ReadyPlanet.com
dot
dot
พระรัตนตรัย และ ครูบาอาจารย์
dot
bulletสมเด็จองค์ปฐม
bulletหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ
bulletพระอาจารย์รัตน์ รตนญาโณ
bulletดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา
dot
รายการคุยไปแจกไป
dot
bulletรายการคุยไปแจกไป
dot
ข่าวสารประชาสัมพันธ์
dot
bulletข่าวสารประชาสัมพันธ์
dot
กิจกรรมบ้านสวนพีระมิด
dot
bulletค่ายบ้านสวนพีระมิด
bulletภาพและคลิปวิดิโอจากบ้านสวนพีระมิด
dot
บทความที่น่าสนใจ
dot
bulletบทความที่น่าสนใจ
bulletคู่มือหนีกรรมผิวพรรณ
bulletคำสารภาพบาป และ ประสบการณ์กฏแห่งกรรม
dot
International Version (ภาคภาษาต่างประเทศ)
dot
bulletEnglish Articles (บทความภาษาอังกฤษ)


อ.อุบล ศุภาเดชาภรณ์  บ้านสวนพีระมิด


ความมหัศจรรย์ของพลังพีระมิดที่เราคาดไม่ถึง (แนะนำโดยคุณชนิดา เชิงสะอาด) article

บทความนี้ได้รับมาจากคุณชนิดา เชิงสะอาดให้เผยแพร่ในเว๊ปไซด์baansuanpyramid.com เพื่อเป็นธรรมทานแก่ผู้สนใจตั้งแต่วันที่ 1 กรกฏาคม 2553 ขอขอบพระคุณและขออนุโมทนาต่อคุณชนิดา เชิงสะอาด มา ณ ที่นี้ด้วยครับ)

ดาวโหลดบทความ ความมหัศจรรย์ของพลังพีระมิดที่เราคาดไม่ถึง (Microsoft Word Format)
ดาวโหลดบทความ ความมหัศจรรย์ของพลังพีระมิดที่เราคาดไม่ถึง (PDF Format)

ความมหัศจรรย์ของพลังปีรามิดที่เราคาดไม่ถึง
หลังจากที่ได้ฟังคำบรรยายจาก ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา เรื่องพลังพีระมิดในรายการ “คุยไปแจกไป”แล้ว ก็ทำให้รู้สึกทึ่งและนึกสนใจอยากจะรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับพลังพีรามิดในมุมที่กว้างขึ้น และแล้วผู้เขียนก็ได้พบขุมทรัพย์ทางปัญญาที่ตอบปัญหาทุกอย่างที่นึกสงสัยอยู่พอดี กับกระทู้ที่ท่านอ.เมาเท่น ได้โพสต์ไว้ใน http://ufokaokala.com/index.php?topic=614.0 เกี่ยวกับพลังพีรามิด และข่าวดีสำหรับทุกท่านที่เข้ามาอ่านเว็บบ้านสวนพีระมิดทุกท่านว่า ท่านสามารถสร้างพีระมิดได้ด้วยตัวท่านเอง  ผู้เขียนลองทำดูแล้วได้ผลจริงๆ แต่ต้องทำให้ได้ตามสัดส่วนและมุมตามที่แนะนำไว้  ขออนุญาตแนะนำทุกท่านว่า อ่านให้จบนะคะ ถ้าเห็นว่ายาวเกินไป ก็ค่อยๆเข้ามาอ่านวันละนิดวันละหน่อย จะได้ไม่พลาดสาระสำคัญค่ะ 

 

ปิรามิด พลังงานและความลับของจักรวาล
หลายปีมานี้รูปทรงของตัวปิรามิดเองได้สร้างประสบการณ์ และความสนุกทางด้านพลังงานให้กับผู้สนใจและทดลองใช้มากมายทำให้กลายเป็นจุดสนใจต่อผู้คนต่างๆทั่งโลกที่จะค้นหาพลังที่แท้จริงของมันว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร? ฃึ่งส่วนมากได้นำไปทดลองใช้ในด้านต่างๆแล้วได้ผลดีมากมาย ตัวอย่างเช่น...

ด้าน อาหาร,การเกษตร และการเลี้ยงสัตว์
การนำพืชอาหารหรือสิ่งมีชีวิตที่เติบโตได้ ไปเลี้ยงดูในปิรามิด ผลที่ได้รับคือ :
-
อาหารยังคงสด ได้ยาวนานกว่าดิม 2-3 เท่า
-
อาหารเปลี่ยนรสชาติไปโดยรสในธรรมชาติจะถูกขยายให้แรงขึ้น ความเป็นกรดจะลดลง
-
กลิ่นอาหารที่ถูกปลอมปน จะจางหายไป
-
ปิรามิดจะขจัดน้ำออก ทำให้แห้งแต่ไม่เน่าเสียหยุดการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ได้
-
การเลี้ยงกุ้งน้ำเค็ม ปกติมีอายุ 6-7 สัปดาห์ แต่ภายในปิรามิดอายุเกินไปถึง 3 เท่า
-
สัตว์ที่อาศัยอยู่รอบๆบริเวณ นิสัยไปในทางบวก แมวกับหมาอาศัยอยู่ร่ามกันได้อย่างประหลาด

ด้าน การแพทย์
-แผลที่เย็บหายไว และติดกันเร็วขึ้น2เท่า
-
ความดันโลหิตที่ผิดปกติ กลับมาสู่จุดสมดุลย์ได้
-
คนที่เฉี่อยชา กลับดูกระฉับกระเฉงขึ้น
-
ผู้ที่มีอาการทางสมอง มีผลลัพธ์ไปในทาวบวกเร็วขึ้น
การนั่งสมาธิกับ ปิรามิด
-คลื่นสมองอัลฟาเพิ่มขึ้น
-
สงบนิ่ง ดิ่งลงลึกมากกว่าเดิม
-
เมื่อถ่ายภาพด้วยกล้องแสงออร่า แสงสว่างปรากฎเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ผลอื่นๆ ที่เกิดขึ้น....
-
บางคนมีอาการปวดเสียวคล้ายหนามแทงบนผิว (เป็นกระแสไฟฟ้าอ่อนๆที่ผิวหนัง)
-
บางคนมีอาการคลื่นไส้เนื่องจากสารพิษในร่างการถูกขับออกมา
-
อุณหภูมิร่างายเพิ่มสูงขึ้น (เหมือนได้ออกกำลังกาย)
-
การบิดเบือนกาลเวลาให้ช้าลง (เข้าไปใช้ในช่วงสั้นๆแต่กลับรู้สึกว่าได้พักผ่อนเต็มที่)
ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังของปิรามิด กล่าวไว้ว่า....
เหตุทีเป็นเช่นนั้นอาจเนื่องมาจาก รูปทรงของมันสามารถขยายคลื่นสัญญาณได้ โดยมีตัวเราเป็นผู้ส่งคลื่นคล้ายเครื่องรับและเครื่องส่งโดยปิรามิดพยายามสร้างแรงสั่นสะเทือนเคลื่อนย้ายอะตอมที่เป็นส่วนเกินออกไปคงให้เหลือไว้เฉพาะอะตอมต้นกำเนิดเท่านั้น ธาตุของคลื่นผู้ส่งและมุมเวกเตอร์ของปิรามิด สร้างรูปแบบของพลังงานให้เกิดความถี่สั่นสะเทือนและขยายให้แรงขึ้น ใหญ่ขึ้นได้และจัดเรียงโมเลกุลใหม่ เช่นโมเลกุลของธาตุน้ำทรงแปดเหลี่ยมให้เป็นแบบแถวเดี่ยวอีกครั้ง...

