ReadyPlanet.com
dot
dot
พระรัตนตรัย และ ครูบาอาจารย์
dot
bulletสมเด็จองค์ปฐม
bulletหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ
bulletพระอาจารย์รัตน์ รตนญาโณ
bulletดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา
dot
รายการคุยไปแจกไป
dot
bulletรายการคุยไปแจกไป
dot
ข่าวสารประชาสัมพันธ์
dot
bulletข่าวสารประชาสัมพันธ์
dot
กิจกรรมบ้านสวนพีระมิด
dot
bulletค่ายบ้านสวนพีระมิด
bulletภาพและคลิปวิดิโอจากบ้านสวนพีระมิด
dot
บทความที่น่าสนใจ
dot
bulletบทความที่น่าสนใจ
bulletคู่มือหนีกรรมผิวพรรณ
bulletคำสารภาพบาป และ ประสบการณ์กฏแห่งกรรม
dot
International Version (ภาคภาษาต่างประเทศ)
dot
bulletEnglish Articles (บทความภาษาอังกฤษ)


อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์  บ้านสวนพีระมิด


ปัญหาเรื่องเทวดา (แนะนำโดย คุณณฐพลสรรค์ เผือกผาสุข) article

บทความนี้ได้รับมาจากคุณณฐพลสรรค์เผือกผาสุขให้เผยแพร่ในเว๊ปไซด์baansuanpyramid.com เพื่อเป็นธรรมทานแก่ผู้สนใจตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2553 ขอขอบพระคุณและขออนุโมทนาต่อคุณณฐพลสรรค์เผือกผาสุข มา ณ ที่นี้ด้วยครับ)

ปัญหาเรื่องเทวดา
โดยหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ
 

ผู้ถาม              คนที่ชอบบน กับพระภูมิ ท่านสามารถจะช่วยได้จริงหรือเปล่าค่ะ…?
หลวงพ่อ         ก็ไปถามท่านซิ ฉันไม่ใช่คนถูกบนนี่…

ผู้ถาม              บางครั้งคนที่ไปบนก็ได้รับความ ช่วยเหลือก็มีค่ะ แต่ยังไม่แน่ใจว่าท่านจะช่วยได้อย่างไร…?
หลวงพ่อ         ท่าน จะช่วยได้ในสิ่งที่ไม่เกินวิสัย อย่าลืมนะคนกับเทวดานั้นไม่เหมือนกัน ถ้าสิ่งที่เกินวิสัยเขาก็หมดทางช่วยเหลือเหมือนกัน เคยถามหลวงพ่อปานว่า เขาบนหลวงพ่อเขาขอให้หลวงพ่อช่วยหลวงพ่อแย่ไหม… ท่านบอกว่าไม่หรอก บางทีเขาบนเกินวิสัยท่าน ท่านก็ให้คณะของท่านมาสงเคราะห์พระโพธิสัตว์ทั้งนั้น ท่านต้องการช่วยคนอยู่แล้ว ท่านมีหน้าที่ช่วยคน ท่านทำเพื่อพระโพธิญาณ ถ้าท่านช่วยไม่ไหว องค์อื่นทำงานแทนทันที คณะของพระโพธิสัตว์นี่บารมีเข้มข้นมาก พระภูมิเจ้าที่หรือเทวดา พวกท่านก็มีเยอะเหมือนกัน ความสามารถไม่เท่ากัน ความสามารถเขาดูกันที่มือ องค์ที่มีอานุภาพมาก มือขวาแดงช้าด แดงมาก มีฤทธิ์มาก แดงน้อยมีฤทธิ์น้อย ที่ไม่แดงเลยไม่มีฤทธิ์เลย

