชายคนโตเรียน มหาลัย ปี 4 แล้ว ตอนเข้าตื่นงัวเงีย เสียงดังโครม ล้มชักตาตั้ง ข้างโต๊ะคอม  ลูกตะโกนเรียกแฟนช่วย แต่ดีว่าตัวเองมีสติเคยเห็น เจ็กข้างบ้านช่วยคนเป็นลมบ้าหมูชัก โดยเอามือสอดจมูกแล้วดึงจมูกให้โย่งขึ้นให้อากาศหายใจได้ และขี้สงสัยเลยถามแกว่าทำยังไง ต้องขอบคุณอาเจ็กค่ะ  รีบตบหน้าลูก อ้าปากให้เอาผ้ากัด ลูกคนอื่นเอายาม่องมานวดปลายมือ ปลายเท้าพี่  พอลูกเรียกแม่ได้ ก็ดีใจ ให้พ่อพาไปหาหมอที่  ร.พ.  ตอนกลับมาจึงรู้ว่าลูกลื่นผ้าท้ายทอยไปฟาดโต๊ะคอม มีรอยปรากฎ   กราบขอบพระคุณคุณพระคุณเจ้าที่เมตตาให้โอกาส ลูกขออโหสิกรรมต่องูที่ลูกตีมันตายและสัตว์อื่นๆลูกสำนึกผิดค่ะ

   ยิ่งได้มาเจอ ท่าน อ.อุบลบ้านสวนพีระมิด ธรรมทานต่างๆ ทำให้เราตาสว่าง มองการใช้ชีวิตที่ผ่านมาว่าดีแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ยังผิดศีลอยู่ ลูกจะพยายามลดละเลิก ธรรมดาลูกก็ไม่ละเลยที่จะช่วยผู้อื่น ยิ่งมีของดีบ้านสวน วันก่อนคนรถเก็บขยะ เห็นเขากำมือมีเลือดไหล ถูกแก้วบาด รีบเอาน้ำพีระมิด ราดให้ เลือดหยุด ใส่ทิงเจอร์อีก 

                           ลูกขอกราบ ท่าน อ.อุบล และจะไม่ละเลยช่วยเหลือผู้อื่นค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น สุระณี สิริมานุวัฒน์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-20 10:10:12


ความเห็นที่ 31 (1630145)

 อ่านเรื่องงูยักษ์ และเห็นรูปแล้วน่ากลัวสยองจริงๆเลยครับ T_____T

วันนี้ขอมาเล่าบ้างครับโดยเป็นเรื่องของปู่ทวด (พ่อของย่า) โดยฟังมาจากพ่อและป้าอีกที 

โดยคุณปู่ทวดเป็นคนอินโดนีเซีย อยู่ที่เกาะชวา ท่านศึกษาไสยศาสตร์แต่ท่านใช้ในด้านการรักษาและช่วยคนเพียงอย่างเดียว

โดยเมื่อสำเร็จการศึกษาวิชา ก็ต้องมาประลองกัน 3 คนในป้าช้า ซึ่งคนที่เก่งที่สุดเท่านั้นที่รอด และอีกสองคนต้องตาย ปรากฎว่าคุณปู่ทวดรอดมาได้ ซึ่งเบสก็ถามพ่อว่าทำไมต้องตายด้วย พ่อบอกว่ามันเป็นกฎของเค้า และคุณไสย์ของอินโดจะเป็นอะไรที่แรงมาก เบสถามว่าแรงกว่าของเขมรอีกหรอ พ่อกับป้าก็บอกว่าแรงกว่า แต่เรานึกไม่ออกว่าแรงกว่ายังไงเลยไม่ได้สนใจถามต่อ โดยพ่อบอกว่าเวลาผู่ทวดท่านกินข้าว จะเคาะพื้นแล้วเรียกคนออกมาจากเสามากินด้วย โดยเป็นเด็กรูปร่างอ้วนท้วมสมบูรณ์แต่หน้าแก่เหมือนคนอายุเป็นร้อย หน้าตาหน้ากลัว โดยครั้งแรกที่พ่อเห็นเกิดจากการที่พ่อและพี่ของพ่อไปแอบดูปู่ทวด เพราะท่านกินข้าวคนเดียวอยู่ในบ้าน โดยเห็นกันหลายคนและหลายครั้งมาก จนพ่อกลัวไม่กล้าไปหาปู่ทวดคนเดียว โดยปู่ทวดใช้วิชาเพื่อรักษาคนเท่านั้น อีกทั้งยังรักษาศีลด้วย พ่อเล่าว่าตอนปู่ทวดจะตาย ปู่ทวดพยายามจะส่งวิชาให้ลูกหลานและคนที่รู้จัก แต่ก็ไม่มีใครรับได้เลย เพราะว่ารักษาศีลไม่ได้ ก็คือศีลไม่บริสุทธิ์ก็รับไม่ได้ จนมีคนที่เป็นคนจีน ซึ่งเคร่งครัดเรื่องการปฎิบัติมาก รักษาศีลครบถ้วน มาขอสืบทอดวิชา แต่ก็ไม่สามารถรับได้เพราะท่านบอกว่าต้องเป็นอิสลามเท่านั้น เพราะครูบาอาจารย์ท่านสั่งเอาไว้ตอนเล่าเรียนว่าจะต้องถ่ายทอดให้แก่ผู้ที่มีศีลธรรมและเป็นอิสลามและเคร่งครัดในการปฎิบัติเท่านั้น ตอนปู่ท่านจะเสีย มีลมพายุมาพัดที่บ้านแรงมาก พ่อเล่าว่าตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นพายุที่แรงขนาดนี้มาก่อน แรงขนาดที่พัดหลังคาบ้านไปได้และสามารถพัดคื้อบ้านไปตกในที่ไกลๆได้ และไม่ได้คื้ออันเดียวนะ ตั้งหลายอันแหล่ะ พ่อเล่าไปขนลุกไป เบสก็กลัวๆเพราะตอนนั้นเป็นเวลากลางคืน  ซึ่งเบสคิดว่าถ้าขนาดนั้นก็คงแรงมาก พ่อบอกว่าไม่มีใครกล้าออกจากบ้านเพราะลมพัดเหมือนจะหอบทุกสิ่งทุกอย่างไป ซึ่งจะเป็นเฉพราะบริเวณบ้านพวกเราเท่านั้น ซึ่งตอนที่พายุพัด มีหลายคนในบ้าน และคนที่ใกล้เคียงเห็นคนนุ่งชุดขาว ลอยอยู่บนหลังคา แล้วทำท่าอ้าแขนออกเหมือนจะหอบอะไรสักอย่าง แล้วลมก็พัดสิ่งของต่างๆที่คุณปู่ปวดใช้ลอยขึ้น (ซึ่งพ่อบอกว่าเขาพัดหอบกลับไปที่อินโด ซึ่งเป็นที่ๆคุณปู่ได้เล่าเรียนวิชามา) จากนั้นสามวันคุณปู่ทวดก็เสีย พ่อเล่าว่าในงานศพคุณปู่ทวดมีแขกมาเยอะมาก เยอะแบบมืดฟ้ามัวดิน เพราะพ่อบอกว่าท่านช่วยคนเอาไว้เยอะ พอพวกเขารู้ข่าว เลยมาแสดงความเสียใจกัน ซึ่งบางครั้งก็จะมีคนเห็นอะไรแปลกๆภายในบ้าน เช่น คนเห็นลิงตัวใหญ่คล้ายบิ๊กฟุ๊ต หรือเห็นปู่ทวดเดินไปเดินมาหรือเดินตามหลัง พ่อบอกว่า เขาเอาของไปไม่หมด ตอนนี้ก็ยังมีเหลืออยู่ เป็นถุงอะไรซักอย่าง อยู่ที่บ้านคุณปู่(พ่อของพ่อเบส)ถ้าไปทำอะไรไม่ดีปู่ทวดท่านจะมาตักเตือน ซึ่งจากที่พ่อเล่าให้ฟัง ทำให้เชื่อว่าคุณไสย์นี่มีกันอย่างแพร่หลายทั่วโลกจริงๆ ไม่ได้มีเฉพราะประเทศไทยและเขมรเท่านั้น  

ผู้แสดงความคิดเห็น พัฒนพงศ์ ปรับโตวิดโจโย ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-20 10:16:44


ความเห็นที่ 32 (1630150)

    อ่านเรื่องงูยักษ์ของลุงเบิ้ม  ที่ท่าน อ. อุบล ได้นำมาเขียน

ให้พวกเราได้รับรู้แล้ว ไปไม่ถูกทางเลยค่ะ

งูอะไรทำไมถึงได้ใหญ่โตขนาดนั้น  แถมกินควายได้ครั้งละ

4  ตัวอีก  ตอนมา  มาช้า ๆ เงียบกริบ  ตอนกลับ (พร้อมควาย

อยู่ในท้อง) รวดเร็ว แถมแผ่นดินสะเทือนอีก มันดูผิดธรรมชาติ

ของงูเนาะ   เขาก็คงเป็นงูที่ไม่ธรรมดา  ถ้าเป็นเราเห็นคง

เป็นลมตกจากต้นไม้แล้ว 

*********

-มีใครเคยฆ่างูป่าว

-มีใครเคยกินงูป่าว

-มีใครเคยไม่เชื่อว่า งูเป็นบริวาร

พญานาค บริวารท้าวมหาราชป่าว

        หนูเคยฆ่างู  ทั้งลงมือฆ่าเอง  และให้ผู้อื่นฆ่า  และเคยชิม

ผัดเผ็ดงูเห่า  แกงงูสิง  แต่ก่อนไม่เคยเชื่อว่า  งู  เป็นบริวาร

ของพญานาค  คิดว่าเป็นเพียงตำนาน  หรือ ความเชื่อที่เล่า

ต่อ ๆ กันมา  ตอนนี้เชื่อแล้วค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ฉวีวรรณ นภาพรรณราย (ตาล) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-20 10:37:37


ความเห็นที่ 33 (1630154)

    อ่านเรื่องผีปอบจากคุณกุหลาบแล้ว  ทำให้นึกถึงตอนเป็นเด็ก

กลางคืนจะเคยเห็นไฟสีเขียว กระพริบวาบ ๆ ๆ ตามป่าละเมาะ

และตามจอมปลวก  ในทุ่งนา  พวกผู้ใหญ่ก็บอกว่าเป็นไฟผีกระ

สือ  ออกหากินขี้แห้ง  เพราะกินคนไม่ได้  วันหนึ่งก็มีการพิสูจน์

เพราะหลายคนสงสัยว่า  จริง ๆ แล้ว ไฟที่เห็น  คือ อะไร

เป็นไฟคนมาส่องสัตว์กลางคืนหรือเปล่า  อีกฝ่ายหนึ่งก็บอกว่า

ถ้าเป็นไฟคน  ไฟไม่น่าจะเป็นสีเขียว  และไม่น่าจะกระพริบ

แบบนั้น  (สมัยนั้น ก็จะมีไฟฉาย  และตะเกียงที่ใช้ถ่านแก๊ส)

เขาก็เลยมาพิสูจน์กัน  โดยมีคนประมาณ  5-6  คน

เขาวางแผนกันว่า  เขาจะอยู่ห่าง ๆ โดยรอบบริเวณที่เห็นไฟ

แล้วสังเกตุ ดู ว่า  จะมีอะไรบ้าง  และทุกคนก็เห็นเหมือนกันว่า

ไฟทีเห็นมันลอยมา  แต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร  ก็เลยพากันวิ่งไล่ตาม

ไฟ  ไฟนั้นก็ลอยหนีไปอย่างรวดเร็ว  ตามไม่ทัน  ตั้งแต่นั้นมาก็

เชื่อกันว่า  ไฟที่เห็นเป็นไฟผีกระสือ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ฉวีวรรณ นภาพรรณราย (ตาล) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-20 10:56:38


ความเห็นที่ 34 (1630157)

  อีกครั้งหนึ่งไปเที่ยวทะเล  ไปพักค้างที่เกาะตะรุเตา  วันนั้น

เป็นวันธรรมดา  คนน้อยมาก  มีพักอยู่ไม่ถึง 10  คน  เราก็ไปดู

คุกแดง  ไปดูที่เขากักขังนักโทษทางการเมือง  เราจอง

บ้านพัก  1  หลัง  เจ้าหน้าที่เขาเลือกบ้านให้  พอเรามาดูบ้าน

เห็นมดเยอะมาก  ขอเปลี่ยนหลังใหม่  ก็ไปเลือกเอง 

ได้บ้านถูกใจ  ห้องหนึ่งพ่อ-ลูกเขานอน  อีกห้องหนึ่ง

เรานอนกับเพื่อน  พอสี่ทุ่มเขาหยุดจ่ายไฟ  เราก็รู้สึกร้อน

แต่ง่วงนอนมาก  รู้สึกเหมือนหลับ ๆ ตื่น ๆ  หันไปดูเพื่อน

ที่นอนที่เตียงข้าง ๆ  เห็นเขานอนเหมือนคนเหนื่อยมาก  คือ

นอนกางแขนกางขา และเห็นเขาส่ายหน้าไปมา  เหมือนจะดิ้น

หนีอะไรสักอย่าง  เราก็จะไปปลุกเพื่อน  คิดว่าเพื่อนคงฝันร้าย

พอจะลุก  ก็เหมือนมีมือมาจับมือเรา  และบอกว่าอย่างยุ่ง

เราก็เลยลุกไม่ได้  จะหันหน้าหนีภาพเพื่อนก็หันไม่ได้

เลยได้แต่นอนดูเพื่อนต่อไป(นี่คือรู้สึกตัวตื่นแล้ว)

  พักใหญ่ ๆ เพื่อนตื่นขึ้นมา  เห็นเรามองอยู่  เพื่อนถามว่า

เห็นอะไรหรือเปล่า  บอกว่าไม่เห็น

อะไร  เห็นแต่เธอที่นอนดิ้นเหมือนหนีอะไรสักอย่าง  เพื่อนก็ถาม

ว่าแล้วทำไมไม่ปลุก  บอกว่าไปปลุกไม่ได้  มีคนห้ามไม่ให้ยุ่ง

แล้วถามเขาว่าเป็นอะไร  เพื่อนบอกว่า  เหมือนมีคนตัวใหญ่ ๆ

ผิวดำเดินมาหา  แล้วมาคร่อมร่างเพื่อน ตรึงแขนขาไว้

เขาจะเอาไปอยู่ด้วย  เพื่อนก็ไม่ยอมเลยดิ้นเพื่อจะหนี  แต่ว่า

แขน  ขา  ถูกตรึงไว้เลยทำอะไรไม่ได้  เพื่อนก็ตั้งสติได้

สวดมนต์และอุทิศส่วนกุศลให้  เขาถึงยอมไป 

เราก็เลยลุกมาคุยกันตั้งแต่ตีสอง  จนใกล้สว่างจึงเข้านอนกัน

       ตอนสาย ๆ มาถามเจ้าหน้าที่ว่า  บ้านที่เราพัก  มีอะไร

พิเศษหรือเปล่า  เขาถามว่าเจอมารึครับ  บ้านนี้มีชาวต่างชาติ

เคยมาอยู่ แล้วผูกคอตาย หรืออะไร จำไม่ได้  คือมาตาย

ที่บ้านหลังนี้  ผมก็ไม่เลือกหลังนี้ให้พี่  แต่พี่เลือกเอง

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ฉวีวรรณ นภาพรรณราย (ตาล) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-20 11:18:00


ความเห็นที่ 35 (1630183)

-มีใครเคยฆ่างูป่าว

-มีใครเคยกินงูป่าว

-มีใครเคยไม่เชื่อว่า งูเป็นบริวาร

พญานาค บริวารท้าวมหาราชป่าว

หนูเคยฆ่างู โดยช่วยกันสองคนกับคุณแม่

เคยแจ้งให้มูลนิธิมาจับแต่ทางมูลนิธิดันตีงูและงูก็ตาย

และหนูเคยกินงูผัดเผ็ดที่คุณลุงทำให้กินตอนเป็นเด็ก

และหนูเกือบจะโดนงูกัดตายแต่บังเอิญจี้องค์เทพสฟิง

และรหัสอาจารย์อุบลช่วยด้วยช่วยชีวิตหนูไว้

สงสัยหนูเข้าข่ายต้องเจองูกินคนแน่เลยค่ะ

หนูขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อุบลค่ะที่ได้เมตตาเตือน

และขอกราบขอบพระคุณเทวดาที่รักษาท่านอาจารย์อุบล

และท่านอาจารย์อุบลที่ได้เมตตาช่วยชีวิตหนูค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น มยุรฉัตร สุดจิตต์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-20 13:17:21


ความเห็นที่ 36 (1630208)

ได้ดูยูทูปที่คุณตาโต๊ะส่งมาลิ้งเข้าไปดูงูกินคนแบ๊บเดียวก็หมดแล้วเสียงผู้หญิงหวีดร้องน่ากลัวมากๆเริ่มจากขาแล้วไปหัว

ผู้แสดงความคิดเห็น บุญภิบาล คงเขียว ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-20 16:11:04


ความเห็นที่ 37 (1630209)

           ผมเคยเข้าป่าดงดิบที่เขาใหญ่ เข้าไปลึกมากแบบไม่มีร่องรอย การฟันไม้ หรือทางเดินได้พบเห็นทางเลื้อยของงูใหญ่ ทางกว้างราว 1 ฟุต  ต่างคนต่างเห็นไม่มีใครกล้าพูดกล้าถามใครเดินหน้า อย่างเดียว เพราะทุกคนรู้ว่าเวาลาเดินป่าหากว่าเจอสิ่งใดที่ อัศจรรย์เหลือเชื่อ เขาห้ามพูด ห้ามทัก หรือห้ามถาม เป็นอันขาด

       เขาเล่าว่า ถ้าทัก หรือถาม  จะต้องเจอด้วยตนเองและอาจเป็นอันตราย จับไข้หัวโก๋น

แม้แต่การบันทึกภาพ ก็ยังไม่กล้าทำ  ผมเชื่อว่า งูยักษ์ ที่ลุงเบิ้มเล่า มีแน่นอน ครับ

-มีใครเคยฆ่างูป่าว

-มีใครเคยกินงูป่าว

-มีใครเคยไม่เชื่อว่า งูเป็นบริวาร

พญานาค บริวารท้าวมหาราชป่าว

- ผมเคยฆ่างู  เคยฆ่าเอง ร่วมกันฆ่า รู้เห็น สนับสนุนการฆ่า    ฆ่าเองเป็นจำนวนราว 50 ตัว

- เคยกินเนื้องู พี่ชาย ทำให้กิน และ เคยจับเอง ฆ่าเอง นำมาทำเป็นอาหาร ราว 3 ตัว

เชื่อครับ เชื่อว่าเป็นบริวารของพญานาค บริวารท้าวมหาราช

     เสียใจครับที่เคยสร้างกรรมกับงู ผลกรรมที่เกิดขึ้น มีอาการเจ็บปวดตามร่างกาย ปวดร้าวไปทั้งตัว มักประสบอุบัติเหตุ ได้รับบาดแผลบ่อยมาก ย้อนเวลาได้ไม่ทำอย่างนั้นเลย  อยากขอโทษงูครับ

        

ผู้แสดงความคิดเห็น เด็กชายอมร (อมร ศิริมาศกูล) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-20 16:14:18


ความเห็นที่ 38 (1630211)

    พญานาค เป็นราชาแห่งงู จัดเป็นเดรัจฉานด้วย เพราะมีลำตัวไปทางขวางและไม่สามารถบรรลุธรรมได้ แต่ก็จัดอยู่ฝ่ายสุคติภูมิ อยู่สวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา นาคแบ่ง ออกเป็น 4 ตระกูลใหญ่ คือ 
        1. ตระกูลวิรูปักษ์ พญานาคตระกูลสีทอง 

        2. ตระกูลเอราปถ พญานาคตระกูลสีเขียว 
        3. ตระกูลฉัพพยาปุตตะ พญานาคตระกูลสีรุ้ง 
        4. ตระกูลกัณหาโคตมะ พญานาคตระกูลสีดำ 
**พญานาคเกิดได้ทั้ง 4 แบบ คือ แบบโอปปาติกะเกิดแล้วโตทันที แบบสังเสทชะ เกิดจากเหงื่อไคล สิ่งหมักหมม แบบชลาพุชะเกิดจากครรภ์ แบบอัณฑชะเกิดจากฟองไข่ พญานาคชั้นสูงเกิดแบบโอปปาติกะ เป็นชนชั้นปกครอง ที่อยู่ของพญานาคมีตั้งแต่ในแม่น้ำ หนอง คลอง บึงต่างๆ ในอากาศ จนไปถึงสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา พวกพญานาคอยู่ ในการปกครองของท้าววิรูปักษ์ ผู้ปกครองสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกาด้านทิศตะวันตก เหตุที่มาเกิดเป็นพญานาคเพราะทำบุญเจือด้วยราคะ 

