ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกลุ่มเว็บบอร์ด > ห้องสนทนา พระศรีอารยเมตไตร > ท่านแน่ใจหรือว่า ได้พบพระศรีอา...

ท่านแน่ใจหรือว่า ได้พบพระศรีอาริย์แล้ว


"ผู้ใดเห็นธรรม

ผู้นั้นเห็นพระศรีอาิริย์"

 

ฉะนั้น ตราบใดที่ยังมอง

ไม่เห็นสัจธรรม

ก็อย่าเพิ่งแอบอ้างว่าตน

"ได้พบพระศรีอาริย์แล้ว"นะคะ

........................................

 

 

สงสัยว่า

ทีมค้นหาพระศรีอารืย์

จะหมดแรงข้าวต้มแล้วกระมัง

 

เฮ่อ

เราจะหากันเจอไหมเนี่ย

ก็มัวแต่มาสงสัยคนใกล้ตัวอยู่เนี่ย

 

แล้วคนอื่นล่ะ

ที่ค้นหาพระศรีอาริย์

ได้ความว่ายังไงก็มาเล่า

มาเขียน

แบ่งปันประสพการณ์กันมั่งนะ

เผื่อว่า

จะพอมีหวังกันบ้าง

 

เพราะ

พระพุทธปฐมฯ

ท่านบอกว่า เวลาเหลือน้อย

ลงทุกขณะแล้ว

 

อย่ารอแต่

ทีมพ่อใหญ่ธนา ทีมนี้เลย

เพราะทีมนี้ ไม่ค่อยค้นหา มัวแต่

ยัดเยียดข้อหาพระศรีอาริย์

ให้กับคนที่ตนสงสัย

คนเดียวเลย

 

ให้ตั้งทีมอื่นด้วย

 

เช่น

คุณอัญ+คุณเอก

 

พ่อทศวรรษ

 

คุณอดิศักดิ์

 

คุณชนิดา

 

อ.อภิชัย + คุณแหลน

จะคนละทีมก็ได้นะ

 

น้องนัท

 

น้องกัณฑ์

 

ทีมคุณกุหลายด้วยนะ

 

แล้วก็อีกหลายๆทีม

 

 

เร็วๆ ไวๆ

 เร่งช่วยกันตามหา

พระศรีอาริย์

 

แล้วเอาผู้ต้องสงสัย

ว่าจะเป็นพระศรีอาริย์

มาเทียบเคียงคุณสมบัติ

ที่ผู้รู้บอกไว้

 

โดย

ใช้หลักกาลามสูตร

เท่านั้น ในการพิสูจน์

พระศรีอาริย์

 

เผื่อว่าเจอไว

ภัยพิบัติจะได้ไม่ต้อง

เกิด หรือ ไม่รุนแรง

 

หรืออย่างน้อย

ประเทศไทย จะรอดมากที่สุด

 

มาเร่งรีบช่วยกัน

อย่ามัวแต่อ่าน อย่ามัวแต่

อนุโมทนา

 

ขอตั้งทีมพิเศษ

 

ยายแก้ว

กัญภัทร์ เฟื่องฟู

เป็นทีมสำคัญ เรื่องค้นหา

พระศรีอาริย์

ยายแก้วจะได้หายสนิทสักที

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ (pamelasoap-at-yahoo-dot-com)


บอกตามตรงค่ะว่า

หลังจากอ่านข้อความนี้

จากท่านอาจารย์หลายๆรอบแล้ว

ก็พยายามคิดทั้งวันว่า

ท่านพยายามจะบอกอะไร

เพราะยังไงๆ ท่านก็ยัง

เน้นและย้ำให้"พวกเรา"

ไปค้นหาพระศรีอาิริย์ อยู่ร่ำไป

ทั้งๆที่เราก็มั่นใจว่า เราพบแล้ว

และจะไม่ไปค้นหาที่ใดอีก

 

 

ฉะนั้น ชนิดาก็อยากจะ

เชิญชวนทุกๆท่าน

มาร่วมเดินทาง

ค้นหาพระศรีอาริย์ร่วมกัน

ด้วย"ใจ"...จริงๆอีกทีนะคะ

 

 

เพราะ กระบวนการค้นหาด้วยวิธีนี้

จะทำให้ท่าน

ไ้ด้พบพระศรีอาิริย์

พระองค์จริงแน่นอน

 

 

 



ผู้ตั้งกระทู้ ชนิดา เชิงสะอาด/CHANIDA กระทู้ตั้งโดยสมาชิก โพสต์และแสดงความเห็นเฉพาะสมาชิกเท่านั้น :: วันที่ลงประกาศ 2012-06-10 04:56:04


[1] 2 3 4 5 6 ถัดไป >>

ความเห็นที่ 1 (1614923)

อนุโมทนากับพี่ชนิดาด้วยค่ะ

เร็วๆ ไวๆ

 เร่งช่วยกันตามหา

พระศรีอาริย์

 

แล้วเอาผู้ต้องสงสัย

ว่าจะเป็นพระศรีอาริย์

มาเทียบเคียงคุณสมบัติ

ที่ผู้รู้บอกไว้

 

โดย

ใช้หลักกาลามสูตร

เท่านั้น ในการพิสูจน์

พระศรีอาริย์

คำตอบและวิธีการค้นหา + พิสูจน์

อยู่ในนี้หมดแล้ว

เพราะฉนั้น หากเราช่วยกัน

คิดว่าเราต้องเจอพระศรีอาริย์แน่นอนค่ะ

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น หญิง < นันทนา แหกาวี > ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-10 05:11:40


ความเห็นที่ 2 (1614924)

จากปริศนาที่อาจารย์เมตตาให้มา

ขอให้ทุกๆท่านแบ่งการ วิปัสสนา

หรือ พิจารณาเป็นสองขั้นตอน

โดยละเอียดดังนี้ค่ะ

 

 

ขั้นที่1  พิจารณาดูชัดๆว่า

จากประสบการณ์ของเราเอง

คำพูด คำสอนของอาจารย์ผู้ใด

ที่ท่านคิดว่าจะเป็นพระศรีอาริย์

 

หรือจะเป็นคำสอนจากท่านอ.อุบล

ทั้งทางรายการ หรือ ทางเว็บ

ประโยคใด หรือเรื่องใด

ทำให้เราคิดที่จะ"เปลี่ยน"ตัวเองในทันที

หรือมองเห็นสัจธรรม ปลงกับปัญหา

และอยากจะเป็นคนดีให้ได้

 

หรือ ท่านมีประสบการณ์

ที่หายจากโรคหรืออาการใด

โดยฉับพลันทันทีบ้าง

ก็นำมาแบ่งปันกันนะคะ

 

 

ขั้นที่2 พิจารณาดูว่า ตอนนี้ตัวท่านเอง

มีคุณสมบัติดีพอ ที่จะได้พบ

หรือ เป็นคนในยุคพระศรีอาริย์แล้วหรือยัง..

อย่างไร

 

 

พิจารณาให้ลึกๆ นึกอย่างจดจ่อ

และถ่ายทอดความคิดเหล่านั้น

ออกมาเป็นตัวอักษร..

ให้ได้ ในทันทีนะคะ

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ชนิดา เชิงสะอาด/CHANIDA ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-10 05:24:34


ความเห็นที่ 3 (1614925)

คำสอนจากท่านอาจารย์ที่จำขึ้นใจ

และคิดจะเปลี่ยนตัวเองอย่างจริงจังคือ

 

1.เมื่อประมาณเดือน พ.ค. ปี 53

ได้ชมรายการคุยไปแจกไป

มีตอนหนึ่งที่อาจารย์พูดประมาณว่า

 

ถ้าตอนนี้จิตยังตก ยังเศร้า

ยังทุกข์อยู่ ถ้า"ตาย"ตอนนี้

ก็ดิ่งลงนรกในทันที

 

ตอนนั้นยอมรับค่ะว่า พอฟังแล้ว

สะเทือนใจมากๆ และบอกตัวเองว่า

ไม่อยากตกนรก

และจะไม่ยอมตกนรกเด็ดขาด

 

จึงมองหาวิธีการที่จะทำบุญ

อย่างจริงๆจังๆ แล้วก็ไปอ่านเจอว่า

บุญมีสามระดับ คือ ทาน ศีล และ ภาวนา

 

ชนิดาก็เลยบอกตัวเองว่า

จะทำบุญที่ใหญ่ที่สุด

เพื่อล้างบาปให้ได้ ด้วยการทำสมาธิ..

 

หลังจากนั้นเมื่อเดือนมิ.ย.

ก็เริ่มฝึกสมาธิ สายอภิญญาอย่างจริงจัง

โดยอาจารย์ผู้สอนบอกขั้นตอนการปฏิบัติ

แล้วเราก็รายงานการปฏิบัิติแต่ละครั้งว่า

มีอาการอย่างไรบ้าง

อาจารย์ก็จะตรวจการบ้าน

โดยการตั้งจิต อ่านจากรายงานของเรา

 

..แล้วก็แนะนำแนวทางที่ถูกต้องให้

คือ ตอนนั้นก็ปฏิบัติอย่างจริงจังทุกวัน

วันละเกือบสองชั่วโมง โดยไม่เว้นเลย

นอกจากจะมีเหตุต้อง

กลับดึกมากๆเท่านั้น ถึงจะไม่ได้นั่ง ...

 

เรียกได้ว่ามุ่งมั่นและตั้งใจมากๆ

จากคำพูด เรียบๆง่ายๆ

ของท่านอาจารย์อุบล..

 

 

2. ส่วนอันนี้ เป็นความประทับใจ

ในความอัจฉริยะของท่านอาจารย์

ที่สอนเรื่องเกี่ยวกับตัณหา

เนื้อหาจากรายการ คุยไปแจกไป

เทปของวันที่ 19 ต.ค.51

สวยอย่างเบญจกัลยาณี

ที่ท่านอาจารย์นำมาให้ชม

 

และชนิดาได้เคยเขียนประเด็นนี้ไว้ดังนี้ค่ะ

..............................................................

 

  อาจารย์อุบลคนสวยเนี่ย...สุดยอดมากๆเลยนะคะ พูดโยงเรื่องความสวย

 

 

  ให้เป็นธรรมะชั้นสูงได้แบบเนียนๆเลยนะคะ จะอธิบายยังไงดีน๊า..

 

 

  คือจริงๆทุกคนก็พอจะรู้อยู่แล้วว่า กายหยาบมนุษย์ที่สัมผัสได้ชัดๆนั้นประกอบด้วย

 

 

  ธาตุสี่ คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งสิ่งที่มายึดธาตุทั้งสี่ให้รวมตัวกันได้อย่างแนบแน่นเป็นตัวเรา

 

 

  ที่มีชีวิตและจิตใจขึ้นมาได้ ก็คือ ตัวตัณหา..นั่นเอง...

 

 

  แหม.. จริงยิ่งกว่าจริง ก็เราเกิดมาจากตัณหา(จากผู้ให้กำเนิด มิเช่นนั้นก็คงจะมีเรามิได้)

 

 

  ฉะนั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า แค่เกิดมาก็มีทุกข์ติดตัวมาแล้วทุกๆอณูในร่างกายนี้

 

 

  แล้วก็อธิบายได้ง่ายๆต่อไปอีกเช่นกันว่า ถ้าเราสามารถสลายตัวตัณหา

 

 

  เจ้ากาวตัวร้ายที่ยึดธาตุทั้งสี่ให้เป็นตัวตนของเราอยู่นี้ได้

 

 เราก็จะปราศจากความทุกข์ได้เหมือนกัน...

 

.............................................................

ทึ่งในวิธีการสอนที่ชัดและตรง

จากท่านอาจารย์มากๆค่ะ 

...................................................................

และตอนนี้ ชนิดาคิดได้ว่า

การที่เราบอกว่า

เราได้พบพระศรีอาริย์แล้วนั้น

มันคือการแอบอ้างค่ะ

พระองค์จึงไม่ยอมรับว่า

"เราพบท่านแล้ว" 

 

เพราะเราทุกคนก็ทราบกันดีว่า

คนที่จะอยู่ในยุคพระศรีอาริย์ได้

จะต้องมีคุณสมบัติที่ดีพอ

คือถึงพร้อมด้วย ศีลห้า กรรมบถ10

และ พรหมวิหารสี่

แต่พอมาพิจารณาดูตัวเองแล้ว

ศีลห้าก็ไม่บริสุทธิ์

กรรมบถ10 ก็ยังแหว่ง

เพราะยังคิดชั่ว พูดชั่ว

และทำชั่วอยู่เลย

ส่วนพรหมวิหารสี่

ก็ดูจะยังห่างไกล

เพราะตอนนี้ใครพูดอะไรไม่ถูกใจ

ก็ยังจี๊ดและไปโกรธได้อยู่บ่อยๆ 

......................................

ชนิดาสัญญากับตัวเองว่า

ในเร็ววันนี้

ชนิดาจะค้นหาพระองค์ให้พบให้ได้

ด้วยจิตที่บริสุทธิ์

และมีคุณสมบัติทุกอย่าง

ตามที่ คนยุคพระศรีอาิริย์ควรจะมี

สาธุ

...............................

ไม่ทราบว่า พี่น้องท่านอื่น

เห็นและคิดอย่างไรบ้างคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ชนิดา เชิงสะอาด/CHANIDA ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-10 05:59:21


ความเห็นที่ 4 (1614960)
image

 อาจารย์อุบลคนสวยเนี่ย...สุดยอดมากๆเลยนะคะ พูดโยงเรื่องความสวย

 

 

  ให้เป็นธรรมะชั้นสูงได้แบบเนียนๆเลยนะคะ จะอธิบายยังไงดีน๊า..

 

 

  คือจริงๆทุกคนก็พอจะรู้อยู่แล้วว่า กายหยาบมนุษย์ที่สัมผัสได้ชัดๆนั้นประกอบด้วย

 

 ....................................

อยากจะพูดเรื่องนี้อยู่นานแล้วแต่ไม่มีประเด็นที่จะกล่าว

เข้าล๊อกพอดี คุณชนิดาที่มาเปิดประเด็น

คนเรามีความคิดที่จะปัฎฎิบัติ

เพื่อ..ต้องการที่จะไปสวรรค์ 

มากกว่าไปนรก

ด้วยกันทั่งมวล

คนที่ปัฎฎิบัติไม่จำเป็นต้อง

ปล่อยตัว ไม่ตบไม่แต่ง

นุ่งขาวหุ่มขาวอย่างเดียว

แล้วเรียกว่าผู้ปัฎฎิบัติธรรม

การเห็นธรรมต้องเห็นได้ด้วยใจ

มิใช่การตบแต่งแต่ภายนอก

ต้องตบแต่งใจเสียก่อน

คนที่จะเป็นเทวดา นางฟ้าต้องสวย

 ไม่เคยเห็นเทวดา นางฟ้า

ตนใด ขี้เร่ เลยนะ

แล้วทำไม ผู้ปัฎฎิบัติ จะต้องปล่อยตัว

อย่างเดียว  

เป็นเทวดา นางฟ้าในชาตินี้ไม่ได้หรือ

ฉันไม่เคยเห็นนางฟ้าขี้เร่เลยสักตน


อาจารย์ อุบล ก็เป็นเช่นนั้น

เทวดานางฟ้า ในร่างมุนษย์

แล้วทำไมจะสวยไม่ได้

ใช่ไหมคะคุณ ชนิดา

ยีง พระศีรอารีย์ยะ

งามอย่างไม่มีที่ติ

มันก็เป็นไปได้ทั่งนั้นฯ

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น โซบิเดย์ ยมโดย (sobiday9-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-10 16:17:11


ความเห็นที่ 5 (1614992)

 

เคยได้ยินมาว่า ในสมัยพุทธกาลจะมีแต่พระพุทธเจ้าเท่านั้นที่จะบอกว่าท่านองค์ไหนได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้ว ต่อมาเมื่อพระพุทธเจ้าท่านปรินิพพานไปแล้ว ผู้ที่จะบอกได้ก็ต้องเป็นพระอรหันต์ด้วยกันเท่านั้นที่จะรู้ว่าท่านองค์ใดได้เป็นพระอรหันต์แล้ว นัยว่าภูมิธรรมท่านต้องสูงเสมอกัน

มีผู้อธิบายว่าเปรียบเหมือนคนที่มีความรู้ความชำนาญวิชาแขนงไหนก็ จะบอกได้ทันทีว่าผู้นั้นมีความรู้ความสามารถแบบเดียวกับตนหรือไม่

จากกระทู้ที่น้องทรายพูดถึงพระศรีอาริยเมตไตร นอกจากท่านจะเป็นพระโพธิสัตว์ที่จุติมาช่วยผู้คนจากความทุกข์แล้วยังมีคุณสมบัติมากมาย ที่ปุถุชนอย่างเราๆท่านๆจะรู้ได้

คงจะมีแต่อาจารย์อุบลเท่านั้นที่จะบอกได้ว่าท่านใดคือพระศรีอาริยเมตไตรย จะเป็นตัวท่านเองหรือไม่ 

สาธุ สาธุ อนุโมทามิ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น วัฒนา ชัยจำรูญพันธุ๋ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-10 20:22:22


ความเห็นที่ 6 (1615012)

โมทนาค่ะ คุณชนิดา และ

ทุกๆ ท่าน

สำหรับหมวยแล้ว ตั้งแต่ได้

ฟังธรรมะจาก ท่าน อ.อุบล

ได้มาทำบุญที่บ้านสวน  ชีวิต

เปลี่ยนแปลงเยอะมาก จิตนิ่ง

กว่าเดิม ความโกรธแค้น อา

ฆาต แทบไม่เหลือ  มีเหตุผล

มากขึ้น  ชีวิตจะทุกข์น้อยลง

    หลายท่าน ชวนให้ตามหา

พระศรีอาริย์  สำหรับหมวย

แล้ว เฉยๆ ค่ะ เพราะตอนนี้

อยู่กับ อ.อุบล มีความสุขดีค่ะ

และมากขึ้นทุกๆ วัน ด้วย 

คิดว่าตอนนี้พอใจที่ได้พบได้

ฟังธรรมะ จาก อ.อุบล   ไม่

ปรารถนาอะไรอีก เพราะถือ

ว่าสูงสุดสำหรับตัวเองแล้วค่ะ

กราบ สาธุ ท่าน อ.อุบล ค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น หมวย พรรณสรลี ชูตระกูล (wattanachai-dot-chut-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-10 23:14:24


ความเห็นที่ 7 (1615024)

 

การเห็นธรรมต้องเห็นได้ด้วยใจ

มิใช่การตบแต่งแต่ภายนอก

ต้องตบแต่งใจเสียก่อน

.................................

นั่นคือ ประเด็นหลักเลยค่ะคุณโซบิเดย์

ที่ชนิดาคิดมาเปิดกระทู้นี้ กระทุ้งอีกที

เพราะคิดเอาเองว่า

เบื้องบนและท่านอาจารย์

คงต้องการให้พวกเรา

มาพิจารณาตัวเองให้ถ้วนถี่อีกที


ถ้าทุกท่านยังต้องการจะพบศรีอาริย์อยู่

จะมานั่งเฉยๆ รอให้ท่านประกาศตัวเอง

คงจะไม่ใช่แน่ๆ แต่ทุกคน

ควรจะเดินหน้าให้ตนก้าวหน้าทางธรรม

เพื่อจะได้ไปพบกับพระองค์

ที่ จุดกึ่งกลาง หรือ "ทางสายกลาง"

ด้วยตัวเอง

 

เพราะแน่นอนว่า ถ้าเราและพระองค์

ต่างก็เดินไปใน แนวทางเดียวกัน

ซักวัน ก็จะพบกันที่ จุดปลายทาง เดียวกัน

ในที่สุด...

...................................

 

อาจารย์ อุบล ก็เป็นเช่นนั้น

เทวดานางฟ้า ในร่างมุนษย์

แล้วทำไมจะสวยไม่ได้

ใช่ไหมคะคุณ ชนิดา

ยิ่ง พระศีรอารีย์ยะ

งามอย่างไม่มีที่ติ

มันก็เป็นไปได้ทั้งนั้นฯ

................................

เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ

ว่าอะไรๆก็เป็นไปได้ทั้งนั้น

 

โปรดติดตามตอนต่อไป...

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ชนิดา เชิงสะอาด/CHANIDA ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-11 01:31:21


ความเห็นที่ 8 (1615025)

คงจะมีแต่อาจารย์อุบลเท่านั้นที่จะบอกได้ว่าท่านใดคือพระศรีอาริยเมตไตรย จะเป็นตัวท่านเองหรือไม่ 

สาธุ สาธุ อนุโมทามิ

...................................

ท่านคงรู้แน่ๆค่ะ คุณหมอวัฒน์ แต่ท่านไม่บอกแน่ๆว่า พระศรีอาริย์คือใคร ได้แต่บอกให้ไป"ค้นหาๆๆๆๆ"ให้พบด้วยตัวเองให้ได้ อย่าเชื่ออย่าตามใครทั้งสิ้น 

 

ประมาณว่า เหมือนจอมยุทธจีนสมัยก่อนเลยนะคะ ก่อนที่จะสอนวิทยายุทธขั้นสูงสุดให้ลูกศิษย์ อาจารย์จะให้ลูกศิษย์ไปท่องยุทธจักร เพื่อค้นหาวิชาดีเพิ่มเติมซะ่ก่อน

 

คือ ถ้าไม่ได้วิชาดีกลับมา ก็อย่าได้กลับมา"ฝึกวิทยายุทธ"กับอาจารย์อีกต่อไป...

 

อนุโมทนากับคุณหมอวัฒนาด้วยค่ะ

คุณหมอบอก คอมเมนต์ของช๊าน

ไปโยงเกี่ยวกับเรื่องจอมยุทธจีนได้ไงเนี่ย..

อิอิ งงเหมือนกัลล์

............................................

แล้วก็อนุโมทนากับพี่หมวย ด้วยนะคะ

ที่นำธรรมะจากท่านอาจารย์

ไปพิจารณาและปฏิบัติตาม

จนชีวิตเปลี่ยนแปลงไป ในทางที่ดีขึ้น

ในทุกๆด้าน สาธุ สาธุ ค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ชนิดา เชิงสะอาด/CHANIDA ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-11 01:49:14


ความเห็นที่ 9 (1615040)

 

โมทนาด้วยค่ะนอ้ง ชนิดา
พี่เห็นด้วยกับคุณหมอวัฒนาค่ะ การที่เราจะรู้ว่า ใครเป็นพระอริยเจ้าระดับไหน หรือพระโพธิสัตย์
เราคงต้องปฎิบัติให้ถึงกอ่น อย่างพระ โสดา, สกิทาคา, อนาคา, อรหันต์
ถ้าปฎิบัติไม่ถึงก็คงรู้วาระจิตท่านไม่ได้

ขอบคุณค่ะที่ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมา พี่เองก็คิดอยู่เป็นเดือนเรื่องตามหาพระศีรอริย์ คิดทวนไปทวนมาก็อยากจะออกความเห็นบ้าง แต่ความเห็นของพี่อาจไม่เหมือนคนอื่นเท่าไห่รก็เลยไม่คอ่ยกล้าแสดงออก หรือน้องชนิดาว่าไงค่ะ?
อนุโทนาค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น นนทพร สไตล์เฮ้าส์ (alittlethai-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-11 07:29:17


ความเห็นที่ 10 (1615127)

อนุโมทนาค่ะ คุณพี่ชนิดา กระทู้นี้ น่าจะมี นัยยะสําคัญ ในการตามหาพระอาริย์ อรว่าท่าน รู้ค่ะ แต่จะปรากฎตัว ก็ต่อเมื่อ ลูกบ้านสวน ศิษย์รักของท่าน ทุกคน มีความรู้ มีภูมิธรรมสูง สามารถ รู้แจ้งในธรรมที่ท่านได้เพียรสั่งสอนมา จนพิสูจน์  ตามความเป็นจริง โดยไม่มีข้อโต้แย้ง ใด ใด ได้ตามหลัก กาลามสูตร ดัั่่่งที่ท่าน อ. ได้ตั้งโจทย์ ไว้ให้พวกเรา หาคําตอบกันให้ได้ พระศรีอาริย์ ท่านกําลัง ดูว่า ผู้ ที่กําลังติดตามท่าน จะเป็นพระอาริยเจ้าได้ สักเพียงใด  

ผู้แสดงความคิดเห็น อร อุ่นศรี (aon_aunsri-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-11 15:57:10


ความเห็นที่ 11 (1615252)

พระศรีอาริย์ ท่านกําลัง ดูว่า

ผู้ ที่กําลังติดตามท่าน

จะเป็นพระอาริยเจ้าได้ สักเพียงใด

...............................

นั่นสิค่ะคุณอร เพราะดูภายนอก

ลูกบ้านสวนฯแต่ละคน ไม่ธรรดาหรอก

ทั้งภูมิรู้ภูมิธรรม เพราะต่างก็เรียนรู้

ศึกษา หาความรู้จากครูบาอาจารย์

มาแล้วหลากหลายแนว

 

แต่สิ่งที่ดึงให้พวกเราหลายๆคน

เดินช้า เดินหลงทางไป ก็คือ

"อัตตาตัวตน" ที่มันครอบและคลุมใจอยู่ 

 

ทั้งๆที่หลายๆกิจกรรมในบ้านสวนฯ

มุ่งหวังอย่างยิ่งที่จะให้ทุกคน

"ละอัตตา" ให้ได้มากที่สุด

แต่เราก็สลัดมันออกไปไม่หมดซักที

 

ก็...แต่ละคน พกกันมาจนล้นใจเลยเนอะ..

 

 

ส่วนหนึ่ง ชนิดาเองก็พยายาม

"สลัดๆ"มันอยู่

ด้วยการสารภาพบาปไปเรื่อยๆ...

 

ซักวันนึง เราคงจะเป็นศิษย์ที่ดี

และได้พบพระศรีอาริย์...นะคะ ..

..............................................

ส่วนพี่ นนนี่ คะ ท่านอาจารย์อุบล

เน้นย้ำเสมอว่า ให้เขียนในสิ่งที่ตนคิด

โดยสิ่งที่ตนคิดนั้นไม่จำเป็นต้องเหมือนคนอื่น

ยิ่งเห็นต่าง ยิ่งน่าสนใจค่ะ

เพียงแต่ให้เขียนเหตุและผลรองรับ

ในสิ่งที่ตนคิด ก็ถือว่าถูกต้องแล้วค่ะ

ฉะนั้น คิดอย่างไร

ก็เขียนเช่นนั้นเลยค่ะพี่...

น้องๆ...รออ่านอยู่...

........................

อนุโมทนากับคุณพี่นนนี่

และ คุณอร ด้วยนะคะ สาธุ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ชนิดา เชิงสะอาด/CHANIDA ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-12 04:28:39


ความเห็นที่ 12 (1615273)

โมทนาบุญกับพี่ชนิดาด้วยนะคะที่ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมา

และอนุโมทนากับการค้นหาแก่นของธรรม

ที่แต่ละท่านเขียน

รวมถึงของตัวเองด้วย ที่มีปัญญาน้อย

พยายามที่จะเขียน แต่ไม่เข้าประเด็นอิๆๆๆ

เขียนได้แต่น้ำ หาสาระไม่ค่อยจะได้

ต้องมีเจ้าแม่ ธรรมทานจากต่างแดนนี้แหละ รู้ลึก รู้จริง

สาธุ กับวิเคราะห์ได้ถึงแก่นที่ต้องการจะสื่่อจริงๆ

และโมทนากับธรรมทานของพี่หมวย คุณโซบิเดย์ คุณหมอวัฒนา

คุณนนทพร และคุณอร ด้วยนะคะ

*********

 พระศรีอาริย์ ท่านกําลัง ดูว่า

ผู้ ที่กําลังติดตามท่าน

จะเป็นพระอาริยเจ้าได้ สักเพียงใด

...............................

ช่วงนี้ ได้ยินอาจารย์แม่พูดถึงคำว่า

พระอริยะ อยู่บ่อยครั้ง

ในความรู้สึก ของตัวเองคำว่า พระอริยะ

เป็นคำที่สูงส่ง เหมาะสำหรับผู้ที่ปฎิบัติดี ปฎิบัติชอบ

งามทั้งภายนอกและภายใน

 

 ธรรมของพระอริยะ

       อริยะชน คือ ผู้ซึ่งไกลจากกิเลส อริยะประเทศ คือ ประเทศที่บุคคลผู้อาศัยนั้นเป็นผู้ไกลกิเลส อริยะธรรม คือ ผู้มีธรรมซึ่งไกลจากกิเลสมีพระบาลีว่า “อะโกธะโน อนุปะนาหี สุทธังคะโต สัมปันนทิฏฐิ ตังสัญญาอริโย อิเม ธัมมา ธรรม 6 ประการนี้อยู่ในบุคคลใด อยู่ในประเทศใดทำให้เป็นบุคคลที่ประเสริฐเป็นสมบัติอันล้ำเลิศของคนดี 1.อะโกธะโน ไม่โกธร 2.อนุปะนาหี ไม่ผูกโกธร 3.อะมักขี ไม่ลบหลู่ 4.สุทธังคะโต ถึงความบริสุทธิ์ 5.สัมมาสัมปันนทิฏฐิ มีความเห็นชอบ 6.เมธาวี เป็นผู้มีปัญญา

      ธรรมทั้ง 6 ประการนี้เป็น อิรยะธรรม ถ้าหากธรรมเหล่านี้ไปอยู่ในใจปุถุชน ใจผู้นั้นเหมือนอริยะเจ้า ถ้าหากเป็นอริยะเจ้าก็จะมีธรรม 6 ประการนี้อยู่ในใจ ถ้าประเทศใดมหาชนใดดำรงอยู่ในธรรม 6 ประการนี้ ก็จะได้ชื่อว่าอริยะประเทศที่ประเสริฐ

 1.อะโกธะโน คือ ไม่โกธรเป็นผู้ที่มีเมตตาธรรมอยู่เสมอ ถ้าหากเราได้เจริญบ่อย ๆ คือเอ็นดูตัวเองและสัตว์ทั้งหลาย  เอ็นดูตัวเองว่าจะได้รับความทุกข์ คือเมตตาตัวเองและเมตตาอื่นๆ กลัวคนอื่นจะได้รับความทุกข์ เหมือนใช้น้ำดับไฟ ไฟก็ดับไป

 2.อนุปะนาหี คือ อย่าไปจับขี้ เขาโกรธเหมือนจับขี้ ถ้าคนใดโกรธคนนั้นก็จับขี้ ของสกปรกจะถือไว้ทำไมเราไม่เอา ดูพระสารีบุตรทำเป็นตัวอย่าง ในเมืองสาวัตถีร่ำลือกันทั้งเมืองว่า ท่านเป็นผู้มีปัญญาเป็นผู้ฉลาดไม่โกรธใครเลย ต่อมามีอันธพาลคนหนึ่งเอากำปั้นวิ่งไปต่อยกลางหลังพระสารีบุตรขณะตอนบิณฑบาตอยู่ พระสารีบุตรก็เหลียวหลังดูเห็นเป็นกำปั้นพอรู้แล้วก็วางเฉยไม่โกรธตอบไม่ว่าอะไรเลยไม่พูดอะไรซักอย่าง นี้เป็นน้ำใจของพระอริยะเจ้า ถ้าคนโกธรเราแล้ว มาว่าเรา มาตีเรา เราโกรธตอบ ถือว่าเราเป็นคนเลวกว่าคนที่มาทำเรา

 3.อะมักขี คือ ให้เรานึกถึงคุณของพระเจ้า คุณของพ่อแม่ คุณครูบาอาจารย์ นึกถึงกษัตริย์อย่าไปลบหลู่ อย่าไปเนรคุณต่อผู้มีบุญคุณต่อเรา

 4.สุทธังคะโต ทำตนให้ถึงความบริสุทธิ์ บริสุทธิ์เบื้องต้นคือ รักษา กาย วาจา ใจ อยู่ในศีล บริสุทธิ์ท่ามกลางคือ สมาธิ บริสุทธิ์ตอนปลาย คือ เจริญวิปัสสนา คือ ปัญญาบริสุทธิ์

 5.สัมมาสัมปันนทิฏฐิ คือ มีความเห็นชอบ เห็นว่าสัตว์โลกเป็นไปตามกรรม

 6.เมธาวี ผู้มีปัญญา ปริยัติปัญญา คือ การศึกษาเล่าเรียน มะหัคคะตะปัญญา คือ การเจริญสมถะได้ฌาน ได้อัปปนาสมาธิ แต่ปัญญาที่หาที่สุดไม่ได้ คือ เจริญวิปัสสนา

      ธรรม 6 ประการที่ทำให้บุคคลเป็นอริยะ ถ้าไม่ใช่พระอริยะก็เยี่ยงพระอริยะ ฉะนั้นก็ขอให้พวกเราทั้งหลายมีอริยะธรรมและวัฒนธรรมอันดีงาม สำหรับวัดเราเป็นวัดหลวงเราทุกคนควรฝึกจิตให้มีอริยะธรรมเป็นอริยะประเทศ และจะได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข.