ผู้ถาม                (หัวเราะ) “เราจำเป็นต้องตั้งศาลพระภูมิ ไหมค่ะ…?
หลวงพ่อ           ก็สุดแท้แต่เรา เพราะว่าที่ต้องมีการยกศาลก็เป็นการยอมรับนับถือกัน เรื่องนี้บางคนเขาชอบสงสัย วันหนึ่งว่างๆ ถามท่านว่าทำไมจึงต้องตั้งศาล ท่านก็เลยบอกว่า ฉันจะเล่าประวัติให้ฟัง
สมัย ดึกดำบรรพ์ชาวบ้านยังไม่มีอะไรเป็นที่ยึดเหนี่ยวใจ ไปอยู่ที่ไหนก็ตามก็คิดว่าผีสางเทวดาอาจช่วยเขาได้ เขาก็จุดธูปเทียนบูชา ทีนี้ไอ้ที่บูชาที่ไหนมันก็ไม่เหมาะ เขาก็ปักบนกระบอกไม้ ต่อมาภายหลังความสุขสบายมีขึ้น ความเคารพนับถือมีขึ้น อาจจะใช้เวลาหลายชั่วอายุคนก็ได้ ก็คิดว่าเทวดานี่ดีจริง ทีนี้ทำยังไง จะวางกับดินก็ไม่ได้ หาโต๊ะหาตั่งลำบาก ก็ตั้งเป็นศาลเพียงตา ๒ ชเวลาจะถวายอาหารเขาก็เอาไปวางบนนั้น ต่อมาภายหลังเขาเกิดสงสารเทวดา ก็เลยทำหลังคาให้ และต่อมาก็ทำเป็นเรือนมีหลังคา ต่อมาก็ประดิษฐ์เป็นเรือนไทย เวลานี้เป็นตึกแล้วนั้น ก็รวมความว่า ศาลก็คือที่บูชานั่นเอง พระภูมิไม่ได้ขึ้นศาล วิมานท่านมีอยู่แล้ว ทีนี้ศาลที่เราทำเป็นที่บูชา การบูชานี่เป็นการยอมรับนับถือซึ่งกันและกัน ก็เลยถามท่านว่า แล้วไปช่วยอะไรเขาได้บ้าง ก็ช่วยได้เท่าที่จะช่วยได้ ถ้าสิ่งใดที่จะช่วยได้ก็พยายามช่วย ถ้าสิ่งใดที่ช่วยไม่ได้ก็พยายามป้องกัน ถ้ากันไม่ได้มากก็กันน้อย แต่ว่ากำลังกันเขามากกว่า เอาเต็มที่ไม่ได้เอาสิบเปอร์เซ็นต์ก็ยังดี จนกระทั่งเขาไม่บูชา ทีนี้พอจะกันเขาได้ก็ไม่ได้เสียแล้ว เพราะไม่ได้ให้ช่วยได้ยังไงล่ะ เขาก็เฉย ทีนี้ถ้าถามว่าควรตั้งศาลไหม ถ้าชอบก็ควร ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องตั้ง แต่ถ้าเป็นฉัน ฉันตั้งนะ และฉันเคยแนะนำให้เขาตั้งศาลทางทิศเหนือกับทิศตะวันออกของบ้าน ถ้าตั้งทางทิศใต้กับทิศตะวันตก ทำมาหากินมาได้เท่าไร ก็ไม่เหลือ

ผู้ถาม               ผมก็ตั้งครับหลวงพ่อ ผมบูชาทั้งพระภูมิทั้งผีบ้านผีเรือน เวลาถวายข้าวพระภูมิ ผมจะมีข้าวตอกให้ผีบ้านผีเรือนด้วย ทีนี้ถ้าผมจะเชิญพระภูมิเจ้าที่ และผีบ้านผีเรือนพร้อมกันเลยได้ไหมครับ…?
หลวงพ่อ           ว่าได้เลย ทีเดียวพร้อมกัน ผีบ้านหรือผีเรือนก็หมายถึง ภูมิเทวดา ผีอื่นเข้ามายุ่งไม่ได้

ผู้ถาม              ทีนี้ของถวายเราเอาไว้ในห้องพระได้ไหมครับ…?
หลวงพ่อ         ได้…วางกับพื้นหรือ วางกับโต๊ะอีกโต๊ะหนึ่งก็ได้ เทวดาก็เหมือนพระ ถ้าวางไว้คนละโต๊ะไม่เป็นไร ไม่ถือว่าเป็นอาสนะเดียวกัน

 

ผู้ถาม             แล้วอย่างถวายพวงมาลัยพระ แต่ไม่ต้องจุดธูปเทียน นี่จะได้ไหมคะ…?
หลวงพ่อ        ได้…ฉันนี่ฝ่ายขี้เกียจจุดธูปเทียน ฉันใช้เทียนไฟฟ้า เวลาบูชาก็กดสวิทต์แชะเป็นแสงสวยดีกว่า สว่างกว่าใช่ไหม… คือว่าการบูชาด้วยเทียนเป็นการบูชาแสงสว่างหรือเป็นการบูชาด้วยประทีปโคมไฟ ถ้าไฟฟ้าก็สว่างกว่าเทียนธรรมดา แล้วไม่มีอันตรายจากไฟด้วย มีประโยชน์กว่าเยอะ แต่ถ้าเราหาอะไรไม่ได้ก็เอาธูปน้อยๆ เทียนน้อยๆ เป็นแสงสว่างนั่นแหละดี

ผู้ถาม            ผม เคยฟังเทปที่คุณพรนุชท่องสวรรค์ บอกว่าวิมานของภูมิเทวดาสูงจากพื้นดินสักคืบหนึ่ง ทีนี้เวลาที่ขับรถผ่านไปก็ดี หรือขี้เยี่ยวก็ดี อย่างนี้ไม่ถูกเขาหรือครับ…?
หลวงพ่อ       วิมานเขาเป็นวิมานทิพย์ขยับได้ พอขี้จะถูกขยับปั๊บ