 

 

 

มหาปิรามิด
ปิรามิดองค์ใหญ่ถือว่าเป็นแบบอย่างที่ดีที่สุด ในการสร้างปิรามิดทั้งหมดและคุณภาพเดิมคาดว่า สูง 481.4 ฟุต แต่เวลาผ่านมานาน เหลือเพียง 450 ฟุตเนื้อที่ปกคลุม ถึง 13.4 เอเคอร์ ฐานด้านตะวันออกยาว 755.88 ฟุตฐานด้านตะวันตกยาว 755.77 ฟุต ฐานทิศเหนือยาว 755.43 ฟุต และทิศใต้ยาว 756.08 ฟุต แม้แต่ละด้านยาวไม่เท่ากัน แต่ด้านที่สั้นที่สุดกับด้านยาวที่สุดมีเพียง 7.9 นิ้วเท่านั้น เอียงฐานไปยังยอดแหลมเป็นมุม 51 องศา 52 ลิบดาโครงสร้างของปิรามิดทั้งหมดหันไปทางตามทิศเหนือ-ใต้ ออก-ตก ถูกต้องตามความเป็นจริง แต่เมื่อเร็ว ๆนี้ได้มีการสำวจอีกครั้งหนึ่งพบว่าองค์ปิรามิดได้เบี่ยงเบนจากเดินเล็กน้อย คือ
ด้านเหนือ เบี่ยงเบนจากเดิมไป 2’28” ลงไปทางด้านตะวันตกเฉียงใต้
ด้านใต้ เบี่ยงเบน ไป 1’57” ลงไปทางตะวันตกเฉียงใต้
ด้านตะวันออก เบี่ยงเบน 5’30” ไปทางตะวันตกจากทิศเหนือ
ด้านตะวันตก เบี่ยงเบน 2’30” ไปทางตะวันตกจากทิศเหนือ
แต่ทฤษฏีดังกล่าวไม่ใช่ความผิดพลาดของผู้สร้างเลย สาเหตุมาจาก การเคลื่อนตัวของแผ่นดินการหมุนของโลก ทำให้เปลือกโลก เกิดรอยแตกมีการเคลื่อนตัวในแนวราบและแผ่นดินไหวทำให้แผ่นดินหันเห จากผลของแผ่นดินไหวและยุบตัวลงไป ซึ่งเกิดขึ้น ในปี 908 ก่อนคริสตกาล

โครงสร้างของมหาปิรามิด
วิทยาศาสตร์ที่ทันสมัยยังไม่สามารถเปิดเผยความเร้นของของปิรามิดได้อย่างทะลุปรุโปร่ง สถาปนิก วิศวกรตลอดจนนักโบราณคดีไม่สามารถคำนวหินขนาดใหญ่ที่นำมาก่อนสร้างได้อย่างถูกต้อง ที่ผ่านมาเป็นเพียงการคาดคะเนเท่านั้น เช่น การสร้างปิรามิดองค์ใหญ่นั้น สันนิษฐานใช้หินขนาดใหญ่ถึง 2,300,000 ก้อน แต่ละก้อน หนัก 2 ตันครึ่ง ก้อนที่หนักที่สุดประมาณ 15 ตัน

ข้อสันนิษฐานนี้มองจากภายนอกเท่านั้นส่วนใจกลางของปิรามิดนั้นขนาดและปริมาณไม่สามารถคำนวได้อย่างถูกต้อง

ที่น่าทึ่งอย่างหนึ่ง คือ ก้อนหินที่วางเรียงรายต่อกันขึ้นเป็นแท่งหินแกรนิตหินปูนขนาดยักษ์นั้น มีรอยเชื่อมกัน ไว้อย่างถูกต้องมีขนาดกว้างไม่เกิน 1/50 นิ้วเลย

ความยาวรอบฐานปิรามิด เมื่อ หารด้วย 2 เท่าของความสูงจะฐานถึงยอดจะมีค่าเท่า พายของวงกลม (π) ซึ่งเท่ากับ 3.144

ความยาวของเส้นรอบฐานปิรามิด เมื่อนับเป็นคิวบิทวันได้ 365.24 เท่ากับ 1 ปีปฏิทินโลก ยังไม่จบ 2 เท่าของความสูงปิรามิด เมื่อคูณ ด้วย เลข 100,000 จะได้ค่าใกล้เคียงกับความยาวระยะห่างระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ คือ 93 ล้านไมล์โดยประมาณ

และน้ำหนักของปิรามิดเมื่อคูณด้วย 1,000,000,000,000,000 จะได้ค่าใกล้เคียงกับน้ำหนักของโลกเราโดยประมาณ

ส่วนห้องเก็บพระศพ พระราชานั้นสร้างเป็นแบบเพดานเรียบประกอบด้วยแผ่นหินขนาดใหญ่ 9 ก้อนมีน้ำหนักรวมกันประมาณ 400 ตัน วางซ้อนกันเป็นชั้น ๆ แบ่งออกเป็นช่องได้ 5 ช่อง
ข้อสันนิษฐาน ความเร้นลับของปิรามิด
คนส่วนใหญ่รวมถึงผมด้วย คิดว่า ปิรามิดแห่งกีซาสร้างโดย ฟาโรห์ คีอ๊อปส์ สร้างระหว่างปี 2686-2181 ก่อนคริสตกาล แต่ยังมีหลายความเห็นด้วยกัน บ้างก็ว่าเก่าแก่นานกว่า 5,000 ปี เอ็ดการ์ เคย์ (Edgar Cayce)นักค้นคว้าพลังจิตชาวอเมริกัน กล่าวว่า ปิรามิด นั้นสร้างมานานกว่า 10,000 ปีผู้สร้างไม่ใช่ชาวอียิปต์ และไม่ใช่เก็บพระศพแต่เก็บรักษาคัมภีร์ทางประวัติศาสตร์แห่งมนุษยชาติ แมนลี พีฮอลล์ (Manly p.hall)เชื่อว่า ปิรามิดสร้างโดย ชาวแอตแลนติสที่อพยพมาจากทวีปที่หายสาบสูญเป็นเวลาหลายพันปี โดยชาวแอตแลนติส ตระหนักถึงภัยพิบัติหายนะของอาณาจักร จึงได้รวบรวมทรัพย์สมบัติตลอดจนคัมภีร์ทางวิทยาการด้านต่าง ๆ หนีออกมา
 
ความมหัศจรรย์จากการทดลอง พลังปิรามิด
ความมหัศจรรย์จากการทดลอง กับพลังปิรามิดในสหรัฐมีการวิจัยค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะครับจนกระทั่งมีการคั้งศูนย์วิจัยเกี่ยวกับปิรามิดขึ้น

ดร. โบริส เวอร์น (Dr. Boris Verm) ผู้อำนวยการโครงการวิจัย ได้ทำการทดลองโดยใช้ปิรามิดจำลอง ความสูงเพียง 10 นิ้ว ขึ้นแรก เขาใช้ไข่ดิบวางไว้ในปิรามิดจำลอง และหลังจากนั้นก็คือ ไข่ได้เกิดการแข็งตัวและเหือดแห้งภายในเวลาเพียง 3 สัปดาห์ เท่านั้นเอง ครับ และปรากฏว่าเชื้อราต่าง ๆ ที่มักจะเกิดตามเปลือกไข่ไม่เติบโตขึ้นเลยและหากนำไปไว้นอกปิรามิด แล้วเชื้อราจะเติบโตอย่างรวดเร็วครับการทดลองอันนี้ ได้ทดลองซ้ำ ๆ กันหลายครั้ง และใช้วัสดุอื่น ๆ เช่น ดอกไม้ผลไม้ ผัก และสัตว์ต่าง ๆ เช่นปลา และแมลงต่าง ๆ
 
อีกท่านหนึ่งคือเวอร์น คาเมรอน นักวิจัยชาวคาลิฟอร์เนีย ทำการทดลองกับเนื้อหมูกับปิรามิดจำลอง โดยทดลองกับเนื้อหมู ประมาณ 2 ออนซ์ (56.6 กรัม)และไขมันดิบ อีก 1 ออนซ์ (28.3 กรัม) และวางไว้ในปิรามิดจำลองอีกแล้วและที่ที่จะทำให้มันเน่าเปื่อยได้เร็วที่สุด เขานำปิรามิดจำลองนี้ ไปแว้ในห้องน้ำครับ ต่อมาเขาก็นำไปไว้ในห้องที่มีอากาศร้อน และห้องที่มีไอน้ำมากเพื่อให้อุณหภูมิเปลี่ยนแปลง

ในการเฝ้าดู แล้ว เขาสังเกต ว่าวันที่ 3 จะมีกลิ่นเหม็น จากเนื้อหมู คล้าย ๆ กับจะมีการเน่าเปื่อยเกิดขึ้น แต่พอ 6 วัน กลิ่นนั้น ก็หายไป และเนื้อหมู แห่งโดยไม่มีการเน่าเปื่อยเลย ครับเป็นเวลาหลายเดือน เนื้อหมูก็ไม่เน่าเปื่อย นำสามารถยังนำมาทานได้อีก