คำอธิบายศัพท์ 
        องค์นาคาธิบดดีทั้ง 9 พระองค์ (แต่ละเศียร) นั้นคือกษัตริย์แห่งเมืองบาดาลที่ปกครองวังนาคินทร์ต่างๆ ซึ่งแต่ละพระองค์เป็นพญานาคที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ อยู่ในศีลในธรรมแล้วทั้งสิ้น 
            องค์นาคาธิบดีทั้ง 9 พระองค์ (แต่ละเศียร) มีพระนามดังต่อไปนี้ 
                        1.พญาอนันตนาคราช 
                        2.พญามุจลินท์นาคราช 
                        3.พญาภุชงค์นาคราช 
                        4.พญาศรีสุทโธนาคราช 
                        5.พญาศรีสัตตนาคราช 
                        6.พญาเพชรภัทรนาคราชหรือพญาเกล็ดแก้วนาคราช 
                        7.พญานาคดำแสนศิริจันทรานาคราช 
                        8.พญายัสมันนาคราช 
                        9.พญาครรตระศรีเทวานาคราช 
  
องค์นาคาธิบดี       เทียบเท่า     พระเจ้าแผ่นดิน, กษัตริย์ 
พญานาคราช , พญานาคิณี       เทียบเท่า     นายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรี 
นาค- นาคี            เทียบเท่า  ผู้ว่าราชการจังหวัด,ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ 
นาคผู้-นาคเมีย      เทียบเท่า     ประชาชนทั่วไปที่ถือว่าเป็นคนมีศีล 
เงือกผู้-เงือกเมีย    เทียบเท่า   ประชาชนทั่วไปแต่ไม่ถือศีลใดๆ 
งูตัวผู้-งูตัวเมีย       เทียบเท่า  ประชาชนทั่วไปที่ทำดีได้-ทำชั่วได้ 
        ปกติเหล่าพญานาคเป็นผู้ที่ถือศีลแปดเคร่งครัดมาก พญานาคจะไม่ทำร้ายใคร แต่ก็มีพญานาคชั้นเลว ชอบทำร้ายมนุษย์ตามแม่น้ำ 

จาก www.bp.or.th/webboard/index.php?topic=8606.0;wap2

ผู้แสดงความคิดเห็น เด็กชายอมร (อมร ศิริมาศกูล) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-20 16:17:27


ความเห็นที่ 39 (1630216)

ลุงเบิ้ม

มีประสบการณ์เกี่ยวกับป่า

สัตว์ป่า สัตว์ดุร้าย มากมาย เพราะลุงเบิ้ม

เคยหนีเข้าป่า

ตั้งแต่เป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ปี 3

คณะวิศกรรม

(เครื่องจักรกลหนัก)

**********************

ครั้งแรกตอนหนีใหม่ๆ

ทหารตามล่า

ลุงเบิ้มหนีไปอยู่ในถ้ำ

ทหารเฝ้าปากถ้ำอยู่ 3 วัน

 

ทหารไม่เข้าไปในถ้ำเหรอลุง

 

ไม่ครับ

เขาก็กลัวเราฆ่าเขาเหมือนกัน

เขาใช้วิธีเฝ้าอยู่ข้างนอก

กะว่าเราคงตายแล้ว เขาก็ไป

 

แล้วลุงทำไงต่อ

 

ก็หนีต่อครับ

เข้าเมืองไม่ได้ ต้องหนีอย่างเดียว

 

หนีไปไหนล่ะลุง

 

เข้าป่าไปเรื่อยๆลึกๆ

แล้วก็ขุดรูอยู่ครับ

 

โอ้โห

ขุดรูแล้วจะอยู่ยังไง

ลุงเบิ้ม

 

ขุดจนเดินสวนกันได้

จนอยู่ได้ครับ

 

ขุดลึกขนาดไหน

ดินถึงจะไม่ถล่มลงมาทับตาย

 

ต้องเกือบ 5 เมตรน่ะครับ

 

แล้วขุดยาวขนาดไหน

 

เป็น 10 กม.ครับ

 

โอ้โห

ทำไมต้องยาวขนาดนั้นลุง

 

เพราะต้องขุดจน

ไปโผล่ที่ภูเขา หรือ ต้นไม้ใหญ่

ให้ไปเข้าถ้ำได้ ขุดให้เจอรากไม้ใหญ่

ให้ได้อากาศลงมาช่วย

 

หุงหาอาหารยังไงลุง

 

ในรูนั่นแหละครับ

 

แล้วนอนยังไง

 

ในรูนั่นแหละครับ

ทำเป็นอุโมงที่นอน ขุดเว้าเข้าไป

 

กี่คนลุง

 

30 กว่าคน

 

นอนยังไง

 

ที่ใคร ที่มันครับ

 

อยู่นานแค่ไหนลุง

 

2 ปีครับ

 

ออกมาแล้วลุงไปไหน

 

ก็หางานทำที่ต้องอยู่ในป่า

 

ทำอะไรลุง

 

เห็นเขาประกาศรับสมัคร

คนทำทาง ผ่านป่าดงดิบเขาบอก

รับคนที่อยู่ในป่าได้ ผมเลยไปลอง

สมัครดู ปรากฎเขารับ

 

เขาเอาหลักฐานไหมลุง

 

ไม่เอาครับ

เขาต้องการคนอยู่ป่าได้

 

เงินเดือนดีไหมลุง

 

ดีมากครับ

12000 บาท/เดือนครับ

 

โอ้โห

สมัยนั้น เกือบ 40 ปีแล้ว

เงินเดือนขนาดนี้

ถือว่า เป็นแสน หรือ หลายแสนนะลุง

 

ครับ

 

งั้นลุงก็รวยสินะ

 

ไม่รวยครับ

เที่ยวหมดครับ

หลงแสงสีครับตอนนั้น

มันอยู่ป่านาน เลยมีเงินก็เที่ยวหมด

 

เป็นเสี่ยเลยสะตอนนั้น

 

ครับ

ถือว่า มีเงินเยอะครับ

 

แล้วตอนอยู่ในป่า

ลุงเจออะไรบ้างที่น่ากลัว

เสี่ยงตายมีไหมลุง

 

สารพัดครับ

ทั้ง งูยักษ์ ที่บอก อ.ไป

แล้วก็เสือ ที่ตัวใหญ่ขนาดม้า

 

แล้วมันกินคนไหมลุง

 

กินครับ

อันนี้ผมเห็นกับตา

มันกินทหารไป 2 คนครับ

 

แล้วไม่ช่วยเหรอลุง

 

ช่วยไม่ทันครับ

 

ลุงทำหน้าที่อะไร

 

ขับแท๊กเตอร์ แบ๊คโฮล์

 

เสือมันก็ขึ้นได้สิลุง

 

เขามีลูกกรงเหล็กหมดครับ

เขาป้องกันไว้หมดครับ

 

เวลาลงรถล่ะลุง

 

ต้องระวังครับ

เพราะเสือพวกนี้มันคอยซุ่มรอ

เวลาปวดท้องถ่ายหนักเบา

ก็ต้องเอาแบ๊คโฮล์หลายๆคัน

ล้อมเป็นวงกลม แล้วลงไปถ่ายตรงกลาง

แต่เสือมันก็เข้ามาได้

 

แล้วทำยังไงล่ะลุง

 

ก็เอาปุ้งกี๋แบ๊คโฮล์

ครอบคนไว้ครับ เสือมันก็ไม่ยอม

มันก็ตะกุยปุ้งกี๋ จะกินให้ได้

 

แล้วช่วยได้ไหมลุง

 

รายนี้ช่วยได้ครับ

ถ้าเอาปุ้งกี๋ครอบไว้ช่วยได้

 

ทำยังไงลุง

 

ยิงครับ แต่แปลกมาก

เสือพวกนี้ ลูกปืนทำอะไรมันไม่ได้เลย

ยิงไป มันเดินเฉยเลย

เอารถไล่ มันก็เดินหนี แต่มันไม่กลัวครับ

 

ทำไมยิงไม่เข้าล่ะลุง

 

ผมก็ไม่ทราบครับ

ผมเห็นทหารยิง มันเดินเฉยเลย

 

ที่ทหารโดนกิน

เพราะยิงไม่เข้ารึเปล่าลุง

 

ครับ

ยิงแล้วมันไม่หนี

เรียกว่า มันไม่รู้สึกต่อลูกปืนเลยครับ

 

แล้วลุงคิดว่าเป็นเสืออะไร

 

ไม่ทราบครับ

แต่ตัวมันใหญ่มาก

เท่าม้าเลยครับ มันสูงมาก

 

แล้วมันกินคนบ่อยไหมลุง

 

บ่อยมากครับ

ทั้งคนขับรถ ทั้งทหาร

โดนกินกันประจำครับ

 

ลุงทำไมต้องเสี่ยงขนาดนี้

 

ก็เข้าเมืองไม่ได้ครับ

ก็ต้องทำงานในป่า เพราะกลัวว่า

ทหารจะตามล่าเอาอีก

 

แล้วอยู่อย่างนั้น

ลุงไม่กลัวเขารู้เหรอว่าลุงเป็นใคร

 

เขาเป็นบริษัทเอกชน

เขาไม่สนใจ เขาต้องการให้เรา

ช่วยทำงานให้เขา เพราะงานมันเสี่ยง

หาคนสมัครไปทำยากครับ

 

เพราะกลัวเสือกินใช่ไหม

 

ครับ

ทั้งเสือ ทั้งงู ทั้งไข้ป่า

 

ลุงไม่กลัวไข้ป่าเหรอ

ผมอยู่ป่าจนรู้ครับว่าทำยังไง

จะไม่เป็นไข้ป่า

 

(ลุงเบิ้มบอกวิธีมาแล้ว

แต่ขอสงวนไว้ก่อน เอาไว้จะบอก

คนที่มาบ้านสวนฯเท่านั้น)

 

ลุงอยู่ป่าอย่างนี้

ไม่คิดถึงพ่อแม่บ้างเหรอลุง

 

คิดถึง

แต่ไม่กล้าไปหาครับ

 

ทำไมล่ะ

 

กลัว

แล้วก็อยากให้เขาคิดว่า

ผมตายแล้วครับ

จนกระทั่งเขาทำบุญหาผม

(ลุงเบิ้มบอกชื่อบุญ เป็นภาษาอีสาน

แต่ลืม เอาไว้ถามใหม่ค่อยมาบอก)

 

แต่เป็นการทำบุญ

อุทิศส่วนกุศลให้ผู้ตาย

แต่ผมยังไม่ตาย จะมีอาการรุ่มร้อน

อยู่ไม่ได้ ต้องกลับบ้านครับ

 

เหรอลุง

 

ครับ

แถวบ้านผม

ถ้าทำบุญให้ แล้วยังไม่ตาย

จะรุ่มร้อน ต้องกลับทุกคนเลยครับ

 

ผมก็เลยกลับบ้าน

 

แม่จำได้ไมลุง

 

จำได้ครับ

 

แม่เป็นไงเห็นหน้าลุง

 

ร้องไห้เลยครับ

 

รวมกี่ปีที่ไม่ไปหาแม่

 

10 กว่าปีครับ

 

ทำงานในป่ากี่ปีลุง

 

7 ปีครับ

 

หลังจากออกจากป่า

ก็ไม่กลับเหรอลุง 

 

ไม่ครับ

 

โอ้

ลุงนี่สุดยอดเลย

 

ย้อนมาตอนอยู่ในถ้ำ

ลุงเอาข้าวปลาอาหารของใช้

ในชีวิตประจำวันจากไหน

 

มีคนส่งให้ครับ

 

ใครลุง

 

พวกอุดมการณ์เดียวกัน

จากกรุงเทพครับ

 

เขารู้ได้ไงว่าลุงอยู่ไหน

 

รู้ครับ

ส่งจดหมายครับ

 

อ้าว

อย่างนี้เขาก็จับได้สิลุง

อยู่ในป่า มีไปรษณีเหรอลุง

 

ไม่มีครับ แต่มีวิธีครับ

 

5555

 

วิธีส่งสาร

สมัย 40 ปีที่แล้ว

ลุงเบิ้มบอก ส่งกันแค่วันเดียว

ด้วยนะ

 

อ้อ

ไม่ถึงวันหรอก

จะได้อ่านจดหมายแล้ว

 

ช่วยเดาสิว่า

ลุงเบิ้มมีเครื่องแฟ๊กซ์

หรือไง หรือว่า ส่ง จ.ม.วิธีไหน

ถึงได้ติดต่อกับพักพวก

ที่ กทม.ได้

 

ใครตอบได้

มีรางวัล

 

 

แล้วดูเหมือนว่า

อีกไม่นาน เมื่อพายุสุริยะ

มาเยือนโลก

การสื่อสารทุกระบบจะล่มหมด

จานดาวเทียม โทร. เน๊ต

เราจะต้องใช้วิธี

ของลุงเบิ้ม ละมัง แต่ว่า

ขอสงวนไว้ก่อน

ไม่ขอบอก ตอนนี้นะจ๊ะ

 

ถ้าใครจะเดา

หรือ ใครรู้ก็ว่ามา ดูซิว่า

จะตรงกับที่ลุงเบิ้มใช้ไหม

อิ อิ อิ

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-20 17:45:11


ความเห็นที่ 40 (1630226)

ถ้าใครจะเดา

หรือ ใครรู้ก็ว่ามา ดูซิว่า

จะตรงกับที่ลุงเบิ้มใช้ไหม

        ขอเดานะคะ  ถ้าเป็นการส่งจดหมาย  ก็จะใช้วิธี

ฝากต่อกับเครือข่ายส่งต่อไปเรื่อย ๆ  แต่ถ้าส่งได้ภายใน

วันเดียวนี่  น่าจะเป็น เครื่องเคาะส่งสัญญาณวิทยุ 

ซึ่งเป็นอุปกรณ์การสื่อสารของทหาร  เป็นอุปกรณ์ที่ดัดแปลงมา

เวลาส่ง  จะเคาะเป็นรหัสไป  ปลายทางก็จะมาโค้ตรหัส

ออกมาเป็นตัวหนังสือ  ประมาณนี้หรือเปล่าค่ะ

      ขอรอฟังเฉลยด้วยค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ฉวีวรรณ นภาพรรณราย (ตาล) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-20 18:37:05


ความเห็นที่ 41 (1630230)

คุณตาล

เดาเก่งจัง

แต่

ยังไม่ใช่วิธีของลุงเบิ้มค่ะ

ลองเดาใหม่อีกทีนะคะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-20 18:58:37


ความเห็นที่ 42 (1630236)

 

ถ้าใครจะเดา

หรือ ใครรู้ก็ว่ามา ดูซิว่า

จะตรงกับที่ลุงเบิ้มใช้ไหม

*********************************

เจี๊ยบขอเดาว่าลุงเบิ้มคงใช้นกพิราบสื่อสารค่ัะ

เพราะว่าใช้เวลาไม่ถึงวัน

ถ้าเป็นวิธีอื่นคงต้องใช้เวลามากกว่านี้ค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น เพชรดา วรรณรักษ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-20 19:59:26


ความเห็นที่ 43 (1630245)

 ถ้าใครจะเดา

หรือ ใครรู้ก็ว่ามา ดูซิว่า

จะตรงกับที่ลุงเบิ้มใช้ไหม

*********************************

เบสคิดว่าน่าจะเป็นการติดต่อสื่อสารกันทางนกพิราบ หรือเหยี่ยวครับ

แต่ว่าก็สงสัยอีกว่าถ้าไปอยู่ในป่า แล้วนกเขาจะหาเจอหรือป่าวนะ 

ผู้แสดงความคิดเห็น พัฒนพงศ์ ปรับโตวิดโจโย ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-20 21:09:48


ความเห็นที่ 44 (1630274)

-มีใครเคยฆ่างูป่าว

-มีใครเคยกินงูป่าว

-มีใครเคยไม่เชื่อว่า งูเป็นบริวาร

พญานาค บริวารท้าวมหาราชป่าว

เขาบอกว่า

เดี๋ยวมาหา ถึงตัวเลย

................................

หนูเคยกินงูค่ะ กินไข่งู ชอบทานอาหารป่า

ใช้ตะข่ายตักงู กลัวงูเข้าบ้าน  ตื่นเช้ามาก็เห็นมีงูตาย

อดีตไม่เชื่อค่ะ ว่างูเป็นบริวารพยานาค

บริวารท่านท้าวมหาราช

แต่ปัจจุบันเชื่อแล้วค่ะ100%

อ่านเรื่องงูยักษ์แล้วน่ากลัวจังเลยนะค่ะ

.............

ขอเดาด้วยคนนะค่ะท่านอาจารย์

ว่าลุงเบิ้มคงใช้นกพิราบสื่อสารค่ะ

เพราะเห็นในละครบ่อยๆๆ

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น รุ่งสุภารัตน์ รุ่งเรือง(ภา) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-21 00:17:01


ความเห็นที่ 45 (1630282)

ถ้าใครจะเดา

หรือ ใครรู้ก็ว่ามา ดูซิว่า

จะตรงกับที่ลุงเบิ้มใช้ไหม

อิ อิ อิ

..................................

คิดว่า น่าจะใช้นกพิราบสื่อสาร เช่นกันค่ะ

เพราะมีความเป็นไปได้สูงที่สุด

เพราะส่งข้อมูลถึงกันได้ภายในวันเดียว

 

ซึ่งปรกติแล้วนกพิราบพันธ์สื่อสาร

จะบินได้ทนและไกลมากๆ

คือบินได้วันละประมาณ 1,000กม.

ฉะนั้น จม.จากป่าสู่เมือง หรือจากเมืองสู่ป่า

ก็น่าจะเป็นหน้าที่ของ นกพิราบ....นะคะ

 

แต่การสื่อสารแบบใหม่ของคน

ในยุคภัยพิบัติต่อจากนี้ไป

อาจจะเป็นการสื่อสารแบบไร้เครือข่าย

ไร้ลิมิตเรื่องระยะทางอย่างสิ้นเชิง

ด้วยการใช้"โทรจิต"ค่ะ

 

แต่จะใช้ได้สักกี่คน...หนอ...


.................................

ได้อ่านเรื่องราวของลุงเบิ้มเพิ่มเติมแล้ว

มีแต่เรื่องชวนอึ้งทั้งนั้นเลยนะคะ

ทั้งเจอพญางูยักษ์ เจอเสือสมิง

เจอสัตว์ป่านานาชนิด

แต่ก็รอดชีวิตมาเล่าให้พวกเราได้ฟังได้

เท่ห์อ่ะ ถ้าเป็นคนสมัยใหม่อย่างพวกเรา

ถ้าต้องไปนอนในรู อาศัยอยู่บนต้นไม้

เข้าไปในป่าลึกๆแบบนั้น

สงสัยคงจะเหนื่อยตาย หิวตาย

ตั้งแต่เริ่มเดินป่าแล้วนะคะเนี่ย...


จะว่าไป คนยุคหนีเข้าป่าอย่างลุงเบิ้ม

ก็มีเรื่องราวเด็ดๆมาถ่ายทอด

ให้คนรุ่นหลังๆได้อึ้งกัน

 

แล้วพวกเราคนยุคภัยพิบัติ

ถ้ามีชีวิตเหลือรอด

ก็อาจจะมีประสบการณ์"เฉียดฉิว" แบบนี้

ไปเล่าให้คนรุ่นหลังได้ฟังเหมือนกันนะคะเนี่ย


...............................

ขอบคุณทุกเรื่องราวจากทุกๆท่านด้วยนะคะ

ทั้งเรื่องคุณไสยจากน้องเบส

เรื่องป่าๆจากพี่อมร

เรื่องผีๆจากเจ๊ตาล

และทุกเรื่องราวที่ท่าน

มีส่วนไปเกี่ยวพันกับชีวิต"งู"ด้วยค่ะ


ผู้แสดงความคิดเห็น ชนิดา เชิงสะอาด/CHANIDA ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-21 04:44:56


ความเห็นที่ 46 (1630285)

ถ้าใครจะเดา

หรือ ใครรู้ก็ว่ามา ดูซิว่า

จะตรงกับที่ลุงเบิ้มใช้ไหม

อิ อิ อิ

..................................