ที่มา  ธรรมของพระอริยะ

ด้วยหลักธรรมทั้ง 6 ประการนี้

เป็นธรรม ที่อาจารย์แม่เมตตาให้เราทุกคน

ปฏิบัติอยู่แล้ว แต่ลูกมิได้นำพายังได้หน้าลืมหลัง

อาจารย์แม่ได้ทำเป็นแบบอย่างให้ทุกคนได้เห็นแล้ว

ซึ่งหากทุกคนปฏิบัติได้ครบทั้งหกประการ

เรียกได้ว่าเป็นอริยะบุคคล

และเมื่อนั้น

พระศรีอาริย์

จะต้องปรากฏต่อหน้าผู้คนทั่วไป

พร้อมดวงจิต(พระอริยะ)

ที่อาสามาช่วยงานองค์ท่าน

กราบ กราบ กราบ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เบ็ญจากาญจน์ ศุภศิริว้ฒนา(วิ) (aungpao-dot-benjy-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-12 09:43:18


ความเห็นที่ 13 (1615279)

 

 

 

 อนุโมทนากับคุณชนิดา ค่ะสาธุ 

ณัชชาเห็นด้วยกับคุณชนิดาทุกประการค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ณัชชา พรหมทองแก้้ว (phueng9574-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-12 09:56:59


ความเห็นที่ 14 (1615291)

 

 

คุณหมอบอก คอมเมนต์ของช๊าน

ไปโยงเกี่ยวกับเรื่องจอมยุทธจีนได้ไงเนี่ย..

อิอิ งงเหมือนกัลล์

-----------------------------------------------

ก็เพราะหมอได้เคยท่องยุทธภพมามากไงคะคุณชนิดา

ไม่อยากคุยหร๊อกcatt8ฮิ ฮิ

ผู้แสดงความคิดเห็น วัฒนา ชัยจำรูญพันธุ๋ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-12 10:23:12


ความเห็นที่ 15 (1615355)

ขออนุโมทนาธรรมทานพี่ชนิดา คุณโซบิเดย์ และคุณหมอวัฒนาค่ะ

ขอบคุณพี่ชนิดามาก ๆ ค่ะที่ได้เปิดกระทู้นี้

กระตุ้นต่อมใต้สำนึกตัวเองทำให้ย้อนมองคุณสมบัติของตัวเอง

ว่าตัวเองมีคุณสมบัติพร้อมที่จะพบพระศรีอารีย์หรือยัง

ถ้าเราไม่เริมจากตัวเรา และจิตใจของเรา แล้วเราจะพบท่าน

ได้อย่างไรในเมื่อตัวเองยังมีคุณสมบัติยังไม่ครบถ้วน

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น มยุรฉัตร สุดจิตต์ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-12 13:53:29


ความเห็นที่ 16 (1615385)

ขออนุโมทนา

ธรรมทาน

คุณชนิดา

เหมือนเป็นไฟสปอร์ตไลท์

คอยส่องทาง

ให้คนมีดวงตามืดมนได้เห็น

แสงสว่าง

ให้ก้าวเดินถูกทาง

......................................

ขอคาราวะ 6 จอก

.......................................

 

ขอนำบทความบางตอนที่อ.อุบล

ลงไว้มาสนับสนุน..

....................................................

 

จงช่วยตัวเองก่อน

แล้ว

พระศรีอาริย์

จึงจะมาช่วยท่าน

ถ้าท่านไม่เปลี่ยนแปลง

มัวแต่รอความช่วยเหลือ

จากพระศรีอาริย์

 

ต่อให้พระพุทธเจ้า

ทั้งแดนนิพพาน ท่านก็ช่วยไม่ได้

............................................................

พอย้อนกลับไปอ่านแล้ว

ก็ถึงบางอ้อ

ถึงแม้ว่าเราจะเจอพระศรีอาริย์

ตัวเป็นๆ แต่เราได้นำธรรมะ

ของพระศรีอาริย์

มาปฎิบัติตามไหม ?

เปรียบเทียบกับ

คนที่เขาอยู่คนละฟากฟ้า

กับพระศรีอาริย์

แต่เขาเชื่อฟัง

นำคำสั่งสอน

ไปปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัด

แล้วคุณคิดว่า

พระศรีอาริย์จะเลือกช่วยใคร?

ใครสมควรที่จะได้เจอ

พระศรีอาริย์

............................

"ผู้ใดเห็นธรรม

ผู้นั้นเห็นพระศรีอาิริย์"

ผู้แสดงความคิดเห็น อดิศักดิ์ โพธิสาร (di2211-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-12 16:23:06


ความเห็นที่ 17 (1615396)

 "ผู้ใดเห็นธรรม

ผู้นั้นเห็นพระศรีอาิริย์"

.............................

ประโยชน์นี้ละ

อยู่ที่ลมหายใจ

เข้าออกของเราเอง

เหมือนเงาสะท้อน

ให้มองดูตัวเรา

จริงแท้แค่ไหน

ก็สุดจะพิจารณา

.............................

 

จงช่วยตัวเองก่อน

แล้ว

พระศรีอาริย์

จึงจะมาช่วยท่าน

ถ้าท่านไม่เปลี่ยนแปลง

มัวแต่รอความช่วยเหลือ

จากพระศรีอาริย์

...............

คำนัยที่มีนัยยะของท่านอาจารย์

ท่านคงให้หาตัวตนที่

แท้จิรงของตัวเองเสียก่อน

ถ้ามนุษย์ไม่พร้อมพระศีรอารีย์

ก็คงไม่ปรากฎท่านพร้อมที่

จะปรากฎก็ต่อ

เมื่อเราปัฎฎิบัติพร้อมแล้ว

เพราะยุคนั้นเป็นยุค

ที่คนมีศีลธรรมกัน

หมดแล้วถ้

ไม่เรีมจากตัวเอง

ก็คงไม่มียุคพระศีรอารีย์

อย่างแน่นอน

อามีน

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น โซบิเดย์ ยมโดย (sobiday9-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-12 17:30:43


ความเห็นที่ 18 (1615466)

                              "ผู้ใดเห็นธรรม

 

ผู้นั้นเห็นพระศรีอาิริย์"

 

.............................

เห็นด้วยค่ะ ทุกคนต้องมีธรรมะถึงจะได้อยู่ในยุคพระศรีอาริย์

ยุคพระศรีอารีย์ ต้องรักผู้อื่นให้เป็น ผู้อื่นหมายถึง

เพื่อร่วมโลกที่ไม่มีความเป็นอะไรกับเราเลย ไม่มีประโยชน์ต่อกัน

ไม่มีลาภผลต่อกัน นั่นแหละคือผู้อื่น 

ซึ่งสมัยนี้หายากมาก แต่ในยุคพระศรีอารีย์จะเป็นแบบน้ัน

ศรี แปลว่า สวยสดงดงาม

อริยะ แปลว่าประเสริฐสุด

เมตไตร หมายถึงเมตตา ก็คือความรัก ไม่ใช่ทางกามรมณ์ แต่เป็นทางธรรมะ

ยุคพระศรีอริยเมตไตร หมายถึง ยุคที่มีแต่ความรักที่ยังยืนมีความเป็นมิตรกันอย่างสูงสุดสวยสดงดงาม

ถ้าเมื่อใดโลกมีความรักกันแล้ว ก็ถึงเวลาของยุคพระศรีอารีย์

หลวงพ่อท่านบอกว่า มันอยู่ที่ปลายจมูก 

ลองเพ่งสองตาดู จะเห็นลางๆ จะว่าใกล้ก็ใกล้ จะว่าไกล ก็ไกล

ปุณญืสาเห็นยุคพระศรีอาริย์จำลองแล้ว ที่บ้านสวนพีระมิดค่ะ

และท่านเจ้าของบ้านนั่นแหละ พระศรีอริยเมตไตร


 

ผู้แสดงความคิดเห็น ปุณญิสา พูลชื่น (ratanapoolchuen-at-yahoo-dot-co-dot-th) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-13 00:11:09


ความเห็นที่ 19 (1615475)

 

แต่สิ่งที่ดึงให้พวกเราหลายๆคน

เดินช้า เดินหลงทางไป ก็คือ

"อัตตาตัวตน" ที่มันครอบและคลุมใจอยู่ 

 

ทั้งๆที่หลายๆกิจกรรมในบ้านสวนฯ

มุ่งหวังอย่างยิ่งที่จะให้ทุกคน

"ละอัตตา" ให้ได้มากที่สุด

แต่เราก็สลัดมันออกไปไม่หมดซักที

 ก็...แต่ละคน พกกันมาจนล้นใจเลยเนอะ..

 

 

ส่วนหนึ่ง ชนิดาเองก็พยายาม

"สลัดๆ"มันอยู่

ด้วยการสารภาพบาปไปเรื่อยๆ...

***********************************

การละอัตตาตัวตน

ก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่จะทำให้เรา

ค้นหา และพบพระศรีอาริย์ได้เร็วยิ่งขึ้น

จริงๆแล้ว หลายๆคนอาจจะได้พบพระศรีอาริย์แล้ว

และอีกหลายๆคนก็อาจยังไม่ได้พบ

พระศรีอาริย์ท่านมารอเรานานแล้ว

และระยะเวลาที่พวกเราจะได้พบพระศรีอาริย์นั้น....อาจต่างกัน

บางคนโชคดีกว่าใครๆ ก็ได้พบพระศรีอาริย์ก่อน

แต่บางคนใกล้แค่เอื้อม ก็ยังไม่รู้

ถึงแม้เราจะใกล้พระศรีอาริย์

แต่โอกาสที่จะได้อยู่ในยุคพระศรีอาริย์

อาจไม่ได้ใกล้ เหมือนดั่งที่ใจเราคิดก็ได้...

เพราะการที่เราจะได้พบนั้น พระศรีอาริย์ไม่ได้เป็นผู้กำหนด

แต่ตัวเราเองต่างหากที่กำหนดมัน

จะช้าจะเร็ว ก็ขึ้นอยู่ที่เรา


จะพยายามฝึกไปเรื่อยๆเช่นกันค่ะ

ฝึกไปจนกว่า "เราจะไม่มีเรา"

และซักวันหนูก็หวังว่าจะได้พบพระศรีอาริย์เช่นกันค่ะ


 

 

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น หญิง < นันทนา แหกาวี > ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-13 04:14:34


ความเห็นที่ 20 (1615497)

โห..ได้อ่านความคิดเห็น

และการวิเคราะห์ธรรม

ของพี่น้องแต่ละท่านแล้ว

ต้องบอกว่า

มีเกราะป้องกันตัวอย่างแน่นหนา

รับรองว่า ไม่มัวเมา

ปล่อยให้"กิเลส"ปั่นหัวได้ง่ายๆแน่ๆเล๊ย

แต่ไงก็อย่า"เผลอ" แล้วกัลล์

.................

ขอบคุณ คุณวิ ที่นำหลักธรรม

ของพระอริยะเจ้า

มาให้เราได้พิจารณาตัวเองลึกๆอีกที

ว่ามีคุณสมบัติใดที่ยังห่างไกล

ความเป็น"อริยะบุคคล"อยู่

จะได้"หมั่นฝึกฝน" เพื่อเขยิบระยะทาง

ที่มันไกลๆนั้น ให้"ใกล้" เข้ามาได้

................

แหม่..คุณ อดิศักดิ์ มาคารวะกันบ่อยๆ

แล้วจำนวนจอกก็มากขึ้น

เรื่อยๆซะด้วย นะนั่น

 

เอ่อ ว่าแต่ในจอกนั้น

คงจะไม่ได้ใส่น้ำเมามาหรอกเนอะ

สงสัยจะ"รินน้ำใจ"ใส่เต็มๆจอกทุกที

ที่มาคารวะแน่ๆ

 

เพราะยิ่งส่งมามากเท่าไหร่

ก็จะสะท้อนกลับไปหาผู้ส่ง

มากขึ้นเท่านั้น

...............

ส่วนคุณหมอวัฒน์

มาเกริ่นเรื่อง ท่องยุทธภพ

แหมๆ มาเขียนแบบนี้

มีหรือ...ที่เราจะปล่อยให้ผ่านไป

 

ฉะนั้น คุณหมอ ช่วยมาเหลา

ประสบการณ์การท่องยุทธภพ

ให้น้องๆ หลานๆไ้ด้ฟังบ้างสิคะ

..............

อนุโมทนากับธรรมทาน

จากทุกๆท่านเลยนะคะ

สาธุ สาธุ สาธุ

ผู้แสดงความคิดเห็น ชนิดา เชิงสะอาด/CHANIDA ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-13 06:52:38


ความเห็นที่ 21 (1615553)

      ขออนุโมทนากับพี่ชนิดา และทุกๆท่านด้วยครับ "ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นพระศรีอาริย์"

     พระศรีอาริย์ ไม่ได้อยู่ที่ไหน อยู่ที่ใจเรา เมื่อใดที่ สิ้นสงสัย เราก็คงได้พบท่านจริงๆ ท่านเองก็บอกทางให้เราเดินไปหาท่านแล้ว ขึ้นอยู่ที่ตัวเราแล้ว ว่าจะตั้งใจเดินไปหาท่านจริงๆแล้วหรือยัง  

ผู้แสดงความคิดเห็น วีร์พสุตม์ ลิ้มสกุลภักดี (เอิ้น) (weepasuth-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-13 11:26:12


ความเห็นที่ 22 (1615564)

มาเกริ่นเรื่อง ท่องยุทธภพ

แหมๆ มาเขียนแบบนี้

มีหรือ...ที่เราจะปล่อยให้ผ่านไป

 

ฉะนั้น คุณหมอ ช่วยมาเหลา

ประสบการณ์การท่องยุทธภพ

ให้น้องๆ หลานๆไ้ด้ฟังบ้างสิคะ 

--------------------

ที่จริงไม่ใช่เรื่องการท่องยุทธภพแบบหนังกำลังภายในตามความเห็นของคุณชนิดาหรอกคะ แต่หมายถึงการอ่านสะสมมานานทำให้เกิดความคิดตามเท่านั้นเอง จะบอกว่าเป็นปัญญาก็คงไม่ใช่เพราะเราจำมาพูดต่างหาก (sing)

ผู้แสดงความคิดเห็น วัฒนา ชัยจำรูญพันธุ๋ ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-13 12:08:56


ความเห็นที่ 23 (1615684)

คำสอนหลายคำของท่านอ.อุบลทำให้ขวัญเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็ว ยกตัวอย่างหนึ่งในคำสอนตอนแรกๆที่ฟัง ที่เปลี่ยนขวัญชนิดที่ตัวเองไม่เคยคาดมาก่อนคือเรื่องกินเนื้อสัตว์ผิดศีลข้อ 1 เพราะเราเป็นหนึ่งในบ่วงโซ่ผู้บงการฆ่า สมัยนี้เลี้ยง ฆ่า ประกอบอาหารจากเนื้อสัตว์เป็นอุตสาหกรรม 

ก่อนจะทราบจากท่านอาจารย์ ขวัญทราบเกี่ยวกับเทศกาลกินเจไม่เบียดเบียนสัตว์ แต่ก็ไม่เคยจะได้กินเป็นประเพณีกับเขาด้วยซ้ำเพราะชอบกินเนื้อมาก กินเนื้อเป็นอาหารหลัก แต่หลังจากพบท่านอาจารย์ครั้งแรกเมื่อวันวิสาขบูชาปีที่แล้ว กลับเกิดกำลังใจจะเลิกกินเนื้อ อีกทั้งคำสอนของท่านทำให้ขวัญเข้าใจตามหลักวิทยาศาสตร์ว่าการกินเนื้อคือการเบียดเบียนสัตว์จริง หลังจากนั้นก็เลิกได้ แต่ยังมีกินผักในน้ำซุปที่มีส่วนผสมของเนื้อ และมีเขี่ยเนื้อบ้าง เผลอกินบ้าง บางมื้อไม่สะดวกก็ไม่ได้กิน  สำหรับทุกวันนี้ ตอนไม่สะดวกไม่มีอาหารมังสวิรัติ ก็ไม่ได้กินเพราะกินไม่ลง ทัศนคติต่อเนื้อคือไม่ใช่อาหารของเรา

แล้วมีคำสอนหนึ่งของท่านอ.อุบล ท่านบอกว่าห้องน้ำในห้างฯ มีทิชชู่ใช้แล้วล้นขยะลงมาบนพื้น ท่านก็เลยเก็บใส่ถังขยะให้ ซึ่งมีอานิสงส์ทำให้มีแต่สิ่งดีๆเข้ามาในบ้าน พอมองย้อนมาที่ตัวเอง เห็นแบบนี้บ่อยมากๆแต่ไม่เคยคิดช่วยเก็บเลย เพราะเห็นว่าสกปรก เดี๋ยวคนมีหน้าที่ทำความสะอาดก็มาเก็บเองแหละ ได้ทราบคำสอนนี้ ได้เข้าใจว่าใครก็อยากอยู่บ้านที่สะอาดเพราะสุขกว่าอยู่บ้านเต็มไปด้วยขยะ ส่วนหนึ่ง สังคมก็จะมีความสุขขึ้นหากไม่มีขยะเกลื่อนกลาดเหมือนประเทศฟินแลนด์ติดอันดับประเทศที่สะอาดที่สุดน่าอยู่ ทำให้ขวัญเปลี่ยนตัวเองทันที เห็นทิชชู่ล้นออกมาก็เก็บ เห็นขยะข้างนอกก็อยากช่วยเก็บทั้งๆที่เป็นคนใจแคบเห็นแก่ตัว หลายคำสอนของท่านทำให้ขวัญเปลี่ยนตัวเองได้ง่ายๆแม้แต่เรื่องขยะในห้องน้ำ เพียงเพราะเข้าใจตามหลักวิทยาศาสตร์จากคำสอนของท่าน กราบขอบพระคุณค่ะ

 

*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

ขวัญขาดคุณสมบัติที่จะพบหรือเป็นคนในยุคพระศรีอาริย์ค่ะ

พรหมวิหาร 4 ทรงได้บ้างไม่ได้บ้าง อารมณ์ส่วนใหญ่ของขวัญที่ไม่ทรงพรหมวิหาร คือ ไม่ยอมรับกฏของธรรมดา เมื่อไม่ได้ดั่งใจ อารมณ์ไม่พอใจรู้สึกแย่จะเกิดขึ้นเลย ปรุงแต่งไป แพ้เสมอ รู้ไม่ทัน จะมาได้สติตอนขุ่นมัวไปแล้วตลอด

แต่ที่เปลี่ยนไปคือ เมื่อได้สติจะระงับ ส่วนใหญ่จะพยายามเอาชนะไม่ยอมปล่อยให้อารมณ์เลวครอบงำจิต เช่น วันนี้ขวัญก็ไปสนใจในรูปร่างหน้าตา จริยาของหลายคนที่เจอ แล้ววิจารณ์ในใจ พอรู้ตัวก็พยายามระงับทันที + ภาวนาอ.อุบลช่วยด้วย ไปเรื่อยๆ + ขอให้สัตว์ทั้งหลายจงหลุดพ้นเถิด ขอให้ทุกคนบนโลกหมดทุกข์ พอจิตทรงพรหมวิหาร ความสุขก็ถาโถมใจทันที ความเลวก็หมดอำนาจไป(ชั่วคราว) พออารมณ์เลวสัญญาเดิมกลับมาใหม่ ก็พยายามระงับใหม่ ภาวนารหัส ทรงภาพพระ บางทีก็นึกถึงบ้านสวน ยิ่งนึกถึงท่านอาจารย์อุบล แล้วคิดน้อมจิตกราบท่าน ใจเหมือนหมดกิเลสไปชั่วคราวเลยจริงๆ

แล้วก็ยังผิดศีลทุกข้อ

ศีลข้อ 1 ยังชอบพูดระบายอารมณ์ไม่พอใจออกมากับตัวเองและ/หรือบ่นให้คนอื่นฟัง เช่น โอ๊ย เซง อะไรวะ ซึ่งเป็นคำไม่สุภาพ และจิตยังชอบบ่นซึ่งใช้ไม่ได้เลย แล้วก็ยังมีอารมณ์ไม่ชอบสถานที่สกปรก กลิ่นเหม็น อารมณ์เบื่อ รำคาญคนอื่น

ศีลข้อ 2 ยังชอบของฟรี และบางทีมีคิดแว่บอยากได้เงินเพราะไม่อยากเสียเงินเอง โหลดเพลงจากอินเตอร์เน็ต

ศีลข้อ 3 จิตยังคิดมีอารมณ์รักใคร่

ศีลข้อ 4 พูดเพ้อเจ้อ ไร้สาระ พูดคำว่า วะ ลงท้ายประโยคเพื่อระบายโทสะ พูดคำหยาบแทนตัวเองกับแทนน้อง,เพื่อน

ศีลข้อ 5 มีความขี้เกียจเกาะแน่นเป็นปลิงดูดพลังชีวิตเลยทีเดียว เที่ยวดูเสื้อผ้า ของสวยงาม บางทีมีอารมณ์อยากดูหนังละคร เล่นเกมส์

กิเลสความหลงนี่ฝังแน่นอยู่ในจิตมโหฬารมากๆ หลังจากที่ขวัญได้ไปร่วมพิธีปิดนรกขุม 6 เห็นได้ชัดว่าเจอบททดสอบ กลับมามีอารมณ์อยากดูหนัง ละคร เล่นเกมส์ ทั้งๆที่กิเลสเหล่านี้ไม่ได้โปรดปรานมาเป็นพักใหญ่แล้ว แต่ต้องขอบคุณบททดสอบจริงๆที่ช่วยให้แกร่งขึ้น ตอนนี้ก็เตือนตัวเองเรื่อยๆ พยายามเกาะกุศลให้ได้ทุกขณะจิต พยายามเอาชนะมารถึงจะแพ้บ่อย เผื่อจะมีดวงตาเห็นธรรม ได้เห็นพระศรีอาริย์ สาธุๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น ครองขวัญ วงศ์ดีประสิทธิ์ (krongkwanw-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-14 00:16:04


ความเห็นที่ 24 (1615690)

อนุโมทนากับน้องขวัญด้วยนะจ๊ะ

เป็นคนเดียวที่ตอบคำถาม

ทั้งสองข้อได้อย่างชัดเจนและแจ่มแจ้ง

เป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเอง

และผู้อ่านมากๆ

 

เพราะคำสอนเรียบๆง่ายๆ

จากท่านอาจารย์

ที่พวกเราแต่ละคนจำได้ ขึ้นใจนั้น

ย่อมแตกต่างกันไป

 

ซึ่งคำสอนสั้นๆ แต่เข้าใจง่ายเหล่านั้น

ทำให้"ลูกบ้านสวนฯ" แต่ละท่าน

นำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง จริงๆ ...

 

เรื่อง ทิชชู่ล้นขยะในห้องน้ำ

อ่านแล้วพี่ก็จะบอกและเตือนตัวเองเช่นกัน

ว่า จะไม่มองข้ามเด็ดขาด

 

ซึ่งเมื่อก่อนพี่ก็จะเ็ก็บขึ้นบ้างนะ

แต่ไม่ได้เก็บเพราะมีสำนึกที่ดีหรอก

เก็บ...เพราะไม่อยากเหยียบ

และดูมันขวางหูขวางตาซะมากกว่า..อ่ะ

 

 

.........................................................

เรื่อง ท่องยุทธจักร ด้วยการอ่านนั้น

ชนิดาว่า เป็นเส้นทางท็อปฮิต

ของใครหลายๆคนเลยนะคะ คุณหมอวัฒนา

 

ซึ่งแน่นอนว่า เมื่อเราอ่านเยอะๆ

ในตอนแรกๆ ก็อาจจะใช้"สัญญา"

จำมาพูด มาเขียน เป็นธรรมดา

 

แต่ถ้าเราพิจารณาตามบ่อยๆ

มันก็จะเกิดเป็น"ปัญญา"

และนำไปปฏิบัติได้ ในที่สุด

 

อาจจะเดินช้า

แต่ก็ยังเดินตรงทางนะค๊า..

........................................

ว่าแล้วก็ เจอกันที่ "ปลายทาง"

นะจ๊ะ น้องเอิ้น

ครถึงก่อน ถึงหลัง

หรือได้พบพระศรีอาริย์ก่อน

ก็วัดกันที่"ใจ"อย่างเดียวเล๊ย..

(วัย..ไม่เกี่ยว...อิอิ)

ผู้แสดงความคิดเห็น ชนิดา เชิงสะอาด/CHANIDA ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-14 04:01:45


ความเห็นที่ 25 (1615837)
image

 เรื่องพระศรีอารย์ หรือ พระศรีอาริยเมตไตรย เป็นที่ยอมรับของบุคคลในทุกศาสนา เพื่อให้เข้าใจยิ่งขึ้น จะขอยกตัวอย่างที่ทางมุสลิมและคริสต์เตียนได้นำเรื่องของพระศรีอารย์จากเวป metteya.org และเครืือข่าย selfwisdopm.net ไปลงในเวปของเขาดังนี้

ที่น่าสนใจคือ สมาชิกร่วมของกลาโหมระหว่างประเทศ ปากีสถาน อินเดีย ออสเตเรีย เตอร์กิช และ อิหร่านhttp://www.defence.pk/forums/ ได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกันในเรื่องพยากรณ์โลกเกี่ยวกับพระศรีอารย์ (ชื่อเรียกตามภาษาไทย) โดยนายทหารระดับนาวาตรี

ผู้แสดงความคิดเห็น โซบิเดย์ ยมโดย (sobiday9-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-14 22:13:03


ความเห็นที่ 26 (1615844)

 

มุสลิมเชียงใหม ่ได้กล่าวถึงพระศรีอารย์กับอิมามมะฮ์ดีในอิสลามไว้ดังนี้

 

http://muslimchiangmai.net/index.php?topic=882.0;wap2
อิมามมะฮ์ดีในอิสลาม กับพระศรีอารย์ ในพุทธศาสนา 


      หาก พิจารณาหลักความเชื่อในสิ่งเร้นลับจากคำสอนของศาสนาใหญ่ๆ ทั้งสี่ศาสนา พุทธ ยิว คริสต์ และอิสลามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ในยุคสุดท้ายของโลก ที่ว่ามนุุษยชาติจะถูกปกครองอย่างยุติธรรมและเสมอภาคถ้วนหน้า เราจะพบกับความมหัศจรรย์อย่างน่าทึ่ง ศาสนาพุทธเอง ได้กล่าวถึงพระศรีอารย์หรือ "พระศรีอาริยเมตไตรย" โดยพระพุทธเจ้าเป็นผู้ตรัสเรื่องนี้ แก่บรรดาสาวกทั้งหลาย ว่า

อนาคตของมนุษย์จะพัฒนาจนไปถึงยุคหนึ่งที่ความเป็นอยู่ของมนุษย์จะมีความเสมอ ภาคอย่างสมบูรณ์ถ้วนหน้า ศาสนาพุทธถือว่า บุคคลใดก็ตามที่คิดหรือเชื่อว่าโลกนี้ เป็นสิ่งจีรัง เที่ยงแท้ คือคิดว่า โลกนี้จะเป็นเช่นนี้ตลอดไป นั่นคือคนที่มีความคิดตรงข้ามกับสมเด็จพระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ตรัสว่า ทุกอย่างนั้นไม่เที่ยง เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงประการหนึ่ง ว่า โลกนี้ ไม่เที่ยงก็คือเมื่อเดือนกรกฎาคม 2552 อุกกาบาตขนาดเท่ามหาสมุทร์แปซิฟิกได้พุ่งชนดาวพฤหัสโดยไม่มีนักดาราศาสตร์ใด ได้คาดฝันหรือล่วงรู้มาก่อน องค์การนาซ่าได้ถ่ายภาพเป็นหลักฐานไว้ หลังจากอุกกาบาตยักษ์ชนดาวพฤหัสแล้วเรื่องนี้ คือคำตอบหนึ่งสำหรับผู้มีความประมาท และให้ผู้ปฏิเสธการดับสูญของโลกได้คิดหาคำตอบต่อคำถามอีกข้อหนึ่งคือว่า โอกาสที่อุกกาบาตยักษ์หรือดาวดวงอื่น พุ่งชนโลกจะเป็นไปได้หรือไม่ ? คำตอบคือโอกาสนั้นย่อมมีแน่นอน ตามความเชื่อของ ศาสนาพุทธ ยืนยันว่า "พระศรีอาริยเมตไตรย" เป็นพระนามของพระพุทธเจ้าพระองค์ที่ 5ต่อจากพระพุทธเจ้าโคดมในภัทรกัป (กัปอันประเสริฐของโลกเราที่มีพระพุทธเจ้า 5 พระองค์) มีความหมายถึง ผู้บรรลุธรรมวิเศษอันดีงามที่เป็นเพื่อนแท้ของมนุษยโลกเรียกสั้นๆว่า "พระศรีอารย์" คือผู้บรรลุธรรมวิเศษพระองค์มิใช่เป็นพระศาสดาหรือสอนศาสนาใหม่ แต่พระองค์เป็นพระจักรพรรดิตามศาสนาหลักของโลกยอมรับ (โดยเรียกชื่อพระองค์ตามภาษาของชนชาตินั้นๆ)และจะใช้ธรรมะเอาชนะอธรรม ตามตำนานของพุทธอิสลามและขงจื้อได้บ่งไว้ว่าจะใช้ความรู้ที่ได้มาจากตนเอง เพื่อสร้างสันติสุขให้โลก พระศรีอารย์จะจรรโลงพุทธศาสนาไปจนถึงปี พ.ศ. 5000 ซึ่งยุคพระศรีอารย์เป็นกฤดายุคหรือยุคทองที่มีคนดีมีศีลธรรมทั้งหมด เกิดสันติสุข มีสันติภาพและความยุติธรรมจริงและทัดเทียมกัน พระพุทธเจ้าตรัสพุทธ ทำนาย สรุปว่า โลกจะเข้าสู่ยุคทองในปัจจุบันนี้ซึ่งทางเข้ามีเพียงสองทางให้เลือก คือ 1. พระศรีอารย์นำมนุษย์เข้ายุคใหม่ หรือ 2. ถ้าคนไม่สนใจพระศรีอารย์ก็จะเกิดโลกามหาวินาศขึ้นแทนเพื่อล้างคนบาป (ดู "2012") คนที่รอดตายจะกลัวบาป เพราะรู้แล้วว่าสวรรค์ควบคุมความประพฤติของมนุษย์จึงกลายเป็นคนดีมีศีลธรรม ทั้งหมดและสอนคนรุ่นต่อๆมาให้เป็นคนดีตามจนถึงมนุษย์คนสุดท้ายในปี พ.ศ. 5000 สำหรับคำพยากรณ์ของศาสดาเยซูในคัมภีร์ไบเบิลก็มีระบุในทำนอง คล้ายคลึงกัน ว่า

“เรามิได้บอกเรื่องนี้แก่ท่านทั้งหลายแต่แรกเพราะว่าเรายังอยู่ กับท่าน แต่บัดนี้เรากำลังจะไปหาพระองค์ผู้ทรงใช้เรามา และไม่มีใครในพวกท่านถามเราว่า “พระองค์จะเสด็จไปที่ไหน” แต่เพราะเราได้บอกเรื่องนี้แก่พวกท่าน จิตใจของท่านจึงมีแต่ความทุกข์โศกอย่างไรก็ตามเราจะบอกความจริงแก่ท่านทั้ง หลายคือการที่เราจากไปนั้นก็เพื่อประโยชน์ของท่าน เพราะถ้าเราไม่ไป องค์พระผู้ช่วยก็จะไม่เสด็จมาหาท่าน แต่ถ้าเราไปแล้ว เราก็จะใช้พระองค์มาหาท่านเมื่อพระองค์นั้นเสด็จมาแล้วพระองค์จะ ทรงกระทำให้โลกรู้แจ้งในเรื่องความผิดความชอบธรรมและการพิพากษาในเรื่องความ ผิดนั้น คือเพราะเขาไม่วางใจในเราในเรื่องความชอบธรรมนั้น คือเพราะเราไปหาพระบิดาและท่านทั้งหลายจะไม่เห็นเราอีก ในเรื่องการพิพากษานั้นคือพระเจ้าโลกนี้ถูกพิพากษาแล้ว “เรายังมีอีกหลายสิ่งที่จะบอกแก่ท่านทั้งหลายแต่เดี๋ยวนี้ท่านยังรับไว้ไม่ได้ เมื่อพระวิญญาณแห่งความจริงเสด็จมาแล้วพระองค์จะนำท่านทั้งหลายไปสู่ความจริงทั้งมวล เพราะพระองค์จะไม่ตรัสโดยพละการแต่พระองค์จะตรัสสิ่งที่ พระองค์ได้ยินและพระองค์จะทรงแจ้งให้ท่านทั้งหลายรู้ถึงสิ่งเหล่านั้นที่ จะเกิดขึ้นพระองค์จะทรงให้เราได้รับเกียรติ์เพราะว่าพระองค์จะทรงเอาสิ่ง ที่เป็นของเรามาสำแดงแก่ท่านทั้งหลายทุกสิ่งที่พระบิดาทรงมีนั้น เป็นของเรา เหตุฉะนั้นเราจึงกล่าวว่าพระวิญญาณทรงเอาสิ่งซึ่งเป็นของเรานั้นมาสำแดง แก่ท่านทั้งหลาย" สรุปความในศาสนาคริสต์ พระเยซู ก็ได้ตรัสถึงการเสด็จมาขององค์ผู้ช่วยซึ่งจะมาในนามของผู้ปลดปล่อยความทุกข์ เข็ญของมนุษย์ ในบางตอนของคัมภีร์ไบเบิลระบุว่าองค์ผู้ฃ่วยได้รับการสนับสนุนจากพระวิญญาณ บริสุทธิ์ด้วยพรอันสูงสุดของพระยะโฮวาที่จะมอบให้แก่มนุษย์ในยุคสุดท้ายของ โลกก่อนจะถึงวันพิพากษาในศาสนาอิสลาม บอกถึงการมาปรากฏของอิมามมะฮ์ดีว่า เป็นหนทางเดียวที่มนุษยโลกจะพบกับทางรอดพ้นจากความหายนะและใครที่ปฏิเสธการ มาของอิมามมะฮ์ดี ผู้นั้นจะได้รับโทษอย่างร้ายแรงที่สุด ศาสนายิวก็จะมีนัยยะแห่งคำสอนในลักษณะนี้เช่นเดียวกันสำหรับศาสนาอิสลาม