คาเมรอนยังได้ทดลองกับแตงโมอีก ก็วางไว้ในปิรามิดจำลองเช่นเดิมไว้ในห้องน้ำอีกครั้งครับ จากนั้นเพียง 2-3 วัน ปรากฏว่า แตงโม จะเหือดแห้งแต่ยังสามารถทานได้และไม่เน่าเปื่อยครับ นอกจากนั้นเขาก็ยังทดลองกับ น้ำนมหรือของเหลวอื่น ๆ อีกมากมายครับ
เขาพยายามค้นหาสาเหตุเขาจึงได้ประดิษฐ์ เครื่องวัดแสงรังสี (Aurameter) ขึ้น ใช้สำหรับวัดรังสีสนามพลังของวัตถุ เขากล่าวว่า พลังงานที่แผ่ขยายจากยอดปิรามิด จำลองอันเล็กๆ มีลักษณะคล้ายกับโครงสร้างของหินชั้นบนของปิรามิดซึ่งมีสนามพลังแผ่กระจายลงมาถึงฐาน ลงมาเป็นแนวตั้ง

 

พลังปิรามิด แห่งอียิปต์ เซอร์ ดับบลิว ซีแมนส์
อีกหนึ่งความสามารถของปิรามิดในการแสดงปฏิกิริยาเหมือนเครื่องสะสมไฟฟ้าสถิตครับเซอร์ ดับบลิว ซีแมนส์นักประดิษฐ์ค้นคว้า ชาวอังกฤษ เขาเคยไปสัมผัสกับความลึกลับของมหาปิรามิดในอียิปต์มา ในขณะที่เขายืนอยู่ภายใน ห้องเก็บศพอียิปต์ตรงกับยอดของปิรามิด เขาพบว่าเมื่อใดที่เขาชูมือทั้งสองข้างขึ้นและกางนิ้วออกโสตประสาทของเขาได้ยินเสียงกังวาลเบา ๆ จากเบื้องบน ของปิรามิดแต่ที่น่าตกใจอีกแล้วเขายกมือขึ้นแล้วใช้นิ้วชี้ตรงไปยังยอดของปิรามิดเขามีความรู้สึกคล้าย ๆกับ ถูกเข็มจิ้มที่ปลายนิ้ว ครับ ต่อมา เขาก็ ยกขวดไวน์ ที่ติดตั้งดื่มแก้กระหาย ก็เกิดอาการกระตุกบริเวณปากขวด ขณะแตะริมฝีปากและเขาใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ที่เปียกชื้นพันรอบ ๆ ขวด ปรากฏว่ามีการอาการกระตุก เกิดจากไฟฟ้าและขวดไวน์นั้นก็กลายเป็นเครื่องสะสมไฟฟ้าที่เรียกว่า ลีเดน จาร์ (Leyden Jar)

ลีเดน จาร์ เป็นเครื่องทดลองสะสมไฟฟ้ายุคแรกที่ประกอบด้วยขวดแก้วมีแผ่นดีบุกไว้ทั้งภายในและภายนอกแผ่นดีบุกที่อยู่ข้างในติดกับแท่งโลหะ มีปลายเป็นปุ่มโลหะ

นักฟิสิกส์ หลายคนเชื่อว่าปิรามิดไม่เพียงแต่จะเป็นสิ่งสะสมพลังงานเท่านั้นครับมันยังสามารถกระจายพลังอำนาจต่าง ๆ ออกไปอีกด้วย จากวัตถุ ใด ๆก็ตามที่มีการสั่นสะเทือนของคลื่นความถี่แห่งพลังงาน นั้น ๆก็จะมีความสามารถเกิดปฏิกิริยาทางฟิสิกส์ขึ้นมาครับ คลื่นความถี่นี้จะปรับกับระหับความถี่ของธรรมชาติ เช่นพลังงานแม่เหล็กโลก พลังงานคอสมิกจนกระทั่งก่อนให้เกิดพลังงานชนิดใหม่ขึ้นมา ครับ น่าทึ่งจริง ๆ

 

 
ความลึกลับของพลังในมหาปิรามิดยังได้รับการค้นพบกันอีกแม้แต่ผู้ที่ไม่มีความสันทัดอะไรทั้งสิ้นในเรื่องวิทยาศาสตร์และไม่เคยแม้แต่จะไปเยือนอียิปต์เพื่อมองมหาปิรามิดนี้ด้วยตนเองเสียด้วยซ้ำมีคนหลายคนที่อ้างว่าพวกตนได้ใช้วัสดุต่างๆ เช่นกระดาษแข็ง พลาสติค หรือแม้แต่แผ่นไม้อัดมาสร้างจำลองส่วนให้เท่ากับสัดส่วนของมหาปิรามิดแห่งนี้และสามารถ ลับใบมีดโกนที่เก็บไว้ภายในให้คมกริบอย่างเดิมแม้ว่าจะใช้มันไปมากมายหลายครั้งก่อนแล้วก็ตามนอกจากนั้นภายในปิรามิดย่อส่วนของพวกตนนี้ยังเป็นที่ที่สามารถเก็บอาหารสดไว้ได้นานกว่าปกติหากใครเข้าไปนั่งอยู่ข้างในแล้วก็จะรู้สึกว่าอารมณ์สงบเยือกเย็นอย่างประหลาด และเข้าสมาธิได้ง่ายด้วย อีกทั้งยังช่วยให้สามารถมองเห็นความเป็นไปของตนเองในอนาคตได้

ในสมัยคริสตทศวรรษที่ 1850 ชายชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งชื่อโบวีส์เป็นผู้หนึ่งที่เดินทางไปทัศนาจรมหาปิรามิดแห่งกูฟู และก็ได้เข้าไปในห้องลับของฟาโรห์ภายในปิรามิดเขาได้เขี่ยพบของอย่างหนึ่งท่ามกลางขยะที่พวกนักทัศนาจรโยนทิ้งเอาไว้ตามทางเดินในปิรามิดมันคือซากแมวตายตัวหนึ่งซึ่งเชื่อว่าถูกทำเป็นมัมมี่ไว้ช้านานแล้วและยังคงสภาพสดๆ เหมือนกับตายไปเมื่อไม่นานนี้เองเมื่อเขาเดินทางกลับไปถึงที่บ้านเขาได้ลองสร้างปิรามิดย่อส่วนจากมหาปิรามิดขึ้นมาอันหนึ่งบ้างและพบว่าหากเอาของสดๆเก็บไว้ในปิรามิดของเขาแล้วของสดนั้นจะอยู่นานกว่าปกติ

นานหนึ่งร้อยปีต่อมาวิศวกรชาวเชโกสโลวะเกียนายหนึ่งคือ คาเรล ดูร์บอล์ ได้ไปอ่านพบรายงานของโบวีส์เข้าตอนนั้นประเทศหลังม่านเหล็กอย่างเชคโกสโลวะเกียขาดแคลนใบมีดโกนที่ใช้โกนหนวดโกนเครากันอย่างยิ่ง ดูร์บอลเกิดสงกาขึ้นมาว่าพลังที่ว่ามีอยู่ในปิรามิดนี้จะแปลงมาใช้กับสารพวกที่เป็นโลหะได้หรือไม่และเขาก็พบว่าคมใบมีดโกนที่เขาวางไว้ในปิรามิดที่สร้างขึ้นตามสัดส่วนของมหาปิรามิดนั้นสามารถช่วยให้ใบมีดโกนที่ใช้แล้วนั่นคมกริบขึ้นมาใหม่ได้อีกแถมยังไม่มีสนิมอีกด้วยเมื่อเขาหอบปิรามิดจำลองของเขาไปขอจดทะเบียนลิขสิทธิ์กับทางการในกรุงปรากเมื่อปี 2502 นี่เอง ทางการตอนแรกไม่ยอมเชื่อแต่เมื่อหัวหน้าวิศวกรฝ่ายตรวจสอบนำเจ้าปิรามิดย่อส่วนของเขาไปทดลองดูก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นได้จริง ดูบอล์ ได้รับลิขสิทธิ์ทะเบียนเครื่องลับใบมีดโกน ของเขาหมายเลขที่ 91304

ทำไมมันจึงเป็นเช่นนั้นเทคนิคดังกล่าวยังไม่มีใครอธิบายได้เงื่อนงำเกี่ยวกับเคล็ดของใบมีดโกนเท่าที่รู้ๆกันมาแต่ในสมัยสงครามโลกครั้งที่หนึ่งจากประสบการณ์ของพวกทหารที่ทำสงครามในยุโรปก็คือหากทิ้งใบมีดโกนเอาไว้ให้อาบแสงจันทร์ตอนคืนเดือนหงายแล้ว ใบมีดจะทื่อลื่อกันว่าเป็นพลังที่ดวงจันทร์ส่งมาถึงโลกที่สามารถลบความคมของใบมีดโกนได้แต่ทำไมปิรามิดจึงทำให้ใบมีดนั้นมันกลับคมขึ้นมาใหม่นี่ซิที่จนวันนี้ก็ยังไม่มีใครตอบถูก