ผู้ถาม           อ้อ…หลบได้ด้วย
หลวงพ่อ      ไม่ ถูก อย่างเขาพระสุเมรุ สูงมากจากพื้นดินไปถึงดาวดึงส์ และดาวดึงส์นั้นอยู่บนยอดเขาพระสุเมรุ เครื่องบินยังไม่เคยชนเลย ไม่มีอะไรชนได้หรอก เพราะสภาพเป็นทิพย์

ผู้ถาม          เป็นอันว่า ขี้เยี่ยวตรงไหนไม่ต้องกลัวไปโดนนะครับ…?
หลวงพ่อ     ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องห่วง เอาอย่างนี้ดีกว่า เพื่อความมั่นใจเวลาจะถ่ายอุจจาระปัสสาวะ ก็ยกมือ
ไหว้ “เจ้าประคู้น หลบหน่อยเถิด มันจำเป็นจริงๆ

ผู้ถาม         (หัวเราะ)
หลวงพ่อ    ไม่ เป็นไรหรอกนะ สภาพท่านเป็นทิพย์ ไม่มีอะไรกระทบท่านได้

ผู้ถาม        หลวงพ่อค่ะ บ้านทุกหลังมีพระภูมิเจ้าที่อยู่ไหมค่ะ…?
หลวงพ่อ   เขา คงไม่อยู่นะ พระภูมิองค์หนึ่งรักษาเขตเป็นกิโลๆ องค์เดียวกันนี่นะ เคยถามเขาว่า คนที่คุณรักษาในเขตกรุงเทพเป็นกิโลนี่คนมันมากเหลือเกิน มีเป็นล้าน แล้วคุณจะรู้ได้ยังไงว่าเขาทำดีทำชั่ว ต่างกรรมต่างวาระ คุณรู้ได้ยังไง เขาบอกว่าอารมณ์จิตผมเป็นทิพย์ครับ คือไม่ต้องไปถามดูหรอก มันขึ้นเอง คือว่าบัญชีมันขึ้นเลย มันจะบอกเลยว่าใครทำอะไร เขาบอกว่า เขามีหน้าที่รับทราบคนที่ทำความดีความชั่ว เมื่อถึงเวลาวันโกน วันกลางเดือนหรือวันสิ้นเดือน จะมีเทวดาชั้นจาตุมหาราชมารับบัญชี และก็จะไปส่งให้เทวดาที่เป็นมหาอำมาตย์ใหญ่ เทวดาผู้ใหญ่ก็เสนอท้าวมหาราชๆ ท่านก็แบ่งบัญชีเป็น ๒ บัญชี ใครทำบาปกันไว้ประเภทของบาป ใครทำบุญกันไว้ประเภทของบุญ ประเภทบาปก็ให้เทวดา ๔ องค์ ที่เรียกว่าเทวทูตนำไปส่งสำนักพระยายม ตัวท่านท้าวมหาราชเอง พอเวลาวันพระก็นำไปส่งที่ประชุมของเทวดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เมื่อเทวดามาประชุมกันที่เทวสภาหรือศาลาสุธรรมา บรรดาเทวดาทั้งหลายเหล่านั้นเมื่อทราบว่าคนทำบุญมากก็ดีใจ แต่หน้าที่ที่จะนำเอาบัญชีนั้นไปกราบทูลให้พระอินทร์ทรงทราบ คือ ท่านปัญจสิกขเทพบุตร มี หน้าที่เป็นเลขาพระอินทร์ เมื่อพระอินทร์ทรงทราบแล้วก็ประกาศนามคนที่ทำบุญเหล่านั้นให้มวลหมู่เทวดา ที่มาประชุมกันทราบ ถ้าระหว่างวันพระไหนมีคนทำบุญมาก บัญชีบุญบัญชีกุศลมาก บรรดาเทวดาทั้งหลายก็ดีใจ กล่าวกันว่าต่อแต่นี้ไปพวกบรรดาเทพนิกายมากแล้ว เพราะอาศัยความดีดีใจปลื้มใจที่มีพวกมาก ท่านก็พากันฟ้อนรำทั้งเทวดาและนางฟ้า ความจริงสวยจริงๆนะ แต่วันพระไหนถ้าบังเอิญคนทำบุญน้อย บรรดาเทวดาทั้งหลายได้ทราบจากบัญชีของท้าวมหาราชก็สลดใจ วันนั้นไม่มีการฟ้อนรำ นั่งสลดใจเศร้าสร้อยไปตามๆกัน