 

ตอนแรกคิดว่าน่าจะใช้นกพิราบสื่อสาร

เพราะรวดเร็วบินแป็บเดียวก็ถึง

แต่ว่า...มาคิดดูอีกที

ทางทหารก็คงจะคิดได้เหมือนกันเน๊อะ

 

ฉะนั้นขอเดาว่า

ลุงเบิ้มและพรรคพวก

คงทำสัญลักษณ์ที่ต้นไม้โดยจะรู้กันเฉพาะกลุ่ม

ส่วนข้อเท็จจริงจะเป็นยังไง

ขอรอท่านอาจารย์มาเฉลยดีกว่าค่ะ

 

**********

 

กราบอนุโมทนาและขอขอบคุณท่านอาจารย์ค่ะ

ที่ได้นำเรื่องราวของลุงเบิ้ม

มาถ่ายทอดให้ลูกหลานได้รับรู้

ถึงการดำเนินชีวิตที่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก

การเอาชีวิตรอดจากภัยนานาประการ

 

และ

น่าจะเป็นนัยยะสำคัญ

ว่า

การใช้ชีวิตในช่วงเกิดภัยพิบัติ

จำเป็น

ต้องมีทั้งร่างกายและจิตใจที่แข็งแรง

ด้วยเน้อ...

 

***********

 

ขออนุโมทนากับทุกความเห็นด้วยค่ะ

 

 

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญาภรณ์ พุกภัย พิสมัย (ฝรั่งเศส) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-21 06:30:26


ความเห็นที่ 47 (1630300)

ขอเดาว่าใช้นกพิราบส่งแน่ๆ เลยค่ะ ( คำตอบแบบคนโง่ค่ะ)

หรือเค้าใช้โทรจิตหากันได้คะ อันนี้อาจจะเป็นไปได้อีกทางหนึ่งค่ะ

แต่ขอรอฟังเฉลยจากท่านอาจารย์ดีกว่าค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ชุติมณฑน์ ใจดี ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-21 10:04:14


ความเห็นที่ 48 (1630303)

 หนูเชื่อว่านกพิราบสี่อสารน่าจะมีพิรุธน้อยที่สุดนะคะ  เจ้าค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น อาจินต์ ภิรมย์รักษ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-21 10:48:10


ความเห็นที่ 49 (1630321)

ถ้าใครจะเดา

หรือ ใครรู้ก็ว่ามา ดูซิว่า

จะตรงกับที่ลุงเบิ้มใช้ไหม

*********************************

หนูขอเดาว่าลุงเบิ้มคงใช้นกพิราบสื่อสารเช่นกันค่ะค่ัะ

เพราะลุงเบิ้มอยู่ในป่าคงไม่มีเครื่องมือ หรือไฟฟ้า

ผู้แสดงความคิดเห็น มยุรฉัตร สุดจิตต์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-21 14:50:48


ความเห็นที่ 50 (1630376)

ถ้าใครจะเดา

หรือ ใครรู้ก็ว่ามา ดูซิว่า

จะตรงกับที่ลุงเบิ้มใช้ไหม

*********************************

ขอเดาว่านกพิราบเช่นกันค่ะ เพราะเมื่อ 40ปีก่อน หากไม่ใช้วิทยุสนามของทหาร ก็น่าจะเป็นนกพิราบ สมัยคอมมิวนิสต์เวลาโดนทหารปิดล้อม เครื่งมือสื่อสารถูกดักฟัง ออกไปไหนไม่ได้ต้องขอกำลังเสริมโดยใช้นก แต่บางครั้งนกพิราบเองก็โดนยิงร่วงเหมือนกัน ก็ต้องหาทางส่งตัวใหม่ไปจนได้

ลุงเบิ้มหนีไปอยู่ป่าครั้งนั้น จากประสบการณ์ 7 ปีไม่ธรรมดาเลยค่ะ ได้เปรียบคนอื่นๆมากมาย ตรงที่สามารถเรียนรู้การใช้ชีวิตแบบป่าๆเคยพบเคยเห็นเรื่องหฤโหด ที่พวกเราเคยเห็นแต่ในหนัง ทั้งงูยักษ์ เสือตัวใหญ่เท่าม้า กินคนไปต่อหน้า ต้นทุนชีวิตของลุงเบิ้มสูงมากๆ และมีค่ามากมาย หัวใจเต้นระทึกเลยค่ะ เพราะวันหนึ่งถ้าเราต้องย้อนกลับไปใช้ชีวิตแบบป่าเหมือนลุงเบิ้ม และเหลือแค่สองมือเปล่า คงไม่รอดแน่ๆค่ะ สบายจนเคยตัว อยู่กับสิ่งอำนวยความสะดวก เลยทำให้ปัญญานิ่มไปกันใหญ่

ขอบคุณคุณลุงเบิ้มมากๆค่ะที่นำธรรมทานนี้ สื่อผ่านท่านอาจารย์แม่  กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์แม่ค่ะที่เมตตาถ่ายทอด เขย่าขวัญทดสอบจิตได้มหาศาลเลยค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น อ๋อย เพ็ญศิริ บุตรมนต์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-21 21:12:49


ความเห็นที่ 51 (1630417)

ขอตอบคำถามที่ลุงเบิ้มใช้สื่อสารน่าจะเป็นนกพิราบค่ะ

แต่ยังมีวิธีหนึ่งคือ...การเดินป่าเดินกันเป็นทอดและทำสัญญลักษณ์ไว้ที่ต้นไม้พวกนี้จะเดินกันเร็วมากๆ

หนูเคยเห็นแถวบ้านพี่ชายลูกของลุงเขาเป็นเข้าป่ามาหลายสิบปีแต่ตอนนี้ยังไม่ทราบเขามีชีวิตอยู่หรือเปล่าเพราะพ่อเสียชีวิตแล้วปกติเขาจะมาหาพ่อหนูถ้ามีเรื่องจำเป็นเขามาหาพ่อที่บ้านและมีคนตามมากลัวพี่ชายจะบอกความลับเขาพูดกับเบามากจับใจความไม่รู้เรื่อง เขาไม่ให้ฟังด้วยแอบฟังก็ไม่ได้เขาไล่ไปนอน

ตอนนั้นเกิดปะทะกันระหว่างตำรวจกับฝ่ายตรงกับข้ามที่บ้านหนองดี  อ.นาบอน  จ.  นครศรีธรรมราช            ในปัจจุนนี้บ้านหนูอยู่ตรงที่เขายิงกับพอดีลูกปืนโดนหลังคาบ้าน  กลางคืนมีแต่คนที่โผกผ้าแดงส่วนพี่ชายออกบ้านถูกพวกโผกผ้าแดงไล่ให้กลับบ้านตอนนั้นหนูยังเด็กๆอยู่เลยแต่จำได้ว่าให้อยู่แต่บ้านๆใครบ้านมันอึดอัดมากๆ

ขอบพระคุณธรรมทานทุกๆธรรมทาน

กราบขอบพระคุณท่านอ.อุบล และครอบครัวสุภาเดชาภรณ์ 

ผู้แสดงความคิดเห็น บุญภิบาล คงเขียว ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-22 09:38:48


ความเห็นที่ 52 (1630571)

สิ่งที่ลุงเบิ้มลืมเล่า

พึ่งนึกออกอีกเรื่องคือ

เรื่อง

"แกล้งหมี"

************************

พวกลุงเบิ้ม

ทำบันไดพาดบนต้นไม้สูงใหญ่

เพราะมีรังผึ้งอยู่ข้างบน

แล้วหมีมันชอบกินผึ้ง

 

แต่พวกลุงเบิ้ม

เกิดไอเดียบรรเจิด

ทำบันไดแล้วเอาไม้ไผ่ 2 อัน

สอดไว้ข้างบนยอดบันได

 

พอหมีปีนขึ้นไป

หมีตั้งหน้าตั้งตาจะกินผึ้ง

ลุงเบิ้มก็ชักบันไดออก

หมีก็เลยหงายท้องตกลงมาฟาดพื้น

ตายหยังมี ไม่ใช่หยังเขียด

 

แล้วลุงเบิ้ม

ผู้อุส่าห์ทำบันไดพาดไปหา

รวงผึ้ง

แต่ไม่สนใจผึ้ง

แต่สนใจหมี หลอกหมี

ให้ขึ้นไปกินผึ้ง แต่ลุงเบิ้ม

กินหมีย่างแทน

 

นิทานเรื่องจริง

เรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า

หมีตัวนี้ ตายเพราะ "เห็นแก่กิน"

ถ้าไม่อยากกินผึ้ง

ก็คงไม่ถูกลุงเบิ้มกิน

555

สัตว์ก็ต้องรับกรรม

ทันตาเหมือนกัลลลลลลล

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-23 22:14:41


ความเห็นที่ 53 (1630607)

 


อ่านเรื่องราวของลุงเบิ้มแล้ว
ต้องนับถือ และทึ่งในประสบการณ์ชีวิตของลุงเบิ้มจริงๆค่ะ
ถือว่าเป็นบุคคลที่มีคุณค่าและน่าเรียนรู้ด้วยที่สุดคนหนึ่งค่ะ
ช่างขัดแย้งกับบทแขไขที่พวกเราได้เห็นกันโดยสิ้นเชิงค่ะ 555

โดยส่วนตัวตุ้ยคิดว่างูยักษ์ที่ลุงเบิ้มเห็นนั้น
คงเป็นเจ้าป่าอย่างที่พวกพรานเขาพูดกันค่ะ
และก็คงเป็นงูที่ไม่ใช่งูธรรมดาด้วย
คิดว่าคงเป็นพญานาคแปลงกาย ก็อาจเป็นได้ค่ะ
และที่ต้องมากินสัตว์ กินคนนี่ 
ก็อาจเป็นไปได้ว่า พญานาคก็มีทั้งพวกที่ดี และไม่ดี
ที่เรียกว่า พวกมิจฉาทิฎฐิและสัมมาทิฏฐิ
เท่าที่ตุ้ยรู้มา พญานาคนั้นเวลาอยู่เมืองมนุษย์
เขาก็สามาแปลงกายได้ โดยเป็นทั้ง งูยักษ์
และแปลงเป็นคนก็ได้ ซึ่งพระเกจิอาจารย์หลายองค์
ท่านก็เคยเจอกันมามากมายค่ะ

เรื่องงูนี่ ตัวตุ้ยเอง ไม่เคยกินเลยค่ะ
เกิดมาในชีวิตนี่นับว่าโชคดีที่ไม่ต้องข้องแวะเรื่องงู
แต่เคยเห็นคนแถวบ้าน
เขาจับงูเห่าได้ ตัวเท่าแขนค่ะ
เขาเป็นคนอีสาน คนพวกนี้เขาจับงูได้เร็วมาก
เขาตีที่หัวมัน แล้วจับหัวไว้ 
แล้วก็กรีดตรงท้อง เอาดีงู
ที่เป็นถุงเล็กๆ อ่ะค่ะ ออกมา
แล้วกินกันสดๆ ตรงนั้นเลย
เราเห็น แต่เราก็ไม่รู้เรื่องเท่าไรค่ะ
เพราะยังเด็ก จึงยืนดูด้วยความสนใจ
จากนั้นเขาก็ถลกหนัง เรียกว่าลอกหนังออก 
ทั้งที่เนื้อยังเต้นอยู่เลยค่ะ คงเจ็บปวดมาก
แล้วเขาก็สับเนื้อ ไปทำผัดเผ็ดค่ะ
นับแล้วเขาใช้เวลาสัก 5 นาทีได้ค่ะ ที่ทำตรงนี้
คิดแล้วก็มนุษย์นี่เป็นสัตว์ที่น่ากลัวที่สุดเลยค่ะ


ส่วนเรื่องการสื่อสารที่ทำได้ภายในวันเดียวนั้น
ตุ้ยคิดว่าน่าจะเป็นการใช้นกพิราบสื่อสารค่ะ
ซึ่งนกพวกนี้เขาต้องมีการฝึกไว้ก่อนที่จะใช้งานค่ะ
ซึ่งเป็นวิธีดั้งเดิม ที่ใช้กันมาแต่โบราณ
เราเคยแต่พูดแซวเล่นกับเพื่อนเรื่องนี้
แต่วันหนึ่งใครจะรู้ว่า เราอาจได้ใช้กันก็ได้
เพราะดูจะเป็นวิธีที่ไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีใดๆเลย
ซึ่งถ้าคนเราอยู่ ณ จุดนั้น
คงต้องหวนคืนสูธรรมชาติดังเดิมค่ะ
ผู้แสดงความคิดเห็น ตุ้ย ศิริพร โฉมจันทร์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-24 10:01:37


ความเห็นที่ 54 (1630690)

เป็นไงบ้างจ๊ะ

ได้ฟังเรื่องราวประวัติชีวิต

"ลุงเบิ้ม"

กันไปเมื่อคืนวันเสาร์ที่ 22 ก.ย.55

อ้าปากค้าง ฟังไปลุ้นไป

"ลุงเบิ้มเร่งเสียงหน่อย"

5555

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-24 21:34:38


ความเห็นที่ 55 (1630693)

ชาวบ้านลงขันนำเกจิดังจับผีปอบ ผวาหนักไม่กล้าไปไหนกลัวถูกสิงร่าง 

 

 

 

 พร้อมกันนี้ยังจะได้ให้พระครูทำพิธีป้องกันไม่ให้ผีปอบเข้าบ้านทุกหลังคาเรือนด้วย เพื่อให้แน่ใจว่าผีปอบจะไม่กลับมารังครวญ ทำให้ชาวบ้านเกิดอาการเจ็บป่วยหรือตายโดยไม่ทราบสาเหตุอีก จาก 3 สัปดาห์ที่ผ่านมามีชาวบ้านป่วยด้วยอาการ มือเท้าเกร็ง แขนขาชา ปวดศีรษะวูบจำนวน 12 ราย และตายไม่ทราบสาเหตุ ที่ชาวบ้านเชื่อว่าเกิดจากผีปอบเข้าสิง

 

 นายสรศักดิ์ กล่าวว่า ชาวบ้านยอมลงขันกันออกค่าใช้จ่ายในการทำพิธีปราบผีปอบในครั้งนี้ครัวเรือนละ 150 บาท มีจำนวน 176  ครัวเรือน และชาวบ้านต่างก็มีความหวังว่า หากมีการปราบผีปอบได้สำเร็จ จะสามารถลบล้างความกลัวของคนในหมู่บ้านและหมู่บ้านข้างเคียงได้ และความสุขสงบก็จะกลับมาสู่หมู่บ้าน โดยการทำพิธีครั้งนี้นางบุญเรียน สินสุพรรณ ยายวัย 61 ปี ที่ถูกชาวบ้านกล่าวหาว่าเป็นผีปอบ พร้อมนายโอ๊ะ สามีก็จะมาร่วมพิธีด้วย เพื่อที่ชาวบ้านจะได้หายเคลือบแคลงใจ และเพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงบานปลาย ทั้งจะทำให้ความสัมพันธ์ฉันท์พี่น้องในหมู่บ้านกลับคืนมา ส่วนการทำพิธีจะมีการกำหนดวันอีกครั้ง หลังจากมีการรวบรวมเงินจากชาวบ้านในหมู่บ้านที่ร่วมกันลงขันเสร็จ

 เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า จากกระแสผีปอบที่ยังสร้างความหวาดผวาให้กับชาวบ้านโคกสูง ต.โคกสูง อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ และชาวบ้านหมู่บ้านข้างเคียงไม่กล้าที่จะออกจากบ้านยามค่ำคืน เพราะเกรงว่าผีปอบจะเข้าสิงร่าง ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยเหนือธรรมชาติ อย่างเช่นชาวบ้านหลายรายที่ประสบมาตามความเชื่อ ล่าสุดนายสรศักดิ์ สุกไธสง  ผู้ใหญ่บ้านบ้านโคกสูงได้เรียกลูกบ้านทั้ง 176 ครัวเรือนมาประชุม เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหา โดยชาวบ้านต่างก็เห็นชอบสรุปว่าให้นำพระครูปลัดมงคล เกจิอาจารย์ดัง จำวัดอยู่ที่จังหวัดชัยภูมิ พร้อมกับลูกศิษย์ อยู่ที่จังหวัดมหาสารคราม ที่รับปากอาสาจะมาช่วยชาวบ้านในการประกอบพิธีปราบและไล่จับผีปอบ ที่สิงอยู่ในหมู่บ้านโดยไม่มีเจ้าของ ตามที่หมอไสยศาสตร์หรือหมอผีได้เข้าทรง บอกกับชาวบ้านว่ามีปอบอยู่เป็นจำนวนมากในหมู่บ้าน ลงในไหแล้วใช้ผ้าขาวลงอาคมปิด ก่อนที่จะนำไปฝังดินในที่ที่ห่างไกลจากหมู่บ้าน

ผู้แสดงความคิดเห็น สิงห์เงิน อุดมศิริ (ตาโต๊ะ) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-22 23:10:01

 

 

 

ข่าวนี้

เป็นเรื่องจริง แต่กำลังเป็นข่าว

และ

จะเป็นข่าว ขยายวงกว้าง เข้ามาเมืองใหญ่ๆ

จนถึงเมืองหลวง อีกไม่นานนี้

 

แล้วลองช่วยกัน

บอกที

ว่าทำไม ผีเหล่านี้ จึงเริ่ม

เป็นข่าว และ ปรากฎตัว ช่วงนี้มาก

และ

เข้ามาถึงเมืองใหญ่ๆแล้ว

ถึงกรุงเทพฯแล้ว

 

แต่สื่อ

จะกล้าทำข่าวหรือไม่

ก็อีกเรื่องหนึ่ง

นะ

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-24 21:43:24


ความเห็นที่ 56 (1630694)

-มีใครเคยฆ่างูป่าว

ตัวเล็กน่าจะมีส่วนในการฆ่านะครับ

เพราะอาจจะชี้เป้าหรืออยู่ในเหตุการณ์ในการฆ่าครับ

เคยกินตอนเด็กสมัยอยู่ที่อุบล

และตอนทำงานที่ภูเก็ตครับ

ถ้าใครจะเดา

หรือ ใครรู้ก็ว่ามา ดูซิว่า

จะตรงกับที่ลุงเบิ้มใช้ไหม

ตัวเล็กคิดว่าถ้าเป็นการเคาะสัญญาณทหารต้องจับรหัสได้

นกก็เป็นไปได้แต่อยู่ในถ้ำจะไปหานกที่ไหนกันหนอ

เคาะเหมือนโทรเลขแล้วจะต้องเอาเครื่องมือมาด้วยก็เป็นไปได้

แต่ยังไงก็รอท่านอาจารย์เฉลยดีกว่า

 

-มีใครเคยไม่เชื่อว่า งูเป็นบริวาร

พญานาค บริวารท้าวมหาราชป่าว

แต่ก่อนไม่รู้จริงๆครับจนมารู้จักบ้านสวนจึงได้กระจ่างครับ

และ

เชื่อว่าเป็นบิวารพญานาค บริวารท้าวมหาราช

ทุกครั้งที่เห็นงูทั้งมีและเสียชีวิตก็จะอุทิศบุญให้ท่านเหล่านั้น

ผู้แสดงความคิดเห็น พงษ์เดช ชาวไทย(ตัวเล็ก) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-24 21:44:51


ความเห็นที่ 57 (1630696)

คนปทุมฯ เจอรอยเลือดกระเซ็นหน้าบ้าน ลือเป็นผีกระสือ




(20 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า มีชาวบ้านหมู่ที่ 5 ต.หน้าไม้ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี พบเห็นรอยหยดเลือดตามถนนเลียบริมคลองเป็นระยะทาง 2 ก.ม. และตามบ้านเรือนอีก 19 หลังคาเรือน จึงไปตรวจสอบ พบว่าถนนทางปูนระยะทาง 2 ก.ม. มีรอยเลือดหยดเป็นทางเข้าไปหน้าบ้านตรงหน้าประตู หน้าต่าง และหากไปหยุดตรงจุดไหนก็จะมีรอยหยดเลือดหรือรอยกระเซ็นเต็มฝาผนังบ้าน บางบ้านพบที่ตู้เย็น ที่ประตูบ้าน เครื่องชักผ้า ทำให้ลือกันว่าเป็นผีกระสือออกหากินในเวลาค่ำคืน
น.ส.สุดาภรณ์ คันศร เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสถานีตำบลหน้าไม้ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านให้มาตรวจสอบว่าเป็นเลือดอะไร เจ้าหน้าที่พร้อมทีมงานจึงออกมาสำรวจ และถ่ายภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน แต่ยังไม่สามารถระบุว่าเป็นเลือดอะไร

ขณะที่บ้านของ นางกมลวรรณ โตนาม อายุ 30 ปี ซึ่งกำลังท้อง 6 เดือน ตื่นขึ้นมาเปิดประตูบ้านพบมีเลือดหยดเต็มหน้าประตูบ้านและที่หน้าต่าง ไม่รู้ว่าเป็นเลือดอะไร เพราะที่บ้านไม่มีสัตว์เลี้ยงจึงแจ้ง นางมาลัย กันเจียก สมาชิก อบต.หน้าไม้ให้มาตรวจสอบ
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่าทางเดินหน้าบ้านมีรอยเลือดหยดเป็นทางยาว และพบว่ารอยหยดเลือดมามาตั้งแต่ริมคลองหน้าไม้ ไปถึงซอยลาดหญ้า เป็นระยะทาง 2 ก.ม. เมื่อสำรวจตามบ้านเรือนที่อยู่แนวถนนพบมีรอยหยดเลือดเข้าไปที่บ้านทุกหลังคาเรือน ชาวบ้านบางคนลือว่าเป็นผีกระสือ แต่บางคนเชื่อว่าน่าจะเป็นเลือกของสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บ แล้ววิ่งมาตามทางเพื่อจะเข้าบ้านชาวบ้าน แต่เข้าไม่ได้ จึงวิ่งต่อไปยังบ้านอีกหลายหลัง อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบสัตว์เลี้ยงทุกบ้าน ไม่พบว่ามีสัตว์เลี้ยงที่มีบาดแผลเลือดไหล จึงไม่รู้ว่าเป็นรอยเลือดมาจากเหตุใด
ขอขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด
__________________
B1 - War Room Falkman

 

ผู้แสดงความคิดเห็น พัฒนพงศ์ ปรับโตวิดโจโย ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-21 08:36:17

 

 

ข่าวนี้

กำลังบอกอะไร

ท่านผู้อ่านบ้าง ท่านคิดว่า

 

เลือดที่ปรากฎ

เป็นเลือดสัตว์บาดเจ็บ

หรือว่า

เป็นเลือดปริศนา ที่ไม่ใช่เลือดสัตว์

ใครรู้ ใครเดาได้

ช่วยบอกหน่อยจ้า

ว่าเลือดอะไร ทำไม เป็นเช่นนี้

 

มีความหมาย

นัยยะ

หรือสัญญาณอะไรหรือไม่

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-24 21:48:35


ความเห็นที่ 58 (1630697)

แล้วลองช่วยกัน

บอกที

ว่าทำไม ผีเหล่านี้ จึงเริ่ม

เป็นข่าว และ ปรากฎตัว ช่วงนี้มาก

และ

เข้ามาถึงเมืองใหญ่ๆแล้ว

ถึงกรุงเทพฯแล้ว

*********************************

นรกได้เริ่มปฏิบัติการณ์แล้วใครที่

ไม่เชื่อ บาป บุญ คุณ โทษ

ไม่กลับตัวกลับใจ ยังทานเนื้อสัตว์อยู่

ไม่ลด ละ เลิก สิ่งที่ไม่ดีทั้งหลายทั้งปวง

และบ้านไดและท่านใดไม่มีไม่ท่องจำ

คาถาปะโตเมตัง

 รหัส...อาจารย์อุบล ช่วยด้วย...