มีคำสอนที่เป็นหลักความเชื่อถือตรงกันของมุสลิมทุกมัซฮับในเรื่องการมาปรากฏ ของอิมามมะฮ์ดีแต่จะมีความแตกต่างและขัดแย้งกันบ้างในด้านรายละเอียด แต่สรุปแล้ว คนทุกศาสนาทุกนิกาย จะถูกสอนให้เชื่อในยุคสมัยหนึ่งข้างหน้าว่าจะมีผู้ปกครองคนหนึ่งมาทำให้โลก นี้เต็มไปด้วยความยุติธรรมฉะนั้น ถึงแม้ว่า ปัจจุบันนี้มนุษยชาติบนโลกนี้ส่วนใหญ่จะถูกปกครอง จะถูกชี้นำโดยผู้ปกครองที่อธรรม บางประเทศจะถูกปกครองด้วยคนกลับกลอกหลอกลวง บางประเทศจะปกครองกันด้วยคนโกหก ตลบตะแลง แต่ในที่สุดเมื่อมนุษยชาติได้พัฒนาความคิด พัฒนาชีวิตการดำรงอยู่ เพื่อตรียมตนเองให้พร้อม เพื่อรอคอยการมาของพระศรีอารย์หรืออิมามมะฮ์ดี มนุษย์ก็จะพบกับความบริสุทธิ์ ความยุติธรรม และความผาสุกอย่างแท้จริง 

 
ผู้แสดงความคิดเห็น โซบิเดย์ ยมโดย (sobiday9-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-14 22:17:48


ความเห็นที่ 27 (1615847)

 

ท่านไม่จำเป็นต้องเชื่อในบทความที่นำมาลง แต่ท่านควรพิจารณาตามกาลามสูตรว่า สิ่งใดเป็นประโยชน์ เกิดกุศลธรรม ก็ควรนำไปพิจารณาให้เกิดประโยชน์แก่ตนและผู้อื่น

สิ่งที่แสดงต่อไปนี้คือทำไมโลกวิปริตไป วันสิ้นโลกจะเกิดขึ้นหรืออย่างไร อะไรควรพิจารณา อะไรมีหลักฐานรูปธรรม มีที่มาที่ไป สามารถพิสูจนความจริง์ได้ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์

สิ่งสำคัญที่เราอาจมองข้ามคือ เรื่องพระจักรพรรดิ (พระศรีอารย์ หรือ พระศรีอริยเมตไตรย หรือ พระศรีอาริยเมตไตรย) หรือจะเขียนอย่างไร หรือบ่งตามชื่อเรียกอื่นใดของชนชาตินั้นๆ โดยตั้งใจหมายถึง เมตเตยฺย หรือ เมไตรฺย ย่่อมหมายถึงพระองค์จักช่วยให้เราทั้งหลายพ้นมหันตภัยล้างโลกได้จริงหรือ โปรดทบทวนเรื่องราวที่เกี่่ยวข้อง จะเป็นกุศลธรรมแด่ท่านผู้มีอริยปัญญา

หัวข้อพิจารณา

- ตถาคตย่อม เป็นผู้รู้กาลในสิ่งนั้น เพื่อพยากรณ์ปัญหานั้น

- มหาปรินิพพานสูตร เกี่ยวข้องกับปัจจุบันอย่างไร

- ศาสนาพระศรีอารย์ไม่มี และพระศรีอารย์จักปรากฏเมื่อ พ.ศ. 5000 หรืออย่างไร

- 21 ธ.ค. ค.ศ. 2012 เป็นวันสิ้นโลกจริงหรือ

- พ.ศ. ไทยเร็วไปจากความเป็นจริงอย่างแน่นอน

- เข้าสู่ยุคทอง

- ท้าวสักกะเทวราชจุติเป็นพระจักรพรรดิ คือพระพุทธเจ้าพระองค์ที่ 5 ในภัทรกัป

- อย่าพึ่งโทษเทพ พิจารณาตนเองหรือยัง และคิดอีกครั้งเรื่องชื่อกรุงเทพฯ

- ชาวตะวันตกเขาคิดอย่างไร

ผู้แสดงความคิดเห็น โซบิเดย์ ยมโดย (sobiday9-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-14 23:32:36


ความเห็นที่ 28 (1615848)

 ตถาคตย่อม เป็นผู้รู้กาลในสิ่งนั้น เพื่อพยากรณ์ปัญหานั้น

 

การพิจารณากุศลธรรมจากพระไตรปิฎกและเอกสารสำคัญอื่นๆ นับว่ามีความสำคัญยิ่งกับมนุษยชาติ และมีหลายส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในปัจจุบัน Metteya.org จึงขอนำข้อมูลดังกล่าวมาลงไว้ เพื่อท่านผู้มีอริยปัญญาและไม่มีความ่ประมาทในสัจธรรมหรือความจริงแท้ (เช่นคำตรัสสอนของพระพุทธเจ้า) จักได้เข้าใจในสิ่งดีงาม

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๓ ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค ๖. ปาสาทิกสูตร สรุปโดยย่อคือ พระพุทธเจ้าตรัสว่า ดูกรจุนทะ แม้หากว่า สิ่งที่
เป็นอดีต เป็นของจริง เป็นของแท้ ประกอบด้วยประโยชน์ ตถาคตย่อมเป็นผู้รู้กาลในสิ่งนั้น เพื่อพยากรณ์ปัญหานั้น แม้หากว่าสิ่งที่
เป็นอนาคต เป็นของจริง เป็นของแท้ ประกอบด้วยประโยชน์ ตถาคตย่อมเป็นผู้รู้กาลในสิ่งนั้น จึงพยากรณ์ปัญหานั้น สิ่งที่
เป็นปัจจุบันในกาลของตถาคต เป็นของจริง เป็นของแท้ ประกอบด้วยประโยชน์ ตถาคตย่อม เป็นผู้รู้กาลในสิ่งนั้น เพื่อพยากรณ์ปัญหานั้น 
ด้วยเหตุดังนี้แลจุนทะ ตถาคตเป็นกาลวาที เป็นสัจจวาที เป็นภูตวาที เป็นอัตถวาที เป็นธรรมวาที เป็นวินัยวาที ในธรรมทั้งหลายทั้งที่เป็นอดีต อนาคตและปัจจุบัน เพราะฉะนั้น ชาวโลก จึงเรียกว่า "ตถาคโต"

สรุป สิ่งที่เป็นอดีต สิ่งที่เป็นอนาคต สิ่งที่เป็นอยู่ในเวลาของพระพุทธองค์ เมื่อกาลเวลานั้นเป็นจริง เป็นของแท้ ประกอบด้วยประโยชน์ ตถาคตย่อมเป็นผู้รู้กาลในสิ่งนั้น พยากรณ์ปัญหานั้น นอกนั้นพระผู้มีพระภาคไม่ทรงพยากรณ์

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น โซบิเดย์ ยมโดย (sobiday9-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-14 23:34:23


ความเห็นที่ 29 (1615849)

 มหาปรินิพพานสูตร เกี่ยวข้องกับปัจจุบันอย่างไร

 

เมื่อกล่าวถึงเวลาการมาปรากฏของพระจักรพรรดิในกึ่งพุทธกาลคือปัจจุบันนี้ ซึ่งมีที่มาที่ไปและเหตุผลบ่งไว้ในพระไตรปิฎกและในตำราของพระพุทธศาสนา ตลอดจนคำทำนายอื่นๆ เช่น นอสตราดามุส และจากศาสนาอื่นๆ แต่ที่น่าสนใจยิ่งสำหรับผู้มีกุศลธรรม คือ เรื่องในพระมหาปรินิพพาน (พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๐ พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค มหาปรินิพพานสูตร) เมื่อพระจักรพรรดิตรัสรู้ (เพื่อสันติสุขโลก เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจและสังคม ไม่เกี่ยวกับศาสนา) ดังนี้

    1. ท่านผู้มีฤิทธิ์เช่นเทพผู้ยิ่งใหญ่ บันดาลให้เป็นไป (เรื่องเช่นนี้มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ คือหลักฐานด้วยตัวอักษรคือพยากรณ์ และเหตุการณ์การเป็นไปที่ได้กิดขึ้นในปัจจุบันหลังพระจักรพรรดิตรัสรู้ ซึ่งมีผลการพิสูจน์ความจริงของตัวอักษร จึงถือว่าเป็นหลักฐาน มีหลักการ สามารถพิสูจน์ความจริงได้ตามแนวทางวิทยาศาสตร์้ คือมีสมมุติฐาน มีทฤษฎีและมีการพิสูจน์หลักฐานความจริง)

    2. พระตถาคตเจ้าตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ (ข้อ 2 มีความเกี่ยวเนื่องกับข้อ 1 คือ พระจักรพรรดิทราบธรรมวิเศษเกี่ยวกับการสร้างสันติสุขโลก ในต้นปี พ.ศ. 2535 ตรงตามพุทธทำนายและนอสตราดามุส และตรงกับปีที่เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ ภูมิอากาศผิดธรรมชาติ เกิดภัยพิบัติสารพัดทิศ มีหลักฐานข้อเท็จจริงรู้เห็นได้ จึงสามารถถือว่าเป็นปีเริ่มต้นของภัยพิบัติสารพัดทิศ การวิปริตของภูมิอากาศ เกิดแผ่นดินไหวมากมาย เกิดร้อน หนาว แห้งแล้ง มีโรคภัยเกิดมาก เป็นต้น เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นทั่วโลก หลักฐานอ้างอิงบ่งตามเอกสารต่างๆ รวมทั้งข่าวทั้งทางหนังสือพิมพ์ ทีวี และที่สำคัญคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นที่ทราบของผู้คนทั่วไป)

    3. พระตถาคตเจ้าให้พระอนุตตรธรรมจักรเป็นไป (พระจักรพรรดิกำหนดขึ้นไว้ ให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติของกุศลกรรม และอกุศลกรรม ของผู้คนทั้งหลายที่ไม่สนใจหาข้อเท็จจริงของพระจักรพรรดิ ตามหลักฐานบ่งตามอักษร ที่มีวัน เดือน ปี กำกับ โดยเริ่่มมาจากปี ต้นปี พ.ศ. 2535 ซึ่งผู้ที่ศึกษาด้านนี้ย่อมเห็นข้อเท็จจริงได้)

ฉะนั้นเมื่อพิจารณาถึงเรื่องที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในพระมหาปรินิพพาน ถ้าท่านได้ติดตามข่าวเกี่ยวกับภูมิอากาศ แผ่นดินไหว น้ำท่วม เป็นต้น ที่เกิดขึ้นทั่วโลกมาอย่างผิดปกติธรรมชาติมาโดยตลอด จะทราบดีว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 เป็นต้นมานั้น โลกผิดปกติไปมากเพียงไร มีภัยธรรมชาติต่างๆ เกิดขึ้นทั่วโลกไม่หยุด ยกเว้นจะพิสูจน์ข้อเท็จจริงของพระจักรพรรดิ

เราทั้งหลายควรศึกษาข้อมูลก่อนปี 2535 และหลังจากนั้นมา ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดผิดปกติเป็นไปจริงตามที่พระผู้มีพระภาคทรงตรัสไว้แล้วในพระมหาปรินิพพาน ตามข้อ 1, 2 และ 3. ข้างบนนี้ หมายเหตุ ยังมีข้อมูลสนับสนุนอีกมาก และมีเรื่องสำคัญๆ ที่ควรนำเสนอ แต่ที่นำมาแค่นี้ ก่อน น่าจะเพียงพอเป็นข้อพิจารณาเบื้องต้นในขณะนี้

ผู้แสดงความคิดเห็น โซบิเดย์ ยมโดย (sobiday9-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-14 23:36:25


ความเห็นที่ 30 (1615851)

 ศาสนาพระศรีอารย์ไม่มี และพระศรีอารย์จักปรากฏเมื่อ พ.ศ. 5000 หรืออย่างไร

 

สิ่งที่ควรทำความเข้าใจก่อน

1. หลักฐานในพุทธทำนาย พระจักรพรรดิไม่ใช่พระศาสดา ดังนั้นศาสนาพระศรีอารย์ไม่มี และตามที่พระพุทธเจ้าตรัสกับพระอานนท์ พระจักรพรรดิเป็นผู้ที่มาจรรโลงพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนถึง พ.ศ. 5000

ข้อสังเกต

- พระศรีอารย์จักปรากฏเมื่อ พ.ศ. 5000 ไม่มีหลักฐานที่มีเหตุผล ขาดความชัดเจน ผู้เชี่ยวชาญทางภาษาบาลีได้ตรวจค้นพระไตรปิฎก (อารยัน หน้า 295) มีหลายแห่งกล่าวถึงอายุของพระสัทธรรม (คำสอนของพระพุทธเจ้า) เช่น เพราะผู้หญิงเข้ามาบวชในพระธรรมวินัย ที่ตถาคตประกาศแล้ว พรหมจรรย์จักไม่ตั้งอยู่นาน จักตั้งอยู่ได้เพียง ๕๐๐ ปี เป็นต้น แต่มิไดมีแห่งใด้บ่งชัดลงไปว่าจะมี พ.ศ. 5000 หรือพระพุทธศาสนามีอายุ 5000 ปี

- พุทธทำนายและคำพยากรณ์ของศาสนาอื่นๆ ตลอดจนผู้เห็นอนาคตกาล เช่น นอสตราดามุส ซึ่งบ่งการพยากรณ์ตรงกันถึงพระจักรพรรดิจักปรากฏในช่วงกึ่งพุทธกาล หรือ มิลเลนเนี่ยมนี้ ทำให้การปรากฏของพระจักรพรรดิในปัจจุบันมีเหตุผล มีหลักฐานเพื่อพิจารณาหาความเป็นจริง

2. จากที่พระพุทธเจ้าโคตมทรงตรัสในพระสูตรชื่อ จักรพรรดิสิงหนาท สุตตันตะ พระจักรพรรดิ "เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งเช่น ตถาคตนี้" ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นพระศาสดาสอนพระศาสนา แต่เป็นพระจักรพรรดิผู้รู้เองโดยชอบ และจะมานำผู้คนสร้างสันติสุขขึ้นบนโลก และยังนำชาวโลกยกย่องพระเกียรติของพระมหาเถรโพธิสัตว์ ซึ่งจากการวิเคราะห์จากพุทธทำนาย พระมหาเถรโพธิสัตว์ คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ร.9 โดยสามารถนำคำทำนายของสมเด็จพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี มาประกอบความเป็นไปได้อย่างมีเหตุผล และทั้งสองพระองค์คือพระมหาเถรโพธิสัตว์และพระธรรมมิกราช (พระจักรพรรดิ) จักช่วยทนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้อยู่ตลอดภัทรกัป จนครบ 5000 ปี หรือดำเนินต่ิอไปอีก 2500 ปีจากกึ่งพุทธกาลนี้ไป

ผู้แสดงความคิดเห็น โซบิเดย์ ยมโดย (sobiday9-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-14 23:38:58


ความเห็นที่ 31 (1615852)

 21 ธ.ค. ค.ศ. 2012 เป็นวันสิ้นโลกจริงหรือ

 

อะไรจะเกิดขึ้นในปลายปี 2555 (มายันบ่งไว้ 21 ธันวาคม 2555) หรือ 2556-2560

ตามพุทธทำนาย เป็นที่น่าสังเกตุว่า ในปัจจุบัน ผู้คนไม่น้อยทั่วโลกเริ่มคุ้นเคยกับคำว่ามหันตภัยล้างโลกที่ 21 ธันวาคม 2012 (พ.ศ. 2555) ของการพยากรณ์จากพวกมายัน หรือในปี พ.ศ. 2556 ที่พระพุทธเจ้าครัสไว้ และจากคำทำนายจากที่ต่างเวลาและสถานที่ ได้แสดงไว้ถึงการล้างโลกหรือวันพิพากษามนุษยโลกกำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้าเกินรอจากนี้ เพื่อขจัดพวกอธรรมให้หมดไปจากโลกนี้ คงเหลืออยู่เฉพาะคนดีมีศีลธรรมเท่านั้น

ข้อควรคิด ทำไมทุกศาสนาสอนธรรมะต่างกัน แต่กลับกล่าวถึงการล้างโลกเหมือนๆ กัน

พิจารณาวันล้างโลก ตามพุทธทำนาย ที่ว่า "ล่วงได้ ๒๕๐๘ (ปีมะเส็ง พ.ศ. 2556) ตลิ่งจะพัง แผ่นดินถิ่นอธรรมจะถล่มเป็นทะเล" และ "เมื่อศาสนาของตถาคตล่วงมาได้ ๒๕๑๒ (ต่อจากปลายปีระกา ปีจอ พ.ศ. 2560) พระจันทร์จะเริ่มเปล่งแสงฉายโลก ครั้นล่วงได้ ๒๕๑๕ (ปีชวด พ.ศ. 2563) พวกอธรรม คือพวกที่ไม่ตั้งอยู่ในศีลในสัตย์ ไร้ซึ่งศีลธรรมนั้นจะหมดสิ้นไปเพราะพวกมิจฉาทิฐิจะดับสูญไปจากโลก" "ดูกร อานนท์ ตถาคตสงสารสัตว์ เวลานั้นพลโลกยังเหลือน้อย เต็มที (สิ่งนี้เกี่ยวกับการลดประชากรโลก ให้น้อยลง 90% หรือไม่ โปรดติดตามและคิดกันเอง ) คำทำนายของตถาคตนี้ยังให้สัตว์ตั้งอยู่ใน ความไม่ประมาท ผู้ใดรู้แล้วเชื่อ หรือไม่เชื่อ ไม่บอกเล่าให้ผู้ใดรู้กันต่อ ๆ ไป นับว่าเป็นกรรมแห่งสัตว์ต่างสิ้นสุดกันตามกาลเวลา"

ท่านอาจเห็นได้ว่า พุทธทำนายมีความสอดคล้องกับการสิ้นกลียุค หรือยุคในปัจจุบัน ที่มีคนเลวถึง 3 ใน 4 ส่วน ให้ไปเป็นกฤดายุคหรือยุคทอง ที่มีคนดีทั้ง 4 ส่วน สำหรับเรื่องยุคทั้ง 4 เป็นเรื่องที่ทางวิทยาศาสตร์กำหนดไว้เช่นเดียวกัน

ผู้แสดงความคิดเห็น โซบิเดย์ ยมโดย (sobiday9-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-14 23:40:39


ความเห็นที่ 32 (1615853)

 พ.ศ. ไทยเร็วไปจากความเป็นจริงอย่างแน่นอน

 

เราทั้งหลายกำลังอยู่ในกึ่งพุทธกาล จากหลักฐานที่มีอยู่ในพระไตรปิฎก หลักฐานของพระเจ้าอโศกมหาราช และหลักฐานอื่นๆ เช่น ประวัติศาสตร์ของอินเดีย และพระเจ้าพิมพิสาร แสดง ปี พ.ศ. ไทยเร็วไปจากความเป็นจริงอย่างแน่นอน จากพุทธทำนายหาได้ว่า พ.ศ. ไทยควรเร็วไป 48 ปี จึงได้ทำการปรับ พ.ศ. ไทยให้เข้ากับปีที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ เช่น ล่วงได้ ๒๕๐๘ (จึงเป็น ๒๕๐๘ + ๔๘ = พ.ศ. 2556 ไทย) เพื่อความเข้าใจด้านพยากรณ์ โปรดพิจารณาหลักฐานความชัดเจน คือ พยากรณ์ของมายัน พุทธทำนาย และของนอสตราดามุส เป็นต้น ที่บ่งเหตุการณ์ไว่น่าจะชัดเจนด้วยมหันตภัยโลก ซึ่งยังมีบัญญัติ 10 ประการที่สลักไว้บนแผ่นหินในปี 1980 (พ.ศ. 2523) พยากรณ์เรื่องทั้งหมดมีประเด็นเดียวคือ เพื่อปรับโลกไปสู่ยุคทอง อย่างแท้จริง

ผู้แสดงความคิดเห็น โซบิเดย์ ยมโดย (sobiday9-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-14 23:44:23


ความเห็นที่ 33 (1615854)

 เข้าสู่ยุคทอง

 

ผู้ไม่ประมาท คนดีมีศีลธรรม ย่อมน่าจะผ่านพ้นมหันตภัยล้างโลกนี้ไปได้ จากการวิเคราะห์ในเรื่องการเข้าสู่ยุคทองแล้ว จะเห็นว่าเรื่องในพระไตรปิฎก มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในปัจจุบันและพยากรณ์ดังกล่าว จึงได้นำมาลงไว้ เพื่อความรู้และปัญญา และที่สำคัญ เวลาการมาปรากฏของพระจักรพรรดิของทุกๆ ศาสนาที่สำคัญของโลก บ่งเหตุการณ์ที่ มิลเลนเนี่ยม (Millennium) หรือ กึ่งพุทธกาล ที่น่าสนใจคือ เวลาของทั้งสองทั้งที่ยึดพระเจ้าเป็นหลัก กับที่ไม่ยึดพระเจ้าเป็นหลัก ต่างมีเวลาใกล้เคียงกันและอาจถือได้ว่าเป็นเวลาเดียวกัน

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๐ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒ ทีฆนิกาย มหาวรรค๓. มหาปรินิพพานสูตร (๑๖) ดูกรอานนท์

(เรื่องที่จะกล่าวต่อไป คือวิปริตของภูมิอากาศ แผ่นดินไหว น่าจะเป็นไปตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการตรัสรู้ของพระโพธิสัตว์)

พระพุทธเจ้าตรัส มหาปฐพีนี้ตั้งอยู่บนน้ำ น้ำตั้งอยู่บนลม ลมตั้งอยู่บนอากาศสมัยที่ลมใหญ่พัด เมื่อลมใหญ่พัดอยู่ย่อมยังน้ำให้ไหว น้ำไหวแล้ว ย่อมยังแผ่นดินให้ไหว อันนี้เป็นเหตุ เป็นปัจจัยข้อที่หนึ่ง เพื่อให้แผ่นดินไหวใหญ่ปรากฏ ฯ คำพยากรณ์นี้เป็นจริงในปัจจุบันแล้ว โดยแผ่นดินไหวใหญ่ได้เริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ. 2535 และเป็นมาตลอดจนถึงเวลานี้ นักวิทยาศาสตร์มีข้อมูลเกี่ยวกับอิทธิพลจากนอกโลกเช่น อิทธิพลของลมพายุสุริยะ อาจเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องทำให้เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ได้

อีกประการหนึ่ง สมณะหรือพราหมณ์ผู้มีฤทธิ์ ถึงความเป็นผู้ชำนาญในทางจิต หรือว่าเทวดาผู้มีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก เขาเจริญปฐวีสัญญาเพียงเล็กน้อย เจริญอาโปสัญญาอย่างแรงกล้า เขาย่อมยังแผ่นดินนี้ให้สะเทือนสะท้านหวั่นไหวได้ อันนี้เป็นปัจจัยข้อที่สอง เพื่อให้แผ่นดินไหวใหญ่ปรากฏ ฯ (ข้อสังเกตุ พระพุทธเจ้าตรัสสอนไม่ให้เราพึ่งเทพเทวดา ให้พึ่งตนเอง แต่พระพุทธเจ้าไม่ปฏิเสธในเรื่องของพระเจ้าเช่นท้าวสักกะเทวราช)

อีกประการหนึ่ง เมื่อใด พระตถาคตตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ เมื่อนั้น แผ่นดินนี้ย่อมสะเทือนสะท้านหวั่นไหว อันนี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยข้อที่ห้าเพื่อให้แผ่นดินไหวใหญ่ปรากฏ ฯ

อีกประการหนึ่ง เมื่อใด พระตถาคตให้อนุตรธรรมจักรเป็นไป เมื่อนั้นแผ่นดินนี้ย่อมสะเทือนสะท้านหวั่นไหว อันนี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยข้อที่หก เพื่อให้แผ่นดินไหวใหญ่ปรากฏ ฯ

สิ่งที่นำมาแสดง มีความสำคัญยิ่ง และเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในปัจจุบันอย่างไร

1. วิปริตของดินฟ้าอากาศในปัจจุบัน เป็นไปอย่างต่อเนื่อง แม้หิมะตกในพื้นที่ร้อนที่ไม่เคยตกมาก่อน แผ่นดินไหวมากผิดปกติ

2. อนุตรธรรมจักรเป็นไปนั้น มีหลักฐานว่ามีความหมายถึงการมาปรากฏของพระจักรพรรดิ แต่ประชาชนทั่วๆไปไม่สนใจ จึงทำให้ภัยพิบัติสารพัดทิศเกิดขึ้นต่อเนื่องไปทั่วโลก ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ 10 ประการ ใน อดีตกรรมที่พระองค์ทรงแอบสับเปลี่ยนดอกบัวของพระจักรพรรดิ (พระศรีอารย์) ซึ่งจะมาช่วยจรรโลงพระพุทธศาสนาในกึ่งพุทธกาล เพื่อให้พระพุทธศาสนาอยู่ถึง 5000 ปี และในพุทธทำนาย

"เมื่อ พระศรีอาริยเมตไตรยโพธิสัตว์จะมาช่วยสืบอายุพุทธศาสนาในกึ่งพุทธกาลของพระ ตถาคต นั้น จะมีสรรพวัตถุทั้งหลายบังเกิดขึ้นแก่โลก สิ่งที่ไม่รู้จะได้รู้ สิ่งที่ไม่พบเห็นก็จะได้เห็น พร้อมด้วยบุรพนิมิตอันชั่วร้ายต่าง ๆ ก็จะบังเกิดขึ้นแก่โลกมากมายยิ่งนักดังนี้

    1. ราชภัย ท้าวพระยาจะบังคับเบียดเบียนพลเมือง 
    2. โจรภัย จะบังเกิดโจรผู้ร้ายปล้นสะดมทั่วไป 
    3. อัคคีภัย ไฟจะไหม้บ้านเมืองไม่ขาดสาย (ไฟควรบ่งถึงความไม่สงบ ความเดือดร้อนต่างๆ ด้วย)
    4. อสุนีบาต ฟ้าจะผ่าสัตว์และคนล้มตายบ่อย ๆ (ในปี ค.ศ. 1992 พ.ศ. 2535 ฟ้าฝ่าที่ประเทศฝรั่งเศษ 30,000 ในวันเดียว)
    5. เมทนีภัย แผ่นดินจะไหวสะท้านและแยกออกจากกัน 
    6. วาตภัย จะเกิดลมพายุพัดพาบ้านเมืองพินาศ  
    7. อุทกภัย น้ำำท่วมบ้านเรือนและเรือกสวนไร่นา  
    8. ทุพภิกขภัย จะเกิดข้าวยากหมากแพงและอดอาหาร 
    9. พยาธิภัย จะเกิดโรคระบาดคนและสัตว์ล้มตาย  
    10. สัตถภัย จะรบราฆ่าฟันกันล้มตายร้ายแรง

ท่านควรพิจารณาว่า คำทำนายทั้ง 10 ข้อ เป็นจริงหรือไม่

เรื่องที่จะนำเสนอต่อไป เกี่ยวข้องกับงานทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งจากการวิเคราะห์แล้ว เห็นว่าเรื่องในพระไตรปิฎก มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในปัจจุบันจึงได้นำมาลงไว้ เพื่อท่านจักได้พิจารณา

ฉะนั้นเรื่องที่พระพุทธเจ้าตรัสในพระมหาปรินิพพาน จึงแสดงถึง

    1. วิปริตของดินฟ้าอากาศในปัจจุบัน เกี่ยวข้องการมาปรากฏของพระจักรพรรดิ 
    2. การตรัสรู้ของพระจักรพรรดิ 
    3. อนุตรธรรมจักรเป็นไปนั้น เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติสารพัดทิศ โรคภัยต่างๆ และข้าวยากหมากแพง

     

 

ผู้แสดงความคิดเห็น โซบิเดย์ ยมโดย (sobiday9-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-14 23:46:16


ความเห็นที่ 34 (1615855)

 

ท้าวสักกะเทวราชจุติเป็นพระจักรพรรดิ คือพระพุทธเจ้าพระองค์ที่ 5 ในภัทรกัป

ขยายความเรื่องสำคัญ ที่ควรเข้าใจเกี่ยวกับพระพุทธเจ้ามิได้ทรงปฏิเสธเรื่องเทพ มาร .... ความชัดเจนสามารถพิจารณาได้จาก 
พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๒ ทีฆนิกาย มหาวรรค - ๘. สักกปัญหสูตร ข้าพเจ้า (พระอานนท์) ได้สดับมาอย่างนี้ สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ในถ้ำอินทสาละ ณ เวทิยกบรรพต ด้านทิศอุดร แห่งพราหมณคามชื่ออัมพสัณฑ์ อันตั้งอยู่ด้านทิศปราจีน แห่งพระ นครราชคฤห์ ในแคว้นมคธ ฯ

ก็สมัยนั้นแล ท้าวสักกะจอมเทพ (เทพเจ้าแห่งสามโลก) ได้บังเกิดความขวนขวาย เพื่อจะเฝ้า พระผู้มีพระภาค ครั้งนั้น ท้าวสักกะจอมเทพได้ทรงพระดำริว่า บัดนี้ พระผู้มีพระ ภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ ที่ไหนหนอ ท้าวสักกะจอมเทพได้ทรง เห็นพระผู้มีพระภาคประทับอยู่ในถ้ำอินทสาละ ณ เวทิยกบรรพต ด้านทิศอุดร แห่งพราหมณคามชื่ออัมพสัณฑ์ อันตั้งอยู่ด้านทิศปราจีนแห่งพระนครราชคฤห์ ในแคว้นมคธ ครั้นแล้ว จึงตรัสเรียกพวกเทวดาชั้นดาวดึงส์มาตรัสว่า .... ....

ท้าวสักกะจอมเทพ อันพระผู้มีพระภาคทรงให้โอกาสแล้ว ได้ทูลถามปัญหาข้อแรกกะพระผู้มีพระภาคอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้นิรทุกข์ พวก เทวดา มนุษย์ อสูร นาค คนธรรพ์ มีอะไรเป็นเครื่องผูกพันใจไว้ อนึ่ง ชน เป็นอันมากเหล่าอื่นนั้น เป็นผู้ไม่มีเวร ไม่มีอาชญา ไม่มีศัตรู ไม่มีความ พยาบาท ย่อมปรารถนาว่า ขอพวกเราจงเป็นผู้ไม่มีเวรอยู่เถิด ก็และพวกเขามี ความปรารถนาอยู่ดังนี้ ก็ไฉน เขายังเป็นผู้มีเวร มีอาชญา มีศัตรู มีความพยาบาทยังจองเวรกันอยู่ ท้าวสักกะจอมเทพได้ทูลถามปัญหากะพระผู้มีพระภาคด้วยประการ ฉะนี้ ฯ

พระผู้มีพระภาค อันท้าวสักกะจอมเทพทูลถามปัญหาแล้ว ทรงพยากรณ์ว่า ดูกรจอมเทพ พวกเทวดา มนุษย์ อสูร นาค คนธรรพ์ มีความริษยาและ ความตระหนี่เป็นเครื่องผูกพันใจไว้ อนึ่ง ชนเป็นอันมากเหล่าอื่นนั้น เป็นผู้ไม่มีเวร ไม่มีอาชญา ไม่มีศัตรู ไม่มีความพยาบาทย่อมปรารถนาว่า ขอพวกเราจงเป็น ผู้ไม่มีเวรอยู่เถิด ก็และพวกเขามีความปรารถนาอยู่ดังนี้ ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังเป็น ผู้มีเวร มีอาชญา มีศัตรู มีความพยาบาท ยังจองเวรกันอยู่ พระผู้มีพระภาค อันท้าวสักกะจอมเทพทูลถามปัญหาแล้ว ทรงพยากรณ์ด้วยประการฉะนี้ ฯ ....