ผู้ถาม       ความจริง เราบูชาเทวดาก็ดีเหมือนกันนะครับ
หลวงพ่อ  เขา เป็นเทวดา เราบูชาได้ อย่าลืมว่าเขาเป็นเทวดาแล้ว เรายังไม่เป็นเทวดา เราจะถือว่าเราดีกว่าเขาไม่ได้ ถึงแม้ว่าท่านจะเป็นภูมิเทวดา ท่านก็เป็นเทวดาแล้ว เรายังไม่เป็นเทวดา ยังเอาแน่ไม่ได้ ใช่ไหม…เวลาที่เราบูชาเทวดาในวิสุทธิมรรค ท่านเรียกว่า เทวตานุสสติกรรมฐาน นึก ถึงความดีของเทวดา คือเขาจะเป็นเทวดาได้ด้วยคุฯธรรม ๒ ประการคือ หิริ กับ โอตตัปปะ เรื่องชั่วนี่เขาไม่ทำ เขาจึงเป็นเทวดาได้ เราก็ใช้แบบนั้น และเขาก็ดีจริงๆ ถ้ามีอะไรขัดข้องที่จะต้องทำ ถ้าไม่เกินวิสัย เขาจะมาบอกเลย ท่านจะมาบอกก่อนเสมอ

ผู้ถาม      หลวงพ่อค่ะ ภูมิเทวดานี่จะอยู่ถึงศาสนาพระศรีอาริย์ไหมคะ…?
หลวงพ่อ ถ้า เทวดาองค์นั้นไม่จุติก็อยู่ถึง

ผู้ถาม          (หัวเราะ)
หลวงพ่อ     ภูมิ เทวดาก็มีอายุเท่ากับอากาศเทวดา คือจาตุมหาราช แต่ว่าจะเอาแน่อะไรกับท่านละ เทวดามี ๒ ประเภท เทวดาขยัน กับเทวดาขี้เกียจ คือว่าเทวดาขยันนี่ ถ้าเป็นพระโพธิสัตว์ ก็ขยันจุติมาบำเพ็ญบารมีเพิ่ม ถ้าเทวดาขี้เกียจก็ปล่อยเต็มหุ่ย หมดอายุเมื่อไรจุติเมื่อนั้น

ผู้ถาม           อายุของภูมิเทวดาเท่าไรคะ?
หลวงพ่อ      ภูมิ เทวดามีอายุ ๕๐๐ ปีทิพย์ ๕๐ ปี ของเราเป็น ๑ วันของเขา ก็ลองคิดซิ อีกล้านปีพระศรีอาริย์จึงจะตรัส

ผู้ถาม           ภูมิเทวดา เป็นพวกเดียวกับรุกขเทวดา หรือเปล่าคะ…?
หลวงพ่อ       ก็เหมือนกัน แต่รุกขเทวดาอยู่สูงกว่าหน่อย อยู่บนต้นไม้ ถ้าต้นไม้พังวิมานก็พังก็ต้องเดินดินเหมือนกันคือลอยไม่ได้

ผู้ถาม           ค่ะ ทีนี้มีอีกอย่างนะคะที่หนูสงสัย คือเวลาที่หนูสวดมนต์บูชาพระแล้วก็อุทิศส่วนกุศลไปยังสัตว์โลกทั้งหลาย แต่มีเพื่อนคนหนึ่งมาบอกว่า ให้อุทิศส่วนกุศลแก่ท้าวเวสสุวัณด้วย เพื่อให้ท่านเป็นพยาน ท้าวเวสสุวัณคือใครคะ…
หลวงพ่อ      ท้าวเวสสุวัณ ก็คือท้าวมหาราชองค์หนึ่ง มี ๔ องค์ด้วยกัน คือ ท้าวธตรฐ ท้าววิรุฬหก ท้าววิรูปักษ์ และท้าวเวสสุวัณ ถ้า เทวดาชั้นจาตุมหาราช เขาจะมีสองแบบนะ ยามปกติเขาจะอยู่ในฐานะทหารของพระอินทร์ เขาจะมีรูปร่างเหมือนคนนี่ล่ะ แต่ว่าเป็นคนละแบบ ท่าทางจะไม่สวยนัก แต่ถ้าเขาเข้าเครื่องทรงธรรมดาจะคล้ายพรหมหมด สวยมาก เพราะพวกนี้ก่อนตายเขาได้ฌาน แต่ว่าไม่ได้ถึงฌาน ๔ ได้แค่ฌาน ๑, ๒, ๓ และก่อนจะตายไม่ได้เข้าฌานตาย เขาจึงไปเป็นพรหมไม่ได้ จึงต้องพักแค่จาตุมหาราช พอไปชั้นนี้ฌานก็ทรงตัวตามเดิม แต่ก็ยังเป็นพรหมไม่ได้ ต้องทำงานตามเวลาก่อน เมื่อหมดวาระก็ไปเป็นพรหมตามกำลังของฌาน เวลาเขาแต่งเครื่องทรงเทวดานี่ รูปร่างเพรียวหมด มีสภาพเหมือนกับพรหม เพราะเขาไปจากฌาน
เวลาอยู่ปกติเขาจะมีรูปร่างไม่เหมือนกัน อย่างลูกศิษย์ท้าวธตรฐนี่ มีรูปร่างเพรียวๆ สวยสะโอดสะองหน่อยๆ
ถ้าลูก ศิษย์ท้าววิรุฬหก เขาเรียกกุมภัณฑ์ อ้วนต่ำ
ถ้า ลูกศิษย์ท้าววิรูปักษ์ บอกลักษณะยาก ก็เหมือนกับคนเรานี่ อ้วนๆ ล่ำๆ แต่สูง
ถ้าลูกศิษย์ท้าวเวสสุวัณนี่ ผมหยักโศก ท่าทางทะมัดทะแมงแข็งแรงมาก
แต่ เทวดา ๔ ทิศนี่ มีพระท่านหนึ่ง จ.อยุธยาบอกว่า เทวดา ๔ ทิศนี่ มีเกเรจริงๆ อยู่ ๒ ทิศ คือลูกศิษย์ท้าวเวสสุวัณ กับลูกศิษย์ท้าววิรุฬหก แต่ความจริงเขาเข้มแข็งเอาเหมือนกัน ถามว่าเกเรเพราะอะไร แกก็ไม่บอกให้ฟัง มีวันหนึ่งเขาสร้างศาลาหลังใหญ่ เขาจะยกเสาขึ้นไปท่านก็จัดการบวงสรวง ฉันก็ไปในงานนั้นด้วย แต่มีเหล้าอยู่แก้ว ถามว่าทำไมต้องมีเหล้า เขาบอกว่าตำรา
 