บ้านนั้นท่านนั้นก็จะมีสิ่งที่ไม่ดีเข้าถึงตัวได้

 

ผู้แสดงความคิดเห็น พงษ์เดช ชาวไทย(ตัวเล็ก) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-24 21:57:51


ความเห็นที่ 59 (1630698)

เลือดที่ปรากฎ

เป็นเลือดสัตว์บาดเจ็บ

หรือว่า

เป็นเลือดปริศนา ที่ไม่ใช่เลือดสัตว์

ใครรู้ ใครเดาได้

ช่วยบอกหน่อยจ้า

ว่าเลือดอะไร ทำไม เป็นเช่นนี้

 

มีความหมาย

นัยยะ

หรือสัญญาณอะไรหรือไม่

/*/*/*/*/******/*/*/*/*/

ตัวเล็ก

คิดว่าน่าจะเป็นเลือดของผีกระสือ

ที่ไปล่าเหยื่อมาแล้ว

และ

การที่เห็นเป็นระยะทางยาวๆและที่บ้านของคน

ที่ท้อง 6 เดือนนั้น ตามที่ในความเชื่อและในละคร

ผีกระสือจะชอบไปวนเวียนที่บ้านคนท้องครับ

คงจะชอบรกเด็กหรือเด็กที่เกิดใหม่ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น พงษ์เดช ชาวไทย(ตัวเล็ก) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-24 22:10:14


ความเห็นที่ 60 (1630708)

 เลือดที่ปรากฎ

เป็นเลือดสัตว์บาดเจ็บ

หรือว่า

เป็นเลือดปริศนา ที่ไม่ใช่เลือดสัตว์

ใครรู้ ใครเดาได้

ช่วยบอกหน่อยจ้า

ว่าเลือดอะไร ทำไม เป็นเช่นนี้

 

มีความหมาย

นัยยะ

หรือสัญญาณอะไรหรือไม่

/*/*/*/*/******/*/*/*/*/


อ่านข่าวของคุณตาโต๊ะและน้องเบส ที่เกิดขึ้นที่

จ.บุรีรัมย์ และจ.ปทุมธานี

คิดว่าเป็นผีมือของผีปอบ-กระสือ

เพื่อเป็นการมาแสดงให้รู้ว่าพวกเขามีตัวตนจริงๆ

และ

เป็นการเตือนชาวบ้านแถมนั้นในเบื้องต้นคะ

นอกจากนี้การปรากฏตัวของพวกเขาระยะทางไม่ใช่อุปสรรคอย่างแน่นอน

ผู้แสดงความคิดเห็น เจิดหทัย สุวรรณากาศ (หนึ่ง) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-24 23:15:11


ความเห็นที่ 61 (1630719)

พูดถึงงูยักษ์แล้ว แค่งูตัวเล็กๆก็ทำเอาใจสั่นขวัญหายก้าวขาไม่ออกแล้ว   แล้วนี้ถ้าเจองูยักษ์ก็คงไม่ต้องพูดถึงแล้วล่ะว่าจะเป็นยังไง  อ่านไปขนลุกฟู้ขึ้นมาตลอด นึกในใจว่า มันเป็นเรื่องจริงของประเทศไทยหรอเนี้ย เคยนึกถึงตอนดูหนังเรื่องอนาคอนด้า งูตัวใหญ่มาก น่ากลัวมาก ตอนนั้นเคยนึกว่าถ้ามีอยู่ในประเทศไทยบ้านเราแบบนั้นจะทำยังไง แต่ตอนนั้นคิดว่าไม่มีทางหรอ ถ้ามีกว่าต้องอยู่ในป่าอเมซอนอย่างเดียวเราโชคดีแล้วไม่อยู่ในอเมซอน  เหอๆแต่ตอนนี้ไม่ต้องอยู่อเมซอนแระ  อยู่ที่เดิมที่นี้แหละไม่นานเกินรอเค้าก็คงออกมาหาเราเองแล้วล่ะงานนี้  พออ่านเรื่องลุงเบิ้มจบ ก็มาต่อด้วยเรื่องผีปอบ กระสือ ส่วนตัวหนูเองก็เชื่อเรื่องผีนะค่ะแต่ไม่เคยมีประสบการณ์กับตัวเอง เหอๆแล้วก็ไม่อยากมีด้วย อิอิ เพราะทางภาคใต้จะไม่มีใครคุยเรื่องผีปอบกันเลย เอ๊ รึว่าปอบ เค้าแบ่งแยกภาคอยู่ ให้ผีอื่นทำหน้าที่อยู่ภาคใต้เน้อ พออ่านเรื่องเล่าของคุณกุหลาบไปขนลุกไป ยิ่งอ่านของคุณ ตัวเล็กอีก ขนก็ยิ่งลุก สรุปว่าเรื่องผีที่ทุกๆท่านเล่ากันมา เล่นเอาหนูขนลุกอย่างแรงเลย โหแย่แล้วจะนอนหลับรึเปล่าเนี้ย นอนคนเดียวซะด้วย,,,,

                                                 -มีใครเคยฆ่างูป่าว

หนูไม่เคยฆ่า ไม่เคยกินค่ะ แต่เคยเห็นคุณพ่อฆ่า แต่จำไม่ได้ว่าได้ห้ามรึยุยงให้ฆ่าไม่แน่ใจเหมือนกันเพราะเรื่องตั้งแต่สมัยเด็กๆนู๋..

 

ถ้าใครจะเดา

หรือ ใครรู้ก็ว่ามา ดูซิว่า

จะตรงกับที่ลุงเบิ้มใช้ไหม

หนูขอเดาว่าน่าจะเป็นนกพิราบนะค่ะ หรือไม่ก็อาจจะเป็นวิญาณที่ทำมาเพื่อใช้งาน หรือไม่ก็พวกนินจาแบว่าหายตัวแวบๆได้ อะไรประมาณนี้อ่าค่ะ เอ๊รึว่าดูละครมากไป อิอิ

 

 

แล้วลองช่วยกัน

บอกที

ว่าทำไม ผีเหล่านี้ จึงเริ่ม

เป็นข่าว และ ปรากฎตัว ช่วงนี้มาก

และ

เข้ามาถึงเมืองใหญ่ๆแล้ว

ถึงกรุงเทพฯแล้ว

หนูคิดว่าน่าจะเป็นอย่างที่ท่านอาจารย์เคยบอกว่า สัตว์นรกจะถูกปล่อยออกมาให้ทำภาระกิจ อย่างหนึ่งที่จะต้องกำจัดคนชั่ว ค่ะ 

เลือดที่ปรากฎ

เป็นเลือดสัตว์บาดเจ็บ

หรือว่า

เป็นเลือดปริศนา ที่ไม่ใช่เลือดสัตว์

ใครรู้ ใครเดาได้

ช่วยบอกหน่อยจ้า

ว่าเลือดอะไร ทำไม เป็นเช่นนี้

 

มีความหมาย

นัยยะ

หรือสัญญาณอะไรหรือไม่

ตามความคิดอันน้อยๆของหนู หนูว่า เรื่องรอยเลือดที่เค้าตั้งใจจะทำให้เราได้เห็น ให้เราได้รับรู้ว่าค้ามีตัวตนจริงๆนะเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องจริงๆนะ ไม่ใช่หาว่าเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่งมงาย พิสูจน์ไม่ได้ แต่ที่มาให้เห็นเป็นรอยเลือดชัดๆก็เป็นวิธีการหนึ่งที่เป็นสัญญาณว่าเค้าเริ่มจะแสดงตัวแสดงตนของเค้าเองให้คนได้รับรู้ เรื่องนี้จะได้ขยายวงกว้างกว่าเดิมไม่ใช่รู้อยู่ในวงแคบๆ อ่าค่ะ^^

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น วรางคณา พุฒศรี ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-25 00:52:38


ความเห็นที่ 62 (1630726)

 เลือดอะไร ทำไม เป็นเช่นนี้

 

มีความหมาย

นัยยะ

หรือสัญญาณอะไรหรือไม่

++++++++++++++++++++++++++++++++++

เบสคิดว่าไม่ใช่เลือดสัตว์แน่นอนเพราะว่าความยาวตั้ง 2กิโล ถ้าเป็นสัตว์จริงจะต้องเสียเลือดจนหมดตัวตายแล้วแน่นอน

แต่ในข่าวบอกว่าไม่มีสัตว์ตัวใดได้รับบาดเจ็บ

ดังนั้นเบสคิดว่าต้องเป็นกระสือหรือผีชนิดอื่นแน่ๆเลย 

เขาคงอยากจะให้เป็นข่าวเพื่อให้รู้ว่า

เขามาตามนัดเพื่อที่จะจัดการกับคนไม่ดี

แล้วนับวันก็จะยิ่งใกล้เมืองหลวงมากเข้าไปทุกทีด้วยครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น พัฒนพงศ์ ปรับโตวิดโจโย ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-25 05:51:12


ความเห็นที่ 63 (1630728)

แล้วลองช่วยกัน

บอกที

ว่าทำไม ผีเหล่านี้ จึงเริ่ม

เป็นข่าว และ ปรากฎตัว ช่วงนี้มาก

และ

เข้ามาถึงเมืองใหญ่ๆแล้ว

ถึงกรุงเทพฯแล้ว

......................................

คิดว่าน่าจะเป็นแผนของเบื้องบน

ที่ต้องการสื่อสารให้ทุกคน

ได้รู้ ได้เห็น ในสิ่งที่คิดว่า

งมงาย เหลวไหล ไม่มีจริง

 

ว่าแท้ที่จริงแล้ว

พวกเขามีอยู่จริง

และมีมาตั้งนานแล้ว

และที่สำคัญมาปรากฏตัวทั้งที

ก็มีสื่อนำมาออกข่าว

ให้รับรู้กันแพร่หลายซะด้วย

 

แสดงว่า คนแถวนี้ต้องเคยเจอกระสือ

มาก่อนแน่ๆเลยค่ะ

ไม่งั้น คงไม่เดา ไปแบบนี้หรอก

ถ้ามันไม่มีมูล..มาก่อน

อีกนัยหนึ่ง

ก็เป็นการประกาศชัดๆว่า

ประตูมิติได้เปิดแล้ว

ต่อไปเราอาจจะได้เห็นสิ่งเหล่านี้

แบบชัดๆ จะๆ ด้วยตาเปล่า

จนกลายเป็นเรื่องธรรมดา ก็ได้

 

บรื๋อออออส์..

.มีแต่เรื่องชวนหนังตื่นทั้งน๊านเลยนะคะ

......................

ว่าแต่ เรื่องราวของลุงเบิ้ม

น่าจะเอาไปเขียนเป็นหนังสือขาย

ได้เลยนะคะเนี่ย

เพราะ เล่ามาแต่ละอย่าง

very,very interesting !!! ทั้งน๊าน..เลย

ป.ล. เพิ่งรู้ว่า ป่าเมืองไทยก็มีหมีด้วย

แถมคำพังเพยเรื่อง หมีกินผึ้ง

ก็นำมาจากนิสัยจริงๆของหมีนี่เอง

 

แปลกดีนะคะ หมีชอบกินผึ้ง

นึกภาพแล้ว ไม่เห็นคุ้มเลย

กินก็ยาก แถมผึ้งก็ตัวเล็ก

หมีตัวเบ้อเริ่ม ต้องกินไปกี่ร้อยตัว

ถึงจะอิ่มครบมื้อ ก็ไม่รู้นะคะ

ว่าแต่ กรรมตามทัน จริงๆเล๊ย...

เจ้าหมีเอ๊ย..

ผู้แสดงความคิดเห็น ชนิดา เชิงสะอาด/CHANIDA ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-25 06:04:28


ความเห็นที่ 64 (1630754)

 เลือดที่ปรากฎ


เป็นเลือดสัตว์บาดเจ็บ

หรือว่า

เป็นเลือดปริศนา ที่ไม่ใช่เลือดสัตว์

ใครรู้ ใครเดาได้

ช่วยบอกหน่อยจ้า

**************************
กระสือและกระหังตามจินตนาการทั่วๆไป
 
 
 
โดยส่วนตัวหนูคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
น่าจะเป็นพวกผีปอบ ผีกระสือ กระหัง ผีโขมด ฯลฯ
หรือถ้าเป็นสัตว์ ก็อาจเป็นเสือสมิง  พญางู
ซึ่งอาจเกิดจากการที่คนแถวนั้นเล่น
มนต์ดำ คุณไสย์ แล้วเกิดผิดครู
หรือเหตุอะไรก็แล้วแต่
ทำให้มีสิ่งเหล่านี้ เขามาแสดงให้เราเห็นว่า
เขามีพลัง มีอิสระ รอดพ้น
จากการควบคุมของพวกหมอผี คนเล่นคุณไสย์
และออกมาออกอาละวาด 
มาแสดงให้คนเห็นว่าเขามีตัวตนจริง 
เหมือนมาเตือนน่ะค่ะ
ว่าสิ่งที่มนุษย์คิดว่ามีอำนาจเหนือเขา
สามารถควบคุมเขาได้ มาบัดนี้
ไม่มีใครทำอะไรเขาได้
เขามีอำนาจเหนือเรา เขามีอยู่จริง

และเวลามีข่าวนี้ ก็มักจะเกิดแถวภาคอีสาน 
โดยเฉพาะแถวอีสานใต้
ซึ่งเป็นถิ่นที่คนชอบเล่นคุณไสย์มนต์ดำกันมาก
แต่ตอนนี้ เขาเดินทางมาถึงใจกลางเมืองแล้ว
ถึงปทุมธานีแล้วค่ะ ซึ่งก็ถือว่าใกล้ตัวพวกเรามาก
เขาคงเร่งมาเตือนมนุษย์ค่ะ
ว่าให้เลิกก่อกรรมกับเขาสักที
ให้เปลี่ยนจิตเปลี่ยนใจ 
หันมารักษาศีลห้า 
ก่อนที่จะสายเกินไป เมื่อถึงวันนั้นแล้ว
เขาก็จะมาล้างแค้น เอาคืนแน่
เพราะถือว่าเราให้โอกาส เราเตือนคุณแล้วนะ

เมื่อก่อนเจอข่าวนี้หนูก็เฉยๆ นะคะ 
มองว่าชาวบ้านแถวนั้นเขาก็คงอยู่กับธรรมชาติ
พาลคิดไปว่าพวกเขางมงายด้วยซ้ำ
แต่เดี๋ยวนี้ พอได้รู้จักบ้านสวน
ทำให้เชื่อเรื่องเหล่านี้ เชื่อในกฎแห่งกรรม
และทำให้เราไม่ประมาทในชีวิตด้วยค่ะ
 
ผู้แสดงความคิดเห็น ตุ้ย ศิริพร โฉมจันทร์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-25 09:14:30


ความเห็นที่ 65 (1630768)

ค่าย 13 นี้

เราจะคุยกันและบอกเล่า

เรื่องจริง ที่ไม่เคยเป็นข่าว

 

หรือว่า

เป็นข่าวแต่หลายคน

ก็ไม่สนใจว่า เขาต้องการ

มาสื่อสารอะไรให้เรารู้

 

รับรู้ข่าวแล้ว ก็แล้วกันไป

 

วันที่ 21 ที่ กทม.

เบื้องบนท่านไม่ต้องการให้

 

เตือนภัยถ่ายทอดสด

เพราะ

ท่านมีเหตุผลสำคัญ

 

เตือนกันได้เฉพาะบางคน

และ

คนที่สมควรรอด

สมควร มีหน้าที่สำคัญเท่านั้น

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-25 09:51:36


ความเห็นที่ 66 (1630774)

แล้วลองช่วยกัน

บอกที

ว่าทำไม ผีเหล่านี้ จึงเริ่ม

เป็นข่าว และ ปรากฎตัว ช่วงนี้มาก

และ

เข้ามาถึงเมืองใหญ่ๆแล้ว

ถึงกรุงเทพฯแล้ว

                         ขอร่วมตอบคำถามท่่านอาจารย์อุบลด้วยเจ้าค่ะ

                        1. นัชญ์คิดว่า คงเป็นเพราะว่าประตูมิติได้เปิดออกแล้ว  และ ชาวโลกทิพย์ที่อยู่ในโลกต่าง ๆ ในมิติต่าง ๆ  กำลังออกมา  ให้ทุกคนในโลกนี้ได้พบเห็น   สิ่งมีชีวิตทุกมิติทุกโลก จะได้พบเห็นกัน  และก็ออกมาเพื่อกระตุ้นจิตสำนึกให้หลาย ๆ คน ได้หันมาประพฤติปฏิบัติสิ่งที่ดีงาม มีศีล 5  

                  2. ออกมาเพื่อคัดค้าน  ผลสำเร็จของนักวิทยาศาสตร์ที่มักตอบคำถามทุกอย่างทั้ง ๆ ที่คำถามบางอย่างวิทยาศาสตร์ก็ตอบไม่ได้  บางทีก็ตอบว่า เป็นอุปทานหมู่  (เช่น การที่ผีเข้าเด็กนักเรียนเป็นกลุ่ม)   บ้างก็ว่าเป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติ  ( เช่น บั้งไฟพญานาค   ปรากฎการณ์ธรรมชาติอะไรจะมาเกิดวัน ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ได้ตรงเดิมเป๊ะเลย ถ้าธรรมชาติจริงก็ต้องเลื่อนวันได้ซิ   บางทีนักวิทยบาศาสตร์ก็ตอบเข้าข้างตัวเอง )         นักวิทยาศาสตร์มักบอกว่าสิ่งที่ตัวเองไม่เคยเห็นไม่เคยรู้  ว่าไม่มีอยู่จริง      ขอบอกว่า  วิทยาศาสตร์ที่หลายคนชื่นชมนั้น เป็นเพียงคำตอบเรื่องพื้นฐานในบางเรื่องเท่านั้นเอง

                   3. ออกมาเพื่อให้ผู้คนที่มีความรู้เพียงน้อยนิด   และไม่ยอมรับสิ่งที่เป็นใบไม้นอกกำมือขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้รับรู้ว่าพวกเขามีอยู่จริง  คนพวกนี้มักอ้างว่า  พระพุทธเจ้าไม่ได้บอก    แต่ว่าพระพุทธเจ้าบอกว่ามีสิ่งต่าง ๆ อีกมากมายบนโลกนี้ที่มีอยู่จริง    การไม่ยอมรับว่าเขามีอยู่จริง คือการดููถูกว่าพวกเขาไม่มีตัวตน

                    4. ออกมาเพื่อให้หลาย ๆ คนเห็นและได้รู้ว่า  วิทยาศาสตร์ไม่ใช่คำตอบ ไม่ใช่ที่พึ่งของมนุษยชาติ  หากแต่เป็นความดีงามของมนุษย์และเบื้องบนเท่านั้นที่จะสามารถให้คำตอบและเป็นที่พึ่งที่แท้จริงได้

                                                      จาก   ภัคณัฐฎ์  ธรณ์วรรธ์ธนา ผู้โง่เขลาเบาปัญญา

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ภัคณัฐฎ์ ธรณ์วรรธ์ธนา ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-25 10:45:15


ความเห็นที่ 67 (1630802)

เลือดที่ปรากฎ   เป็นเลือดสัตว์บาเเจ็บ      เป็นเลือดปริศนาที่ไม่ใช่เลือดสัตว์

ใครรู้เดาได้            ช่วยบอกหน่อย

..................................................................................................................................