ท้าวสักกะจอมเทพทรงชื่นชมอนุโมทนาภาษิตของพระผู้มีพระภาค ในปัญหาพยากรณ์ข้อแรกดังนี้แล้ว จึงได้ทูลถามปัญหากะพระผู้มีพระภาคยิ่งขึ้นไป ว่า .... .... ข้าพระองค์เห็นอำนาจประโยชน์ประการที่สี่อย่างนี้ว่า ถ้าความตรัสรู้จักมีแก่เราในภายหน้า โดยธรรมไซร้ เราจักเป็นผู้รู้ทั่วถึงอยู่ นั่นแหละจักเป็นที่สุดของเรา ดังนี้ จึงประกาศการได้รับความยินดี การได้รับความโสมนัส เห็นปานนี้ ฯ ข้าพระองค์เห็นอำนาจประโยชน์ประการที่ห้าอย่างนี้ว่า หากเราจุติจากกายมนุษย์แล้ว ละอายุอันเป็นของ มนุษย์แล้ว จักกลับเป็นเทวดาอีกจักเป็นผู้สูงสุดในเทวโลก ดังนี้ จึงประกาศการได้รับความยินดี การได้รับความโสมนัสเห็นปานนี้ ฯ .... ท้าวสักกะเปล่งอุทาน ได้ธรรมจักษุ ลำดับนั้น ท้าวสักกะจอมเทพเอาพระหัตถ์ตบปฐพี แล้วทรงเปล่งอุทาน ๓ ครั้งว่า ขอนอบน้อมแด่ พระผู้มีพระภาคอรหันต สัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้น ขอนอบน้อมแด่ พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ขอนอบน้อมแด่ พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมา สัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ก็เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสไวยากรณ์ภาษิตนี้อยู่ ดวงตาเห็นธรรม อันปราศจากธุลี ปราศจากมลทิน บังเกิดขึ้นแก่ท้าวสักกะจอมเทพว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่ง มีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดาสิ่งนั้นทั้งมวลล้วนมีความดับเป็นธรรมดา และบังเกิด ขึ้นแก่เทวดาแปดหมื่นพวกอื่น ปัญหาที่เชื้อเชิญให้ถามที่ท้าวสักกะจอมเทพทูล ถามนั้น พระผู้มีพระภาคทรงพยากรณ์แล้ว ด้วยประการดังนี้ เพราะฉะนั้น คำว่า สักกปัญหา จึงเป็นชื่อของไวยากรณ์ภาษิตนี้ ฉะนี้แล ฯ สักกปัญหสูตร ที่นำมาลงนี้ จะมีความสำคัญยิ่ง และจะเกี่ยวเนื่องกับพยากรณ์ ที่สำคัญๆ อีกหลายๆ เรื่อง สรุป โปรดพิจารณา 2 สิ่งที่ท้าวสักกะตรัสไว้คือ

    1. ความตรัสรู้จักมีแก่เราในภายหน้า (คำว่าตรัสรู้จะใชกับพระพุทธเจ้า) และนี่เป็นหลักฐานที่ว่าพระจักรพรรดิเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์ที่ 5 ในภัทรกัป
    2. เราจุติจากกายมนุษย์แล้ว ละอายุอันเป็นของ มนุษย์แล้ว จักกลับเป็นเทวดาอีกจักเป็นผู้สูงสุดในเทวโลก แสดงว่าท้าวท้าวสักกะจอมเทพ สามารจุติแบ่งภาคมาป็นมนุษย์ได้

เหตุการณ์วิปริตโลกเกิดภัยพิบัติไม่หยุดหย่อนโดยเริ่มมาตั้งแต่ปี 1991-1992 (พ.ศ. 2534-2535) จนถึงปัจจุบันโดยไม่มีท่าทีว่าจะหยุด กลับเพิ่มความรุนแรงตามที่เป็นข่าวไปทั่วโลกอยู่เสมอ

ผู้แสดงความคิดเห็น โซบิเดย์ ยมโดย (sobiday9-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-14 23:47:27


ความเห็นที่ 35 (1615856)

 อย่าพึ่งโทษเทพ พิจารณาตนเองหรือยัง และคิดอีกครั้งเรื่องชื่อกรุงเทพฯ

 

เรื่องที่ท่านไม่ควรประมาท คือ ใครเป็นผู้กำหนดลดประชากรโลกลงประมาณ 90% เหลือเพียง 500 ล้านคนจากที่มีอยู่ในปัจจุบันประมาณ 7000 ล้านคน เรื่องนี้อยู่ในพุทธทำนายและพยากรณ์โลกต่างๆ รวมทั้งบัญญัติ 10 ประการของปี 1980

ประเด็นสำคัญของภัยพิบัติในเวลาปัจจุบัน และพยากรณ์โลกต่างๆ เช่น พุทธทำนาย และนอสตราดามุส เป็นต้น น่าจะมาลงเอยให้เห็นความชัดเจนที่ บัญญัติ 10 ประการปี 1980 (พ.ศ. 2523) คือ บัญญัติ 10 ประการนี้อยู่ที่รัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยบุคคลหนึ่งที่ไม่ประสงค์ออกนาม แต่มีความหมายใช้ชื่อว่า อาร์ ซี ตริสเตียนเมื่อ (R.C. Christian) ได้ว่าจ้างให้บริษัทขุดหินแกรไนท์ที่บริเวณใกล้เคียงสร้างขึ้น เสร็จเมื่อ 22 มีนาคม 1980 บนหินแกรไนท์ขนาด สูงจากพื้นดิน 4.9 เมตร มีจำนวนสี่แผ่น แต่ละแผ่นมีภาษาแสดงบัญญัติ 10 ประกานี้ด้านละ 1 ภาษา ฉะนั้นภาษาที่ใช้เขียนบัญญัติ 10 ประการมีทั้งหมด 8 ภาษา ดูตามรูป

สำหรับแผ่นหินขนาดใหญ่ ตามรูป

ผู้แสดงความคิดเห็น โซบิเดย์ ยมโดย (sobiday9-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-14 23:49:01


ความเห็นที่ 36 (1615857)

 

สำหรับแผ่นหินขนาดใหญ่ ตามรูป

ผู้แสดงความคิดเห็น โซบิเดย์ ยมโดย (sobiday9-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-14 23:54:06


ความเห็นที่ 37 (1615858)

 โดย มีช่องดูดาวเหนือ และช่องดูพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกอยู่ที่เสาตรงกลาง ภาษาโบราณ 4 ภาษา (ตัวหนังสือสีเขียวบนรูปข้างบน) และตัวเลขของขนาดของแผ่นหิน น่าจะเป็นระหัส มีความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงโลก ให้เข้าสู้กฤดายุค หรือยุคทองจากปัจจุบันที่มนุษยโลกกำลังอยู่ในปลายกลียุค สำหรับ เวลาที่สร้างอาจเป็นการบังเอิญ หรือเป็นความตั้งใจให้ประจวบเหมาะกับตราประทับของพระจักรพรรดิ

เป็นที่น่าสังเกตว่า การตั้งแผ่นหินเป็นไปตามกฎของโลกและจักรวาล ความเป็นมาของของบัญญัติ 10 ประการนี้ น่าจะมีเรื่องราวมาจากสมัยอียิปต์โบราณ คนที่ชื่อ คริสเตียน รอเซ็นครูส์ หรือกุหลาบไขว้ แบบไม้กางเขน เป็นผู้จ้างให้บริษัทตัดหินแผ่นขนาดใหญ่สลักขอความลงไว้บนแผ่นหิน คนทั่วไปอาจเข้าใจเกี่ยวกับข้อมูลที่สลักไว้ เป็นเรื่องจากปรัญชาแห่งความเร้นลับในอดีตกาล โดยวางรากฐานของมนุษย์ให้มีความเข้าใจและมีความเหมาะสมกัับธรรมชาติ จักรวาลทางกายภาพ และแดนของวิญญาณ ทฤษฎีนี้เกี่ยวข้องกับ พระเจ้า ความเชื่อทางศาสนา

การปฏิบัติตามพิธีการและความฝึกฝนทางจิตวิญญาณ อาร์ ซี คริสเตียน ซึ่งเขาคือใคร นั่นเป็นอีกประเด็นที่จะต้องศึกษา แต่ข้อมูลมีความเกี่ยวข้องกับคำทำนายในศาสนาต่างๆ โดยเฉพาะข้อ 2 และ 3 ถ้าถามว่า มีใครเข้าใจเรื่องนี้จริงๆ บ้าง ก็น่าจะตอบว่าไม่มี เพราะเป็นเรื่องลึกซึ้งกว่าที่ใครสักตนหนึ่งจะเข้าใจ แต่ถ้าท่านใดสนใจสามารถหาหนังสือดูได้ สรุป ตัว เชื่อมความลี้ลับ ของการเขียนบัญญัติ 10 ประการบนแผ่นหินขนาดใหญ่ ด้วย 8 ภาษาีนี้ ตามการวิเคราะห์หลักฐาน อยู่ที่ภาษาโบราณ 4 ภาษา แสดงไว้ด้วยสีเขียวบนรูปที่ 1 และน่าจะมีความเกี่ยวข้องกับท้าวสักกะ ที่ท่านจะได้อ่านเรื่องราวต่อไป การพิจารณาเรื่องดี เรื่องร้่าย ไม่ประมาท เป็นผู้มีกุศลปัญญา บัญญัติ 10 ประการ ค.ศ. 1980 ที่สลักไว้บนแผ่นหินขนาดใหญ่ มีดังต่อไปนี้

    1. Maintain humanity under 500,000,000 in perpetual balance with nature.
    รักษาจำนวนมนุษยชาติให้ต่ำกว่า 500,000,000 คน เพื่อการสมดุลกับธรรมชาติตลอดไป (สำรวจเมื่อ เมษายน ค.ศ. 2009 / พ.ศ. 2552 พลเมืองโลกมี 6.8 พันล้าน ฉะนั้นควรลดลงประมาณ 90 %) 
    2. Guide reproduction wisely - improving fitness and diversity. 
    การทำคู่มือแห่งปัญญา (พระธรรมเจ็ดประการ)-- ปรับปรุงสมรรถภาพและความหลากหลาย 
    3. Unite humanity with a living new language.
    การสื่อสารระหว่างมนุษยชาติ ต้องการภาษาใหม่ที่มีความเหมาะสมจริง (ขณะนี้ไม่มี) 
    4. Rule passion - faith - tradition - and all things with tempered reason. 
    ประเพณี ความเชื่อ ความชอบในพิธีการ - และทุกสิ่งทุกอย่าง ต้องด้วยความมีเหตุผลที่ถูกตามอารมณ์ 
    5. Protect people and nations with fair laws and just courts.
    สิทธิของมนุษย์และประเทศ ต้องเป็นไปตามความยุติธรรมที่แท้จริงและศาลที่เป็นที่ยอมรับ 
    6. Let all nations rule internally resolving external disputes in a world court.
    ให้ทุกๆชาติมีประชาชาติกฎหมายภายในการแก้ปัญหา ที่เกี่ยวเนื่องได้กับข้อพิพาทกันภายนอกในศาลโลก 
    7. Avoid petty laws and useless officials.
    หลีกเลี่ยงกฎหมายอนุสิทธิบัตรและการไร้ประโยชน์ของเจ้าหน้าที่ 
    8. Balance personal rights with social duties.
    มีความเป็นกลางในสิทธิส่วนบุคคลประกอบการมีหน้าที่ทางสังคม 
    9. Prize truth - beauty - love - seeking harmony with the infinite.
    ความชมเชยในความเป็นจริง - ความสง่างาม – ความรัก - ขอความมีความสมดุลและสามัคคีกับพระเจ้า 10. Be not a cancer on the earth - Leave room for nature - Leave room for nature. มนุษย์อย่าเป็นมะเร็งร้ายทำลายแม่พระธรณี - อย่าทำลายธรรมชาติ – อย่าทำลายธรรมชาติ

และ บัญญัติ 10 ประการนี้ น่าจะเป็นกฏของพระเจ้าหรือจอมเทพท้าวสักกะเทวราชเป็นผู้กำหนดขึ้น เพื่อนำพาโลกเป็นดังเมืองสวรรค์ ให้มนุษยโลกอยู่กันอย่างยุติธรรม มีสันติสุขที่แท้จริงทั่วหน้ากันตลอดไป สรุป จากการศึกษาค้นคว้าตามหลักฐานนั้น บัญญัติ 10 ประการ น่าจะเกี่ยวข้องกับท้าวสักกะจอมเทพ ที่ต้องการให้สันติสุขเกิดขึ้นบนโลกมนุษย์ ขอได้โปรดติดตามเรื่องพุทธทำนาย แล้วท่านจะเห็นภาพชัดเจนขึ้น

มาถึงตอนท้าย ขอสรุปว่าพระศรีอาริย์หรือพระศรีอาริยเมตไตรยหรือพระศรีอาริยเมตไตรย์หรือ พระศรีอารย์คือใคร คงทำความเข้าใจได้ตามหลักฐาน ดังนี้

    1. พิจารณาจากสักกปัญหสูตร มีความเกี่ยวเนื่องกับพยากรณ์ของการมาจุติของพระศรีอาริยเมตไตรยหรือพระศรี อารย์หรือเมตเตยฺย ตามที่ท้าวสักกะตรัสไว้คือ
      1.1 ความตรัสรู้จักมีแก่เราในภายหน้า (คำว่าตรัสรู้จะใช้กับพระพุทธเจ้า) และนี่เป็นหลักฐานที่ว่าพระจักรพรรดิเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์ที่ 5 ในภัทรกัป
      1.2 เราจุติจากกายมนุษย์แล้ว ละอายุอันเป็นของ มนุษย์แล้ว จักกลับเป็นเทวดาอีกจักเป็นผู้สูงสุดในเทวโลก แสดงว่าท้าวท้าวสักกะจอมเทพ สามารจุติแบ่งภาคมาป็นมนุษย์ได้ (การอธิบายเรื่องนี้ทำได้ด้วยหลักฐานพยากรณ์)
    2. โปรดพิจารณาชื่อของกรุงเทพมหานครคือ "กรุงเทพมหานคร อมรรัตรโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบูรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์
    ซึ่งมีความหมายว่า

    มืองของเทพ (ท้าวสักกะเทวราช) ที่ยิ่งใหญ่ อันเป็นอมตะประกอบด้วยแก้ว 7 ประการ (คือพระธรรม 7 ประการ) ของท้าวสักกะจอมเทพ (พระอินทร์) ท้าวสักกะฯผู้ไม่เคยพ่ายแพ้แก่สัตรู อันเป็นที่เกิดแห่งมงคลที่ยิ่งใหญ่ เป็นเมืองหลวงที่ประกอบไปด้วยแก้ว 9 ประการ ที่มีความงดงามมั่นคงและสง่างาม (คือ คือ เพชร ทับทิม มรกต บุษราคัม โกเมน นิล มุกดา เพทาย และไพฑูรย์ ) เป็นสถานที่ยิ่งใหญ่และบริบูรณ์เป็นเลิศ เป็นสถานที่ประทับของท้าวสักกะฯที่จะแบ่งภาคมาเกิดบนโลกมนุษย์ โดยท้าวสักกะเป็นผู้ให้พระวิษณุกรรม (พระนารายณ์) มาสร้างขึ้นจนสำเร็จ

    3. ท้าวสักกะเทวราชเป็นนักรบ ผู้คอยช่วยเหลือพระพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์ ดังรายละเอียดมีแสดงอยู่ในเรื่องราวของพระพุทธศาสนา และพระไตรปิฎก ฉะนั้นพระจักรพรรดิจึงมีความแตกต่างกับพระศาสดาตรงที่พระจักรพรรดิเป็นนักรบ ซึ่งเป็นประเด็นที่สำคัญการแยกจากพระศาสดา

    พระพุทธเจ้าโคตมถึงตรัสเรียกชื่อพระจักรพรรดิว่า Maitreya (ภาษาสันสกฤษ) Metteya หรือ Metteyya (ภาษาบาลี) ซึ่งมีความหมายคือ "เพื่อนแท้" แต่ คนไทยทำความเข้าใจเป็นพระศรีอริยเมตไตรยหรือพระศรีอาริยเมตไตรยหรือพระศรี อริยเมตไตรย์หรือเรียกย่อๆ ว่าพระศรีอารย์หรือพระศรีอาริย์ หรือเขียนอ่านกันอย่างไร แล้วแต่ใครจะพิจารณากันอย่างนั้น ถ้าจะดูตามความสมควร เป็นความหมายของพระศรีอริยเมตไตรย (พระ-ศรี-อ-ริ-ยะ-เมต-ไตร) หรือพระศรีอารย์ (พระ-ศรี-อาน) คือผู้ที่มีความเจริญเป็นสิริมงคลเป็นอริยะคือผู้บรรลุธรรมวิเศษ และสำหรับพระศรีอารย์ ควรจะเป็นการย่อสำหรับผู้เจริญตามวัฒนธรรมที่ประเสริฐ เมื่อสรุปก็คงเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นเพื่อนแท้นั่นเอง สำหรับท่านใดจะแปลอย่างไรนั้น ย่อมเป็นความเห็นที่สามารถกระทำได้

สิ่งที่มนุษย์ไม่คาดคิด เกิดขึ้นในปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลกยอมรับข้อเท็จจริง ดู หลักฐานแสดงมนุษย์ต่างดาวมีจริง ที่นำมากล่าวถึง เพื่อไม่อยากให้ผู้ที่มีความประมาทหลงไปในทางผิด

ผู้แสดงความคิดเห็น โซบิเดย์ ยมโดย (sobiday9-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-14 23:59:19


ความเห็นที่ 38 (1615859)

 ชาวตะวันตกเขาคิดอย่างไร

 

ผู้ที่ศึกษาในเรื่องพระจักรพรรดิ เช่น สมเด็จพระสันตะปาปา (โป๊บ) จอห์นพอลที่สอง ซึ่งเสด็จสวรรคตเมื่อ 2 เม.ย. 2548 มีความเชื่อว่าพระจักรพรรดิปรากฏบนโลกนี้แล้ว ไม่เฉพาะโป๊บพระองค์นี้ ยังมีนักเทศน์ ผู้เขียนหนังสือ และผู้สร้างหนังที่สอดแทรกเรื่องของสมัยพระจักรพรรดิ เช่น ภาพยนต์เรื่องรหัสลับดาวินชี ที่ฉายไปทั่วโลก และขายหนังสือได้กว่า 40 ล้านเล่ม ได้บ่งเรื่องนี้ไว้ เช่น "ในแง่ของการพยากรณ์" ทิบบิงกล่าว ขณะนี้เราอยู่ในยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาล สหัสวรรษที่แล้วเพิ่งผ่านพ้นไป (หมายถึง มิลเลนเนี่ยมที่แล้ว) และพร้อมกันนั้น ยุคแห่งราศีมีนทางโหราศาสตร์ที่ยาวนานมาถึงสองพันปีก็สิ้นสุดลงตามไปด้วย ราศีมีนหรือเครื่องหมายปลาเป็นสัญลักษณ์ของพระเยซูเช่นกัน โหราจารย์ศาสตร์ สัญลักษณ์คนไหนก็บอกได้ว่า อุดมคติของราศีมีนนั้นเชื่อว่ามนุษย์พึงต้องได้รับการบบอกกล่าวว่าควรจะทำอะไรโดยผู้มีอำนาจเหนือกว่า เพราะมนุษย์ไม่อาจคิดได้ด้วยตนเอง ดังนั้นช่วงนี้จึงเป็นยุคแห่งศาสนาที่แฝงความรู้สึกรุนแรง แต่ตอนนี้เรากำลังเข้าสู่ยุคของราศีกุมภ์ ซึ่งมีเครื่องหมายเป็นรูปคนแบกน้ำ ราศีนี้้มีอุดมคติว่า คนจะเรียนรู้ความจริง และต้องคิดได้ด้วยตนเอง การเปลี่ยนแปลงนี้ใหญ่หลวงนัก ขณะนี้มันกำลังเกิดขึ้นแล้ว (ข้อมูล หน้า 311จากหนังสือ รหัสลับดาวินชี สายธุรกิจโรงพิมพ์ บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนพับลิชชิ่ง จำกัด มหาชน พิมพ์ ครั้งที่ 26 พ.ศ. 2549)

ผลการสำรวจจาก The New York Times และ CNN บ่งว่า ชาวอเมริกันกว่า 59 % ไม่เชื่อเรื่องโลกร้อนขึ้น แต่เชื่อว่าวันพิพากษาโลกอยู่แค่เอื้อม สำหรับโลกาวินาศในช่วงกึี่งพุทธกาล คือ พ.ศ. 2556 ซึ่งเป็นที่เข้าใจของนักวิทยาศาสตร์หลายท่าน ไม่เฉพาะเพียงนักวิทยาศาสตร์ไทยหรือชาวต่างชาติที่มีความเห็นพ้องกันในเรื่องนี้ด้วย

ผู้เขียนเรื่องนี้ ได้ศึกษาเรื่องพระจักรพรรดิและเรื่องเกี่ยวข้องทั้งทางศาสนาศาสตร์และทางวิทยาศาสตร์มาประมาณ 18 ปี

ผู้แสดงความคิดเห็น โซบิเดย์ ยมโดย (sobiday9-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-15 00:03:52


ความเห็นที่ 39 (1615909)

ขอบอกอีกครั้งว่า

ถ้าพระศรีอาริย์จะมาปรากฏ

ก็จะต้องมี

ตัวแทนพระเทวทัติ

มาปรากฎด้วยเช่นกันเพื่อยืนยัน

พระบารมีพระองค์ท่าน

ไม่งั้นถือไม่ใช่ของจริง

 

และต้อง

ชือจริง - สกุลจริง

ของตัวแทน

พระเทวทัตด้วยนะจ๊ะ

555 555 555

--------

คุณสมบัติ

พระเทวทัติ คือ

1.ริษยาพระพุทธเจ้ามากกก

ขนาดกิน - นอน - นั่ง - เดิน

ก็อิจฉาจนรุ่มร้อน นอนไม่หลับ

 

2.ทนไม่ได้ ที่เห็นคนกราบไหว้

นับถือพระพุทธเจ้า

เมื่อทำดี เท่าพระพุทธเจ้าไม่ได้

ก็พยายามทำลาย

พระพุทธเจ้า

ทุกวิถีทาง สร้างสถานการณ์

หาบริวาร สนับสนุน

 

3.ธรนีสูบ ตอนไม่สบายหนัก

คิดถึงพระพุทธเจ้า

อยากไปขอขมา ให้คนหามไป

แต่

ตอนไปหยุดบ่อน้ำ

ล้างหน้า อาบน้ำนั้น

ธรนีสูบ

เสียก่อนที่จะได้ไปพบ

และ

ขอขมาพระพุทธเจ้า

 

4.ดวงจิตพระเทวทัต

ไม่เคยสงบสุขเลบ แม้แต่วินาทีเดียว

ยิ่งเห็นพระพุทธเจ้า

สงบเย็น เป็นที่เคารพ ศรัทธา

พระเทวทัต

ยิ่งรุ่มร้อนริษยา

ไฟนรกเผา กาย + ใจ

จนไหม้เกรียม

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ (pamelasoap-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-15 09:07:39


ความเห็นที่ 40 (1615914)

 ขอบอกอีกครั้งว่า

ถ้าพระศรีอาริย์จะมาปรากฏ

ก็จะต้องมี

ตัวแทนพระเทวทัติ

มาปรากฎด้วยเช่นกันเพื่อยืนยัน

พระบารมีพระองค์ท่าน

ไม่งั้นถือไม่ใช่ของจริง

 

และต้อง

ชือจริง - สกุลจริง

ของตัวแทน

พระเทวทัตด้วยนะจ๊ะ

555 555 555

++++++++++++++++++++++++++++++++++++

กราบท่านอาจารย์ครับ

สงสัยพระศรีอาริย์คงใกล้ปรกฎตัวแล้วล่ะครับ

เพราะเราค้นพบ ตัวแทนของพระเทวทัติแล้ว

แต่ เอ๊ะ จะใช่คนที่พวกเราคิดไว้หรือป่าวนะ ?

แต่สำหรับเบส ซึ่งเป็นคนโง่ๆ คิดได้แค่ว่า

ตัวแทนพระเทวทัติ จะต้องเป็นคนที่มาก่อกวนในเว็ปบ้านสวนแน่ๆเลย

เอ๊ะ หรือว่าจะเป็น 

คุณกัญญ์วิญาณ์ สุวัฒนาพร

แต่ เอ๊ะ!! หรือเขาจะเปนคนๆเดียว

แต่ที่แน่ๆ คุณสมบัติของตัวแทนพระเทวทัตินั้น ถือว่า สอบผ่าน และมีคุณสมบัติครบถ้วน

ทั้งการริษยาพระพุทธเจ้า

ทนไม่ได้เมื่อมีคนมากราบไหว้พระพุทธเจ้า

และหาทางทำลายล้างพระพุทธเจ้า

อีกทั้งยังมีจิตใจรุ่มร้อน ขนาดตีสี่แล้วยังไม่นอน

มาก่อกวนชาวบ้านอีก

 

ผู้แสดงความคิดเห็น พัฒนพงศ์ ปรับโตวิดโจโย (sarinalich-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-15 09:21:25


ความเห็นที่ 41 (1615927)

ขอบอกอีกครั้งว่า

ถ้าพระศรีอาริย์จะมาปรากฏ

ก็จะต้องมี

ตัวแทนพระเทวทัติ

มาปรากฎด้วยเช่นกันเพื่อยืนยัน

พระบารมีพระองค์ท่าน

ไม่งั้นถือไม่ใช่ของจริง

 

และต้อง

ชือจริง - สกุลจริง

ของตัวแทน

พระเทวทัตด้วยนะจ๊ะ

555 555 555

****

ขออนุญาติแสดงความเห็นครับ

สงสังตัวแทนพระเทวทัต จะเปิดเผยตัวมาแล้วครับ ด้วยแรงริษยา+อาฆาต แต่รู้สึกจะยิ่งกว่า อดีต พระเทวทัตอีกนะครับ เพราะท่านยังสำนึก จะมาขอขมา แต่ด้วยแรงกรรม ทำให้ธรณีสูบ รู้สึกว่าตัวแทนคนใหม่นี้ จะมาแรงแซงโค้ง ไม่มีแม้แต่สำนึก แถมยังมาสร้างความรำคาญ ให้ เวปบ้านสวน ต้อง เลอะเทอะ สกปรกอีก    

ผู้แสดงความคิดเห็น วีร์พสุตม์ ลิ้มสกุลภักดี (เอิ้น) (weepasuth-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-15 10:17:34


ความเห็นที่ 42 (1616058)

สืบเนื่องจากได้อ่านประวัติหลวงพ่อปานตอนต้นจากกระทู้เด็กอภิญญาของคุณโซบิเดย์ ทำให้อยากอ่านต่อ จึงไปค้นหาเจอในเวบพลังจิต อ่านต่อไปจนถึงตอนพิสูจน์ด้วยการเชิญพบ  หลวงพ่อฤาษีลิงดำได้กล่าวเกี่ยวกับว่าทำอย่างไรจึงพบพระศรีอาริย์

มีรักษาศีล5 เมตตา สมาธิ วิปัสนา ให้เป็นปกติ (ซึ่งก้อเหมือนกับที่ท่านอ.อุบลพร่ำสอน) ดังนี้

"ฉันว่าโลกนี้ไม่น่ารักเลย มันเดือดร้อนจริง ๆ รีบทำความดีเสีย ไปศาสนาพระศรีอาริย์ดีกว่า ที่นั่นสบายมาก คนสวยน่ารักทุกคน รวยทุกคน มีความสุขทุกคน ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บทุกคน ไม่แก่กระย่องกระแย่งอย่างฉันทุกคน ทำดีอะไรหรือที่จะไปเกิดในศาสนาพระศรีอาริย์ได้ ไม่ยาก 

ค่อย ๆ รักษาศีล 5 ไม่ต้องรักษาแรง ศีลจะช้ำและตกใจกลัว จงค่อย ๆ รักษา อย่ารักษาแรง ค่อย ๆ ดึงเอามาเก็บไว้ในใจและทำตามทีละตัวสองตัว อย่าเอามากจะหนักเกินไป รักษาตัวนี้ดีแล้วก็พยายามระมัดระวังอย่าให้มีอันตราย เมื่อแน่ใจว่ารักษาได้ไม่บกพร่องแล้ว ก็ค่อย ๆ เอามาใหม่อีกตัว ทำอย่างนี้จนกว่าจะมีครบ 5 ตัว 

เรื่องเมตตาให้ทานเป็นการสงเคราะห์ก็เหมือนกัน ค่อยทำจากวงแคบ ลงทุนน้อย ไปหาวงกว้างและลงทุนใหญ่ตามความสามารถของตนจะทำได้ 

ค่อย ๆ รักษาอารมณ์ใจให้เป็นสมาธิ อย่าทำแรง อย่าทำมาก วันหนึ่งใช้เวลา 10 นาที เอาพระพุทธรูปมาตั้งตรงหน้า ยกมือไหว้แล้วก็นั่งดูท่าน นึกถึงเฉพาะรูปพระพุทธ ไม่นึกเรื่องอื่น จะดูท่านสวย หรือดูว่าท่านเป็นพระสมัยไหนก็ตาม เมื่อครบ 10 นาทีก็พัก เอาพระพุทธเจ้าเก็บ 

วิปัสสนาก็ทำด้วย ไม่ต้องทำมาก ตั้งอารมณ์สักวันละ 5 นาที คิดว่าอะไรบ้างนะที่มันมีขึ้นแล้วจะไม่เก่า จะไม่พัง คนและสัตว์ประเภทใดที่เกิดแล้วไม่เแก่ ไม่ป่วย ไม่ตาย      ไม่ต้องกิน ไม่ต้องทำงาน ไม่ต้องเหนื่อย ไม่ต้องทุกข์ คิดดู หาดู ค้นคว้าตำราเก่า ๆ จะเป็นตำราอะไรก็ช่าง หยิบมาดู   ไม่ต้องดูหรืออ่านมาก ดูที่ปกหนังสือว่าหนังสือเล่มนี้ใครแต่ง คนเขียนแต่งเดี๋ยวนี้อยู่หรือตาย ทำเท่านี้แหละ ใช้เวลาวันละไม่ต้องมาก เท่านี้ก็ขี้เกียจจะได้เกิดทันศาสนาพระศรีอาริย์ ฉันรับรองว่าทันแน่ ได้เกิดแน่ สวยแน่ มีความสุขแน่ ใครไม่เชื่อก็เชิญทำ เมื่อทำแล้วถ้าเกิดไม่ทันศาสนาพระศรีอาริย์ จะปรับฉันอย่างไร ฉันยอมทุกอย่าง ใครจะเชื่อก็เชื่อ ไม่เชื่อก็ไม่ขัดคอใคร แนะให้คนทำดีไม่ตกนรก"

ที่มา http://www.palungjit.com/smati/books/index.php?cat=66

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อรศรี ชุติเนตร (aurasri05-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-15 22:48:13


ความเห็นที่ 43 (1616075)

ขอบอกอีกครั้งว่า

ถ้าพระศรีอาริย์จะมาปรากฏ

ก็จะต้องมี

ตัวแทนพระเทวทัติ

 

มาปรากฎด้วยเช่นกันเพื่อยืนยัน

พระบารมีพระองค์ท่าน

ไม่งั้นถือไม่ใช่ของจริง

 

และต้อง

ชือจริง - สกุลจริง

ของตัวแทน

พระเทวทัตด้วยนะจ๊ะ

555 555 555

...................................

กราบอนุโมทนาค่ะอาจารย์

และแล้วในที่สุด ก็มีไก่

ไร้อนาคตเข้ามาเชือดคอตัวเอง

ให้ลิง..อย่างพวกเราได้ดูกันเต็มๆตา

 

 

เมื่อคืนกลับถึงบ้านรู้สึกเพลียๆ

กะว่าจะนอนเร็ว แต่ก็อดใจไม่ได้

ที่จะแว๊บเข้ามาในเว็บก่อน

แต่ไม่ทันไร ก็เห็น กระทู้ขยะ

โผล่ขึ้นมาทีละกระทู้ๆ

โห.. เท่านั้นแหล่ะ

แทบจะลืมไปเลยว่า...เพลีย 

 

 

ยิ่งอ่านข้อเขียนของเค้า

ยิ่งจับแคแรกเตอร์คนเขียน

ได้ชัดเจนขึ้นจริงๆค่ะ

เพราะออกสไตล์คล้ายๆ

คนที่ชื่อ กัญญ์วิญาณ์ สุวัฒนาพร เลยค่ะ

 

ชนิดาคิดว่า นี่คือ

ตัวแทนท่านเทวทัติ เบอร์1

ที่จะต้องไปรับโทษแทน

ท่านเทวทัติในเร็ววันนี้

 

เพราะเห็นได้ชัดมากๆว่า

จิตใจของเค้าร้อนรุ่ม

เต็มไปด้วยความอิจฉา ริษยา

ลามก ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง

เหมือนกับคนที่มีแต่ร่างกาย

แต่ไม่มีสติและสามัญสำนึก

ในจิตใจเลยแม้แต่น้อย..

บอกตรงๆค่ะว่า น่าสงสาร

น่าสมเพช เวทนาเป็นที่สุด

เพราะชีวิตเค้าคงจะหาช่วงเวลา

ที่มีความสุขไม่ได้เลย

 

ดึกๆดื่นๆ ค่ำคืน

ควรจะพักผ่อนนอนหลับ

แต่เธอก็หลับไม่ลง

ยังคงคิดหาวิธีการที่จะเข้ามา

ทำ"อนันตริยกรรม" ให้ได้

โดยใช้ชื่อท่านอาจารย์

ล็อกอินเข้ามาอีกแล้ว

สงสัยเค้าจะเสียสละนำชีวิตตนเอง

มาเป็นธรรมทานอันยิ่งใหญ่อีกแล้วนะคะ

 

เพราะเค้ามาแสดงให้เราได้เห็นว่า

คนที่เป็นสาวกท่านเทวทัติ

นั้นมีความคิดอย่างไร

วันๆนึงคิดถึงแต่เรื่องเลวๆชั่วๆ

จาบจ้วง ล่วงเกินเบื้องสูงทุกวินาที

และไม่เพียงแต่"คิด"

แต่ทั้งพูด ทั้งเขียน

และ กระทำ"กรรม"เหล่านั้น

ด้วยความตั้งใจ

ฉะนั้น แน่นอนว่า

ตัวแทนท่านเทวทัติมาเปิดตัว

เพื่อจะให้ องค์พระศรีอาริย์

มาปรากฏกายต่อชาวโลก

อย่างเป็นทางการแล้วล่ะค่ะ

กราบ

กราบ

  กราบ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ชนิดา เชิงสะอาด/CHANIDA ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-16 02:09:53


ความเห็นที่ 44 (1616083)

ขอบคุณ คุณโซบิเดย์ ด้วยนะคะ

ที่นำข้อความที่เขียนวิเคราะห์

เกี่ยวกับ องค์พระศรีอาริย์

มาให้พวกเราได้อ่านในกระทู้นี้อีกครั้ง

 

สรุปว่า ไม่ว่าจะพุทธ คริสต์

อิสลาม ชาวตะวันตก ชาวมายัน

ก็ล้วนแล้วแต่มีแนวความคิด

เรื่องภัยพิบัติและ การปรากฏกาย

ของพระศรีอาริย์ไปในแนวทางใกล้เคียงกัน

...............................