อย่างไรก็ตามก็มีกฏเกณฑ์ตายตัวและเคร่งครัดที่จะให้ปิรามิดจะสำแดงพลังลึกลับออกมาดังกล่าวคือสัดส่วนความยาวของฐานกับความยาวขาฐานถึงยอดของปิรามิดนั้นจะต้องเท่ากับ 15.7 ต่อ 14.94 และจะต้องตั้งปิรามิดให้เข้ากับแนวของเข็มทิศ คมใบมีดโกนที่จะลับจะต้องอยู่เหนือจากพื้นฐานในสัดส่วนเดียวกับความกว้างและสูงคือ 3.33 หน่วยและต้องหันทิศใบมีด ให้ตรงกับแนวตะวันออก ตะวันตก

แม้จะไม่มีใครเข้าใจการทำงานของตัวปิรามิดแต่คนนับพันๆคนทั่วโลกพร้อมจะสบถสาบานได้ว่าตนลองทำแล้วมันเกิดขึ้นได้จริง

 

sphinx สฟิงค์
คือสิ่งก่อสร้างที่มีลักษณะ ลำตัวเป็นสิ่งโตหมอบเพศผู้แสดงถึงอำนาจมีทั้งศีรษะมนุษย์ และหัวสัตว์ ถ้าเป็นใบหน้าคนมักจะเป็นพระพักต์ของเจ้าของสุสานนั้นๆ แสดงถึงสติปัญญา สฟิงซ์สำหรับหน้าที่ทั่วไปมีหน้าที่เฝ้าวิหารและสุสานกษัตริย์

สฟิงซ์ ที่บริเวณ ที่ราบสูงกีซ่าเพียงตัวเดียวนี้ มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกยาว 73 เมตร สูง 20 เมตรแกะสลักจากหินปูน เพียงก้อนเดียว ใช้พระพักต์ของเจ้าของสุสานคเฟรเป็นแม่แบบ ซึ่งใบหน้าของเจ้าของสฟิงซ์ตัวนี้ช่างเต็มไปด้วยความรู้สึกจนได้รับสมญาว่า "โมนาลิซ่าในรูปของศิลา"นอกจากนี้ยังเป็นประติมากรรมชั้นยอดเยี่ยมที่สุดของอียิปต์ โบราณก็ว่าได้

ในสมัยธุตโมสที่ 4 ตอนนั้นสฟิงซ์ 1 พันปี ทรายกลบทีหลังคอ เหลือส่วนหัว 5 เมตร ที่โผล่หัวพ้นทราย เฉพาะใบหน้าความยาว 4.17 เมตรเทพฮอรัสไปเข้าฝันพระองค์ ให้ช่วยทำความสะอาดเจ้าสฟิงซ์ยักษ์จึงมีการเคลียร์ทรายเป็นครั้งในประวัติศาสตร์ หลัง จากนั้นมีการทำอีก 3-4 ครั้ง
ที่มา  http://www.mysteriousclub.com/discuz/viewthread.php?tid=22&extra=page%3D1

 

คัดมา จากข้อความของคุณ KniGhTdArKrosE  
http://www.pramool.com:443/webboard/view.php3?katoo=r455990

เมื่อกี้ไปขุดหามา เจอแล้วครับใครอยากจะทดลองตามก็สร้างปิรามิดจำลองตามที่ผมบอกนครับ
อุปกรณ์มีกระดาษ A4แข็งๆ 4แผ่น ขอแข็งๆหน่อยนะคับ แบบกระดาษปกรายงานอ่ะ
แล้วก็วงเวียน
แล้วก็ปากกา
แล้วก็ไม้บรรทัด
กรรไกร

เริ่มกันเลยนะครับ
ให้ขีดเส้นขนาด 11.8 inchเป็นฐาน สามเหลี่ยม( เด๋วจะเอาสามเหลี่ยม 4 อันประกบกัน )
แล้วเอาวงเวียนไปวัดกับไม้บรรทัด ให้ได้รัศมี 11.4 inch
เอาปลายเข็มจิ้มที่ปลายเส้นตรงที่ลากไว้เมื่อกี้นี้แล้วลากวงเวียนให้ตัดกัน ( พูดง่ายๆคือสร้าง สามเหลี่ยมหน้าจั่วที่มีฐานเป็น 11.8 inchและด้านอีก 2 ด้านเป็น 11.4 inch )

สร้างสามเหลี่ยมแบบนี้อีก 4 ชิ้นครับ แล้วเอาสก็อตเทปแปะติดกันเป็นรูปทรงปิรามิด

หลังจากนั้นก็ลองไปทดลองตามที่บอกเองนะครับ หุหุ

ปล.มันเป็นอัตราส่วนนะครับ เพิ่ม+ลด ตามสะดวกได้แต่ต้องเพิ่ม-ลดตามอัตราส่วนนะครับ
 
 
การปรับเปลี่ยนการใช้พลังพีระมิด และพลังกระแสลมปราณ

การปรับเปลี่ยนและเพิ่มเติมองค์ความรู้ในครั้งนี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งดังนั้นลูกศิษย์ ผู้ฝึก ผู้ป่วย จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนและรับความรู้ใหม่เพิ่มเติมจึงจะได้รับประโยชน์จากพลังพีระมิดเหมือนเดิม
การเปลี่ยนแปลงของพลังงานได้เกิดขึ้นอย่างรุนแรงหลายครั้งด้วยกัน เช่น

13 พ.ค. 2547
 พระอาจารย์รัตน์ รตนญาโณ ได้เดินทางถึงประเทศอียิปต์และเชื่อมโยงการทำงานของพลังงานระหว่างสฟิงซ์-มหาพีระมิด-ดวงดาวและมหาอาณาจักรแอตแลนตีส

13 มิ.ย. 2547
พลังกระแสลมปราณที่ดาวโลกเคยได้รับอย่างพอเพียงจากดวงอาทิตย์ลดน้อยลงไปจนแทบจะไม่มีเลยเนื่องจากสภาพที่เลวร้ายของบรรยากาศสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกวันๆ

พระอาจารย์รัตน์ รตนญาโณใช้พลังจิตดึงพลังกระแสลมปราณมาจากดวงอาทิตย์ และนำพลังงานเก็บพักไว้ก่อนซึ่งเป็นกระบวนการที่ช่วยทำให้พลังงานกระแสลมปราณบริสุทธิ์ปราศจากมลภาวะของชั้นบรรยากาศแล้วจึงใช้พลังจิตเชื่อมโยงพลังกระแสลมปราณเข้าสู่วัตถุ-อุปกรณ์ของท่านเช่น พีระมิด และ สฟิงซ์

พลังกระแสลมปราณเป็นพลังงานที่มีประโยชน์และสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อร่างกายมนุษย์ซึ่งมนุษย์จะขาดมิได้เลย เช่น เป็นภูมิคุ้มกันร่างกายตามธรรมชาติ, เป็นพลังงานช่วยระบายของเสียออกจากร่างกายตามธรรมชาติ, เป็นพลังงานหล่อเลี้ยงหลอดเลือดไม่ให้ตีบหรือตัน

22
มิ.ย. 2547
พีระมิดทุกก้อนที่พระอาจารย์รัตน์ รตนญาโณผลิตขึ้นเพื่อใช้เป็นอุปกรณ์ของการฝึกจิตและทางเลือกของสุขภาพจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงคือให้ใช้สว่านเจาะเป็นรูที่ด้านหนึ่งด้านใดของรูปทรงสามเหลี่ยมเพื่อให้พระอาจารย์ใช้พลังจิตเชื่อมโยงกระแสลมปราณเข้าสู่ก้อนพีระมิด ทำให้พีระมิดมีพลังในการดูดของเสียและลดความเจ็บปวดได้เหมือนดังเดิม

สำหรับสนามพลังพีระมิดที่ประกอบด้วยพีระมิดทั้ง 11 ก้อน ซึ่งในขณะนี้ (มิถุนายน 2547 เป็นต้นไป) ให้จัดวางโดยวางยอดแหลมตั้งขึ้นทุกก้อน (D) และก้อนที่ต้องใช้สว่านเจาะให้เป็นรูเพื่อเชื่อมโยงหรือนำกระแสลมปราณเข้าคือก้อนล่าง และก้อนกลางของแกนพลังงานเพียง 2 ก้อน เท่านั้น (ก้อนแกนกลางที่วางอยู่ก้อนบนสุดและก้อนบริวารอีก 8 ก้อน ไม่ต้องเจาะ)เมื่อเจาะแล้วให้นำไปวางคืนที่แกนพลังงานดังเดิมโดยวางด้านสามเหลี่ยมที่เจาะเป็นรูไปทางทิศตะวันออกเท่านั้น