เขามีอย่าง นี้ ก็บอกว่า ตายล่ะ…ที่ ท่านบอกว่าเทวดา ๒ ทิศเกเร ก็ท่านทำอย่างนี้ก็เกเรซิ เขาก็ถามว่าทำไม ก็บอกว่าแกเลี้ยงเหล้าก็เมา วันนี้เมาหมด ก็จริงๆ เสาขึ้นเสาเมา ขื่อขึ้นขื่อเมา เมาหมดทุกอย่าง นี่เป็นอย่างนี้
ที นี้เวลาอุทิศส่วนกุศลแล้วบอกให้ท่านเป็นพยานอันนี้ดี เมื่อก่อนฉันนึกว่าเขาพูดเล่น คิดว่าเขาพูดเพ้อ ฝากเทวดาให้เป็นพยานว่าก็ว่าไม่น่าเชื่อ ต่อมาพอมีประสบการณ์จริงจังจึงเชื่อ เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงมีหลายคน พวกที่บอกฝากนี่นะ เวลาที่แกตายบางทีกำลังใจแกอ่อน คือสมถวิปัสสนานี่แกไม่เอาเอาแต่ทำบุญธรรมดา เวลาจะตายจิตก็เฝือ ก็ต้องลงไปที่สำนักพยายมก่อน เวลาไปอยู่สำนักพระยายม เวลาท่านสอบสวนกรรมบางอย่างมันปกปิด ถามเรื่องบุญมันนึกไม่ออก ถ้าเขานึกถึงบุญไม่ออก ก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งจะต้องปล่อยให้ลงนรก หากถาม ๓ เที่ยวนึกไม่ออก ท่านก็จะได้ประกาศว่า เขาเคยบอกฉันไว้ว่า เวลาเขาทำบุญให้ฉันเป้นพยาน แล้วท่านก็ประกาศกุศลนั้น ก็ได้ไปสวรรค์ อันนี้ดีนะ แต่ว่าหาว่าท่านเล่นพรรคเล่นพวกไม่ได้นะท่านไม่ได้จำกัด

ผู้ถาม                 แล้วพระยายมล่ะคะ…?
หลวงพ่อ            พระยา ยมนี่เป็นตำแหน่ง ความจริงท่านเป็นพรหมและสำนักพระยายมก็อยู่ในเขตของจาตุมหาราช ไม่ใช่เขตนรก เวลาเราไปที่สำนักพระยายม เราจะเห็นมีวิมานสวยสดงดงาม แล้วก็เป็นทุ่งโล่งเตียน มีสวนดอกไม้สวยสดงดงาม เวลาจะมองดูนรกต้องมองไปทางทิศตะวันออกไกลมาก จะเห็นแสงเพลิงมันสว่างพุ่งขึ้นบนอากาศ เป็นลานกว้างมาก ทีนี้โดยมากคนเข้าใจว่าพระยายมเป็นพวกของนรก ความจริงท่านไปนั่งกันมิให้ลงนรกนะ

ผู้ถาม                ยังงั้นให้ ท่านพระยายมเป็นพยานองค์เดียวก็ได้ใช่ไหมคะ…?
หลวงพ่อ           องค์ นั้นองค์เดียวพอ เพราะถ้าท่านไม่กั้นละก็..ป๋อง…