ส่วนคุณอรศรี ก็นำคำสอน

ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ

มาย้ำและเน้นให้พวกเรา

ฝึกตนให้มีคุณสมบัติดีพอ

ที่จะได้พบพระศรีอาริย์

 

ด้วยการหมั่นทำทาน รักษาศีล

และวิปัสสนากรรมฐาน ให้เป็นอาจิณ

ถ้าทำได้ ก็รอพบพระศรีอาริย์ได้..แน่ๆเลย

สาธุ

...........................

แต่วันนี้ ชนิดาไปอ่านเจอ

ข้อความ ที่คุณ อัญญาสิทธิ์ แห่งเว็บพลังจิต

เขียนถึงพระศรีอาริย์ ที่ได้รับสื่อสารจากเบื้องบน

ไว้ส่วนหนึ่งดังนี้ค่ะ

.............................

 

ส่วนเรื่องพระจักรพรรดิ์นั้น

การทำงานของท่านเหล่านั้นค่อนข้างลึกลับ

ไม่ค่อยเปิดเผย

ยกเว้นเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องบางคน

และกาลนึงท่านก็จะบอกเรื่อง นึง

กาลต่อมาก็จะบอกเรื่องต่อๆมา

 

แต่การปรากฏตัวของพระจักรพรรดิ์นั้น

ท่านกล่าวเพียงกว้างๆว่า

หลังจากภัยพิบัติไปแล้ว

จะได้พบกับท่าน

 

แต่ท่านไม่ได้บอกว่าหลังจากภัยพิบัติไปแล้ว

ยาวนานเท่าใดท่านจึงจะปรากฏตัว

แต่ก็มีคนเราพวกนึงที่จะมีหน้าที่รองรับ

บารมีพระจักรพรรดิ์แต่จะเป็นใครบ้าง

ผมไม่ทราบ

 

ในช่วงระยะนี้ผู้ที่เขาทราบ

และเข้าถึงพระจักรพรรดิ์

จะเป็นการรู้เฉพาะตน

และ มักจะไม่เปิดเผยตัว

เท่าที่ผมทราบส่วนใหญ่เป็นสายพระโพธิสัตว์

ที่สร้างบารมีมาแก่กล้า

แต่ยังปกปิดตนเองอยู่

เพื่อรอกาลเวลาทำหน้าที่ของตนเองครับ

..............................

 

 


อ่านแล้วก็น่าคิดนะคะว่า

พระศรีอาริย์และเหล่าจิตวิญญาณ

ที่ตามๆกันมานั้น

ทำงานกันอย่างลับๆหรือเปล่า

ก็ไม่ลับเท่าไหร่นะคะ

เพราะก็มีคนรับรู้ทั่วโลก

แต่ก็รู้เฉพาะ คนที่สมควรได้รู้เท่านั้น...อิอิ 

ผู้แสดงความคิดเห็น ชนิดา เชิงสะอาด/CHANIDA ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-16 04:22:06


ความเห็นที่ 45 (1616231)

วันนี้

ระหว่างเดินทาง

ไป-กลับ วัดใหม่สันติธรรม

งานสวด 100 วันหลวงพ่อเสงี่ยม

ได้คุยกับคุณธนา ทั้ง ไป-กลับ

เรื่องพระศรีอาริย์ เลยได้รู้ว่าคุณธนา

เค้าตามหาพระศรีอาริย์มานาน

 

วันนี้

ได้รู้ว่าคุณธนา

มีครูบาอาจารย์ดีๆ ดังๆ

เยอะมากเลย

อย่างหลวงตาม้า

แล้วก็อีกหลายองค์

ล้วนเคยให้ข้อมูลเรื่อง

พระศรีอาริย์

กันมาทั้งนั้น แล้วท่านก็มารอ

พระศรีอาริย์กัน

 

วันนี้

ฟังคุณธนาพูด

แล้วสบายใจ มีความหวัง

ว่า

การปรากฎตัวของ

พระศรีอาริย์นั้น

จะไม่ผิดตัว

 

และ

ไม่ใช่การทึกทัก

คาดเดาเอาเอง หรือว่า

ใครจะแต่งตั้งตัวเอง

ใครจะยัดเยียด

ให้ใคร

ไม่ได้เลย

 

เพราะ

พระศรีอาริย์คือ

พระมหาจักรพรรดิ์

แห่งจักรวาล

 

ดังนั้น

การปรากฎตัว

จะมาพร้อมกับสมบัติแก้ว

9 ประการ

ที่เกิดด้วย บุญฤทธิ์

ลอยมาจากนภากาศ

เป็นสมบัติแก้วคู่บุญบารมี

 

และ

ต้องเป็นที่ประจักษ์

ต่อสาธารณะชนด้วย

 

ดังนั้น

ตอนนี้พวกเรา

พักผ่อน นอนหลับ

กันก่อนก็ได้

 

เอาไว้

ถึงเวลาว่าใครที่

มีสมบัติแก้วคู่บารมี

ลอยเลื่อนลงมาจากนภากาศ

ต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก

แล้วค่อยมาบอกว่า

เราได้พบ

พระศรีอาริย์

แล้ว

 

ขอบคุณ

คุณธนา อย่างมาก

ที่ทำให้ การตามหา พระศรีอาริย์

ง่ายขึ้น

 

และ

อ.อุบล ก็จะได้

ทำหน้าที่ในส่วนของตน

อย่างโล่งอก โล่งใจ

ไม่ต้องกลัวใคร

มากล่าวหา

ว่าเป็นพระศรีอาริย์

 

ตอนนี้

เลยอยากนำข่าวดี

มาบอก

 

ส่วน อ.อุบล

นั้น ยืนยัน นั่งยัน นอนยัน

ว่า

มีพ่อในอดีต 7 พระองค์

ที่สูงส่งมากมาย

 

แค่นี้

ชีวิตจะตายวันไหน

ก็ไม่สนใจแล้ว

จะกลับบ้าน หาพ่อ

องค์ปฐม

เท่านั้น ไม่ต้องการ แวะ ที่ไหน

อีกต่อไปแล้วจ้าพวกเรา

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ (pamelasoap-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-17 01:10:11


ความเห็นที่ 46 (1616235)

พระศรีอาริย์คือ

พระมหาจักรพรรดิ์

แห่งจักรวาล

 

ดังนั้น

การปรากฎตัว

จะมาพร้อมกับสมบัติแก้ว

9 ประการ

ที่เกิดด้วย บุญฤทธิ์

ลอยมาจากนภากาศ

เป็นสมบัติแก้วคู่บุญบารมี

 

และ

ต้องเป็นที่ประจักษ์

ต่อสาธารณะชนด้วย

......................................

กราบอนุโมทนาค่ะอาจารย์

น่าลุ้นนะคะ กับการมาปรากฏกาย

ขององค์พระศรีอาริย์

 

เพราะถ้าพระองค์มาปรากฏกาย

พร้อมสมบัติแก้วเก้าประการจากนภากาศ

ให้เห็นเป็นรูปธรรม

ทุกคน คงเห็นกันได้ชัดๆ

ประจักษ์แก่สายตา

แบบไม่ต้องสงสัยกันเลย

 

แต่ถ้าพระองค์มาปรากฏกาย

เป็น"นามธรรม" พร้อม

สมบัติแก้ว9ประการ(มรรค4+ผล4+นิพพาน1)

ที่เกิดจากบุญฤทธิ์

 

จะมีเพียงคนที่"จิตบริสุทธิ์"เท่านั้น

ที่สามารถรู้ได้เห็นได้ด้วยตัวเอง 

 

ฉะนั้น ชาตินี้เกิดมาได้พบพระองค์

คงเป็น"บุญ"ที่สุดแล้ว

สาธุ สาธุ สาธุ 

ผู้แสดงความคิดเห็น ชนิดา เชิงสะอาด/CHANIDA ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-17 04:53:01


ความเห็นที่ 47 (1616249)

อ้าว

คุณชนิดาจ๋า

 

อย่ามาเอาสีข้าง

ถู

ซีจ๊ะ

 

อย่างนี้

ต้องให้พ่อใหญ่ธนา

มาเหลาเอง

อีก่า นะ จะได้เข้าใจ

 

ว่าสมบัติแก้ว 9 ประการ

จะลอยเลื่อนเคลื่อนลงมา

จากนภากาศ

 

ให้เห็นจะ จะ

จริงๆ นา

 

อย่างเช่น

ช้างแก้ว มาแก้ว เกือกแก้ว

แล้วก็อะไรแก้วๆ

อีกก็ไม่รู้

 

แต่จะว่าไป

ตอนนี้ อ.อุบล ได้มา

7 แก้ว แล้วนะ

 

ก็ครูบาอริยชาติ

ท่านให้ไง

วันที่ไปบ้านไร่ปลายตะวันนั่นแหละ

 

แต่ว่า

ได้กันทุกคนเลย

 

คุณแมวได้มากกว่าใคร

ตั้ง 8 ลูกแน่ะ

 

ดังนั้น

คุณแมว เข้าข่าย

ที่สุดนะ คุณชนิดา

 

ลูกแก้วนี่

เห็นกับตา เลยนะ

555

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ (pamelasoap-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-17 08:49:25


ความเห็นที่ 48 (1616294)

อ้าว

คุณชนิดาจ๋า

 

อย่ามาเอาสีข้าง

ถู

ซีจ๊ะ

 

อย่างนี้

ต้องให้พ่อใหญ่ธนา

มาเหลาเอง

อีก่า นะ จะได้เข้าใจ

 

ว่าสมบัติแก้ว 9 ประการ

จะลอยเลื่อนเคลื่อนลงมา

จากนภากาศ

 

ให้เห็นจะ จะ

จริงๆ นา

...............................

อิอิ ชอบคำชื่นชม

ของท่านอาจารย์จริงๆ

บอกตามตรงค่ะว่าเมื่อคืน

ก็พยายามนึกภาพตามอยู่ว่า

 

พระองค์จะมาปรากฏกาย

พร้อมสมบัติแก้วเก้าประการ

ที่มีทั้งเพชร และอัญมณีอีก8สี

 

หรือไม่ก็สมบัติคู่บารมีของพระองค์

ที่มีทั้ง แก้วมณี ช้างแก้ว ม้าแก้ว นางแก้ว

ขุนพลแก้ว ขุนคลังแก้ว และจักรแก้ว

คือ จะประมาณไหนหนอ

 

แต่จินตนาการแล้ว

ก็ร้อยเรียงออกมาเป็นคำพูดไม่ได้

ก็เลยใช้สีข้างถูๆไถๆไปก่อน

เพื่อรอท่านอาจารย์ หรือไม่ก็

ขุนคลัง(ข้อมูล)อย่างพ่อใหญ่ธนา

มาช่วยเหลา ขยายความต่ออีกที 

 

อ้อ หรือไม่ก็ คุณแมว

ผู้เข้าข่ายอีกคน อาจจะมีเรื่องมาเหลา

ให้พวกเราได้ฟังเพิ่ม...ก็ได้ อิอิ

แต่ที่แน่ๆ ครูบาอริยชาติ

น่าจะเป็นบุคคลนึง

ที่จะสามารถเล่าทุกอย่าง

ให้พวกเราได้เห็นภาพทุกอย่าง

อย่างชัดเจนที่สุด

 

เพราะแม้กระทั่ง

เสด็จพ่อทั้งเจ็ดพระองค์

ของท่านอาจารย์

ร.ต.ประวัติ ก็เป็นผู้ไปถามข้อมูลนี้

โดยตรงจากท่านครูบาฯเอง

 

โดยเสด็จพ่อของท่านอาจารย์

มีดังต่อไปนี้ค่ะ

 

1.ท้าวเวสสุวรรณ

(กว่าจะรับเกือบตาย)

 

2.พยายมราช(ลุงพุฒิ)

 

3.หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

 

4.พระอินทร์

 

5.พระพรหม

 

6.พระปฐมบรมธรรมบิดา

 

7.ท่าน ดตาจินิน

 

ทั้งหมด

คือ พ่อ ในอดีตชาติ

มีเหตุผล และ หลักฐาน

ประกอบทั้งสิ้น

 

เอามาฝากท่านผู้อ่านอีกที

ว่าท่านพ่อของท่านอาจารย์

แต่ละพระองค์นั้น สูงส่งเพียงใด

กราบ

กราบ

กราบ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ชนิดา เชิงสะอาด/CHANIDA ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-17 18:34:14


ความเห็นที่ 49 (1616329)

กราบอนุโมทนาธรรมทานจากอาจารย์ด้วยเจ้าค่ะ

โมทนากับนอ้งชนิดา และน้องทุกคนค่ะ ทุกคนมีออกความเห็นเขียนได้ดีมากๆ

พระมหาจักรพรรดิ์ มีแ้วเก้าปราการ น่าจะเป็น เกือกแก้ว พระขันต์แก้ว ช้างแก้ว

 ม้าแก้ว จักรแก้ว นางแก้ว ขุนพลแก้ว ขุนคลังแก้ว และแก้วมณี นะถึงจะปรกครอง

โลกได้ ปราบอริราชศัตูร และให้ผู้คนอยู่ในศีลในธรรมได้

เดี๋ยวมาเขียนค่ะน้องชนิดา แต่ อาจารย์ก็มาตอบข้อขอ้งใจให้บ้างแล้วหละค่ะ

วันนี้ ๑๗ มิ ย วันแดดี้เดย์ ก็พาลูกชายไปทำหน้าที่ทางโลกก่อน ชีวิตสั้นนัก แต่

ตายเมื่อไรขอไปนิพพาน เบื่อเต็มทีนิ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น นนทพร สไตล์เฮ้าส์ (alittlethai-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-17 23:36:25


ความเห็นที่ 50 (1616341)

พระกรรมฐาน

หลวงพี่สุชาติ ที่ท่านมารอพบ

อ.อุบล ที่วัดใหม่สันติธรรม เมื่อวานนี้

ท่านก็ยืนยันว่า พระศรีอาริย์ มาเกิดแล้ว

และจะต้องปรากฎตัว

 

---------

แต่หลายตำรา

บอกว่า

ท่านจะปรากฎตัวหลังจาก

เกิดภัยพิบัติแล้ว

 

โห

แล้วจะเหลือรอด

กี่คนละเนี่ย

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ (pamelasoap-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-18 01:45:42


ความเห็นที่ 51 (1616349)

วันที่ไป

วัดหลวงพ่อเสงี่ยม

ธรรมะบำบัด วันเสาร์ที่ 16 มิ.ย.55

 

ไม่นึกว่า

วันนี้ จะได้ เจอ คนบางคน

ที่กล้าหาญ ออกมาหน้า

ที่ประชุม

 

ด้วยสารภาพรวม

แล้วไม่หาย

 

ซึ่งการไม่หาย

มีแทบทุกรอบ รอบละ 1-3 คน

บางครั้งก็ คนเดียว

 

แต่รอบนี้

มี 3 คน ที่ปวดหลัง

แล้วไม่หาย

 

มีหญิง 2 ชาย 1

 

ส่วนหญิง 2 คนนั้น

คนหนึ่ง ใช้รหัสแล้วหาย

 

อีกคนกราบแล้วหาย

 

ส่วนชายคนนี้

ทำทั้ง 2 อย่างแล้ว

แค่ดีขึ้น แต่ไม่หาย

 

เลยบอกว่า

คุณมีอะไรจะพูดไหม

 

มีครับ

 

ผมเคยขายยาบ้า

เคยฆ่าคน เคยเจ้าชู้

เคยทำผิดศีลมาทุกข้อ

เป็นคนไม่ดี

 

ดูซิ

พูดออกมาแล้ว

ดีขึ้นไหม

 

ดีขึ้นครับ แต่ยังหาย

ไม่หมดครับ

 

และ

ผมก็ยังเล่าไม่หมดครับ

 

ผมเคย

ปรามาส อ.อุบล ครับ

ผมเคยห้ามแฟนไม่ให้ไปบ้านสวน

เพราะผมเคยโทร.ถามทาง

แล้วมีคนพูดให้ผมฟัง

เรื่องบ้านสวน

พวกคนเก่า ที่โดนห้ามเข้า

ผมก็เลย ห้ามแฟน

 

แต่แฟนก็หนีผมไป

แอบไป เพราะผมทำงาน

ต่างจังหวัด

 

ผมรู้ทีหลังผมโกรธมาก

 

อ้าว

วันนี้ มาให้ อ.อุบล

ช่วยทำไม

 

เดี๋ยวครับ อ.

ให้ผมพูดก่อน เรื่องมันยาว

 

อย่ายาวมากนะ

คนเยอะมาก เดี๋ยว อ.รีบกลับ

 

ผมขอพูดครับ

 

แล้ววันหนึ่ง

ผมก็เจ็บปวดทั้งตัว

ปวดจนกระทั่ง ลุกไม่ได้

เดินไม่ได้ ขยับไม่ได้

ทรมานมาก

 

(เราดูอาการที่เขาเล่า

เขาทนทุกข์ทรมานมากจริงๆ

และดูอัดอั้นตันใจมาก อยากพูด)

 

แฟนผม

ก็เลยบอกให้ผมใช้

รหัส

อ.อุบล ช่วยด้วย

 

ตอนนั้น

มันสุดๆแล้ว แต่ผม

ก็คิดในใจว่า

 

ถ้า อ.อุบล ของจริง

ก็ขอให้ผม เห็นผลจริง

 

แล้วผมก็ใช้รหัส

อ.อุบล ช่วยด้วย

ผมก็ดีขึ้น เดินได้ คลายปวด

 

ผมจึงเริ่มเอะใจ

(ว่าคนที่ผมด่า มาตลอดนี่ ของจริง)

แฟนผม ให้ผมขอขมา

ให้ดูรายการ 9 ตอน เพื่อจะพาผม

มาหา อ.อุบล

 

พอผมเริ่มดู 1 ตอน

ผมก็บอกแฟนว่า พอแล้ว

ไม่ต้องดูอีกแล้ว

ผมจะไปหา อ.อุบล เพื่อขอขมา

 

ท่านที่อ่าน

อย่าพึ่งคิดว่า ชายคนนี้

ทำไมอวดดี ดูแค่ตอนเดียว

ก็เกิดศรัทธา

ทั้งที่ ด่า อ.อุบล มาตลอดชีวิต

 

จนร่างกาย

เดี้ยง

แทบพิการ ทรมาน

เดินไม่ได้

 

ด่ามาตั้ง 3-4 ปีแน่

เขาบอกเองนะ

 

เดี๋ยวมาเล่าต่อนะ

แล้วจะรู้ ว่าเขา เป็นใคร

ทำไม จึงด่า อ.อุบล

ทั้งที่ ไม่เคยดูรายการ

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ (pamelasoap-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-18 08:42:04


ความเห็นที่ 52 (1616353)

คุณนนทพร

เบื่อชีวิตแล้วหรือจ๊ะ

นี่ขนาด เงิน เยอะแยะ นะเนี่ย

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ (pamelasoap-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-18 09:11:11


ความเห็นที่ 53 (1616357)

เดี๋ยวจะมาต่อเรื่อง

ชาย ที่เดี้ยง ทั้งตัวหลังปรามาส

อ.อุบล มาตลอด เพราะหูเบา

 

แต่

การที่คนเรา

จะหูเบา มันต้องมี

สาเหตุ

มาแน่นอน

 

กรรมใด

มาปิดกั้นทางแห่ง

ความสุข

 

ทั้งที่ทุกคนเกิดมา

ก็อยากมีความสุข

 

รหัส

อ.อุบล ช่วยด้วย

ก็ใช้ได้โดยไม่ต้องเห็นหน้า

ไม่เสียเงิน ไม่เสียอะไร

 

ได้ กับ ได้

แต่

ทำไม บางคน ก็ยัง

ปิดกั้นโอกาส

หลุดพ้น

 

ดีนะ

ที่ชายคนนี้

มาคิดใช้รหัส ตอนที่

ยังมีลมหายใจ

แต่เมื่อร่างกายเกือบพิการ

 

เวลานั้น

ถือว่าร่างกายเขา

พิการแล้ว

 

เพราะ

เดินไม่ได้ ลุกไม่ได้

ขยับตัวไม่ได้

เจ็บปวดไปหมดทั้งตัว

 

เรียกว่า

มันสุดๆแล้ว ก็เลยต้อง

แอบ

ใช้รหัสดู

 

เพราะ

ยังไง อ.อุบล ก็ไม่รู้

ไม่ต้องกลัวเสียศักดิ์ศรี

 

ยังดีกว่า

ตายทั้งเป็นอยู่อย่างนี้

โดยที่ ปิด โอกาส

ตัวเอง

 

เวลานั้น

ชายคนนี้ต้องเลือก

 

ระหว่าง

 

พิการ อยู่อย่างนั้น

แล้ว

รักษาศักดิ์ศรีไว้ เราจะไม่ยอมใช้

รหัส อ.อุบล ช่วยด้วย

เด็ดขาด เราจะดันทุรังปรามาสต่อ

 

กับ

เรายอมดีกว่า

เพราะ หมดทาง เยียวยาแล้ว

 

ยาทุกอย่าง

ช่วยไม่ได้เลย

ไม่ว่ายาแก้ปวด หรืออื่นใด

 

เรียกว่า

หมอไม่รับเย็บแล้ว

 

เอาก็เอาวะ

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ (pamelasoap-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-18 09:58:05


ความเห็นที่ 54 (1616360)

ใครที่ไปวัดใหม่สันติธรรม

ด้วยกันเมื่อวันเสาร์

มาช่วยกันเล่าหน่อยนะจ๊ะ

 

ถึงบรรยากาศ

เหตุการณ์

 

เป็นธรรมทาน

 

ซึ่งการบอกเล่า

เรื่องที่เราพบเห็น

ว่า

ใครทำบาป ทำชั่วอะไร

แล้วได้รับผล

เจ็บป่วยยังไง

 

แล้วทำไมถึงหาย

 

ทำไมถึง ไม่หาย

 

นี่แหละ

เรียกว่า ธรรมทาน

 

บังเอิญ

เมื่อเช้านี้คุยกับป้าเทิง

 

ป้าเทิง

บอกว่าไม่รู้ความหมาย

ของคำว่า ธรรมทาน

 

ก็เลยคิดว่า

อาจมีอีกหลายคน

ที่ไม่เข้าใจ แต่ ไม่กล้าถาม

 

ก็เลยบอกก่อน

 

 

แล้ว

ธรรมทานนี่แหละ

เป็นทานใหญ่

 

ผู้ใดสร้างธรรมทาน

พระพุทธเจ้าท่านว่า

เป็นทานที่

ชนะทานทั้งปวง

 

ทำให้มีเงิน มีงาน

มีความสุข หายป่วย

เจ้ากรรมอภัย

 

แต่คนที่กรรมหนัก

มักทำทานนี้ไม่ได้ เพราะ

เจ้ากรรมขัดขวาง

 

อย่างยายแก้วเป็นต้น

 

ที่ป่วยหมอหาสาเหตุไม่พบ

ก็เพราะ กรรมหนัก

สังเกตว่า

ยายแก้ว จะทำได้แต่

บุญแรงกาย

 

สังฆทาน ธรรมทาน

ยายแก้ว ทำไม่ได้เลย

 

ทั้งที่ถ้าทำได้ จะหายเร็ว

 

แล้วยายแก้ว

ก็ชอบ จิตแว๊บ คิดไม่ดี

กับผู้มีศีล เลยทำให้

ยายแก้ว ทั้งเจ็บ ทั้งจน

 

พอบอกให้เขียนธรรทาน

เรื่องตัวเอง

กับเรื่องที่เข้ามารู้เห็น

ที่บ้านสวน

 

ยายแก้วก็บอกว่า

มันไม่คิดอยากเขียน

 

พอเริ่มเขียน

ก็ไปเอาข้อความพระมาเขียน

ก็ยังดีกว่าไม่เขียนหน่อยหนึ่ง

 

แต่

สิ่งที่ยายแก้ว

จะได้บุญใหญ่หายเร็ว

คือ

เขียนเรื่องตัวเอง

กับ

เรื่องที่พบเห็นสดๆ

 

แต่เจ้ากรรม

เค้าปิด ปัญญา ยายแก้ว

แล้วก็คอย

บังคับกระแสจิตยายแก้ว

 

ให้

ตัดสินใจผิดพลาด

อยู่ร่ำไป

 

ตัดสินใจทำอะไรไป

กลับมามีผลเสียกับตัวเอง

ทู๊กที  แถม เค้าคอยดลใจให้

พูด ไม่ ระวัง

เรียกว่า

 

เค้าคอยสะกดจิต

ให้ผิด

ทั้ง กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม

เพื่อเขาจะได้เห็นยายแก้ว

ทุกข์มากๆ

 

แม้ว่า

ใครจะชี้ทางให้

ยายแก้วก็ทำไม่ได้

 

ยายแก้วจะชอบแต่

การหายง่ายๆ

ให้ อ.อุบล เคาะหัวบ้าง

บอกให้หายบ้าง

 

ซึ่งมันก็หายชั่วคราว

เพื่อให้คิดได้ว่า

นี่หายน่ะ

เพราะบุญผู้อื่น บุญ อ.อุบล

ไม่ใช่บุญ ของตัวเอง

 

ความเก่ง

ไม่ใช่เรื่องของ อ.อุบล

เป็นเรื่องของแต่ละคน

 

พูดจนปากจะฉีก

ถึงเท้าแล้ว

แต่

ไม่ไม่ยอมเข้าใจ

 

สงสารพระพุทธเจ้าจริง

 

และ

เข้าใจเลยว่า

ทำไมพระปัจเจกพระพุทธเจ้า

ท่านบำเพ็ญเพื่อความ

หลุดพ้น

เฉพาะตัวท่านเอง

แต่

ท่านไม่ต้องการสอนใคร

 

ไม่เหมือนพระพุทธเจ้า

ท่านบำเพ็ญเพื่อความหลุดพ้น

ของท่านเองด้วย

เพื่อสอนคนอื่น ช่วยคนอื่นด้วย

 

แต่ท่านต้อง

เหนื่อย ต้อง มหาเมตตา

เป็นล้นพ้น หาที่สุดมิได้

 

เพราะ

บางคน บัวเหล่า 3

กว่าจะฉุดขึ้นมาได้ ต้องใช้เวลา

และ

ใช้หลายลีลา

 

อย่างชายคนที่ว่ามานี้

ก็ใช้เวลาตั้ง นับปี ปี

2-3 ปี

ที่เค้าทำบาปขึ้น

ด่า ปรามาส ใหม่ๆ มันไม่เป็นไร

ก็เลยเอาใหญ่เลย

 

มาพิการอีกที

ก็หมดหวังในชีวิตแล้ว

 

ดีที่บุญภรรยา+ลูก

ที่ได้มาทำไว้

มาประคองไว้ได้บ้าง

จึงมีโอกาส เดินได้ อย่างทุกวันนี้

แต่

ก็ยังไม่สมประกอบ

 

ตอนนี้

เค้าก็ยังเจ็บปวดทั้งตัว

เพียงแต่เดินได้

ไปทำงานได้

 

แล้วก็มีปัญหาอื่นด้วย

ซึ่งเค้า อัดอั้นมาก

 

จน

อ.อุบล ต้องพูดว่า

นี่คุณมาเจอ อ.อุบล ครั้งเดียว

แม้สำนึกแล้ว

 

คุณจะเอาทุกอย่างเลยรึ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ (pamelasoap-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-18 10:21:44


ความเห็นที่ 55 (1616367)

ผมขอขมา อ.อุบล แล้ว

ผมจะมีฐานะทางการเงิน

ดีขึ้นด้วย

ใช่ไหมครับ อ.

 

อ.ไม่ได้พูดอย่างนั้นนะ

มันคนละเรื่องกัน

อย่าโลภ

 

(ปรามาสมา หลายปี

วันนี้จะเอาทั้งหาย ทั้งรวย 555)

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ (pamelasoap-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-18 10:50:42


ความเห็นที่ 56 (1616371)

วันนั้นเห็นแล้วอึ้งเลยครับ แฟนคุณแหวน ท่าทางเฮ้วเอาเรื่องเลยทีเดียว

แต่กลับจิตใจเปิด ออกมาพูดชนิดที่คนฟังต้องอ้าปากค้างเลย เพราะกล้าบอกแม้กระทั่งว่า เคยค้ายาเสพติด เคยฆ่าคน อีกสารพัด

สุดยอดคนจริง นายแน่มาก เป็นตัวอย่างที่ต้องยกนิ้วให้เลยครับ ยิ่งอาการปวดหลังและอื่นๆหายไปอย่างฉับพลันทันที หลังจากที่ทุกข์ทรมานแบบสุดๆมาแล้ว

นี่คือตัวอย่างของคนที่กล้าที่จะเปิดจิตและเปลี่ยนแปลงตัวเอง นี่เรียกว่าอานิสงค์บุญที่คุณแหวนและครอบครัวพยายามมาสร้างในบ้านสวนฯก็ส่งผลแล้ว

เสียดายแต่ คุณกัญญ์วิญาณ์ สุวัฒนาพร และพวกพรรค ที่แอบอ้างชื่อท่านอาจารย์อุบล ทำชั่วทั้งในเวปไซต์และที่อื่นๆ ท่าทางคงกลับใจยากนะคนแบบนี้

ตอนนี้คงทุกข์ทรมานมาก เลยมาขอส่วนบุญจากท่านอาจารย์ในเวปไซต์แห่งนี้ น่าสงสารเจงๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น ธนา อรุณภิญโญพล (nirvana_time-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-18 11:06:15


ความเห็นที่ 57 (1616490)

 

~ว่าด้วยเรื่อง แก้ว 7 ประการ

ของพระมหาจักรพรรดิ์ ~

 

 

ผู้ที่จะเป็นพระมหาจักรพรรดิได้นั้นจักต้องมีบุญญาธิการ บำเพ็ญพระบารมีมามากแล้ว

(อย่างน้อยต้องเต็ม ๑๐ ทัศ ) และเมื่อได้เป็นพระมหาจักรพรรดิ ซึ่งมีอยู่ ๒ ประเภท คือ



๑. มหาปนาทจักรพรรดิ และ


๒. มหาสังขจักรพรรดิ

ในกาลนั้นจะมีแก้ว ๗ ประการ ปรากฏขึ้นเป็นของคู่พระบารมี

ดังนี้ มหาปนาทจักรพรรดิ นั้น เป็นเนรมิตนาม ของพระ

จักรพรรดิราชาธิราช ทุกพระองค์ที่ทรงมี สัตตรัตนสมบัติ ๗

ประการ กับมี คทาใหญ่ อันเป็นนิมิตสมบัติจักรพรรดิชุดบก

หรือชุดแผ่นดิน เช่นเดียวกัน มหาสังขจักรพรรดิ ก็ทรงมี

สัตตรัตนสมบัติ ๗ ประการ กับมี สังข์ใหญ่ หรือมหาสังข์

อันเป็นนิรมิตสมบัติจักรพรรดิชุดน้ำ หรือชุดทะเล สัตตรัตน

สมบัติ ๗ ประการนั้น คือ


๑. จักรรัตนะ หรือ จักรแก้ว
 
จมอยู่ในท้องมหาสมุทรลึกได้ ๘๔,๐๐๐ โยชน์ ดุมเป็นแก้ว
 
อินทนิล ประกอบไปด้วยแก้วทั้ง ๗ ประการ มีพันซี่ หัวกำอันฝัง
 
เข้าไปในดุมเป็นเงิน และทองอันงาม มีรัศมีดุจพระอาทิตย์
 
ครั้นพระมหาจักรพรรดิปรากฏขึ้น จักรแก้วนี้ก็จะทะยานขึ้นจาก
 
ท้องมหาสมุทร ร่อนลงที่ประตูเมือง แล้วกระทำทักษิณาวัตรรอบ
 
เมือง จากนั้น จะเข้าไปสู่พระราชมณเฑียรของมหาจักรพรรดิ
 
กระทำทักษิณาวัตรรอบมณเฑียร แล้วเข้ามานบนอบที่เบื้องบาท
 
แห่งองค์ พระมหาจักรพรรดิ ซึ่งจักรแก้วนี้มีฤทธิ์สามารถปราบ
 
ได้หมดทุกทวีป ไม่อาจที่จะหามนุษย์ผู้ใดต่อต้านได้ เมื่อพระ
 
มหาจักรพรรดิยกทัพ จักรแก้วสามารถทำให้ ทั้งกองทัพเดิน
 
ทางกลางเวหาเหมือนเหล่าทัพของเทพยดา
 
 
 