ก้อนพีระมิดอื่นๆ ที่ใช้สำหรับกำไว้ในมือ หรือกำไล สร้อยข้อมือ หรือ จี้ให้ใช้สว่านเจาะเป็นรูเช่นกัน (การใช้พีระมิดวิธีนี้ไม่ต้องสัมพันธ์กับทิศแต่อย่างใด

พระอาจารย์รัตน์รตนณาโณจะส่งพลังจิตนึกไปถึงพีระมิดของท่านทุกก้อนที่เจาะเป็นรูปเรียบร้อยแล้วเพื่อเชื่อมโยงพลังกระแสลมปราณให้โดยอัตโนมัติไม่ว่าพีระมิดเหล่านั้นจะอยู่ที่ไหนก็ตาม

วิธีเจาะพีระมิด
1. เลือกด้านสามเหลี่ยมด้านใดด้านหนึ่งของก้อนพีระมิด และใช้สว่านเจาะเป็นรูดังตัวอย่างในภาพ
2. เจาะให้ลึกตรงเข้าไปข้างในประมาณถึงกึ่งกลางเพื่อให้ของเสียหรือความเจ็บความปวดได้ระบายออกทางยอดแหลมของก้อนพีระมิดพอดี (ห้ามเจาะทะลุ)

การใช้ พลังกระแสลมปราณจากสฟิงซ์ (SPHINX)
เนื่องจากในปัจจุบันนี้มนุษย์เราได้รับกระแสลมปราณจากธรรมชาติในปริมาณที่น้อยมากจนถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ ดังนั้นสฟิงซ์ (SPHINX) จึงถูกนำมาใช้เป็นอุปกรณ์เสริมที่พระอาจารย์รัตน์ รตนญาโณได้ใช้พลังจิตบรรจุพลังของกระแสลมปราณเข้าไว้เป็นจำนวนมหาศาลและนำไปใช้เป็นประโยชน์ในการสร้างภูมิต้านทานและช่วยรักษาโรคทุกโรคด้วยตนเอง เช่น อัมพฤกษ์ อัมพาต เบาหวาน ความดันโลหิตสูง-ต่ำ หัวใจ ไต มะเร็งเอดส์ โรคทางเดินหายใจทุกชนิด ฯลฯ

การใช้พลังกระแสลมปราณจากสฟิงซ์ 2 ตัว (องค์)
การจัดวาง
วางสฟิงซ์ทั้ง 2 ตัว(องค์)ให้อยู่ในแนวทิศตะวันตกและทิศตะวันออกโดยหันใบหน้าของสฟิงซ์ไปทางทิศตะวันตกทั้งคู่ และผู้ฝึก ผู้ป่วยนั่งอยู่ระหว่างกลางและหันหน้าไปทางทิศตะวันตกด้วยเช่นกัน (สำหรับผู้ป่วยหนักให้นอนหันศีรษะไปทางทิศตะวันตก)
วิธีปฏิบัติ
1.
ให้ผู้ฝึก ผู้ป่วย นั่ง(นอน) หันหน้าไปทางทิศตะวันตกและสฟิงซ์สำหรับทิศตะวันตกและตะวันออก หันใบหน้าไปทางทิศตะวันตก
2.
ให้ผู้ฝึก ผู้ป่วย ส่งความรู้สึกนึกไปถึงใบหน้าของสฟิงซ์ที่วางอยู่ข้างหน้าและข้างหลังของตนเองพลังกระแสลมปราณจากสฟิงซ์ทั้งคู่จะไหลเข้าหากันโดยอัตโนมัติทำให้ร่างกายของผู้ป่วย ผู้ฝึก ถูกดึงไป-มา หน้า-หลัง
3. ให้ผู้ฝึก ผู้ป่วย ทำตัวอ่อนๆคล้อยตามแรงดึงแรงผลักที่เกิดขึ้น (ไม่สร้างความรู้สึกต้าน)พลังกระแสลมปราณจากสฟิงซ์จะเข้าไปช่วยรักษาและฟื้นฟูเซลล์ที่บกพร่องมีอาการเจ็บปวดไปทั่วร่างกาย
4.
ผู้ฝึก ผู้ป่วยจะมีความรู้สึกว่าความเจ็บปวดได้ทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ให้มีความอดทนเสมหะ น้ำลาย หนองหรือเลือดเสีย จะถูกขับออกมาจากร่างกายอย่างต่อเนื่องให้บ้วนทิ้ง (รวมทั้งอาการหาว เรอ ปัสสาวะ อุจจาระ)พีระมิดที่วางอยู่ด้านหลังของสฟิงซ์จะทำหน้าที่ดันระบายของเสียทิ้งออกไปจากร่างกาย
5.
ถ้าผู้ฝึก ผู้ป่วยอยากให้อาการเจ็บป่วยที่มีอยู่หายเร็วยิ่งขึ้น ให้ผู้ฝึก ผู้ป่วยใช้พลังจิตของตนเองเพียงเล็กน้อยทำงานร่วมกับพลังงานกระแสลมปราณจากสฟิงซ์โดยการนึกให้พลังกระแสลมปราณเคลื่อนที่ขึ้น-ลงเป็นการถูขึ้นและถูลงเป็นจังหวะๆ (เหมือนกับการถูของเส้นแสง)ช่วยให้เซลล์หรือเนื้อเยื่อได้รับการฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว
6.
ในช่วงเวลาปกติ เช่น พักผ่อน หรือทำกิจการงานหรือนอนหลับในเวลากลางคืนผู้ฝึก ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องบังคับหรือกำหนดให้ตนเองหันหน้าไปทางทิศตะวันตกตลอดเวลาให้ปฏิบัติตนตามปกติ เพียงแต่ให้จัดวางสฟิงซ์ไว้ให้สุดมุมห้อง หรือเตียงโดยหันใบหน้าสฟิงซ์ไปทางทิศตะวันตกทั้ง 2 ตัว (องค์) ผู้ฝึก ผู้ป่วยจะได้พลังรักษาจากพลังกระแสลมปราณตลอด 24 ชั่วโมง
a)    วิธีการฝึกปฏิบัติข้อ 1-6 อาจจะมีผลทำให้ผู้ฝึก ผู้ป่วยมีความรู้สึกเหมือนกับว่านอนหลับไม่อิ่ม หรือหลับไม่สนิทซึ่งมีสาเหตุเนื่องมาจากพลังกระแสลมปราณจากสฟิงซ์จะให้พลังรักษาตลอดเวลาทำให้เซลล์ในร่างกายได้รับการกระตุ้นและฟื้นฟูตลอดระยะเวลาที่นั่ง-นอนอยู่ภายในรัศมีของสฟิงซ์ 2 ตัว (องค์)ซึ่งถ้าผู้ฝึก ผู้ป่วยสังเกตตนเองจะพบว่าถึงแม้จะรู้สึกว่านอนหลับไม่ลึกหลับไม่สนิท แต่จะไม่รู้สึกเพลีย
b)    โดยหลักธรรมชาติเมื่อเซลล์ได้รับการกระตุ้นฟื้นฟูอยู่ตลอดเวลาจะช่วยเพิ่มความเป็นหนุ่มสาวให้แก่ร่างกา
c)    เมื่อใดก็ตามที่ร่างกายดูดซับพลังกระแสลมปราณจากสฟิงซ์ไว้อย่างเพียงพอแล้วกระแสลมปราณจะถูกตัดโดยอัตโนมัติ

7.
สำหรับผู้ฝึกบางท่านเมื่อได้รับพลังกระแสลมปราณเข้าสู่ร่างกายอย่างพอเพียงและรู้สึกว่าร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงดีแล้ว ให้ผู้ฝึก เปลี่ยนทิศของการนั่งโดยนั่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออกและปรับสฟิงซ์ให้หันหน้าตามไปทางทิศตะวันออกด้วยเช่นกันเพื่อเป็นการปรับสมดุลของพลังงานภายในร่างกาย