ผู้ถาม                หลวงพ่อลงไปเที่ยงคงร้อนมากซิคะ…?
หลวงพ่อ           ใช่…ร้อน กว่าไฟธรรมดาหลายแสนเท่า มันร้อนกว่าไฟที่เราใช้อยู่นี่นะ แต่ถ้าเราลงไปเที่ยวไม่ร้อน แต่ว่าผู้ลงไปเที่ยว เขาห้ามลงขุมนรกลงได้แต่ขอบๆ ลงไปในขุมเขาไม่ได้นะ มีเจ้าหน้าที่เขาคอยกันอยู่ ถ้าลงขุมไฟเขาดับ ถ้าเราจะไปเที่ยวนรก เราจะไปตามลำพัง มันก็ไม่ได้เกิดประโยชน์ เราต้องไปสำนักพระยายมก่อนแล้วไปขอคนจากสำนักพระยายมคนหนึ่ง เราจะไปขุมไหนเขาจะพาไป ถ้าเราไปคนเดียว ถ้าเราเจอสัตว์นรกสักคนหนึ่ง เราเห็นเราก็รู้เลยว่าใครเป็นใคร ถ้าเราต้องการจะเรียกขึ้นมาพูดเขาไม่ให้ขึ้นมาหรอก ถ้าหากไปพูดกับนายนิริยบาลขอให้คนนั้นขึ้นมา เขาจะไม่พูดกับเรา ต้องให้คนจากสำนักพระยายมไปบอก คนที่ได้ก็คือเทวดา ถ้าเทวดาองค์นั้นท่านไปกับเรา เราต้องการจะคุยกับคนนี้ เขาก็บอกนายนิริยบาลให้เอาคนนั้นขึ้นมา พอเขาบอกเขาเรียกขึ้นมา เครื่องพันธนาการก็หลุด ไอ้หอกดาบที่ติดตัวเขาก็หลุด ไฟที่ไหม้ท่วมตัวเขาก็ดับ พอขึ้นมาก็เป็นรูปเดิม ถ้าเราถามประวัติเดิม เขาจะบอกตามความเป็นจริงหมด มันมี
เมืองโกหก อยู่เมืองเดียว คือเมืองมนุษย์ เมืองผีนี่ไม่มีการโกหก 

ผู้ถาม                 หลวงพ่อคะ กาลเวลาของโลกทิพย์กับโลกมนุษย์มันตรงกันไหมคะ…?
หลวงพ่อ            ตรง กันพอดี ของเรา ๑๐๐ ปี ตรงกับดาวดึงส์ ๑ วันพอดี ของเรา ๕๐ ปี ตรงกับจาตุมหาราช ๑ วันพอดี ของเรา ๒๐๐ ปี ตรงกับยามา ๑ วันพอดี แต่ว่าของเรา ๙ ล้านปี ตรงกับสัญชีพนรก ๑ วันพอดี ตรงกัน