๒. หัตถีรัตนะ หรือ ช้างแก้ว
 
ครั้นพระมหาจักรพรรดิปราบได้ทุกทวีปแล้ว จะทำการสร้างโรง
 
ช้างประดับด้วยเงิน และทอง และแก้ว ๗ ประการ จากนั้นจึงปู
 
ลาดด้วยผ้าหลายชั้น เอาข้าวตอกดอกไม้โปรยทั่วโรงช้าง แล้ว
 
พระมหาจักรพรรดิ จะทำทานรักษาศีล ๗ วัน แล้วคำนึงถึงช้าง
 
แก้ว ช้างแก้วตระกูลฉัตรทันต์ หรือตระกูลอุโบสถ ก็จะเหาะมา
 
ลงที่โรงช้าง ช้างแก้วนี้จะเป็นช้างเผือก มีงวงแดงงามดั่งดอก
 
บัวแดง สามารถเดินทางทางเวหาด้วยความรวดเร็ว มีพละกำลัง
 
มหาศาล
 
 


๓. อัสสรัตนะ หรือ ม้าแก้ว
 
พระมหาจักรพรรดิ จะทำการสร้างโรงม้าประดับด้วยเงิน และ
 
ทอง และแก้ว ๗ ประการ จากนั้น จึงปูลาดด้วยผ้าหลายชั้น เอา
 
ข้าวตอกดอกไม้โปรยทั่วโรงม้า แล้วพระมหาจักรพรรดิจะทำ
 
ทานรักษาศีล ๗ วัน แล้วคำนึงถึงม้าแก้ว ม้าแก้วอันงามดังสีเมฆ
 
หมอกขาว และมีลายเขียวดังสายฟ้าแลบ มีกีบเท้าทั้งสี่ และหน้า
 
ผากแดงดังน้ำครั่ง กำยำล่ำสัน ขนหัวนั้นดำเลื่อมงามดังดำกา
 
เรืองงามดังแก้วอินทนิล ก็จะเหาะมาลงที่โรงม้า ม้าแก้วสามารถ
 
เดินทางทางเวหาเช่นกัน


 
๔. มณีรัตนะ หรือ แก้วมณี
 
พระมหาจักรพรรดิจะต้องทำทานรักษาศีล ๘ แล้วคำนึงถึงแก้วรัตนะ
 
มณีรัตนะ อันอยู่ที่วิบูลบรรพต ก็จะลอยมาหา มณีรัตนะนี้สามารถทำ
 
ให้เวลากลางคืนสว่างดุจกลางวัน
 


 
๕. อิตถีรัตนะ หรือ นางแก้ว
 
พระมหาจักรพรรดิจะต้องทำทานรักษาศีล ๘ แล้วคำนึงถึงนาง
 
แก้ว นางแก้วก็จะเหาะมาหา นางแก้วนี้มีฉวีวรรณเกลี้ยงเกลาสด
 
ใส ธุลีมิอาจเกาะติดกายนางสรีระ มีลักษณะอัน อุดมถ้วนทุก
 
แห่ง มีรัศมีแผ่ออกรอบกายนาง ๑๐ ศอก มีพระพักตร์งดงาม
 
เนื้อหนังอ่อนนุ่ม มีกลิ่นกายหอม ดั่งแก่นจันทน์กฤษณา กลิ่น
 
ปากหอมดังดอกบัวนิลุบล เมื่อร่างกายพระมหาจักรพรรดิหนาว
 
ตัวนางแก้วจะอุ่น เมื่อร่างกายจักรพรรดิร้อนตัวนางแก้วจะเย็น
 
และนางแก้ว จะมีรสสัมผัสอันเป็นทิพย์


 
 
๖. คหบดีรัตนะ หรือ ขุนคลังแก้ว

พระมหาจักรพรรดิจะต้องทำทานรักษาศีล ๘ แล้วคำนึงถึงขุนคลังแก้ว มหาเศรษฐีผู้ประเสริฐ ก็จะเหาะมาหาพระองค์ ขุนคลังแก้วนี้ จะสามารถทำให้ มหาจักรพรรดิพอพระทัย ทุกประการ มีคุณวิเศษคือ มีตาทิพย์ หูทิพย์ และสามารถนำทรัพย์สมบัติมาได้แม้จะอยู่ที่ใดก็ตาม
 
 
๗. ปริณายกรัตนะ หรือ ขุนพลแก้ว
 
พระมหาจักรพรรดิจะมีโอรสพันกว่าองค์ ล้วนเป็นผู้แกล้วกล้า
 
แต่ลูกคนโตจะ ประเสริฐกว่าน้องทั้งหลาย ได้เป็นลูกแก้ว
 

ผู้แสดงความคิดเห็น ทศวรรษ ฉิมวงศ์ (amilk_tza-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-18 17:42:03


ความเห็นที่ 58 (1616502)

โอ้โห

น่าตื่นเต้นจัง

สมบัติแก้วของพระมหาจักรพรรดิ์

พระศรีอาริยเมตไตร

-------

 

ดูในแต่ละบทความแล้ว

 

มีความห่วงใย

อยู่มาก

ก็

ตรงที่ ทุกตำรา บอกว่า

 

ถ้าคนไม่สนใจ

การมาปรากฎตัวของ

พระศรีอาริย์

 

ภัยพิบัติใหญ่

ต้องเกิดแน่นอน นี่สิ

ปัญหา

 

อันที่จริง

ก็ดีเหมือนกันนะ

ให้เกิดภัยพิบัตใหญ่ก่อน

อย่างที่ คุณพ่อ ดร.อาจอง บอก

แล้วค่อยให้

พระศรีอาริย์ ปรากฎ เอง

 

แต่ อ.อุบล

จะเพียรพยายายาม

ให้ได้พบท่าน สักครั้ง ก่อนตาย

ก็ยังดี

 

ว่าชีวิตนี้

ได้พบ ผู้มีบุญหนัก ศักดิ์ใหญ่

รองมาจาก องค์พระปฐม

บรมธรรมบิดา

และ

ได้สร้างพระปฐมฯ

จิตเกาะเกี่ยวอยู่กับท่าน

กับ

พระศรีอาริย์

ตายแล้วจะไปไหน

ยังไง

ก็ได้กลับบ้าน แน่นอน

 

ใครจะไปด้วยกันบ้าง

 

แล้วใคร

อยากให้ภัยพิบัติ

เกิดก่อน แล้ว ค่อยพบ

พระศรีอาริย์

 

หรือว่า

จะสนใจค้นหา

พระศรีอาริย์ไปพลางก่อน

เผื่อฟลุ๊ค เจอจริงๆ

ภัยก็จะไม่เกิด

 

เอายังไงกันดี

พวกเรามั่นใจกันแค่ไหน

 

ว่าพวกเรา

จะได้อยู่จนถึงวัน

พบท่าน

 

มาตกลงกัน

หน่อยนะ

 

นี่เรื่องสำคัญนะ

ภัยก็จ่อคิวมาแล้ว

 

น้ำท่วม มาแล้ว

แผ่นดินยุบตัว มาแล้ว

แผ่นดินไหว มาแล้ว

โรคระบาด มาแล้ว

พายุ มาแล้ว

ลูกเห็บยักษ์ มาแล้ว

อะไร อะไร ก็มาแล้ว

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ (pamelasoap-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-18 19:11:18


ความเห็นที่ 59 (1616504)

พ่อใหญ่ธนาเอ๋ย

เห็นสมบัติแก้ว

คู่บารมีพระศรีอาริย์แล้ว

 

อ.อุบล

รู้สึกเป็นสุขใจยิ่งนัก

เพราะมันทำให้ อ.อุบล พ้นข้อกล่าวหา

ได้อย่างขาวสะอาด หมดจด

เหมือนซักด้วย ไฮเตอร์

เลยหละ

 

เพราะ

สมบัติที่ว่า

อ.อุบล คนนี้

 

 

 ไม่มีสักกะอย่าง

 

555 555 555

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ (pamelasoap-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-18 19:17:00


ความเห็นที่ 60 (1616531)

 แล้วตกลง

สมบัติแก้วนี่นะ

7 หรือ 9 ประการกันแน่นะ

ไหนใครรู้จริง ช่วยบอกหน่อยเร้ว

 

----------

แล้วไหน

ใครได้มโนยิทธิ

ก็ลองขึ้นไปถามพระหน่อยซิ

ว่า

สมบัติแก้ว จะมายังไง

มาเมื่อไหร่ เป็นความลับอีกไหม

 

ทำไมท่านให้เราหา

พระศรีอาริย์

ก่อนภัยพิบัติ

 

แต่ขณะเดียวกัน

ก็บอกว่า

พระศรีอาริย์ จะมาปรากฎ

หลังภัยพิบัติ

 

ตรงนี้

จะอธิบายยังไง

 

วัยรุ่นอย่างเรา

ปัญญาน้อย เลยสงสัย

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ (pamelasoap-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-18 20:19:00


ความเห็นที่ 61 (1616534)

พ่อทศวรรษนี่

ช่างไปหา ข้อมูลมานะ

ตกลง 7 หรือ 9 จ๊ะ

แล้วถามพระ หรือยัง ว่า

พระศรีอาริย์ จะได้สมบัตินี้ ปีไหนจ๊ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์ (pamelasoap-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-18 20:28:46


ความเห็นที่ 62 (1616556)

 

แต่ อ.อุบล

จะเพียรพยายายาม

ให้ได้พบท่าน สักครั้ง ก่อนตาย

ก็ยังดี

 

ว่าชีวิตนี้

ได้พบ ผู้มีบุญหนัก ศักดิ์ใหญ่

รองมาจาก องค์พระปฐม

บรมธรรมบิดา

และ

ได้สร้างพระปฐมฯ

จิตเกาะเกี่ยวอยู่กับท่าน

กับ

พระศรีอาริย์

ตายแล้วจะไปไหน

ยังไง

ก็ได้กลับบ้าน แน่นอน

 

ใครจะไปด้วยกันบ้าง

***************************

อ้อยขอติดตามอาจารย์กลับบ้านนิพพานด้วยนะคะ เพราะรู้สึกตัวเองมีความสุข เหมือนได้อยู่ใกล้ๆพระศรีอาริย์ตลอด  และยังได้มีโอกาสได้สร้างสมเด็จองค์ปฐม บรมธรรมบิดาอีกด้วย

เรื่องสมบัติแก้ว คู่บารมีพระศรีอาริย์นั้น อ้อยคิดว่าเป็นการบอกความนัยถึง พระศรีอาริย์ที่ตอนนี้เป็นมนุษย์  แต่กายในของท่านเป็นแก้วใส  ดังนั้นทุกๆสิ่งที่เป็นสมบัติของท่านก็ย่อมเป็นแก้วด้วย 

และหลักฐานที่ว่าตอนนี้ท่านได้ปรากฎกายขึ้นแล้ว ก็ดูจากคำทำนาย เรื่องความรุนแรงภัยพิบัติจากครูบาอาจารย์หลายๆท่านนั้น ดูรุนแรงมาก  แต่ที่ผ่านมาโดยเฉพาะในเมืองไทย ดูเหตุการณ์ไม่รุนแรงมาก  และเหตุการณ์ได้เลื่อนออกไปด้วย  นี่ขนาดที่ผ่านมา  ท่านยังไม่ยอมเปิดเผยตัวเอง

แต่ตอนนี้ท่านคงไม่สามารถปิดบังตัวเองได้อีกต่อไปแล้ว เนื่องจาก สิ่งที่ท่านมี ท่านเป็น ท่านทำได้นั้น ทั้งอิทธิฤทธิ์ บุญฤทธิ์  ได้ปรากฎให้ลูกบ้านสวนฯได้เห็น ได้สัมผัส  แบบฉับพลันทันที   ซึ่งลูกบ้านสวนฯทุกคนย่อมรู้ดี   แต่ตอนนี้น่าจะเป็นคิวของครูบาอาจารย์ผู้มีภูมิธรรมสูง  ที่จะมาคอนเฟิร์ม

อ้อยคิดว่าคนที่จะเป็นพระมหาจักรพรรดิ์  ปกครองคนทั่วโลก และได้รับความนับถือแม้จากโลกอื่นๆ  จะต้องมีความรู้ระดับสากล หรือระดับจักรวาล  แล้วมาดูสิ่งที่ ท่านอาจารย์ อุบลมี

ล้วนแล้วเป็นระดับสากล

รหัสลับจักรวาล อ.อุบลช่วยด้วย

องค์ความรู้ของพีระมิด และองค์สฟริงซ์

ทุกจักรวาลล้วนมาติดต่อกับท่าน

ข้อมูลเรื่องพระศรีอาริย์ที่พวกเราค้นคว้าหาหลักฐานมาล้วน  เป็นคุณสมบัติท่านอาจารย์ทั้งนั้น

เรียกว่ายิ่งเปิดเผยคุณสมบัติของพระศรีอาริย์มากเท่าใด

หลักฐานยิ่งมัดตัว และล้วนชี้ไปที่ท่าน อ.อุบลทั้งนั้น

ดังนั้นพวกเราหาหลักฐานเรื่องคุณสมบัติพระศรีอาริย์ให้มากๆนะคะ

เพราะจะเป็นหลักฐานให้ท่านอาจารย์ปฎิเสธไม่ได้แน่นอน

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อ้อย (ปาริชาต ชมภู) (parichat-dot-chompoo-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-18 22:04:31


ความเห็นที่ 63 (1616569)

ดูในแต่ละบทความแล้ว

 

มีความห่วงใย

อยู่มาก

ก็

ตรงที่ ทุกตำรา บอกว่า

 

ถ้าคนไม่สนใจ

การมาปรากฎตัวของ

พระศรีอาริย์

***

เท่าที่ดูจาก กิจกรรมธรรมะสัญจร ที่ผ่านๆมา คิดว่า มีแต่ผู้คนให้ความสนใจ "อนุสาสนีย์ปาฎิหารย์" ที่ท่านอาจารย์อุบล แสดง ทั้งในฝ่ายผู้ทรงศีล และ ฝ่ายการเมือง เรียกได้ว่า ไม่เคยมีใครทำแบบนี้ได้ คนน่าจะเอะใจบ้าง คิดว่าใกล้ถึงเวลาที่ พระศรีอาริย์ จะปรากฏ 

ผมคิดว่าการที่คนจะเชื่อ ยอมรับ เขาก็ต้องได้รับผลจริงๆแล้ว นี่ก็เป็นข้อพิสูจน์อย่างหนึ่งแล้ว ถ้ามีใครสักคน มาบอกว่าท่านนี้คือ พระศรีอาริย์ แต่ไม่มีข้อพิสูจน์ มันก็ยากที่จะเชื่อ

ผมคิดว่า อนุสาสนีย์ปาฎิหาริย์ คือสิ่งที่จะ พิสูจน์ คุณลักษณะ ของพระศรีอาริย์ได้ครับ

หลักกาลามสูตร ก็เคยบอกว่า อยาเชื่อตามตำรา หรือคัมภีร์

แต่สิ่งที่ หลายๆ คนเชื่อ นั่น เกิดจากผลที่ำได้รับจริงๆ แล้วจึงเชื่อ

แล้วก็รหัส อ.อุบล ช่วยด้วย คนที่เค้าใช้แล้วได้ผล ก็ต้อง เอะใจบ้าง และต้องตามหาที่มา ทุกๆอย่าง โยงมาที่อาจารย์หมดเลย 

 

แต่ อ.อุบล

จะเพียรพยายายาม

ให้ได้พบท่าน สักครั้ง ก่อนตาย

ก็ยังดี

 

ว่าชีวิตนี้

ได้พบ ผู้มีบุญหนัก ศักดิ์ใหญ่

รองมาจาก องค์พระปฐม

บรมธรรมบิดา

และ

ได้สร้างพระปฐมฯ

จิตเกาะเกี่ยวอยู่กับท่าน

กับ

พระศรีอาริย์

ตายแล้วจะไปไหน

ยังไง

ก็ได้กลับบ้าน แน่นอน

 

ใครจะไปด้วยกันบ้าง

***

     เห็นด้วยกับพี่อ้อยครับ ยังไง ขอติดสอยห้อยตามไปด้วยคนครับ คิดว่าชีวิตนี้ โชคดีเหลือเกิน ที่ได้ พบอาจารย์ได้มีโอกาสดีดี ในชีวิต  

 

    

ผู้แสดงความคิดเห็น วีร์พสุตม์ ลิ้มสกุลภักดี (เอิ้น) (weepasuth-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-18 23:01:26


ความเห็นที่ 64 (1616570)

 เห็นด้วยกับพี่อ้อยนะครับ

และคำว่าสมบัติแก้วนั้น

ผมคิดว่าเป็นแก้วสารพัดนึก

ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้เกิดปรากฏการณ์

อันมหัศจรรย์มากมาย

จากท่านอาจารย์อุบล


 

ผู้แสดงความคิดเห็น คมกริช นามมงคุณ (เบลล์) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-18 23:04:37


ความเห็นที่ 65 (1616577)

 

เห็นด้วยกับพี่อ้อยค่ะ
เพราะสมบัติแก้วต่างๆ
ที่น้องทศกล่าวมานั้น
ตุ้ยเองเห็นว่าเป็นสิ่ง

ที่พระศรีอารย์ได้มาครบแล้ว
ไม่ว่าจะเป็น.


1. จักรรัตนะ หรือ จักรแก้ว
อาจแปลได้ว่าคือธรรมจักร
ที่พระพุทธองค์ทรงประทาน
ให้ท่าน อ.อุบล ประจำกาย
ตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่มีการบำบัดแล้วนะคะ

2. หัตถีรัตนะ หรือ ช้างแก้ว
อาจจะเปรียบได้ว่าเป็น
เหล่าลูกศิษย์ที่ขออาสา
ที่จะมาช่วยกันกอบกู้
ทั้ง 3 สถาบันหรือไม่

3. อัสสรัตนะ หรือ ม้าแก้ว
อาจเปรียบได้กับการ
เดินทางไปไหนมาไหนของท่านอาจารย์
จะไปได้เพียงแค่ลัดนิ้วมือเดียว
สามารถย่นย่อระยะทางได้
ซึ่งพวกเราก็เคยทราบ
ว่าท่านอ.อุบล เคยใช้
วิธีย่นย่อระยะทางมาแล้ว


4. มณีรัตนะ หรือ แก้วมณี
อาจเปรียบได้ว่าเป็น
แสงฉัพพรรณรังสีรัศมี 6 ประการ
ที่พระพุทธองค์ประทานผ่านท่าน
อ.อุบลหรือไม่

5.อิตถีรัตนะ หรือ นางแก้ว
อาจเปรียบได้กับ
กสิน ทั้งดินน้ำลมไฟ
ซึ่งท่าน อ.อุบลของเราก็มี
และพาพวกเราฝึกกันด้วย

6. คหบดีรัตนะ หรือ ขุนคลังแก้ว
อาจเปรียบได้ว่าเป็น
ทรัพย์สมบัติต่างๆ อันอุดมณ์สมบูรณ์
ไม่ว่าจะเป็นข้าวปลาอาหาร
ที่ผู้คนนำมาร่วมทำบุญกับบ้านสวน
กินใช้เท่าไรก็ไม่พร่อง

7. ปริณายกรัตนะ หรือ ขุนพลแก้ว
อาจเปรียบได้ว่า
ท่าน อ.อุบลของเราก็มี
ลูกศิษย์ ลูกหา บริวารมากมาย
ที่ล้วนปฏิบัติตามคำสอนครูบาอาจารย์
ปรารถนากลับบ้านนิพพาน
โดยในกลุ่มลูกศิษย์นั้น
จะมีผู้นำที่คอยแบ่งเบา
ภาระท่านอาจารย์ได้มาก

และพวกเราไม่สงสัยหรือ
ว่าทำไมเบื้องบน
ทั่วทั้งจักรวาล
ถึงได้มีมติออกมา
ให้ใช้ชื่อ อ.อุบล
ในการกล่าว อ.อุบลช่วยด้วย
ทำไมไม่เป็น
"พระเจ้าคุ้มครอง"
หรืออะไรต่อมิอะไร


และไม่สงสัยหรือว่าทำไม
ในการทำให้ผู้คนพ้นทุกข์
จะต้องก้มลงกราบ
อ.อุบลด้วยศรัทธา

ทำไมไม่ไปกราบพระ

เกจิอาจารย์ต่างๆ

 

และไม่สงสัยเลยหรือว่าทำไม
บ้านสวนพีระมิดถึงรวมศาสตร์
ทุกแขนงมาไว้ที่นี่
รวมสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกๆอย่างมาไว้ที่นี่
ถ้าไม่ใช่เพราะ ท่าน อ.อุบล
มีภารกิจอันยิ่งใหญ่
และบ้านสวนจะต้อง

เป็นศูนย์กลางของโลก
อีกไม่ถึง 5 ปี

ตามที่พระพุทธองค์กล่าวไว้


ทั้งหมดนี้เป็นเพียง
การร่วมตามหาพระศรีอารย์
ในมุมมองของตุ้ยคนเดียวค่ะ
อาจจะผิดหรือถูกได้
ซึ่งมันเป็นความรู้สึก
ที่ขอเป็นส่วนหนึ่ง
มาช่วยกันค้นหา

ต่อเป็นจิ๊กซอว์ออกมา
เพราะเวลามีน้อยแล้ว
ตอนนี้พระศรีอารย์ท่านพร้อมแล้ว
เพียงแต่ต้องการข้อมูล
ให้เห็นเป็นเหตุเป็นผลเท่านั้นเองค่ะ
ตามการยอมรับของมนุษย์ทั่วๆไป
เพื่อที่จะไม่มีใครมาทักท้วงได้ค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ตุ้ย ศิริพร โฉมจันทร์ (kondee25121-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-18 23:24:24


ความเห็นที่ 66 (1616586)

สมบัติพระเจ้าจักรพรรดิ์ ตามตำราบอกไว้ว่า 7 ประการครับ ดังที่หลายๆท่านนำมาโพสไว้

ตอนนี้ก็เหลือแต่รอชมสมบัติแต่ละอย่างปรากฏตัวขึ้นมาอย่างเป็นทางการ

ผู้แสดงความคิดเห็น ธนา อรุณภิญโญพล (nirvana_time-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-18 23:46:36


ความเห็นที่ 67 (1616590)

จากการค้นหาและตามหาครูบาอาจารย์มานาน และได้มีโอกาสไปกราบและไปปฏิบัติธรรมกับครูบาอาจารย์ที่ผมเชื่อและมั่นใจว่าท่านติดต่อพระศรีอาริย์ได้แน่นอน

จนในขณะนี้ผมมั่นใจว่าสมบัติพระเจ้าจักรพรรดิ์ยังปรากฏไม่ครบ แต่ละค่อยๆปรากฏทีละอย่าง

และเราต้องศึกษาให้เข้าใจถ่องแท้นะครับ เช่นคำว่า พระเจ้าจักรพรรดิ์จะปกครองทุกทวีป คำว่าทวีป ไม่ใช่ ทวีปอเมริกา หรือเอเซียอย่างที่เราคิดนะครับ แต่เป็นความหมายเช่นว่า โลกแต่ละโลกที่มีคนอยู่ เช่น ชมพูทวีปคือโลกของเรา

ดังนั้นพระองค์ท่านจะปกครองทั้งจักรวาล ดาวที่มีผู้คนอาศัยอยู่ต่างๆก็จะอยู่กันอย่างมีความสุขภายใต้บารมีของพระองค์ท่าน

แต่ตามปกติแล้ว ยามใดที่มีพระพุทธศาสนาอยู่ พระเจ้าจักรพรรดิ์จะไม่มี ยกเว้นช่วงที่ว่างเว้นจากพระพุทธศาสนาถึงจะมีได้

ดังนั้นผมไม่แน่ใจว่าหากพระองค์ท่านจะทรงลงโปรดมนุษย์ในครั้งนี้จะมาในรูปแบบใด และสมบัติพระเจ้าจักรพรรดิ์จำเป็นต้องมีครบถ้วนไหม เพราะแค่ไม่กี่อย่างผมก็คิดว่าปกครองทั้งจักรวาลได้อย่างสบายอยู่แล้ว

ผู้แสดงความคิดเห็น ธนา อรุณภิญโญพล (nirvana_time-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-18 23:57:28


ความเห็นที่ 68 (1616623)

ฟังการตีความของพ่อใหญ่ธนาแล้ว

ก็น่าคิดนะคะ แต่ฟังดูเหมือน

อีกยาวไกลยังไงก็ไม่รู้

เพราะถ้าพระองค์ต้องมา

ตอนที่ไม่มีพุทธศาสนาอยู่..

ก็น่าจะเกินปีพ.ศ.5000ไปแล้ว

 

หรือ จะตีความให้แคบลง

อาจจะหมายถึง"กลียุค" ก็ได้

คือยุคที่ผู้คนไม่สนใจในพุทธศาสนา

ไม่สนใจธรรมหรือกรรม สนแต่ปากท้อง

ซึ่งก็คือ ในยุคเร็วๆนี้แหล่ะ 

 

เพราะได้ข่าวแว่วๆมาว่า

ตั้งแต่เดือนหน้านี้

อาจจะมีเหตุการณ์ปั่นป่วนมากมาย

ในระดับที่หนักหนาสาหัสมากๆ

ซึ่งอาจจะเข้าสู่"กลียุค"อย่างเป็นทางการ

 

ผู้คนจะแสดงความดิบ หยาบ

ต่ำ เลว โลภ ฯลฯกันมากขึ้น 

 

ฉะนั้น พระศรีอาริย์อาจจะมา

ปรากฏกาย เร็วๆนี้ก็ได้นะคะ

 

 

ส่วนการวิเคราะห์สมบัติคู่บารมี

ของพระศรีอาริย์ในแบบคุณตุ้ย

คุณอ้อย น้องเบลล์และ น้องเอิ้น

ก็ล้วนแล้วแต่เป็นประเด็นที่น่าคิดทั้งนั้น

 

 

ฉะนั้น ถ้าเลือกได้ ชนิดาขอเลือก

 

หรือว่า

จะสนใจค้นหา

พระศรีอาริย์ไปพลางก่อน

เผื่อฟลุ๊ค เจอจริงๆ

ภัยก็จะไม่เกิด

 

เพราะเราควรจะ ทำทุกอย่าง

ที่เราพอจะทำได้ก่อน

 

ถ้านิ่งเฉย รอภัยพิบัติเกิดแล้ว

ทั้งแผ่นดินไหว แยก ยุบ น้ำท่วม สาระพัด

ไม่รู้ว่าจะ"ฟลุ็ค" มีชีวิตเหลือรอด

ได้พบ"พระศรีอาริย์"หรือไม่

........................................

ชนิดาคิดว่า ถ้าทุกคน สนใจในธรรม

สนใจที่จะค้นหาพระศรีอาริย์

กันอย่างจริงๆจังๆ

 

รับรองว่า พระองค์จะแสดง"บุญฤทธิ์"

ให้พวกเราได้เห็นกันชัดๆว่า

ระดับสติปัญญาอันล้ำเลิศแห่งพระองค์

สามารถที่จะ"หยุดยั้งภัยพิบัติ"ได้แน่นอน

..................................

กราบอนุโมทนากับทุกๆธรรมทาน

ที่ท่านอาจารย์เมตตาเขียนอย่างละเอียด

กับการใช้ "ธรรมะบำบัด"

ที่วัดใหม่สันติธรรมด้วยนะคะ

 

เพราะเคสยากๆอย่างสามีหนูแหวน

ก็ยังกลับขั้วหัวใจ มาศรัทธาท่านอาจารย์

พร้อมกับสำนึกในบาปกรรมที่ทำมา

แล้วก็กล้าหาญ ยืดอก สารภาพ

ทุกบาปกรรมอย่างละเอียดซะด้วย

 

 

คิดๆดูแล้ว ในโลกนี้

ก็ไม่รู้ว่าจะมี"ผู้ใด"ทำได้

อย่างเช่นอาจารย์อีกหรือไม่

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ชนิดา เชิงสะอาด/CHANIDA ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-19 05:31:07


ความเห็นที่ 69 (1616624)

ป.ล. เมื่อคืน มีนักข่าว"ลอยเต้อ"

ฝั่งภาคพื้นยุโรปรายงานมาว่า

มีคนเข้ามาปั่นป่วน โดยล็อกอิน

เข้ามาในชื่อ คุณแมว

 

แล้วก็มาเขียนแซวเรื่อง"ลูกแก้ว"

ที่คุณแมวได้รับ

 

เฮ้อ..สงสัยจะมีคนแอบอิจฉา

คุณแมว..อีกละมั้งเนี่ย..

 

คุณมาร์ค ก็เลยปิดบ้าน

ไล่จับขโมย..ยาวเลย 

 

พวกเราก็เลยพลอยเข้าบ้านไม่ได้..

เมื่อคืนวาน ลูกบ้านสวนฯทั้งหลาย

ก็เลย ได้เข้านอนแต่หัวค่ำ..ไปหนึ่งวัน อิอิ

ผู้แสดงความคิดเห็น ชนิดา เชิงสะอาด/CHANIDA ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-19 05:42:43


ความเห็นที่ 70 (1616631)

 แต่ อ.อุบล

จะเพียรพยายายาม

ให้ได้พบท่าน สักครั้ง ก่อนตาย

ก็ยังดี

 

ว่าชีวิตนี้

ได้พบ ผู้มีบุญหนัก ศักดิ์ใหญ่

รองมาจาก องค์พระปฐม

บรมธรรมบิดา

และ

ได้สร้างพระปฐมฯ

จิตเกาะเกี่ยวอยู่กับท่าน

กับ

พระศรีอาริย์

ตายแล้วจะไปไหน

ยังไง

ก็ได้กลับบ้าน แน่นอน

 

ใครจะไปด้วยกันบ้าง

***********

กราบอาจารย์แม่

หากแม้นวันนี้ลูกตายลง ก็ไม่เสียใจแล้ว

เพราะได้พบกับอาจารย์แม่ ทีประเสริฐ

มีเมตตา ช่วยให้ลูกกลับตัวเป็นคนดี

สำนึกในบาปกรรมที่ได้สร้างมา และให้หยุดกรรมนั้น

ใส่ใจในศีล 5 ไม่ทำตัวเป็นภาระของสังคม

และที่สำคัญให้ลูกได้ร่วมสร้างบุญฯ

ให้พ้นทุกข์ ไม่ให้ยึดติดในรูปร่างภายนอก

ไม่ยิดติดในทรัพย์สินเงินทอง

เร่งสะสมบุญบารมี 

กราบ กราบ กราบ

**************

 

เพราะ

พระศรีอาริย์คือ

พระมหาจักรพรรดิ์

แห่งจักรวาล

 

 

โมทนากับพี่ตุ้ยด้วยนะคะ

อ่านแล้วเห็นภาพเลยค่ะ

ขออนุญาตคัดลอกมาอีกครั้งนะคะ
สมบัติแก้ว 7 ประการ คู่บารมีพระศรีอาริย์

 

 

1. จักรรัตนะ หรือ จักรแก้ว
อาจแปลได้ว่าคือธรรมจักร
ที่พระพุทธองค์ทรงประทาน
ให้ท่าน อ.อุบล ประจำกาย
ตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่มีการบำบัดแล้วนะคะ

2. หัตถีรัตนะ หรือ ช้างแก้ว
อาจจะเปรียบได้ว่าเป็น
เหล่าลูกศิษย์ที่ขออาสา
ที่จะมาช่วยกันกอบกู้
ทั้ง 3 สถาบันหรือไม่

3. อัสสรัตนะ หรือ ม้าแก้ว
อาจเปรียบได้กับการ
เดินทางไปไหนมาไหนของท่านอาจารย์
จะไปได้เพียงแค่ลัดนิ้วมือเดียว
สามารถย่นย่อระยะทางได้
ซึ่งพวกเราก็เคยทราบ
ว่าท่านอ.อุบล เคยใช้
วิธีย่นย่อระยะทางมาแล้ว


4. มณีรัตนะ หรือ แก้วมณี
อาจเปรียบได้ว่าเป็น
แสงฉัพพรรณรังสีรัศมี 6 ประการ
ที่พระพุทธองค์ประทานผ่านท่าน
อ.อุบลหรือไม่

5.อิตถีรัตนะ หรือ นางแก้ว 
อาจเปรียบได้กับ
กสิน ทั้งดินน้ำลมไฟ
ซึ่งท่าน อ.อุบลของเราก็มี
และพาพวกเราฝึกกันด้วย

6. คหบดีรัตนะ หรือ ขุนคลังแก้ว
อาจเปรียบได้ว่าเป็น 
ทรัพย์สมบัติต่างๆ อันอุดมณ์สมบูรณ์
ไม่ว่าจะเป็นข้าวปลาอาหาร
ที่ผู้คนนำมาร่วมทำบุญกับบ้านสวน
กินใช้เท่าไรก็ไม่พร่อง

7. ปริณายกรัตนะ หรือ ขุนพลแก้ว
อาจเปรียบได้ว่า
ท่าน อ.อุบลของเราก็มี
ลูกศิษย์ ลูกหา บริวารมากมาย
ที่ล้วนปฏิบัติตามคำสอนครูบาอาจารย์
ปรารถนากลับบ้านนิพพาน
โดยในกลุ่มลูกศิษย์นั้น
จะมีผู้นำที่คอยแบ่งเบา
ภาระท่านอาจารย์ได้มาก

และพวกเราไม่สงสัยหรือ
ว่าทำไมเบื้องบน
ทั่วทั้งจักรวาล
ถึงได้มีมติออกมา
ให้ใช้ชื่อ อ.อุบล
ในการกล่าว อ.อุบลช่วยด้วย
ทำไมไม่เป็น 
"พระเจ้าคุ้มครอง"
หรืออะไรต่อมิอะไร

สาธุ สาธุ สาธุ

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เบ็ญจากาญจน์ ศุภศิริว้ฒนา(วิ) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-19 07:08:27


ความเห็นที่ 71 (1616636)

 ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ เท่าที่ผมทราบปัจจุบันนี้ มีหลายจักรวาลที่กำลังอยู่ในช่วงของยุคของพระจักรพรรดิ์ครับ และประธานสูงสุดขององค์พระบรมจักรพรรดิ์จากนานาจักรวาลก็ได้มารับบัญชาจากองค์อชิตะสัมมาพระพุทธเจ้า ให้องค์พระจักรพรรดิ์ทำหน้าที่ปรับสมดุลธาตุของโลกมนุษย์ ที่มีแม่ธรณี แม่คงคา พระเพลิง พระพาย จะเป็นผู้รับบัญชาจากองค์พระบรมจักรพรรดิ์ ในการปรับสมดุลธาตุต่างๆ ในการสถาปนาพระจักรพรรดิ์นั้นองค์พระบรมจักรพรรดิ์ผู้เป็นประธาน จะเป็นผู้กล่าวโองการต่อหน้าพระพุทธองค์ ว่าจะให้ใครบนโลกมนุษย์รองรับบารมีและสามารถใช้อำนาจขององค์พระบรมจักรพรรดิ์ได้ หรือเป็นผู้รองรับบารมีของพระจักรพรรดิ์นั้นเอง

ดูๆไปก็คล้ายกับว่า ถ้าเป็นเรื่องของธรรมะหรือเรื่องของพระธรรมคำสอนต่างๆหรือเรื่องศาสนา จะเป็นหน้าที่ของพระพุทธองค์ที่จะสงเคราะห์หรือชี้ทาง แต่ถ้าเป็นเรื่องของวิสัยโลกเรื่องต่างๆ จะเป็นหน้าที่ของพระบรมจักรพรรดิ์ ครับ

เครดิต :คุณAunyasit เวปพลังจิต

ผู้แสดงความคิดเห็น ชวนินทร์ กฤตธกร (ก็อต) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-19 08:32:36


ความเห็นที่ 72 (1616637)

ส่วนเรื่องพระจักรพรรดิ์นั้น การทำงานของท่านเหล่านั้นค่อนข้างลึกลับ ไม่ค่อยเปิดเผยยกเว้นเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องบางคนและกาลนึงท่านก็จะบอกเรื่องนึง กาลต่อมาก็จะบอกเรื่องต่อๆมา แต่การปรากฏตัวของพระจักรพรรดิ์นั้นท่านกล่าวเพียงกว้างๆว่า หลังจากภัยพิบัติไปแล้ว จะได้พบกับท่าน แต่ท่านไม่ได้บอกว่าหลังจากภัยพิบัติไปแล้วยาวนานเท่าใดท่านจึงจะปรากฏตัว แต่ก็มีคนเราพวกนึงที่จะมีหน้าที่รองรับบารมีพระจักรพรรดิ์แต่จะเป็นใครบ้างผมไม่ทราบ ในช่วงระยะนี้ผู้ที่เขาทราบและเข้าถึงพระจักรพรรดิ์จะเป็นการรู้เฉพาะตนและมักจะไม่เปิดเผยตัว เท่าที่ผมทราบส่วนใหญ่เป็นสายพระโพธิสัตว์ที่สร้างบารมีมาแก่กล้าแต่ยังปกปิดตนเองอยู่เพื่อรอกาลเวลาทำหน้าที่ของตนเองครับ

เครดิต :คุณAunyasit เวปพลังจิต

ผู้แสดงความคิดเห็น ชวนินทร์ กฤตธกร (ก็อต) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-19 08:52:18


ความเห็นที่ 73 (1616733)

๓๘. แก้วมณีรัตนะ


ในจักกวัตติสูตร อังคุตตรนิกาย กล่าวถึงสมบัติของพระเจ้าจักรพรรดิว่า ประกอบด้วยแก้ว ๗ ประการ คือ

๑. จักกรัตนะ (จักรแก้ว) ๒. อิตถิรัตนะ (นางแก้ว)
๓. มณีรัตนะ (ดวงแก้ว) ๔. ปรินายกรัตนะ (ขุนพลแก้ว)
๕. คหปติรัตนะ (ขุนคลังแก้ว) ๖. หัตถิรัตนะ (ช้างแก้ว)
๗. อัสสรัตนะ (ม้าแก้ว)

จักรแก้ว เป็นเครื่องหมายประกาศความเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ อานุภาพแห่งจักรแก้วนั้น ยามปรากฏขึ้น จะดึงดูดเอามหาสมบัติทั้งหมดในสะดือทะเล (อยู่แถว ๆ ท้องทะเล แฮ่...) มาไว้ในท้องพระคลังหลวง และเป็นพาหนะให้ขุนพลแก้ว พาทหารทั้ง ๔ เหล่าทัพ เหาะไปปราบปรามในทวีปทั้งสี่ (เหมือนยานขนส่งอวกาศเลย...)