8. ผู้ฝึก ผู้ป่วย สามารถวางสฟิงซ์โดยหันหน้าไปทางทิศตะวันออกทั้ง 2 ตัว (องค์) เพื่อให้ได้ประโยชน์ ตามรายละเอียดในข้อ 6 นั้นแต่จะมีสิ่งที่แตกต่างกันบ้าง คือจำนวนของพลังกระแสลมปราณที่ได้รับจากสฟิงซ์ที่จัดวางให้หันหน้าไปทางทิศตะวันออกจะมีน้อยกว่า จึงทำให้หลับลึก หลับสนิทเพราะเซลล์ในร่างกายได้รับการกระตุ้นที่น้อยกว่าด้วยเช่นกัน (ฉะนั้นการวางสฟิงซ์วิธีนี้ อาจจะไม่เหมาะกับผู้ป่วยหนักที่ต้องการพลังของการรักษามากกว่า)

การใช้สฟิงซ์ 1 ตัว (องค์) ร่วมกับพลังจิต
การจัดวาง
ผู้ฝึก ผู้ป่วยนั่งหันหน้าไปทางทิศตะวันตก และสฟิงซ์วางไว้ด้านหน้าของผู้ฝึกผู้ป่วยและหันใบหน้าไปทางทิศตะวันตกด้วยเช่นกัน
วิธีปฏิบัติ
1. ให้ผู้ฝึก ผู้ป่วยนึกไปถึงใบหน้าของสฟิงซ์เพื่อนึกดึงพลังกระแสลมปราณจากสฟิงซ์เข้าสู่ร่างกาย
2.
นึกให้พลังกระแสลมปราณทำการรักษาส่วนที่บกพร่องโดยการถูขึ้น-ถูลงเหมือนกับการถูของเส้นแสง หรือนึกให้พลังกระแสลมปราณเข้าไปกระตุ้น กระทุ้งตามจุดลมปราณทั้ง 12 จุดทั่วร่างกาย
3.
เมื่อทำการรักษาหรือสิ้นสุดการฝึกปฏิบัติในแต่ละครั้ง ผู้ฝึก ผู้ป่วยสามารถเลือกทำได้ 2 วิธี
a)    จบการฝึกปฏิบัติในทิศตะวันตก
b)    เปลี่ยนทิศของการนั่งโดยนั่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออกและปรับสฟิงซ์วางไว้ด้านหน้าผู้ฝึก และหันหน้าไปทางทิศตะวันออกด้วยเช่นกันเพื่อช่วยปรับสมดุลของพลังงาน และดูดระบายของเสีย
ข้อควรจำ
1. เมื่อใดก็ตามที่ใช้พลังจากสฟิงซ์ทั้ง 2 ตัว(องค์) นั่นหมายความว่า ผู้ฝึกผู้ป่วยได้รับพลังกระแสลมปราณช่วยในการสร้างภูมิต้านทานหรือรักษาร่างกายอย่างพอเพียง (จะใช้พลังจิตเข้าร่วมด้วยหรือไม่ ท่านสามารถเลือกเองได้)
2.
ถ้าใช้สฟิงซ์ 2 ตัว (องค์) จะต้องวางสฟิงซ์หันใบหน้าตามไปในทิศทางเดียวกันเช่น วางหันหน้าไปทางทิศตะวันตกทั้งคู่ หรือหันไปทางทิศตะวันออกทั้งคู่
 

เป็นไงคะ เชื่อในสิ่งที่ทำ ทำในสิ่งที่เชื่อ และบางสิ่งบางอย่างที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า มันก็ไม่ได้แปลว่าสิ่งนั้นไม่มีจริง หรือเป็นไปไม่ได้เสมอไป เรื่องแบบนี้ไม่ลองก็ไม่รู้ ฉะนั้น ความรู้ดีๆมีไว้ให้อ่านแล้วนำไปพิจารณาและลงมือปฏิบัติจึงจะเห็นผล.......................อาจจะมีใครได้ไอเดียเก๋ๆไปริเริ่มทำธุรกิจแนวใหม่ที่ใช้พลังพีระมิดควบคู่ไปด้วยก็ได้ และที่สำคัญหลายๆท่านที่เคยไปที่บ้านสวนพีระมิดแล้ว คงจะทราบกันดีและคงจะรับรู้ได้ถึงพลังพีระมิด รวมถึงพลังบางอย่างจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั้งปวงที่นั่นอีก

 

 
ปฎิกริยาของมนุษย์ในสภาพ แวดล้อมของปิรามิด
-หลับได้สนิทภายใต้โครงสร้างรูปปิรามิด
-
ให้ความรู้สึกทั่วไปเป็นบวก
-
เมื่อหันถูกทิศทาง ระบบเลือดจะไหลเวียนได้ดีไม่อุดตัน (วางตามแนวแกนแม่เหล็กโลก)
-
ถ้ามีอาการคลื่นไส้ วิงเวียนแสดงว่าร่างการจะขับสารพิษออกมาจากร่างกาย(ไม่ต้องกลัวครั..)
 
การสร้างปิรามิดด้วยตัวเอง(ลองทำกันดูครับ..แล้วมาเล่าผลหรือประสบการณ์ให้ฟังกันบ้างนะครับ..)
ที่ผ่านมาได้มีการสร้างปิรามิดจำลองหลายแบบ หลายขนาด
โดยหลักๆก็คือต้องมีโครงสร้างที่ถูกต้อง (สัดส่วนและมุมที่ถูกต้องก็คือ 52.606 องศา) จะมีผนังหรือไม่มีผน้งก็ได้ บางคนสร้างครอบเตียงนอน หรือทำปิรามิดเล็กๆด้วยกระดาษสีส้มหรือแดงวางเรียงใว้ใต้เตียงเป็นแถวๆแบบอนุกรม ก็ได้ถ้ามีงบมากหน่อยก็สร้างเป็นบ้านเลยครับ..
ลืมบอกไปครับ..ถ้าวัดมุมไม่ถูกก็ใช้สัดส่วนสามเหลี่ยมนี้ครับ
สมมุตว่าฐาน 12 นิ้วส่วนมุมลาดเอียงทั้งสองด้าน= 11.5 นิ้ว
ถ้าต้องการฐาน 24 นิ้วเส้นลาดเอียงสองด้าน=23 นิ้ว
วาดบนวัสดุที่ต้องการแล้วตัดมาประกอบกันจะใกล้เคียงที่สุดครับ

การจัดแนวปิรามิด
ตามความเชื่อของคนในยุคโบราณ ที่ว่าสวรรค์และความอมตะ จะอยู่ทางทิศเหนือ จึงใช้ดาวทิศเหนือ (Polaris) เป็นตำแหน่งที่ด้านหนึ่งของปิรามิดจะต้องหันไปทางด้านนี้ชึ่งกลายเป็นว่าพลังอำนาจแม่เหล็กโลกก็มีส่วนสำคัญไปด้วยในแนวเหนือ-ใต้นี้จากการทดลองที่ผ่านมา วัสดุที่ทำจากทองแดงจะดีที่สุดและจุดที่อยู่ในตำแหน่งความสูง 1ใน3 จากพื้นจะให้พลังงานที่เข้มข้นที่สุด
 

พลังอำนาจ ของรูปทรงเรขาคณิต
จั่วสามเหลี่ยมของโบสถ์
มีพลังอำนาจในการ
เหนี่ยวรั้งพลังงานลงมาที่ฐาน

ทรงกลม (ลูกนิมิตร)
เกิดจากสามเหลี่ยมหลายๆรูปมาอยู่ด้วยกัน
ช่วยกันเหนี่ยวรั้งพลังงานเข้าหาศูนย์กลางเสมอ


ฐานโบสถ์สี่เหลี่ยม
ก็มีอำนาจในการถ่ายเทพลังเข้าหาศูนย์กลางเช่นกัน

ทำไมรูปทรงปิรามิดจึงมีพลังอำนาจ?
"สี่เหลี่ยม" เมื่อเราเอามือดึงจุดตรงกลางขึ้น จะเป็นรูปทรง"สามเหลี่ยม"
ปิรามิดก็เป็นรูปทรงสามเหลี่ยม 4 ด้านประกอบเข้าด้วยกัน มีมุมถึง 12มุม
เลขฐาน 12 ถือเป็นเลขที่มีพลังสูงสุดในจักรวาล
(
ตรงนี้เป็นเหตุที่พวกชาตานใช้เลข 13 เพื่อให้ดูว่ามีพลังเหนือกว่าพระเจ้า)

ดูซิครับการวางตำแหน่งปิรามิดยังสอดคล้องกับกลุ่มดาวไถ หรือเข็มขัดนายพราน (Orion belt) อีกด้วย และเมื่อมองผ่านช่องเล็กๆจากห้องเก็บพระศพฟาโรห์ยังเล็งตรงไปที่กลุ่มดาวไถเลยครับ..
 