หนูขอเดาว่าต้องเป็นผีกระสือส่วนมากผีกระสือชอบไปบ้านคนที่มีท้องค่ะน้าที่เป็นหมอตำแยเคยเล่าให้ฟัง     

และเกิดขึ้นกับพี่สาวหนูเองมีร้านขายแตงโม  2  ร้าน 

ร้านหนึ่งเป็นของพี่สาว  อีกร้านหนึ่งเป็นคนที่เป็นบอป  ร้านของพี่สาวขายดีมาก  อีกร้านที่เป็นผีบอปก็อิจฉาเลยหาวิธีทำให้แตงโมของพี่สาวที่ซื้อใหม่เน่าแยอะมากเลยหนูยังสงสัยว่าเขาเล่นของไม่ดีเยอะมากเพราะบ้านอยู่ใกลักัน  แต่ตอนนี้เขาเสียชีวิตไปแล้ว  พวกนี้ก่อนจะตายทรมานและชอบเล่นของสกปรกญาติเขาจึงไม่อยากให้คนอื่นเห็น  เช่น เล่นอึตัวเอง นั่งเล่นน้องสาวตัวเอง

พูดถึงเรื่องงูหนูเคยฆ่างูค่ะ  ประมาณ  5 - 6  ตัวค่ะ

ตอนนี้ดีใจจังเลยตัวตะเข็บออกจากบ้านไปหมดแล้ว

ผู้แสดงความคิดเห็น บุญภิบาล คงเขียว ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-25 12:24:52


ความเห็นที่ 68 (1630904)

อ่านเรื่องลุงเบิ้มแล้ว สุดยอดเลยค่ะ

ส้มเป็นคนที่ไม่ชอบงูเลย รังเกียจ เวลาเห็นก็อยากจะฆ่างูให้ตายทุกทีเลย

ยิ่งเห็นใครฆ่างูได้จะดีใจมาก

แต่ตอนนี้ไม่แล้วค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น พรรณพร หลงสมบูรณ์ (ส้ม) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-25 20:48:41


ความเห็นที่ 69 (1630961)

วันนี้

อังคาร 25 ก.ย.55

ได้ถามช่างเสริฐว่า ปกติไก่ป่า

มาอยู่บ้านคนหรือเปล่า แถวบ้านมีไหม

ไม่มีหรอกครับ เคยมีคนจับมา แต่มันหนีกลับป่าครับ

 

ทำไม

ม้นมาอยู่ที่บ้านสวนฯกันเยอะแยะ

แล้วไม่กลัวคนเลย

 

มันเจอคนมาตั้งแต่เกิด

มันเลยไม่กลัวครับ

 

แล้วพวกที่มาก่อน

ไม่ได้เกิดที่นี่ ทำไมมันไม่กลัว

แล้วก็ไม่กลับป่า

 

ลุงบุญบอก

มันรู้ครับอาจารย์

ว่าที่นี่ปลอดภัย มันมีสัญชาติญานครับ

เดี๋ยวนี้เยอะแยะไปหมดเลย

แต่มันก็ยังรักษาเอกลักษณ์ไก่ป่านะ

คือบินได้สูง และ นอนบนต้นไม้

 

ผมเห็นมันตีกัน เลยไปห้าม

มันบินหนีข้ามจากห้องน้ำ มาที่ ลานจอดรถ

อีกตัวก็บินตาม บินสูงมากเลยครับ

 

แปลก

มันไม่ยอมกลับป่า

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-26 00:30:24


ความเห็นที่ 70 (1630988)

 แปลก

มันไม่ยอมกลับป่า

++++++++++++++++++++++++++

บ้านสวนพีระมิดก็คือประเทศไทยจำลอง

ที่มีไก่ป่ามาอยู่ที่บ้านสวนมากมาย

หรือว่าเขาจะมาส่งสัญญาณอะไรหรือป่าวครับ?

หรือจะส่งสัญญาณว่าสัตว์ป่ากำลังจะเข้าเมืองหรือป่าวนะครับ 

ผู้แสดงความคิดเห็น พัฒนพงศ์ ปรับโตวิดโจโย ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-26 07:22:52


ความเห็นที่ 71 (1631010)

 แถมเวลาเราเข้าไปใกล้ๆ เขา

ก็ยังไม่ยอมหนีนะคะ

ปกติแค่ไก่บ้านกกไข่ก็แทบไม่เคยเห็นแล้ว

แต่นี่เป็นไก่ป่าเขาทั้งวางไข่ กกไข่

ไว้หลายจุดในบ้านสวน

แถมผู้คนก็เดินไปเดินมา

เค้าก็แค่มองๆ ไม่ได้จิกกัดอะไร

พวกสัตว์เขาคงรู้ว่าที่นี่ปลอดภัยเหมือนที่ลุงบุญบอกนะคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ตุ้ย ศิริพร โฉมจันทร์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-26 09:08:48


ความเห็นที่ 72 (1631019)

แปลก

มันไม่ยอมกลับป่า

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-26 00:30:24

 

หรือว่าเขาจะมาส่งสัญญาณอะไรหรือป่าวครับ?

หรือจะส่งสัญญาณว่าสัตว์ป่ากำลังจะเข้าเมืองหรือป่าวนะครับ 

-*-*-*-*-*-*-*-

น่าคิดเหมือนกันนะคะ

สัตว์ป่า ที่กำลังจะ หรือเข้าเมือง

โอยเป็นไก่ ก็น่ารัก น่าเอ็นดู นะคะ

แต่หากเป็น สัตว์ที่มีพิษ สัตว์ดุร้าย

จะเป็นไงนะ โอ้ย ๆๆ  น่ากลัวจัง

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

มีคนเล่าให้ฟังว่า

ได้เข้าไปทำงานที่รังสิตคลอง 8

( ถ่ายภาพทุ่งนา )

ก็มีชาวบ้านมาบอกว่า

ให้ระวัง !!! งูเห่านะ

ไม่รู้ว่า มาจากไหน

ช่วงนี้เยอะแยะไปหมด ผิดปกติ

พอได้ฟัง ก็คิดถึง อ.อุบล

ที่ท่านเคยบอกไว้

สัตว์ร้าย สัตว์มีพิษ ผีต่าง ๆ

กำลังจะเข้าเมือง

และการที่มีงูเห่า ออกมามากผิดปกติ

ก็น่าจะเป็นสัญญาณ อะไรบางอย่าง

เพราะ พวกสัตว์ หรือ แมลง

จะสัมผัสได้ก่อน มนุษย์

หรือเปล่าหนอ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ประวีณา แค้มป์ ( แมว ) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-26 10:07:42


ความเห็นที่ 73 (1631235)

น้องเบส + คุณแมว

 

พวกสัตว์

 เขามีความสามารถพิเศษ

หลายอย่างที่เหนือคน

เช่น

-มองเห็นเวลากลางคืน

เช่น สุนัข แมว นกฮูก ฯลฯ

 

-มีสัญชาตญาณ ซึ่งคนไม่มี

เช่น เกิดมาหาอาหารได้

ว่ายน้ำได้ เดินได้ทันที

ตะกาย 

กระโดดเข้าหน้าท้องแม่จิงโจ้ได้ทัน

 

-มีประสาทสัมผัสละเอียดอ่อนกว่าคน

เช่น รู้ว่าใครรัก ใครเกลียด รู้ว่า

ใครเป็นอันตราย เป็นมิตร

 

-มีดิจิตัลลิสท์

ที่รับรู้แรงสั่นสะเทือนระยะไกลได้

เช่น

ก่อนแผ่นดินไหว สัตว์ต่างๆ

จะรับรู้ได้ จะอพยพหาที่ปลอดภัย

ซึ่งคนไม่รู้ เพราะ ประสาทหยาบกว่าสัตว์

ไม่มีต่อมรับแรงสั่นสะเทือนนี้

(แต่อันที่จริงมี แต่ไม่เคยใช้ ต่อมเลยตาย)

 

มีคนมาตามแล้ว เดี๋ยวค่อยมาต่อ

ใครสนใจก็มาคุยกันนะจ๊ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-27 09:28:34


ความเห็นที่ 74 (1631318)

 

 

 

สัตว์ต่างๆ 

จะรับรู้ได้ จะอพยพหาที่ปลอดภัย

ซึ่งคนไม่รู้ เพราะ ประสาทหยาบกว่าสัตว์

ไม่มีต่อมรับแรงสั่นสะเทือนนี้

(แต่อันที่จริงมี แต่ไม่เคยใช้ ต่อมเลยตาย)

แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-27 09:28:34

สัตว์ต่าง ๆ กำลังหนี  เหตุร้าย เช่นไก่ป่าเข้าบ้านสวน เพราะบ้านสวนคือแหล่งบุญเป็นเขตอภัยทานเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์มาก  พวกสัตว์หนีจากพายุสุริยะที่ท่านอาจารย์อุบล บอกว่า จะเกิดในวันที่ 21 ธันวาคม 2555  และสะเก็ดดาวเคราะห์ชนโลก ในวันที่16 กุมภาพันธ์ 2556    แล้วสัตว์เลี้ยงในบ้าน  เราจะสามารถช่วยสัตว์เลี้ยงเหล่านั้นได้หรือไม่ เราต้องปล่อยพวกเขาตามกรรมหรือไม่   ท่านอาจารย์อุบลมีคำสั่งสอนในกรณีนี้หรือไม่อย่างไรค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ภัคณัฐฎ์ ธรณ์วรรธ์ธนา ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-27 11:28:38


ความเห็นที่ 75 (1631424)

ขอเล่าเรื่องผีอีกหนึ่งเรื่องคือ  ผีกองกอย ซึ่งกุหลาบเองเคยได้ยินตั้งแต่สมัยเป็นเด็กๆ ซึ่งคนแก่คนเฒ่าเอาไวัพูดหลอกเด็กในเวลากลางคืน  เพื่อให้เด็กกลัว และไม่ดื้อ  และกุหลาบเองก็พึ่งมาได้ยินเมื่อเร็วๆนี้  เพราะหลานสาวเล่าให้ฟังว่า มีคนเห็น ผีกองกอย  กุหลาบก็อยากทราบว่ามันเป็นอย่างไร  ก็ได้ไปสอบถามด้วยตัวเองกับหลาน  ขี่รถไปตั้งไกล  เพราะความอยากรู้  และก็ได้ทราบว่า  มีผู้หญิงคนหนึ่งได้นอนหลับ ตื่นมาตอนกลางดึก  แกเล่าว่าเหมือนครึ่งหลับครึ่งตื่น  คืนนั้นอากาศร้อนก็ได้นอนเปิดหน้าต่าง  แกมองไปที่หน้าต่าง เห็นใบหน้าของคนแต่เล็กมากผมคลุมใบหน้า  แกตกใจร้องไม่ออก  จะเรียกสามีที่นอนข้างๆก็เรียกไม่ได้  เหมือนโดนอำ  แกก็เหมือนจะดิ้น ให้รู้สึกตัว  ตาก็มองหน้าผีตนนั้น  อยากจะร้องก็ร้องไม่ได้  สักพักก็โดนเรียกจากสามี  ว่าเป็นอะไร  ตัวแข็งเชียว  ตอนที่สามีเรียกแกบอกว่ามันกระโดดออกจากหน้าต่างไปแล้ว  ตัวมันเล็กมาก  แกก็เล่าให้สามีฟัง  แต่สามีไม่เห็นด้วยก็ลงความเห็นว่า  น่าจะเป็นผีกองกอย  เพราะมันตัวเล็ก  แต่เค้าบอกว่าผีพวกนี้ ชอบกินของในครัว  ชอบมาขโมยกิน  หมู่บ้านนั้นก็พากันเอากล้วยแขวนไว้หน้าบ้านกันทุกบ้าน  ป้องกัน ผีกองกอย ไม่ให้เข้าบ้าน  ซึ่งบ้านของหลานที่มาเล่าให้ฟังเค้าก็พากันเอากล้วยแขวนไว้เหมือนกัน  

จริงหรือไม่กุหลาบก็ไม่อาจทราบได้  แต่ก็ได้ไปเก็บมาเล่าให้ฟัง  เผื่อคนที่ลืมเรื่อง ผีกองกอย  ไปแล้วจะได้รื้อฟื้นความจำอีกครั้ง  โดยเฉพาะคนอีสาน ถ้าผีต่างๆเหล่านี้มารวมกันทั้งปอบ  กระสือ  กระหัง  ผีกองกอย  คงน่ากลัวมาก  อ.อุบลขาช่วยหนูด้วย  ขอให้หนูรอดพ้นจากผีเหล่านี้ด้วยเถิด  ไม่อยากเจอค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น กุหลาบ รักสนิท ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-27 19:42:04


ความเห็นที่ 76 (1631428)

โดยเฉพาะคนอีสาน

ถ้าผีต่างๆเหล่านี้มารวมกัน

ทั้งปอบ  กระสือ  กระหัง  ผีกองกอย

คงน่ากลัวมาก

 

อ.อุบลขาช่วยหนูด้วย

ขอให้หนูรอดพ้นจากผีเหล่านี้ด้วยเถิด

ไม่อยากเจอค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น กุหลาบ รักสนิท ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-27 19:42:04

 

 

จริงๆแล้ว

ผี ก็คือ วิญญาณ ที่เคยเป็น

"คน" มาก่อน

 

ดังนั้น

ผีเหล่านี้

ไม่ใช่สิ่งน่ากลัว

แต่เขาน่าสงสารมากกว่า

 

เขาไม่มีบุญกุศลจะกิน

เพราะสมัยเป็นคน ทำบุญไว้น้อย ทำแต่บาป

พอตายไป ทั้งที่ยังไม่หมดอายุ

 

หรือหมดอายุ

แต่วันพระ นรกเปิดโอกาสให้

ขึ้นมาขอส่วนบุญจากญาติ หรือ คนรู้จักได้

 

ผีเหล่านี้

หรือ วิญญาณ เหล่านี้

ก็จะร่อนเร่ไป เพื่อหาผู้ให้บุญตนเองได้

 

ถ้าได้รับบุญ

ก็จะมีความสุขขึ้น

รัศมีกายสว่างไสวขึ้น

หรือไปเป็นเทวดา เลื่อนภพไปเลย

 

แต่พอหมดบุญก็กลับมาอีก

ถ้าระหว่างเป็นเทวดา ไม่มีวิธีหาบุญกิน

 

หรือขณะร่อนเร่

ไม่มีผู้ใจบุญเข้าใจ ให้บุญ

มีแต่คนกลัว เมื่อเขาปรากฎตัวให้เห็น

เขาก็จะต้องหลอกหลอน

ทำให้คนสนใจ

บางทีก็มาทำให้เจ็บป่วยไข้

เพื่อจะได้ไปหาพระ หาคนบอก

ให้ทำบุญให้เขา

 

เรียกว่า ไม่ได้ด้วยเล่ห์

ก็เอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์

ก็เอาด้วยคาถาเลยหละ

 

จริงๆ

การปรากฎตัวให้เห็น

เขาต้องการขอความช่วยเหลือจากเรา

ให้เราทำบุญ อุทิศบุญให้

แต่ส่วนใหญ่เรา

กลัวเขา

 

ลองนึกถึงตัวเราสิ

ว่าถ้าเราตายวันนี้ เดี๋ยวนี้

จะมีคนกลัวเราหรือไม่ แม้แต่คนบ้านเดียวกัน

ก็ยังกลัวกันเองเลย

 

ดังนั้น

อยากให้คุณกุหลาบ

ลองตั้งใจใหม่ ว่า หัวอกผีเป็นไง

 

ถ้าเราตาย

ทั้งที่บุญไม่พอนำขึ้นสวรรค์

เราก็ต้องไปนรก

 

พอวันพระ

เราได้โอกาสมาขอบุญ

ลูกเต้า ญาติพี่น้อง

แต่ทุกคนกลับไม่สนใจเรา

กลับลืมเราไปแล้ว

 

แถม

บางคนก็ไม่เชื่อว่า

โลกหน้ามีจริง จึงต้องทนทุกข์

เพราะไม่มีบุญจะกิน

ต้องเศร้าเสียใจ

กลับนรก

 

แล้ว

ก็รอวันพระใหม่

อย่างนี้เรื่อยไป จนกว่าจะหมดกรรม

เลื่อนภพภูมิมาเรื่อยๆ

 

อ.อุบล

ไม่เคยกลัวผีเลย

สงสารผีทุกตัว ทุกตน

เจอที่ไหน ให้บุญหมดเลย

 

วันไปบ้านไร่ปลายตะวันนะ

มากันเพียบเลย แทบไม่ได้นอนเลยนะ

เขามาขอบุญ ไม่ได้มารบกวนเรา

จนต้องบอกว่า

ให้ทุกดวงจิตเลย ไม่ต้องกลัว

แต่ขอพักผ่อนก่อนนะ อนุโมทนาเอาเลย

 

เขาไปตามกันมา

นับไม่ถ้วนเลย ไม่รู้กี่แสน กี่ล้าน

เรียกว่า เขารอคอย มานาน

 

ทั้งเทวดาทุกชั้นฟ้า

ก็มาคอยอนุโมทนาบุญธรรมทาน

 

 

หรือ

นึกถึงคนบ้านเดียวกับเรา

ที่เคยตายไปแล้ว เรากลัวหรือไม่

ทั้งที่ตอนมีชีวิต ก็ผูกพันสนิทกัน

แต่พอตาย ดันกลัวกันเอง

 

ต่อไปนี้

ไม่ต้องกลัวผีอีกต่อไป

เจอที่ไหน อุทิศบุญให้เลย

 

ถ้ายังไงก็ยังไม่เลิกกลัว

คุณกุหลาบ

มีจี้อยู่กับตัวจะกลัวอะไร

เขาเห็นจี้ เขาก็อนุโมทนาบุญ

ขึ้นไปเป็นเทวดาแล้วหละ

ยกเว้นกรรมเขามากเกินไป ขึ้นไม่ได้

แต่รับรอง ยังไงก็ไม่กวน

คนที่มีวัตถุมงคลทุกอย่างของบ้านสวน

หรือ

ใช้รหัส อ.อุบล ช่วยด้วย

 

เพราะ

อ.อุบล จะให้บุญ

เทวดารักษาทุกคน เสมอ

 

ไม่งั้น

คุณแม่คุณกุหลาบ

ที่พูดคนเดียวทั้งวันทั้งคืน

คงไม่หยุดพูด เมื่อท่านคล้องจี้

หรือเอาจี้ไว้ใต้หมอน

หรอกจ้า

 

ต่อไปนี้

ถ้าเจอผี ต้องคิดว่า

เราโชคดีจัง ที่จะได้ช่วยเขา

นะจ๊ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-27 20:41:10


ความเห็นที่ 77 (1631430)

ผีทุกชนิด

ที่เราเจอเขาได้นี่นะ

ถือว่าเป็นผีที่อยู่ในระดับยมโลก

คือ

เป็นนรกบริวารแล้ว

กรรมเบาบางหลังจากใช้กรรม

ในมหานรกมาแล้ว

 

หรือบางคน ตายไป ก็ไปยมโลกเลยก็มี

 

อันนี้จึงจะมาได้ในวันพระนะ

ถ้ากรรมหนักจริงๆ มาไม่ได้ ไม่ว่าวันไหน

ยกเว้น

ผู้มีบุญพระกรรมฐานเท่านั้น

ที่จะขอเบิกวิญญาณมาได้

โดยมีท้าวเวสสุวรรณ

ผู้คุมบัญชี ต้องอนุญาต เพียงผู้เดียว

จึงจะเบิกวิญญาณขึ้นมาได้

 

เช่นที่บ้านสวน

เคยขอเบิกวิญญาณพ่อแม่พี่น้อง

มาให้ขอขมากัน

ดังที่เห็นกันมาแล้ว

 