นางแก้ว เป็นอัครมเหสีคู่บารมีพระเจ้าจักรพรรดิ กลิ่นกายหอมเหมือนดอกอุบล หน้าหนาวเนื้อจะอุ่น หน้าร้อนเนื้อจะเย็น งามพร้อมด้วยเบญจกัลยาณีอิตถีลักษณ์ทุกประการ จะมีเทวดานำจากอุตรกุรุทวีปมาถวาย (ขอข้อยจั๊กคนแหน่...!)

ดวงแก้วมณีโชติ จะปรากฏผุดขึ้นใจกลางมหานคร แล้วเคลื่อนไปอยู่ในท้องพระคลัง ทำหน้าที่รักษาสมบัติของพระเจ้าจักรพรรดิ ให้มีเพียงพอเลี้ยงดูประชากรทั้งโลก ส่องสว่างอยู่ชั่วกาลนาน (เป็นทั้งยาม ทั้งนายบัญชีเลยนิ...)

ขุนพลแก้ว ผู้ประกาศบารมีของพระเจ้าจักรพรรดิ ให้ปรากฏไปตลอดทวีปทั้ง ๔ ใครไม่ยอมสวามิภักดิ์ ก็เป็นหน้าที่ของขุนพลแก้วที่จะปราบปรามให้ราบคาบ รบกับใครไม่มีคำว่าแพ้ ถ้าพระเจ้าจักรพรรดิสละราชสมบัติ ขุนพลแก้วก็จะขึ้นเป็นพระเจ้าจักรพรรดิแทน...

ขุนคลังแก้ว เป็นผู้ดูแลทรัพย์สมบัติของพระเจ้าจักรพรรดิ หากยามใดที่ทรัพย์สมบัติมีทีท่าว่าจะไม่พอเพียง ขุนคลังแก้วก็จะใช้ทิพจักขุญาณ มองหาขุมทรัพย์ใต้ดิน แล้วขุดขึ้นมาเก็บไว้ในท้องพระคลัง บ้านเมืองใดขัดสน ก็ขุดขึ้นมาให้เขาใช้จ่าย (ขอมั่งฮี่...)

ช้างแก้ว เป็นช้างเผือกตัวประเสริฐ สมบูรณ์บริบูรณ์ด้วยคชลักษณ์อันอุดมมงคล จะมาสู่โรงช้างต้นด้วยตนเอง ยามออกรบแค่ช้างศึกฝ่ายตรงข้ามได้กลิ่น ก็แตกพ่ายไปเอง (แบบว่ามันเก่งมาตั้งแต่เกิดน่ะ...ฮิ...ฮิ...)

ม้าแก้ว เป็นม้าอาชาไนยแห่งลุ่มน้ำสินธุ เกิดมาผ่าเหล่าผ่ากอ (เอ๊ะ..ชมหรือด่ากันแน่หว่า...?) ปรากฏเป็นลักษณะอันประเสริฐ มีฝีเท้าจัด ยามวิ่งเหมือนเดินบนที่ราบ (นี่มันอัสดรพันลี้ในกำลังภายในละมั้ง...?) จะเดินมาเข้ากรง เอ๊ย...โรงม้าด้วยตนเองเช่นกัน...


ในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะมณีรัตนะเท่านั้น เรื่องมีอยู่ว่า หลวงปู่ครูบา
 
ชุ่ม โพธิโก แห่ง วัดไชยมงคล (วัดวังมุย) จังหวัดลำพูน
 
ท่านเป็นหนึ่งในพระสุปฏิปันโน ที่หลวงพ่อฤาษีแนะนำให้ลูก ๆ ไปทำ
 
บุญด้วย ท่านมีวิชาปรอทสำเร็จ... คือท่านสามารถนำปรอทมาเสก
 
เป็นตัว เพื่อทำตะกรุดปรอทได้ อาตมาเคยได้มาดอกหนึ่ง
 
(ได้ให้ลูกปุ๊ก (สุมาลี ตีรเลิศพานิช) ไปแล้ว) อันวิชาปรอทสำเร็จนั้น
 
สุดจะยากเย็นแสนเข็ญอยู่แล้ว และความสามารถของหลวงปู่นั้น
 
หลวงพ่อเล่าว่า...

หลวงปู่ชุ่มสามารถเข้านิโรธสมาบัติด้วยอิริยาบถทั้ง ๔
 
(ปกติผู้ที่เข้านิโรธสมาบัติ จะเข้าได้เฉพาะอิริยาบถใดอิริยาบถหนึ่ง
 
ส่วนใหญ่ไม่นั่งก็นอน) ซึ่งหลวงพ่อเล่าว่าในชีวิตของท่าน ไม่เคยได้
 
ยินว่ามีใครทำได้อย่างนี้มาก่อนเลย...

แต่ความสามารถระดับนี้ของหลวงปู่ชุ่ม ท่านทำได้แค่เสกปรอทเป็น
 
ตัวเท่านั้น หลวงปู่บอกว่า ครูบาอาจารย์ของท่านสามารถเสกปรอท
 
เป็นแก้วได้ ปรอทนั้นมีทั้งตัวผู้ตัวเมีย
 
ถ้าเสกปรอทตัวเมียจะเป็นแก้วราหู
 
ถ้าเสกปรอทตัวผู้จะเป็นแก้วจักรพรรดิ...!


หลวงปู่ท่านไม่ใช่มีแต่ราคาคุยเท่านั้น ลูกศิษย์ใกล้ชิดบางท่านที่โชค
 
ดี ก็ได้รับแก้วราหูจากมือหลวงปู่ไปบูชา ส่วนแก้วจักรพรรดินั้นหลวงปู่
 
ได้รับมาแค่องค์เดียว วันหนึ่งหลวงปู่ซึ่งทราบวาระของท่านเอง
 
ก็ไปหาหลวงพ่อถึงวัดท่าซุง...

หลวงปู่ชุ่มได้มอบลูกแก้วจักรพรรดิแก่หลวงพ่อ พลางบอกว่า
 
 
หลวงพี่แก่แล้ว งานที่จะต้องทำไม่มีอีกแล้ว หลวงพี่ขอมอบแก้ว
 
จักรพรรดินี้ให้แก่หลวงน้องไว้ ต่อไปหลวงน้องต้องปกครอง
 
บริวารเป็นจำนวนมาก ลูกแก้วจักรพรรดินี้จะช่วยหลวงน้องได้
 
มาก...

หลวงพ่อสนองความเมตตาของหลวงพี่ (อดีตชาติท่านเป็นพี่จริง ๆ)
 
รับเอาลูกแก้วจักรพรรดิไว้ หลังจากนั้นไม่นาน หลวงปู่ชุ่มก็มรณภาพ
 
(เฮ้อ...ไม่น่ารับเล้ย รับแล้วหนีเลย) ส่วนหลวงพ่อก็พกแก้วจักรพรรดิ
 
ติดองค์เรื่อยมา...

ต่อมา... “พระ” ท่านเสด็จมาบอกหลวงพ่อว่า หลวงพ่อจะต้องทำงาน
 
ใหญ่ในกาลข้างหน้า ถ้าลูก ๆ ไม่มีความคล่องตัวในการเป็นอยู่
 
จะสนับสนุนหลวงพ่อได้ไม่เต็มที่ ขอให้ไปหาลูกแก้วมา ท่านจะช่วย
 
เสกให้ ผู้ที่ได้ไปจะเหมือนกับมีแก้วสารพัดนึกไว้ทีเดียว...

หลวงพ่อท่านขึ้นไปที่ดาวดึงส์ ขอดูลูกแก้วจักรพรรดิของท่านปู่พระ
 
อินทร์ ปรากฏว่ามีลักษณะเหมือนของหลวงปู่ชุ่มเปี๊ยบเลย กระทั่ง
 
สีสันก็แทบไม่แตกต่างกัน ท่านปู่บอกด้วยว่า ขอให้หลวงพ่อทำตามที่
 
พระท่านบอก ท่านปู่จะมาช่วยอีกแรงหนึ่ง...

หลวงพ่อให้ลูกศิษย์ไปหาลูกแก้วมา ลูกศิษย์ตัวดีก็เหลือเกิน ไปเหมา
 
ลูกแก้วเด็กเล่นที่บางลำพูมาทั้งกระจาด (จะให้ดีกว่านี้หน่อยก็ไม่ได้)
 
หลวงพ่อก็เมตตาทำพิธีให้ โดยมีแก้วจักรพรรดิเป็นองค์ประธาน
 
แล้วแจกจ่ายให้แก่ลูกศิษย์เป็นการภายใน ๒ วาระ ปรากฏว่าผู้ที่รับไป
 
ต่างก็มีผลทางด้านลาภเป็นที่น่าอัศจรรย์...

ต่อมาจึงทำแจกเป็นการสาธารณะ โดยใช้แก้วคริสตัลของออสเตรีย
 
เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งผู้ที่ได้ไปก็ประสพผลในด้านต่าง ๆ ทั้งลาภผล
 
แคล้วคลาด คงกระพัน เป็นสารพัดนึกจริง ๆ หลวงพ่อจึงเรียกว่า
 
แก้วมณีรัตนะ” คือ เหมือนกับมีแก้วจักรพรรดิไว้ในครอบครองนั่นเอง...

หลวงพ่อเองก็ออกปากว่า ตั้งแต่ได้แก้วจักรพรรดิมา การงานการเงินมี
 
ความคล่องตัวมาก ในองค์หลวงพ่อพกของมงคลอยู่เพียง ๒ อย่าง
 
คือพระบรมสารีริกธาตุ และลูกแก้วจักรพรรดินี้เอง
 
 
การพุทธาภิเษกทุกครั้ง หลวงพ่อต้องนำแก้วจักรพรรดิมาเป็นองค์ประธาน

ลูกแก้วจักรพรรดิที่หลวงปู่ชุ่มมอบให้ เป็นลูกแก้วขนาดเขื่องกว่าลูก
 
ปิงปองเล็กน้อย มีลวดลายคล้ายสีทองในเนื้อแก้ว เปล่งแสงสีม่วง
 
อ่อน เหลือบรุ้งสวยงามยิ่งนัก ต่อมางานของหลวงพ่อมากขึ้นทุกที
 
 
 
ท่านย่า  จึงมอบแก้วให้อีก ๑ องค์ บอกว่าเป็นองค์น้อง มีขนาดเล็ก
 
กว่านิดหน่อย หลวงพ่อก็ใช้ควบคู่กันเรื่อยมา...


อาตมาพบปาฏิหาริย์ของแก้วมณีรัตนะ อย่างชัดเจนที่สุดวาระหนึ่ง
 
คืออาตมาตีเช็คล่วงหน้าไป ถึงเวลาหาเงินเข้าบัญชีไม่ทัน ถ้าหาเงิน
 
สองแสนบาทไม่ได้ภายในสองวัน ก็คงติดคุกหัวโตกันบ้าง หันหน้าไป
 
พึ่งใครเข้าก็เบือนเป็นแถว (อีตอนพึ่งเราละวิ่งเข้าใส่...)

หมดท่าเข้าจริง ๆ อาตมาก็พึ่งลูกแก้วของหลวงพ่อ นำลูกแก้วมาตั้ง
 
เฉพาะหน้า
 
แล้วอธิษฐานขอเอาดื้อ ๆ จากนั้นก็ตั้งอกตั้งใจภาวนา
 
ผลที่ออกมาเหลือเชื่อ คือมีผู้ให้ยืมเงินจำนวนสองแสนบาท
 
โดยที่คนให้ยืมนั้น เคยเห็นหน้าอาตมาครั้งเดียวเท่านั้นเอง...!

ผู้ที่ได้แก้วมณีรัตนะรุ่นแรก (แก้วเด็กเล่น) ไป ถึงได้หวงกันเป็น
 
นักหนา ถึงลักษณะเป็นลูกแก้วเด็กเล่น แต่อานุภาพไม่ได้ล้อเล่นด้วย
 
ท่านปู่พระอินทร์บอกว่าอานุภาพเกือบเท่าของจริงเลยทีเดียว
 
(มิน่าล่ะ...ขออะไรได้อย่างนั้นเลย...)

แก้วมณีรัตนะรุ่นแรกนั้น อาตมาได้รับจากหลวงปู่มหาอำพัน
 
โดยที่ผู้ได้รับพร้อมกันมี พี่มุกดา (คุณมุกดา เพชรชื่นสกุล) เกียง
 
(มาลินี ตีรเลิศพานิช) ลูกปุ๊ก (สุมาลี ตีรเลิศพานิช) ต่างคนต่างรักษา
 
ยิ่งกว่าชีวิต เพราะของดีของมงคลที่รับจากมือครูบาอาจารย์แบบนี้
 
ใช่ว่ามีกันบ่อยเสียเมื่อไร รับจากคนอื่นอาจเป็นของปลอมก็ได้
 
ใครจะรู้...!

๒๘ มีนาคม ๒๕๓๓
พระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ

ผู้แสดงความคิดเห็น ทศวรรษ ฉิมวงศ์ (amilk_tza-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-19 18:28:52


ความเห็นที่ 74 (1616736)

 

 

                        แก้วจักรพรรดิ

  ( หลวงพ่อวัดท่าซุง ) 

 
ผู้แสดงความคิดเห็น ทศวรรษ ฉิมวงศ์ (amilk_tza-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-19 18:38:27


ความเห็นที่ 75 (1616737)

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ทศวรรษ ฉิมวงศ์ (amilk_tza-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-19 18:41:12


ความเห็นที่ 76 (1616738)

ผู้แสดงความคิดเห็น ทศวรรษ ฉิมวงศ์ (amilk_tza-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-19 18:42:24


ความเห็นที่ 77 (1616741)

กราบอนุโมทนาค่ะอาจารย์

และแล้วในที่สุด ก็มีไก่

ไร้อนาคตเข้ามาเชือดคอตัวเอง

ให้ลิง..อย่างพวกเราได้ดูกันเต็มๆตา

-*-*-*-*-*-*-*-

มันน่า ขัน อ่ะค่ะ

แต่ขันไม่ออก เพราะ

ไก่ถูกเชือดคอซะแว้ว.ว.ว.

น่า สม เพศ sssss

แต่ก็แปลกใจนะคะ

ว่าทำไม่ถึง แอบอ้างชื่อ

อ.อุบล อยากเป็น อ.อุบล

แห่งบ้านสวนพิรามิดจังเน๊อะ

หัวหด..สมองไรหยัก

แบบนี้ ทำไม

ไม่มีใครอยากใช้ชื่อ

กัญญ์วิญาณ์ สุวัฒนาพร

ต้า ต้าซู

TA TA Zoo

กันบ้างอ่ะ...

น่าคิด จัง..

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น แมว ประวีณา แค้มป์ (prawinakamp-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-19 19:11:41


ความเห็นที่ 78 (1616743)

คุณแมวได้มากกว่าใคร

ตั้ง 8 ลูกแน่ะ

 ดังนั้น

คุณแมว เข้าข่าย

ที่สุดนะ คุณชนิดา

 ลูกแก้วนี่

เห็นกับตา เลยนะ

555

-*-*-*-*-*-*-*-*-

โอ โห...

ไม่ได้เข้า เวปบ้านสวนฯ

ซะหลายวัน

โดนพาดพุงซะ..งั้นคร๊า

555++

ได้มา 8 ลูก เพราะมีนัยยะค่ะ

อ.อุบลแก้ว คือ ลูกที่ 8

มิน่าล่ะ นำไปคืน ครูบา

ครูบาก็บอกให้สะสม

ครบ 9 ลูก

ลูกที่ 9 นี่ต้องได้จาก

มือ อ.อุบล คร๊า

 

ผู้แสดงความคิดเห็น แมว ประวีณา แค้มป์ (prawinakamp-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-19 19:23:45


ความเห็นที่ 79 (1616777)

 

ทำไม

ไม่มีใครอยากใช้ชื่อ

กัญญ์วิญาณ์ สุวัฒนาพร

ต้า ต้าซู

TA TA Zoo

กันบ้างอ่ะ...

น่าคิด จัง..

ก็เพราะอ.มีชื่อเสียง

มีคุณงามความดี มีคนเคารพนับถือ

ลูกศิษย์เยอะแยะมากมาย

ทั้งฐานะ ทั้งหน้าตา ทั้งการกระทำ

ดูดีหมดทุกอย่าง

แบบนี้ก็คงไม่แปลกที่ใครๆ

ก็อยากจะเป็นอ.อุบลคร๊าพี่แมว

ทั้งอิจฉาตาร้อน ใช้ชื่อแอบอ้างก็แล้ว

ทำไมยังไม่มีคนมาศรัมธา

ทำไมมันหาคนให้ยืมสตางค์ยากจัง

ยากกว่าตอนอยู่บ้านสวนอีกนะ 555555+

และคิดว่าอ.แม่ก็คงไม่อยากเป็นคุณกัญญ์วิญาณ์แน่ๆค่ะ

เพราะเธอไม่มีอะไรดีสู้อ.แม่ได้เลย

ขนาด"ตัวเอง"ยังไม่อยากเป็น"ตัวเอง"เลยอ่ะ

ดูสิน่ารังเกียจขนาดไหน

55555555555555555555+

ผู้แสดงความคิดเห็น นันทนา แหกาวี ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-20 02:33:47


ความเห็นที่ 80 (1616783)

และคิดว่าอ.แม่ก็คงไม่อยากเป็นคุณกัญญ์วิญาณ์แน่ๆค่ะ

เพราะเธอไม่มีอะไรดีสู้อ.แม่ได้เลย

ขนาด"ตัวเอง"ยังไม่อยากเป็น"ตัวเอง"เลยอ่ะ

ดูสิน่ารังเกียจขนาดไหน

55555555555555555555+

........................................

รู้สึกว่า หลังๆมานี้ เค้าไม่ได้ปลอม

เป็นท่านอาจารย์อย่างเดียวนะ..น้องหญิง

วันดีคืนดีก็อยากเป็นคุณแมว

บางวันก็อยากเป็น พ่อใหญ่ธนา

แล้วก็..น้องหญิง ก็โดน..นิ

 

สรุปว่า อยากเป็นทุกคน

ยกเว้น "ตัวเอง" จริงๆด้วยอ่ะ...

.............................

คุณแมวหายหน้าไปจากเว็บนาน

ก็เลยโดนพาดไปหลายพุงเลยเนอะ

ไงก็ดูแลสุขภาพด้วยนะคะคุณแมว

เดี๋ยวจะม่ายมี"พุง"เหลือไว้ให้พาดอีก..อิอิ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ชนิดา เชิงสะอาด/CHANIDA ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-20 03:51:03


ความเห็นที่ 81 (1616784)

 

“แก้วมณีรัตนะ” คือ
เหมือนกับมีแก้วจักรพรรดิ
ไว้ในครอบครองนั่นเอง...

หลวงพ่อเองก็ออกปากว่า
ตั้งแต่ได้แก้วจักรพรรดิมา
การงานการเงินมีความคล่องตัวมาก
ในองค์หลวงพ่อ
พกของมงคลอยู่เพียง ๒ อย่าง
 
คือพระบรมสารีริกธาตุ
และลูกแก้วจักรพรรดินี้เอง
.................................................
เห็นรูป "แก้วจักรพรรดิ"ที่น้องทศ
นำมาฝากแล้ว สวยงาม อลังการมากๆ
 
ว่าแต่ยุคหลวงพ่อและลูกศิษย์วัดท่าซุง
มีแก้วจักรพรรดิ ที่ทำหน้าที่
เสมือน"แก้วสารพัดนึก" ให้ทุกคน
มีความคล่องตัวในทุกๆด้าน
 
ส่วนลูกบ้านสวนฯ
ก็มีรหัส"อ.อุบลช่วยด้วย"
ที่เป็นเสมือนแก้วสารพัดนึก
ที่แจกให้ใช้กันฟรีๆ
 
โดยไม่ต้องมีการบูชา
แต่ต้องมีศรัทธา
แถมใช้ได้ตลอดเวลา
และทุกๆเรื่องซะด้วย...
แก้วสาระพัดนึก
อย่าง"อ.อุบลช่วยด้วย"
คงจะเป็น "แก้วมณีรัตนะ"
หนึ่งใน สมบัติคู่บารมี
ของพระศรีอาริย์รึเปล่า..หนอ
 
 
 
อนุโมทนากับข้อมูลจากน้องทศ
แล้วก็ข้อมูลจากคุณก็อต ด้วยนะค๊า
ผู้แสดงความคิดเห็น ชนิดา เชิงสะอาด/CHANIDA ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-20 04:08:12


ความเห็นที่ 82 (1616790)

# 52

คุณนนทพร
เบื่อชีวิตแล้วหรือจ๊ะ
นี่ขนาดเงิน เยอะแยะ นะเนี่ย

กราบขอบพระคุณค่ะ อาจารย์
เบื่อชีวิตจริงๆค่ะ คิดไว้เสมอค่ะว่า
ชีวิตไม่มีความหมาย ลูก สามี ทรัพย์สิน ไม่มีความหมาย
ตายตอนนี้ก็ยอมค่ะ ถ้าถึงนิพพานได้ บางทีคิดบอ่ยๆ ก็หลุด แต่ก็ยังเกาะอยู่เยอะค่ะ

เงินทองก็ไม่ได้มีมากมายนักค่ะ ได้มามาก ค่าใช้จ่ายก็มากตามไปด้วย ก็พอไม่เดือดร้อนค่ะ คิดถึงอาจารย์มากที่สุดค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น นนทพร สไตล์เฮ้าส์ (alittlethai-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-20 05:24:58


ความเห็นที่ 83 (1616794)

บอกว่าจะเข้ามาเขียน พอดีไปทานบุฟเฟมา เดี้ยงเลย เป็นแบบนี้มาหลายครั่งแล้ว
ทั่งๆที่ไม่ได้ตักเนื้อสัตว์เลย เจอแต่ละครั่งไม่ซํ้ากันเลย ขอบคุณสิ่งศักด์สิทธ์ที่เมตตาลูกเจ้าค่ะ
แก้วมณีรัตน์ พี่นนนี่ ก็มีอยู่หลายองค์ค่ะ สมัยหลวงพ่อยังมีชีวิตอยู่ คุณวิเศษมีมากมาย พาเราไปเที่ยวหลายๆที่ได้ด้วย แต่ผู้ที่จะใช้ได้ผลก็ต้องเคารพพระพทุธองค์ ศีลห้าควบกรรมบถ ๑๐ เช่นกันค่ะจิตบริสุทธ์มากเท่าไรผลก็เท่านั้น คนไม่มีศีลเลยก็เหมือนลูกแก้วธรรมดา  วันนี้ก็ผัดอีกแร๊!
โมทนาบุญธรรมทานกับทุกๆท่านด้วยค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น นนทพร สไตล์เฮ้าส์ (alittlethai-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-20 05:49:22


ความเห็นที่ 84 (1616831)

 ขอบคุณ คุณวิ เบ็ญจากาญจน์ค่ะ

และทุกท่านที่ร่วมแสดงธรรมทานค่ะ

จริงๆ ตุ้ยก็วิเคราะห์เอาแบบ

ใช้ความคิดส่วนตัวเลยค่ะ

ก็พยายามหาเหตุผลมาประกอบ

ในสิ่งที่เราเห็นน่ะค่ะ

 

แต่อาจจะผิด หรือถูกก็ได้

อย่าเพิ่งเอาไปยึดถือว่าเป็นจริงนะคะ

แหะๆ ยังต้องช่วยกันตามหาต่อไปค่ะ

ยิ่งพบท่านไว ผู้คนก็ยิ่งรอด

อย่างที่ท่าน อ.อุบลบอกค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ตุ้ย ศิริพร โฉมจันทร์ (kondee25121-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-20 09:23:45


ความเห็นที่ 85 (1616866)

  

ข่าวดี

ในวันที่

22 มิถุนายน 2555

ขอเชิญพี่น้องบ้านสวนฯ

ที่ร่วมต้อนรับครูบาอริยชาติ

งานนี้จะมีผู้คนมาร่วมงาน

ทั้งสิ้นประมาณ

300 กว่าคน

ท่านสามารถร่วมเป็นเจ้าภาพออกโรงทานอาหารมังสะวิรัต ขนม ผลไม้ อื่นๆ ตามกำลังศรัทธา

ซึ่งสังฆทานนี้มีอานิสงค์ทำให้ทุกท่านมีสภาพการเงินคล่องตัว ไม่ฝืดเคือง ไม่อดอยาก ซึ่งลูกบ้านสวนฯทราบกันดีอยู่แล้วในข้อนี้

ท่านสามารถนำอาหารมาร่วมกันคนละเล็กละน้อยตามกำลัง หรือแม้แต่ผลไม้ผลเดียว เช่น ส้มผลเดียวก็นำมาร่วมได้ 

จึงขอเรียนเชิญทุกท่านนะครับ ใครประสงค์จะเป็นเจ้าภาพอาหารออกโรงทานก็ขอให้แจ้งในกระทู้นี้ด้วยนะครับ จะได้จัดพื้นที่ให้ท่านได้

ขออนุโมทนาบุญล่วงหน้ากับทุกๆท่านด้วยนะครับ สาธุ 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธนา อรุณภิญโญพล (nirvana_time-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-20 10:12:47 IP : 192.11.225.111

 

ผู้แสดงความคิดเห็น สิงห์เงิน อุดมศิริ ( ตาโต๊ะ ) (sing_toa-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-20 12:48:37


ความเห็นที่ 86 (1616962)

อนุโมทนากับข่าวดีๆจากพ่อใหญ่ธนา

แล้วก็คุณตาโต๊ะ ด้วยนะคะ

ที่ช่วยก็อปเพื่อกระจายข่าว

อย่างทั่วถึง ในทุกๆกระทู้

 

นับว่าเป็นข่าวดีสำหรับ

ลูกบ้านสวนฯอีกแล้วนะคะ

 

ที่จะมีโอกาสได้สร้างบุญใหญ่ๆ

ทำง่ายๆ และได้รับอานิสงค์

อันยิ่งใหญ่ในวันศุกร์นี้  ..

 

ตอนแรกที่ท่านอาจารย์เคยประกาศ

การมาเยือนของท่านครูบาอริยชาติ

ชนิดาก็กะๆว่า คงจะมีผู้ติดตาม

อย่างมากก็ไม่เกิน 50 คน

แต่มาวันนี้ จำนวนแขกมาเยือนบ้านสวนฯ

กว่า 300 คน

สงสัยจะเป็น ธรรมะจัดสรร อีกแล้วนะคะ

 

 

ชนิดาขออนุโมทนากับท่านอาจารย์อุบล

อ.มงคล คุณท็อป พ่อใหญ่ธนา คุณแมว

และลูกบ้านสวนฯทุกๆท่านด้วยนะคะ

สาธุ สาธุ สาธุ

................................

คุณตุ้ย อย่าได้เป็นกังวลเลยค่ะ

ว่าตนจะ วิเคราะห์"ผิด"หรือ"ถูก"

เพราะคุณตุ้ยเขียนมาได้ประเด็น

และมีคำอธิบายอย่างมีเหตุ

มีผลประกอบความคิดนั้น อย่างละเอียด

 

ฉะนั้น ชนิดาคิดว่า

เขียนในสิ่งที่ตนคิดน่ะ

ถูกต้องที่สุดแล้วค่ะ

.............................

อิอิ เพิ่งรู้ว่า เจ๊นนนี่ ก็มีแก้วมณีรัตนะ

ไว้ในครอบครองเช่นกัน

 

จะว่าไปก็คล้ายๆกับ

องค์พีระมิดจำลอง

ของลูกบ้านสวนฯเหมือนกันนะคะ

เพราะเราก็สามารถใช้

อธิษฐานขอได้ทุกอย่าง

ทั้งทางโลก ทางธรรม

แต่เน้นที่

ผู้ขอต้องมีศีลห้าอย่างครบถ้วน..

และเคารพพระพุทธองค์

สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และท่านอาจารย์อุบล 

เป็นสำคัญ

 

 

ว่าแต่ เมื่อไหร่จะได้ฤกษ์

มาเขียนซักทีล่ะเจ๊..รออ่านอยู่นะค๊า



 

ผู้แสดงความคิดเห็น ชนิดา เชิงสะอาด/CHANIDA ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-21 06:07:28


ความเห็นที่ 87 (1616967)

วามรู้ทางโลกก็น้อย ทางธรรมก็ยิ่งไม่มี ถ้าผิดผลาดประการใด โปรดอภัยด้วยค่ะ

ท่านแน่ใจแล้วหรือว่า เจอพระศรีอาริย์แล้ว?