สัญลักษณ์รูปธรรมของจิตวิญญาณมนุษย์ ปกติจะมี 6 เหลี่ยมมุม
(
สามเหลี่ยมสองรูปซ้อนกัน)
หมายถึงจิตวิณญาณของเราที่แบ่งภาคออกมาตอนที่ก่อกำเนิดขึ้นมาใหม่ๆ
เหลี่ยมมุมที่มีอยู่ หมายถึงเส้นแสงที่เคลี่อนไหลไปมาอยู่ในรูปธรรม
และหมุนติ้วด้วยความเร็วที่สูงเท่ากับความเร็วแสง

เมื่อเราฝึกฝนจิตเจริญวิปัสนากรรมฐาน ละวางตัวตนได้ เหลี่ยมมุมจะเพิ่มขึ้น หมายถึงความฉลาดและปัญญาเพิ่มขึ้น จาก หกเป็นเจ็ด,แปด,เก้า เหลี่ยมมุม

สภาวะสุญญตา 12 เหลี่ยมมุม
(
สามเหลี่ยม 4 รูปซ้อนกัน)
ในที่สุดเมื่อเราละวางสภาวะของความเป็นมนุษย์ออกไปได้โดยสิ้นเชิง ไม่มีแม้แต่กายละเอียดหรือกายทิพย์หลงเหลือ เป็นรูปธรรมที่มีแต่ความบริสุทธิ์ล้วนๆเข้าไปรวมกับตัวตนภาคแรก(ของจิตเดิมแท้) ของตัวเราแต่เดิมได้เหลี่ยมมุมจะเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง11 หรือ 12 เหลี่ยมมุมได้นั่นคือสภาวะสุญญตาหรือสภาวะจิตนิพพาน หรือเรียกว่าหลอมรวมกับพระแม่แห่งองค์ธรรมชาติได้แต่ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดรู้เป็นของตัวเอง ในทุกสิ่งทุกอย่างได้ ดังเช่นพระพุทธเจ้าของเราหลายๆพระองค์นั่นเอง

คุณสมบัติของพลังแห่งสูญญตา
เล็กละเอียดมากประกอบไปด้วยมวลอนุภาคคลื่นความถี่ทุกๆคลื่นความถี่ในสากลจักรวาล
เช่น7สีในแถบสเปตตรัม เมื่ออยู่ด้วยกันรวมกันจะเป็นแสงขาว
เป็นความมี ที่ไม่มีเป็นความว่าง
สั่นสะเทือนสูงสุดและต่อเนื่อง จนดูเหมือน ไม่สั่นสะเทือน
สั่นสะเทือนเพื่อการดำรงอยู่
สั่นสะเทือนเพื่อการเปลี่ยนแปลง
สั่นสะเทือนเพื่อการเสื่อมสลาย
สั่นสะเทือนเพื่อการสร้างใหม่
และสั่นสะเทือนในทุกๆมิติ



บทความที่น่าสนใจ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทาน ส.ค.ส. ปีพุทธศักราช 2556 แก่ประชาชนชาวไทย
คลิปวิดิโอรายการโทรทัศน์ รู้ค่าพลังงาน ตอน บ้านสวนพีระมิด ผลิตก๊าซชีวภาพ 25 ต.ค. 2555 article
สารคดีสั้น "บ้านสวนพีระมิด และ รหัสแห่งจักรวาล" โดย เว็ปไซต์ นสพ.บางกอกโพสต์ 7 พ.ย. 2555 article
คลิปวิดิโอ "มนุษย์ใจโหด" แนะนำโดย คุณประวีณา แค้มป์ ( แมว ) article
คลิปวิดิโอ "สิงห์โตกินคน" แนะนำโดย คุณธนา อรุณภิญโญพล article
คลิปวิดิโอ "กงกรรมกงเกวียน" แนะนำโดย คุณธนา อรุณภิญโญพล article
คลิปวิดิโอ "งูยักษ์กินคน" แนะนำโดย คุณธนา อรุณภิญโญพล article
คลิปวิดิโอ "ม้าลาย" แนะนำโดย คุณธนา อรุณภิญโญพล article
คลิปวิดิโอ "จระเข้กินคน" แนะนำโดย คุณธนา อรุณภิญโญพล article
คลิปวิดิโอ "นาทีชีวิต" แนะนำโดย คุณธนา อรุณภิญโญพล article
คลิปวิดิโอ "ได้เวลาเอาคืน" แนะนำโดย คุณธนา อรุณภิญโญพล article
คลิปวิดิโอ "บึกบึน" แนะนำโดย คุณธนา อรุณภิญโญพล article
คลิปวิดิโอ "คุณจะเลือกเป็นควายแบบไหน" แนะนำโดย คุณธนา อรุณภิญโญพล article
คลิปวิดิโอ "กว่าจะมาเป็นอาหารจานโปรดของเรา" แนะนำโดย คุณธนา อรุณภิญโญพล article
คลิปวิดิโอ "โรงฆ่าสัตว์" แนะนำโดย คุณประวีณา แค้มป์ ( แมว ) article
คลิปวิดิโอ ความสุขของคนไทย เมื่อในหลวงเสด็จ ทุ่งมะขามหย่อง "ผืนแผ่นดินแห่งพระมหากรุณาธิคุณ" 25 พ.ค. 2555 article
พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขั้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๕๕ article
คาถารวมอภิญญา "โสตัตตะภิญญา" article
คาถาคุ้มกันภัย (ปะโตเมตัง) article
การฝึกสมาธิ โดยการใช้แสงสว่าง ตามแนวทางของสัตยาไสบาบา article
ค้นหาความลับของชีวิต ผ่านสายตา ศ.ดร.นพ.เทพนม เมืองแมน article
รายงานข่าวด่วน เรื่องป้ามล จากคุณสิทธิ์ 1 ก.พ. 2554
อ.อุบล เล่าเรื่องป้าเตือน หายทุกโรค
จดหมายรักถึงอาจารย์อุบล article
คลิปวิดีโอ จากงาน "เจาะลึกภัยพิบัติ พลิกวิกฤตให้เป็นทางรอด" article
ทุกคนในโลก-ไม่มีทุกข์นั้นไม่มี คำสอนสมเด็จองค์ปฐม article
ข่าวด่วนจาก อ.อุบล 28 พ.ย. 2553 article
ข่าวด่วนจาก อ.อุบล 27 พ.ย. 2553 article
สาส์นจาก อ.อุบล 9 พ.ย. 2553 article
ดร.สมิทธ กล่าวถึงในหลวง article
คำสารภาพของ ผอ.โกสิทธิ์ แตรสังข์ (ตอนที่3) article
ชาตินี้..เราเป็นอย่างนี้..เพราะอะไร ?? (โดย อ.ฉลอง จันทร์ทอง) article
คำสารภาพของ ผอ.โกสิทธิ์ แตรสังข์ (ตอนที่2) article
รวมบทเพลงบ้านสวนพีระมิด article
"การชำระหนี้สงฆ์" (แนะนำโดยคุณชนิดา เชิงสะอาด) article
บทเพลง"สร้างพระชำระหนี้สงฆ์" ประพันธ์โดย อ.ฉลอง จันทร์ทอง article
วิธีสร้างบุญบารมี พระนิพนธ์ใน สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช (แนะนำโดยคุณปุ้ม ณฐพลสรรค์) article
ลําดับการทําบุญสูงสุด (แนะนำโดยคุณชนิดา เชิงสะอาด) article
พลังพุทธคุณ,พลังพีระมิด,พลังจิต,และพลังมโนมยิทธิ” สามารถทำให้คุณหายป่วยด้วยโรคกรรมได้ (เขียนโดยคุณโกสิทธิ์ แตรสังข์) article
การได้เกิดมาในภูมิมนุษย์ หาได้เกิดกันมาได้ง่ายๆ (แนะนำโดยคุณชนิดา เชิงสะอาด) article
"อย่ากลัว" โดยอาจารย์บุษกร เมธางกูร (แนะนำโดยคุณชนิดา เชิงสะอาด) article
มาทานมังสวิรัติลดกรรมกันเถอะ (แนะนำโดยคุณชนิดา เชิงสะอาด) article
บทเพลง มโนมยิทธิ (ประพันธ์โดยคุณโกสิทธิ์ แตรสังข์ ขับร้องโดยคุณฉลอง จันทร์ทอง) article
บทเพลงบ้านสวนพีระมิด (ประพันธ์และขับร้องโดยคุณฉลอง จันทร์ทอง) article
ดูการจัดกิจกรรมที่บ้านสวนพีระมิด (เขียนโดยคุณฉลอง จันทร์ทอง) article
ประวัตินางวิสาขา (แนะนำโดยคุณณฐพลสรรค์ เผือกผาสุข) article
ปัญหาเรื่องเทวดา (แนะนำโดย คุณณฐพลสรรค์ เผือกผาสุข) article
หนังสืออินทร์ตก พุทธทำนายภัยพิบัติ (แนะนำโดย คุณณฐพลสรรค์ เผือกผาสุข) article
คนค้นกรรม 2 (เขียนโดย คุณณฐพลสรรค์ เผือกผาสุข) article
คนค้นกรรม (เขียนโดย คุณณฐพลสรรค์ เผือกผาสุข) article