ผู้ถาม                 หลวงพ่อครับ แล้วอย่างพวกอสูรนี่เป็นพวกยักษ์หรือว่าเทวดาครับ…?
หลวงพ่อ            อสูร เป็นเทวดาพวกหนึ่ง อสูร เขา แปลว่า ไม่กล้า ยักษ์ เขา แปลว่า บุคคลที่ควรบูชา ถ้า แปลอีกคำหนึ่งให้ตรงศัพท์ เขาแปลว่า เทวดา แต่เราไปตีความหมายเขาผิด ถ้ายักษ์ละก็รูปร่างน่ากลัว แต่ไอ้ยักษ์ที่น่ากลัวก็มียักเดียวคือ “ยักยอก” ยักนี้ มันไม่มีเขี้ยว มีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เผลอเมื่อไรเป็นเอาหมดเลย
คน ที่จะเป็นอสูรได้เพราะทำบุญผสมโทสะ หมายความว่าเวลาจะทำบุญมีคนมาพูดนิดๆ หน่อยๆ มันเกิดโมโห พอจะรับศีลก็มีคนมาสะกิดแขนอีกแล้ว ก็โมโห ฉะนั้นหน้าก็ยุ่งไปนิด หน้าเขาสวยน้อยกว่าเทวดานิดเดียว และเขาก็มีวิมานเหมือนกัน
และอีกประการหนึ่งคำ ว่า กามาวจร ซึ่งแปล ว่า อารมณ์ที่เที่ยวไปในความใคร่ คำ ว่าใคร่ตัวนี้ อย่านึกว่าเทวดาเขาใคร่เหมือนคนนะ ถ้าเทวดามีความใคร่เท่าคนเขาไม่เรียกเทวดา เขาเรียกว่าคน เทว แปลว่า ประเสริฐ
ที นี้ความใคร่ของผู้ประเสริฐนั้นหมายความถึงมีความเนื่องถึงกัน โดยมีความรู้สึกว่า คนนี้เป็นสามี คนนั้นเป็นภรรยา คนนี้เป็นลูก คนนั้นเป็นบริวาร ก็มีเท่านั้น ยังมีความห่วงใยกันอยู่ในฐานะที่เคยมีความสัมพันธ์กันมา ก็ยังมีความกังวลเรื่องความประพฤติว่าเขาจะทำดีหรือทำชั่ว จะต้องพลัดลงไปในอบายภูมิหรือเปล่า ฉะนั้นเทวดาพวกที่มีผัวเมียก็เหมือนกับคนที่รักษาอุโยสถ คนที่เขารักษาอุโบสถ เขาก็เว้นจากกามารมณ์เหมือนกัน เทวดาจึงไม่มีการเสพกาม
การเกิดของเทวดาถ้าจะ เกิดเป็นลูก พอตายจากมนุษย์ปั๊บก็ไปเกิดบนตักของเทวดาองค์ใดองค์หนึ่ง ถ้าเป็นผู้ชายเขาเรียกว่าเทพบุตร ถ้าเป็นผู้หญิงเรียกว่า เทพธิดา เป็นหนุ่มสาวเท่านั้นจนกว่าจะจุติ
ถ้าหากว่าไป เกิดในที่นอนของใคร หมายถึงว่าเป็นคู่ครองขององค์นั้น บรรดาบริวารทั้งหลายเป็นพันเป็นหมื่นไม่มีการเลื่อนฐานะไม่มีการยกอันดับ เหมือนเมืองมนุษย์นะ
ถ้าหากว่าจะเกิดเป็น บริวาร ถ้าเกิดในวิมารของใครตั้งแต่รั้ววิมานเข้าไป ก็เป็นขององค์นั้น แต่ถ้าเกิดกึ่งกลางจาก วิมานไหนก็ตามสี่หลังวัดไปเท่ากัน แต่ว่าหันหน้าไปวิมานไหน ก็เป็นบริวารของวิมานนั้นของเทวดาองค์นั้น
 
ที นี้ความรู้สึกของพรหม ซึ่งแปลว่า เป็นผู้ประเสริฐที่ไม่เรียกว่า กามาวจรก็เพราะว่าความใคร่ไม่มี เพราะพรหมอยู่ผู้เดียว ขึ้นชื่อว่าสามี ภรรยา บุตรธิดาไม่มี คำว่าบริวารนั้นหมายถึงพวกพ้อง ต่างคนต่างอยู่วิมานคนละหลัง ฉะนั้นอารมณ์เนื่องถึงกันในฐานะต่างๆ จึงไม่มีในพรหม พรหมเขาอยู่ด้วยอำนาจของธรรมปีติเฉยๆ คำว่าเฉยๆ ถ้าท่านจะคุยกันก็คุยด้วยธรรมปีติ ดังนั้นพวกพรหมจึงมีอารมณ์สงบกว่าเทวดา ไม่มีกังวลอย่างเทวดา จิตเขาเลยเบากว่าเทวดา
 
ที่มา         เว็บพลังจิต โดยคุณ teporrarit

 