อันนี้

ท้าวเวสสุวรรณ

ท่านอนุญาตเพราะต้องการให้มนุษย์

เห็นว่า นรกมีจริง

 

ชีวิตหลังความตาย

มีจริง

ท่านเห็นว่า เป็นประโยชน์ กับคนดู

ท่านจึงอนุญาตให้ร่วมแสดง

อนุสาสนีปาฏิหาริย์ได้

 

 

โดย

เอาผลการหาย

หรือ

ดีขึ้น เป็นเครื่องยืนยัน

การมาของวิญญาณ

ให้เป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

ไม่ใช่แค่กล่าวอ้างลอยๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-27 20:59:20


ความเห็นที่ 78 (1631444)

เรื่องผีถ้าพูดถึงตัวหนูเองก็กลัวมากเลยค่ะ

แต่ช่วงหลังๆมานี้ เริ่มรู้สึกเฉยๆซะมากกว่าก็มีความกลัวอยู่บ้าง

พยายามนึกว่าที่เค้ามาให้เราเห็นเค้าต้องการบุญ

เหมือนที่เราต้องการอาหาร

ไม่อย่างนั้นเค้าก็คงไม่มาให้เราเห็นในแบบต่างๆ

บางครั้งก็มาในความฝันบ้าง มาแบบเสียงบ้าง

มาแบบกลิ่นบ้าง แต่ที่แน่นอนที่สุดมากปรากฎตัวให้เห็นกันชัดๆเลย

แถมยังมาในลักษณะแตกต่างกันไปอีก

อย่างที่ท่านอาจารย์อุบลบอกว่า เค้าต้องการบุญไม่มีผู้ใจบุญให้บุญเค้า

เค้าก็ต้องมาหลอกมามาหลอน 

พอคนโดนผีหลอกก็จะไปหาพระบ้าง ทำบุญอุทิศส่วนกุศลบ้าง

ว่าแต่ว่าแสดงว่าเค้าก็รู้จักวิธีการขอบุญเหมือนกันนะเนี้ย

ไม่งั้นก็อดได้บุญกันพอดีโดยเฉพาะวันพระซึ่งสัปดาห์หนึ่งมีแค่1วัน

ที่ดวงวิญญาณจะถูกปลดปล่อยให้มาขอบุญ ถ้าไม่ได้วันพระนี้ก็ต้องรอวันพระหน้าอีก

บางครั้ง ลูกหลานคิดว่าการที่ไม่มาปรกฎตัวให้เห็น

อาจจะไปอยู่บนสวรรค์แล้วก็ได้ คงจะไปที่สุข ไม่ตกอยู่ที่ทุกข์

ส่วนตัวหนูเองเมื่อก่อนก็เป็นแบบนั้นเหมือนกันค่ะ

ถ้าไม่เจอเรื่องอะไรที่น่ากลัวก็จะไม่ค่อยทำบุญ

เพราะคิดเพียงแค่ว่าเราสบายยังไม่ทุกข์ร้อนใจ

มองเพียงตัวเราอย่างเดียวไม่เคยมองสิ่งที่อยู่รอบข้าง

แต่ปัจจุบันนี้ ได้ทราบเรื่องเกี่ยวกับวิญญาณ เรื่องนรก สวรรค์มากขึ้น

เมื่อได้มาที่บ้านสวนพีระมิด 

ทำให้พฤติกรรมของตัวเองบางอย่างเปลี่ยนไป

หันมาสนใจทำบุญ ทำทาน มากขึ้น

ก่อนนอนจะไหว้พระ และอุทิศบุญให้เทวดา ดวงจิตดวงวิญญาณ เสมอค่ะ

ทำแบบนี้แล้วสบายใจหลับฝันดี จนจำความฝันไม่เคยได้เลย อิอิ

อ้อส่วนเรื่องจี้ ใส่นอนทุกคืนค่ะ หลับสบาย ไม่กลัวสิ่งรบกวนต่างๆค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น วรางคณา พุฒศรี ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-28 00:34:38


ความเห็นที่ 79 (1631455)

ถ้ายังไงก็ยังไม่เลิกกลัว

คุณกุหลาบ

มีจี้อยู่กับตัวจะกลัวอะไร

เขาเห็นจี้ เขาก็อนุโมทนาบุญ

ขึ้นไปเป็นเทวดาแล้วหละ

ยกเว้นกรรมเขามากเกินไป ขึ้นไม่ได้

แต่รับรอง ยังไงก็ไม่กวน

คนที่มีวัตถุมงคลทุกอย่างของบ้านสวน

หรือ

ใช้รหัส อ.อุบล ช่วยด้วย

 

เพราะ

อ.อุบล จะให้บุญ

เทวดารักษาทุกคน เสมอ

*******************

 กราบขอบพระคุณท่านอ.ที่เมตตาลูกหลานเสมอคะ

ต่อไปนี้ก็คงจะต้องเลิกกลัวผี

และเปลี่ยนมาเป็น หมั่นอุทิศบุญกุศลให้กับดวงวิญญาณ

ทุกๆดวงและต้องเปลี่ยนมาเป็นยินดีที่เห็นผ.ผี

เพราะเขามาส่งเสริมเตือนสติให้หมั่นทำบุญ

จะว่าไปจริงๆ คุณผีๆๆๆ ทั้งหลายก็เอาตัวเองมาเป็นธรรมทานให้พวกเราได้รู้ได้เห็นนี้เอง

ผู้แสดงความคิดเห็น เจิดหทัย สุวรรณากาศ (หนึ่ง) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-28 05:33:03


ความเห็นที่ 80 (1631471)

 ฟังเรื่องผีและเรื่องวันพระแล้ว

ก็ให้นึกถึงแม่ค่ะ

เพราะเวลาใกล้วัน พระ หรือวันโกน

แม่ตุ้ยจะมีอาการป่วยขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

แถมบางทีวันไหนที่จะมาสร้างบุญบ้านสวน

แม่เตรียมป่วยรอเลยค่ะ 

แรกๆ ก็ไม่ได้สังเกตน่ะค่ะ

พอหลังๆ จึงได้รู้จากท่าน อ.อุบลว่า

เขาคงอยากได้บุญใหญ่

ให้เราอุทิศบุญให้เขาได้ตลอดเวลาที่อยู่บ้านสวนเลย

 

ตอนนั้นคิดว่า

ที่แม่ต้องมาป่วยอย่างนี้

คงเป็นเพราะเราเองที่

เป็นส่วนสำคัญทำให้แม่ป่วย

เรายังปฏิบัติได้ไม่ดี

เรายังทำอะไรไม่จริงจังอีกมาก

ยังขี้เกียจในการปฏิบัติ

ศีลก็ยังไม่บริสุทธิ์

เหล่านี้คงเป็นตัวทำใ้ห้แม่ยังไม่ดีขึ้น

เราต้องทำให้ดีขึ้นกว่านี้ให้ได้

 

ยิ่งวันไหนบ้านสวนจัดงานบุญใหญ่ๆ

อย่างงานบวงสรวง หรืองานเข้าค่ายนี่

ต้องเตรียมตัวไว้เลยค่ะ

แกจะเริ่มมีอาการมาแสดงแล้ว

เราต้องเตรียมของใช้ไว้ให้แม่แอดมิดได้เลยค่ะ
ผู้แสดงความคิดเห็น ตุ้ย ศิริพร โฉมจันทร์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-28 09:25:21


ความเห็นที่ 81 (1631472)

 ภาพถ่ายติดวิญญาณเชลยศึกสงครามโลก 

28 กันยายน 2555 เวลา 08:31 น. | เปิดอ่าน 929 |  ความคิดเห็น 1 
 ตะลึง!ภาพถ่ายคล้ายวิญญาณเชลยศึกพันธมิตร ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2  ชี้อาจเป็นเพียงเงาสะท้อน
 
 
 
 

ภาพถ่ายคล้ายวิญญาณเชลยศึกพันธมิตร สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2  ถ่ายโดย จอห์น ทูลลอช นายทหารเกษียณอายุ วัย 66 ปี ที่ถ่ายไว้ตั้งแต่ปี 2010 ผ่านกระจกรถยนต์แบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ระหว่างการเดินทางเพื่อไปร่วมรำลึกทหารหาญแห่งกองพันปืนใหญ่ จำนวน 400 นาย ที่เสียชีวิตจากเหตุเดินแถวมรณะ ซึ่งภาพที่ถ่ายได้นั้นบังเอิญติดเงาสีขาวรูปร่างคล้ายโครงกระดูกมนุษย์จำนวนหลายร่าง กำลังเดินมุ่งหน้าไปในทิศทางเดียวกัน คล้ายกับเหตุการณ์ที่เคยผ่านมาในอดีต

 
ทูลลอช เผยว่า "รอบแรกที่ดูภาพถ่ายในจอคอมพิวเตอร์ตนไม่ได้สังเกต แต่เมื่อกลับมาดูอีกรอบจึงประหลาดใจกับสิ่งที่ปรากฏ เมื่อพิจารณาดูอีกครั้งกลับรู้สึกเย็นยะเยือกไปทั้งตัว เพราะเห็นเหมือนร่างมนุษย์ 17-18 คน กำลังเดินออกจากป่า และมุ่งหน้าไปยังราเนา เมื่อนำภาพนี้ไปให้ผู้อื่นได้ดู ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าแปลกมาก บ้างก็ปฏิเสธไม่ยอมดูรูปภาพเนื่องจากกลัวหลอน แต่ช่วงที่ถ่ายภาพไกด์นำเที่ยวได้นำผ้าขนหนูวางไว้บนคอนโซลรถด้วย มันอาจเป็นแสงกระทบที่เกิดจากผ้าขนหนูก็เป็นได้ ผมจึงเรียกมันว่าภาพสะท้อนแห่งการเดินแถวมรณะ
 
 
 
 
ผู้แสดงความคิดเห็น ตุ้ย ศิริพร โฉมจันทร์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-28 09:31:56


ความเห็นที่ 82 (1631504)

 

 

 

นึกถึงคนบ้านเดียวกับเรา

 

                        ที่เคยตายไปแล้ว เรากลัวหรือไม่

 

 

  ทั้งที่ตอนมีชีวิต ก็ผูกพันสนิทกัน

 

แต่พอตาย ดันกลัวกันเอง

ครั้งแรกที่จําความได้ คุณตาตาย ยังเด็กมากไม่รู้เรื่องเท่าไหร่ พอคนที่2

น้าชายตาย จมนํ้าตาย โอ้โห! กลัวมากเลยค่ะ เห็นโลงศพแล้วก็ทําใจไม่ได้

ความรู้สึกไม่่อยากเห็น ไม่อยากดู แล้วน้าชายคนนี้ก็สนิท และรักแกด้วย

เพราะแกใจดี นานมาก กว่าจะทําใจได้

จนมาเมื่อ 3 ปีที่แล้ว คุณพ่อตาย ความรู้สึกเปลี่ยนไปจากเดิมมาก ทั้งที่เสียใจ

แต่กับรู้สึกว่า เราจะต้องทําทุกอย่าง เพื่อให้คุณพ่อได้บุญให้มากที่สุด ตอนนั้นยังไม่รู้จักบ้านสวนฯ แต่ก็ได้รู้จักหลวงพ่อฤาษี และฟัง+อ่านธรรมะของท่านมาบ้างพอสมควร ก็นํามาทําตาม อย่างเช่น เวลาถวยสังฆทาน ทั้งปัจจัย สิ่งของ ฟังพระเทศหรือกวดนํ้า เจ้าภาพต้องตั้งจิตให้เป็นสมาธิ อุทิศส่วนบุญกุศล ฝากพระแม่ธรนี ไปบอกท่านท้าวเวสสุวรรณว่าช่วยบอกบุญที่ลูกหลานทําส่ง ให้นายนายบุญเลิศ อุ่นศรี ได้รับบุญกุศลด้วยเถิด เพราะไม่รู้ว่าคุณพ่ออยู่ตรงใหนภพภูมิใด และมีครั้งแรกที่ได้คุยกับคุณพ่อหลังจากที่ท่านเสียไปได้เดือนหนึ่ง ท่านมาเข้าร่างของพี่แอ้วคนที่เป็นร่างทรง ตอนเข้ามาพี่แกบอกว่า ปวดที่หัวมากเพราะตอนเสียชีวิต คุณพ่อเส้นเลือดในสมองแตก ท่านคุยกับน้องสาวอยู่ดีๆ ก็ไปเลย  ท่านพูดกับอร ว่าจะทําอะไรให้รีบทํา (หมายถึงบุญกุศล) ดูอย่างพ่อซิลูก จะไปวันใหนยังไม่มีใครรู้เลย เป๊บเดียวก็ไม่เห็นกันแล้ว และพ่อก็ดีใจที่ลูกมาทางธรรม และพ่อก็เข้าใจว่าทําไมลูกอยากให้พ่อเข้าวัด จึงถามคุณพ่อว่าตอนนี้พ่ออยู่ที่ใหน พ่อไม่ได้ถูกจองจํา จะไปใหนก็ได้ตอนนี้ และมีครั้งหนึ่งเคยฝัน เห็นคุณพ่อมา รอรับบุญที่บ้านสวนพีระมิด และก็หยิบเงินในกระเป๋าเสื้อของท่าน จําได้ว่าเป็นแบ็งร้อยหลายใบ ส่งให้อรทําบุญกับท่านอาจารย์ ตอนนั้นเข้ามาใหม่ๆ ช่วงที่ท่านอาจารย์ ทําบุญทอดกฐิน หลังจากนั้นก็ไม่เห้นคุณพ่อ อีกเลย

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อร อุ่นศรี ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-28 12:42:06


ความเห็นที่ 83 (1631535)

ต่อไปนี้

ถ้าเจอผี ต้องคิดว่า

เราโชคดีจัง ที่จะได้ช่วยเขา

นะจ๊ะ

หนูขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อุบลค่ะ

หนูยอมรับว่าเป็นคนที่กลัวผีมากค่ะ อยู่คนเดียวไม่ได้ ได้ยินเสียงก๊อก ๆ แก๊กไม่ได้

 กลัวสุด ๆ และไม่กล้าไปงานศพค่ะ

แต่พอได้รับความรู้จากท่านอาจารย์แล้วทำให้หายกลัว

และตั้งสติเพื่ออุทิศบุญให้เค้าแทน

ถ้าเป็นเราเองกลายเป็นวิญญาณแร่รอน ไม่มีคนทำบุญให้คงทรมาณสุด ๆ ค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น มยุรฉัตร สุดจิตต์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-28 15:02:35


ความเห็นที่ 84 (1631536)

ต่อไปนี้

ถ้าเจอผี ต้องคิดว่า

เราโชคดีจัง ที่จะได้ช่วยเขา

นะจ๊ะ

หนูขอกราบขอบพระคุณท่านอาจารย์อุบลค่ะ

หนูยอมรับว่าเป็นคนที่กลัวผีมากค่ะ อยู่คนเดียวไม่ได้ ได้ยินเสียงก๊อก ๆ แก๊กไม่ได้

 กลัวสุด ๆ และไม่กล้าไปงานศพค่ะ

แต่พอได้รับความรู้จากท่านอาจารย์แล้วทำให้หายกลัว

และตั้งสติเพื่ออุทิศบุญให้เค้าแทน

ถ้าเป็นเราเองกลายเป็นวิญญาณแร่รอน ไม่มีคนทำบุญให้คงทรมาณสุด ๆ ค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น มยุรฉัตร สุดจิตต์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-28 15:06:22


ความเห็นที่ 85 (1631549)

 ต่อไปนี้

ถ้าเจอผี ต้องคิดว่า

เราโชคดีจัง ที่จะได้ช่วยเขา

นะจ๊ะ

เมื่่อ 17 ปีก่อนตอนพ่อเสียชีวิต

มีการย้ายศพจากบ้านหลังนึงไปอีกหลังนึง

แม่ก็บอกพ่อว่า เขายกร่างไปแล้ว ตามเขาไปซิ

หมานะหอน ตามเกรียวเลย

เล็กก็ไม่ได้รู้สึกกลัวมาก อาจจะเพราะว่าเราไม่ได้จินตนาการ

ว่าเราจะได้พบเจอ อะไรที่แปลก ที่สำคัญคลื่่นเราไม่ตรงกับผี

ไม่เคยเจอคะ

แต่เพื่อนที่ทำงานนะรักทวดมาก ๆ ตอนมีชีวิตอยู่

แต่พอทวดเสียชีวิต ถึงกับต้องกินยานอนหลับ

เพื่อจะให้นอนหลับ

ส่วนเรื่่องผี เราได้เจอ

ก็คงต้องรีบอุทิศบุญให้เขาเลย

เพราะว่าบางคน เขาก็อยู่รอรับบุญจากเราได้ไม่นาน

ก็รีบกลับไปอยู่ที่เดิม 

แล้วถ้าเขาได้รับบุญแล้วเป็นเทวดาเขาก็ให้การคุ้มครองเราด้วย

เนื่องจากเขาได้รับการสงเคราะห์จากเราให้ได้ภพภูมิที่ดีขึ้น

ผู้แสดงความคิดเห็น เยาวลักษณ์ เกิดมีทรัพย์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-28 16:55:23


ความเห็นที่ 86 (1631564)

เมื่อกลางวัน

ดูข่าว เห็นคนไปหาปลา

แต่ไปเจอ ลูก จระเข้แทน

อายุประมาณ 1 ปี

 

นี่แสดงว่า

เขามีแม่ใช่ไหม แล้วเขาก็

มีเพื่อนที่ออกมาพร้อมกันใช่ไหม

แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนกันมั่ง

แล้วเขามาอยู่ตามทุ่งนาได้ไง

เขามาจากไหน

มาตั้งแต่เมื่อไหร่

 

เขามารออะไร นี่สิสำคัญ

 

ถ้าน้ำท่วมบ้านใครนะ

บอกไว้ก่อนเลย

ว่า

อย่าลงเล่นน้ำ อย่าลุยน้ำ

เป็นอันขาดนะ

 

ปีที่แล้ว

คนถูกกินเยอะแยะ

แต่ไม่เป็นข่าวนะ คงไม่ใช่

เพราะว่าเขาปิดข่าวหรอก

แต่นักข่าวคงไม่รู้จริงๆ

 

ลูกบ้านสวน

ที่เขาขับเรือหางยาวนะ

เขาบอก เขาเห็นกับตาเลย

ว่าไอ้เข้ตัวใหญ่ กินคนต่อหน้าเขา

แต่ไม่เป็นข่าว เขาบอก เขากลัวมาก

แต่ยังดี มีวัตถุมลคลบ้านสวน

มีรหัส อ.อุบล ช่วยด้วย

 

แล้วปีนี้

ไอ้เข้ ออกลูก ออกหลาน

มาอีกเยอะแยะเลย

แล้วจำนวนที่หลุดจากฟาร์ม

ก็เป็นจำนวนที่

ไม่มีใครรู้เลย เพราะการเลี้ยง

ผิดกฏหมาย ไม่กล้าแจ้ง

 

อันนี้

เป็นไปตามกฎแห่งกรรม

เป็นไปตามแผน

เอาคืน

 

และ

เป็นการวางกำลังไว้

ทั่วประเทศไทย

แบบเงียบๆ

แต่เมื่อถึงเวลา ทุกตัวเขารู้ว่า

เขามาทำหน้าที่

เขาจะออกมาพร้อมกัน

 

ขณะนี้

ที่เขาปรากฎให้เห็น

เพื่อให้คนดี มีศีลธรรมรู้

แล้วหาทางป้องกันตัวจากพวกเขา

 

ซึ่งเรื่องนี้

จะบอกวิธีให้ ใน ค่าย 13

จ้า

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-28 18:33:08


ความเห็นที่ 87 (1631582)

กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ค่ะที่ ช่วยดึงสติให้กลับคืนมา  จะได้จำไปบอกต่อว่าที่ผีมาให้เห็นเพราะเค้าอยากได้บุญจากเรา  พอดีมีเรื่องผีๆจะมาเล่าอีก  แต่หนูขอไปเรียบเรียงก่อนนะคะ  เพราะมันเป็นเรื่องของคนใกล้ตัว  และเป็นเรื่องของการใช้อวิชชาในการปราบผี  ไม่ใช่ให้บุญผี  ใน ภูตแม่น้ำโขง  ที่นี่ เร็วๆนี้  

ผู้แสดงความคิดเห็น กุหลาบ รักสนิท ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-28 20:20:40


ความเห็นที่ 88 (1631584)

ขณะนี้

ที่เขาปรากฎให้เห็น

เพื่อให้คนดี มีศีลธรรมรู้

แล้วหาทางป้องกันตัวจากพวกเขา

 

ซึ่งเรื่องนี้

จะบอกวิธีให้ ใน ค่าย 13

จ้า

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-28 18:33:08

กราบ กราบ กราบ ขอบพระคุณท่านอาจารย์มากๆค่ะ ขอแสดงความดีใจกับผู้ที่จะได้ไปค่าย 13 นี้ ทุกท่านค่ะ ค่ายนี้คงมีความพิเศษและคึกคักไม่น้อยกว่าทุกค่ายที่ผ่านมา

และจะได้ทราบวิธีป้องกันตัวจากคุณจระเข้ ที่กบดานอยู่ตามลำน้ำต่างๆ ตามทุ่งนา หรืออาจจะนอนยิ้มรออยู่บนบก ตามชานบ้าน ไม่อยากจ๊ะเอ๋ด้วยทั้งนั้นอ่ะค๊า...