[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (134145)

อนุโมทนาบุญกับผู้ที่นำความรู้นี้มาเผยแพร่ด้วยทำให้มีความตระหนักและจะพยายามสร้างพีระมิดตามคำแนะนำให้ได้เมื่อโอกาสมาถึง

สาธุ

ผู้แสดงความคิดเห็น kroonok วันที่ตอบ 2010-07-09 12:05:36


ความคิดเห็นที่ 2 (134245)

อนุโมทนาค่ะ ดิฉันได้ไปเข้าค่ายที่บ้านสวนพีระมิดรุ่น 2 ค่ะ ได้พบกับความมหัศจรรย์ของพลังพีระมิดตอนแรกนึกว่าคิด

ไปเอง ก่อนไปดิฉันนอนไม่ค่อยหลับติดต่อมาร่วม 2-3 เดือน เป็นไมเกรนตรอดหลายปีมาแล้ว ต้องกินยาแก้ปวดและยา

นอนหลับเป็นประจำเวลาหลับก็จะหลับไม่สนิทเหมือนประสาทมันไม่หลับ ดิฉันได้ซื้อสฟิ้งซ์มาหนึ่งองค์ตอนแรกวางไว้

ที่โต๊ะในห้องนอน รู้สึกว่าไม่ค่อยชัวเท่าไหร่เลย ลองเอามาไว้ที่หัวนอนดีกว่าปรากฏว่าหลับสนิทตรอดคืน

โดนไม่ตื่นมาฉี่เลย(ดิฉันเป็นเกี่ยวกับกลวยไตจะฉี่บ่อยมาก) พอวันที่ 2-3 ก็เหมือนเดิมอีก ตื่นสายมากหลับเพลิน            

พอวันที่ 4 ลูกสาวต้องเอาออกจากบนหัวแม่(เพราะแม่ตื่นสายไม่ทันรถ ร.ร.หนู)หุหุหุ ตอนนี้ไมเกรนก็ค่อยๆๆดีขึ้นมากค่ะ

หยากให้ อ.อุบลทำอีกอยากได้อีกซักสองสามองค์ค่ะ สาธุ

ผู้แสดงความคิดเห็น หนึ่ง (thiramet26-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-07-21 23:02:41


ความคิดเห็นที่ 3 (134261)

 

   ยินดีกับคุณหนึ่งด้วยนะคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ชนิดา วันที่ตอบ 2010-07-24 19:10:13


ความคิดเห็นที่ 4 (134913)

อนุโมทนาค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น กัญญ์ (tata_su1-at-yahoo-dot-com)วันที่ตอบ 2010-11-09 14:56:29


ความคิดเห็นที่ 5 (137280)

ขอขอบคุณทุกๆท่านที่ให้ความรู้เรื่อง ปิรามิดตั้งแต่ อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ช่างเป็นสิ่งมหัศจรรย์เกินคำพรรณนา ได้ลองทำปิรามิดได้หลายอันแล้วโดยใช้การ์ด จาก ส.ค.ส ทำน่ารักมากยังสงสัยอยู่ว่า จะมีพลังเหมือนขนาดใหญ่ๆใหมน้อ

ผู้แสดงความคิดเห็น หมอวัฒ วันที่ตอบ 2011-02-08 07:22:35


ความคิดเห็นที่ 6 (137865)

ขออนุโมทนาบุญกับธรรมทานนี้มากๆๆๆๆๆค่ะ..สาธุ..สาธุ..สาธุ

ผู้แสดงความคิดเห็น kroopikul (pikulfs-at-yahoo-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2011-03-28 21:25:56


ความคิดเห็นที่ 7 (139866)

อนุโมทนาบุญในธรรมทานนะคะ สาธุ ขออนุญาตโหลดเก็บไว้นะคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น วราภรณ์ หล่าบรรเทา (iceteaza-at-yahoo-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2011-08-01 10:37:58


ความคิดเห็นที่ 8 (140340)

 

ขออนุโมทนาบุญธรรมทานครั้งนี้ด้วยคะ...มยุรีพร.

ผู้แสดงความคิดเห็น นางมยุรีพร ภาชนะวรรณ (ma_parchanawan-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2011-09-16 15:40:57


ความคิดเห็นที่ 9 (140404)

เราขอเตือน การติดต่อลุ่มหลงในลัทธิเขากะลาเป็นอันตรายมาก เพราะเขากะลาเอาธรรมะมาบิดเบือนผสมต่างดาว มีผลประโยนช์แอบแฝง ตามด้วย การยอมขายขันธ์5เราให้ต่างดาวอันที่จริงก็ไม่ใช่ต่างดาวหรอกฮะผีแถวนั้นแหละ โปรดใช้วิจรณญาณในการอ่าน http://ufokaokala.com/index.php?topic=614.0 

 

จากผู้หวังดี ผลงานผมคือนำพาคนในลัทธิเขากะลามนำไปปลดการสะกดใจเพราะผมเคยศึกษาเรื่องพวกนี้มาแต่โดนเขากะลาสะกด

มี อ.เม้าท์เท้น และสุดใจ คอยครอบงำ โปรดระวัง

ผู้แสดงความคิดเห็น พเนจร วันที่ตอบ 2011-09-24 16:44:03


ความคิดเห็นที่ 10 (140754)

 

ขออนุโมทนาบุญธรรมทานค่ะ 

ผู้แสดงความคิดเห็น ละม่อม ทองเจือ (ohm-dot-lamom-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2011-11-08 20:10:36


ความคิดเห็นที่ 11 (141095)

ขออนุโมทนาบุญกับธรรมทานต่างๆค๊ะคุณชนิดา

สาธุ สาธุ สาธุ

และขออวยพรสุขสันต์วันเกิดค๊ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น เบญจพร เลามาสุวพันธ์ (benjaporn-dot-tam-at-gmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2011-12-17 01:11:36


ความคิดเห็นที่ 12 (141290)

ขออนุโมทนา สาธุด้วยค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น นางสาวสกุลรัตน์ ปิ่นคีรี (pin_khiri-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-01-11 15:26:36


ความคิดเห็นที่ 13 (142077)

ขออนุโมทนาร่วมด้วยครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น จุมพล บัวโต (j-u123-at-hotmail-dot-com) ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2012-03-26 23:20:36


ความคิดเห็นที่ 14 (144230)

ขออนุโมทนาบุญธรรมทานด้วนคับ

ผู้แสดงความคิดเห็น Virus วันที่ตอบ 2012-12-02 11:49:24


ความคิดเห็นที่ 15 (144512)

 nut case !!!

ผู้แสดงความคิดเห็น sdfsdf (sdfsdf-at-yahoo-dot-com)วันที่ตอบ 2013-02-19 00:09:11


ความคิดเห็นที่ 16 (144926)

 ขออนุโมทนากับคุณชนิดาด้วยค่ะ ที่ได้อุตส่าห์ไปค้นคว้ามาให้อ่านเป็นความรู้ แต่ดิฉันยังอ่านไม่จบค่ะ ค่อยๆเข้ามาอ่านวันละนิดวันละหน่อยค่ะ ตอนที่ดิฉันไปนอนที่บ้านสวนพิระมิดครั้งแรกรู้สึกได้ถึงพลังงานที่แรงค่ะทำให้ตื่นตัวนอนไม่ค่อยหลับในช่วงแรก แต่ตื่นขึ้นมาสดชื่่นมากค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ศิริโฉม แพงเพ็ง ตอบโดยสมาชิกวันที่ตอบ 2013-07-29 22:42:15



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.