ก็ขอตอบว่ายังไม่แน่ใจ ทำไมถึงไม่แน่ใจ?  เหตุผล ที่ไม่แน่ใจก็เพราะว่า ท่านนั้นตอ้งเป็นพระโพธิสัตว์ที่มาเกิดชาตินี้ และก็ยังไม่ปรารถนาที่จะไปพระนิพพานในชาตินี้เช่นกัน!
อาจารย์ อุบล ท่านบอกเสมอว่า ท่านไม่ตอ้งการอะไรมากไปกว่าขอเป็นลูกสาวท้าวเวสสุวรรณ และขอไปนิพพานชาตินี้ ในเมื่อท่านจะไปนิพพานแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่ท่านจะกลับมาเกิดเป็นพระศรีอาริย์อีก

เพราะผู้ที่ถึงชึ่งพระนิพพานแล้วท่านไม่กลับมาเกิดอีกแน่นอน!

อาจารย์ท่านก็ไม่เคยบอกด้วยว่า ถ้าท่านหมดอายุขัยเมื่อไร ท่านจะไปเกิดบนสวรรค์ชั้นดุสิต เผื่อรอมาตรัสรู้เป็นพระพทุธเจ้าในอนาคต

ท่านที่จะไปเกิดบนสวรรค์ ชั้นดุสิตได้คือ พทุธบิดา พุทธมารดา พระโพธิสัตว์ และพระโสดาบัน

อ่านคำที่อาจารย์เขียนว่าต้องการไปนิพพานชาตินี้ทีไร  คำนี้กระแทกหัวใจจนนํ้าตาซึมทุกทีค่ะ ท่านที่มีจิตเข้าถึงนิพพานแล้ว ท่านคงอึดอัดกับขันธ์ห้าเต็มที แต่ท่านมีสัญญามาท่านก็ต้องทำให้สำเร็จ

ผู้แสดงความคิดเห็น นนทพร สไตล์เฮ้าส์ (alittlethai-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-21 07:31:57


ความเห็นที่ 88 (1616968)

เรื่อง อิทธิฤทธ์  บุญฤทธ์ ไม่มีข้อสงสัยแน่นอน รอ้ยเปอร์เซ็น

ท่านได้กสิน ๑๐ อย่างก็เล่นฤทธ์ได้แล้ว (พูดตามหลวงพ่อบอกค่ะ) และท่านอาจารย์ ลุย เตวิชโช, ชรภิญโย, ปฎิสัมภิทัพปัจโต, ท่านยังได้รับพรจากสมเด็จพ่อองค์ปฐมอีก และเรื่อง ฉัพพรรณรังษี เรื่องอัศจรรย์ต่างๆ ในเมื่อจิตท่านใสเป็นแก้วแล้วอะไรก็ได้ทั่งนั้น เสกเช่นเดียวกับหลวงพ่อฤาษี โดยปรกติ ท่านก็มีพระพทุธเจ้าคุมท่านอยู่ ๔ พระองค์ หลวงพ่อเปลี่ยนสีได้ เวลาสมเด็จพ่อองค์ปฐมท่านคุมสีผิวหลวงพ่อก็คลํ้า (เมื่อกอ่นติดขันธ์ห้าท่านก็ไปชว่ยงานอยู่ใก้ลๆฟังท่านเล่าเรื่องต่างๆ)

สำหรับนารีขี่ม้าขาว ดูแล้วก็คล้ายๆกับอาจารย์ที่ท่านปฎิบัติภาระกิจอยู่ ณ ขณะนี้จังเลย

ผู้แสดงความคิดเห็น นนทพร สไตล์เฮ้าส์ (alittlethai-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-21 07:59:10


ความเห็นที่ 89 (1616973)

อาจารย์ อุบล ท่านเป็นอะไรก็ได้

เวลาสมเด็จพ่อองค์ปฐมเสด็จคุมอยู่ อ. ท่านก็เป็นสมเด็จองค์ปฐมได้
พระศีรอาริย์คุม ก็เป็นพระศรีอาริย์ได้ หลวงปู่หลวงพ่อคุม ก็เปนหลวงปู่หลวงพ่อได้
ตอนที่ไปบ้านสวน ใครพูดเรื่องพระศรีอาริย์ จิตเราก็ไม่คล้อยตาม และก็ยังไม่เชื่อ ก็เลยแอบถามพี่แอ้ด คุณพิภพ ลูกเขยป้าเนียร พี่เขาก็บอกเหมือนที่เราคิดเลย ว่าอาจารย์จะเป็นพระศีรอาริย์ก็ได้ เป็นใครก็ได้
กราบท้าอาจารย์เจ้าค่ะ สาธ สาธุ

ผู้แสดงความคิดเห็น นนทพร สไตล์เฮ้าส์ (alittlethai-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-21 08:17:10


ความเห็นที่ 90 (1616975)

แล้วพระศรีอาริย์ ท่านมาเกิดแล้วหรือยัง

สำหรับตังเองไม่ได้ข้นขว้าที่ไหนมา ได้แต่ฟังที่หลวงพ่อเล่าไว้บ้าง สมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านเป็นพระอรหันต์ปฎิสัมภิทาณาน ตั่งแต่ ก. ค. ๒๕๐๖ และได้กรรมฐาน ๔๐ ครบถ้วน ถ้าจำไม่ผิด เป็นองค์สุดท้ายของกัปษ์นี้ที่ได้กรรมฐานครบทั่ง ๔๐ กอง (ลูกกราบขอขมาเจ้าค่ะถ้าความจำผิดผลาด)

ที่พี่ๆนอ้งๆเราที่ค้นหามาให้อ่าน (ขอบคุณมากค่ะขอโมทนาบุญ)  ก็คอ่นข้างจะสับสน แต่ระตำราไม่คอ่ยตรงกันเท่าไร หลวงพ่อท่านเคยบอกว่า สมเด็จพระศีรอาริย์ ก็มาชว่ยงานท่านเสมอๆ สมัยกอ่นหลวงพ่อเรียกท่านว่า ท่านปรีชาทรงธรรม ท่านชว่ยหลวงพ่อทั่งงานก่อสร้างและอื่นๆ พระศีรอาริย์ ยังได้ฝากคนของท่านไว้กับหลวงพ่ออีกหลายแสนคน เพื่อแนะนำข้อธรรมะต่างๆ เพื่อเตรียมตัวที่จะไปเกิดในยุคของท่าน

เรื่องที่สับสนอีกเรื่อง

ก็คือ ตอนฝึกมโนมยิทธิ ตั่งแต่หลวงพ่อยังอยู่ จนเดี๋ยวนี้(เองก็ยังไม่ดีไม่แจ่มใสหรอก) ท่านให้ไปกราบ พระศีรอาริย์ ที่ชั้นดุสิต และกราบหลวงปู่ปานเสมอ กราบก็เห็นท่านเป็นรูปเทวดาประจำ

ผู้แสดงความคิดเห็น นนทพร สไตล์เฮ้าส์ (alittlethai-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-21 08:51:20


ความเห็นที่ 91 (1616976)

  อนุโมทนากับธรรมทานของพี่นนทพรด้วยค่ะ

สำหรับมุมมอง  และข้อคิด  ซึ่งมุมมองของพี่นนทพร

ก็จะคล้ายของคุณ ธนกร ที่เขียนไว้ว่า

"อาจารย์อุบล ไม่น่าจะใช่ พระศรีอาริย์

เพราะเนื่องจาก เห็นว่าอาจารย์อุบล  ท่านจริงๆแล้ว ปรารถนา นิพพาน แต่ ถ้าเป็นพระศรีอาริย์ ท่านขณะนี้เป็นพระโพธิสัตว์ ย่อมยังไม่หวังนิพพานเป็นแน่   และข้อที่สอง องค์ที่ท่านโดนทำนายไว้ เป็นพระอชิตะ ที่เป็นบุตรของ พระเจ้าอชาตศัตรู ซึ่งเท่าที่อ่านๆมานั้น อาจารย์อุบลอาจจะเกี่ยวพันเป็นน้อง ของพระเจ้าอชาตศัตรูแทน"

*************

      สำหรับตัวเอง  ท่านอาจารย์อุบลจะเป็นใครไม่ทราบ

แต่รู้เพียงว่า  ท่านคือ  ผู้ที่สอนธรรมะแล้ว 

ทำให้เราอยากเปลี่ยนตัวเองในทันที

และเป็นู้ที่จะนำพวกเราไปนิพพานได้ 

ถ้าเราทุกคนปฏิบัติตามที่ท่าน

ได้อบรมสั่งสอนมา  ท่านอาจารย์บอกเสมอว่า 

เมื่อใดที่เรารักษาศีล 5

ได้บริสุทธิ์  เราก็จะพบพระศรีอาริย์เอง 

ดังนั้นถ้าเราต้องการพบ

พระศรีอาริย์  เราจะต้องเป็นคนมีศีลที่บริสุทธิ์ก่อน  

เราถึงจะพบท่านได้

เพราะฉะนั้นขอรักษาศีลให้บริสุทธิ์ก่อน

(ต้องทำทันที) แล้วเราก็จะพบสิ่งที่เราค้นหา

      ถ้าอย่างนั้น  ที่ท่านอาจารย์อุบล 

ท่านให้พวกเรารีบค้นหาพระศรีอาริย์

ก่อนที่ภัยพิบัติจะเกิดขึ้น  ก็คือ  

ให้เรารีบเปลี่ยนตัวเอง  ให้เป็นคนมีศีล

ให้ได้เร็วที่สุด  เพื่อพลังความดีจะได้ช่วยบรรเทาเหตุร้ายต่าง ๆ

ให้ทุเลาลง  หรือไม่เกิดเลย  แล้วเราก็จะได้เข้าสู่

ยุคพระศรีอาริย์ 

ขอแสดงความเห็นตามความคิดของตัวเองนะคะ

ด้วยสติปัญญาอันน้อยนิด

   

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ฉวีวรรณ นภาพรรณราย (ตาล) (cha2508-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-21 09:14:36


ความเห็นที่ 92 (1616977)

 

แล้วทำไมอาจารย์ถึงให้ไปตามหาพระศรีอาริย

โดยเฉพาะตั่งทีมพิเศษ คุณ กัญภัทร์ เฟื่องฟู(แก้ว) ก็ขอเดาๆนะน่าจะมีนัยยะอะไรซักอย่าง ก็คิดว่าถ้าน้องแก้วไปตามหาพระศรีอาริย์เจอเฉยๆ คงไม่หายจากรคที่เป็นอยู่แน่นอน
คิดว่าน้องเขาต้องปฎิบัติ ศีล ๕ ควบกรรมบถ ๑๐ ให้ครบถ้วน ทำตัวให้เป็นพระอริยเจ้าให้ได้   รวมทั่งชาวโลก และเราๆ ท่านๆด้วย
เมื่อทุกคนปฎิบัติได้เช่นนั้นแล้ว โลกพระศีรอาริย์ คงบังเกิด หมายความว่าโลกมนุษย์ก็จะคล้ายกับ ยุคพระศรีอาริย์ ซึ่งไม่จำเป็นตอ้งพบเจอท่าน

อาจารย์ท่านถึงคอยเคี่ยวเข็นให้เราๆทั่งหลาย ละโลกธรรมทั่ง ๘ ให้ได้

คิดว่าชว่ยกันคิดวิเคราะแล้วกันนะค่ะ ถ้าสิ่งไหนตัวเขียนใดไม่ถูกใจซึ่งกันและกันกราบขออภัยทุกๆท่านที่เข้ามาอ่านด้วยค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น นนทพร สไตล์เฮ้าส์ (alittlethai-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-21 09:19:55


ความเห็นที่ 93 (1616980)

เห็นด้วยกับน้องตาลค่ะว่า เราต้องทำทันที และทำให้ได้ เวลาเหลือน้อยเต็มที แก่ก็ตาย หนุ่มสาวก็ตาย เด็กก็ตาย ความตายไม่มีนิมิต ไม่เครื่องหมาย เกาะพระ เกาะพระนิพพาน เป็นอารมณ์ ปฎิบัติตามพระพทุธองค์ หลวงปู่ หลวงพ่อ อาจารย์ อุบล เป็นทางตรงที่สุด
โมทนาธรรมทาน กับน้องตาลด้วยเช่นกันค่ะ
สาธ สาธุ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น นนทพร สไตล์เฮ้าส์ (alittlethai-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-21 09:36:15


ความเห็นที่ 94 (1617064)

ที่มาจาก เว็ปพลังจิต (คุณ Aunyasit)

 

ยุคพระจักรพรรดิ์ในกึ่งพุทธกาลนี้จะเป็นยุคของพระจุลจักรพรรดิ์ (ยุคพระพุทธเจ้าแบบปัญญาธิกะ) จะมีพระมหาจักรพรรดิ์(ในยุคพระพุทธเจ้าแบบศรัทธาธิกะ)และจะมีพระบรมจักรพรรดิ์ (ในยุคของพระพุทธเจ้าแบบวิริยาธิกะ)

ในการสถาปนาพระจักรพรรดิ์นั้น พระบรมจักรพรรดิ์ที่เป็นใหญ่ในอนันตจักรวาล จะเป็นผู้ขออนุญาตพระพุทธเจ้า เพื่อสถาปนาพระจักรพรรดิ์
จากนั้นพระบรมจักรพรรดิ์ผู้เป็นใหญ่จะอธิษฐานแก้ว 7 ประการให้เคลื่อนเข้าสู่อาณาเขตของโลกนั้นๆที่จะมีพระจักรพรรดิ์อุบัติขึ้น โดยเฉพาะจักรแก้วอาวุธประจำกายที่เป็นอำนาจของพระจักรพรรดิ์นั้นจะ บังคับ/สั่งโดยจิตของผู้มีอำนาจพระจักรพรรดิ์ จักรแก้วนี้เป็นรองเฉพาะจักรของพระพุทธเจ้าเท่านั้น

ในกาลที่ เกิดภัยพิบัตินั้นจะมีความแปรปรวนของธาตุต่างๆและจะเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับ การเคลื่อนที่ของจักรแก้ว ที่จะเป็นของคู่บารมีพระจักรพรรดิ์ เข้าใจว่าจักรแก้วนั้น ปัจจุบันอยู่ใต้มหาสมุทรและจะเคลื่อนที่มาพร้อมๆกับเวลาของภัยพิบัติ

สำหรับเรื่องของพระจักรพรรดิ์นั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องของนิทานหรือตำนาน แต่เป็นสิ่งที่มีอยู่จริง แบบเรื่องของพระพุทธเจ้านั่นแหละ หากเรามีหน้าที่และ ปฏิบัติจิตไปถึง ก็จะเข้าใจ ว่าการสั่งสมบารมีในพระพุทธศาสนาจนได้รับการยอมรับหรือได้รับการอนุโมทนา สาธุการจาก 31 ภพภูมิในสามโลกแล้ว จะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 9 พระองค์ (มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน) เป็นผู้อนุญาตในการใช้บุญญฤทธิ์ของพระจักรพรรดิ์ เพื่อปกครองโลกโดยศีลธรรม

หรือแม้กระทั่งการเคลื่อนที่ของจักรแก้วของพระจักรพรรดิ์นั้น เมื่อจักรแก้วเคลื่อนที่จากมิติเร้นลับเข้ามาในเขตของภพภูมิแห่งโลกมนุษย์ นั้น อานุภาพของจักรแก้วนั้นจะทำให้สั่นสะเทือนไปทั้ง 3 โลก ดังนั้นในการอัญเชิญจักรแก้วเข้ามาในเขตของมนุษย์โลกนั้น พระบรมจักรพรรดิ์ผู้เป็นใหญ่ในจักรวาลจะขออนุญาตจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่ออัญเชิญแก้ว 7 ประการ จากมิติเร้นลับมาสู่โลกมนุษย์ เพราะว่าการเคลื่อนเข้ามาของแก้ว 7 ประการนั้นจะกระเทือนไปถึง 31 ภพภูมิและกระทบต่อโลกมนุษย์ด้วย 

เท่าที่ผมฟังดูก่อนที่พระบรมจักรพรรดิ์จะอัญเชิญแก้ว 7 ประการนั้น ท่านจะทำการสักการะพระพุทธเจ้าก่อน ท่านสวดมนต์เป็นภาษาแปลกๆ แต่มีพลังสูงมาก ท่านเหล่านั้นมีความนอบน้อมต่อพระพุทธเจ้าเป็นอย่างมาก

แก้ว 7 ประการเป็นของคู่บารมีพระจักรพรรดิ์, พระยาธรรมิกราช นั้นเป็นเสมือนพระสังฆราชของโลก พระจักรพรรดิ์นั้นเป็นเสมือนนายกรัฐมนตรีของโลกครับ ส่วนวาระของภัยพิบัตินั้นจะเป็นกาลเริ่มต้นยุคของผู้บำพ็ญเพียร เพื่อสร้างบุญบารมีไปสู่ยุคศาสนาของพระศรีอริยเมตตรัย ครับ

หากภัยพิบัติ-โรคระบาด-สงคราม เกิดขึ้น 
สภาพของความเป็นรัฐประเทศ ทั่วทั้งโลกจะเปลี่ยนแปลงครับ ระบบการปกครองทั่วโลกจะเปลี่ยนแปลงทั้งหมด จะเป็นการปกครองรวมศูนย์เป็นหนึ่งเดียว อย่างประเทศไทยกับประเทศลาวก็จะรวมกัน และประเทศทั่วโลกจะมาขอพึ่งบารมีประเทศไทย เพราะจะปรากฏพระจักรพรรดิ์ขึ้นในประเทศไทย พระยาธรรมิกราชก็จะปรากฏขึ้นเช่นกัน ถึงเวลานั้นพระจักรพรรดิ์จะครองโลก อีกวาระนึงในกึ่งพุทธกาลของพุทธันดรที่ 4 หลังภัยพิบัติเราจะได้พบเห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็น อย่างทรัพย์ต่างๆจะผุดขึ้นมาจากบุญบารมีของผู้สั่งสมบารมีมา เมื่อถึงเวลาจะมีการซ้อนมิติภพภูมิเข้ามารวมกัน จะเป็นวาระการเปิดสามโลกให้บางภพภูมิเชื่อมเข้าหากัน อันนี้เป็นความซับซ้อนของมิติภพภูมิ แต่ทุกสิ่งที่ผมบอกมานั้นมีอยู่จริงครับ สามารถสื่อสารกันได้ แต่ต้องรอกาลเวลาที่ภพภูมิจะมาเชื่อมเข้าหากันก่อนครับ

และในโลกอันมืดมิดชั่วระยะนึง หลังจากนั้นจะปรากฏแสงสว่างขึ้น อันเนื่องมาจากการปรากฏขึ้นของแก้วจักรพรรดิ์และแก้วบริวาร ขณะนี้ระบบของพระจักรพรรดิ์กำลังเคลื่อนเข้ามาจ่อรอซ้อนเข้ามากับมิติภพภูมิ โลกมนุษย์ เพื่อรอสงเคราะห์มนุษย์ผู้มีศีลธรรมในยามคับขันจากภัยพิบัติครับ แน่นอนว่าเราจะต้องช่วยเหลือตัวเองจนถึงที่สุดซะก่อนครับ

เมื่อไม่นานมานี้โลกมนุษย์เราได้มีการสถาปนาองค์พระจักรพรรดิ์ขึ้นแล้ว โดยมีพระพุทธเจ้าเป็นองค์ประธาน องค์บรมจักพรรดิ์ผู้เป็นใหญ่อยู่ในอนันตจักรวาล ท่านเสด็จมาเป็นประธานและเป็นผู้ขออนุญาตพระพุทธองค์สถาปนาพระจักรพรรดิ์ของ ระบบสุริยจักรวาล บทสวดมนต์ที่ท่านสวดถวายพระพุทธองค์เป็นภาษาที่ฟังดูแล้วมีความพิเศษมาก จึงใกล้ถึงกาลเวลาสำหรับผู้ที่จุติมาเพื่อทำหน้าที่ร่วมกับองค์พระจักรพร รดิ์ จะได้ใช้บุญญฤทธิ์เพื่อการสงเคราะห์โลกอีกวาระนึง

หลังภัยพิบัติก็จะได้เห็นอัญญาสิทธิ์และอัญญาธรรมว่าเขาเป็นกันอย่างไร หลังจากเกิดภัยพิบัติขึ้นแล้ว พระจักรพรรดิ์จะเป็นผู้ทำหน้าที่(ตามพุทธบัญชา)ในการควบคุมธาตุทั้งสี่ให้ กลับสู่ความสมดุล ครับ จากนั้นก็จะมีการสถาปนาระบบการปกครองในยุคพระจักรพรรดิ์ อัญญาสิทธิ์ อัญญาธรรมก็จะปรากฏตัวออกมาทำหน้าที่ ผู้ที่ทำหน้าที่ในนามพระจักรพรรดิ์นั้นจะเกี่ยวข้องกับดวงจิตดวงสุดท้ายของ พระศรีอริยเมตตรัย ครับ 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เจิดหทัย สุวรรณากาศ (หนึ่ง) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-22 01:50:26


ความเห็นที่ 95 (1617071)

อิอิเพ่งรู้ว่าเจ๊นนนี่มี

 แก้วมณีรัตนะ

 

 แหวนรุ่นพระจักรพรรดิ์ ยังมีเลยค่ะน้อง ชนิดา
ทุกสิ่งทุกอย่างท่านก็ทำมาจากพระพทุธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณแหละน้อ
ถ้าเราไม่มีศีลซะอย่างเดียวสิ่งศักด์สิทธ์ก็คงช่วยไม่ได้หรอกนะ
อนุโมทนาธรรมทานกับนอ้งชนิดาในการเขียนธรรมทานมาอย่างยาวนานค้าา!


อนุโมทนาธรรมทานกับคุณเจิดหทัยด้วยค่ะ

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น นนทพร สไตล์เฮ้าส์ (alittlethai-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-22 04:13:22


ความเห็นที่ 96 (1617075)

 

จารึกในแผ่นทอง ใต้แท่นพระประธาน โบสถ์วัดท่าซุง
เรา พระมหาวีระมีพระราชา นามว่าภูมิพล เป็นผู้อุปถัมภ์ร่วมด้วยพทูธศาสนิกชนส่วนให่ญ สร้างวัดนี้เป็นพทุธบูชา เมื่อศักราชล่วงไปแล้ว ๒๗๐๐ ปีปลาย
จะมีพระเจ้าธรรมิกราช นามว่าศิริธรรมราชา สืบเชื้อสายมาจากเชียงแสนและ สุโขทัย รว่มกับพระอรหันต์ จะมาบูรณะวัดนี้ สืบพระศาสนาต่อไป ขณะของเราขอโมทนา แต่อยู่ชว่ยไม่ได้ เพราะไปพระนิพพานหมดแล้ว
สร้าง พ ศ ๑๕๑๗
แล้วเสร็จ  ๑๕๑๙

ทีเอามาเขียนจะได้ช่วยกันคำนวน ว่าอีกกี่ปีวัดท่าซุงถึงจะสลาย และพระเจ้าธรรมิกราชจะมาบูรณะ. ณ ขณะนี้ท่านเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันก็ปฎิบัติตามรอยพระเดชพระคูณหลวงพ่ออย่างเคร่งคัด ตอนนี้ก็บูรณะวัดอย่างหนัก ทำแม้กระทั่งกำแพงกั้นนํ้าที่วิหารรอ้ยเมตร ที่เก็บพระศพหลวงพ่อ งบประมานมหาศาล

ณที่วิหารร้อยเมตรก็จะมีมลดปอยู่ข้างพระพทุธชินราช สำหรับญาติโยมที่เอาเครื่องเพรช ทองไปใส่ แต่ตอนนี้ปิดไปแล้ว หลวงพ่อบอกว่าเพรชทองต่างๆ ถวายไว้เป็นพทุธบูชา และในการต่อไปพระเจ้าจักรพรรดิ์จะได้เอาไปช่วยชาวโลกต่อไป

ผู้แสดงความคิดเห็น นนทพร สไตล์เฮ้าส์ (alittlethai-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-22 04:51:40


ความเห็นที่ 97 (1617077)

ตอน ที่ไปบ้านสวน ใครพูดเรื่องพระศรีอาริย์

จิตเราก็ไม่คล้อยตาม และก็ยังไม่เชื่อ

ก็เลยแอบถามพี่แอ้ด คุณพิภพ ลูกเขยป้าเนียร

พี่เขาก็บอกเหมือนที่เราคิดเลย

ว่าอาจารย์จะเป็นพระศีรอาริย์ก็ได้ เป็นใครก็ได้

เขียนโดย พี่นนทพร

.......................................

อนุโมทนากับทุกๆข้อความ

จากเจ๊นนนี่ ด้วยนะค๊า

อุตส่าห์"อั้น"ไว้ซะตั้งนาน

และแล้วก็ได้ฤกษ์เขียนจนได้ อิอิ

 

ทุกประเด็นที่พี่ยกมา

อ่านแล้วมีเหตุมีผลนะคะ

ฉะนั้น ไม่ว่าใครจะเห็น"เหมือน"

หรือ "ต่าง" ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ

 

แต่ทุกคนต้องเดินไปในเส้นทาง

"ธรรม" เส้นเดียวกัน

เพื่อค้นหาองค์พระศรีอาริย์ให้พบ

ด้วย"จิต"ของตนเอง


แต่ก็อย่างที่คุณพี่ พิภพ

ได้สรุปไว้นั่นแหล่ะว่า

ท่านอาจารย์จะเป็นพระศรีอาริย์ก็ได้

หรือ เป็นใครก็ได้

 

เพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ผู้ยิ่งใหญ่

ในสากลจักรวาลนี้

ก็ล้วนแล้วแต่สถิต

อยู่กับท่านอ.อุบล ทั้งสิ้น

 

ฉะนั้น ท่านอ.อุบล

จะเป็น"พระองค์ใด"หนอ

 

แต่ที่แน่ๆ ในครั้งที่พระพุทธองค์

มาสื่อผ่านพ่อใหญ่ธนา

พระพุทธองค์ได้เรียกท่านอาจารย์อุบลว่า

"พระยาธรรมมิกราช"

สาธุ

ผู้แสดงความคิดเห็น ชนิดา เชิงสะอาด/CHANIDA ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-22 05:15:54


ความเห็นที่ 98 (1617079)

ไขปริศนาวัตถุลึกลับใต้บอลติก

18 มิถุนายน 2555 เวลา 12:33 น. 

นักสำรวจเผยภาพวัตถุลึกลับอยู่ใต้ทะเลบอลติก

เส้นผ่านศูนย์กลาง 60 ม. แถมพบรอยไถลบนพื้นเป็นทางยาว



เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา

นักสำรวจใต้สมุทรได้เปิดเผย

ภาพของวัตถุลึกลับนอนนิ่ง

อยู่ที่ใต้ท้องทะเลบอล ติก

ระหว่างประเทศสวีเดนและฟินแลนด์

วัตถุประหลาดชิ้นนี้มีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 60 ม.

มีความสูงราว 3-4 ม.

เป็นรูปทรงกลมและโค้งมนคล้ายกับดอกเห็ด

นอกจากนี้ นักสำรวจยังพบทางเรียบใต้ทะเลที่มีลักษณะคล้ายรันเวย์สนามบินความยาว 300 ม. และไปสิ้นสุดตรงจุดที่วัตถุประหลาดนอนนิ่งอยู่ ราวกับว่าเป็นจุดลงจอดหรือเป็นร่องรอยจากการไถลไปตามพื้น

แม้จะยังไม่ทราบแน่ชัดว่า คืออะไร นักสำรวจชาวสวีเดนและผู้สนใจจากทั่วโลกตั้งข้อสังเกตว่า วัตถุลึกลับมีลักษณะคล้ายกับยาน “มิลเลนเนียม ฟอลคอน” ที่ปรากฏในภาพยนตร์เรื่องสตาร์วอร์ส ทำให้เกิดทฤษฎีไปต่างๆ นานาว่า วัตถุดังกล่าวอาจเป็นยานอวกาศจากนอกโลกที่ตกลงสู่พื้นทะเลอย่างลึกลับ ไปจนทฤษฎีที่ว่าสถานที่พบวัตถุนี้อาจเป็นปากทางเข้าสู่ใจกลางของโลกที่ถูก ปิดไว้โดยบุคคลหรือสิ่งมีชีวิตลึกลับ

ข่าวที่น้องเบส ก็อปมาให้อ่าน ในกระทู้ ธรรมชาติเอาคืน

................................................................

 

เอ

น้องเบส

วัตถุลึกลับนี้กลมด้วย

หรือว่าจะเป็นจักรแก้วพระศรีอาริย์

ตามที่ พ่อทศวรรษ

เขานำมาลง

นะ

เขียนโดย ท่านอ.อุบล

.......................................

ใน กาลที่ เกิดภัยพิบัตินั้น

จะมีความแปรปรวนของธาตุต่างๆ

และจะเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับ

การเคลื่อนที่ของจักรแก้ว

ที่จะเป็นของคู่บารมีพระจักรพรรดิ์

เข้าใจว่าจักรแก้วนั้น

ปัจจุบันอยู่ใต้มหาสมุทร

และจะเคลื่อนที่มาพร้อมๆกับ

เวลาของภัยพิบัติ

 

ข้อมูลจาก คุณ Aunyasit

.........................

เมื่อจักรแก้วเคลื่อนที่จากมิติเร้นลับ

เข้ามาในเขตของภพภูมิแห่งโลกมนุษย์ นั้น

 

อานุภาพของจักรแก้วนั้น

จะทำให้สั่นสะเทือนไปทั้ง 3 โลก

ดังนั้นในการอัญเชิญจักรแก้ว

เข้ามาในเขตของมนุษย์โลกนั้น

พระบรมจักรพรรดิ์ผู้เป็นใหญ่ในจักรวาล

จะขออนุญาตจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

เพื่ออัญเชิญแก้ว 7 ประการ

จากมิติเร้นลับมาสู่โลกมนุษย์

เพราะว่าการเคลื่อนเข้ามา

ของแก้ว 7 ประการนั้นจะกระเทือน

ไปถึง 31 ภพภูมิและกระทบต่อโลกมนุษย์ด้วย

ข้อมูลจาก คุณ Aunyasit

............................

อนุโมทนากับท่านอาจารย์

รวมถึงธรรมทานจากคุณ อัญญาสิทธิ์

ที่คุณหนึ่ง นำมาฝาก

และข่าวอันน่าระทึกใจที่น้องเบส

นำมาเสนอด้วยนะคะ

อ่านแล้ว พิจารณาเองนะค๊า

 

 

 



ผู้แสดงความคิดเห็น ชนิดา เชิงสะอาด/CHANIDA ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-22 05:34:04


ความเห็นที่ 99 (1617080)

  อนุโมทนากับพี่นนทพรด้วยค่ะ

รออ่านตั้งนานนะเนี่ย ฮ่าๆ 

ต่างคนก็ต่างความคิดเนอะ

แต่ไม่ว่าสุดท้ายแล้วคำตอบจะ ใช่ อย่างที่เราคิดหรือไม่

ก็คงไม่สำคัญไปกว่าการที่เรา

ได้มีโอกาส "หลุดพ้น"

ไม่ว่าอ.แม่นั้นจะเป็นพระองค์ใด

แต่ก็มีหลักธรรมคำสอน

ที่ไม่ได้แตกต่างไปจากพระพุทธองค์เลย

เราได้มีโอกาสเกิดมาเจอเนื้อนาบุญที่บริสุทธิ์ขนาดนี้

ก็โชคดีที่สุดแล้ว

สาธุ

************************************************

อนุโมทนากับพี่ชนิดา และทุกๆท่านด้วยค่ะ

อ่านแล้วก็น่าคิดจริงๆ

ว่าแต่คุณพี่คิดยังไงไม่เห็นบอกกันมั่งเลย ฮ่าๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น นันทนา แหกาวี ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-22 05:45:44


ความเห็นที่ 100 (1617187)

อนุโมทนากับพี่ชนิดา และทุกๆท่านด้วยค่ะ

อ่านแล้วก็น่าคิดจริงๆ

ว่าแต่คุณพี่คิดยังไงไม่เห็นบอกกันมั่งเลย ฮ่าๆ

........................................................

พี่ก็คิดเหมือนน้องหญิง นั่นแหล่ะ อ้าว... แป่ว

ก็คิดว่าทุกคนมีเหตุมีผล

เพื่ออธิบายถึงความเชื่อของตน

 

ส่วนความคิดของพี่ก็ยังคงเดิม

ตามที่เคยคิดและเคยเขียนไปแล้ว

เพราะพี่ก็ยังมั่นใจว่า ท่านอ.อุบล

คือ ผู้ที่จะมากอบกู้โลกใบนี้

หรือ พระศรีอาริย์ นั่นเอง

เพราะเห็นถึงศักยภาพและปัญญาญาณ

ของท่านอาจารย์แล้ว

 

คิดว่า ท่านอาจารย์สามารถ

เปลี่ยนโลกใบนี้ที่วุ่นวาย

ให้สงบสุขได้แน่ๆ

 

แต่ช่วงหลังๆที่ไม่เขียน เพราะเห็นว่า

ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ

ต้องให้ทุกคนพิสูจน์ด้วยตัวเอง

และหน้าที่หลักของทุกคนก็คือ

ทำตนให้มีคุณสมบัติถึงพร้อม

ที่จะได้อยู่ในยุคพระศรีอาริย์ให้ได้..โดยเร็ว


เพราะตอนนี้ เห็นกันชัดๆแล้วว่า

สัญญาณภัยพิบัติใหญ่กำลังมาแล้ว

 

ฉะนั้น แปลว่า เวลาของพวกเราแต่ละคน

ก็เหลือน้อยเต็มทีแล้ว เช่นกัน

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ชนิดา เชิงสะอาด/CHANIDA ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-06-23 05:57:13



[1] 2 3 4 5 6 ถัดไป >>


Copyright © 2010 All Rights Reserved.