อ๋อยหน่ะ ไม่ต้องถึงมือจระเข้หรอกค่ะ แค่ตุ๊กแกก็ไปไม่เป็นแว้ว....!!!!!

ผู้แสดงความคิดเห็น อ๋อย เพ็ญศิริ บุตรมนต์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-28 20:39:44


ความเห็นที่ 89 (1631689)

 

ต่อไปนี้

ไม่ต้องกลัวผีอีกต่อไป

เจอที่ไหน อุทิศบุญให้เลย

 

ถ้ายังไงก็ยังไม่เลิกกลัว

คุณกุหลาบ

มีจี้อยู่กับตัวจะกลัวอะไร

เขาเห็นจี้ เขาก็อนุโมทนาบุญ

ขึ้นไปเป็นเทวดาแล้วหละ

ยกเว้นกรรมเขามากเกินไป ขึ้นไม่ได้

แต่รับรอง ยังไงก็ไม่กวน

คนที่มีวัตถุมงคลทุกอย่างของบ้านสวน

หรือ

ใช้รหัส อ.อุบล ช่วยด้วย

 

เพราะ

อ.อุบล จะให้บุญ

เทวดารักษาทุกคน เสมอ

 

*********

 

กราบขอบพระคุณท่าน อ.อุบล ที่ชี้แนะค่ะ

ถ้าเจอผี...

จะต้องตั้งสติแล้วอุทิศบุญให้พวกเขา

 

จะเห็นได้ว่า

จี้องค์เทพสฟิ้งซ์

ท่านสามารถช่วยได้ทั้งคนและผีจริงๆ

 

ลูกขอ กราบ กราบ กราบ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธัญญาภรณ์ พุกภัย พิสมัย (ฝรั่งเศส) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-30 07:28:56


ความเห็นที่ 90 (1631701)

สมัยตอนเด็กๆ จะกลัวผีมากค่ะ

ได้ยินเรื่องผีหรือ ไปใหนตอนมืดคนเดียวไม่ได้เลย

จำได้ว่าเวลาไปนอนบ้านย่าซึ่งเป็นบ้านสองชั้น

เวลามืดจะไม่ยอมขึ้นชั้นบนคนเดียวจะรอปู่หรือย่าก่อนถึงจะขึ้น

 

พอโตมาก็มักฝันว่าโดนผีอำ ก็ทำบุญให้เค้าบ้าง ไม่ทำบ้าง เพราะไม่ค่อยรู้เรื่องว่าเค้ามาทำไม

ถูกผีอำจริงหรือเราฝันแบบว่าคิดไปเอง 

แต่เดี๋ยวนี้ไม่เคยฝันว่าถูกผีอำแล้วค่ะ แล้วก็รู้สึกเฉยๆ ไม่กลัวผีแต่ก็ไม่กล้าท้าทายค่ะ

 

ส่วนเรื่องที่เป็นข่าวเรื่องมีผีปอบหรือผีกระสือตามที่ต่างๆ นั้น 

ส่วนตัวก็เฉยๆ เพราะว่าอยู่ไกลตัว ไม่ได้พบเจอเอง 

แต่เมื่อมาอ่านบทความที่ท่านอ.อุบล ยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง

นั่นล่ะคิดได่เลยว่า คือความประมาทของคนโง่ๆ 

 

สิ่งใดไม่เคยเห็นกับตาตนเอง มักไม่สนใจ 

ประมาท เพราะภัยยังมาไม่ถึงตัว

 

เรื่องสัตว์ร้าย สัตว์มีพิษเตรียมตัวเข้าเมือง

ก็คงจะถึงเวลาที่เขามาทำตามสัญญา ตามหน้าที่เขา

ซึ่งอ.อุบลก็เคยเตือนตั้งแต่ปีที่แล้ว ว่ามีจระเข้หลุดจากฟาร์มใหญ่

แล้วยังมีพวกงูพิษร้ายแรงหลุดอย่างที่เป็นข่าว ไม่รู้จับได้หมดยัง

ภัยอันตรายกำลังมาอย่างกระชั้นชิด แต่ก็ยังนิ่งนอนใจกันอยู่ เพราะเหตุยังไม่เกิด

 

ตนเองเคยชวนสามีไปซื้อที่แถวภาคอีสาน ไปดูหลายที่ก็ไม่ได้ซื้อซะที

คงเป็นเพราะว่ามีกรรมเลยไม่นำพาให้ได้ที่อยู่ที่ปลอดภัย

สามีบอกว่าถ้าจะตาย อยู่ที่ใหนก็ตาย ก็เลยปลงไป

อย่างตอนนี้บอกว่าไปซื้อแผงโซล่าเซลส์มาติดมั้ย เพราะว่าถ้าไฟดับจากพายุสุริยะจะไม่มีไฟฟ้าใช้

เค้าก็เฉย ก็คงจะเป็นกรรมจริงๆ พูดอะไรไม่ฟังเลย 

แถมสามีชอบบริโภคเนื้อสัตว์มาก ไม่ทานผักเลย ก็เลยต้องปล่อยไป 

เพราะเราตอนมาเกิดก็ต่างคนต่างมา ตอนไปก็ต่างคนต่างไป ไม่ยึดติดใดๆ แล้วค่ะ

 

ตอนนี้มีจี้องค์สฟริงส์บูชาอยู่ก็รู้สึกอุ่นใจมากขึ้นค่ะ แต่ตนเองก็ยังเลวอยู่มาก เพราะใจที่พัฒนาขึ้นมาบ้างแล้วจากคำสอนของท่านอ.อุบล แต่ก็ยังพัฒนาไปได้นิดเดียว เทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ก็คงได้สัก 30% ได้ ยังอีกไกลเกิน

สงสัยคงต้องถูกกวาดล้างไปตามกรรมจริงๆ ค่ะ

เคยแปลกใจว่าทำไมคนอื่นเค้าเก่งจัง ทำยังไงให้ใจไม่คิดเรื่องชั่วๆ ได้

ทำไมเราพยายามแล้ว แต่ทำไม่ได้ 

คงเพราะกำลังใจที่เต็มของแต่ละคนไม่เท่ากัน ก็เลยทำได้ต่างกัน

 

ขออนุโมทนากับทุกท่านที่นำธรรมทานดีๆ มาให้อ่านค่ะ

 

 

 

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ชุติมณฑน์ ใจดี ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-30 10:55:40


ความเห็นที่ 91 (1631733)

 

ขออนุญาติขยายตัวอักษ

ความเห็นที่ 91 (1631701)
แจ้งลบความคิดเห็น

 

สมัยตอนเด็กๆ จะกลัวผีมากค่ะ

ได้ยินเรื่องผีหรือ ไปใหนตอนมืดคนเดียวไม่ได้เลย

จำได้ว่าเวลาไปนอนบ้านย่าซึ่งเป็นบ้านสองชั้น

เวลามืดจะไม่ยอมขึ้นชั้นบนคนเดียวจะรอปู่หรือย่าก่อนถึงจะขึ้น

 

พอโตมาก็มักฝันว่าโดนผีอำ ก็ทำบุญให้เค้าบ้าง ไม่ทำบ้าง เพราะไม่ค่อยรู้เรื่องว่าเค้ามาทำไม

ถูกผีอำจริงหรือเราฝันแบบว่าคิดไปเอง 

แต่เดี๋ยวนี้ไม่เคยฝันว่าถูกผีอำแล้วค่ะ แล้วก็รู้สึกเฉยๆ ไม่กลัวผีแต่ก็ไม่กล้าท้าทายค่ะ

 

ส่วนเรื่องที่เป็นข่าวเรื่องมีผีปอบหรือผีกระสือตามที่ต่างๆ นั้น 

ส่วนตัวก็เฉยๆ เพราะว่าอยู่ไกลตัว ไม่ได้พบเจอเอง 

แต่เมื่อมาอ่านบทความที่ท่านอ.อุบล ยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง

นั่นล่ะคิดได่เลยว่า คือความประมาทของคนโง่ๆ 

 

สิ่งใดไม่เคยเห็นกับตาตนเอง มักไม่สนใจ 

ประมาท เพราะภัยยังมาไม่ถึงตัว

 

เรื่องสัตว์ร้าย สัตว์มีพิษเตรียมตัวเข้าเมือง

ก็คงจะถึงเวลาที่เขามาทำตามสัญญา ตามหน้าที่เขา

ซึ่งอ.อุบลก็เคยเตือนตั้งแต่ปีที่แล้ว ว่ามีจระเข้หลุดจากฟาร์มใหญ่

แล้วยังมีพวกงูพิษร้ายแรงหลุดอย่างที่เป็นข่าว ไม่รู้จับได้หมดยัง

ภัยอันตรายกำลังมาอย่างกระชั้นชิด แต่ก็ยังนิ่งนอนใจกันอยู่ เพราะเหตุยังไม่เกิด

 

ตนเองเคยชวนสามีไปซื้อที่แถวภาคอีสาน ไปดูหลายที่ก็ไม่ได้ซื้อซะที

คงเป็นเพราะว่ามีกรรมเลยไม่นำพาให้ได้ที่อยู่ที่ปลอดภัย

สามีบอกว่าถ้าจะตาย อยู่ที่ใหนก็ตาย ก็เลยปลงไป

อย่างตอนนี้บอกว่าไปซื้อแผงโซล่าเซลส์มาติดมั้ย เพราะว่าถ้าไฟดับจากพายุสุริยะจะไม่มีไฟฟ้าใช้

เค้าก็เฉย ก็คงจะเป็นกรรมจริงๆ พูดอะไรไม่ฟังเลย 

แถมสามีชอบบริโภคเนื้อสัตว์มาก ไม่ทานผักเลย ก็เลยต้องปล่อยไป 

เพราะเราตอนมาเกิดก็ต่างคนต่างมา ตอนไปก็ต่างคนต่างไป ไม่ยึดติดใดๆ แล้วค่ะ

 

ตอนนี้มีจี้องค์สฟริงส์บูชาอยู่ก็รู้สึกอุ่นใจมากขึ้นค่ะ แต่ตนเองก็ยังเลวอยู่มาก เพราะใจที่พัฒนาขึ้นมาบ้างแล้วจากคำสอนของท่านอ.อุบล แต่ก็ยังพัฒนาไปได้นิดเดียว เทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ก็คงได้สัก 30% ได้ ยังอีกไกลเกิน

สงสัยคงต้องถูกกวาดล้างไปตามกรรมจริงๆ ค่ะ

เคยแปลกใจว่าทำไมคนอื่นเค้าเก่งจัง ทำยังไงให้ใจไม่คิดเรื่องชั่วๆ ได้

ทำไมเราพยายามแล้ว แต่ทำไม่ได้ 

คงเพราะกำลังใจที่เต็มของแต่ละคนไม่เท่ากัน ก็เลยทำได้ต่างกัน

 

ขออนุโมทนากับทุกท่านที่นำธรรมทานดีๆ มาให้อ่านค่ะ

  

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ชุติมณฑน์ ใจดี ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-30 10:55:40
 

ผู้แสดงความคิดเห็น สิงห์เงิน อุดมศิริ (ตาโต๊ะ) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-30 20:17:28


ความเห็นที่ 92 (1631749)

วันนี้

อา 30 ก.ย.55

พี่ชายคุณน้อย ยุวรัตน์ พันธุวงศ์

ได้เล่าให้ฟังว่า

 

สัปดาห์ที่แล้ว

ตอนกลับจากบ้านสวนฯ

ภรรยาฝันว่า

 

มีงูใหญ่มากๆๆๆๆๆๆ

เลื้อยเข้ามาหา

ภรรยาเขากลัวมาก วิ่งหนีไปแอบ

แต่งูก็เลื้อยตามไปจนเจอ

แล้วงูก็พูดว่า

วันนี้ ยังไม่หิว ไม่ทำอะไรหรอก

 

เดี๋ยวจะมาใหม่

ถ้าหิว

จะมากินคนให้หมดเลย

 

เลยถามว่า

เอ ภรรยา รู้เรื่อง งู

ที่ลุงเบิ้มเล่ารึเปล่า

 

เปล่าครับ

(เขาไม่ได้มาด้วย)

 

แล้วก็ไปเล่าให้เพื่อนบ้านฟัง

เพื่อนบ้านก็เลยเล่า

เรื่องที่เขาฝันให้ตนเองฟังบ้าง

 

เขาฝันว่า

เห็นยักษ์ มาบอกว่า

เดี๋ยวจะมากินคน ทั้งหมู่บ้าน

ทั้งอำเภอเลย

 

เขาบอกว่า

หมู่บ้านเขา อำเภอเขา

ตอนนี้มีร่างทรงพญานาค

ให้หวย แม่น

คนถูกหวยกันหลายงวดติดกัน

จนเล่นหวยกันทั้งหมู่บ้าน

ทั้งอำเภอ ห้ามใคร เขาก็บอกว่า

สมัยนี้

ต้องมีเงินไว้ก่อน

ใครไม่เล่นก็อย่าเล่น อย่าซื้อ

 

ก็มีบางคน

ที่เขาไม่ซื้อ ที่เขาปฎิบัติธรรมจริงๆ

แล้วก็คนที่ฝันเห็นยักษ์มาเตือน

ว่าจะกินคนทั้งอำเภอ

ทั้งหมู่บ้าน

(ที่เล่นหวย)

 

ก็เลยถามว่า

แล้วคนนี้เขาเล่าให้คนอื่นฟังรึเปล่า

 

เล่าครับ

แต่ไม่มีคนสนใจ

บังเอิญผมเล่าเรื่องเมียผม

ฝันว่างูใหญ่มาบอกว่า

เดี๋ยวจะขึ้นมาใหม่ มากินคน

วันนี้เขาไม่หิว

ให้คนนี้ฟัง เขาก็เชื่อ

เพราะ

เรื่องมันตรงกัน

 

ท่านผู้อ่าน

ไม่ต้อง ใช้วิจารณญาณ

ในการอ่านหรอกค่ะ

เพราะนี่

เป็นความฝันของคน 2 คน

ให้ท่านใช้ปัญญา

พิจารณา

 

ถ้าบังเอิญ

ท่านเข้ามากระทู้นี้

เมื่ออ่านแล้ว ท่านก็อาจเป็นคนหนึ่ง

ที่จะฝันถึงเหตุการณ์เช่นนี้

เป็นรายต่อไป

ก็ได้นะ

 

แล้วอย่าลืม

มาเล่าล่ะ

555

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-09-30 23:02:31


ความเห็นที่ 93 (1631762)

แหม่..สองคนฝันได้

สอดคล้องกันมากๆเลยนะคะ

 

ทั้งฝันถึงงูยักษ์จะมากินคน

และฝันถึงยักษ์กินคน

 

ซึ่งทั้งงูทั้งยักษ์ก็ต่างเป็น

บริวารของเสด็จพ่อท้าวเวสสุวรรณ ทั้งสิ้น

 

โอ๊ย แค่คิดถึงเรื่องภัยพิบัติใหญ่

ที่จะต้องเจอก็แทบแย่แล้ว

แต่นี่ยังมี งู มีผี มียักษ์ มาคอยตามซ้ำอีก...

เรียกว่า น่ากลัว จนหัวหด จริงๆค่ะ

 

 

แต่อาจารย์คะ 

ที่ผีมาปรากฏตัวให้เราเห็น

เพื่อต้องการขอบุญ

 

แล้วบรรดางูยักษ์ สัตว์มีพิษต่างๆ

รวมทั้งยักษ์กินคน

ที่จะมาปรากฏตัวเร็วๆนี้

พวกเค้าต้องการบุญไหม๊คะ

หรือว่า ต้องการแต่"ชีวิต" เท่านั้น

บุญไม่เอา...

 

 

คือพวกเราก็ป้องกันตัวเองกันก่อน

ด้วยการผูกมิตร

อุทิศบุญให้พวกเค้า

ไว้ล่วงหน้าเลยดีไหม๊คะ

 

จะได้ไม่ต้องมาเจ๊อะกัลล์ เจ๊อะกัลล์...เน้อ

ผู้แสดงความคิดเห็น ชนิดา เชิงสะอาด/CHANIDA ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-10-01 01:31:06


ความเห็นที่ 94 (1631821)

                ภูติแม่น้ำโขง

เรื่องนี้ กุหลาบได้รู้จักกับพระรูปหนึ่งซึ่งเป็นน้องชายของ พี่เขยของกุหลาบ  และทำไม่ท่านต้องไปเกี่ยวข้องกับ ภูติแม่น้ำโขง 

เรื่องมีอยู่ว่า  หลวงพี่ระ ซึ่งเป็นน้องชายของพี่เขยกุหลาบ และพระอาจารย์รักษ์ชัย(เก่งด้านดูดวง  คาถาอาคม)  หลวงตาน้อย ( เก่งด้านคาถาอาคม  ทำเสน่ห์ต่างๆ )  พากันได้รับการว่าจ้างจากญาติโยมที่รู้จักหลวงตาน้อย  ด้วยราคา 30,000 บาท  ให้ไปช่วยรักษาคนป่วย ที่จ.หนองคาย เพราะเค้าบอกว่ามีภูติผีมาทำให้เจ็บป่วย  ก็ได้พากันไปทำพิธีขับไล่ผีด้วยการใช้คาถาอาคม  หลวงตาน้อย และพระอาจารย์รักษ์ชัยสวดแล้วไม่ไหว  บอกว่าเค้าแรงมาก สู้ไม่ได้   หลวงพี่ระก็เลยพูดว่า  " มันจะเก่งขนาดไหนผีเนียะ  อาตมาจะสวดเอง "  ซึ่งพระทั้งสองรูปก็ได้ห้ามแล้วแต่หลวงพี่ ไม่ฟัง  พระทั้งสองก็ตามใจ  หลวงพี่ก็ทำองค์เดียว  แล้วมิหนำซ้ำยังได้ไปทำลายศาลของเค้าอีก  เป็นศาลที่ทำไว้ริมแม่น้ำโขง  ซึ่งเค้าจะเอาไว้สำหรับเวลาเซ่นไหว้ในพิธีบวงสรวงต่างๆ  พอทำลายไปก็พบแต่เลือดในนั้น  เพราะเวลาจะเลี้ยงผีบรรพบุรุษต้องฆ่าหมูเป็นตัวๆ  และเอาเลือดสดๆเลี้ยง  พอสวดเสร็จก็พากันกับวัดที่บัวใหญ่  พอมาถึงวัดหลวงพี่ระมีอาการปวดตามเนื้อตัว  ปวดมือ  มือบวมทันที  ก็ไม่ได้เอะใจอะไรก็คิดว่าเป็นอย่างอื่น  ก็กินยาแก้ปวดธรรมดา  แต่อาการดังกล่าวกลับไม่หาย  และเป็นเยอะขึ้นเรื่อยๆ จนอาจารย์รักษ์ชัยดูให้ก็ว่าเป็นเพราะเจ้าที่ ที่วัดทำ  ขอขมาก็ไม่หาย  ไปตรวจก็ไม่มีอะไร  แต่อาการปวดบวมที่มือ นับวันหนักขึ้น  ย้ายที่บวมไปเรื่อยๆ  และก็หมอก็ลงความเห็นว่าเป็นโรคเก๊าท์  กินยาก็ไม่ทุเลา  ต้องหาหมอทุกอาทิตย์  จนอาการลุกลามไปที่ตา  ทำให้ตาเริ่มมองไม่เห็น  และกุหลาบได้ติดตามอาการมาตลอด  ก็อยากให้หลวงพี่ระมีอาการดีขึ้น ก็เลยบอกหลานให้ไปบอกให้หลวงพี่ดูรายการของอาจารย์อ.อุบล  ได้รับคำตอบว่า  ตามองไม่เห็นจะดูได้เหรอ  หลานก็อธิบายแกก็ไม่ฟัง  แกเป็นคนค่อนข้างดื้อรั้น  และไม่เชื่อคน ก็เลยปล่อย  แล้วญาติๆของพี่เขยก็เลยไปเข้าทรงร่างของกุมาร  บอกว่า ได้ไปทำลายศาลของ ภูติแม่น้ำโขง  เค้าแค้นมาก  เพราะบริวารเค้าถูกมัดหมด  แต่หัวหน้าเค้าหนีได้   ตอนนี้เค้าจะมาเอาคืน  จะสูบเลือด  สูบเนื้อให้หมดเลย  แล้วก็มาเล่าให้หลวงพี่ระฟัง  แกก็ไม่เชื่อ  แกบอกว่าผีอะไรจะมาทำพระได้  ญาติๆก็บอกให้ไปขอขมาเค้าซะ  แกก็ไม่ไป  ไม่ทำอะไรทั้งสิ้น 