บทความที่น่าสนใจ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทาน ส.ค.ส. ปีพุทธศักราช 2556 แก่ประชาชนชาวไทย
คลิปวิดิโอรายการโทรทัศน์ รู้ค่าพลังงาน ตอน บ้านสวนพีระมิด ผลิตก๊าซชีวภาพ 25 ต.ค. 2555 article
สารคดีสั้น "บ้านสวนพีระมิด และ รหัสแห่งจักรวาล" โดย เว็ปไซต์ นสพ.บางกอกโพสต์ 7 พ.ย. 2555 article
คลิปวิดิโอ "มนุษย์ใจโหด" article
คลิปวิดิโอ "สิงห์โตกินคน" แนะนำโดย คุณธนา อรุณภิญโญพล article
คลิปวิดิโอ "กงกรรมกงเกวียน" แนะนำโดย คุณธนา อรุณภิญโญพล article
คลิปวิดิโอ "งูยักษ์กินคน" แนะนำโดย คุณธนา อรุณภิญโญพล article
คลิปวิดิโอ "ม้าลาย" แนะนำโดย คุณธนา อรุณภิญโญพล article
คลิปวิดิโอ "จระเข้กินคน" แนะนำโดย คุณธนา อรุณภิญโญพล article
คลิปวิดิโอ "นาทีชีวิต" แนะนำโดย คุณธนา อรุณภิญโญพล article
คลิปวิดิโอ "ได้เวลาเอาคืน" แนะนำโดย คุณธนา อรุณภิญโญพล article
คลิปวิดิโอ "บึกบึน" แนะนำโดย คุณธนา อรุณภิญโญพล article
คลิปวิดิโอ "คุณจะเลือกเป็นควายแบบไหน" แนะนำโดย คุณธนา อรุณภิญโญพล article
คลิปวิดิโอ "กว่าจะมาเป็นอาหารจานโปรดของเรา" แนะนำโดย คุณธนา อรุณภิญโญพล article
คลิปวิดิโอ "โรงฆ่าสัตว์" article
คลิปวิดิโอ ความสุขของคนไทย เมื่อในหลวงเสด็จ ทุ่งมะขามหย่อง "ผืนแผ่นดินแห่งพระมหากรุณาธิคุณ" 25 พ.ค. 2555 article
พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขั้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๕๕ article
คาถารวมอภิญญา "โสตัตตะภิญญา" article
คาถาคุ้มกันภัย (ปะโตเมตัง) article
การฝึกสมาธิ โดยการใช้แสงสว่าง ตามแนวทางของสัตยาไสบาบา article
ค้นหาความลับของชีวิต ผ่านสายตา ศ.ดร.นพ.เทพนม เมืองแมน article
รายงานข่าวด่วน เรื่องป้ามล จากคุณสิทธิ์ 1 ก.พ. 2554
อ.อุบล เล่าเรื่องป้าเตือน หายทุกโรค
จดหมายรักถึงอาจารย์อุบล article
คลิปวิดีโอ จากงาน "เจาะลึกภัยพิบัติ พลิกวิกฤตให้เป็นทางรอด" article
ทุกคนในโลก-ไม่มีทุกข์นั้นไม่มี คำสอนสมเด็จองค์ปฐม article
ข่าวด่วนจาก อ.อุบล 28 พ.ย. 2553 article
ข่าวด่วนจาก อ.อุบล 27 พ.ย. 2553 article
สาส์นจาก อ.อุบล 9 พ.ย. 2553 article
ดร.สมิทธ กล่าวถึงในหลวง article
คำสารภาพของ ผอ.โกสิทธิ์ แตรสังข์ (ตอนที่3) article
ชาตินี้..เราเป็นอย่างนี้..เพราะอะไร ?? (โดย อ.ฉลอง จันทร์ทอง) article
คำสารภาพของ ผอ.โกสิทธิ์ แตรสังข์ (ตอนที่2) article
รวมบทเพลงบ้านสวนพีระมิด article
"การชำระหนี้สงฆ์" (แนะนำโดยคุณชนิดา เชิงสะอาด) article
บทเพลง"สร้างพระชำระหนี้สงฆ์" ประพันธ์โดย อ.ฉลอง จันทร์ทอง article
วิธีสร้างบุญบารมี พระนิพนธ์ใน สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช (แนะนำโดยคุณปุ้ม ณฐพลสรรค์) article
ลําดับการทําบุญสูงสุด (แนะนำโดยคุณชนิดา เชิงสะอาด) article
พลังพุทธคุณ,พลังพีระมิด,พลังจิต,และพลังมโนมยิทธิ” สามารถทำให้คุณหายป่วยด้วยโรคกรรมได้ (เขียนโดยคุณโกสิทธิ์ แตรสังข์) article
การได้เกิดมาในภูมิมนุษย์ หาได้เกิดกันมาได้ง่ายๆ (แนะนำโดยคุณชนิดา เชิงสะอาด) article
"อย่ากลัว" โดยอาจารย์บุษกร เมธางกูร (แนะนำโดยคุณชนิดา เชิงสะอาด) article
มาทานมังสวิรัติลดกรรมกันเถอะ (แนะนำโดยคุณชนิดา เชิงสะอาด) article
บทเพลง มโนมยิทธิ (ประพันธ์โดยคุณโกสิทธิ์ แตรสังข์ ขับร้องโดยคุณฉลอง จันทร์ทอง) article
บทเพลงบ้านสวนพีระมิด (ประพันธ์และขับร้องโดยคุณฉลอง จันทร์ทอง) article
ดูการจัดกิจกรรมที่บ้านสวนพีระมิด (เขียนโดยคุณฉลอง จันทร์ทอง) article
ความมหัศจรรย์ของพลังพีระมิดที่เราคาดไม่ถึง (แนะนำโดยคุณชนิดา เชิงสะอาด) article
ประวัตินางวิสาขา (แนะนำโดยคุณณฐพลสรรค์ เผือกผาสุข) article
หนังสืออินทร์ตก พุทธทำนายภัยพิบัติ (แนะนำโดย คุณณฐพลสรรค์ เผือกผาสุข) article
คนค้นกรรม 2 (เขียนโดย คุณณฐพลสรรค์ เผือกผาสุข) article
คนค้นกรรม (เขียนโดย คุณณฐพลสรรค์ เผือกผาสุข) article



[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (133724)

ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ  สำหรับสิ่งที่ดีๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น ตาล (cha2508-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-05-06 15:29:19



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.