และตอนที่ครูบามาที่บ้านสวน  กุหลาบก็หวังดีอีก  เพราะอยากให้อาการดีขึ้นก็เลยบอกให้พี่เขยโทรไปชวน  เพื่ออยากให้แกมาบ้านสวนด้วย  แล้วหลวงพี่ระก็คุยกับกุหลาบ   กุหลาบก็อธิบายให้ฟัง  เท่านั้นแหละ  หลวงพี่ระบอกว่า  เห็นมามากแล้วพวกนี้  หลอกต้มชาวบ้าน  กุหลาบก็เลยห้ามว่า  หลวงพี่อย่าพูด  อย่าพูด  อย่าปรามาสอาจารย์  แกก็ไม่ฟัง แกก็บอกว่า อาตมาต้องไปหาหมอทุกวันเพราะหมอนัดให้ไปเจาะเอาหนองออกที่มือ  ถ้าอาตมาไปแล้วไม่หาย  แล้วกลับมาหาหมอ  หมอจะไม่ด่าอาตมาเหรอ  กุหลาบเองก็ยังต่ออีกว่า   เค้าหายเยอะแล้วนะ  แกก็บอกว่า  คนที่เค้าหายคงเป็นบุญเค้า  แค่นั้นแหละก็รู้แล้วว่าเจ้ากรรมนายเวรเค้าไม่ยอม  ก็เลยบอกว่า  ขอให้หลวงพี่มีดวงตาเห็นธรรมเร็วๆนะคะ  ตอนที่คุยกับหลวงพี่หูเริ่มชา  เพราะไม่ชอบที่เค้ามาดูถูกอาจารย์ของเรา  ในใจคิดเลยทันทีว่า  อาการของแกที่เป็นอยู่หลังจากปรามาสอ.อุบลแล้วจะเป็นอย่างไร  ได้ทราบข่าวว่าตกตอนเย็นวันนั้นหลวงพี่ต้องไปน้อนรพ. เพราะปวดมือมาก  ตามแขน  ขา  ต้องโดนเจาะ  โดนดูดเอาเลือดเอาหนองออกตลอด  ตรงที่บวมย้ายที่บวม  เจาะตรงนี้  ก็ไปบวมตรงอื่น  ดูอาการคงทรมานน่าดู

จนเมื่อต้นเดือนนี้ แกมีอาการปวดเอวมากและท่อนล่างชา  ไม่รู้สึกตัวตอนนี้ต้องนอนอยู่รพ.มหาราช  นครราชสีมา  หมอบอกว่ากระดูกงอเหมือนโซ่รถที่หักลง  แล้วมันไปกดทับเส้นประสาท  หมอได้ทำการผ่าตัด แต่ไม่รับรองผลว่าจะหาย  และได้พบเนื้องอกในกระดูก  ซึ่งตอนนี้แพทย์ได้เอาก้อนเนื้อไปตรวจอยู่ว่าจะเป็นอะไร  

แล้วเรื่องนี้โดยส่วนตัวคิดว่า  พระท่านคงสำคัญตัวท่านผิดคิดว่าตัวท่านเป็นพระอยู่กับผ้าเหลืองแล้วจะไม่มีอะไรทำร้ายได้ ก็เลยใช้ความเป็นพระทำร้ายผู้อื่น ( ผี ) ให้เค้าได้รับความเดือดร้อน  และตัวเองก็ต้องมาถูกเอาคืนบ้าง   ถ้าพระทั้ง  3 รูปท่านใช้ความเมตตา ไปให้บุญกับวิญญาณเหล่านั้นแทนการใช้คาถาอาคมทำให้เค้าเจ็บปวด  เค้าก็คงไม่อาฆาต  พยาบาทแบบนี้  แล้วก็กุหลาบเองก็ไม่ทราบว่า  เรื่องของหลวงพี่ระจะจบลงแบบไหน และจะหายหรือเปล่าก็ไม่รู้  เพราะแกไม่ยอมเชื่อ  หรือฟังใคร  แม้แต่พี่ชายบอกก็ไม่เชื่อ 

และขอจบเรื่องนี้ไว้แต่เพียงเท่านี้นะคะ  ไม่ทราบว่าจะมีสาระอะไรหรือเปล่า  แต่อยากเล่าให้ฟัง  เพราะมันเกี่ยวพันกับท่านอ.อุบลด้วย  

ผู้แสดงความคิดเห็น กุหลาบ รักสนิท ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-10-01 11:45:02


ความเห็นที่ 95 (1631861)

และขอจบเรื่องนี้ไว้แต่เพียงเท่านี้นะคะ  ไม่ทราบว่าจะมีสาระอะไรหรือเปล่า  แต่อยากเล่าให้ฟัง  เพราะมันเกี่ยวพันกับท่านอ.อุบลด้วย  

ผู้แสดงความคิดเห็น กุหลาบ รักสนิท ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-10-01 11:45:02

 

 

โอ้โห

คุณกุหลาบ

มีแต่เรื่องตื่นเต้นเร้าใจ

ให้ผู้อ่าน เห็นเหตุการณ์จริง

เรื่องจริง

ที่เกิดขึ้นกับคนใกล้ตัว

ไม่ต้องอ้างเรื่องราวในประวัติศาสตร์

ให้คนอ่านเซ็ง แล้วคิดว่า

ฟังมาอ่านมาจนชินแล้ว

******************

เรื่องหลวงพี่ระ

และตอนที่ครูบามาที่บ้านสวน  กุหลาบก็หวังดีอีก  เพราะอยากให้อาการดีขึ้นก็เลยบอกให้พี่เขยโทรไปชวน  เพื่ออยากให้แกมาบ้านสวนด้วย  แล้วหลวงพี่ระก็คุยกับกุหลาบ   กุหลาบก็อธิบายให้ฟัง  เท่านั้นแหละ  หลวงพี่ระบอกว่า  เห็นมามากแล้วพวกนี้  หลอกต้มชาวบ้าน  กุหลาบก็เลยห้ามว่า  หลวงพี่อย่าพูด  อย่าพูด  อย่าปรามาสอาจารย์  แกก็ไม่ฟัง แกก็บอกว่า อาตมาต้องไปหาหมอทุกวันเพราะหมอนัดให้ไปเจาะเอาหนองออกที่มือ

-----------------------------------------------

น่าสงสารหลวงพี่ระนะ

เพราะท่านคงเจ็บปวดทรมาน

และ

ไม่มีทางหายได้แน่นอน

อ่านจากอาการที่คุณกุหลาบเล่า

เจาะตรงนี้ ไปบวมตรงอื่น

อันนี้ของแท้เลย

โดนจิตวิญญาณแค้น

เอาคืน

 

และ

ดูแล้วเขาแรงมากซะด้วย

ที่ว่าแรง คือ แค้นแรง

ไม่ต้องให้หมอดูหรือร่างทรงบอกก็ได้

สิ่งที่ทำ คือการทำร้ายวิญญาณ

 

ก็ในเมื่อ

เขาเหนือกว่าเรา

ตรงที่เขาไม่มีร่างกาย

เขาเห็นเราได้ แต่เราเห็นเขาไม่ได้

เขาทำร้ายเราได้

แต่เราทำเขาไม่ได้ แต่ก็พยายามทำ

เท่ากับไปสร้างศรัตรู

กับผู้อยู่อีกมิติหนึ่ง ด้วยความคะนอง

เชื่อมั่นในตัวเองแบบผิดๆ

 

พระพุทธเจ้า

ไม่เคยสอนให้พระหรือใคร

ทำร้ายวิญญาณ

 

มีแต่ให้เมตตา

ให้บุญกุศลที่เขาต้องการ

เขาก็จะไม่ทำร้ายเรา และ จะคอย

ช่วยเหลือเราด้วยซ้ำ

 

เพราะผีนี่นะ

เขาจะดีกว่าคนตรงที่ว่า

เขาไม่เนรคุณ

 

เขาได้ความสุขจากใคร

เขาจะไม่ลืมบุญคุณคนนั้นเลย

 

เหมือนที่หลวงพ่อสอนว่า

ถ้าเราบูชาเทวดา

เทวดาจะบูชาเราตอบ

ด้วยการคอยช่วยเหลือ

 

แต่นี่ตรงข้าม

ทำร้ายเขา แต่กำลังเขา

มีมากกว่า แถมเขา มีสังกัดด้วย

เมื่อเขามีต้นสังกัด

มีแบ๊คอั๊พ

หลวงพี่ระแก็ก็เลยต้องเจ็บหนัก

 

มิหนำซ้ำ

มาบอกว่า อ.อุบล หลอกชาวบ้าน

ทั้งที่ยังไม่รู้จักกัน ยังไม่ศึกษา

ซึ่งผิดหลักคำสอนของ

พระพุทธเจ้า

ที่ว่า

ก่อนจะตัดสินใจ

ต้องพิสูจน์ตามหลักเหตุผล

หรือ

กาลามสูตรก่อน

 

แต่

ด้วยความที่หลวงพี่ระ

ถูกวิญญาณอาฆาตรคุมจิตได้ซะแล้ว

จึงคอยบังคับกระแสจิต

ให้คิดลบตลอด

 

ช่องทางใด

ที่จะทำให้พ้นทุกข์ได้

เขาปิดประตูตายไว้หมดเลย

 

เขาให้ชดใช้กรรมอย่างเดียว

ให้หมอเจาะ ให้เจ็บปวดทรมาน

หลายซับหลายซ้อน

 

ไหนจะเจ็บ

เพราะอาการของโรค

 

ไหนจะเจ็บ

เพราะหมอเจาะ

 

ไหนจะเจ็บใจ

ที่ใครๆ มาคอยบอกว่า

เพราะไปสวดไล่ผี จึงเจ็บป่วย

 

หลวงพี่ระ

ท่านคิดว่า ท่านยอมไม่ได้

ที่จะพ่ายแพ้ผี

เพราะท่านเป็นพระ

 

แต่อันที่จริง

ความเป็นพระไม่ได้อยู่ที่

ผ้าเหลือง

 

แต่อยู่ที่

ศีล สิกขาบท เมตตา

ละ

ความโลภ โกรธ หลง ได้

 

แต่ท่านละไม่ได้

ซ้ำร้าย

ยังพยาบาทผีอีกแน่ะ

 

กับ อ.อุบล น่ะ

ไม่เป็นไร ให้อภัยท่าน

ไม่ถือสา เพราะถือว่า ท่านทุกข์

หาทางออกไม่ได้ ว้าวุ่นใจ

เจ้ากรรมไม่อภัย

จึงหลอกให้

 

หาเรื่องปรามาสแต่

คนที่จะทำให้ ผีซ้ำด้ามพลอย

ให้มีภูติผีปีศาจ

บริวารท้าวมหาราช

ท้าวเวสสุวรรณ

รุมกระหน่ำมากขึ้น

 

นี่แหละ

เป็นวิธีการรุมสกรำ

ของเหล่าวิญญาณ

 

น่าสงสารหลวงพี่ระ

 

ขอให้หลวงพี่ระ

มีดวงตาเห็นธรรม

มี้เมตตา ยอมรับผิด ยอมขอขมา

สิ่งที่ผิดพลาด ล่วงเกินเขา

เขาพร้อมจะอภัย

แต่ต้อง

สำนึกจากใจจริงๆ

แล้ว

นำเรื่องนี้บอกเล่า

เป็น

"ธรรมทาน"

 

เพราะ

เบื้องบนส่งสาร

มาทุกทางแล้ว ตอนนี้

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-10-01 15:33:29


ความเห็นที่ 96 (1632009)

กราบขอบพระคุณที่ท่านอาจารย์ช่วยชี้แนะค่ะ  จะให้พี่เขยบอกให้ญาติไปเล่าให้หลวงพี่ระฟัง  ลูกขอบารมีพระศรีอาริย์ที่ท่านอ.อุบลได้อัญเชิญมา  ขอได้โปรดบังคับกระแสจิตให้ท่านรับฟังด้วยเถิด

ผู้แสดงความคิดเห็น กุหลาบ รักสนิท ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-10-02 05:27:22


ความเห็นที่ 97 (1632022)

แหม่ แม่หมอกุหลาบเนี่ย

แค่เห็นเกริ่นชื่อเรื่อง "ภูติแม่น้ำโขง"

ห้รอติดตาม ก็ว่าเจ๋งแล้วนะ

 

แต่พอมาอ่านเรื่องราวเต็มๆ

ที่ชวนขนหัวลุกแล้ว

ก็น่าสนใจทุกช็อตเลยทีเดียว

 

ว่าแต่ สิ่งที่หลวงพี่ระต้องเจอ

ก็เหมือนกับ ผีซ้ำด้ามพลอย จริงๆเลยนะคะ

 

แค่ถูกวิญญาณเจ้าที่ เล่นงาน

ก็แทบอานอยู่แล้ว

ยั้งอุตส่าห์ เผลอสติ มาปรามาสอาจารย์

จนอาการแย่ลงอีก...

 

แต่ก็ยังนับว่า โชคดี

ที่มีแม่หมอกุหลาบนำมาเล่าเป็นธรรมทาน

 

ก็เลยทำให้ได้รับทราบ หนทางแก้ไข

ที่ถูกต้องจากท่านอาจารย์

เป็นรางวัลแห่งชีวิต

 

แต่ครั้งนี้หลวงพี่ระ

จะเอาชนะ"จิตวิญญาณ"

ที่ครอบใจอยู่ ได้หรือไม่

 

ต้องรอติดตามอ่าน ตอนต่อไป

จากแม่หมอกุหลาบ จ๊า...

ผู้แสดงความคิดเห็น ชนิดา เชิงสะอาด/CHANIDA ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-10-02 07:19:51


ความเห็นที่ 98 (1632163)

วันนี้ ดูข่าว

ร่างทรงพญานาค

พบรอบประหลาดที่บ้าน

หน้าโต๊ะหมู่บูชา ที่นั่งประทับทรง

 

นึกถึง

ที่คุณน้อย จ.อุดร

เล่าเรื่องร่างทรงพญานาค

ให้หวยถูกติดต่อ

6 งวด

 

นึกถึง

ร่างทรงพญานาค

ที่ลุงเบิ้มพามาบ้านสวนฯ

 

โอ

ทำไมร่างทรงพญานาค

เยอะจังเลยนะ

 

แล้วก็เริ่มเป็นข่าวแล้ว

ทั้งเรื่องผี เรื่องราวนอกมิติ

 

แล้วก็เรื่อง

คนกินหน้าคนหลายประเทศ

 

ที่

อาฟริกา

ก็มีคนกินคน

ตอนที่ไป คนอาฟริกัน

เขาเล่าให้ฟังว่า ตอนกลางคืน

เคยมีคนที่เดินตามถนน

ถูกคนจับกิน

 

เล่นเอา

คนที่ไปด้วยกัน

กลัว

ไม่กล้าออกมาตากผ้านอกบ้าน

ทั้งที่มีกำแพงสูงท่วมหัว

มีทหารถือปืนยืนเฝ้า

หน้าทางเข้า

555

 

ที่จริง

เขามีมานาน

แต่ไม่เป็นข่าว เขามารอ

ทำหน้าที่ของเขา

อยู่

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-10-02 20:04:38


ความเห็นที่ 99 (1632185)

-มีใครเคยฆ่างูป่าว

-มีใครเคยกินงูป่าว

-มีใครเคยไม่เชื่อว่า งูเป็นบริวาร

พญานาค บริวารท้าวมหาราชป่าว

เขาบอกว่า

เดี๋ยวมาหา ถึงตัวเลย

**************

หนูเคยมีประสบการณ์เรื่องการฆ่างูค่ะ  เมื่อ 4 ปีก่อน (ประมาณ ปี 2551)

ตอนกลางคืนขณะนอนหลับ หนูมีความรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างเคลื่อนไหว

อยู่ข้าง ๆ ที่นอน (นอนพื้นค่ะ) ก็ลองเปิดไฟดู ปรากฎว่าเห็น ลูกงูตัวเล็กมาก

เท่านิ้วก้อยไม่แน่ใจว่าเป็นงูชนิดใดจำชื่อไม่ได้

ลำตัวเป็นปล้อง 2 สี ดำเหลืองสลับกัน

ก็บอกให้สามีจับออกไปทิ้งนอกบ้าน แต่สามีไม่รู้จะจับอย่างไร

มันตัวเล็กมากกลัวมันจะเลื้อยหลบหนีจนหาไม่เจอ

สามีจึงตีงูจนตาย แล้วเอาไปทิ้งนอกบ้าน

คืนนั้นหนูนอนไม่ค่อยหลับเพราะกลัวจะงูเข้ามาอีก

และก็กลัวที่ไปฆ่างูด้วย คุยกับแฟนว่าพรุ่งนี้เช้า

จะไปทำบุญให้งูที่วัดด้วยกันนะ

ตื่นเช้ามารีบมาดูหน้าบ้านว่า ซากศพงูอยู่ที่ไหน

หาอย่างไรก็หาไม่เจอ จึงเข้าใจว่ามันอาจจะยังไม่ตาย

คงจะเลี้อยหนีไปตั้งแต่เมื่อคืน แล้วก็ไปเตรียมอาหาร

เพื่อไปทำบุญให้งูที่วัด หลังจากกลับจากไปทำบุญที่วัด

กำลังเดินเข้าบ้าน ก็เจอศพงูที่สามีฆ่าตอนกลางคืน

เห็นโดยบังเอิญ ไม่ได้ตั้งใจหาดู

หนูและสามีรู้สึกแปลกใจมาก ๆ ตอนเช้าก่อนไปวัด

หาดูอย่างไรก็หาไม่เจอ แต่หลังจากไปทำบุญที่วัด

งูเขาก็มาให้เราเห็น สงสัยว่าเขาคงมาอนุโมทนา

รับส่วนบุญจากหนูและสามี

ทุกวันนี้เวลามีสัตว์ร้ายเข้ามาในบ้าน หนูจะพยายาม

หาวิธีจับสัตว์โดยไม่ให้เขาเจ็บปวดและทรมาน

กลัวบาปมากค่ะ และก็กลัวว่าสัตว์จะทำร้ายเราด้วยค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ดาเรศ เจริญศิลป์ (วิว) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-10-02 21:27:16


ความเห็นที่ 100 (1632251)

ที่

อาฟริกา

ก็มีคนกินคน

ตอนที่ไป คนอาฟริกัน

เขาเล่าให้ฟังว่า ตอนกลางคืน

เคยมีคนที่เดินตามถนน

ถูกคนจับกิน

.....................................

รู้สึกว่าช่วงหลังๆ

ที่อาจารย์มาเปิดกระทู้นี้

ทำให้ชนิดามีโอกาสได้เปิดดู

ช่องสารคดีบ่อยขึ้น

และเปิดเจอเรื่อง งูๆบ่อยมากค่ะ

 

จนทำให้เห็นธรรมชาติ

การใช้ชีวิตในป่าของงูพิษ

งูเล็ก งูใหญ่สาระพัด

 

ได้เห็นชีวิตและมุมมองของงูแล้ว

ใจนึงก็นึกสงสารงูค่ะ

เพราะภาพที่สะท้อนออกมา

เห็นได้ชัดว่าเค้าต้องระวังภัยตลอดเวลา

มีชีวิตที่เหงาๆ ตัวคนเดียว

และอันตรายรอบด้านเลยในป่าใหญ่


แต่พอมาอาทิตย์ที่แล้ว ก็เปิดเจอสารคดี

ที่ไปสัมภาษณ์ชนเผ่าคนกินคน

น่าจะที่ ปาปัวนิวกีนี นะคะ ถ้าจำไม่ผิด

 

ซึ่งต้องเข้าไปในป่าลึก

ตามหา ตามสัมภาษณ์คนที่เคยกินคน

ว่าทำไมต้องกินคน

และมีวิธีฆ่าและวิธีกินแบบใด

โอ๊ย..ดูแล้วก็หวาดเสียวยิ่งนัก

 

เพราะเท่าทีดู รู้สึกชนเผ่าเหล่านี้

ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่มีอาคมทั้งนั้นเลย


ที่สำคัญหวาดเสียวแทนคนที่ไปถ่ายทำจริงๆ

แต่โชคดี พวกเค้าบอกว่า

เดี๋ยวนี้เลิกกินเนื้อคนแล้ว...ว่างั้น หึหึ

ผู้แสดงความคิดเห็น ชนิดา เชิงสะอาด/CHANIDA ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-10-03 05:43:04



[1] 2 ถัดไป >>


Copyright © 2010 All Rights Reserved.